มหาเวทย์จักรพรรดิ ภาคจอมราชันย์

ตอนที่ 6 : เผ่าพันธุ์ที่ถูกทำลายและเจ้าชายที่หายสาปสูญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    23 เม.ย. 51

บทที่ 6 เผ่าพันธุ์ที่ถูกทำลายและเจ้าชายที่หายสาบสูญ

ท่านราฟกวาดสายตามองทุกคนในห้องทีละคน จากนั้นจึงพูดขึ้น

"หลังจากไซคัสปลดท่านพ่อและขับไล่พวกเราออกจากกองทัพปีศาจนั้น ตอนที่พวกเราเตรียมตัวจะเดินทางออกมา มีปีศาจกลุ่มหนึ่งที่นับถือท่านพ่อเป็นการส่วนตัวขอตามมาด้วย พวกเราทั้งหมดมุ่งหน้าไปทางตะวันออก เพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิต"

"นับแต่นั้นมาพวกเราก็ไม่ได้ติดต่อกับกองทัพปีศาจ ตัวข้าเองก็แวะเวียนไปเยี่ยมชาร์ลอตบ้างเป็นครั้งคราว สิบปีผ่านไป ชาร์ลอตเชิญข้ากับท่านพ่อไปร่วมงานแต่งงานของชาร์ลอตกับซีพาเซีย ข้าจำได้ดีถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของทั้งคู่ หลังงานแต่งงานของทั้งคู่ผ่านไปไม่นาน ข้าขออนุญาตท่านพ่อออกเดินทางท่องเที่ยว เมื่อท่านพ่ออนุญาต ข้าจึงแวะไปลาชาร์ลอตกับซีพาเซีย ตอนนั้นซีพาเซียเพิ่งจะตั้งท้องอ่อนๆ"

"ทั้งคู่อวยพรให้ข้าเดินทางโดยสวัสดิภาพ ชาร์ลอตขอให้ข้าตั้งชื่อลูกให้ เพราะเขารู้ว่าคงอีกนานกว่าเราจะได้เจอกันอีก ข้าจึงบอกไปว่าหากได้ลูกชายให้ตั้งชื่อว่า เรย์นอล แต่หากเป็นผู้หญิงให้ชื่อว่า เซลิเซีย"

"หลังจากนั้นข้าก็ออกเดินทาง ผ่านไปสิบห้าปี ข้าเริ่มคิดถึงท่านพ่อ คิดถึงชาร์ลอตและซีพาเซีย รวมทั้งหลานของข้า ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ข้าจึงตัดสินใจเดินทางกลับ ระหว่างทางนั้นเอง"
 
ภาพในอดีตผุดขึ้นมา แม้จะผ่านมานานถึงร้อยห้าสิบปี แต่ฝันร้ายไม่เคยลบเลือนไปจากความทรงจำ

                                                 ******************************************************
อากาศยามเย็นในป่าบริเวณนี้ร้อนเหลือเกิน แม้จะมีลมพัดผ่านมาบ้างเป็นครั้งคราว แต่กระนั้นอากาศก็ยังอบอ้าว ท่ามกลางป่าโปร่งที่เงียบสงบ ปรากฏร่างสูงสมส่วนของชายคนหนึ่ง เดินมาเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน ดวงตาสีม่วงสดใส มองตรงไปข้างหน้า ผมยาวประบ่าสีแดงเพลิงชื้นไปด้วยเหงื่อ 

 จู่ๆ ชายหนุ่มชะลอฝีเท้าลง เหลียวมองรอบกาย ก่อนพุ่งตัวไปยังต้นไม้ใหญ่ทางซ้ายมือ ร่างค่อยๆ เลือนหายไปในต้นไม้ต้นนั้น  ไม่ถึงห้านาที บนทางเดินเดียวกัน ปรากฏคนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามาอย่างเร่งรีบ บางคนได้รับบาดเจ็บเลือดท่วมตัว ด้านหลังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด

"อย่าให้หนีไปได้ ท่านโรติเฟอร์สั่งให้ฆ่าให้หมด" เสียงห้าวๆ ตะโกนดังกึกก้องไปทั่ว พร้อมกับชายร่างใหญ่ โผล่ขวางหน้าคนกลุ่มแรกเอาไว้ ยกมือปล่อยควันสีดำจากฝ่ามือพุ่งใส่

"ฟู่ม..อ๊าก.." เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น เมื่อควันสีดำครอบคลุมร่างชายคนหนึ่งในกลุ่ม ร่างนั้นกำลังละลาย ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เหลือแค่โครงกระดูก คนอื่นๆ หันมามองด้วยความตกใจ

"ฮ่าๆๆ กระจอกสิ้นดี นี่หรือทหารปีศาจของไซคัส ไม่ได้ความเล้ย" น้ำเสียงเยาะหยัน ทำให้คนกลุ่มแรกหน้าแดงก่ำ หนึ่งในนั้นหงายมือออกมา ปรากฏดาบสีดำเล่มใหญ่ พุ่งเข้าใส่ชายที่อยู่เบื้องหน้าตวัดดาบลงมา

"เคร้ง" ดาบปะทะกับดาบของอีกฝ่าย แรงปะทะทำให้พื้นดินรอบๆ ตัวยุบลงไป ชายร่างใหญ่พ่นควันออกจากปาก อีกฝ่ายลอยตัวขึ้นข้างบน ชายร่างใหญ่เงยหน้ามอง ลอยตัวตามขึ้นมา 

"โบคอมหนึ่งในสี่ประจัญบานของกองทัพปีศาจนี่นา ฝีมือไม่เบานี่" ชายร่างใหญ่เอ่ยชม พุ่งตัวเข้าหาตวัดดาบลงมา โบคอมยกดาบขึ้นกันไว้ ประกายไฟแลบออกจากดาบทั้งคู่ ขณะที่โบคอมกำลังสู้กับคนที่คาดว่าเป็นหัวหน้าของอีกฝ่าย ทางด้านล่างฝ่ายไล่ล่ากำลังล้อมกรอบฝ่ายถูกล่าที่มีจำนวนคนน้อยกว่า

"เอาไงดี" หนึ่งในกลุ่มหันมาถามเพื่อนที่ตอนนี้หลังชนกัน มองไปข้างหน้าเห็นฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนมากกว่าเกือบห้าเท่า อดใจฝ่อไม่ได้

"สู้ตาย อย่าให้อสูรดูถูกปีศาจได้ว่าไร้น้ำยา"  
 
ที่แท้ฝ่ายไล่ล่าคืออสูร แต่ว่าอยู่ดีๆ ทำไมอสูรจึงมาไล่ล่าปีศาจ ชายหนุ่มที่พรางตัวในต้นไม้คิดด้วยความสงสัย สายตาเหลือบไปเห็นชายร่างบาง ปรากฏกายด้านหลังทหารอสูร  ชายคนนั้นเงยหน้ามองข้างบน ชี้นิ้วไปที่โบคอมพร้อมปล่อยลำแสงสีดำออกมา โบคอมเบิกตากว้าง แต่ขยับตัวไม่ได้เนื่องจากดาบโดนดูดติดกับดาบของชายร่างใหญ่

"บึม" แสงสีม่วงสายหนึ่งเข้าปะทะลำแสงสีดำ เสียงระเบิดกลางอากาศดังสนั่น ทำให้โบคอมกับคู่ต่อสู้แยกกระเด็นออกมา พร้อมกับใครคนหนึ่งลอยตัวขึ้นไปคว้าแขนโบคอมฉุดให้ลงมาข้างล่าง

ชายร่างใหญ่พุ่งตัวตามมา ยกมือตวัดดาบใส่คนที่เข้ามาขวาง กลับโดนคนที่โผล่เข้ามาขวางหันกลับมา ตวัดมือกระแทกใส่อกอย่างรวดเร็ว ทำให้ชายร่างใหญ่กระเด็นปลิวไปชนต้นไม้ใหญ่เสียงดังสนั่น สำลักเลือดออกมาจากปากและจมูก ร่วงครูดลงมานอนคว่ำหน้ากับพื้น แน่นิ่งไม่ไหวติง
 
 ทุกคนยืนตะลึงงันด้วยความตกใจ เหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นเร็วมากจนมองแทบไม่ทัน โบคอมมองคนที่โผล่มาช่วยอย่างนึกไม่ถึง ชายที่มีดวงตาสีม่วงแฝงแววขี้เล่นอยู่เป็นนิจกับผมสีแดงเพลิงราวกับเปลวไฟที่ลุกโชติช่วง มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
 
"ท่านราฟ" โบคอมครางออกมาเบาๆ ใช่แล้ว ลูกชายท่านโมนีอุส   ผู้ที่ไม่เคยมีใครรู้ว่าพลังเวทย์อยู่ระดับไหน รู้เพียงแค่เป็นคนที่ราชาปีศาจไซคัสไม่กล้าตอแยด้วย
 
"เจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงมาขวางทางพวกเรา" ชายร่างเล็กถามน้ำเสียงไม่พอใจ

"จมูกพวกเจ้าไม่ได้บอกกลิ่นหรือว่า ข้าเป็นใคร" ราฟย้อนถาม

"เจ้าเป็นปีศาจเหมือนพวกนี้ด้วยหรือ แปลกมาก ข้าไม่ได้กลิ่นปีศาจจากตัวเจ้าแม้แต่นิดเดียว"

"อสูรอย่างพวกเจ้าเข้ามาทำอะไรในดินแดนของเรา" ราฟไม่ตอบคำถาม กลับย้อนถามอีกฝ่าย 

"ทำไมข้าต้องบอกคนที่จะตายอย่างเจ้าด้วย" พูดจบพุ่งร่างเข้าหาราฟ พร้อมสะบัดมือออกมา ปรากฏโซ่ขนาดใหญ่ตวัดฟาดลงมา ราฟยกมือข้างหนึ่งจับโซ่ไว้แน่น โซ่ลุกไหม้กลายเป็นเพลิงขนาดใหญ่ ม้วนตัวกลับไปหาเจ้าของ ชายร่างเล็กปล่อยมือจากโซ่ หมุนตัวขึ้นข้างบน แต่ราฟปรากฏกายดักหน้า กระแทกฝ่ามือใส่ ชายร่างเล็กร่วงลงมา ราฟสะบัดมือออกไป ปรากฏเหล็กแหลมนับสิบอันแทงยอดโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน 

"ซวบ" ชายร่างเล็กโดนเหล็กเสียบทะลุ ตาเหลือกค้าง หมดลมหายใจทันที ทหารอสูรยืนตัวแข็งทื่อกับภาพที่เห็น ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน เพียงชั่วพริบตาก็จัดการหัวหน้ากับรองหัวหน้าเสนาธิการได้อย่างง่ายดาย

"พวกเจ้าจะสู้กับข้าหรือเปล่า" ราฟถามน้ำเสียงเย็นเยียบ ทหารอสูรมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"ยืนเหม่ออะไรกัน พวกเราเป็นทหารของท่านโรติเฟอร์นะ" เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา ปลุกกำลังใจให้ทหารอสูรฮึดสู้ จริงด้วย พวกเรามีมากกว่า จะกลัวอะไรกับคนแค่คนเดียว
 
ทหารอสูรกรูเข้ามาพร้อมกัน ราฟตวัดมือมาทางทหารปีศาจ เกิดบาเรียสีม่วงห่อหุ้มร่างทุกคนเอาไว้ จากนั้นตวัดสายตามองไปยังโซ่เพลิงที่กองอยู่บนพื้น โซ่เพลิงแยกตัวเองออกเป็นข้อๆ พุ่งใส่ทหารอสูร เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินและต้นไม้รอบๆ โดนแรงระเบิดอัดเข้าไป ไฟลุกท่วม เศษดิน สะเก็ดต้นไม้ปลิวว่อน ร่างของทหารอสูรหายวับไปกับตา

โบคอมและทหารปีศาจอ้าปากค้าง ขนในกายลุกชันด้วยความตื่นเต้นปนหวาดกลัว ไม่เคยมีใครเห็นชายผู้นี้ใช้พลังเวทย์เลยสักครั้ง เมื่อมาเห็นกับตาทำให้ต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ เหงื่อแตกพลั่ก พูดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่  ราฟหันมามองทหารปีศาจที่ยืนตัวแข็งทื่อ ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง บาเรียสีม่วงสลายไป จากนั้นถึงถาม

"โบคอม ทำไมอสูรจึงเข้ามาทำร้ายปีศาจ"

โบคอมกระพริบตาถี่ๆ สองครั้ง มองราฟด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย พูดน้ำเสียงแหบแห้ง

"ทะ ท่านราฟ ขะ ข้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี"

"เล่ามาตามความเป็นจริง ว่าเกิดอะไรขึ้น"

"หลังจากที่พวกท่านแยกตัวออกไป พวกเรายังคงสู้รบกับเทพตามปกติผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ สองเดือนก่อน ระหว่างที่พวกเรามัวแต่ยุ่งกับการทำสงครามกับเทพนั่นเอง เริ่มมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณชายแดนทางด้านทิศใต้"
 
"ทหารที่ประจำการบริเวณนั้นหายสาบสูญไปคนแล้วคนเล่า สร้างความแปลกใจให้กับท่านไซคัสเป็นอย่างมาก มีคำสั่งให้หน่วยประจัญบานไปตรวจสอบ ปรากฏว่าพบร่องรอยของอสูร จึงรายงานให้ท่านไซคัสทราบ"
 
"ท่านไซคัสร้อนใจมาก รีบเดินทางไปชายแดนเพียงลำพัง และปะทะกับทหารอสูรที่ดักคอยอยู่ก่อนแล้ว ท่านไซคัสฆ่าทหารอสูรตายหมด แต่ตัวเองได้รับบาดเจ็บ พวกเราตามไปทีหลัง นำท่านไซคัสกลับมารักษาตัว ระหว่างทางพวกเราเจอปีศาจแมงมุมคนหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บสาหัส"

"เมื่อสอบถามจึงรู้ว่า อสูรบุกเข้ามาในดินแดนนี้เพื่อตามหาราชาแมงมุมสีทอง"

"อะไรนะ! เจ้าว่าอสูรตามหาชาร์ลอตเหรอ"

"ครับ ปีศาจแมงมุมคนนั้นบอกข้าว่า อสูรเป็นเผ่าพันธุ์ที่สูบพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เพื่อนำมาเพิ่มพลังเวทย์ให้กับตัวเอง ที่ทหารปีศาจหายไปอย่างลึกลับ เพราะพวกอสูรเข้ามาสูบพลังชีวิตจนหมดสิ้น"

"แล้วมันเกี่ยวข้องกับชาร์ลอตตรงไหน"

"เกี่ยวครับ อสูรบังเอิญไปค้นพบมนต์โบราณแขนงหนึ่งเข้า ว่ากันว่ามนต์นี้จะทำให้มีชีวิตเป็นอมตะ   แต่การจะใช้มนต์นี้ได้ จำเป็นต้องได้ราชาแมงมุมมาเป็นเครื่องเซ่นสังเวย และต้องเป็นราชาแมงมุมสีทองเท่านั้น"

ราฟเบิกตากว้าง ใจหายวาบ ห่วงชาร์ลอตกับซีพาเซียจับใจ

"พอท่านไซคัสรู้เรื่องนี้ ก็รีบสั่งให้ข้านำทหารจำนวนมากเดินทางมาทางนี้ กำชับว่าต้องหาท่านชาร์ลอตให้เจอ และช่วยคุ้มกันท่านชาร์ลอตกับเผ่าพันธุ์แมงมุมสีทองให้พ้นจากเงื้อมมืออสูรให้จงได้"

"ท่านไซคัสบอกว่าแม้จะไม่พอใจที่ท่านชาร์ลอตแยกตัวออกมา แต่ท่านชาร์ลอตก็เป็นปีศาจ ซึ่งเป็นพวกพ้องเดียวกัน เมื่อสั่งความพวกข้าแล้ว ท่านไซคัสได้ตามกลิ่นอสูรไป" โบคอมเล่าน้ำเสียงสั่นระริก

"ไซคัสมุ่งหน้าไปทางไหน พวกเจ้ารู้หรือไม่"

"ทิศเหนือครับ ส่วนพวกเรามุ่งมาทางนี้ แต่ระหว่างทางเจอกับกองทัพอสูรที่ดักซุ่มอยู่ก่อนแล้ว จึงเกิดการต่อสู้กัน พวกเรามีจำนวนน้อยกว่า ทำให้ต้องหนีมาจนเจอท่านราฟนี่แหละครับ"

"พวกเจ้าเหลือกันแค่นี้เองหรือ"

"ครับ ทหารของเราบางส่วนหนีไม่ทันโดนอสูรสูบชีวิตไปต่อหน้าต่อตา โดยที่พวกข้าไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย" น้ำเสียงโบคอมแหบพร่าด้วยความสะเทือนใจ

ราฟมีสีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด จากคำบอกเล่า แสดงว่าอสูรส่งกองทัพเข้ามาเป็นจำนวนมาก  กลุ่มหนึ่งหลอกล่อไซคัสให้แยกตัวไปทางเหนือ ซึ่งราฟค่อนข้างมั่นใจว่า พวกที่ไซคัสตามไปจะต้องฝีมือสูงระดับแม่ทัพและรองแม่ทัพ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งตามล่าทหารปีศาจที่อยู่บริเวณนี้ และกลุ่มสุดท้าย ราฟหันไปมองทางทิศที่เป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าพันธุ์แมงมุมสีทอง 

"ถ้าความเข้าใจของข้าถูกต้อง จอมอสูรและทหารฝีมือดีอีกส่วนหนึ่ง มุ่งหน้าไปหาชาร์ลอต"

โบคอมและทหารปีศาจเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หน้าซีดเผือด แบบนั้นก็แย่น่ะสิ

"พวกเจ้ามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ไปที่ป่าต้องห้ามสีรุ้ง ท่านพ่อของข้ากับพวกพ้องที่แยกตัวจากมาอยู่ที่นั่น บริเวณนั้นเป็นดินแดนต้องห้ามสำหรับอสูร พวกมันไม่มีทางย่างกรายเข้าไปได้ รีบไปซะ"

"ท่านราฟไม่ไปด้วยหรือครับ"

"ข้าจะไปช่วยชาร์ลอต"

"แต่ว่า..ท่านราฟเพียงคนเดียวจะสู้พวกมันไหวหรือครับ" โบคอมกล่าวด้วยความเป็นห่วง 

"ชาร์ลอตเป็นเพื่อนรักของข้า เข้าใจหรือไม่ว่า ข้าหมายความว่าอย่างไร"

ทุกคนนิ่งเงียบ พูดอะไรไม่ออก  โบคอมก้าวเข้ามายืนตรงหน้า ก้มศีรษะทำความเคารพอย่างจริงใจ
 
"พวกเราเข้าใจว่าท่านหมายความว่าอย่างไร แต่ทุกคนที่นี่เป็นพวกพ้องเดียวกัน มิอาจปล่อยให้ท่านไปต่อสู้เพียงลำพังได้ ท่านราฟเข้าใจ ใช่ไหมครับ"

"เพราะรู้ว่าพวกเจ้าคือพวกพ้อง ข้าจึงมิอาจให้พวกเจ้าร่วมเดินทางไปด้วย มิใช่ว่าข้ารังเกียจ แต่สภาพของพวกเจ้าในตอนนี้ ไม่สามารถต่อสู้กับอสูรได้ ที่ให้พวกเจ้าไปหาท่านพ่อของข้า ก็เพื่อต้องการแจ้งข่าวให้ท่านรู้ ท่านเป็นอดีตเสนาธิการ ย่อมรู้ดีว่าควรทำอย่างไร เข้าใจหรือเปล่า"

โบคอมและทหารปีศาจมีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นมา เมื่อเข้าใจความหมายนั้น ท่านราฟต้องการให้รวบรวมสมัครพรรคพวกที่เหลือตามไปสมทบในภายหลัง

"เข้าใจครับ โปรดระวังตัวด้วย พวกเราจะตามไปสมทบให้เร็วที่สุด" โบคอมกล่าวหนักแน่น ทุกคนทำความเคารพราฟพร้อมกัน จากนั้นร่างค่อยๆ เลือนหายไป 

ราฟ ลอยตัวขึ้นข้างบนมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของชาร์ลอตอย่างรวดเร็ว

                                               ********************************************************
ตั้งแต่แยกตัวออกมาจากกองทัพปีศาจ ชาร์ลอตได้กลับมาใช้ชีวิตที่เผ่าพันธุ์ของตัวเอง นั่นคือเผ่าพันธุ์แมงมุมสีทอง เผ่าพันธุ์ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเผ่าพันธุ์แมงมุมทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ราชาของแมงมุมสีทอง จึงมีอำนาจสูงสุดในการปกครองปีศาจแมงมุมทุกชนิด

แมงมุมสีทองเป็นปีศาจที่รักความสงบ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก ที่อยู่ของแมงมุมสีทองตั้งในที่ห่างไกลจากผู้คน ซึ่งซ่อนอยู่ในหุบเขาลึกทางตอนใต้ของดินแดนปีศาจ มีภูเขาสูงตระหง่านนับสิบลูกโอบล้อมทุกทิศทาง ตรงกลางหุบเขาเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ มีแม่น้ำสองสายไหลขนาบข้าง ข้างในเป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้า อากาศเย็นสบายตลอดปี พืชพรรณธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ 

ชาร์ลอตปกครองผู้คนที่นี่ด้วยความเสมอภาคและยุติธรรม ทำให้เป็นที่รักใคร่ของทุกคน ส่วนการดูแลแมงมุมเผ่าพันธุ์อื่นนั้น ชาร์ลอตมอบอำนาจให้แต่ละเผ่าพันธุ์ปกครองดูแลกันเอง ยกเว้นเรื่องสำคัญๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเผ่าพันธุ์แมงมุมทั้งหมด จะต้องได้รับความเห็นชอบจากชาร์ลอตก่อน จึงจะทำได้

ราฟมุ่งหน้ามาด้วยความเร็วสูง สายตามองตรงไปข้างหน้า เห็นทิวเขาสีน้ำเงินสลับเทาทอดยาวเป็นแนวสูงๆ ต่ำๆ อยูไม่ไกลนัก จึงเร่งความเร็วผ่านทิวเขา ลมเย็นโชยมา พัดเอาละอองฝนมากระทบร่าง ราฟย่นคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ก้มมองข้างล่าง พบว่าพื้นดินเบื้องล่างแฉะไปด้วยน้ำจนเจิ่งนอง หยดน้ำเล็กๆ เกาะตามกิ่งไม้ใบหญ้าจนชุ่มฉ่ำ กลิ่นดินจางๆ โชยขึ้นมากระทบจมูก แสดงว่าก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาที ในหุบเขาแห่งนี้มีฝนตกหนัก

ราฟไม่ได้สนใจอะไรอีก มุ่งตรงไปยังทิวเขาสีน้ำเงินที่เห็นอยู่ไม่ไกล จนเข้าเขตป่าลึกอันเป็นที่หมาย อดสงสัยไม่ได้ หุบเขาที่ผ่านมาเมื่อกี้กับบริเวณนี้ไม่ได้ไกลกันสักเท่าไหร่ แต่น่าแปลกที่บริเวณนี้กลับแห้งสนิท ไม่มีร่องรอยของฝนแม้แต่น้อย ราฟส่ายหัวเบาๆ กับการเล่นตลกของธรรมชาติ นี่กระมังที่เขาว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้า ก่อนชะงักเมื่อได้กลิ่นคาวเลือดสลับกลิ่นควันไฟโชยมากระทบจมูก

 ราฟมองหาที่มาของกลิ่นเหล่านั้น มองเห็นควันไฟจากชายป่าสีครามเบื้องหน้า จึงรีบพุ่งตัวไปทันที ภาพที่เห็นทำให้ต้องหยุดค้างกลางอากาศ คอแห้งผาก เลือดในกายเย็นเฉียบ

แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ฉาบไล้ไปบนเนินเขาเล็กๆ เบื้องหน้า ซึ่งราฟจำได้ดีว่าตรงตำแหน่งนี้เป็นที่อยู่ของปีศาจแมงมุมสีทอง บัดนี้เต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณนับพันนอนเกลื่อนกลาดกระจัดกระจายเต็มพื้นดิน  แต่ละร่างมีสภาพสยดสยองเกินบรรยาย ผู้ชายถูกสูบพลังชีวิตจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ส่วนผู้หญิงถูกควักหัวใจออกไปเลือดไหลท่วมตัว ศพของเด็กบางคนโดนลากไปตามพื้นดินรอยเลือดพาดเป็นทางยาว

มันเหมือนฝันร้ายที่ไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดขึ้น ทุ่งหญ้าที่เคยเขียวขจี บัดนี้ถูกย้อมด้วยเลือดจนแดงฉานราวกับใครเอาพู่กันมาระบายสีแต้มเอาไว้ บ้านเรือนถูกทำลายพินาศย่อยยับเหลือเพียงซากปรักหักพัง ต้นไม้น้อยใหญ่หักโค่นลงมา บางส่วนลุกไหม้ควันดำโขมง แม่น้ำสองสายกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

 ราฟมองภาพเบื้องหน้าด้วยความปวดร้าว ศพพวกนี้คือปีศาจแมงมุมสีทองทั้งสิ้น จากสภาพที่เห็นแสดงว่าถูกโจมตีโดยที่ไม่มีโอกาสตั้งตัว ราฟกวาดสายตามองไปทั่วเพื่อหาผู้รอดชีวิตที่อาจจะเหลืออยู่ แต่..ไม่มีแม้แต่คนเดียว
 
"ชาร์ลอตกับซีพาเซียอยู่ไหน" ราฟมองไปรอบด้าน กลิ่นหอมเอียนๆ โชยมากระทบจมูก ราฟลอยตัวลงต่ำจนเท้าแตะพื้นดิน จากนั้นจึงเดินสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด พบว่านอกจากคราบเลือดที่กระจัดกระจายบนพื้นดินแล้วยังมีคราบน้ำสีเหลืองขุ่นปะปนอยู่ด้วย เมื่อเอามือแตะแล้วดมดู พบว่ามันเป็นกลิ่นของดอกไม้อสูร

ราฟขบกรามแน่น เลวที่สุด! แมงมุมทุกชนิดแพ้กลิ่นดอกไม้อสูร หากสูดดมเข้าไปมากๆ จะทำให้ตายได้ ปีศาจแมงมุมก็เช่นเดียวกัน  พวกอสูรรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงนำดอกไม้อสูรมาสกัด เพื่อสร้างกระสุนเวทย์มนต์ ยิงถล่มเข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว ด้วยสภาพแวดล้อมที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา พื้นที่ตรงกลางเป็นแอ่งกระทะ ปีศาจแมงมุมจึงถูกต้อนให้จนมุม

 เมื่ออสูรยิงกระสุนเวทย์มนต์เข้ามาจากทุกทิศ กลิ่นของดอกไม้อสูรแตกกระจายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว ทำให้ปีศาจแมงมุมเกิดอาการหมดแรง ชาตามมือตามเท้า กว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อสูรก็บุกเข้ามาแล้ว จากนั้นจึงฆ่าแล้วสูบพลังชีวิตอย่างโหดเหี้ยมที่สุด

ราฟมองไปที่เนินเขาเตี้ยๆ ใกล้กับริมแม่น้ำ มีควันไฟสีเทาลอยออกมาจากปราสาทสีขาวงาช้าง ตรงนั้นเป็นที่อยู่ของชาร์ลอต  ราฟลอยตัวขึ้นสูงมุ่งหน้าไปทันที เท้าไม่ทันจะแตะพื้น ลำแสงสีดำสองสายพุ่งเข้ามา

ราฟสะบัดมือทั้งสองข้างออกไปพร้อมกัน เกิดแสงสีม่วงกระแทกใส่ลำแสงสีดำย้อนกลับไปยังที่มาของมัน ระเบิดดังสนั่น สะเก็ดไฟลุกท่วม ราฟพลิ้วร่างไปทางซ้าย เอามือเสียบเข้าไปในต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างปราสาทกระชากเต็มแรง

"โอ๊ย!" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังมาจากต้นไม้ต้นนั้น พร้อมกับร่างของอสูรคนหนึ่งถูกคว้าคอออกมาเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น อสูรอีกหนึ่งคนที่พรางตัวในโขดหินริมแม่น้ำ รีบกระโจนออกมา เมื่อราฟสะบัดมือใส่ก้อนหินแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

ราฟเคลื่อนย้ายร่างด้วยความเร็ว กระแทกฝ่ามือใส่ทั้งคู่จนปลิวกระเด็นไปหลายตลบ เลือดสีดำทะลักออกจากปาก ทั้งคู่ไม่ทันจะลุกขึ้นยืน ก็ถูกเชือกเส้นเล็กๆ ตวัดรัดคอ ยกร่างสูงขึ้นมาจากพื้นดิน

ราฟปรากฏกายเบื้องหน้า ถามน้ำเสียงเย็นเยียบ

"ชาร์ลอตอยู่ไหน"

ทั้งคู่ไม่ยอมตอบ ราฟดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เชือกรัดคอแน่นขึ้น อสูรสองคนดิ้นรนไปมา เริ่มหายใจไม่ออก

"ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้ว่า ชาร์ลอตอยู่ไหน"

หนึ่งในสองค่อยๆ ชี้มือไปยังหน้าผาสูงบนเขาลูกหนึ่งที่อยู่ห่างออกไป
 
ราฟมองตามไป พบว่าเขาลูกนั้นห่างจากจุดที่ทั้งสามคนยืนอยู่ประมาณ 800 เมตร เนื่องจากมันอยู่ไกลเกินกว่าสายตาปกติจะมองเห็นได้ชัดเจน ราฟจึงหันกลับมาถามอสูรที่อยู่ตรงหน้า

"พวกเจ้าบุกมาทำลายเผ่าพันธุ์ของชาร์ลอตทำไม"

"ท่านโรติเฟอร์ต้องการสูบพลังชีวิตของราชาและราชินีแมงมุมสีทอง"

"เพราะอะไร"

"มนต์โบราณที่พวกเราเพิ่งค้นเจอระบุไว้ว่า หากต้องการเพิ่มพลังเวทย์ให้สูงขึ้น จะต้องสูบพลังชีวิตจากแมงมุมสีทอง สูบได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่จะดียิ่งขึ้นถ้าได้สูบพลังชีวิตของราชา ราชินีหรือทายาท เพราะมันจะทำให้มีชีวิตที่เป็นอมตะ"

"ตอนนี้ทั้งคู่ยังปลอดภัยอยู่ใช่หรือเปล่า"

"ใช่! แต่อีกสักครู่ ท่านโรติเฟอร์ก็คงจะสูบพลังชีวิตของทั้งคู่" พูดจบ อสูรสองคนก็หัวเราะแผ่วเบา มองราฟด้วยแววตาเยาะหยัน พูดเสียงแหบพร่า

"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร แต่เจ้าไม่มีทางช่วยสองคนนั้นได้หรอก"

"ใกล้จะตายอยู่รอมร่อ ยังกล้าพูดแบบนี้กับข้าอีกหรือ"

"แม้ข้าสองคนจะตายไป แต่ใช่ว่าเจ้าจะรอด ไม่เคยมีใครรอดพ้นเงื้อมมือของท่านโรติเฟอร์ได้สักคน"

"อย่ามาคุยโวโอ้อวดกับข้า ถ้าพวกเจ้าไม่ใช้วิธีสกปรก ชาร์ลอตกับซีพาเซียไม่มีทางเสียท่าอสูรหรอก"

"แล้วข้าจะคอยดู ว่าน้ำหน้าอย่างเจ้า จะทำอะไรท่านโรติเฟอร์ได้"

ราฟมองอสูรตรงหน้าเขม็ง อสูรสองคนตาเหลือก ลมหายใจเริ่มติดขัด เลือดสีดำทะลักออกจากปากและจมูกไม่ขาดสาย ทั้งคู่ชักกระตุกสองครั้ง ก่อนที่วิญญาณจะหลุดออกจากร่าง

ราฟมองไปที่หน้าผาบนภูเขา เปิดเนตรปีศาจสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด พบว่าบนหน้าผามีหินขนาดใหญ่รูปร่างแปลกประหลาด มองไกลๆ เหมือนนกยักษ์นอนหมอบ ข้างๆ หินประหลาดก้อนนั้น มีคนจำนวนหนึ่งยืนเรียงกระจายเต็มพื้นที่ แต่ละคนท่าทางฝีมือสูง ถัดไปเล็กน้อย ชายร่างใหญ่ ผมยาวสีเงิน ยืนหันหน้าไปยังริมหน้าผา ซึ่งมีร่างของคนคู่หนึ่งถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ผนึกวิญญาณสีดำ ทั้งคู่หน้าซีดเซียว ปากเขียวคล้ำ แสดงว่าได้รับพิษจากดอกไม้อสูรเข้าไปเป็นจำนวนมาก ตามร่างกายเต็มไปด้วยเลือดที่ซึมออกมาจากบาดแผล

ไอปีศาจแผ่กระจายออกมาจากร่างราฟอย่างช้าๆ  ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่บริเวณนั้นแห้งเหี่ยวภายในพริบตา ราฟพุ่งตัวไปที่หน้าผาด้วยความเร็วสูง ราวกับลูกธนูสายฟ้าที่ถูกปล่อยออกไป

บนหน้าผา

จอมอสูรโรติเฟอร์ยืนเอามือไพล่หลัง มองราชาและราชินีแมงมุมสีทองที่หมดสภาพอยู่เบื้องหน้าด้วยความพอใจ เดินเข้ามาใกล้ชาร์ลอต พูดเสียงต่ำลึกในลำคอ

"ในที่สุด ข้าก็ได้ตัวเจ้า ราชาแมงมุมสีทอง กว่าจะหาเจ้าเจอ ข้าต้องใช้เวลาสืบเสาะนับสิบปี สูญเสียเวลาไปมากแค่ไหน เจ้ารู้หรือเปล่า"

"เฮอะ! ข้าไม่อยากรู้หรอก เพราะอสูรอย่างพวกเจ้าไม่มีค่าพอให้สนใจ"

จอมอสูรใช้มือบีบปลายคางของชาร์ลอตแน่น ดวงตาฉายแววเยาะหยัน

"เพราะไม่สนใจ อยากรู้เรื่องของพวกข้า เผ่าพันธุ์แมงมุมสีทองของเจ้าจึงตกอยู่ในสภาพนี้"

ชาร์ลอตขบกรามแน่น ดวงตาแข็งกร้าว นึกเจ็บใจตัวเองที่มิอาจปกป้องเผ่าพันธุ์เอาไว้ได้

"มันน่าภูมิใจนักหรือ กับการที่เจ้าใช้แผนลอบกัดเล่นงานคนอื่น ถ้าเป็นข้า จะไม่พูดแบบนี้หรอกนะ เพราะมันเป็นวิธีการของพวกขี้ขลาด" ซีพาเซียกล่าวเสียงแข็ง มองโรติเฟอร์ด้วยแววตาดูถูก

โรติเฟอร์มองซีพาเซีย ใช้มือไล้ใบหน้าที่งดงามราวกับรูปปั้นแกะสลักนั้นเบาๆ

"น่าเสียดายความงามของเจ้านัก ซีพาเซีย ถ้าไม่ติดว่าข้าต้องการพลังชีวิตของเจ้าล่ะก็ ข้าจะพาเจ้ากลับไปยังดินแดนอสูร แต่งตั้งให้เป็นราชินีของข้าแทนที่ราชินีคนเดิม"

ซีพาเซียหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดกับคำพูดของโรติเฟอร์ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

"ให้ไปเป็นเมียคนขี้ขลาดอย่างเจ้าน่ะหรือ ข้ายอมตายซะดีกว่า"
 
"ไม่ต้องท้า เจ้าสองคนได้ตายสมใจแน่ เสียอย่างเดียว ลูกชายเจ้า ไม่ได้มาอยู่ที่ตรงนี้ด้วย"

ชาร์ลอตกับซีพาเซียซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ ภายใต้สีหน้าที่เรียบเฉย  ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้พวกมันหาเรย์นอลไม่เจอ อย่างน้อยเผ่าพันธุ์ของเราก็ไม่ดับสูญ

"แต่ไม่ต้องห่วง ข้าจะตามล่ามันจนสุดหล้าฟ้าเขียว เพื่อส่งมันไปอยู่กับพวกเจ้าในนรก ฮะๆๆ ฮ่าๆๆๆ" โรติเฟอร์หัวเราะดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา

"นรกมีไว้สำหรับเจ้าต่างหาก โรติเฟอร์!" ชาร์ลอตตวาดใส่หน้า ดวงตาสีฟ้าอ่อนพ่นใยแมงมุมสีทองออกมาพุ่งใส่โรติเฟอร์ ทำให้อีกฝ่ายผงะถอยหลัง ตะคอกเสียงดัง

"เจ้าจะทำอะไร!"

แทนคำตอบ ชาร์ลอตกับซีพาเซียร่ายมนต์พร้อมกัน ใยแมงมุมออกจากหู จมูก ปาก และมือของทั้งคู่พุ่งทะยานสู่เบื้องบน ปกคลุมท้องฟ้าจนกลายเป็นสีทองอร่ามตา ใยแมงมุมเรืองแสงสว่างจ้า

"สายใยพิศวง! พวกเจ้าหลบไป!" โรติเฟอร์ตะโกนลั่น รีบลอยตัวออกมาให้พ้นรัศมีใยแมงมุม

ทหารอสูรไม่ทันจะขยับตัว พื้นดินที่ยืนอยู่รอบๆ สั่นสะเทือน เสียงร้องโหยหวนดังกึกก้องไปทั่วภูเขา พร้อมกับร่างอสูรที่มีพลังเวทย์ต่ำ สลายกลายเป็นอากาศธาตุคนแล้วคนเล่า พริบตาเดียวเท่านั้น ทหารอสูรหายไปเกือบครึ่ง โรติเฟอร์ยกมือปล่อยพลังสีดำพุ่งใส่ใยแมงมุมที่ปกคลุมท้องฟ้าเบื้องบน

"บึม" ระเบิดดังสนั่น ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้ม ใยแมงมุมที่ปกคลุมท้องฟ้าสลายไปทันที โรติเฟอร์หันขวับมามองชาร์ลอตกับซีพาเซีย ดวงตาแดงก่ำ หนอย! ขนาดโดนพิษดอกไม้อสูรเข้าไป ยังทำได้ถึงขนาดนี้

"ขอพลังชีวิตของพวกเจ้าล่ะนะ" โรติเฟอร์เคลื่อนตัวมาที่ชาร์ลอตกับซีพาเซีย ยกมือทั้งสองข้างตะปบเข้าที่คอของทั้งคู่ ร่ายมนต์สูบพลังชีวิต

"ฟุ่บ ฟุ่บ" แสงสีม่วงสองสายพุ่งทะลุมือของโรติเฟอร์อย่างแม่นยำ พร้อมใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าชาร์ลอตกับซีพาเซีย ตวัดมือกระแทกใส่โรติเฟอร์

"โครม" โรติเฟอร์กระเด็นถอยหลังไปชนโขดหินเสียงดังสนั่น อสูรที่เหลืออยู่มองด้วยความตกใจ กระโจนเข้าใส่ผู้ที่มาใหม่พร้อมกัน แต่ทว่า..ชายผู้มาใหม่ยกมือปล่อยลำแสงสีม่วงยิงใส่ทหารอสูรที่ดาหน้าเข้ามา

"ฟุ่บ..ฟุ่บ..ฟุ่บ..อ๊าก..ฟู่...ฟู่" ทหารอสูรที่โดนลำแสงเข้าไป ร่างสลายกลายเป็นไอสีขาว สร้างความตกตะลึงให้แก่อสูรที่เหลืออยู่เป็นอย่างมาก 
 
โรติเฟอร์กัดฟันกรอด ดวงตาโชนแสงราวกับเปลวไฟ ทหารของข้าโดนสายใยพิศวงกับลำแสงสีม่วงของชายคนนี้เข้าไป จากห้าร้อยเหลือไม่ถึงสองร้อยคน ดีที่ในนี้ยังมีขุนพลอสูรอยู่ห้าคน

"ท่านโรติเฟอร์ ข้าขอจัดการกับมันเอง" คีราเซอร์ ขุนพลอสูรบอกโรติเฟอร์เสียงเข้ม ทะยานตัวเข้าหาคนที่โผล่มาใหม่พร้อมตวัดมือลงมา

"ฉึก!" คีราเซอร์เบิกตากว้าง เมื่อถูกคนที่มาใหม่ ใช้มือเสียบอกทะลุหลัง เล็บแหลมยาวตัดขั้วหัวใจอย่างแม่นยำ คนที่มาใหม่สะบัดมือโยนร่างคีราเซอร์ไปตรงหน้าจอมอสูร

"ตุบ! ทะ.ท่าน.โร..ติ" คีราเซอร์พูดได้แค่นั้น ลมหายใจก็หลุดออกจากร่าง เลือดสีดำจากหน้าอกไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน อสูรยืนตัวแข็งทื่อ มองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ผู้ชายคนนี้จัดการกับขุนพลอสูรได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ยกมือเท่านั้น
 
ราฟมองอสูรด้วยสายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง พูดเสียงกังวานสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา

"มีใครอีกไหม ที่จะเสนอหน้าเข้ามา"

บรรยากาศเงียบกริบ ชาร์ลอตมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายปะปนกัน ทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจผสมปนเปกันจนบอกไม่ถูก ซีพาเซียถึงกับน้ำตาคลอ 
 
"ราฟ! เจ้าจริงๆ ด้วย" ชาร์ลอตพูดเสียงสั่น ราฟยิ้มให้ทั้งคู่อย่างอ่อนโยน ยกมือทั้งสองข้างตวัดไปที่โซ่ตรวนผนึกวิญญาณที่พันธนาการทั้งคู่เอาไว้ เกิดแสงสีขาวสว่างวาบ โซ่ถูกปลดผนึกอย่างง่ายดาย ชาร์ลอตกับซีพาเซียทรุดตัวนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง ใบหน้าทั้งคู่ซีดเซียว หายใจหอบถี่ ราฟเข้าไปประคองทั้งคู่เอาไว้

"ข้ามาทันใช่ไหม"

ชาร์ลอตพยักหน้ากอดราฟแน่น น้ำตาเอ่อขึ้นมา ซีพาเซียยกมือปิดปาก พยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้

โรติเฟอร์กำมือแน่น ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยแรงโทสะ ใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนทหารอสูรขยับถอยห่างด้วยความหวาดกลัว ท่านโรติเฟอร์กำลังโกรธ ฝันร้ายกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

 โรติเฟอร์ชี้มือมาที่ราฟ ดวงตาคู่นั้นทอประกายเจิดจ้า ตะโกนถามเสียงดัง

"เจ้าเป็นใคร"

ราฟมองโรติเฟอร์ด้วยสายตาชิงชังไม่ปิดบังเช่นกัน ตอบน้ำเสียงกระด้าง

"ข้าคือราฟ เป็นเพื่อนรักของชาร์ลอต"

"เฮอะ! เพื่อนรักงั้นเหรอ เจ้าบังอาจมาขัดขวางการสูบพลังชีวิตของข้า เท่านั้นยังไม่พอ ยังสังหารทหารและขุนพลอสูรของข้าอีก"

"แค่นี้น้อยไปด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับสิ่งที่พวกเจ้าทำกับเผ่าพันธุ์ปีศาจ"

โรติเฟอร์แค่นยิ้ม ไอสีดำแผ่กระจายออกมาจากร่าง ไม่เคยมีใครอาจหาญต่อกรกับข้ามาก่อน เพิ่งมีชายคนนี้เป็นคนแรก ข้าจะให้มันรู้รสชาติความเจ็บปวด และจดจำไปจนวันตาย

"ดี! เก่งนักใช่ไหม ข้าจะสูบพลังชีวิตของพวกเจ้าให้หมด"

โรติเฟอร์เคลื่อนกายอย่างรวดเร็ว มาโผล่ข้างหลังซีพาเซีย ตะปบมือลงมา ราฟเคลื่อนย้ายตัวเองฉับพลัน  คว้าข้อมือของจอมอสูรบิดลงเต็มแรง โรติเฟอร์แสยะยิ้ม พ่นไอสีดำออกจากปาก

ราฟเปิดเนตรปีศาจ แสงสีม่วงจากตาทั้งสองข้าง สะท้อนไอสีดำย้อนใส่โรติเฟอร์ ทำให้อีกฝ่ายผงะถอยหลังออกมา  ราฟสะบัดมือออกไป เกิดลมลูกใหญ่ม้วนตัวจากพื้นดินโจมตีโรติเฟอร์

โรติเฟอร์แบมือ เกิดลมหมุนสีดำลอยออกมาจากฝ่ามือ เคลื่อนตัวเข้าหาลมหมุนของราฟ ลมหมุนสองลูกปะทะกันกลางอากาศ เกิดแรงดึงดูดมหาศาล อสูรรีบเผ่นออกจากบริเวณนั้นมุ่งหน้าสู่พื้นเบื้องล่าง ชาร์ลอตคว้าแขนซีพาเซียพาวิ่งสุดฝีเท้า ก้อนหินบนหน้าผาลอยละลิ่วปลิวเข้าไปในลมหมุนที่ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

 ภูเขากำลังสั่นสะเทือน สะเก็ดหิน เศษดินร่วงกราวลงสู่พื้นด้านล่าง ในขณะที่ต้นไม้ด้านล่างกำลังลอยขึ้นมา แม่น้ำม้วนตัวเป็นเกลียว บิดตัวขึ้นสูง ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังโดนดูดเข้าไปในลมหมุนที่เกิดจากเวทย์มนต์ของราฟและโรติเฟอร์

ทุกคนฟังท่านราฟเล่าด้วยความตื่นเต้น ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ท่านราฟกับโรติเฟอร์เคยปะทะกันมาก่อน

"ท่านราฟครับ แล้วผลออกมาเป็นยังไงครับ ใครชนะ" มิคาเอลกับฟาเรียถามพร้อมกัน

"ผลการปะทะกันครั้งนั้น จบลงที่ลมหมุนสองลูกระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ สะเก็ดไฟพุ่งกระจัดกระจาย ภูเขาที่เราสองคนยืนอยู่ถล่มลงมากองกับพื้น ข้ารีบผละออกมา เพื่อตามหาชาร์ลอตกับซีพาเซีย ข้าพบทั้งคู่ตรงทุ่งหญ้าในเขาอีกลูกหนึ่งไม่ไกลจากหน้าผาที่ข้าปะทะกับโรติเฟอร์ ตอนนั้นซีพาเซียเริ่มหมดแรงแล้ว เพราะโดนพิษจากดอกไม้อสูรเข้าไปมากกว่าชาร์ลอต" น้ำเสียงท่านราฟเริ่มสั่นน้อยๆ
 
                                                   ********************************************************************
พื้นที่ราบตรงเชิงเขาด้านล่าง เป็นเนื้อที่กว้างประมาณเกือบสามไร่ พื้นดินปกคลุมไปด้วยหญ้าต้นเล็กๆ สีเขียวอ่อน สลับโขดหินหลากหลายสีสันที่ขึ้นเรียงรายเป็นเนินเล็กๆ สูงๆ ต่ำ สลับกัน ชาร์ลอตประคองซีพาเซียมานั่งพิงโขดหินก้อนหนึ่ง ชี้ให้ดูแสงของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าพูดกระซิบเบาๆ ข้างหู

"เจ้าชอบนั่งดูดวงอาทิตย์ยามเย็นไม่ใช่หรือ ดูสิ แสงสุดท้ายของวันนี้กำลังจะลับขอบฟ้าแล้ว เจ้าเห็นหรือเปล่า" ชาร์ลอตก้มมองซีพาเซียที่ตอนนี้หน้าซีดขาวราวกับกระดาษ หายใจหอบถี่ เนื่องจากได้รับพิษของดอกไม้อสูรเข้าไปเป็นจำนวนมาก เสื้อผ้าที่ใส่ชุ่มไปด้วยเลือด ซึ่งเกิดจากการต่อสู้ก่อนหน้าที่ราฟจะมาถึง ซีพาเซียเอียงศีรษะพิงไหล่ของชาร์ลอต พูดเสียงแผ่วเบา

"ข้าคงไม่มีโอกาสได้เห็นแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์อีกแล้ว"

 ชาร์ลอตเม้มปากเข้าหากัน ขอบตาร้อนผ่าว รู้ดีว่าซีพาเซียไม่ไหวแล้ว พิษจากดอกไม้อสูรเข้าไปทำลายอวัยวะภายในจนบอบช้ำ และการใช้สายใยพิศวงบนหน้าผาเมื่อครู่ เท่ากับเร่งให้พิษแพร่กระจายเร็วขึ้น

"ทำหน้าแบบนี้ ไม่สมกับเป็นท่านเลยนะ" ซีพาเซียใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสใบหน้าของชาร์ลอตเบาๆ ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ชาร์ลอตพยายามกลั้นน้ำตา พูดเสียงพร่า

"ข้าขอโทษที่ไม่อาจดูแลปกป้องเจ้าเหมือนที่เคยให้สัญญาเอาไว้"

"ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ท่านดูแลข้าเป็นอย่างดี เหตุการณ์วันนี้เป็นเพราะโชคชะตากำหนดไว้ อย่าโทษตัวเองเลยนะ"

ด้านหลังคนทั้งสองปรากฏร่างใครคนหนึ่ง เมื่อชาร์ลอตหันไปมองเจอราฟยืนมองทั้งคู่เงียบๆ ใบหน้าคมเข้มนั้นเคร่งขรึม  ชาร์ลอตพยักหน้าเรียกราฟให้เข้ามาใกล้ๆ  

"พี่ดีใจที่เห็นเจ้า" ซีพาเซียเรียกราฟด้วยถ้อยคำที่ราฟคุ้นหู เพราะราฟอายุน้อยกว่าซีพาเซียยี่สิบปี จึงทำให้ซีพาเซียรักใคร่เอ็นดูราฟเหมือนน้องชายคนหนึ่ง

"ถ้าข้ามาเร็วกว่านี้อีกนิด ท่านก็คงไม่" ราฟพูดเสียงสั่น ซีพาเซียส่ายหน้าเบาๆ

"อย่าตำหนิตัวเอง มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า" ซีพาเซียปลอบน้ำเสียงนุ่มนวล มองราฟด้วยแววตาอ่อนโยน ยิ้มออกมา

"เจ้าผอมไปนะราฟ ทานน้อยไปหรือเปล่า"

ราฟพยักหน้าแทนคำตอบ รู้สึกตีบตันในลำคอจนพูดอะไรไม่ออก  ซีพาเซียหายใจแรงขึ้น พูดปนหอบ

"ดวงอาทิตย์วันนี้สวยเหลือเกิน สวยกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น"

ชาร์ลอตกับราฟไม่พูดอะไร ทั้งคู่ปล่อยให้ซีพาเซียพูดไปเรื่อยๆ เสียงหวานใสค่อยๆ เบาลง..เบาลง จนขาดหายไป ศีรษะที่พิงไหล่ชาร์ลอตห้อยตกลง ดวงตาทั้งคู่ปิดสนิท ริมฝีปากบางเผยอยิ้มนิดๆ

ชาร์ลอตกอดซีพาเซียแน่น พยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้ ราฟหน้าซีดเผือด อยากเข้าไปปลอบชาร์ลอต แต่อับจนด้วยถ้อยคำ พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว

เบื้องหน้าของชาร์ลอตและราฟปรากฏคนกลุ่มหนึ่ง ชาร์ลอตเงยหน้าขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว ราฟขยับเข้ามายืนข้างชาร์ลอต ดวงตาสีม่วงแข็งกร้าวไม่แพ้กัน

"โถ..ซีพาเซียผู้งดงาม ข้ามาไม่ทันสูบพลังชีวิตของเจ้าหรือนี่" โรติเฟอร์ยิ้มเยาะ เอียงคอมองชาร์ลอตกับราฟ ขณะที่ทหารอสูรกระจายโอบล้อมทั้งคู่เอาไว้

"พวกเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก ยอมให้ข้าสูบพลังชีวิตซะดีๆ" โรติเฟอร์พูดเสียงต่ำในลำคอ ขยับจะเข้ามาแต่ราฟก้าวมาขวางหน้าเอาไว้

"ถ้าเจ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว หัวเจ้าหลุดจากบ่าแน่ โรติเฟอร์!" ราฟพูดเสียงเหี้ยม ดวงตาฉายแววอำมหิต ไอสีม่วงแผ่กระจายจากร่าง ม้วนตัวเป็นกำแพงบาเรียโอบล้อมตัวเอง ชาร์ลอตและซีพาเซียเอาไว้

โรติเฟอร์ชะงักอยู่กับที่  ไม่เคยเจอใครมีรังสีอำมหิตรุนแรงแบบนี้มาก่อน เมื่อเหลียวมองไปรอบๆ พบว่าทหารอสูรที่โอบล้อมราฟกับชาร์ลอตเอาไว้ ยืนตัวแข็งทื่อ บางคนหายใจติดขัด หน้าซีดขาว บางคนทรุดลงไปกองกับพื้น ทหารอสูรโดนไอปีศาจของราฟคุกคามจิตใจ ทำให้เกิดความหวาดกลัวจนควบคุมตัวเองไม่ได้

โรติเฟอร์คิดหนัก มองราฟอย่างชั่งใจ ผู้ชายคนนี้พลังเวทย์สูงมาก สูงจนน่ากลัว แม้พวกเราคนมากกว่าแต่ใช่ว่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ  ขณะที่โรติเฟอร์กำลังใช้ความคิด ชาร์ลอตวางร่างซีพาเซียลงบนพื้น พูดกับราฟเบาๆ โดยที่สายตามองไปยังโรติเฟอร์และทหารอสูร

"ราฟ หลานเจ้าเป็นผู้ชาย ข้าตั้งชื่อว่าเรย์นอล"

ราฟหันมามองชาร์ลอต ขยับปากจะถามแต่ชาร์ลอตยกมือห้ามไว้ พูดต่อ

"ตอนที่อสูรบุกมา เรย์นอลอยู่กับข้าในปราสาท ส่วนซีพาเซียไปตรวจเยี่ยมชาวบ้าน พวกมันยิงกระสุนเวทย์มนต์ที่สกัดจากดอกไม้อสูรถล่มเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว พิษของมันแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเราล้มลงเหมือนใบไม้ร่วง จากนั้นพวกมันก็บุกเข้ามาฆ่าและสูบพลังชีวิต"

"ซีพาเซียสู้กับพวกมันด้านนอก ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งบุกมาในปราสาท ข้าปะทะกับโรติเฟอร์ ตอนนั้นเรย์นอลเข้ามาช่วยข้า แต่กลับถูกอสูรนับสิบคนรุมทำร้าย ข้าจึงผละจากโรติเฟอร์มาช่วยเรย์นอล"

"โรติเฟอร์ฉวยโอกาสที่ข้าหันไปช่วยเรย์นอล ลอบทำร้ายข้าจากด้านหลัง และขุนพลอสูรที่เจ้าฆ่าไปบนหน้าผานั่น ยิงกระสุนเวทย์มนต์ที่มีพิษของดอกไม้อสูรใส่ข้าในระยะประชิดตัว"

ราฟกำมือแน่น รู้สึกโกรธกับการกระทำของอสูรจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ หันไปมองโรติเฟอร์ตาขุ่นมัว  ชาร์ลอตวางมือบนบ่าราฟ พิษของดอกไม้อสูรกำลังแพร่กระจายไปทั่วร่าง เสื้อผ้าที่ใส่ชุ่มไปด้วยเลือดที่ซึมขึ้นมาตามรูขุมขนทั่วร่างกาย ราฟมองด้วยความตกใจรีบเข้ามาประคองร่างชาร์ลอตเอาไว้

"ชาร์ลอต พอแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" ราฟพูดเสียงสั่น เมื่อเห็นเลือดไหลออกมาจากปากและจมูกของชาร์ลอต แต่ชาร์ลอตส่ายหน้าเบาๆ กุมมือราฟไว้แน่น พูดปนหอบ

"ตอนที่โดนพิษจากดอกไม้อสูรเข้าไป ข้าทรมานมาก เจ็บปวดไปทั่วร่าง แต่ฝืนทนเอาไว้ เพราะข้าห่วงเรย์นอล ข้าใช้สายใยพิศวงห่อหุ้มร่างเรย์นอลเอาไว้ เพื่อไม่ให้โดนพิษของดอกไม้อสูร จากนั้นส่งเรย์นอลออกนอกปราสาทไปหาซีพาเซีย เพื่อให้พาลูกหนีไป แต่ซีพาเซียไม่ยอมไป นางใช้มนต์ส่งเรย์นอลออกไปนอกพื้นที่ แล้วกลับเข้ามาหาข้าในปราสาท เพื่อร่วมต่อสู้กับอสูร" ชาร์ลอตไอสองสามครั้ง เงยหน้ามองราฟ

"พวกมันส่งคนตามหาเรย์นอลแต่หาไม่เจอ ราฟ รับปากข้าข้อนึงได้ไหม"

ราฟพยักหน้า พยายามกลั้นก้อนแข็งๆ ที่จุกขึ้นมาที่คอ

"ช่วยปกป้องเรย์นอลด้วย ตามหาเขาให้เจอ เขาเป็นแมงมุมสีทองคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ อย่าให้อสูรได้ตัวเขาไป รับปากข้านะราฟ"

"ข้ารับปาก" ราฟพูดหนักแน่น ชาร์ลอตใช้มือคว้าคอของราฟให้โน้มต่ำลงมา พูดเสียงเบากระซิบข้างหู

"เรย์นอลมีสร้อยกับจี้ที่ข้ากับซีพาเซียให้ไปคนละเส้น สร้อยที่ข้ากับซีพาเซียใส่ในวันแต่งงาน เจ้าจำได้ใช่ไหม สร้อยนั้นจะทำให้เจ้าหาตัวเรย์นอลได้ง่ายขึ้น"

"ข้าจำได้" ราฟพูดเสียงอู้อี้ ขอบตาร้อนผ่าว ชาร์ลอตมองไปทางโรติเฟอร์ที่อยู่ห่างออกไป จากนั้นกวาดสายตามองทหารอสูรที่รายล้อมทั้งคู่เอาไว้ จากสายตามีประมาณร้อยกว่าคน

"ราฟ เอียงหูมาใกล้ๆ ข้ามีอะไรจะบอก"
 
ชาร์ลอตพูดกระซิบอะไรบางอย่างสองสามประโยค ราฟเบิกตากว้าง ส่ายหน้าปฏิเสธ

"นอกจากเรย์นอล ก็ไม่มีใครใช้มันได้อีก ข้าให้เจ้า"

"ข้าไม่ต้องการ มันเป็นมนต์เฉพาะของเผ่าพันธุ์เจ้า ข้ารับไม่ได้"

"เอาไปเถอะ เจ้าหัวไวและมีพลังเวทย์สูง เหมาะมากที่จะใช้มัน" ชาร์ลอตพูดกระท่อนกระแท่น หายใจหอบถี่ มองราฟด้วยแววตาขอร้อง ราฟจำใจพยักหน้า ชาร์ลอตยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

"ขอบใจมาก" ชาร์ลอตพูดแผ่วเบา มือที่จับคอของราฟห้อยตกลงบนพื้น ศีรษะพิงที่อกของราฟ ผมยาวสีทองที่ราฟเคยหยอกล้อเสมอว่าเหมือนผมของผู้หญิงหล่นมาปรกหน้า ดวงตาทั้งคู่ปิดสนิท

"ชะ ชะ ชาร์ลอต" ราฟเรียกเสียงแหบแห้ง ใบหน้าซีดเผือด ขอบตาร้อนผ่าว พยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้ ก่อนซบหน้าลงบนร่างไร้วิญญาณของชาร์ลอต

"เฮอะ! เพราะเจ้าคนเดียว ทำให้ข้าอดสูบพลังชีวิตของชาร์ลอตและซีพาเซีย แต่ไม่เป็นไร ข้าสูบพลังชีวิตจากเจ้าแทนก็ได้ จากนั้นค่อยกินร่างของชาร์ลอตกับซีพาเซีย แม้ไม่ทำให้ข้าเป็นอมตะ แต่ร่างกายของมันทั้งคู่จะทำให้พลังเวทย์ของข้าเพิ่มขึ้นอีกนับสิบเท่า ฮะๆๆ ฮ่าๆๆๆ" โรติเฟอร์หัวเราะดังลั่น ย่างเท้าเข้ามาอย่างช้าๆ

ราฟยังคงซบหน้านิ่งอยู่อย่างนั้น ร่างกายสั่นน้อยๆ เพราะพวกมัน ชาร์ลอตกับซีพาเซียถึงจากข้าไป เพราะพวกมัน ปีศาจแมงมุมสีทองจึงถูกทำลายพินาศย่อยยับไม่มีเหลือ

ไอปีศาจสีม่วงจำนวนมหาศาลทะลักล้นออกมาจากร่างราฟราวกับทำนบแตก แผ่กระจายปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีสองพันเมตรแห้งเหี่ยวภายในชั่วพริบตา

โรติเฟอร์ชะงักเท้าที่กำลังเดินเข้ามา เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีเข่นฆ่ารุนแรงจากร่างราฟ เสียงร้องระงมด้วยความเจ็บปวดทรมานดังมาจากทหารอสูรนับร้อยที่รายล้อมราฟเอาไว้ แต่ละคนมีใบหน้าบิดเบี้ยว ตาเหลือกลาน อ้าปากกว้าง หายใจหอบถี่

"อะ โอ๊ย ทะ ทรมานเหลือเกิน ทะ ท่านโรติเฟอร์ ชะ ช่วย ดะ ด้วย" ทหารอสูรพูดอย่างยากลำบาก ลมหายใจเริ่มติดขัด ใบหน้าเขียวคล้ำ บางคนลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้นด้วยความทุรนทุราย

"พวกเจ้าจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำกับเผ่าพันธุ์ปีศาจของข้า" ราฟพูดเสียงเหี้ยม ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้มอดไหม้เป็นผุยผง

ราฟแบมือออกมาพร้อมร่ายมนต์ ปรากฏลูกบอลสีดำนับร้อยลูกลอยขึ้นมาจากฝ่ามือแตกกระจายออกไปรายล้อมร่างของทุกคน ราฟตวัดสายตามองโรติเฟอร์ด้วยความเกลียดชัง ยิ้มมุมปาก พูดเสียงเย็นเยียบ

"ข้าจะใช้มนต์ของชาร์ลอตทำลายพวกเจ้าทั้งหมด"

ลูกบอลสีดำจมหายไปในพื้นดิน พลันแสงสีดำนับร้อยสายก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับเสียงร้องโหยหวนของทหารอสูร  ก่อนที่ร่างทหารอสูรทั้งหมดจะสลายหายไปในอากาศ

โรติเฟอร์หน้าซีดเผือด เพียงแค่พริบตาเท่านั้นทหารอสูรนับร้อยถูกทำลายโดยที่ไม่มีโอกาสได้วิ่งหนี ขุนพลอสูรสี่คนทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือกุมหน้าอกแน่น หายใจหอบถี่ ร่างกายเรืองแสงสีดำ ไออสูรถูกดูดออกไปจากร่างเป็นสาย ร่างเริ่มแห้งเหี่ยว ทรมานเหลือเกิน ท่านโรติเฟอร์ช่วยด้วย

โรติเฟอร์เริ่มหายใจติดขัด เหงื่อซึมทั่วร่าง แย่แล้ว! พลังของข้ากำลังถูกดูดออกไป โรติเฟอร์พยายามร่ายเวทย์ออกมาอย่างยากลำบาก ต้องทำอะไรสักอย่าง สัตว์อสูรได้ยินเสียงข้าหรือไม่ จงมาเดี๋ยวนี้!

เหนือท้องฟ้าที่ทั้งหมดยืนอยู่ ปรากฏเสียงร้องคำรามขู่กรรโชกสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา พร้อมกับร่างของสัตว์ชนิดหนึ่งจำนวนสองตัว รูปร่างหน้าตาคล้ายเสือ แต่ตัวใหญ่กว่าเกือบสองเท่า ลำตัวเป็นเกล็ดสีดำสนิท เขี้ยวยาวโง้งออกมานอกปากเกือบหนึ่งฟุต  ดวงตาแดงก่ำ จ้องมองราฟอย่างดุร้าย

"สัตว์อสูร" ราฟพูดเสียงต่ำ สัตว์อสูรสองตัว กระโจนจากท้องฟ้าพุ่งโจมตีราฟที่อยู่ด้านล่างทันที

"บึม" พื้นดินที่ราฟยืนอยู่เมื่อครู่ระเบิดเป็นหลุมกว้าง ในขณะที่ราฟกลิ้งตัวหลบอย่างว่องไว สัตว์อสูรยืนประจันหน้ากับราฟ ความสูงของมันเกือบเท่าช้างขนาดใหญ่ มันแยกเขี้ยวใส่ราฟพร้อมส่งเสียงขู่ ก่อนหันไปเอ่ยกับโรติเฟอร์เสียงแหบห้าว

"ท่านโรติเฟอร์ โปรดถอยกลับไปก่อน ข้าจะต้านมันไว้เอง"

โรติเฟอร์ปล่อยเชือกสีดำออกจากมือจำนวนสี่เส้นไปตวัดคล้องขุนพลอสูรสี่คนที่ใกล้จะหมดลมหายใจ จากนั้นหันมามองราฟ

"หากฟื้นฟูพลังได้เมื่อไหร่ ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเจ้าและเผ่าพันธุ์ปีศาจทั้งหมด" โรติเฟอร์กล่าวอาฆาตราฟ ก่อนที่ร่างทั้งห้าคนจะเลือนหายไป

ราฟจะตามไป แต่สัตว์อสูรพ่นลูกไฟสีเขียวขนาดใหญ่ตรงมา  ราฟไม่ทันจะปล่อยพลัง จู่ๆ ก็มีนกยักษ์ขนาดใหญ่บินมาขวางหน้าราฟพร้อมกับกระพือปีก เกิดลมหมุนจากพื้นดินปะทะกับพลังไฟของสัตว์อสูร

เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วหุบเขา ลูกไฟของสัตว์อสูรแตกกระจาย สะเก็ดไฟปลิวว่อน นกยักษ์ที่โผล่มา อ้าปากพ่นไฟลูกเล็กๆ นับสิบลูกโจมตีลงมา สัตว์อสูรพ่นไฟปะทะ พร้อมกับทะยานตัวขึ้นมากลางอากาศ ท้องฟ้ากลายเป็นสมรภูมิรบของสัตว์สองชนิด

สะเก็ดไฟจากแรงระเบิดกระเด็นไปทั่วทุ่งหญ้า ราฟหันไปกางบาเรียให้ร่างของชาร์ลอตกับซีพาเซียเอาไว้ ก่อนยืนมองนกยักษ์ที่โผล่มาช่วยด้วยความสงสัยแกมแปลกใจ

สัตว์อสูรแม้มีสองตัว แต่สู้กับนกยักษ์ลำบาก เนื่องจากนกยักษ์ว่องไวมาก แถมยังปล่อยลูกไฟและสร้างพายุหมุนขนาดใหญ่ได้อีก พวกมันต่อสู้อยู่พักใหญ่ ก่อนที่สัตว์อสูรจะล่าถอยกลับไป

"ท่านราฟ นกยักษ์มาจากไหนคะ" ดิพเทอเรียถามขึ้นมา

"พวกเจ้าจำโขดหินบนหน้าผาที่ข้าไปช่วยชาร์ลอตกับซีพาเซียได้ไหม"

"โขดหินที่ท่านราฟบอกว่าเหมือนนกยักษ์นอนหมอบนั่นหรือครับ" ไรซานถาม

"ใช่ นกยักษ์ที่โผล่มาช่วยข้าคือเรด อีเกิ้ลที่นอนหมอบเป็นโขดหินบนหน้าผา"

"ฮ้า! ไม่น่าเชื่อ" ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกัน

"ทำไมเรด อีเกิ้ลจึงกลายเป็นโขดหินไปได้ล่ะครับ" วลาเนียร์แปลกใจ

"ข้าเคยถามเรด อีเกิ้ลเหมือนกัน รู้ไหมว่าเจ้าเรด อีเกิ้ล ตอบข้าว่ายังไง"

ทุกคนสั่นหัวปฏิเสธพร้อมกัน ท่านราฟจึงเฉลย

"เรด อีเกิ้ลบอกว่า มันนอนหมอบเพื่อจำศีลเพิ่มพลังเวทย์ให้แก่ตัวเอง แต่คงจะหลับลึกไปหน่อย จนผ่านไปหลายร้อยปี ร่างจึงกลายเป็นหิน เพิ่งมารู้สึกตัวตื่นก็ตอนที่ลมหมุนของข้ากับโรติเฟอร์ระเบิดเสียงดัง"

"นกบ้าอะไรเนี่ย! นอนขี้เซาชะมัด" รันบ่นกับเรเซียเบาๆ คนอื่นมีสีหน้าประหลาดใจแกมขบขัน

"หลังจากลมหมุนของข้ากับโรติเฟอร์ระเบิด ทำให้เรด อีเกิ้ลตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลอันยาวนาน แต่ตอนที่มันตื่น ข้ากับโรติเฟอร์ไม่เห็น เพราะมัวแต่ตามหาชาร์ลอต"

"เรด อีเกิ้ลบินตามหาคนที่ปลุกมันจากการจำศีลเพื่อกล่าวขอบใจ จนมาเจอข้ากำลังสู้กับสัตว์อสูร จึงเข้ามาช่วย เมื่อสัตว์อสูรกลับไปแล้ว เรด อีเกิ้ลได้ขอติดตามเป็นสัตว์เลี้ยงของข้า มันบอกว่าสัตว์อสูรจะต้องกลับมาที่นี่อีก มันจะคอยจนกว่าจะถึงวันนั้น เพื่อกำจัดสัตว์อสูรเอง"

ทุกคนอ้าปากค้างกับคำบอกเล่าของท่านราฟ โอ้โฮ! ไม่อยากเชื่อเลยว่า เรด อีเกิ้ล จะมีความคิดดีๆ กับเขาเหมือนกัน เห็นทีต้องมองเจ้านกนี่ใหม่ซะแล้ว

"หลังจากโรติเฟอร์กลับไป ท่านพ่อกับปีศาจที่เหลือก็ตามมาสมทบ พวกเขามาล่าช้าเนื่องจากแบ่งกำลังไปช่วยไซคัสที่โดนแม่ทัพและรองแม่ทัพอสูรรุมทำร้ายแปดต่อหนึ่ง"

"ไซคัสสังหารรองแม่ทัพตายไปสามคน ทำร้ายแม่ทัพบาดเจ็บสองคน แต่ตัวเองบาดเจ็บสาหัส ตอนที่ท่านพ่อตามไปถึง แม่ทัพอสูรที่เหลือกำลังจะสูบพลังชีวิตไซคัสพอดี จึงปะทะกับท่านพ่อของข้า ท่านพ่อทำให้พวกมันบาดเจ็บจนล่าถอยกลับไป แต่ตัวท่านเองก็เจ็บไม่แพ้กัน จากนั้นก็รีบมาหาข้า"

ท่านราฟเงยหน้าขึ้นสูง ขอบตาร้อนผ่าว เงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนพูดต่อ

"ท่านพ่อเสียใจเรื่องของชาร์ลอตมาก ไม่มีใครคิดเลยว่าอสูรจะกล้าบุกมาสูบพลังชีวิตของปีศาจถึงถิ่น ท่านพ่อว่าอสูรหยามปีศาจเกินไป ท่านสั่งให้ข้าตามหาเรย์นอลให้เจอ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ต้องหาให้เจอ"

"ท่านพ่อมั่นใจว่าน่าจะมีปีศาจแมงมุมสีทองที่รอดชีวิตเหลืออยู่ แต่คงไม่มีใครเปิดเผยตัวเอง เพราะกลัวจะได้รับอันตรายจากอสูร ท่านพ่อต้องการให้เรย์นอลกลับมาสร้างเผ่าพันธุ์แมงมุมสีทองขึ้นมาใหม่"

"หลังจากนั้น พวกเราใช้มนต์ย่อส่วน จัดการกับศพของแมงมุมสีทองให้มีขนาดเล็ก นำไปเก็บไว้ที่ป่าต้องห้ามสีรุ้ง เพื่อป้องกันอสูรมาเก็บซากไปกิน ซึ่งร่างของชาร์ลอตกับซีพาเซียก็อยู่ที่นั่นด้วย ท่านพ่อรับอาสาดูแลให้ ท่านพ่อบอกว่าจะไม่เผาหรือทำลายศพของทั้งคู่จนกว่าเรย์นอลจะได้มาเคารพศพพ่อกับแม่ก่อน"

ทุกคนนิ่งอึ้งด้วยความสะเทือนใจกับคำบอกเล่าของท่านราฟ นึกสงสารชูร่าหรือเรย์นอลจับใจ ขณะเดียวกันก็โกรธแค้นและชิงชังในความโหดเหี้ยมของอสูร
 
"แล้วท่านไซคัสล่ะครับ เป็นยังไงบ้าง" ราเฟลถาม

"ไซคัสเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก เขาโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง ที่เป็นถึงราชาปีศาจ แต่กลับไม่สามารถปกป้องพวกพ้องเอาไว้ได้ จึงลาออกจากตำแหน่งราชาปีศาจ คนที่เย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีเช่นไซคัสเอ่ยปากขอร้องข้า ซึ่งเป็นคนที่เขาชังน้ำหน้ามากที่สุด เขาขอร้องให้ข้ารับตำแหน่งราชาปีศาจต่อจากเขา ไซคัสเชื่อว่าข้าสามารถปกป้องพวกพ้องจากอสูรได้"

"ข้าไม่อยากรับตำแหน่งนี้ เพราะมันหมายถึงภาระอันหนักอึ้งในการรวบรวมพวกพ้องที่กระจัดกระจายให้มารวมกลุ่มกัน แต่ท่านพ่อพูดกับข้าประโยคนึงว่า ไม่ผิดหรอกหากเจ้าจะไม่รับตำแหน่งนี้ เพราะทุกคนมีความเห็นแก่ตัวอยู่ในสายเลือดด้วยกันทั้งนั้น แต่อย่าเห็นแก่ตัวมากเกินไปจนลืมนึกถึงคนอื่นหรือส่วนรวม"

"ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงเป็นราชาปีศาจคนใหม่ต่อจากไซคัส ส่วนไซคัสก็อยู่กับท่านพ่อที่ป่าต้องห้ามสีรุ้งเพื่อช่วยดูแลศพของชาร์ลอตกับซีพาเซีย"

"หลังจากวันนั้น ข้าก็ออกเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ เพื่อรวบรวมปีศาจที่กระจัดกระจายให้กลับมารวมตัวกัน ขณะเดียวกันก็สืบหาข่าวของเรย์นอลไปด้วย แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ไม่พบร่องรอยของเรย์นอล จนข้าคิดว่าบางทีเรย์นอลอาจจะตายไปแล้วก็ได้" ท่านราฟถอนหายใจ ดวงตาเศร้าหมอง

"ข้าไม่เคยลืมฝันร้ายที่เกิดขึ้น พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่า ข้าเจ็บปวดใจมากแค่ไหนที่ไม่สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับชาร์ลอต ข้ายังจำแววตาของชาร์ลอตได้ดี แววตาที่ขอร้องให้ข้าช่วยปกป้องลูกชายเพียงคนเดียวของเขา แม้จะผ่านมานานถึงร้อยห้าสิบปี แต่ข้าไม่เคยลืมแววตาคู่นั้นของชาร์ลอต"

"ข้าตั้งใจไว้ว่า หากไม่พบศพของเรย์นอล ข้าจะไม่ถอดใจเด็ดขาด เมื่อคิดแบบนี้ มันทำให้ข้ามีกำลังใจ เพราะหากปล่อยให้ชีวิตจมอยู่กับความสิ้นหวัง ตัวเราเองก็จะหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง"

ท่านราฟมองมาที่เรเซียที่นั่งก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่เอ่อขึ้นมา

 "เมื่อข้าเห็นสร้อยที่เรเซียใส่ ทำให้ข้ารู้สึกดีใจ ข้าใช้เนตรปีศาจมองย้อนกลับไปดูว่าเจ้าของคนก่อนของจี้คือใคร จี้สะท้อนภาพของเด็กหนุ่มคนหนึ่งออกมา เขามีใบหน้าคล้ายซีพาเซียมาก แต่ผมสีทองเหมือนชาร์ลอตไม่มีผิด ข้าจึงมั่นใจว่าเรย์นอลน่าจะยังมีชีวิตอยู่"

"ที่ข้ามั่นใจ ก็เพราะว่าสร้อยที่เรเซียใส่นั้น ชาร์ลอตได้ร่ายเวทย์มนต์กำกับไว้ มันเป็นมนต์เฉพาะอีกมนต์หนึ่งของตระกูลชาร์ลอตที่ใช้สำหรับเตือนภัยหรือแจ้งข่าว"

"มนต์นี้จะแจ้งให้ผู้เป็นเจ้าของทราบว่า คู่ของมันยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากยังมีชีวิต สร้อยกับจี้ก็จะอยู่ในสภาพปกติ แต่หากคู่ของมันเสียชีวิต สร้อยอีกเส้นจะทำลายตัวเองตามไป"

"ชาร์ลอตมอบสร้อยให้เรย์นอล ดังนั้นเรย์นอลคือเจ้าของสร้อยคนปัจจุบันและเขายังมีชีวิตอยู่ เพราะสร้อยของเรเซียยังอยู่ในสภาพปกติ เพียงแต่ข้าไม่รู้ว่าเขาคือใครและอยู่ที่ไหน ข้าจึงเรียกพวกเจ้ามาประชุมเพื่อหารือถึงเรื่องนี้"

"พอโรมเล่าเรื่องของชูร่าให้ฟัง ประกอบกับคำบอกเล่าของดิพเทอเรีย ที่เคยคุยกับชูร่าเกี่ยวกับเรื่องมนต์สายใยพิศวง ทำให้ข้ามั่นใจว่าเรย์นอลกับชูร่าคือคนๆ เดียวกัน"                 

 "ท่านพ่อครับ ถ้าหากว่าท่านชูร่ากับท่านเรย์นอลเป็นคนๆ เดียวกัน เราจะทำยังไงต่อไปดีครับ" โรมถาม
 
ท่านราฟมีสีหน้าเคร่งขรึม คนอื่นๆ มีสีหน้าไม่สบายใจเช่นเดียวกัน เพราะเท่ากับว่าตอนนี้ชูร่าอยู่ในเงื้อมมือของอสูรแล้วกลายๆ เพียงแต่อสูรยังไม่รู้ว่าชูร่าคือทายาทของชาร์ลอต

"เรื่องนี้ล่ะ ที่ข้ากังวลใจ" ท่านราฟพูดเสียงเครียด

ท่านเกรซบีบมือท่านราฟเบาๆ หันมายิ้มให้ทุกคน ก่อนพูดขึ้นมา

"พวกเราทุกคนในที่นี้ ช่วยกันออกความคิดดีกว่า ว่าจะทำอย่างไรดี ข้าเชื่อว่าหลายๆ หัวช่วยกัน ย่อมดีกว่าหัวเดียว จริงไหมจ๊ะ"

คำพูดของท่านเกรซทำให้ทุกคนมีสีหน้าดีขึ้น จริงด้วย พวกเราตั้งหลายคน ช่วยกันออกความเห็นคนละนิดละหน่อย รับรองว่าต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้แน่นอน

"ครับ/ค่ะ ท่านเกรซ พวกเราจะช่วยคิดกันอย่างเต็มที่" ทุกคนประสานเสียงตอบพร้อมกัน ทำให้ท่านราฟกับท่านเกรซยิ้มออกมา ก่อนที่ท่านราฟจะพูดขึ้น

"เอาล่ะ ใครมีความคิดเห็นอะไรบ้างก็เสนอมาได้ ข้าพร้อมรับฟังเต็มที่"

                                                        *******************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

474 ความคิดเห็น