มหาเวทย์จักรพรรดิ ภาคจอมราชันย์

ตอนที่ 1 : เป้าหมายของอาร์ทีเมีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    25 มี.ค. 51

บทที่ 1  เป้าหมายของอาร์ทีเมีย
 
 ปราสาทสีดำทะมึนบนภูเขาลูกหนึ่ง บริเวณรอบๆ ห้อมล้อมไปด้วยทะเลสีครามสดใส ข้างในปราสาทตกแต่งอย่างสวยงาม ระเบียงทางเดินปูพรมกำมะหยี่สีแดงสด  แสงสลัวจากคบเพลิงที่ประดับตามผนังทางเดินทั้งสองข้าง ทำให้บรรยากาศภายในดูลึกลับ 

 ภายในห้องๆ หนึ่ง ร่างสูงโปร่ง ในชุดเสื้อคลุมสีดำ ยืนกอดอกพิงกำแพง ดวงตายาวรีสีน้ำเงินเข้ม มองไปนอกหน้าต่าง ลมทะเลพัดมากระทบใบหน้าทำให้ผมยาวประบ่าสีม่วงอ่อนปลิวไสว เผยให้เห็นห่วงเล็กๆ รูปจันทร์เสี้ยวสีดำที่ใบหูข้างขวา เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ทำให้ชายร่างสูงหันมามอง ตะโกนถามเสียงทุ้ม

 "ใคร"

"ข้าเองครับ ท่านอาร์ทีเมีย"

 เจ้าของชื่อยิ้มกว้าง ทำให้ใบหน้าคมเข้มนั้นน่ามองยิ่งขึ้น  ก้าวยาวๆ มาเปิดประตูให้ เมื่อประตูเปิดออก ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ก้มศีรษะทำความเคารพ

"ฟลิท องครักษ์อสูร รายงานตัวครับ"

"เป็นอย่างไรบ้าง เรียบร้อยหรือเปล่า"

"มีปัญหานิดหน่อยครับ"  ฟลิทตอบด้วยใบหน้าเคร่งขรึม 

 "งั้นหรือ เข้ามาข้างในก่อนสิ"

 อาร์ทีเมียเดินนำหน้าฟลิทเข้ามาภายในห้อง เมื่อฟลิทนั่งเรียบร้อยแล้ว อาร์ทีเมียจึงถาม 

 "ฟลิท เล่ามาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น"

 ฟลิทถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่เจอกับแม่ทัพเทพมิคาเอล แม่ทัพเทพราเฟล จนกระทั่งเกิดการปะทะกับกลุ่มของท่านราฟให้อาร์ทีเมียฟังอย่างละเอียด 

 "ราชาปีศาจในตำนานปรากฏตัวออกมาแล้วหรือ น่าสนุกดีนี่ แสดงว่าเรื่องที่ท่านพ่อบอกก็ไม่ได้เกินความจริง แล้วครีซอลเป็นไงบ้าง"

 "ท่านโรติเฟอร์ใช้มนต์รักษาให้แล้วครับ คาดว่าประมาณสองอาทิตย์มือทั้งสองข้างคงจะใช้การได้"

 "แค่ออร่าที่อยู่รอบกาย ยังทำให้ครีซอลมือพิการไปชั่วคราว ราชาปีศาจในตำนานไม่ธรรมดาจริงๆ"  อาร์ทีเมียอดชื่นชมไม่ได้  

 "ตอนนี้ พวกแม่ทัพกับขุนพลปีศาจ อยู่ที่ไหน"

 "ท่านโรติเฟอร์จัดให้พักที่เรือนรับรองครับ พวกนั้นโดนพลังของราชาปีศาจเข้าไป คงต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายพักใหญ่ครับ"

 อาร์ทีเมียลุกขึ้นยืน บิดกายไล่ความเมื่อยขบ เดินตรงไปที่ประตู

  "ท่านอาร์ทีเมีย จะไปไหนครับ" 

 "ไปเยี่ยมเยียนอาคันตุกะของพวกเราหน่อย เจ้าจะมาด้วยกันไหม"  อาร์ทีเมียหันมาบอก  ก้าวเท้าออกไปจากห้องโดยไม่รอฟังคำตอบจากฟลิท   

 "เยี่ยมเยียนอาคันตุกะรึ เฮ้อ.. ไปหาข้อมูลของศัตรูล่ะสิท่า"  ฟลิทบ่นเบาๆ ด้วยรู้นิสัยของเจ้านายเป็นอย่างดี  รีบเดินตามอาร์ทีเมียไป

                                              **********************************************************
 
เรือนรับรองที่จอมอสูรโรติเฟอร์จัดให้กลุ่มแม่ทัพและขุนพลปีศาจพัก ตั้งอยู่ด้านหลังของปราสาท รอบๆ เต็มไปด้วยต้นไม้พุ่มเล็กๆ ที่ปลูกเป็นแถวยาว ดอกเล็กๆ สีแดงสดบานสะพรั่ง ไหวลู่ตามแรงลมที่พัดผ่าน  ขณะนั้นแม่ทัพปีศาจกำลังคุยกัน  ส่วนขุนพลทั้งสามคนแยกย้ายไปพักผ่อน

  ชูร่านั่งบนเก้าอี้ภายในห้องพักของตัวเอง มองออกไปข้างนอกด้วยความสนใจ  กลิ่นหอมเอียนๆ ของดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบๆ โชยมากระทบจมูก ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ เหงื่อซึมทั่วแผ่นหลัง  ชูร่าหยิบจี้ที่ห้อยคอขึ้นมาดู 

 "ท่านพ่อ ท่านแม่ ในที่สุด ข้าก็เจอ"  ชูร่าพึมพำเบาๆ เสียงหัวเราะเยาะหยันแว่วมากระทบโสตสัมผัส  ภาพบางอย่างแวบผ่านเข้ามา  ชูร่ากำจี้แน่นขึ้น  แววตากร้าวเล็กน้อย ใบหน้าเรเซียผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
  
"ข้าจะมีชีวิตรอดกลับไปเจอเจ้าหรือไม่ สวรรค์เท่านั้นที่รู้" ชูร่าพูดเสียงเศร้า ดวงตาหม่นลง

 เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนเปิดเข้ามา ชูร่ารีบเก็บจี้เข้าไปในเสื้อ ปรับสีหน้าเป็นปกติ หันไปมองคนที่เดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับก้มศีรษะทำความเคารพ

"เจ้าเป็นยังไงบ้าง ชูร่า"
  
"ดีขึ้นแล้วครับ ท่านโรซาร์เนียร์"

 โรซาร์เนียร์มองชูร่านิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง 

"เจ้าหน้าซีดมาก แน่ใจนะว่า ไม่เป็นอะไร"
 
"ข้าไม่เป็นอะไรจริงๆ ครับ"

โรซาร์เนียร์เดินไปปิดหน้าต่างทุกบาน  ก่อนหันกลับมามองชูร่า

"เจ้าเห็นดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบๆ บริเวณนี้หรือเปล่า ชูร่า"

ชูร่ามองโรซาร์เนียร์ด้วยแววตาฉงน
  
"ดอกไม้สีแดงนั้น คือ ดอกไม้อสูร กลิ่นของมันมีผลต่อแมงมุมทุกชนิด มันจะทำให้แมงมุมหมดแรง และถ้าสูดกลิ่นของมันเข้าไปมากๆ อาจทำให้ตายได้"
 
"เจ้าเป็นปีศาจแมงมุม กลิ่นของมันย่อมส่งผลต่อเจ้าเช่นกัน แม้ว่าจะไม่มากนักแต่ก็ไม่ควรประมาท ถ้าไม่จำเป็น อย่าเข้าใกล้ดอกไม้อสูร เข้าใจไหม ชูร่า"
 
"ขอบคุณครับ ที่บอกเรื่องนี้กับข้า"
  
"ไม่เป็นไร เจ้าพักผ่อนเถอะ ข้าจะแวะไปดูโดโรทีกับครูเกอร์"  พูดจบ โรซาร์เนียร์ก็เดินออกไป  ชูร่ามองตามหลังโรซาร์เนียร์ไป

"ท่านโรซาร์เนียร์ ข้าไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมทหารปีศาจจึงรักและนับถือท่านมากกว่าแม่ทัพคนอื่นๆ"

                                                        ***************************************************

เมืองน็อธ บิ๊ก ซิตี้

ท่านเกรซกำลังตรวจดูอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากการต่อสู้ของทุกคน ส่วน แม่ทัพเทพแอเรียลใช้มนต์ซ่อมแซมวังให้กลับสู่สภาพเดิม 

 "พรึบ"  ท่านราฟ ปรากฏกายตรงประตูวังพร้อมกับแม่ทัพเทพทั้งสามและองครักษ์ทั้งสี่  

 "พวกแม่ทัพและขุนพลปีศาจล่ะครับ ท่านราฟ"  แอเรียลรีบวิ่งเข้ามาถาม

 ท่านราฟไม่ตอบ แต่มองเลยเข้าไปในวัง ถามเสียงเรียบ

 "ดิพเทอเรียกับซารีน่า อยู่ที่ไหน"

 แอเรียลหันไปมองอนากอล มิคาเอลและราเฟล ทั้งสามคนมีสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อมองมายังกลุ่มของฟิล ก็พบว่ามีสีหน้าไม่ต่างกัน ทำให้ยิ่งสงสัย

 "แอเรียล ข้าถามว่าดิพเทอเรียกับซารีน่าอยู่ที่ไหน"  ท่านราฟถามย้ำ มองหน้าแอเรียลที่ตอนนี้สายตาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

 "อยู่ในวังกับท่านเกรซครับ"  

 "พวกเจ้าตามข้ามา เรามีเรื่องต้องคุยกัน"  ท่านราฟ เดินนำทุกคนเข้าไปในวัง อนากอลกับมิคาเอลรีบเดินตามไป   แอเรียลหันมาสะกิดราเฟล  

 "ราเฟล เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเจ้า มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก"

 ราเฟลย่นคิ้วเล็กน้อย 

 "หน้าพวกข้าไม่มีสีเลือดหรือยังไง เจ้าถึงว่าสีหน้าไม่สู้ดี" 
  
 "ข้าไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น"  แอเรียลเอ็ดเสียงดุ  ราเฟลทำท่าฮึดฮัด มองไปด้านหน้า  อนากอลกับมิคาเอลหยุดนิ่งอยู่กับที่ หันมามองคนทั้งคู่พร้อมกัน

 "ตอนนี้ราเฟลกำลังหงุดหงิด เจ้าอย่าไปเซ้าซี้สิ เดี๋ยวจะโดนกัดเอา"  มิคาเอลพูดเสียงเข้ม แต่ใบหน้าแต้มไปด้วยรอยยิ้ม  แอเรียลรีบขยับกายถอยห่างจากราเฟลทันที 
   
 "ใช่! ข้ากำลังหงุดหงิด อยากกัดใครสักคน และคนๆ นั้นก็คือเจ้า มิคาเอล!"  ราเฟลพูดเสียงขุ่น หันไปมองมิคาเอลตาเขียว  ฟิล ไรซาน ฟาเรียและบาลาสอมยิ้ม   แม่ทัพเทพราเฟล ขี้หงุดหงิดน่าดู

 "มิคาเอลแหย่เล่นน่ะ อย่าเพิ่งโมโหสิ"  อนากอลรีบลดความตึงเครียด หันมาพูดกับแอเรียล

 "อสูรมาช่วยปีศาจพวกนั้น พาเข้าไปใน เฮล เกท"

 "แบบนี้ก็ยุ่งสิครับ ท่านอนากอล"  แอเรียลอุทานออกมา  

 "แล้วทีนี้รู้หรือยังว่า ทำไมหน้าพวกข้าถึงเป็นแบบนี้ ขนาดท่านอนากอลที่ว่าหล่อ ยังดูไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับเจ้า ดูสิ หน้ายิ่งกว่าพวกเราอีก" ราเฟลพูดน้ำเสียงหงุดหงิด  

"ถึงข้าจะหล่อไม่เท่าท่านอนากอล แต่หน้าข้าก็ดูดีกว่าเจ้าในตอนนี้นะ ราเฟล"  แอเรียลพูดหน้าตาย หันไปยักคิ้วให้มิคาเอลที่ยืนอมยิ้มข้างๆ อนากอล   ฟิล ไรซาน ฟาเรียและบาลาส กลั้นหัวเราะจนหน้าแดงก่ำ   ราเฟลทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ หันมาทางกลุ่มฟิล   

"พวกเจ้าสี่คนเป็นองครักษ์รุ่นที่สามของท่านราฟ ใช่ไหม"

"ครับ ท่านราเฟล"  ไรซานตอบแทนทุกคน

"องครักษ์ของท่านราฟ นอกจากจะฝีมือดีแล้ว สายตาก็ต้องดีด้วย พวกเจ้าสี่คน ช่วยกันตัดสินทีว่า ระหว่างข้ากับแอเรียล ใครหน้าตาดีกว่ากัน"  

ฟิล ไรซาน ฟาเรียและบาลาส ขำไม่ออก   เอาล่ะสิ ซวยแล้วไง   

"ท่านราเฟล เรื่องแบบนี้ตอบยากนะครับ เพราะแต่ละคนก็มีมุมมองในเรื่องแบบนี้ไม่เหมือนกันครับ"  ฟิลพูดเสียงอ่อน    อนากอลกับมิคาเอลอมยิ้มชอบใจกับคำตอบของฟิล   เด็กคนนี้ฉลาดตอบ

 "แล้วในมุมมองของพวกเจ้า มองว่ายังไงล่ะ"  ราเฟลยังไม่ยอมง่ายๆ  มองฟิลอย่างคาดคั้น

ฟิลหัวเราะแห้งๆ  หันมาทางเพื่อนทั้งสามคนที่ยืนยิ้มเจื่อนๆ ข้างตัว

"ท่านราเฟลครับ ข้าคิดว่าพวกท่านหน้าตาดีทั้งคู่ แต่ดูดีกันคนละแบบ ใช่ไหม บาลาส"  ฟาเรียขยิบตาให้บาลาส   
   
"ใช่ ใช่ ข้าก็คิดเหมือนฟาเรีย ท่านราเฟลกับท่านแอเรียลดูดีกันไปคนละแบบครับ"     

"ฮ่าๆๆ พวกเจ้าน่ารักจัง ข้าชักชอบแล้วสิ"  ราเฟลหัวเราะชอบใจ   ฟิล ไรซาน ฟาเรียและบาลาสทำหน้าพิกลกับคำพูดของราเฟล

"อารมณ์ดีขึ้นแล้วสิ นิสัยหลงตัวเองของราเฟลนี่ แก้ไม่หายจริงๆ"  มิคาเอลกระซิบกับแอเรียล  อนากอลกับแอเรียลหัวเราะเห็นด้วย  ท่านราฟซึ่งเดินนำหน้าทุกคนไปไกล หันกลับมามอง ตะโกนเรียกเสียงดัง  

 "พวกเจ้าหัวเราะอะไรกัน ทำไมไม่รีบตามมา"
     
 "ขอโทษครับ"  อนากอลรีบบอก 

  "ท่านราฟเรียกแล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ"  

"ครับ ท่านอนากอล"  ทุกคนพูดพร้อมกัน รีบเดินตามหลังอนากอลไปทันที

                                                 ********************************************************
 อาร์ทีเมียเดินนำหน้าฟลิทมาตามทางเดินเล็กๆ มุ่งหน้าสู่เรือนรับรองของเหล่าแม่ทัพและขุนพลปีศาจ อีก 500 เมตร จะถึงทางแยกเพื่อเลี้ยวไปยังเรือนรับรอง  จู่ๆ อาร์ทีเมียก็หยุดเดิน  หันกลับมามองฟลิทที่เดินตามหลังมาเงียบๆ

"มีอะไรหรือครับ ท่านอาร์ทีเมีย"

"ฟลิท ในบรรดาแม่ทัพปีศาจทั้งสี่คน เจ้าคิดว่าใครเก่งที่สุด"

"ไม่ทราบครับ ท่านอาร์ทีเมีย"

"อ้าว! ฟลิท ทำไมตอบแบบนี้ล่ะ"  อาร์ทีเมียส่ายหน้า  

"ท่านอาร์ทีเมีย ข้าไม่เคยสู้กับแม่ทัพปีศาจเลยสักครั้ง แล้วจะให้ข้าตอบยังไงล่ะครับ"

 อาร์ทีเมียหัวเราะเบาๆ หมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว  ฟลิทถอนหายใจรีบเดินตามไป ไม่นานนักทั้งคู่ก็มาหยุดตรงเรือนรับรอง  อาร์ทีเมียเดินไปเคาะประตูสองครั้ง

 "แ.อ๊..ด"  เสียงประตูเปิดพร้อมกับผู้ชายร่างบาง ยืนนิ่งตรงประตู ดวงตาสีเทามองสบตาอาร์ทีเมีย

อาร์ทีเมียยิ้มให้  สัมผัสได้ถึงความเลือดเย็นและความอำมหิตจากชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า

"ข้าคืออาร์ทีเมีย ลูกชายของจอมอสูรโรติเฟอร์ ไม่ทราบว่าท่านคือใคร"

"ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าคือไกเซอร์ แม่ทัพปีศาจทิศทักษิณ"  

"ใครมาน่ะ ไกเซอร์"  เสียงเล็กๆ ตะโกนถาม  ไกเซอร์หันไปมองเล็กน้อย ตะโกนกลับไป

"ท่านอาร์ทีเมีย ลูกชายของท่านจอมอสูร"

เสียงฝีเท้าตึกตัก ดังเข้ามาใกล้ พร้อมกับร่างของซานฟรีสปรากฎกายด้านหลังไกเซอร์

"ข้าคือซานฟรีสแม่ทัพปีศาจทิศบูรพา ยินดีที่ได้รู้จัก"  ซานฟรีสแนะนำตัวเอง  อาร์ทีเมียยิ้มน้อยๆ ท่าทางซานฟรีสดูเป็นกันเองกว่าไกเซอร์มากทีเดียว

"ท่านแม่ทัพทั้งสอง จะไม่เชิญข้าเข้าไปข้างในหรือ" อาร์ทีเมียถาม มองไกเซอร์กับซานฟรีสสลับกัน

"จริงสิ ต้องขอโทษด้วย เชิญเข้ามาเลย"  ซานฟรีสบอก พร้อมกับเบี่ยงตัวให้อาร์ทีเมียกับฟลิทเข้ามา  ทั้งคู่เดินตามหลังซานฟรีสไปยังห้องข้างใน ซึ่งเวอร์บีการ์นั่งอยู่ก่อนแล้ว  เวอร์บีการ์มองทั้งคู่อย่างแปลกใจ

"เวอร์บีการ์ นี่คือท่านอาร์ทีเมีย ลูกชายของท่านจอมอสูร"  ซานฟรีสแนะนำ  เวอร์บีการ์ลุกขึ้นยืนพร้อมก้มศีรษะทักทาย

"ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าคือเวอร์บีการ์ แม่ทัพปีศาจทิศประจิม"

อาร์ทีเมียหัวเราะเบาๆ ทรุดตัวลงนั่ง ฟลิทยืนนิ่งอยู่ข้างหลัง  อาร์ทีเมียกวาดสายตามองไปรอบๆ

"พวกท่านชอบเรือนรับรองนี้หรือไม่ ถ้าไม่ชอบ ข้าจะเปลี่ยนที่พักให้ใหม่"

"ไม่เป็นไร ท่านอาร์ทีเมีย"  ไกเซอร์ตอบ ก่อนย้อนถาม

"ท่านอาร์ทีเมียคงไม่ได้มาที่นี่ เพียงเพื่อจะถามเรื่องที่พักเท่านั้น ใช่หรือไม่"

 "ท่านไกเซอร์ถามได้ตรงมาก เอาล่ะ ข้าก็ไม่อ้อมค้อมเช่นกัน แต่ก่อนจะเข้าประเด็น ไม่ทราบว่าแม่ทัพปีศาจอีกคน อยู่ที่ไหนหรือ"  อาร์ทีเมียพูดน้ำเสียงจริงจัง  ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมองไกเซอร์ด้วยความพอใจ

 "ข้าอยู่ที่นี่ ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอะไรกับข้างั้นหรือ"  เสียงโรซาร์เนียร์ดังขึ้นข้างหลังทุกคน  

"โรซาร์เนียร์มาเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยนะ"  เวอร์บีการ์พูดขึ้น   อาร์ทีเมียมองโรซาร์เนียร์ด้วยความสนใจ  แม่ทัพคนนี้มีอะไรบางอย่างแตกต่างจากคนอื่น 
  
"ข้าก็เดินเข้ามาตามปกติแบบที่เคยเป็น พวกเจ้ายังไม่ชินอีกหรือไง"

 ไกเซอร์ยิ้มน้อยๆ   ส่วนซานฟรีสหัวเราะเบาๆ

"โรซาร์เนียร์ ท่านผู้นี้คือ ท่านอาร์ทีเมีย ลูกชายของท่านจอมอสูร"   ไกเซอร์แนะนำ

"ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าคือโรซาร์เนียร์ แม่ทัพปีศาจทิศอุดร" 

"เช่นกัน ท่านโรซาร์เนียร์ เอาล่ะ พวกท่านมากันพร้อมแล้ว จะได้คุยธุระของข้าสักที"

                                         **************************************************
 ท่านราฟเดินนำหน้าแม่ทัพและองครักษ์เข้ามาภายในวัง  ทุกคนทำความเคารพพร้อมกัน   

"ท่านราฟ แม่ทัพปีศาจและขุนพลล่ะครับ"  กาลาฟกับไวท์ไลฟ์รีบวิ่งเข้ามา 

"ดิพเทอเรียกับซารีน่าอยู่กับท่านเกรซหรือ"  ท่านราฟถามคนสนิททั้งสอง

"ครับ"  ทั้งคู่มองตากันด้วยความแปลกใจ   ท่านราฟนิ่งขรึมผิดปกติ ต้องมีเรื่องไม่ดีแน่

"กาลาฟ ไวท์ไลฟ์  ข้าให้เวลา 10 นาที เรียกทหารเทพและทหารปีศาจทั้งหมดเข้าประชุมด่วน"

"เกิดอะไรขึ้นครับ"  วลาเนียร์ ไซบรัสและเอเกอร์ถามพร้อมกัน  ท่านราฟไม่ตอบแต่กลับย้อนถาม

 "ขุนพลเทพอีกห้าคนไปไหน ทำไมข้าไม่เห็น"

"ท่านราฟ ข้าให้พวกนั้นจับตาดูเสนาธิการของแม่ทัพปีศาจครับ"  อนากอลบอก

"ถ้าไกเซอร์เป็นนักวางแผนชั้นยอด เจ้าก็เป็นนักแก้เกมชั้นเยี่ยมนะ อนากอล"  ท่านราฟเอ่ยชม 

"ไม่หรอกครับ ข้าทำเท่าที่พอจะทำได้แค่นั้นเอง"  อนากอลถ่อมตน  ท่านราฟหัวเราะเบาๆ  หันมาทางแฟรงก์ จีนัสและสก๊อตที่ยืนห่างออกไป

"ข้าขอเวลาคุยกับคนของข้าสักครู่ หลังจากนั้น ข้ามีเรื่องจะคุยกับพวกเจ้า"

"ไม่เป็นไรครับ ท่านราฟ พวกเราคอยได้"  แฟรงก์ยิ้มให้ท่านราฟ

สิบนาทีต่อมา การประชุมก็เริ่มขึ้น โรม รันและเรด อีเกิ้ล เข้าประชุมด้วย บรรยากาศภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อทุกคนรู้ว่าอสูรได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกแม่ทัพและขุนพลปีศาจ แถมยังท้าทายด้วยการประกาศจะถอนรากถอนโคนเผ่าพันธุ์ปีศาจและเทพให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดิน

"พวกมันถือดีอะไร จึงกล้าพูดเช่นนี้"  วลาเนียร์พูดอย่างขุ่นเคือง คนอื่นมีสีหน้าไม่ต่างกัน  ดิพเทอเรียมีใบหน้าเคร่งขรึม รู้สึกห่วงโรซาร์เนียร์จับใจ 

รันทำหน้าไม่พอใจเอียงหน้ามากระซิบกับโรมเบาๆ

"ท่านพี่ พวกอสูรนึกว่าตัวเองเก่งนักหรือไง ถึงได้พูดจาโอหังแบบนี้" 

"นั่นสิ ฟังแล้วไม่สบอารมณ์เลย แบบนี้ต้องไปป่วนมันสักหน่อย"  เรด อีเกิ้ล ซึ่งอยู่ใกล้คนทั้งสอง เอียงหน้ามาร่วมคุยด้วย  รันกับโรมหันมามองเรด อีเกิ้ลพร้อมกัน  

"ทำไมเจ้าสองคนมองหน้าข้าแบบนั้น"  

"เปล่าครับ ข้าแค่คิดว่าท่านพูดได้โดนใจใครหลายคนมากเลยครับ"  โรมพูดยิ้มๆ  ส่วนรันแอบเบ้หน้า  เจ้านกบ้านี่ ชอบสอดรู้สอดเห็นชะมัด  

"ของมันแน่อยู่แล้ว"  เรด อีเกิ้ลรีบคุยโว  โรมกับรันกลั้นหัวเราะเอาไว้ พูดมากแถมยังหลงตัวเองอีกแน่ะ

ท่านราฟลุกขึ้นยืน ประกาศเสียงดังฟังชัด

"ทุกคนเงียบได้แล้วและฟังทางนี้ โรม รัน ก้าวออกมาข้างหน้าเดี๋ยวนี้"

โรมกับรัน มองหน้ากันงงๆ รีบลุกขึ้นและเดินออกมาข้างหน้า  เทพกับปีศาจมองคนทั้งคู่ด้วยความสนใจ  ท่านราฟเดินมาโอบบ่าโรมกับรันไว้คนละข้าง

"เด็กสองคนนี้คือทายาทของข้า คนพี่ชื่อโรม ส่วนคนน้องชื่อรัน ข้าขอถามพวกเจ้าทุกคนในที่นี้ข้อหนึ่ง"  ท่านราฟมองไปรอบห้องประชุม  เห็นทุกคนกำลังตั้งใจฟัง  ท่านราฟก็ยิ้มน้อยๆ

"หากข้าต้องการวางมือจากตำแหน่งผู้นำ โดยให้ลูกชายข้าขึ้นรับช่วงต่อ พวกเจ้าจะมีปัญหาหรือไม่"

โรมเบิกตากว้างมองท่านราฟด้วยความตกใจ  รันมองพี่ชายด้วยความดีใจ  ท่านพี่จะได้เป็นผู้นำแล้ว

"ไม่มีปัญหาครับท่านราฟ พวกข้ายอมรับในการตัดสินใจของท่าน"  อนากอลพูดขึ้น  คนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย  กาลาฟกับไวท์ไลฟ์ยิ้มด้วยความโล่งใจ

"ท่านพ่อครับ ข้ารับตำแหน่งนี้ไม่ได้หรอกครับ"  โรมรีบปฏิเสธ  

"เพราะอะไร เจ้าจึงรับตำแหน่งนี้ไม่ได้"  ท่านราฟถาม มองหน้าลูกชายนิ่ง  โรมสูดลมหายใจลึกๆ กวาดสายตามองมายังทหารเทพและทหารปีศาจที่นั่งเรียงรายเต็มห้องประชุม 

"ท่านพ่อครับ ตำแหน่งผู้นำ ใช่ว่าใครก็สามารถจะเป็นได้ ที่สำคัญข้าอายุยังน้อย ยังขาดประสบการณ์ เกรงว่าจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอครับ" 

"เรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหา พวกเราจะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้เจ้าเอง อย่ากังวลไปเลย"  อนากอลพูดขึ้นมา

"อายุน้อยสิดี เจ้าจะได้มีเวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเรียนรู้ได้อีกเยอะ"  ราเฟลสนับสนุนเต็มที่

"รับ..รับไปก่อนเถอะ แล้วค่อยมาเรียนรู้ในภายหลัง ไม่ยากหรอก"  แอเรียลยิ้มให้โรม

"แต่ว่า..ข้า"  โรมขยับปากจะพูด  

"ทุกคนในที่นี้จะคอยให้คำปรึกษากับเจ้าเอง ข้าเชื่อว่าเจ้าเป็นผู้นำพวกเราได้"  มิคาเอลพูดจริงจัง 

โรมนิ่งเงียบ หันมาทางท่านแม่ ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก  ท่านเกรซยิ้มให้ลูกชาย เดินเข้ามายืนข้างๆ

"ข้าขอเสนอบ้างได้ไหม ท่านราฟ ในฐานะที่ข้าเองก็ดำรงตำแหน่งผู้นำร่วม"  ท่านเกรซพูดติดตลก ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมา  

"ทุกคนในที่นี้ยอมรับใช่ไหม ถ้าหากว่าจะให้โรมขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำ" ท่านเกรซถาม

 "ยอมรับครับ"  เสียงตอบดังลั่นห้องประชุม  ท่านเกรซยิ้มด้วยความพอใจ หันมาทางโรมก่อนพูดขึ้น

 "ปัญหาก็คือ โรมยังไม่พร้อมรับตำแหน่ง เพราะอายุยังน้อย ใช่ไหม"  

 "ครับ ท่านแม่"

 "แบบนี้ดีไหม พวกเรามีงานต้องสะสางอีกเยอะ โดยเฉพาะเรื่องอสูร" ประโยคนั้น ทำให้บรรยากาศกลับมาตึงเครียดเหมือนเดิม ท่านเกรซหัวเราะเบาๆ

 "อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ข้าคิดว่าจะให้โรมเรียนรู้การเป็นผู้นำที่ดีไปพร้อมๆ กับการจัดการเรื่องอสูร พวกท่านจะว่าอย่างไร"

 "หมายความว่ายังไงครับ"  กาลาฟกับไวท์ไลฟ์ถามพร้อมกัน

 "นับจากนี้ไป ข้าจะแต่งตั้งให้โรมเป็นว่าที่ผู้นำคนใหม่ไปก่อน โรมต้องเรียนรู้และฝึกฝนตัวเองเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมพร้อม สำหรับการรับตำแหน่งผู้นำคนใหม่ และในระหว่างที่โรมฝึกฝนตัวเองนั้น พวกเราก็หาทางจัดการกับอสูรไปพร้อมกัน"

"ข้าคิดว่า คงต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าเราจะจัดการกับอสูรได้ หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นโรมคงจะพร้อมสำหรับตำแหน่งผู้นำคนใหม่  พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่" 

ทุกคนนิ่งคิดตามคำพูดของท่านเกรซ   ท่านราฟยิ้มให้ท่านเกรซ มองไปทางโรมที่ก้มหน้านิ่ง  รันมองพี่ชายอย่างขำๆ   ท่านพี่พูดไม่ออกเลย เมื่อเจอข้อเสนอของท่านแม่ 

 "เห็นด้วยครับ พวกข้าเห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านเกรซครับ" ทุกคนตะโกนสนับสนุนเสียงดัง โรมเงยหน้า มองไปทางท่านเกรซอย่างลำบากใจ หันมาทางรัน เห็นรันยิ้มให้ ทำให้ต้องถอนหายใจออกมา

 "เจ้ามีปัญหาหรือเปล่ากับข้อเสนอของแม่"  

 โรมหันไปมององครักษ์สี่คนที่ยืนเรียงกัน  ฟิล ไรซาน ฟาเรียและบาลาสพยักหน้าพร้อมยิ้มให้ เมื่อหันมามองในห้องประชุม เห็นสายตาคาดหวังของทุกคนที่มองมา จึงตัดสินใจ

 "ตกลงครับท่านแม่"

 เสียงโห่ด้วยความดีใจดังลั่นห้องประชุมทันที  ท่านราฟกับท่านเกรซหัวเราะเบาๆ ในขณะที่รันกระโดดกอดคอพี่ชายพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดัง

 "ตกลงตามนี้"  ท่านราฟพูดขึ้น หลังจากทุกคนเงียบเสียงลง  หันไปทางองครักษ์ทั้งสี่คน

 "พวกเจ้าสี่คน ออกมายืนข้างหน้าเดี๋ยวนี้" 

 ฟิล ไรซาน ฟาเรียและบาลาส ก้าวออกมายืนข้างหน้า ทั้งสี่คนมองท่านราฟด้วยความสงสัย

 "เด็กสี่คนนี้คือองครักษ์รุ่นที่สามของข้า อีกไม่นานโรมจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ของพวกเจ้า จำเป็นต้องมีองครักษ์ไว้คอยเป็นหูเป็นตาให้ ดังนั้น ข้าขอแต่งตั้งเด็กหนุ่มสี่คนนี้ ให้เป็นองครักษ์ของโรมกับรัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป"  ท่านราฟพูดเสียงดัง หันมาถามองครักษ์ทั้งสี่คน

 "พวกเจ้ามีปัญหาหรือไม่"

 "ไม่มีครับ"  ทั้งสี่คนตอบพร้อมกัน  

 "การที่ข้าให้พวกเจ้าเป็นองครักษ์ของลูกข้า เพราะข้ามั่นใจในตัวพวกเจ้า อย่าทำให้ข้าผิดหวัง ชีวิตลูกของข้ามอบให้เจ้าดูแล"  ท้ายประโยค ท่านราฟจงใจพูดกับฟิลโดยเฉพาะ  ฟิล ไรซาน ฟาเรียและบาลาสอึ้งไปกับประโยคที่แฝงความนัยนั้น  ท่านราฟยิ้มให้ฟิล จากนั้นหันมามองทุกคนในห้องประชุม

 "ต่อไปก็เรื่องอสูร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ คงไม่สามารถคุยภายในวันเดียวได้ ดังนั้น พวกเจ้าแยกย้ายกันไปก่อน ข้าจะติดต่อพวกเจ้าในภายหลัง ยกเว้นแม่ทัพเทพ ขุนพลเทพและขุนพลปีศาจให้อยู่ที่นี่ก่อน"

 "เดี๋ยวก่อนครับ ท่านราฟ"  เรด อีเกิ้ล  พูดเสียงดัง ทุกคนมองเรด อีเกิ้ลด้วยความแปลกใจ

"มีอะไรหรือ เรด อีเกิ้ล"  ท่านราฟถาม

"ข้าคลับคล้ายคลับคลาว่า ท่านราฟสั่งให้ทหารปีศาจเดินทางไปพบองครักษ์รุ่นแรก ใช่ไหมครับ"  เรด อีเกิ้ล กระพือปีกเบาๆ เหล่มองมายังทหารปีศาจในห้องประชุม  ทหารปีศาจชะงักกึก  ไอ้นกบ้านี่! เอาแล้วไหมล่ะ

 "ใช่ไหมครับ ท่านราฟ เอ หรือว่าข้าหูฝาดไป"  เรด อีเกิ้ลถามย้ำ น้ำเสียงเล็กๆ แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์

 "ใช่" ท่านราฟตอบ ดวงตาสีม่วงฉายแววขบขัน

 "ถ้าเช่นนั้น ทหารปีศาจต้องเดินทางไปหุบเขามรณะ ไม่ใช่ให้แยกย้ายกลับที่พักของตัวเอง ข้าเข้าใจถูกต้อง ใช่ไหมครับ"

 ทหารปีศาจหน้าถอดสี มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ในขณะที่คนอื่นๆ อมยิ้มจนแก้มตุ่ย

"ก็ทำนองนั้นมั้ง"  ท่านราฟพูดยิ้มๆ  ทหารปีศาจพูดไม่ออก ทั้งหมดมองเรด อีเกิ้ลอย่างขุ่นเคือง ฝากไว้ก่อนเหอะ ไอ้ตัวแสบ!

  เรด อีเกิ้ล กระพือปีกเบาๆ มองทหารปีศาจด้วยสายตาเยาะเย้ย พูดน้ำเสียงร่าเริง

"ได้ยินแล้วใช่ไหม พวกเจ้าต้องเดินทางไปหาองครักษ์รุ่นแรก ห้ามเถลไถลไปที่อื่นเด็ดขาด" 

"ครับ"  ทหารปีศาจรับคำเสียงอ่อย เหลือบตามองเรด อีเกิ้ลด้วยความแค้นใจ 

"เอาล่ะ พวกเจ้าแยกย้ายไปได้แล้ว"  ท่านราฟสั่ง

 "ครับ ท่านราฟ"  ทุกคนรับคำพร้อมกัน จากนั้นเทพและปีศาจต่างแยกย้ายกันไป คงเหลือแต่กาลาฟ ไวท์ไลฟ์ โรม รัน แม่ทัพเทพ ขุนพลเทพ ขุนพลปีศาจ องครักษ์ทั้งสี่คนและเรด อีเกิ้ล

"พวกเจ้าตามข้ามา เรามีเรื่องต้องคุยกันต่อ"  ท่านเกรซบอก แล้วเดินนำทุกคนไปอีกห้องหนึ่ง

                                  ******************************************************
หลังจากคุยธุระกับแม่ทัพปีศาจเรียบร้อยแล้ว อาร์ทีเมียกับฟลิทก็กลับมายังห้องพักของอาร์ทีเมีย

 "ท่านอาร์ทีเมีย จะทำยังไงต่อไปครับ"  ฟลิทถามขึ้นมา  

อาร์ทีเมียเงยหน้าจากกระดาษสองแผ่นที่อยู่ในมือ 

"นึกไม่ถึงว่าราชาปีศาจจะมีทายาทสองคน เท่าที่ฟังจากแม่ทัพปีศาจ เด็กคนพี่ไม่ธรรมดาเลย มีเนตรปีศาจซะด้วย น่าสนุกดี พรุ่งนี้ข้าจะข้ามไปฝั่งโน้น"  น้ำเสียงร่าเริง แต่แววตาฉายแววอำมหิต

"ไปทำไมครับ"

"ใครรุกได้ไวกว่า คนนั้นย่อมมีโอกาสชนะมากกว่า ใช่ไหม ฟลิท"  อาร์ทีเมียยิ้มที่มุมปาก หันมาโบกมือไล่ฟลิทให้ออกไปจากห้อง  ฟลิทก้มศีรษะทำความเคารพก่อนเดินออกไป

อาร์ทีเมียก้มมองกระดาษสองแผ่นที่อยู่ในมือ ดวงตาฉายแววบางอย่าง

"ระหว่างทายาทจอมอสูรกับทายาทราชาปีศาจ ใครจะเก่งกว่ากันนะ"

"พรึบ"  กระดาษแผ่นหนึ่งในมืออาร์ทีเมียสลายไปในอากาศ  อาร์ทีเมียลุกขึ้นยืน ดีดกระดาษอีกใบในมือออกไป กระดาษปลิวไปติดผนังห้องอย่างแม่นยำ แสงที่ส่องมากระทบกับกระดาษใบนั้น ทำให้เห็นว่าข้างในเป็นภาพวาดของเด็กสาวคนหนึ่ง หน้าตาน่ารัก  อาร์ทีเมียเดินมาหยุดตรงหน้ากระดาษใบนั้น เอื้อมมือสัมผัสภาพวาดนั้นเบาๆ 

"คนอย่างข้า อยากได้อะไรก็ต้องได้ อยากรู้จริงๆ ราชาปีศาจจะว่ายังไง ถ้าข้าอยากได้เจ้ามาเป็นเจ้าสาวของข้า" 

                               *******************************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

474 ความคิดเห็น