I am a Grim || เกิดใหม่ที่ต่างโลก ดันเป็นกริมซะได้

ตอนที่ 6 : บทที่ 6 ออกจากป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    17 มี.ค. 60

บทที่ 6 ออกจากป่า

 

 

 

ภายในถ้ำคริสตัล ชายหนุ่มผมดำสั้นดวงตาสีดำสวมใส่ชุดนักล่ากำลังนั่งคุยกับสิ่งมีชิวตที่เรียกว่า พิกซี่อยู่

 

“คงต้องบอกลากันตรงนี้แล้วมั่ง” ไคท์กล่าว เมื่อเขาเล่าเหตุของตนให้แก่เหล่าพิกซี่ทั้งหลายฟัง

 

ชายหนุ่มไม่คิดที่จะปักหลักอยู่ในถ้ำและป่าแห่งนี้ เขาต้องการที่จะออกเดินทางเพื่อตามหาพวกพี่น้องกริมของเขา ทั้งนี้อย่างน้อยเขาก็ควรจะออกจากป่าเพื่อหาข่าว

 

ในระหว่างที่กำลังลาเหล่าพิกซี่นั่น พิกซี่ผมสีเขียวก็เข้ามาเกาะที่ไหล่ของไคท์

 

“นี้ๆ พี่ชายขี้เล่น” ลูลู่เรียกชายหนุ่ม

 

“หืม?

 

“ถ้าฉันจะขอไปกับพี่ชายด้วยจะได้ไหม” เธอกล่าวออกมา ก่อนที่จะลุกขึ้นจากไหล่ แล้วบินไปมารอบๆไคท์

 

“ตัวเล็กนิดเดียวไม่กลัวคนอื่นรึไง”

 

“ก็ฉันไปกับพี่ชายไง ได้รึเปล่า พี่ชาย” ลูลู่กล่าวทั้งบินเข้ามาใกล้กับใบหน้าของเขา ก่อนที่ร่างเล็กๆจะกุมมือของตัวเองไว้ด้านหน้า พร้อมส่งสายตาขอร้องมา

 

“บอกความจริงมาเถอะ ว่าต้องการอะไร”

 

“มุ....ฉันก็แค่...เคยได้ยินมาว่าอาหารของมนุษย์นั่นอร่อย” ลูลู่กล่าวด้วยใบหน้าขึ้นสี

 

ได้ยินดังนั่นชายหนุ่มจึงทำหน้าครุ่นคิด “เรื่องของกินสินะ”

 

“นะ นะ นะ ขอไปด้วยคน” ลูลู่กล่าว

 

“เอาไงดี”

 

“ตกลงนะ” ลูลู่

 

“อืม..ก็ได้”

 

“เย้!!! พี่ชายขี้เล่นใจดีที่สุดเลย” ลูลู่ กล่าวทั้งบินวนไปมารอบๆร่างของชายหนุ่ม

 

“ชั้นมีชื่อนะ เรียกชั้นว่า ไคท์ ”

 

“เย้ พี่ชายไคท์ใจดีที่สุดเลย” ลูลู่ในอารมณ์ดีใจรีบเปลี่ยนคำเรียกของปีศาจขี้เล่นทันที แน่นอนว่าเธอจะเพิ่มคำว่า ไคท์ เข้าไปด้วย

 

“แล้วเธอชื่อ ลูลู่ ถูกไหม” ไคท์กล่าว

 

ลูลู่ที่ยังไม่ได้บอกชื่อของตน เมื่อกำลังคิดจะรอให้อีกฝ่ายถาม แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายรู้อยู่ก่อน เธอจึงแก้มป๋องแล้วกอดอกพูดออกมา

 

“เอะ รู้ได้ไงกัน ขี้โกงอะ”

 

หลังจากพูดคุยกับเหล่าพิกซี่เป็นที่เรียบร้อย ไคท์และลู่ๆก็ได้ออกเดินทางจากถ้ำดังกล่าว โดยพิกซี่จิ๋วไม่ลืมที่จะบอกลาเพื่อนๆของเธอ

 

“แล้วเจอกันใหม่นะทุกๆคน ไว้ฉันจะกินเผื่อ..อุย! ฉันจะเอาของฝากกลับมาเผื่อให้ด้วยนะ” เธอกล่าวทั้งยังโบกมือเล็กๆให้กับเพื่อนๆ หลังจากนั่นพวกเขาก็เดินทางออกจากส่วนลึกของถ้ำ

 

 

เมื่อใกล้จะถึงทางออก ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้น

“ลูลู่ เราไปเจอกันทางนั่นนะ อย่าบินเร็วนักละ” ชายหนุ่มกล่าวก่อนที่จะชี้ไปทางทิศเหนือ

 

“อืม พี่ชายจะล่องหนตามมาสินะ”

ไคท์พยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะใช้  ลบเลือนตัวตน

ร่างของชายหนุ่มจึงค่อยๆหายไปจากการรับรู้ของพิกซี่

 

“มุ รอบนี้กลิ่นก็ไม่มี ถ้าหลงกันจะหาเจอไหมอะ” ลูลู่กล่าว ก่อนที่เธอจะบินไปยังทิศที่ไคท์บอก โดยระหว่างนั่นไคท์ก็ตามไปไม่ห่าง

 

 

เวลาภายนอกถ้ำในตอนนี้ เป็นช่วงเช้าของวันใหม่ ส่งผลให้ค่าสถานะของชายหนุ่มกลับเป็นปรกติ

 

ไม่นานพวกเขาก็พบกับร่างยักษ์ซึ่งนอนพิงภูเขา ร่างยักษ์หันหน้ามามองพิกซี่จิ๋ว เมื่อเธอโบกมือให้โกเล็มยักษ์ ร่างยักษ์กลับหันหน้าไปยังทิศทางเดิม แล้วนอนหลับไปซะอย่างนั่น

 

พิกซี่จิ๋วเห็นแบบนั่นจึงทำหน้าล้อเลียนร่างยักษ์ด้วยความโมโห แต่ร่างยักษ์ก็ไม่ได้สนใจ

 

ในที่สุดพวกเขาก็ออกมาไกลจากจุดที่โกเล็มอยู่ ไคท์จึงยกเลิกทักษะของตน

 

รางของชายหนุ่มผมดำปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังของลูลู่

 

“ปะ เราไปกันต่อ” ไคท์กล่าว ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มออกเดินทางกันต่อ โดยจุดมุ้งหมายคือทิศเหนือที่ไม่ทราบว่าจะมีอะไรรอพวกเข้าอยู่บ้าง

 

ระหว่างที่กำลังเดินทางชายหนุ่มก็ทดสอบเรียกอาวุธของตนออกมา

 

ปรากฏเป็นเคียวเช่นเดิม แต่กลับเป็นเคียวที่ดูใหม่และสมบูรณ์ บนตัวเคียวมีอักขระสีทองถูกจาลึกเอาไว้ ซึ่งไคท์อ่านอักขระพวกนี้ไม่ได้ เขาทำได้เพียงสงสัยว่ามันเขียนเอาไว้ว่าอะไร ในขณะที่เขาทดสอบควงไปมาในมือ

 

เขาพบว่าทั้งน้ำหนักแล้วขนาดของเคียวในมือนี้ เหมือนถูกออกแบบมาเพื่อเขา เพราะไม่มีจุดไหนเลยของการสัมผัสที่ตัวเขาจะรู้สึกไม่ถนัดมือ

 

หลังจากทดสอบอาวุธของตนจนพอใจแล้ว ชายหนุ่มก็เรียกให้อาวุธหายไป

เคียวในมือของเขาก็กลายเป็นไอสีดำก่อนที่จะหายไป

 

 

ต่อมาในระหว่างการเดินทาง พิกซี่จิ๋วก็ร้องทักขึ้นมา

 

“ไคท์ๆ เจอมอนสเตอร์ละ ฉันได้กลิ่น และมันกำลังตรงมาทางนี้” ลูลู่กล่าว ก่อนที่เธอจะบินอย่างรวดเร็วมาหลบที่ด้านหลังของชายหนุ่ม

 

“กี่ตัว?

 

“สามตัวอะ” ลูลู่กล่าว

 

ได้ยินดังนั่นไคท์ก็ไม่คิดที่จะประมาท เขาไม่รู้ว่ามอนสเตอร์สามตัวที่กำลังมานั่นคือตัวอะไร ชายหนุ่มจึงเรียกเคียวของตนออกมา

 

ความมืดก่อตัวขึ้นเหนือมือของชายหนุ่ม ก่อนที่มันจะปรากฏร่างขึ้นเป็นเคียวเล่มงานสลักด้วยอักขระสีทองที่ส่องแสง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลารออยู่สองถึงสามวินาที เช่นเดียวกับตอนที่ส่งมันกลับไป

 

 

ไม่นานร่างของมอนสเตอร์ทั้งสามก็ปรากฏตัว

 

เป็นหมาป่าขนาใหญ่สามตัว พวกมันมีขนสีเทา ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม เขี้ยวที่ลากยาวออกมาพ้นจากปาก ขนาดตัวของพวกมันนั่นใหญ่กว่าวัวป่าเขายาว ดูแล้วหนักราวหนึ่งตัน สูงไม่ต่ำกว่าหนึ่งเมตรในขณะเดิน

 

เกร วูฟ

ชื่อ --

Lv. 30

HP 3,450 / 3,450

MP 650 / 650

แข็งแกร่ง

60

ความเร็ว

70

ปัญญา

50

อดทน

90

 

สเตตัสของเกรวูฟทั้งสามตัว โดยทั้งสามต่างมีระดับเท่ากันทั้งหมด

 

โดยเมื่อเทียบกับสถานะของเขาที่อยู่ระดับห้าร้อยทั้งหมดแล้ว ต่อให้สู้ด้วยมือเปล่าไคท์ก็คิดว่าตัวขาในเวลานี้คงไม่พ่ายแพ้ให้กับมอนสเตอร์ที่มีสถานะต่ำกว่าอย่างแน่นอน แต่เมื่อชายหนุ่มได้เรียกอาวุธของตนออกมาแล้ว จะเรียกกลับเลยก็กลัวเป็นการทำร้ายจิตใจอาวุธตนเอง

 

ชายหนุ่มจึงควงเคียวอยู่รอบๆตัว ขณะที่เกรวูฟทั้งสามกระจายตัวอยู่โดยรอบ

 

“เข้ามา” ไคท์กล่าว

 

เกร วูฟทั้งสามก็ต่างคิดเช่นเดียวกัน พวกมันซึ่งหิวและไม่ได้กินอะไรมาสองวัน ต่างก็กระโจนเข้าหามนุษย์ตรงหน้า พวกมันทั้งสามต่างรวมมืออย่างพร้อมเพียง

 

แต่สิ่งที่พวกมันมองเห็นนั่น

 

เส้นสายสีดำได้ลากผ่านตัวเพื่อนของมัน ตัวแรก ตัวที่สอง และก็ตัวมัน

 

ก่อนที่ร่างก่อนสหายแนกจะขาดออกเป็นเช่นๆโดยที่ยังไม่ได้ร้องออกมาสักครั้ง

 

ร่างตัวที่สองร่วงลงกลางอากาศ

 

และตัวมันเองที่มองเห็นร่างของมันกำลังอยู่ในท่ากระโดดบนอากาศ

 

 

ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเองก่อนหน้าก็ไม่คิดว่ามันจะง่าขนาดนี้ ด้วยการวาดเคียวสีดำในมือผ่านอากาศแบบง่ายๆและไม่ต้องพลิกแผลงใดๆ เคียวก็พุ่งเข้าหาร่างทั้งสามราวกับมีตาติดอยู่ ก่อนที่จะสัมผัสราวกับใช้มีดปาดเนย...

 

รู้สึกตัวอีกครั้งก็เหลือแต่ซากชิ้นส่วนของเกรวูฟ และดวงวิญญาณทั้งสาม

 

“มุ..ว้าว พี่ชายแข็งแกร่งจังเลย” ลูลู่กล่าว ก่อนที่จะบินมานั่งบนไหล่ของเขา ชายหนุ่มไม่ตอบพลางสีหน้ายุ่งยาก เพราะเขาพบว่าไม่มีเสียงของระบบแจ้งให้รู้ถึงการเลื่อนระดับ ทำให้รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา

 

“อืม ไหนดูสิ” ไคท์กล่าว ก่อนที่จะเรียกหน้าต่างสถานะขึ้นตรวจสอบ

 

ยูนิค กริม / มนุษย์

ไคท์ เดอกริม

Lv.15

HP 20,500 / 20,500

MP 30,000 / 30,000

แข็งแกร่ง

501

ความเร็ว

501

ปัญญา

500

อดทน

501

ด้านบวก

100

ด้านลบ

45

ค่าความกลัว

1,500

ความอิ่ม

500

 

 

เขาพบว่าระดับของเขาได้รับการเลื่อนขึ้นมา แต่ค่าสถานะที่เดิมเขาจะได้รับมาจากการเลื่อนระดับนั่น ในเวลานี้กลับเพิ่มขึ้นน้อยมาก

 

ไม่สิ

 

เมื่อชายหนุ่มจำเสียงหนึ่งได้ว่าตนถูกนำออกจากระบบพัฒนาตามระดับ และถูกเพิ่มเข้าในระบบพัฒนาตามธรรมชาติ ดังนั่นค่าสถานะจึงไม่สามารถรับได้จากการเลื่อนระดับอีก แต่จะได้รับจากการฝึกฝนแทน

 

ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเขาในเวลานี้ดชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเขาก็ต้องหาวิธีฝึกให้ร่างกายพัฒนาขึ้น

 

และด้วยอีกวิธีการที่ยังคงสามารถใช้ได้อยู่ ถึงแม้เขาจะไม่ได้รับค่าสถานะจากการเลื่อนระดับ

 

ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังดวงวิญญาณของเกรวูฟทั้งสาม และเลือกที่จะกินพวกมันเข้าไปทั้งหมด

 

กิน

 

-- ได้รับ ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 1

-- ได้รับทักษะ ดมกลิ่น ระดับต้น

-- ได้รับทักษะ สัมผัสที่หก ระดับต้น

 

ทักษะดมกลิ่น(ติดตัว) การดมกลิ่นดีขึ้นเล็กน้อย

 

ทักษะสัมผัสที่หก(ติดตัว) สัมผัสได้ถึงสิ่งที่มองไม่เห็นเล็กน้อย

 

“รสชาติไม่ได้แย่นัก” ไคท์กล่าว ก่อนที่จะเรียกให้อาวุธของตนหายไป แล้วจึงมุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อ

 

 

 

ระหว่างที่กำลังเดินมุ่งขึ้นเหนือ ชายหนุ่มก็พบกับเส้นทางของมนุษย์ จากที่รอบด้านเต็มไปด้วยป่าและต้นหญ้า เขาได้พบกับเส้นทางที่ต้นหญ้าและต้นไม้ถูกถางออกราบเรียบสะอาดตา เมื่อมองดูเส้นทางดังกล่าวก็พบกับลอยลากของบ้างอย่างคล้ายกับเกวียน

 

ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเบี่ยงเส้นทางเดิมของตนไป แล้วตามถนนของมนุษย์แทน

 

หลังจากที่เดินตามเส้นทางของมนุษย์มาไกลพอสมควร เส้นทางดังกล่าวก็เป็นถนนมากยิ่งขึ้น เริ่มมีหินกรวดและทรายเทอยู่บนถนน เป็นสัญญาณบอกว่าพวกเขาเข้าใกล้ถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์

 

ไคท์จึงเอ่ยถามบางอย่างกับพิกซี่จิ๋ว

“ลูลู่ ถ้ามนุษย์เจอพวกเธอเขาจะทำอะไรไหม” ไคท์เอ่ยถาม

 

“อุ.. ก็... มีหลายแบบนะ”

 

“ยังไง”

 

“บ้างก็จับพวกเราไปขาย บ้างก็เล่นกับพวกเรา บ้างก็โจมตีเรา” ลูลู่กล่าว

 

ไคท์ได้ยินดังกล่าวก็คิดว่าพวกเขาเจอกับปัญหาเข้าแล้ว

 

“แต่พวกเรามีวิธีที่จะเข้าไปขอขนมกับพวกเขานะ”

 

“แบบไหน”

 

“พวกเราเองก็มีเวทย์ซ่อนตัว กับอีกเวทย์ก็แบบนี้ไง คอยดูนะ” ลูลู่กล่าวก่อนที่จะบินไปอยู่ข้างๆไคท์ จากนั่นเธอก็หลับตาลงพรึมพรัมเวทย์ของตน

 

สักพักเกิดแสงขึ้นรอบๆตัวเธอ ก่อนที่ตัวเธอจะสลายไป กลายเป็นแสงสว่างสีเขียว แสงนั่นค่อยๆเพิ่มขนาดขึ้นมาและมีความสูงต่ำกว่าเอวของชายหนุ่ม

 

“มุ...แบบนี้ไงละ” ลูลู่ในรูปลักษณ์ใหม่กล่าว หากว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นต่อหน้าของไคท์แล้ว ชายหนุ่มคงจะไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมสีเขียว ดวงตาสีเขียว ในชุดคล้ายกับเด็กอนุบาลสีเหลือง ที่อกมีรูปหน้าหมี

 

“โอ้ว” ไคท์อดไม่ได้ที่จะตกใจกับเด็กสาวตรงหน้า ที่มองยังไงก็ยังเป็นเด็กชัดๆ แถมดูภายนอกแล้วอายุเพียงเก้าหรือสิบขวบ

 

“ยังมี แว่นกันแดดสุดล้ำนี้” ลูลู่กล่าวก่อนที่จะหยิบเอาแว่นกันแดดสีแดงขึ้นมาสวม

 

 

“แล้วใครพาเธอแต่งตัวแบบนี้กัน ลูลู่”

 

“มู... นี้ไคท์ไม่รู้หรอว่าในหมู่พิกซี่ ชุดแบบนี้เป็นชุดที่ทุกคนใส่กันเวลาจะเข้าไปขอขนมในหมู่บ้านของพวกมนุษย์กันนะ ส่วนคนที่แต่งแบบนี้คนแรกก็หัวหน้าหมู่บ้านของพวกเรา คิคิคิ เป็นไงละ อยากจะเอาขนมให้ฉันไหมละ” ลูลู่กล่าว

 

“อืม อยากจะเอาลูกอมให้เลยละ” ไคท์เอ่ย ก่อนที่จะออกเดินต่อ เท่านี้คงจะไม่มีปัญหาแล้วสำหรับการเดินทางเข้าไปในหมู่บ้านของพวกมนุษย์

 

“เดียวก่อน!” จู่ๆลูลู่ก็ตะโกนขึ้น

 

“อะไรละ?” ไคท์หันหน้ามองยังเด็กสาว

 

“ต้องจูงมือฉันเข้าไปด้วยนะ ไม่งั้นเดียวคนต้องสงสัยแน่ๆว่าพวกเราเป็นอะไรกัน” ลูลู่

 

“อืม เอาเป็นว่าพ่อลูก?

 

“ไม่เอา” ลูลู่ส่ายหน้า

 

“เอ่?

 

“พี่ชาย น้องสาว” ลูลู่กล่าว

 

“...”

 

ด้วยผลจากการเตรียมการของพิกซี่ เด็กมนุษย์ผมสีเขียวผู้เป็นน้องสาวจึงได้จูงมือกับพี่ชายผมสีดำเดินเข้าไปภายในหมู่บ้านซึ่งเห็นอยู่ไกลๆ

 

 

( หมู่บ้านวูดเดิล ชายแดนระหว่างป่าทิศใต้กับทิศเหนือ )

เมื่อเข้าใกล้ยังเขตของหมู่บ้าน ชายหนุ่มก็พบว่าหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ระหว่างป่าสองแห่ง ป่าทางทิศใต้ซึ่งพวกเขาพึ่งจากมากับป่าอีกฝั่งทางทิศเหนือ หมู่บ้านแห่งนี้เปรียบเสมือนหมู่บ้านซึ่งกั้นกลางระหว่างป่าทั้งสองอย่างแท้จริง

 

รอบๆหมู่บ้านชั้นนอกสุดมีกำแพงไม้และกับดักไม้แหลมอยู่โดยรอบ ทั้งยังมีหอสูงคล้ายหอสังเกตการณ์อยู่สี่ทิศ บนหอมีชายฉกรรจ์หนึ่งถึงสองคนยืนอยู่ด้านบน

 

ถัดจากรัวชั้นนอกรัวชั้นในซึ่งใกล้กับหมู่บ้านนั่นมีกำแพงอิญเตี้ยๆสูงสองเมตรอยู่โดยรอบของหมู่บ้าน และมีกลุ่มคนซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ส่วมชุดเกราะหนังถือหอกเดินเป็นกลุ่ม กลุ่มละสี่ถึงห้าคน เดินเป็นช่วงๆ

 

ด้านหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้านนั่นมีทหารยืนอยู่สามคน และมีคนที่ต่อแถวเข้าคิวกันอยู่ คล้ายกับการตรวจคนเข้าเมือง แต่นี้คือการตรวจคนเข้าหมู่บ้าน

 

ส่วนบ้านเรือนของชาวบ้านนั่นถูกสร้างขึ้นจากอิฐและปูนอย่างดี ถึงแม้ควรจะเป็นหมู่บ้านที่สร้างจากไม้ก็ตาม

 

ระหว่างที่กำลังเดินมานั่น ยามหมู่บ้านก็ดูสงสัยพวกเขา แล้วหนึ่งในนั่นก็เดินเข้ามาหาพวกไคท์

 

“ขออภัยด้วย พวกท่านมาจากที่ไหนรึขอรับ” ยามรักษาการดูแล้วน่าจะอายุสีสิบต้นๆเอ่ยถามด้วยท่าทางสุภาพผิดปรกติ แต่นั่นคือสิ่งที่ยามวัยกลางคนเอ่ยตามรูปลักษณ์ที่เขาเห็น

 

เพราะสิ่งที่ทหารยามวัยกลางคนเห็นนั่น หนึ่งชายหนุ่มมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีคล้ายขุนนาง ทั้งยังสวมใส่เครื่องสวมใส่ที่รูปลักษณ์แปลกตาดูมีราคา กับเด็กสาวอีกคนที่ราวกับลูกสาวของขุนนางเวทย์ ทั้งชุดที่ใส่ ใบหน้าจิ่มลิ่มราวกับองค์หญิงตัวน้อย

 

ยามวัยกลางคนจึงต้องพูดจากับแขกแปลกหน้าทั้งสองด้วยท่าทีนอบน้อมเอาไว้ เพราะถ้าเกิดทำให้ผู้มีอำนาจไม่พอใจแล้ว ด้วยตำแหน่งหัวหน้ายามของหมู่บ้านวูดเดิลแห่งนี้คงไม่สามารถรับผิดชอบได้

 

ไคท์เมื่อได้ยินคำกล่าวจากยามวัยกลางคนซึ่งสวมใส่ชุดหนังทั้งตัว แต่ชุดของเขานั่นดูดีกว่าทหารยามคนอื่นๆมาก จึงคิดว่าชายคนนี้ต้องเป็นคนที่มีตำแหน่งพอสมควร ดังนั่นหากมีอะไรเขาก็ควรจะพูดกับชายคนดังกล่าว

 

โชคดีที่อีกฝ่ายเป็นคนเปิดคำถามขึ้นมา ทำให้ชายหนุ่มยังพอมีเวลาคิดคำตอบอยู่บ้าง ขณะที่มองกลับไปยังทหารยามซึ่งถามมา

 

 

แย่แล้ว ข้าล่วงเกินขุนนางไปแล้วรึ ครอบครัวข้า ตำแหน่งข้าทหารยามคิดในใจ ขณะก้มหลบดวงตาสีดำซึ่งจ้องมา เหงื่อเองก็ไหลไม่หยุด ท่ามกลางสายตาของทหารยามคนอื่นๆที่มองมา

 

น่าสงสารหัวหน้า

ดีนะที่ข้าไม่เสนอหน้าออกไป

หัวหน้า ท่านช่างเสียสละ

 

 

สักพักไคท์จึงตอบคำถามของยามคนดั่งกล่าว ทั้งอาจตัดปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยชั่วคราวในหมู่บ้านอีกด้วย

 

“ข้าชื่อ ไคท์ ส่วนตระกูลคงไม่สามารถบอกได้ นี้น้องสาวข้าชื่อ ลูลู่ พวกเราเดินทางมาล่าสัตว์ในป่า โชคร้ายระหว่างการเดินทางคนขับรถม้า คนคุ้มกันและพ่อบ้านต่างถูกปีศาจสังหารหมด เหลือเพียงเรากับน้องสาวที่รอดมา พวกเราหลงป่ากันจนได้พบกับหมู่บ้านแห่งนี้ ส่วนของมีค่านั่นพวกเราได้ทำหล่นในระหว่างต่อสู้กับปีศาจซึ่งติดตามพวกเรามา หวังว่าที่แห่งนี้จะมีงานหรืออะไรให้พวกเราทำและอยู่ได้สักระยะ พวกเราจึงจะเดินทางต่อยังเมืองที่อยู่ใกล้ๆ”

 

เมื่อหัวหน้ายามได้ยินดังกล่าวใบหน้าก็ดูดีขึ้นทันใด ด้วยการได้สร้างบุญคุณหรือให้ความช่วยเหลือกับขุนนางถือว่าเป็นสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะได้ทำมาก่อน เพราะเมื่อไหร่ที่ลูกขุนนางพวกนั่นกลับไปที่ตระกูลของตนแล้วละก็ รางวัลก็คงจะถูกส่งกลับมาหลังจากนั่น

 

“แน่นอนๆ หมู่บ้านวูดเดิลยินดีต้อนรับท่านทั้งสอง ส่วนข้านั่นมีชื่อว่า วอลอส เป็นหัวหน้าทหารยามของหมู่บ้านนี้ มาข้าจะพาพวกท่านเข้าไปในหมู่บ้านเอง แล้วข้าจะแนะนำที่อยู่ให้กับพวกท่าน และหากท่านยินดี ข้าสามารถให้พวกท่านหยิบยืมเหรียญเงินจากข้าได้เล็กน้อย ที่ข้ากล่าวว่าเล็กน้อยนั่นเพราะมันอาจจะน้อยสำหรับพวกท่าน” วอรอสกล่าวก่อนที่จะเดินนำหน้าทั้งสองเข้าไปในหมู่บ้าน

 

 

เมื่อการเดินทางของพวกเข้าถูกนำโดยหัวหน้าทหารยามนาม วอรอส การเดินทางเข้าไปในหมู่บ้านจึงไม่ได้ถูกหยุดเพื่อถามหรือตรวจสอบอีก แน่นนอนว่ารวบถึงขั้นตอนการตรวจค้นของสำหรับเข้าไปในหมู่บ้านด้วย

“เอ่อ หัวหน้าครับจะไม่ตรวจทั้งสอ...”

 

“หยุด! ” วอรอสกล่าวดักหนึ่งในทหารสามนายซึ่งแสดงท่าที่ว่าจะเข้าตรวจค้นพวกไคท์ ซึ่งไคท์ก็คิดในใจอยู่ว่า ต่อให้พวกเขาตรวจสอบไปก็คงจะไม่พบอะไรอยู่ดี ส่วนยัยพิกซี่ในร่างเด็กสาวแปดขวบก็หัวเราะชอบใจ และหันหน้ามาทางไคท์อีกต่างหาก

 

วอรอสเมื่อเห็นท่าทีของเด็กสาว ก็รู้สึกดีใจ ยิ่งเขาสามารถทำให้ทั้งสองประทับใจได้มากเท่าไหร่ รางวัลที่จะได้รับกลับมาก็ยิ่งมากเท่านั่น

 

“พวกท่านทั้งสอง ตามข้าเข้ามาได้เลยขอรับ” วอรอสกล่าว ก่อนที่จะผลักทหารยามนายที่ต้องการตรวจสอบพวกไคท์ออกไปไกลจากตัวพวกเขา

 

แล้วทั้งสามก็ผ่านเข้ามาภายในหมู่บ้านด้วยวิธีการดังกล่าว

 

 

 

 

-------------------- จบบทที่ 6 --------------------------

 

ยูนิค กริม / มนุษย์

ไคท์ เดอกริม

Lv.15

HP 20,000 / 20,000

MP 30,000 / 30,000

แข็งแกร่ง

502+502

ความเร็ว

501+510

ปัญญา

501+501

อดทน

502+502

ด้านบวก

100

ด้านลบ

50

ค่าความกลัว

1,509

ความอิ่ม

550

ฉายา

-          ผู้กลืนกินนักล่า

-          ผู้สืบทอดชนดั้งเดิม

-          กริมพิเศษ

ทักษะติดตัว

-          คุณชายแห่งรัตติกาล (ในเวลากลางคืนค่าสถานะเป็น 2 เท่า)

-          ตัวอ่อนของมังกร (มีโอกาสเล็กน้อยต้านทานทักษะใดๆ)

-          นักล่ากริม (การต่อสู้กับกริมส่งผลด้านบวกกับตนเอง)

-          ย่อยสลายจิตนักล่า  (ได้ผลมากขึ้นเมื่อกินวิญญาณของนักล่า)

-          ผู้สืบทอดชนดั้งเดิม (การพัฒนาไม่ขึ้นอยู่กับระดับ)

-          กริมพิเศษ (การพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมาก)

-          ยมทูตฝึกหัด (จัดเก็บ / สวดส่ง / ทำลาย / กิน ดวงวิญญาณได้ )

-          ทรราชแห่งความมืด (เปิด/ปิด ทักษะ กลิ่นอายแห่งความตาย)

-          ดมกลิ่น ระดับต้น (การดมกลิ่นดีขึ้นเล็กน้อย)

-          สัมผัสที่หก ระดับต้น (สัมผัสได้ถึงสิ่งที่มองไม่เห็นเล็กน้อย)

-          ดวงวิญญาณที่รักษาไว้ 0 (ยมทูตฝึกหัด - จัดเก็บ )

-          พลังวิญญาณสะสม 1,500

ทักษะเรียกใช้

-          แฟช (MP 100 )

-          คำสาปแช่งแห่งกริม (ทักษะโจมตี) (เดี่ยว) (คำสาป) (SOUL 10 )

-          ลบเลือนตัวตน  (สถานะ) (MP 50 )

-          อาณาเขตแห่งความตาย (อัญเชิญ) (กลุ่ม) (SOUL 500 )

-          ดวงตาแห่งสัจจะ  (ทักษะโจมตี) (เดี่ยว) (คำสาป) (SOUL 10 )

-          ลาสดอร์ (อัญเชิญ) (SOUL 1,000 )

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

252 ความคิดเห็น

  1. #162 SKNdragon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 02:24
    เข้าเมืองแล้ว~
    #162
    0
  2. #156 marugi 01 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 17:57
    ไรท์มันขายเป็นตอนๆไม่ได้หลอซื้อรวดเดียวไม่ไหวงะ
    #156
    2
    • #156-1 Silver Duck(จากตอนที่ 6)
      15 สิงหาคม 2560 / 21:55
      มีเว็บรายตอนอยู่นะขอรับ ติดตามผ่านทาง FB ได้เลย https://www.facebook.com/SilverDuck/
      #156-1
  3. #44 BMs (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 16:31
    ฮืออออ อ่านเพลินลืมเม้นอีกแล้ว 2-ตอนเม้นที คิดถคงพี่กริมจัง
    #44
    0
  4. #12 satanabeel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:43
    อ่านหมดรวดเดียว สนุกมากครับ
    #12
    1
    • #12-1 Silver Duck(จากตอนที่ 6)
      18 มีนาคม 2560 / 22:22
      ขอบพระคุณขอรับ
      #12-1
  5. #7 จอมพลแห่งมนตรา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 12:31
    แล้วเพื่อนๆกริมละจะเจออีกไมไรต?จะได้กลายเป็นขบวนการ5สีน่าจะมีเวทคืนชืพจะได้ชุบชีวิตพี่กริมดาบอัศวิน
    #7
    0
  6. #3 Alannis (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 12:02
    สนุกดีครับออกตอนใหม่ไวๆนะครับ รออ่าน
    #3
    0