I am a Grim || เกิดใหม่ที่ต่างโลก ดันเป็นกริมซะได้

ตอนที่ 48 : ( ภาค 2 - สงครามเทพเจ้า ) บทที่ 48 เจ้านาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 786
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    25 มี.ค. 60

บทที่ 48 เจ้านาย

 

 

 

หลังแสงสีเทาสัมผัสร่างคิเมร่า การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น เงาสีดำค่อยๆแตกสลายพร้อมหลุดร่วงไป ขณะร่างของคิเมร่าเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ

 

กริมหนุ่มรู้สึกราวจิตวิญญาณถูกสูบออกไป โชคดีก่อนที่ไคท์จะหมดสตินั่นกระบวนการดังกล่าวก็เสร็จสิ้น

 

คิเมร่าปรากฏร่างทั้งตัวให้เห็นในรูปลักษณ์ใหม่ ไม่ใช่เงาร่างมนุษย์ที่มีปีก เขา และหางดั้งเดิม เวลานี้เดลปรากฎตัวในร่างของสิงโตยักษ์สีน้ำตาลยืนสองขา ตัวสูงใหญ่กว่าสามเมตร มีหางเป็นงู มีเขาเหมือนแพะ มีปีกสีน้ำตาลขนาดใหญ่คล้ายค้างคาว ดวงตาสีน้ำตาลภายในมีลวดลายคล้ายวงแหวนบางอย่าง ฟันเขี้ยวสีขาวเล่มใหญ่โผลออกมาจากปากทั้งสี่เล่ม

 

เป็นเวลานี้เองที่ไคท์รู้สึกตัวว่าการมองเห็นของตนกลับมาเป็นปกติ และเมื่อกลับมาสนใจร่างยักษ์อีกครั้ง

 

คิเมร่าหรือเดลนั่นดูดุดันและทรงพลังเป็นอย่างมาก

 

คิเมร่า(เดล) : สามารถเอาชนะได้

 

เป็นหน้าต่างที่แสดงข้อความง่ายๆ ที่บอกว่าเขาสามารถเอาชนะคิเมร่าได้ แต่ไคท์ไม่คิดลองในเวลานี้ เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองกำลังอ่อนแอ

 

ฝ่ายคิเมร่า หลังลืมตาขึ้นพบว่าตนอยู่ในรูปลักษณ์ใหม่ก็เริ่มสำรวจร่างกาย ก่อนหลับตาลงอีกครั้งเพื่อสำรวจพลังที่ไหลเวียนภายใน

 

“ร่างขั้นสูงของสายพันธุ์?” คิเมร่าพรึมพรัมหลังสำรวจร่าง ซึ่งไคท์ไม่ได้ยินประโยคดังกล่าว

 

สามารถสร้างร่างให้กับวิญญาณ ทั้งยังเป็นร่างระดับสูง มีพลังความมืดที่บริสุทธิ์แทรกอยู่ ถ้าเป็นเช่นนี้ในอนาคตข้าอาจได้รับร่างที่ทรงพลังยิ่งขึ้น

 

ยิ่งเทพแห่งความตายเป็นเทพอสูร สุดท้ายพวกเทพในคราบมาร ก็ต้องรวมหัวกันกำจัดเทพแห่งความตาย ข้าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพวกมัน ถ้าเทพแห่งความตายหายไป พวกมันก็ต้องตามกำจัดเทพอสูรตนอื่นๆ หากข้าติดตามเทพความตาย มีโอกาสที่ข้าจะฟื้นคืนชีพจากความตายได้อีกนับครั้งไม่ถ้วนไม่มีเหตุที่ข้าควรปฏิเสธโอกาสนี้

 

หลังคิดดังกล่าว ร่างยักษ์จึงคุกเข่าลงกับพื้นเบื้องหน้ากริมหนุ่ม พร้อมเอ่ยเสียงดัง

 

เจ้านาย...นับแต่นี้ไป ท่านคือนายข้า โปรดบัญชาสิ่งที่ท่านต้องการ ข้าจะนำมันมามอบให้คิเมร่าเอ่ยปาก หลังตัดสินใจติดตามเทพแห่งความตาย มันต้องการแก้แค้น มันต้องการสังหารพวกเทพทั้งหลาย

 

ไคท์แปลกใจกับท่าทีของอีกฝ่าย แต่ในเวลานี้ไคท์รู้สึกว่าตนอ่อนแอลง อีกทั้งร่างยักษ์ซึ่งกำลังคุกเข่านั่นดูแข็งแกร่งขึ้น กริมหนุ่มจึงไม่คิดจะปฏิเสธอีกฝ่าย เขาจึงจับไปที่ไหล่ของสิงโตยักษ์เบาๆก่อนพูดขึ้น

 

“ลุกขึ้นก่อน ตอนนี้มีสิ่งที่ต้องให้นายช่วย” ไคท์เอ่ยแล้วหันหลังกลับมองไปยังประตูเหล็กสีดำ

 

ร่างยักษ์จึงมองไปยังสิ่งที่เจ้านายกำลังมอง ดวงตาของมันหลี่ลง พร้อมตราเวทย์ภายในดวงตาเรืองแสงขึ้น

 

“ข้าชื่อ ไคท์ เดอ กริม เป็นเทพแห่งความตาย ถ้าต้องการที่จะติดตาม ข้าไม่มีปัญหา แต่ปัญหาเดียวในเวลานี้คือประตูนั่น” กริมหนุ่มพูด ก่อนชำเลืองมองคิเมร่าเพื่อดูการตอบสนองของอีกฝ่าย

 

ไม่คาดคิด ร่างยักษ์เปิดปากพูดขึ้นทันใด

 

“ประตูเหล็กนี้สร้างจากหินเทพเจ้าชนิดหนึ่ง มันทนทานต่อพลังเทพ และปีศาจ แต่สิ่งนี้ไร้ค่าเมื่ออยู่เบื้องหน้าข้า ข้าจะจัดการเองเจ้านาย ท่านช่วยถอยออกมาก่อน” คิเมร่ากล่าว

 

ไคท์ได้ยินดังกล่าวก็พยักหน้าให้ ก่อนถอยออกห่างจากประตูกว่าสิบเมตร โดยทิ้งประตูไว้ให้ผู้ติดตามรายใหม่เป็นคนจัดการ

 

“จิตรวมเป็นหนึ่ง!!! กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!” คิเมร่าแยกเขี้ยวขึ้น ก่อนตะโกนเสียงดังก้องไปทั่ววิหาร

 

เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าวไคท์รู้สึกหัวใจเต้นถี่ด้วยความตื่นเต้นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

ผลของเสียงคำราม ปลุกพลัง?’ ไคท์คิด ก่อนที่อาการเหล่านี้จะหายไป คงเหลือแต่ความฮึกเหิม

 

หลังเสียงตะโกนลั่น รอบร่างสิงโตยักษ์พลันมีกลุ่มพลังจิตสีน้ำตาลเข้มขึ้นเคลือบร่าง โดยเฉพาะหมัดทั้งสองข้างซึ่งเป็นสี่น้ำตาลเข้มยิ่งกว่าส่วนอื่น

 

“กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!” คิเมร่าตะโกนลั่น ก่อนพุ่งเข้าหาประตูสีดำด้วยความรวดเร็ว ขณะที่กำหมัดแน่นและยกขึ้นเหนือหัว

 

วูบเสียงหมัดแหวกอากาศด้วยความรวดเร็ว ขณะพุ่งเข้าหาประตูอย่างไม่หวาดหวั่น

 

บึ่ม!!!... ประตูสีดำถูกทำลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันทีที่หมัดสีน้ำตาลเข้มเข้าปะทะ เหลือเพียงร่างของสิ่งโตยักษ์ซึ่งยืนหอบหายใจอยู่เบื้องหน้าทางเข้าวิหาร

 

คิเมร่าหายใจเข้าออกสามครั้ง ก่อนพลังสีน้ำตาลรอบร่างจะสลายไป จากนั่นมันจึงหลีกทางให้กับเทพแห่งความตาย โดยเดินไปยืนอยู่ด้านข้างของทางเข้าวิหาร เพื่อให้เจ้านายสามารถเดินนำเข้าไป

 

“เชิญเจ้านาย” คิเมร่ากล่าว ขณะเก็บหมัดไว้ด้านหลัง

 

โลหะเทพแข็งแกร่ง สมแล้วเล่นเอาข้าปวดมือไม่หายมันอดบ่นในใจไม่ได้ ขณะบีบมือของตัวเองหลายครั้ง

 

….” ไคท์มองอย่างอึ่งๆไปยังเศษประตูที่ถูกทำลายลงสลับกับสิงโตยักษ์ซึ่งยืนอยู่ด้านข้าง จากนั่นจึงพยักหน้าให้อีกฝ่าย ก่อนเดินนำเข้าในตัววิหาร

 

 

 

ภายในวิหารเทพอสูร ผนัง ดอกไม้ แจกัน ภาพวาด พรมและรอบห้องทุกอย่างเป็นสีดำทั้งหมด รวมถึงอัศวินหินซึ่งยืนอยู่รอบๆพรมสีดำ

 

หุ่นพวกนี้เป็นตัวอะไรกัน?’ ไคท์มองอัศวินหิน ขณะที่เดินบนพรมสีดำ โดยมีคิเมร่าเดินตามไม่ห่าง

 

โชคร้ายที่วิหารแห่งนี้เพดานค่อนข้างต่ำในขณะที่คิเมร่ามีขนาดตัวใหญ่ จึงทำมันไม่สามารถใช้ปีกของตนขึ้นบินในเวลานี้

 

แต่แล้วหลังจากพวกไคท์เดินมาถึงทางเดินกลางวิหาร ไคท์ก็เริ่มสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวอัศวินหินบางตัว

 

“ระวัง!!!” ไคท์ตะโกนเตือนทันใด

 

หลังคำเตือนคิเมร่าก็แยกเขี้ยวขึ้นพร้อมกับมองไปยังทิศซึ่งมีบางสิ่งพุ่งเข้าหา

 

“กรรรรรรรรรรรรรรร!!!” สิงโตยักษ์คำรามเสียงดัง พร้อมใช้กรงเล็บขึ้นรับวัตถุดังกล่าว

 

เคร้ง!!!... เสียงกรงเล็บของคิเมร่ากระทบกับดาบโลหะดังขึ้นทันใด

 

“บัดซบ!!!” เดลแยกเขี้ยว ก่อนงับไปยังร่างของอัศวินหินที่หวดดาบเล่มดังกล่าวเข้ามา ทั้งยังมองไปรอบๆห้องในเวลาเดียวกัน

 

พรึง!!!… อัศวินที่ถูกสิงโตยักษ์ขย้ำร่างแตกเป็นเสี่ยงๆลงกับพื้นทันใด แต่คิเมร่าเองก็ไม่ได้รู้สึกดีนัก มันรู้สึกปวดตามซี่ฟัน

 

“ระวังเจ้านาย พวกมันถูกสร้างขึ้นจากหินเทพทั้งหมด!!!” ร่างยักษ์กล่าว ก่อนที่มันจะแยกเขี้ยว กางปีก และคำรามข่มขวัญอัศวินหินนับพันซึ่งเริ่มเคลื่อนไหว

 

กรรรรรรรรรรร!!!”

 

แต่สิ่งไม่มีชีวิตเหล่านี้ พวกมันล้วนไม่กลัวความตาย อัศวินหินไม่แม้แต่ชะงักหลังได้ยินเสียงคำราม

 

“วิ่ง!!!” ไคท์ตะโกนขึ้นทันใด ก่อนวิ่งนำหน้าสิ่งโตยักษ์ไป

 

คิเมร่าเมื่อเห็นเทพแห่งความตายวิ่งนำไป มึนจึงออกวิ่งตามเจ้านายทันที

 

“รอข้าด้วย เจ้านาย” ร่างยักษ์กล่าว ขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดที่มันสามารถวิ่งได้ ถ้ามันวิ่งช้าไปละก็ จุดจบคงไม่สวยนัก มันยังไม่อยากตายอีกครั้งหลังจากได้รับร่างกายมาไม่นาน

 

ปึก...ปึก...ปึกเสียงเท้าของร่างยักษ์กระแทกกับพื้นทุกครั้งที่มันเคลื่อนตัว

 

แต่ยิ่งพวกไคท์วิ่งฝ่าไปด้านในมากเท่าไหร่ อัศวินหินก็ยิ่งโผล่ออกมาจากข้างทางเพิ่มขึ้น ทั้งที่พวกเขายังมองไม่เห็นบัลลังก์ที่มิโนทอร์เอ่ยถึง

 

แย่แล้ว

 

ด้านหน้าไคท์มองเห็นดาบสิบเล่มพุ่งเข้าหา เขาจึงเร่งขยับเท้าออกด้วยก้าวพริบตา

 

อัศวินหินนับสิบจึงหวดได้เพียงอากาศเบื้องหน้า แต่ความโชคร้ายไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั่น ด้านหลังของพวกมันยังมีอัศวินหินนับร้อยโผล่ออกมา

 

ไม่ต้องกล่าวถึงคิเมร่า มันตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของอัศวินหินในทันใด

 

“กรรรรรรรรรรรร!!!” สิงโตยักษ์แยกเขี้ยวออกก่อนใช้กำปั้นเหวี่ยงไปรอบตัว ส่งผลให้อัศวินหินรอบๆถูกหวดกระเด็นไป เมื่อเปิดทางสำเร็จมันจึงเดินไปใกล้กับจุดที่เจ้านายอยู่

 

“กรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!” มันคำรามอีกครั้ง พร้อมกวาดสายตากลับไปมองอัศวินหินอีกนับพันที่กำลังตามมาจากทางด้านหลังซึ่งพวกตนวิ่งผ่านมา

 

“เจ้านายท่านจงมุ่งหน้าต่อไป ข้าจะล่อพวกมันเอาไว้ ถึงข้าจะตามท่านไปก็เป็นได้แค่ตัวถ่วง หากยังเป็นเช่นนี้คิเมร่าเอ่ย ตัวมันที่ไม่สามารถใช้ปีกได้ จึงตามความเร็วของเทพแห่งความตายไม่ทัน

 

หลังกล่าวออกมันจึงหยุดอยู่กับที่หลังจากนั่น ทั้งยืนขวางอัศวินหินเอาทั้งหมดเอาไว้ ก่อนแยกเขี้ยวใส่และใช้กำปั้นหนาๆของตนทุบที่หัวของอัศวินหิน

 

“กรรรรรรรรรรรรรร!!!” สิงโตยักษ์คำรามอย่างองอาจขณะเผชิญหน้ากับนักรบหินนับพัน

 

….” หลังได้ยินคำของคิเมร่า ไคท์จึงไม่รออีกต่อไป เขาก้าวออกด้วยก้าวพริบตาอย่างเต็มกำลัง ทิ้งให้ร่างยักษ์ต่อสู้กับอัศวินหินนับพัน เพราะคิดว่าถ้าคิเมร่าสู้ไม่ไหวคงมีวิธีถอย เวลานี้สิ่งที่สำคัญคือบัลลังก์ซึ่งตั้งอยู่สักที่ในตัววิหาร...

 

 

 

“ผู้บุกรุก!”เป็นคำกล่าวที่ดังจากปากของอัศวินหินนับพัน คำพูดนี้ดังก้องไปทั่ววิหาร ขณะพวกมันเริ่มทำการจู่โจมร่างยักษ์

 

ครึ่งหนึ่งของอัศวินหินพุ่งเข้าหาสิงโตยักษ์ อีกครึ่งพยายามออกไปเพื่อติดตามกริมหนุ่ม แต่กลุ่มที่พยายามติดตามกลับไม่สามารถผ่านร่างสิงโตยักษ์ไปได้!

 

“ฝันไปเถอะเจ้าพวกหุ่น ข้าจะเล่นกับพวกเจ้าเอง!!!” คิเมร่าแยกเขี้ยวขณะกล่าว พร้อมยกกรงเล็บขึ้นรับมืออัศวินหินที่พุ่งเข้าหาอย่างไม่ขาดสาย

 

“ข้าไม่กลัวความตาย เพราะข้าอยู่กับเทพแห่งความตายยังไงละ” มันกล่าวขณะแยกเขี้ยวจนเห็นฟันสีขาวเต็มปาก เวลานี้ทั่วร่างของมันมีพลังจิตสีน้ำตาลปกคลุมอยู่

 

“กรรรรรรรรรรรรรรรร!!!” คิเมร่าคำรามลั่น ก่อนจะเริ่มทุบทำลายรูปปั้นอัศวินหินโดยไม่กลัวว่าตนจะบาดเจ็บหรือตาย...

 

เพราะในเวลานี้ความตายคือเจ้านายของมัน!!!

 

 

 

“แบบนี้ท่าจะแย่แล้ว” ไคท์พูด ขณะมองกลับไปยังคิเมร่า

 

ยิ่งพวกนักรบหินนี้มีจำนวนมาก คิเมร่าจะถอยยังไงไคท์กล่าว แต่แล้วก็ไล่ความคิดนั่นออกไป ก่อนเบนหน้ากลับไปยังทางเดินซึ่งมีพรมสีดำปูไว้

 

หวูบ... เสียงลูกธนูพุ่งเข้าหาตัว ไคท์จึงก้าวออกด้วยก้าวพริบตาเพื่อหลบหลีกมัน แต่เขายังมองไม่เห็นกลุ่มศัตรูที่ซุ่มโจมตี

 

“นี่ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายกำลังรอให้เราเข้าไปใช่ไหม”

 

ไคท์อดคิดเรื่องนี้ไม่ได้ ยิ่งเมื่อเขาวิ่งไปตามพรมมากเท่าไหร่อัศวินหินยิ่งลดน้อยลง ตรงข้ามกับความแข็งแกร่งของพวกมันที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งกลุ่มที่ซุ่มโจมตีซึ่งส่งลูกธนูออกจากความมืดยังคงเป็นปริศนา

 

หวืบ... หวืบ... ...หวืบ... ครั้งนี้เป็นเสียงแหวกอากาศของดาบโลหะสามเล่มพุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ดาบทั้งสามพุ่งตัดตรงมาจากด้านหน้าของไคท์ กริมหนุ่มจึงต้องกระโดดฉีกตัวหลบออกไปด้านข้างทางเดินอย่างกะทันหัน

 

ปึก! ปึก! ปึก!... เสียงดาบทั้งสามปักลงที่พื้นจนมิดเล่ม ทำให้คาดเดาได้ถึงพลังที่ถูกส่งออกมาจากผู้ปาได้บางส่วน

 

พลังขนาดไหนกัน ถึงสามารถส่งให้ใบดาบฝังมิดเล่ม

 

???” หลังจากที่เขากระโดดออกมา จึงมองกลับไปยังทิศที่มาของดาบทั้งสาม

 

“...ผู้บุกรุก?...” เสียงของอัศวินหินเอ่ยขึ้น ก่อนที่ร่างของมันจะปรากฏต่อสายตา

 

อัศวินสูงสองเมตรส่วมชุดเกราะเหล็กสีดำ มีลายแถมสีแดงตามข้อต่อของชุดเกราะ ในมือของมันถือดาบขนาดกลางสีดำไว้สองเล่ม

 

นักฆ่าแห่งวิหารเทพอสูร ประเมิน : อันตราย!!!

 

“...นานแล้ว...ที่ข้าไม่ได้เคลื่อนไหว...” มันกล่าว พร้อมกับควงดาบไปมา

 

นั่นทำให้ไคท์ซึ่งเห็นภาพดังกล่าว กับข้อความจากการประเมินโดยดวงตาแห่งพระเจ้าต้องตกใจ

 

มันสามารถเคลื่อนไหวได้เหมือนคนจริงๆ ต่างจากอัศวินหินก่อนหน้า

 

“หากเจ้าอยากผ่านส่วนนี้ไป เจ้าต้องหลบเลี่ยงหรือจัดการข้าให้ได้” มันกล่าว

 

...พุบเสียงเท้าของมันกระแทกพื้น ก่อนที่อัศวินเกราะสีดำนายนี้จะพุ่งเข้าหาไคท์อย่างรวดเร็ว

 

เร็วมาก!!!’ ไคท์เร่งประสาทสัมผัสขึ้นทันที ขณะมองตามการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย

 

เขาต้องไม่เคลื่อนไหวเร็วหรือช้าเกินไป ไม่อย่างนั่นจะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบยิ่งกว่าเดิม

 

เพราะอัศวินหินตรงหน้ามีความเร็วมากกว่าเขา

 

...หวืบ!!!... เสียงดาบสองเล่มวาดผ่านอากาศโดยพร้อมเพรียงเป็นแนวกากบาท ไคท์ซึ่งเฝ้ารอจังหวะอยู่จึงเคลื่อนไหว

 

...พุบ!!!... เขากระโดดออกไปทางด้านขวาอย่างรวดเร็ว แต่ร่างของอัศวินหินก็ไม่ได้หยุดการโจมตีเพียงเท่านั่น มันกระทืบเท้าลงที่พื้นอย่างแรงเพื่อเปลี่ยนทิศ ก่อนหันหน้าพุ่งติดตามมา

 

“หือ...ไม่สู้รึไง” มันกล่าว ขณะง้างดาบขึ้นเตรียมฟันลงที่ร่างของไคท์

 

เห็นแบบนั่นกริมหนุ่มจึงใช้ก้าวพริบตาเพื่อหลบดาบที่กำลังพุ่งหา

 

หวืบ... เสียงดาบฟันถูกอากาศดังขึ้น

 

“...โห่...” อัศวินหินเค้นเสียงออกมา เมื่อการลงดาบครั้งที่สองของมันโจมตีไม่ถูกเป้าอีกครั้ง ทั้งมันยังหยุดอยู่กับที่หลังจากนั่น

 

“เจ้าหลบดาบของข้าได้ถึงสองครั้ง ข้าเองก็มีกฏอยู่” มันซึ่งหยุดอยู่กับที่เอ่ย ส่วนไคท์เมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดพูด เขาจึงหยุดฟังเช่นกัน

 

“หากเจ้าหลบการโจมตีครั้งต่อไปของข้าได้ ข้าจะยอมให้เจ้าผ่านจุดนี้ไป” มันกล่าว ก่อนที่บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนไป

 

ไคท์รู้สึกหายใจติดขัด เลือดลมปั่นปวน ที่สำคัญขาของเขายังสั่นโดยไม่รู้ตัว

 

นี่มันได้ยังไงกันเกิดคำถามขึ้นในใจของไคท์ เขาซึ่งไม่น่าสั่นกลัวรูปปั่นหินกลับนึกกลัวเจ้าสิ่งนี้ขึ้นมา

 

“ดาบต่อไปเรียก สิบสองดาบสังหาร ถ้าเจ้ารอดจากมันไปได้ ต่อให้ไม่ครบสามสิบสอง เจ้าก็ผ่านข้าไปได้!!!” อัศวินหินกล่าวพร้อมดวงตาที่เปล่งประกายสีแดงสด

 

ยิ่งกว่านั่นดาบในมือของมันกำลังลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีดำ

 

 

 


------- บทที่ 48 เจ้านาย ----------

แก้เนื้อหานิดหน่อย กับเก็บพวกคำเรียกตัว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

252 ความคิดเห็น

  1. #106 Prajehaya Arunrat (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 16:24
    คุ้มมาก สนุกจริง 200 ไม่เสียดายเลยครับ รีบๆลงต่อนะครับ
    #106
    1
    • #106-1 Silver Duck(จากตอนที่ 48)
      5 เมษายน 2560 / 21:34
      ขอบพระคุณขอรับ // จะรีบๆนำมาลงที่ Dek-D ขอรับ (><)
      #106-1
  2. #98 ZEAL3IX (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 11:42
    รีบลงต่อเด้อ 200 นี้ก็ฉ่ำแล่ว คุ้มแท้ คุ้มกว่าบางเรื่องเยอะ ดีที่ตัดสินใจถูก
    #98
    1
    • #98-1 Silver Duck(จากตอนที่ 48)
      27 มีนาคม 2560 / 22:31
      ขอบพระคุณขอรับ
      #98-1
  3. #83 riuchan (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 07:48
    ไม่ลงเท่าธัญวลัยหรออ ;-;
    #83
    2
    • #83-1 Silver Duck(จากตอนที่ 48)
      25 มีนาคม 2560 / 10:28
      จะเร่งเขียนให้จบเพื่อนำมาลงที่นี้ขอรับ (T^T)
      #83-1
    • #83-2 riuchan(จากตอนที่ 48)
      25 มีนาคม 2560 / 12:12
      สู้ๆน้าาา ?
      #83-2
  4. #82 หนู caramel (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 06:54
    มาต่อแล้วๆ
    #82
    1
    • #82-1 Silver Duck(จากตอนที่ 48)
      25 มีนาคม 2560 / 10:37
      ขออภัยที่ทำให้รอนะขอรับ หลังจากนี้ก็อาจจะสักพักเลย แต่จะเร่งเขียนภาค2ให้จบขอรับ
      #82-1