I am a Grim || เกิดใหม่ที่ต่างโลก ดันเป็นกริมซะได้

ตอนที่ 117 : ( ภาค 3 - สงครามต่างโลก ) บทที่ 7 หญิงสาวชุดแดงเพลิงกับจอมมารที่ถูกผนึกพลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 ก.ค. 60

บทที่ 7 หญิงสาวชุดแดงเพลิงกับจอมมารที่ถูกผนึกพลัง

 

 

 

“กรรรรรรรรร!!!” เสียงคำรามดังออกจากปากของมนุษย์กลายพันธุ์ที่เป็นหมีตัวใหญ่ขนสีดำทึบ ขณะที่มันกำลังยกมือทั้งสองข้างขึ้นรับห่ากระสุนจากเหล่าทหาร โดยมีร่างของมนุษย์กลายพันธุ์ที่เป็นไฮยีน่าติดตามสองฝูง พวกมันมีจำนวนรวมกันถึงหนึ่งร้อยตัว!!!

 

“พยายามยิงเจ้าพวกที่อยู่ด้านหลังเจ้าหมีดำนั่น!!!” หนึ่งในเสียงของนายทหารร้องขึ้นสั่งเหล่าทหารที่กำบังตัวอยู่หลังเครื่องกีดขวาง ส่งผลให้เหล่าทหารที่ได้ยินคำสั่งนั่นก็พยายามเล็งยิงไปยังฝูงไฮยีน่าด้านหลังของหมียักษ์

 

“แอ้ง!!!” เสียงร้องหนึ่งดังขึ้นจากมมนุษย์กลายพันธุ์ไฮยีน่าที่ถูกกระสุนยิงเข้าเจาะกะโหลก แต่แทนที่พรรคพวกของมันจะตื่นกลัว ความโกรธแค้นได้ปรากฏขึ้นบนดวงตาของพวกมันทุกตัว!!!

 

“กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร!!!” หมียักษ์สีดำที่กระสุนปืนของทหารยิงไม่เข้า มันคำรามออกมา ก่อนที่ร่างยักษ์จากที่เคยเดินจะเปลี่ยนเป็นวิ่งเข้าหาค่ายทหารแทน

 

“แย่แล้ว!!!” หนึ่งในทหารที่กำลังระดมยิงพูดออกมา แต่โชคดีที่ใกล้ ๆ นั่นมีนายทหารประจำการด้วย หลังจากที่ได้สตินายทหารคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้น

 

“ใช้อาวุธหนักหยุดมันไว้ อย่าให้มันเข้าใกล้รัวของเราได้” นายทหารคนหนึ่งสั่งออกมา เพราะค่ายทหารของพวกเขานั่นมีสิ่งกีดขว้างอยู่สามชั้น

 

ชั้นแรกเป็นลวดหนาม ชั้นที่สองเป็นรั้วหอกเหล็ก และชั้นสุดท้ายเป็นรั้วไม้ง่าย ๆ ซึ่งสร้างขึ้นจากไม้ในป่า

 

...บึ่ม!!!... เสียงอาวุธหนักหรือปืนหัวจรวดถูกยิงเข้าที่ร่างยักษ์สีดำ ก่อให้เกิดฝุ่นควันลอยขึ้นรอบ ๆ บริเวณนั่น

 

“มันเสร็จพวกเรารึยัง?” หนึ่งในนายทหารเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่ทันใดหลังจากที่ฝุ่นควันหายไป คำเฉลยก็ปรากฏเบื้องหน้าของพวกเขา

 

ร่างยักษ์สีดำยังคงยืนอยู่ในจุดที่เกิดการระเบิดขึ้น มีเพียงขนบางส่วนของมันที่หลุดร่วงไป แต่ร่างกายของมันไร้บาดแผล

 

“ยิงต่อไป!!!” นายทหารสั่งทันใดหลังจากที่เห็นแบบนั่น เช่นเดียวกับหมียักษ์ที่ในเวลานี้มันรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

 

“เอลซ่า ท่านบอกว่าจะช่วยพวกเราถล่มค่ายของพวกมัน ทำไมท่านถึงยังไม่ช่วยพวกเรา” เสียงคำพูดเป็นภาษามนุษย์ดังออกจากปากของหมีดำยักษ์ ส่งผลให้เหล่าทหารที่ได้ยินต่างสงสัย ว่าใครคือคนที่เจ้าหมีดำยักษ์พูดด้วย

 

ไม่นานคำตอบก็ได้รับการเฉลย...

 

ร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีแดงเพลิงปกปิดมิดชิด ทำให้เห็นเพียงดวงตาสีเหลืองอำพันคล้ายงู สะพายดาบเล่มใหญ่สีดำที่หลังซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับตัว ปลายดาบมีเชือกที่ร้อยด้วยหัวกะโหลกของมนุษย์ขนาดเล็กและป้ายโลหะซึ่งมีชื่อและหมายเลขของทหารห้อยอยู่!!!

 

เมื่อเห็นร่างผู้มาใหม่ถืออาวุธที่ห้อยด้วยหัวกะโหลกและป้ายที่ทหารทุกคนมองดูก็รู้ว่าเป็นป้ายของทหาร เหล่าทหารทั้งหมดต่างก็มีสีหน้าดุดันและโกรธแค้นขึ้น

 

“มันเจ้านั่น” หนึ่งในนายทหารอ้ำอึ้งทันใดที่เห็นร่างในชุดคลุมสีแดงเพลิงปรากฏตัวในเวลานี้ ข่าวล่าสุดไม่ใช่ว่าปีศาจตนนี้อยู่ถ้าเหนือหรือไง ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้

 

“เอลซ่า นักล่ามนุษย์!!!” หนึ่งในนายทหารเผลอพูดออกมา แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปเขาก็รีบปิดปากของตัวเองทันที ทั้งพยายามข่มความกลัวที่แสดงออกทางสีหน้าและร่างกายของตน

 

มีร้อยฆ่าร้อย มีพันฆ่าพัน ฆ่าเสร็จจะเก็บหัวกะโหลกและป้ายเอาไว้

 

เอลซ่า นักล่ามนุษย์

 

เป็นสิ่งที่เหล่านายทหารซึ่งคุมกำลังอยู่โดยรอบคิดในใจ พวกเขารู้สึกโชคร้ายที่ต้องมาเจอกับมนุษย์กลายพันตัวนี้โดยที่ไม่ได้พาผู้มีพลังพิเศษมาจากฐานทัพใต้ดินด้วย!

 

“หืม...จะมีใครที่น่ากินไหมนะ” เสียงเย็นเหยียบดังออกจากปากของนักล่ามนุษย์ก่อนที่ร่างดังกล่าวจะยืนนำหน้าหมียักษ์ดำด้วยความไม่เกรงกลัวดงกระสุน

 

เมื่อเห็นแบบนั่นเหล่าทหารต่างก็รัวปืนเข้าใส่ร่างของหญิงสาว

 

...เคร้ง...เคร้ง...ปิง!!!... เสียงปัดกระสุดปืนของทหารดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากร่างบางที่ชักดาบเล่มยักษ์ที่หลังขึ้นรับกระสุน ทั้งในการปัดกระสุนครั้งล่าสุด ยังมีกระสุนจำนวนหนึ่งกระเด็นกลับไปทางฝั่งของทหาร!

 

“อั๊กกก!!!” เสียงหนึ่งในทหารที่ถูกกระสุนกระเด็นกลับมาร้องขึ้น ก่อนจะก้มหน้าลงมองที่หน้าอกซึ่งมีรอยกระสุนและเลือดสีแดงสดของตนไหลออกมา

 

“แย่แล้วรีบพาเขาเข้าไปเร็วเข้า” หนึ่งนายทหารร้องออกมา ส่งผลให้มีทหารสองคนวิ่งมาลากทหารที่ถูกกระสุนที่อกเข้าไปภายในค่าย...

 

“แผลแค่นั่นเอง ไม่ต้องรักษาหรอก เพราะเดี๋ยวพวกแกทั้งหมดก็จะตายแล้ว!!!” ร่างบางในชุดคลุมสีแดงพูดออกมา ก่อนที่ผ้าคลุมส่วนที่ปิดหน้าจะหลุดออก เผยให้เห็นใบหน้าซูบผอมและลิ้นที่ยาวเรียวมีปลายแหลมเหมือนกับงู!!!

 

เอลซ่าวิ่งเข้าหาค่ายทหารด้วยความไม่กลัวขณะที่ใช้ดาบเล่มยักษ์ปัดกระสุนเหมือนกับเป็นเรื่องธรรมดา โดยมีฝูงมนุษย์กลายพันธ์เกือบหนึ่งร้อยตัวพุ่งตามมา

 

ชิป!!! ยิงมีอะไรยิงเข้าไปไม่ต้องหวง ไม่อย่างนั่นพวกมันจะเข้ามาถึงค่ายได้” นายทหารร้องสั่งทันใด ก่อนที่ตัวเขาเองจะหยิบเอาปืนหัวระเบิดขึ้นมาถือไว้และเล็งไปยังนักฆ่าสาว

 

“ตายซะ!!!” นายทหารร้องออกมาก่อนจะยิงออกไป ซึ่งตอนนี้กลุ่มมนุษย์กลายพันธุ์อยู่ห่างจากค่ายทหารแค่ห้าร้อยเมตร!!!

 

ฟืบบบบบบ... เสียงปืนหัวระเบิดที่สามารถทำลายรถถังได้ถูกยิงออกไป โดยมีเป้าหมายคือร่างของเอลซ่า

 

“หึ...” เสียงในลำคอดังขึ้นก่อนที่ร่างบางจะใช้ดาบในมือเปลี่ยนทิศของกระสุนหัวระเบิดที่ยิงเข้ามา

 

...บึมมมมมมมมมมมมมมมม!!!... เสียงระเบิดดังขึ้น แต่ดังขึ้นด้านบนอากาศเหนือกลุ่มมนุษย์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นฝีมือของนักล่าสาวที่เปลี่ยนทิศของมัน

 

“แย่แล้ว” นายทหารหนุ่มดวงตาเบิกกว้าง ขณะที่กลุ่มของมนุษย์กลายพันธุ์พุ่งเข้าหาสิ่งกีดขวางโดยไม่มีความกลัวอยู่ภายใน ด้วยพวกมันต่างก็กระโดดและมุดผ่านมาด้วยความรวดเร็ว ทั้งเมื่อมองไปยังเอลซ่ากับหมีดำยักษ์

 

“พวกมันทำลายสิ่งกีดขวางของพวกเราได้ง่าย ๆ” คือสิ่งที่นายทหารหนุ่มเห็น แต่เหล่าทหารก็ไม่ได้ยืนมองเพียงอย่างเดียว ขณะที่ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างนั่น ปืนในมือก็ยังระดมยิงออกไป ส่งผลให้มนุษย์ไฮยีน่าหลายตัวล้มลงและตายไป แต่ที่พวกเขาทำได้มากที่สุดก็เป็นแค่การลดจำนวนของพวกมันเท่านั่น

 

ถ้าพวกเขาสามารถใช้รถถังยิงออกไปได้ละก็ พวกมนุษย์กลายพันธุ์พวกนี้คงไม่ใช้คู่ต่อสู้ที่อันตรายแบบนี้ เป็นเพราะพื้นที่และเวลาเตรียมการที่ไม่มากพอ ทำให้พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนรถถังออกมาได้

 

และแล้วเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ก็เข้าประชิดรั้วของค่ายทหารชั่วคราวได้ เมื่อเห็นแบบนั่นเหล่าทหารต่างก็นำมีดมาติดที่ปลายปืนของตน ก่อนจะแทงเข้าหาร่างของมนุษย์ไฮยีน่า

 

แต่ด้วยพละกำลังทางร่างกายของมนุษย์ทั่วไปไม่สามารถสู้กับมนุษย์กลายพันธุ์ได้ ทหารหลายคนที่แทงมีดซึ่งติดที่ปลายปืนออกไปก็ถูกพวกมันจับปืนเอาไว้ และกระชากลงไปฉีกร่างอยู่ที่เบื้องล่าง!!!

 

...ปึงงงง!!!...ปึงงงงงง!!!.... เสียงร่างของมนุษย์กลายพันธุ์หลายตัวที่พยายามกระแทกรั้วไม้ให้พัง ขณะที่บางตัวก็พยายามปีนป่ายขึ้นไปบนรั้วไม้นี้

 

...ปัง!...ปัง!... เสียงปืนระดมยิงดังขึ้นทั่วทั้งค่ายทหาร ขณะที่สถานการณ์ของเหล่าทหารตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด

 

...บึมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!... แต่ทันใดนั่นเองเสียงปืนใหญ่รถถังก็ดังขึ้นอย่างไม่คาดคิดและฉีกกระซากร่างของมนุษย์กลายพันธุ์นับสิบ ๆ ตัวในการยิงแค่ครั้งเดียว

 

รถถัง ได้ยังไงกันเป็นสิ่งที่เหล่านายทหารซึ่งคุมอยู่รอบนอกค่ายต่างคิดขึ้นพร้อม ๆ กัน

 

แต่เมื่อมองไปยังที่มาของเสียงปืนใหญ่ก็เห็นร่างของท่านนายพลของพวกเขา ชายหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีควันบุหรี่กับดวงตาสีฟ้าสด กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของรถถังทั้งยี่สิบห้าคัน ขณะที่เขาพยายามตะโกนพูดบางอย่างไปที่ด้านหลัง ซึ่งมีชายหนุ่มผมสีดำยาวกำลังนั่งทำสีหน้าตื่นเต้นอยู่บนรถถังคันหนึ่ง!!!

 

สิ่งที่น่าแปลกคือในเวลานี้ใครกันที่เป็นคนควบคุมรถถังทั้งยี่สิบห้าคันนั่น ทั้งด้วยวิสัยและขอบเขตการยิงแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่ทหารจะสามารถควบคุมหรือขับพวกมัน

 

 

“ช่วยกะระยะให้กระสุนตกลงต่ำกว่านี้ด้วยครับท่านไคท์” เสียงนายพลหนุ่มพูดออกด้วยความเคารพ ขณะที่เม็ดเหงื่อยังคงไหลออกมาจากใบหน้าหล่อและเคร่งเครียดของเขา

 

เดมันได้ทดลองให้ชายหนุ่มผู้ที่เป็นคนซึ่งลาเกียพูดถึงทดสอบพลังกับรถถังของเขา ด้วยความกดดันที่ว่าค่ายทหารชั่วคราวถูกบุกโดยไม่คาดคิดและการตั้งรับเสียเปรียบอย่างที่ไม่ควรจะเป็น ตัวเขาเมื่อได้ยินคำผมดำบอกว่ามีพลังจิตที่สามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ในระยะห้าร้อยเมตรได้ แผนการนี้ก็ผุดขึ้นมาภายในหัวของนายพลหนุ่ม

 

“ไม่น่าเชื่อว่าท่านไคท์จะสามารถควบคุมรถถังทั้งยี่สิบห้าคันได้ด้วยพลังของท่านแค่คนเดียว สมแล้วที่เป็นคนซึ่งลาเกียส่งมา” เดมันพูดออกไป แต่ไหนเลยที่ชายหนุ่มผมดำยาวในเวลานี้จะสนใจ เพราะตัวเขากำลังตื่นเต้นไปกับการควบคุมรถถังทั้งยี่สิบห้าคันนี้!!!

 

ตำราสวรรค์ ถ้าฉันควบคุมพลังตัวเองบ่อย ๆ พลังจิตของฉันจะดีขึ้นแน่นะ

 

แน่นอนเสียงตอบกลับ

 

แต่เจ้าก็สามารถใช้พลังของตัวเองทำลายกฎของมันได้นะ ถ้าอยากจะแข็งแกร่งทางลัด...เสียงเอ่ยต่อมา

 

แต่หลังจากได้ยินแบบนั่นไคท์ก็ส่ายหัวทันที

 

ถึงพลังของเขาจะสามารถทำลายกฎต่าง ๆ ลงได้ แต่ในเวลานี้เขาแบกรับผลกระทบจากการทำลายกฎไปหลายข้อแล้ว ถ้ายังฝืนทำลายกฎต่อไป ตัวเขาอาจจะเป็นบ้าไปหรือเสียสติไป...

 

เอาไว้เป็นตัวเลือกสุดท้ายก็แล้วกันไคท์คิดตอบ ก่อนที่ลุกขึ้นยืนอยู่บนรถถังและชี้มือไปยังทิศที่ต้องการให้ปากกระบอกปืนรถถังทั้งยี่สิบห้าคันหันไป

 

“เดมัน ให้ฉันยิงเจ้าหมีดำนั่นไหม?” ไคท์ถามออกไป ขณะที่มองไปยังร่างหมียักษ์ที่กำลังฉีกรั้วไม้ค่ายทหาร

 

“ฝากด้วยครับท่านไคท์” นายพลหนุ่มเอ่ยขึ้นทันใด ในเวลานี้เขาต้องหวังพึ่งพลังของอีกฝ่าย เพราะด้วยชุดเกราะและปืนที่ลาเกียมอบให้นี้สามารถพาชีวิตเขารอดไปได้ แต่มันไม่สามารถรักษาชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชาเอาไว้! เดมันจึงได้แต่หวังพึ่งพลังของชายหนุ่มเบื้องหน้า!!!

 

หลังได้ยินคำยืนยันจากปากนายพลเดมัน จอมมารหนุ่มก็ฉีกยิ้มเหี้ยมออกมา พร้อม ๆ กับดวงตาสีทองที่ส่องประกายเจิดจ้าขึ้น!

 

“ยิงเลยเด็ก ๆ !!!

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

252 ความคิดเห็น