I am a Grim || เกิดใหม่ที่ต่างโลก ดันเป็นกริมซะได้

ตอนที่ 113 : ( ภาค 3 - สงครามต่างโลก ) บทที่ 3 จอมมารน่ะ ไม่จำเป็นต้องออกจากห้องตัวเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 486
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ก.ค. 60

บทที่ 3 จอมมารน่ะ ไม่จำเป็นต้องออกจากห้องตัวเอง

 

 

 

ช่วงดึกของวัน คืนนี้เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวงทั้งปรากฏกลุ่มดาวน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนเหนือท้องฟ้า ต่างแข่งกันส่องแสงสว่างลงมาสู่พื้นดิน ด้วยแสงอ่อน ๆ เหล่านี้เองที่ทำให้คืนนี้เป็นคืนสว่างและสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมโดยทั่ว ถึงจะไม่ชัดเท่ากับช่วงกลางวันก็ตาม

 

ภายในห้องของจอมมารหนุ่ม บนเตียงนอนมีร่างของทั้งสามซึ่งกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงขนาดสิบคน

 

จู่ ๆ ร่างของชายหนุ่มซึ่งเป็นร่างที่นอนอยู่ตรงกลางก็ลืมตาขึ้น เจ้าตัวค่อย ๆ หันมองซ้ายขวาไปทางร่างของภรรยาทั้งสองที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าสักชิ้น...

 

ไม่กลัวจะเป็นหวัดกันรึไง

 

เห็นแบบนั่นด้วยความสงสัยว่าพวกเธอหลับจริง ๆ หรือแกล้งหลับกัน ชายหนุ่มจึงยกมือขึ้นและบีบไปที่จมูกสวยได้รูปของสองสาว

 

..ฟือ..ฟือ... เสียงหายใจดังออกจากทางปากทันใด

 

หลับแล้วสินะจอมมารหนุ่มคิดในใจ ก่อนจะปล่อยมือจากจมูกของสองสาว แล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างที่เปลือยเปล่าไว้ เพราะกลัวว่าพวกเธอจะเป็นหวัด

 

ตำราสวรรค์เสียงภายในความคิดของจอมมารหนุ่มดังขึ้น เป็นเสียงที่ส่งผ่านโดยการใช้พลังจิต ซึ่งแน่นอนว่าเสียงนี้เขาส่งไปหา ลาเกียอีกตัวตนหนึ่งหรือก็คือตำราเล่มสีทองซึ่งอยู่ในรูปลักษณ์ของต่างหูของเขา

 

ว่ายังไงสหาย ว่าแต่นี่เจ้าคิดจะปล่อยให้ภรรยาที่งดงามทั้งสองของตัวเองนอนหลับไปตลอดถึงเช้าจริง ๆ หรือข้อความสีทองลอยเด่นขึ้นที่ด้านหน้าของจอมมาร แน่นอนว่าตำราสวรรค์นั่นรู้อยู่แล้วว่าคู่หูต้องการอะไรถึงได้เรียกมันในเวลาพักผ่อนนี้

 

ข้าต้องการวิชาของเผ่ามาร วิชาที่ทำให้ข้าออกไปภายนอกหรือไปทุกแห่งได้โดยที่ตัวข้ายังอยู่ที่นี่เสียงความคิดผ่านจิตของไคท์

 

โห่ เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรกันข้อความสีทองลอยขึ้น แต่สักพักตัวอักษรก็เปลี่ยนไป

 

ขอเวลาข้าสักพัก ข้าขอค้นหาก่อนข้อความสีทองลอยขึ้น ก่อนที่ต่างหูของจอมมารหนุ่มจะเรืองแสงสีทองอ่อน ๆ ออกมา แล้วมันก็ลอยออกมาจากหูของเขา แล้วค่อย ๆ ขยายร่างออกเป็นตำรายักษ์ปกสีทอง ซึ่งมันพยายามหรี่แสงของตนลงเพื่อไม่ให้สาวงามทั้งสองของคู่หูตนสะดุ้งตื่น...

 

ในระหว่างที่ตำราสวรรค์กำลังค้นหาทักษะหรือวิชาให้กับไคท์อยู่ จอมมารหนุ่มก็เริ่มคิดวางแผนสิ่งที่ตัวเองจะทำไว้คร่าว ๆ ในหัว คืนนี้เขาควรจะทำอะไรดี ถ้าเกิดทักษะใหม่ที่จะได้เรียนสามารถใช้ได้จริง ๆ

 

ไม่นานข้อความสีทองจากตำราสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นด้านหน้าของเขา

 

เจ้าโชคดีจริง ๆ จากทักษะและวิชาทั้งหมด ข้าค้นพบวิชาที่ตรงตามความต้องการของเจ้าถึงสิบอย่าง แต่ที่ข้าจะแนะนำและสอนเจ้าจะเป็นทักษะนี้ข้อความสีทอง

 

ถอดจิตสลักร่างข้อความสีทองตัวใหญ่ลอยขึ้นเบื้องหน้าของไคท์ ก่อนที่คำอธิบายของทักษะจะปรากฏออกมา...

 

ทักษะที่ทำให้สามารถถอดความคิดหรือ ร่างจิตของตนออกจากร่างกายของตัวเองได้ โดยตอนที่ถอดร่างจิตออกไปนั่นยังสามารถสร้างจิตเทียมเพื่อคอยควบคุมและดูแลรักษาร่างกายของตนได้ ทั้งเมื่อ ร่างจิตกลับมาแล้วความทรงจำและการกระทำทุกอย่างของจิตเทียมจะกลับเข้ามารวมกับร่างจิตทักษะนี้ยังไม่หยุดเท่านี้ หากสามารถควบคุมจิตได้ดีแล้วจะสามารถควบคุมร่างกายไปพร้อม ๆ กับ ร่างจิตได้

 

เมื่อเห็นคำอธิบายจากตำราสวรรค์จนหมด จอมมารหนุ่มก็พยักหน้าให้ ก่อนจะเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายด้วยเสียงทางจิต

 

ข้าพร้อมแล้ว ว่าแต่เจ้าจะสอนข้ายังไงไคท์พูดทางจิต

 

ง่ายมากสหายข้อความสีทองลอยเด่นขึ้น ก่อนที่ตำรายักษ์จะลอยมาอยู่ที่เหนือหัวของเขา

 

ลุกขึ้นมานั่งในท่าที่สบาย ๆ ของเจ้า ข้าจะถ่ายทอดมันทางความคิด!!!’ ข้อความสีทองลอยเด่น

 

เห็นแบบนั่นจอมมารหนุ่มก็ยิ้มเหี้ยมออกมา ก่อนจะลุกขึ้นนั่งในท่าที่สบายทันใด ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลง

 

ข้าจะคุยกับเจ้าทางจิตก็แล้วกัน ถึงมันจะทำให้ข้าเบื่อ ๆ และดูไม่เท่น้ำเสียงของชายหนุ่มที่ฟังดูอบอุ่นดังขึ้นภายในหัวของไคท์

 

...จอมมารหนุ่มไม่ได้ตอบกลับไป แต่มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า ขณะที่คิ้วของเขาสั่นกระตุกเล็กน้อย...

 

เอาละน่ะเสียงที่ฟังดูอบอุ่นดังขึ้นทันใด!

 

...ปึก!... เสียงกระแทกของปกหนังสือสีทองกับศีรษะของจอมมารหนุ่มดังขึ้นทันใด พร้อม ๆ กับสติของเจ้าตัวที่หายไป...

 

 

ภายในสถานที่มืดมิด โดยรอบเต็มไปด้วยความมืดที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

 

ปรากฏร่างของชายหนุ่มผมดำยาว ดวงตาสีดำเข้ม สวมชุดสีดำสนิทตั้งแต่ส่วนบนลงไปถึงเท้า ใบหน้าหล่อในเวลานี้มีสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก เพราะเขารู้สึกตัวในจังหวะสุดท้ายก่อนที่ตัวเองจะหมดสติและเข้ามาในสถานที่แห่งนี้

 

เจ้าทำให้ข้าสลบไป...ได้ยังไงไคท์ เดอกริม ผู้เป็นทั้งเทพอสูร ปีศาจกริมและยังถือตำแหน่งเป็นจอมมารเอ่ยถามขึ้นด้วยความไม่พอใจ ตำราสวรรค์ถือสิทธิ์อะไรมาทำให้ตัวเขาสลบ ถึงมันจะเป็นลาเกีย แต่ตัวเขาก็เป็นลาเกียเหมือนกัน

 

ฮา ๆ ๆ ๆ ข้าเป็นผู้รอบรู้ รู้ทุกวิชา รู้ทุกอย่างที่มีคนคิดค้นขึ้นมา แต่ที่ข้าต้องทำแบบนั่นกับเจ้า เจ้าน่าจะรู้ดีเสียงชายหนุ่มที่ฟังดูอบอุ่นดังขึ้น ก่อนที่จะปรากฏร่างเลือนร่างขึ้นที่ด้านหน้าของไคท์

 

ร่างที่งดงามใบหน้าสวยได้รูป ซึ่งมองไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง เส้นผมสีทองยาวถึงกลางหลัง สวมชุดคลุมสีทองสดคล้ายเทวทูต มีโซ่สีทองลอยอยู่ข้างตัวสี่เส้น ขณะที่ด้านหลังมีปีกสีทองคล้ายปีกของนกสองคู่กางอยู่

 

ร่างที่ว่ากำลังลอยอยู่ในระดับความสูงเหนือหัวของไคท์

 

“เจ้าคือตำราสวรรค์?” ไคท์เอ่ยถามออกไป

 

“ข้ายินดีที่จะให้เจ้าเรียกข้าแบบนั่น” ร่างที่งดงามคล้ายเทวทูตตอบ ก่อนที่ร่างดังกล่าวจะลอยเข้ามาใกล้ ๆ จอมมารหนุ่มและสบตากับเขา

 

“ข้ารู้ว่าจริง ๆ แล้วเจ้าต้องการอะไร เจ้าคิดยังไงกับข้า และข้ารู้ว่าเจ้าจะทำอะไรกับข้าถ้ามีโอกาส” เทวทูตเอ่ย ก่อนที่อยู่ ๆ โซ่สีทองทั้งสี่ก็เข้ามัดร่างของไคท์ทันใด!!!

 

“ตำราสวรรค์ เจ้าจะทำอะไรกับข้า?” ไคท์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่ไม่ได้ขัดขืนโซ่สีทองที่กำลังรัดร่างตัวเอง

 

“อืม...” เทวทูตทำสีหน้าคล้ายกำลังคิด ก่อนจะเอ่ยปากออกมา

 

“ถึงข้าจะรู้ความคิดในใจเจ้า เพราะเคยอยู่ในตัวเจ้ามาก่อน แต่ข้าก็คิดว่ามันน่าสนุกดี ดังนั่นข้าก็จะเล่นกับเจ้า” เทวทูตเอ่ย

 

“แล้วเจ้าจะมัดข้าด้วยโซ่ทำไม” ไคท์

 

“กระบวนการที่จะสอนวิชาทางจิตให้เจ้า มันเป็นเรื่องที่ยาก ตัวตนของเจ้าอาจจะจมดิ่งลงไปสู่ก้นบึ่งของตัวตนโดยไม่สามารถกลับขึ้นมา ข้ารัดเจ้าเอาไว้เพื่อที่จะไม่ให้ตัวตนของเจ้าหายไป หรือเจ้าต้องการแบกรับความเสี่ยงนั่น” เทวทูตเอ่ยปาก ก่อนที่ร่างดังกล่าวจะบินเข้ามาใกล้ ๆ จอมมารหนุ่ม

 

“ยโส โอหัง ความโลภ ไม่เข้าใจถึงความรัก และโชคชะตาที่เปลี่ยนแปลงตัวเองไปตลอดเวลา” เทวทูตเอ่ย

 

“ตัวข้าสามารถทำนายโชคชะตาได้ สิ่งนี้ข้ายังไม่เคยบอกกับเจ้า” เทวทูตพูด ก่อนจะใช้มือจับไปที่ปลายคางของไคท์และยกใบหน้าของเขาขึ้น

 

“เจ้าโชคดีที่พบกับพวกนาง พบกับภูติจิ๋วนั่น ซึ่งแต่เดิมนางถูกกำหนดให้เป็นคู่หูของข้า แต่เป็นเพราะโชคชะตาได้เปลี่ยนไป และเพราะว่าเจ้ากับข้าคือลาเกีย ทั้งหน้าที่ของเจ้าถือว่าสำคัญที่สุดในลาเกียทั้งหมด” เทวทูตพูด

 

“ที่จริงข้าควรสังหารเจ้าด้วยซ้ำ แต่การทำแบบนั่นไม่สร้างประโยชน์อะไรกับลาเกียที่เหลือ ทั้งมันจะทำให้ข้าเบื่อเพราะทำได้แค่ดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น” เทวทูตพูด

 

“ข้าไม่อยากจะพูดแล้ว เพราะหลังจากนี้ยังไงพวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันตราบนานเท่านาน และเจ้าไม่มีทางสลัดข้าหรือทำลายข้าได้...” ร่างที่งดงามพูดก่อนฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา แล้วจู่ ๆ เทวทูตก็จู่โจมไคท์ทันใด! ร่างดังกล่าวใช้ริมฝีปากกดทับลงบนริมฝีปากของจอมมารหนุ่ม!!!

 

“...” ไคท์อึ้งไปในขณะที่ร่างเบื้องหน้ากำลังบดและกดริมฝีปากของเขา ไม่เพียงแค่นั่นโซ่ที่กำลังรัดร่างของเขายิ่งรัดแน่นขึ้นอีก ส่งผลให้ไคท์ซึ่งเกือบหลุดเสียงร้องออกมาเผลออ้าปากขึ้น

 

และด้วยจังหวะดังกล่าว เทวทูตก็ส่งลิ้นของตนเข้าไปในปากของเขา

 

ข้า...กำลังถูกเจ้านี่ทำอะไรไคท์คิดในใจขณะที่รู้สึกเจ็บปวดในอก นี่ไม่ใช่ว่าตัวเขากำลังถูกผู้ชายจูบอยู่ใช่ไหม

 

ขณะที่คิดจะกัดลิ้นซึ่งสอดเข้ามาภายในปาก เขาก็พบว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมร่างกายได้

 

อะไร เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเราจอมมารหนุ่มได้แต่คิดและขัดขืนภายในใจ ขณะที่อีกฝ่ายยังคงจู่โจมอย่างต่อเนื่อง

 

...ผ่านไปนาน กว่าเทวทูตจะยอมถอนลิ้นและริมฝีปากกลับออกไป

 

“ขอบคุณ นี่เป็นจูบแรกของข้า ข้าเลยอยากจะให้มันเป็นจูบที่น่าจดจำและยาวนานสำหรับเรา” เทวทูตเอ่ย ขณะมองไปที่ใบหน้าของจอมมารหนุ่ม ซึ่งหลังจากที่ถอนริมฝีปากออกไป ไคท์ก็สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้อีกครั้ง

 

“ข้า...” ไคท์อ้ำอึ้ง แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาและเอาแต่ก้มหน้าไม่มองหน้าของอีกฝ่าย

 

“ฮา ๆ ๆ เจ้านี่ทำเป็นเล่นตัวไปได้ เจ้าคิดว่าข้าเป็นตัวอะไร” เทวทูตเอ่ยออกมาพร้อมใช้มือจับที่ปลายคางของเขาและยกใบหน้าที่กำลังซีดเผือกขึ้นมอง

 

“ฮา ๆ ๆ ๆ” เสียงหัวเราะดังออกจากปากของเทวทูต

 

“เอาเถอะ ข้าได้ส่งวิชาให้เจ้าผ่านสัมผัสเมื่อครู่แล้ว ต่อไปข้าจะดึงมันออกมาล่ะนะ” เทวทูตพูด ก่อนจะปล่อยมือจากคางของจอมมารหนุ่ม โดยที่โซ่ยังคงมัดร่างดังกล่าวเอาไว้แน่น

 

“เปิดผนึก!!!” สิ้นคำกล่าวของเทวทูตที่กำลังลอยตัวอยู่ ร่างของไคท์ก็สั่นสะท้านและรู้สึกหนาวเย็นทั่วทั้งตัว สติของเขาเกือบปลิวหายไป แต่ถูกโซ่สีทองบีบรัดและกระตุกหลายครั้งเพื่อดึงสติกลับมา

 

“...” ไร้เสียงร้องจากร่างของจอมมารหนุ่มซึ่งกำลังมึนงงและใกล้หมดสติ ขณะถูกโซ่สีทองรัดและยกร่างเอาไว้บนอากาศ...

 

“ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าหายไปหรอกน่ะ...เพราะเจ้าได้จูบแรกของข้าไปแล้ว” เทวทูตเอ่ยออกไป ซึ่งเป็นเสียงที่ไคท์ไม่มีโอกาสได้ยิน

 

เป็นน้ำเสียงของหญิงสาวที่ฟังดูอบอุ่นและน่าหลงใหล ก่อนที่น้ำเสียงของเธอจะกลับเป็นเสียงของชายหนุ่มที่ฟังดูอบอุ่นแทน

 

“เจ้านี่มันคงคิดว่าข้าเป็นผู้ชายแน่ ๆ แต่เอาเถอะ ปล่อยให้คิดไปแบบนั่นก็สนุกดี” เทวทูตเอ่ยออก ก่อนจะพูดขึ้นอีกประโยคด้วยเสียงที่ดังเพื่อเตือนสติของไคท์

 

“เจ้าห้ามหมดสติไป และจงมีสติอยู่กับร่างกายของตัวเอง อย่าปล่อยให้สติหลุดลอยไป” เสียงชายหนุ่มที่ฟังดูอบอุ่นดังออกจากปากของเทวทูตซึ่งกำลังมองดูร่างของจอมมารหนุ่มที่ถูกรัดด้วยโซ่สีทองทั้งสี่เส้น...

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

252 ความคิดเห็น

  1. #148 llมวfง่ (จากตอนที่ 113)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 22:31
    อึงเลย
    #148
    0