Chance โอกาสรัก [SingtoKrist]

ตอนที่ 23 : Chance : 23th

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,966
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    23 ก.ค. 61

Chance : 23th

 


          

คนเพิ่งตื่นรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยกับการถูกปลุกในตอนเช้าช่วงวันหยุด คริสใช้เวลาซักพักในการขับไล่ความงุนงงหลังการตื่นนอนก่อนที่ใบหน้าขาวจะเปลี่ยนเป็นตกใจแทน เมื่อเห็นว่าคนป่วยที่ควรหลับอยู่หันหน้ามาทางฝั่งเขา ไหนจะมือที่อีกคนยังจับเอาไว้อีก คริสรีบดึงมือของตัวเองกลับมาเก็บไว้ที่เดิมแต่มีหรือที่คนที่จับอยู่จะปล่อย

 

 

ปล่อยก่อน เดี๋ยวผมจะเอามายาให้คริสว่าก่อนจะมองที่มือของตัวเอง หน้าที่ของเขากำลังจะสิ้นสุดแล้ว วันนี้เพื่อนของคนป่วยน่าจะเข้ามาดูแลได้แล้ว

 

 

เดี๋ยวลุกขึ้นไปกินพร้อมกันก็ได้ แต่ไม่ปล่อยได้มั้ยอีกคนต่อรองก่อนจะเปลี่ยนท่าลุกขึ้นมานั่งแทน แต่ด้วยการอาการปวดหัวที่ยังคงมีอยู่ทำให้ คนป่วยเซไปเล็กน้อย จนคนตัวขาวได้แต่มองดูความดื้อลั้นยามป่วยของอีกฝ่าย

 

 

จะลุกยังไงในเมื่อแค่นั่งคุณยังนั่งไม่ตรงเลย ปล่อยเถอะเดี๋ยวผมเอายากับข้าวมาให้ เดี๋ยวผมจะโทรหาพี่กายอีกทีว่าจะเข้ามาหาคุณตอนไหนคริสบอกอีกคนที่นั่งหน้าเหงาอยู่ที่เตียงทว่ามือนั้นก็ยังไม่ปล่อยจนคริสจนใจกับคนป่วย

 

 

อยู่ด้วยกันก่อนได้มั้ย ไม่อยากให้กลับ..นะ แค่กๆ

 

 

จนสุดท้ายแล้วคริสก็ต่อรองกับคนป่วยโดยที่คนป่วยยังนอนอยู่ที่เดิมส่วนเขาออกมาทำข้าวเช้ากับเอายาให้คนป่วยโดยที่เขาเปิดประตูห้องนอนของอีกคนเอาไว้เพื่อให้เห็นว่าเขายังอยู่ คริสค้นตู้เย็นหาของสดทำกับข้าวซึ่งแน่นอนว่าตู้เย็นตู้นี้แทบจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย นั่นทำให้คริสกลับมาคิดหนักอีกรอบ ถ้าให้เขาออกไปซื้อเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่สภาพของเขาตอนนี้ยังใส่เสื้อตัวเดิมของเมื่อวาน หน้าตาก็ยังไม่ได้ล้าง ถ้ากลับบ้านไปคงไม่ทัน คริสจึงเดินกลับเข้าไปที่ห้องนอนของคนป่วยอีกครั้ง

 

 

เดี๋ยวผมโทรสั่งข้าวให้คุณคงต้องรอซักพักคริสหันไปบอกคนป่วยก่อนจะโทรเข้าร้านอาหารที่เขามักสั่งประจำแต่ครั้งนี้ต้องเปลี่ยนสถานที่ส่งเพราะเขาไม่ได้จะสั่งไปบ้านแต่เขาจะต้องสั่งมาลงที่นี่ เมื่อวางสายคนตัวขาวก็จัดแจงยาวางไว้รออีกฝ่าย ก่อนจะเดินไปหยิบกะละมังมาเช็ดตัวคนป่วยอีกรอบ อุณหภูมิร่างกายของคนป่วยลดลงจากเมื่อวานไปพอสมควรแล้ว ที่เหลืออยู่คงเป็นอาการเจ็บคอกับไอมากกว่า

 

 

คุณต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวผมหยิบให้แต่คุณต้องเปลี่ยนเอาเอง ตกลงมั้ยคริสบอกก่อนจะเดินผละออกไปยังตู้เสื้อผ้าอย่างเคยชิน เขาเปิดตู้เสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกมาก่อนจะหยิบเสื้อผ้าให้คนป่วยที่นอนอยู่ ไม่วายสายตาของเขาก็หยุดลงที่ตู้เสื้อผ้าอีกฝั่งเมื่อก่อนเขาไปอย่างไร ตอนนี้เสื้อผ้าพวกนั้นก็ยังอยู่อย่างนั้นราวกับเจ้าของห้องไม่เคยเคลื่อนย้ายมันออกไปไหน

 

 

คริสรีบหยิบเสื้อผ้าของอีกคนออกมาก่อนจะปิดตู้ลง คนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงมองการกระทำของอีกฝ่ายทั้งหมด ตั้งแต่เช็ดตัวจนถึงตอนนี้ เขาคิดถึงคนตัวขาวที่สุด คิดถึงตอนที่คนตัวขาวอยู่ที่นี่ คิดถึงทุกอย่างที่คริสเคยทำให้ พอเขาเห็นคริสเข้ามาอยู่ที่ห้องตรงนี้แล้วเขาอยากจะปิดตายห้องนี้เสีย เขาไม่อยากให้คริสออกไปจากที่นี่เลย..

 

 

หลังจากสิงโตเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จไม่นานข้าวที่อีกคนโทรสั่งไปก็มาถึงพอดี ซึ่งแน่นอนว่าข้าวสำหรับคนป่วยคงหนีไม่พ้นข้าวต้ม

 

 

คริสไม่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหรอสิงโตถามอีกคนที่ยังอยู่ในชุดเดิมตั้งแต่ตื่นมา

 

 

เดี๋ยวผมจะกลับไปอาบที่บ้านที่เดียว

 

 

กลับแล้ว...จะมาอีกมั้ยคนป่วยถามคนตัวขาวซึ่งคริสเองก็พยายามติดต่อหาเพื่อนของคนที่ป่วยซึ่งแน่นอนว่าแต่เช้า กายยังไม่รับโทรศัพท์คริสเลย เขาได้แต่มองโทรศัพท์ก่อนจะถอนหายใจทิ้ง

 

 

งั้นให้พี่ไปกับคริสได้มั้ย

 

 

คุณจะไปกับผมได้ยังไง คุณป่วย พักผ่อนเถอะเดี๋ยวพี่กะ..ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยคดีคนป่วยก็พูดขึ้นมาก่อน

 

 

กายมันไม่ว่างหรอก วันนี้วันเสาร์ร้านอาหารมันยุ่ง พี่ขอไปด้วยได้มั้ยถ้าคริสไม่อยากอยู่ที่นี่ไปบ้านคริสก็ได้คำตอบของคนป่วยทำเอาคริสปวดหัวไม่น้อย ตั้งแต่ป่วยคนๆนี้มักดื้อลั้นเอาแต่ใจไม่ต่างจากตอนนั้นเลยเขายอมรับว่าไม่อยากอยู่ที่นี่ เขายอมรับว่าที่นี่ทำให้เขากลัวความรู้สึกบางอย่าง แต่เขาก็ยอมรับว่าเขาทิ้งคนป่วยเอาไว้ไม่ได้ อาจจะด้วยจรรยาบรรณที่เขาเรียนมา แม้ว่าเขาจะไม่ใช่หมอรักษาคนก็ตาม

 

 

ผมดูแลคุณในฐานะคนไข้เท่านั้น ถ้าอาการคุณไม่ดีขึ้นหรือมันแย่ลงผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลโดยไม่มีข้อแม้ ถ้าคุณไม่ทำตามนี้ผมจะกลับในทันทีคริสว่าก่อนจะเดินกลับไปที่เตียง การขนย้ายคนป่วยไปมาโดยไม่จำเป็น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำไม่ว่าจะกับคนหรือกับสัตว์ซึ่งแน่นอนว่าคนเพิ่งไข้ลดจากเมื่อวานก็เช่นกัน

 

 

มะ หมายความว่าคริสจะยังอยู่ที่นี่ใช่มั้ยคนป่วยส่งประกายตาวาวมาให้ราวกับเด็กเจอของถูกใจ ก้อนเนื้อข้างซ้ายของเขาเต้นไม่เป็นส่ำ แค่คนป่วยก็ได้ไม่เป็นไร เขาจะอยู่ตรงไหนก็ได้พอเห็นแบบนั้นคริสก็พยักหน้ารับ ก่อนจะทำใจเดินไปเปิดตู้อีกฝั่งที่เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้เปิด แน่นอนว่าปลายมือ ปลายเท้าของเขาเย็นไปหมด 

 

 

ผมขออนุญาตยืมเสื้อผ้าของคุณก่อนนะ เดี๋ยวผมจะรีบซักเอามาคืน”‘เหอะๆ ไอ้คริสมึงกำลังทำอะไรอยู่วะคนตัวขาวก้มหน้าก้มตาหยิบของก่อนจะดิ่งตรงไปยังห้องน้ำ โดยที่เขาเองไม่รู้เลยว่าสายตาที่มองมานั้นโหยหาขนาดไหน 

 

 

ทั้งหมดคือของๆคริส เราจะหยิบอะไรก็ได้จะใช้อะไรก็ได้มันเป็นของคริสทั้งหมดคนป่วยพูดอยู่บนเตียงคนเดียวหลังจากที่อีกคนหายเข้าไปในห้องน้ำแล้ว  เขาหมายความอย่างที่พูดจริงๆ ของใช้ทุกอย่าง ข้าวของทุกชิ้นเขายังคงวางมันเอาไว้ที่เดิมของมันเพื่อรอให้ใครอีกคนกลับมา...

 

 

ไม่นานเกินรอคริสก็ออกมาจากห้องน้ำ ชุดเก่าถูกอุ้มไว้ในมือของคนตัวขาวส่วนชุดที่ยืมอีกคนมาก็อยู่บนตัวของเขา ตอนนี้คริสอยู่ในเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กับกางเกงขายาวสีเทา สายตาของคริสไล่มองไปหยุดที่เตียงคนป่วยที่ควรจะนอนแต่กลับนั่งพยายามลืมตาไม่ให้ตัวเองหลับทั้งๆที่ตาบวมไปหมด คริสเดินเอาเสื้อผ้าของตัวเองไปวางกองไว้กับกระเป๋าสะพายของตัวเอง

 

 

นอนได้แล้ว เดี๋ยวประมาณเที่ยงผมจะปลุกขึ้นมากินยา

 

 

นอนด้วยกันได้มั้ย ไม่อยากนอนคนเดียวขณะที่คริสกำลังหาเก้าอี้มานั่งข้างคนป่วยอีกคนก็เอ่ยขึ้นมาก่อนซึ่งแน่นอนว่าคริส ส่ายหัวปฏิเสธไปในทันที เท่านี้ก็เกินความสามารถเขามามากพอแล้วหากให้ขึ้นไปนอนอีก เขาคงทำไม่ได้

 

 

งั้นขอจับมือได้มั้ย แค่จับมือและแน่นอนว่าคริสยังคงส่ายหัวอีกเช่นเดิม จนคนป่วยตอนนี้หน้าตูมไปอีก คริสรู้ดีว่าคนตรงหน้าเขาเอาแต่ใจแค่ไหนเวลาป่วย คนตัวขาวทิ้งตัวเองลงเก้าอี้ข้างเตียงมองอีกคนที่ตะแคงข้างมาทางเขา ก่อนจะก้มหน้าอ่านงานในไอแพดที่เขาหยิบติดมาด้วย

 

 

แล้วพี่จะรู้ได้ไงว่าคริสจะไม่หนีกลับตอนพี่หลับ

 

 

อยู่ของผมคืออยู่ ถ้าคุณไม่นอนตอนนี้ผมจะย้ายออกไปนั่งข้างนอก” คริสนั่งมองคนป่วยที่เปลี่ยนท่านอนหันตะแคงข้างมาทางเขาแทนที่จะนอนตรงๆ เขารับรู้ถึงสายตาที่มองมาตลอดแต่คริสเลือกที่จะหลบมันด้วยการอ่านงานบนหน้าจอไอแพด และเมื่อรู้ตัวอีกทีคนป่วยก็หลับไปแล้ว เช่นเดียวกับคนตัวขาวที่นั่งหลับไปทั้งๆที่งานอ่านงานค้างเอาไว้ ความเหนื่อยล้าที่สะสมทำให้เขาหลับได้อย่างง่ายดาย

 

 

แกร็ก แกร็ก

 

 

เสียงคนเปิดประตูเข้ามาในห้องในเวลาเกือบเที่ยง แขกคนใหม่เข้ามาในห้องพร้อมถุงข้าวต้มที่เขามาให้คนป่วย แขกที่มาใหม่เดินเอาข้าวต้มไปว่าที่ตะก่อนจะเปิดประตูห้องนอนเข้าไปอย่างเบามือ ภาพที่ปรากฏคือเจ้าของห้องนอนหลับอยู่ที่เตียงโดยตะแคงข้างเข้าหาอีกคนที่นั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ไอแพดเครื่องน้อยหมิ่นเหม่จะตกแหล่ไม่ตกแหล่ ภาพนั้นสร้างรอยยิ้มให้คนเข้ามาใหม่ไม่น้อย เขาเลือกที่จะปิดประตูกลับออกไปอย่างเบามือ ก่อนจะพาตัวเองกลับออกไป..

 

 

 

คริสตื่นมาอีกทีในตอนเที่ยงเกือบครึ่งเขาปลุกให้คนป่วยลุกขึ้นมากินข้าวกินยาและ สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้คนตัวขาวมากที่สุดคงไม่พ้นถุงข้าวต้มที่วางไว้ตรงเคาท์เตอร์ คนตัวขาวคิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของเจ้าของห้องเอามาให้ แต่แปลกที่ไม่ยอมปลุกเขา อีกทั้งยังไม่ยอมรับโทรศัพท์เขาอีกต่างหาก วันทั้งวันยังคงวนลูปไปแบบเดิม คือเขาเอายาให้คนป่วย ให้อีกคนนอน ปลุกขึ้นมาเมื่อถึงเวลา จนตอนนี้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเข้มอีกครั้ง

 

 

คริสยังคนเช็ดตัวให้อีกฝ่ายก่อนจะให้อีกคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง อาการโดยรวมของคนป่วยวันนี้ดีขึ้นมากสำหรับเขา และไม่นานเบอร์ที่เขาพยายามติดต่อมาทั้งวันก็โทรกลับมา ทำเอาคริสรีบรับโทรศัพท์แทบไม่ทันสายปลายบอกเขาว่าจะเข้ามาที่นี้ในอีกครึ่งชั่วโมง นั่นเป็นการบอกว่าหน้าที่ของเขาวันนี้จะจบลงแล้ว

 

 

อีกซักพักพี่กายจะเข้ามาแล้วนะครับคริสบอกอีกคนที่นอนอยู่ที่เตียง

 

 

คริสอยู่ต่ออีกนิดได้มั้ย พี่....ยังไม่อยากให้กลับสิงโตยังคงพูดประโยคเดิมตั้งแต่รู้ว่าคริสจะกลับบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าคริสทำเพียงส่ายหัวเท่านั้น วันนี้เขาอยู่ที่นี่มานานพอแล้วความจริงเขาควรกลับตั้งแต่เช้าของวันนี้แล้วด้วยซ้ำ

 

 

คริส..ขอบคุณนะสิงโตเอ่ยขึ้นเมื่อรู้ว่าอีกคนไม่ยอมอยู่ที่นี่ต่อ แต่ไม่เป็นไรแค่นี้เขาก็มีกำลังใจที่จะไปต่อแล้ว อย่างน้อยการป่วยครั้งนี้ก็ทำให้เขารู้ว่าคริสยังไม่ได้ปิดเขาไปเสียทั้งหมด สิ่งที่เขาทำไปคริสยังพอเห็นมันบ้าง คงถึงเวลาที่เขาจะต้องพูดกับคนตัวขาวจริงจังอีกซักครั้งแล้ว...

 

 

 

หลังจากวันที่สิงโตป่วยตอนนี้ก็ผ่านมาได้ราว วันแล้วคริสยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมคือมาทำงาน เข้าเวรบ้าง แล้วก็กลับบ้าน ช่วงนี้สิงโตหายออกไปจากวงโครจรของคนตัวขาวเนื่องจากอาการป่วยที่อีกคนเป็นทำให้ไม่ได้มาหาเขาที่โรงพยาบาลอย่างที่เคยมีเพียงข้อความส่งมาแทนตัวคนเท่านั้น ส่วนคริสเองหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่ได้ไปหาสิงโตที่ห้องอีกแต่เขาก็ยังตอบข้อความบางข้อความที่อีกคนส่งมา

 

 

อะแฮ่มม ยังไงค้าบน้องรักรุ่นพี่หน้าตี๋คนเดิมโผล่เข้ามาในห้องของเขาตอนช่วงก่อนเลิกงาน

 

 

เอ้า งงๆอะไรคนติดตามมึงไปไหนค้าบคุณคริส

 

 

คนติดตามบ้าอะไรพี่ ไม่มีเว้ยคริสโวยวายกลับไป

 

 

หึหึ หรอ กูเห็นนะวันที่มึงพยุงมันออกไปหน่ะคนอายุมากกว่าส่งสายตาล้อเลียนมาให้คนตัวขาว

 

 

คนป่วยมั้ยหล่ะพี่ ถ้าเป็นพี่ๆก็ทำแบบผมจรรยาบรรณอ่ะ

 

 

พ่องงง มึงหมอหมาไม่ใช่หมอคน กูถามจริงๆเถ๊อะตลอดเวลาเนี่ย อืออออ กี่เดือนแล้ววะ เดือนกว่ามาเนี่ยมึงรู้สึกอะไรกับมันแล้วใช่มั้ย

 

 

พี่อ๊อฟ!!”

 

 

อะไร เรียกกูเพื่อ กูอยู่ใกล้ๆนี่

 

 

พี่แม่งกวนอ่ะ เห้อออ ไม่รู้สิพี่ ผมไม่รู้ ผมกลัวที่จะต้องกลับไปแต่แปลกที่ผมดันกล้าเข้าไปที่เดิมที่ผมคิดว่าตัวเองไม่สามารถเข้าไปได้ เหอะ ผมเป็นบ้าอะไรวะพี่อีกคนระบายความรู้สึกสับสนออกมา

 

 

มึงฟังกูดีๆนะคริส สิ่งที่มันทำให้มึงกับสิ่งที่มึงเริ่มแสดงออกกูว่ามันชัดเจนอยู่แล้วนะ มึงอาจจะยังไม่ยอมรับแต่มึงถามใจตัวเองดีๆ ถ้าวันนึงไอ้สิงมันหายไปมึงจะยังนั่งใจเย็นเป็นแป๊ะยิ้มอยู่อย่างนี้มั้ย ถ้ามึงไม่ได้คิดอะไรกับมันแล้วทำไมมึงยังไม่ยอมใจให้ใครซักที มึงคิดดีๆนะ โอ๊ะๆ ไม่ต้องตอบกูนะจ้ะ มึงตอบตัวเองพออ๊อฟพูดขึ้น เขามองเห็นการกระทำหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

 

 

ในทีแรกเขาเองก็คร้านหัวชนฝาหากรุ่นน้องที่เขารักเหมือนน้องชายอีกคนต้องกลับไปเจ็บปวดเหมือนเก่า แต่หลายๆอย่างที่เขาเห็นน้องชายของเขาก็ไม่ได้เกลียดอีกฝ่ายจนอยากผลักอีกคนทิ้ง แต่อาการของน้องเขามันเหมือนทั้งรักทั้งเจ็บจึงยังไม่ยอมออกมาจากจุดเซฟโซน เขาช่วยกระตุ้นอีกคนได้แค่นี้ ที่เหลือคนเป็นการตัดสินใจของคนสองคนมากกว่าที่เขาจะเข้าไปยุ่ง

 

 

หลังเลิกงานคริสก็พาตัวเองกลับมายังบ้าน บทสนทนาครั้งล่าสุดที่เขาคุยกับรุ่นพี่หน้าตี๋ยังคงวิ่งวนอยู่ในหัวเขา เช่นเดียวกับความกลัว ความสับสนที่ยังคงไม่หายไปเขาได้แต่ถอนหายใจก่อนจะพาตัวเองไปอาบน้ำให้ตัวเองรู้สึกคลายเครียดกว่านี้อีกซักหน่อยโดยเขาไม่รู้เลยว่าโทรศัพท์เครื่องบางที่เขาทิ้งไว้มีใครบางคนส่งไลน์มา

 

 

หลังอาบน้ำเสร็จคนตัวขาวก็เริ่มหาเกมในไอแพดมาเล่น เขานั่งโหลดเกมแล้วเกมเล่า บางเกมไม่ชอบใจก็ลบบางเกมสนุกก็เล่นต่อ เป็นไปอย่างนี้ราวชั่วโมง คริสก็เริ่มล้าที่ดวงตาจึงเอาไอแพดของตัวเองไปชาร์ตแบตก่อนที่จะดึงสายชาร์ตของโทรศัพท์ออก นั่นทำให้เขาเห็นหน้าจอโทรศัพท์ที่แจ้งเตือนไลน์ของอีกคนเมื่อ ชั่วโมงก่อน

 

 

_Singto : คริสพี่ไปหาได้มั้ย??

             เรากลับถึงบ้านหรือยัง พี่อยู่หน้าบ้านเรานะ

             พี่อยากคุยด้วย..

 

 

พอเห็นข้อความดังกล่าวคริสจึงเดินไปเปิดหน้าต่างบ้านดูและพบว่าคนที่ไลน์มายังคงจอดรถอยู่ที่เดิม เขาไม่รู้ว่าคนที่มาจอดรอมานานเท่าไหร่แล้ว เขาไม่รู้ว่าคนที่มาอยากคุยเรื่องอะไร และเมื่อรู้ตัวอีกทีเขาก็เดินออกไปที่หน้าบ้านเสียแล้ว

 

 

คนที่นั่งรอบนรถราวชั่วโมงเมื่อเห็นเจ้าของบ้านเดินออกมา เขาก็รีบลงมากจากรถทันที หากถามว่าทำไมมาถึงแล้วเขาถึงมากดกริ่งบ้าน  นั่นอาจเป็นเพราะเขาอยากรอใครอีกคนเดินออกมามากกว่าละมั้ง ตอนนี้คนตัวขาวได้พาตัวเองออกมายืนประจันหน้ากับคนอายุมากกว่าเรียบร้อย แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมาจนเจ้าของบ้านเอ่ยขึ้นมาแทน

 

 

คุณมีอะไรคริสยังคงยืนอยู่ภายในส่วนของตัวบ้านโดยมีรั้วกั้นระหว่างเขาสองคนเอาไว้

 

 

พี่นึกว่าเราจะไม่ออกมาแล้วซ่ะอีกสิงโตยิ้มน้อยๆให้คนตรงหน้า

 

 

ถ้าคิดแบบนั้นทำไมคุณไม่กลับไปหล่ะคริสถามด้วยความสงสัย

 

 

ไม่รู้สิ พี่คิดว่าพี่รอได้ รอให้เราเปิดไลน์ รอให้เราออกมา พี่คิดว่าพี่รอได้

 

 

แล้วถ้าผมไม่ออกมา คุณคิดจะรอไปเรื่อยๆแบบนี้หรอทุกๆอย่างที่คริสถามมันมักมีความหมายแฝงเสมอสิงโตรู้ดีว่าคำถามที่คนตัวขาวถามเขาตั้งแต่เมื่อกี๊มันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่มันไม่ใช่เพียงการถามเรื่องที่เขาขับรถมารอ มันมีอะไรที่มากกว่านั้น

 

อื้อ พี่ก็จะรอไปเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ออกมาวันนี้ พรุ่งนี้พี่ก็จะมาใหม่ตอนเช้าแล้วรอเราอยู่ดีสิงโตตอบไปตามความจริง

 

 

รอทั้งๆที่ไม่รู้ว่าอีกคนจะมาเมื่อไหร่หน่ะหรอ รอทั้งๆที่คุณไม่เห็นจุดหมายปลายทาง รอไปทั้งอย่างนั้นหน่ะนะเหมือนครั้งหนึ่งที่ผมเคยรอหน่ะรอคริสจ้องหน้าอีกคนเพื่อรอคำตอบ 

 

 

อื้อ รอสิเพราะครั้งหนึ่งพี่ก็เคยทำให้ใครคนหนึ่งรอเหมือนกัน รอจนสุดท้ายเค้ารอพี่อีกไม่ไหว พอพี่รู้ตัวอีกทีเค้าก็หายไปแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้มันถึงเวลาของพี่บ้างแล้วที่จะต้องรอเขาบ้างสิงโตตอบอย่างไม่หลบตาคนตัวขาว นัยน์ตาสวยตรงหน้าเขากำลังสั่นไหว ปากเล็กกำลังกัดเข้าที่ริมฝีปากล่างอย่างเคยชินเวลากลั้นความรู้สึกบางอย่าง

 

 

แล้วถ้าคนที่คุณรอ เค้ากลับมายืนอยู่ตรงข้างคุณอีกไม่ได้แล้วหล่ะ

 

......................................................................

 โถ่ คริสพี่สิงเป็นคนลูกไม่ใช่น้องที่หนูรักษา 5555

 น้องเราเริ่มลดกำแพงลงเรื่อยๆแล้ว เหลือแค่เคลียร์กับตัวเอง

พี่สิงป่วยแล้วอ้อนเชียว หลอกล่อน้องจนน้องต้องอยู่ต่อ

บอกแล้วว่าพี่เค้ามีวิธีหลอกน้องค่ะ เอ้า สงสัยหล่ะสิว่าคนที่เอา

ข้าวต้มมาให้เป็นใคร เดี๋ยวเฉลยในตอนถัดไปเลยค่ะ    

เหลืออีกไม่เกิน 3-4 ตอนแล้วนะคะ ไว้เจอกันตอนต่อไปนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

206 ความคิดเห็น

  1. #194 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 20:08
    ทุกคนเข้าใจน้องนะ แต่น้องแค่ยังกลัวอยู่ อีกนิดเดียวนะพี่สิง อดทนหน่อยนะ สู้ๆ
    #194
    0
  2. #125 อีช้อย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 09:07

    หนู หนูจะไม่ไปยืนข้าวๆพี่เขาไม่ได้เพราะเรารออ่านอยู่ ใจอ่อนไวๆเน้อสิงต้วนเค้ารอขนาดนี้แล้ว

    #125
    0
  3. วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 22:36
    ชอบในความพยายามของคนพี่และก็บอกมาเสมอว่าชอบความใจแข็งของน้องทุกการกระทำมีเหตุมีผลเสมอเอาใจช่วยทั้งคู่เลย
    ปล. เราชอบฟิคของไรท์มากๆเลยค่ะ
    #123
    0
  4. #122 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 19:22
    พยายามจนเหนื่อยละ พี่ก็สู้ต่อไปนะ เราขอถอดใจไปก่อนละกันเนอะ
    #122
    0
  5. #121 ก้อย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 18:25

    น้องคริสจ๋าาา พี่ว่าพี่สิงเค้ารู้ซึ้งถึงความรู้สึกของหนูแล้วลูก พี่คิดว่าหนูควรให้โอกาสพี่เค้าได้แล้วนะคะ อาจดูเหมือนว่าง่ายเกินไปมั้ยถ้าจะให้หนูยอมเปิดใจรับพี่ค้าเข้ามากครั้งนึง พี่ว่าไม่ง่ายนะคะ แต่ชีวิตคนเรามันสั้นอ่ะ อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะค่ะ อยากให้ทั้ง 2 คนรักกันกลับมาคบกันอีกครั้งใจจะขาดแล้วค่ะ รีบกลับมาคบและรักกันเร็วๆ นะคะพี่เป็นกำลังใจให้ค่ะ

    #121
    0
  6. #120 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 18:21
    คิดว่าคนที่เอาข้าวต้มมาให้คือพี่อ๊อฟ ประโยคทิ้งท้ายของตอนนี้ช่างน่ากลัววว
    #120
    0
  7. #119 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 18:12
    เห้อ น้องยังคงกลัว ส่วนคนพี่ก็ดับเครื่องชนไปเลยจ้ะ สู้เข้าไป รอจนกว่าน้องจะใจอ่อนเนอะ
    #119
    0