Chance โอกาสรัก [SingtoKrist]

ตอนที่ 20 : Chance : 20th

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    16 ก.ค. 61

Chance : 20th

กลับเข้าสู่เนื้อหาหลักแล้วค่า มาต่อกันเล้ยยย

...........................................................................




หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ร้านกาแฟสิงโตก็ขอตัวพาคนตัวขาวกลับมาก่อน คนผิวสองสีไม่ยอมปล่อยมือขาวที่กุมเอาไว้ตอนนี้เลยนับตั้งแต่ร้านกาแฟ พวกเขาผละกันออกเพียงชั่วครู่เดียวคือช่วงที่เขาพาคริสไปนั่งฝั่งข้างคนขับ หลังจากนั้นเขาก็กลับมาจับมือขาวที่วางไว้บนตักอีกครั้ง 

 

 

คริสไม่ได้ขัดขืนกลับกันคริสกลับดูนิ่งเฉย เหม่อลอยราวกับไม่ได้อยู่กับคนอายุมากกว่า เขาไม่ชอบเลยที่คนตัวขาวเป็นแบบนี้ เขาไม่ชอบเลยกับการเงียบของอีกฝ่ายที่เป็นแบบนี้ เขากลัวคริสจะหายไปในที่ไกลแสนไกลเหมือนตอนนั้น  เขายังจำความรู้สึกตอนนี้ได้ดีว่าการกลับมาแล้วไม่เจอใครมันเป็นอย่างไร

 

 

เขาจำได้ดีตอนที่เขาทำได้เพียงนั่งมองของต่างๆที่อีกคนทิ้งเอาไว้มันรู้สึกอย่างไร เขาจำมันได้ดีแม้ว่าจะร้องไห้แทบตาย ออกตามหาไปที่ไกลแสนไกลแต่สุดท้ายความผิดหวังก็ยังถูกหยิบยื่นกลับคืนมามันเป็นอย่างไร..

 

 

ไม่นานรถคันคุ้นเคยก็ถูกจอดที่หน้าบ้านหลังเก่าที่สิงโตรับคนตัวขาวออกมา คริสเปิดประตูลงจากรถไปแต่ทว่าก็ยังไปไหนไม่ได้เพราะมือของคนที่ขับรถมายังไม่คลายมือออก

 

 

ปล่อยด้วยครับคริสบอกก่อนจะมองมือที่อีกคนจับไว้อยู่ซึ่งแน่นอนว่าอีกคนยอมทำตาม คริสที่เห็นอย่างนั้นก็ก้าวออกจากรถทันทีโดยไม่ทันสังเกตว่าคนที่ยอมปล่อยมือเขาเปิดไปเปิดหลังรถ หยิบของที่ซื้อมาเดินตามเขามาด้วย ซึ่งพอเขาเข้าบ้านจะปิดประตูสิงโตก็รีบเอามือกันเอาไว้ก่อนทำให้มือของอีกฝ่ายโดนประตูหนีบเข้าอย่างจัง

 

 

 ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ยคริสเองก็ตกใจไม่น้อยไม่คิดว่าอีกคนจะตามเขามาแบบนี้ เขาค่อนข้างเหม่อลอยทำให้เขาไม่ได้สนใจกับสิ่งรอบข้างเท่าไหร่นัก

 

 

พี่ขอเข้าไปด้วยได้มั้ย นะสิงโตไม่ได้ตอบคำถามของอีกฝ่ายแต่หันไปขออีกฝ่ายแทน เขาตอบคำถามคริสเพียงยกถุงกับข้าวที่ซื้อมาชูขึ้นให้อีกฝ่ายได้เห็นเท่านั้น ซึ่งคริสเองก็ทำเพียงมองไปยังอีกฝ่าย มือที่โดนประตูหนีบยังคงจับที่อยู่ขอบประตูอยู่บอกได้เป็นอย่างดีว่าอีกคนดึงดันที่จะอยู่แค่ไหน

 

 

คริสทำเพียงถอนหายใจออกมาก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านไปซึ่งทำให้ตอนนี้ประตูบ้านที่กำลังจะปิดถูกแขกที่ตามมาเปิดออก พอเข้ามาในตัวบ้านสิงโตผ่านห้องนั่งเล่นก่อนที่จะเข้าไปวางของที่ห้องครัวที่เข้าเคยมารอบก่อน ขณะนี้ที่นั่งหน้าโทรทัศน์ถูกกองเต็มไปด้วยเอกสารต่างๆ กระจายอยู่รอบข้าง สิงโตมองก่อนจะยิ้มออกมา

 

 

ยังเหมือนเดิมเลย ยังชอบทำงานที่ห้องนั่งเล่นอีกสินะ

 

 

คริสกินข้าวเลยมั้ย นี่จะบ่าย แล้วสิงโตถามคริสที่กำลังจะเดินตรงเขาไปยังกองเอกสารที่วางทิ้งเอาไว้ ซึ่งคริสเองทำเพียงส่ายหัวเบาๆเป็นคำตอบ เขาไม่รู้สึกหิวอะไรทั้งนั้นตั้งแต่เจอเรื่องที่ร้านกาแฟ 

 

 

กินเถอะ เรายังไม่กินข้าวเที่ยงใช่มั้ย ก่อนออกไปกินแต่กาแฟจะปวดท้องเอานะคริสสิงโตยังคงชวนอีกคนคุยต่อ

 

 

คุณกินเถอะ ผมจะทำงานคริสบอกก่อนจะย้ายตัวเองลงไปนั่งที่พื้นก่อนจะเริ่มลงมืออ่านเอกสารอีกครั้ง สิงโตที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจที่คนตัวขาวไม่ดูแลสุขภาพตัวเองซักนิด คริสผอมลงไปมาก มากเสียจนเขาเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัด

 

 

แต่พอเห็นแบบนั้นสิงโตจึงเลิกดึงดันให้อีกฝ่ายมากิน เขากลัวอีกฝ่ายจะรำคาญเขาเสียก่อนจึงย้ายตัวเองไปนั่งอีกมุมหนึ่งของบ้าน มุมที่สามารถเห็นคริสได้ชัด และแน่นอนว่าตอนลงมาเขาหยิบไอแพดสำหรับทำงานลงมาด้วย ทำให้ระหว่างที่เขาแอบมองคนตัวขาวทำงาน เขาเองก็ได้ทำงานไปด้วย..

 

 

และดูเหมือนการทำงานของสิงโตวันนี้จะดำเนินไปได้ค่อนข้างช้ากว่าปกติเพราะเขาเอาแต่จดๆจ้องจนที่นั่งหลับอยู่ที่พื้นคริสหลับไปหลังจากทำงานได้ราวชั่วโมงกว่า คนตัวขาวนั่งเอาหลังพิงกับโซฟาไม่ได้นอนราบลงไปกับพื้นอย่างที่ควรจะเป็นทำให้สิงโตตัดสินใจลุกขึ้นมาช้าๆก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆอีกคนที่หลับอยู่

 

 

คริสเป็นคนที่ค่อนข้างกลับลึก แต่ถ้าเสียงดังมากๆคนตรงหน้าเขาจะตกใจจนความดันต่ำหน้ามืดได้ คนผิวสองสีนั่งลงข้างๆคนหลับ ก่อนจะหยิบหมอนอีกใบที่โซฟาออกมาวางไว้ที่ตักของเขาและค่อยๆประคองอีกฝ่ายให้นอนดีๆ ซึ่งแน่นอนว่าคนหลับลึกแบบคริสไม่มีทางตื่นมาตอนนี้แน่นอน

 

 

สิงโตมองคนที่นอนอยู่ที่ตักของตัวเองตอนนี้ ตั้งแต่กลับมาคริสก็เอาแต่นั่งทำงาน เงียบๆมีบางครั้งที่เจ้าตัวเหม่อราวกับจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เขาอยากจะเข้าไปคุยกับคนที่นอนอยู่แต่ในเมื่อคริสยังไม่อยากจะพูดสิงโตเองก็เลือกที่จะไม่พูดเช่นกัน


 

ขณะนี้ท้องฟ้าเปลี่ยนสีจากที่ส้มกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มบอกได้เป็นอย่างดีว่าตอนนี้เข้าสู่เวลาช่วงหัวค่ำเข้าไปแล้ว บ้านหลังเดิมยังคงมืดสนิท ยังไม่มีไฟซักดวงที่ถูกเปิดขณะนี้เนื่องจากร่างของคนสองที่อยู่ในบ้านกำลังหลับอยู่ จึงทำให้ภายในบ้านยังคงมืดไปตามสภาพอกาศของข้างนอก

 

 

ครืดดด ครืดดด

 

 

เสียงโทรศัพท์เครื่องบางของใครคนหนึ่งดังขึ้นทำให้สิงโตที่นั่งหลับอยู่ตื่นขึ้นอย่างสะลึมสะลือ แน่นอนว่าโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ไม่ใช่ของเขาแน่นอน เพราะโทรศัพท์เครื่องบางของเขายังคงอยู่ที่กระเป๋ากางเกงที่อีกคนนอนทับอยู่  จนแล้วจนรอดโทรศัพท์อีกเครื่องก็ยังไม่ยอมหยุดสั่นจนสิงโตจำใจต้องปลุกคนที่หลับอยู่ที่ตักเขาให้ตื่นขึ้น

 

 

คริส คริสครับโทรศัพท์เราเข้า คริส..ซึ่งแน่นอนว่าคริสทำเพียงพลิกตัวหนีเขาทำให้ใบหน้าขาวซุกเข้าที่หน้าท้องของเขาทันที

 

 

ไม่อยากให้ตื่นเลยสิงโตมองภาพตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจปลุกอีกคนอีกครั้ง จนคนที่นอนอยู่เริ่มรู้ตัวทำให้ คนที่เพิ่งตื่นขึ้นมาทำให้สายตายังปรับโฟกัสไม่ได้ อีกทั้งบ้านทั้งหลังยังมืดไปหมด เขาจึงพลิกตัวนอนหงายก่อนจะกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับโฟกัสสายตาแต่สิ่งที่เขาตกใจคือคนที่ก้มหน้าลงมามองเขา นั่นทำให้คริสตระหนักว่าตอนนี้เขานอนอยู่ที่ตักของคนที่เป็นแขกในวันนี้

 

 

พอคิดได้แบบนั้นคริสจึงรีบเด้งตัวเองลุกขึ้นมาในทันทีแต่การลุกที่เร็วเกินไปทำให้คริสรู้สึกมึนหัวอยู่ไม่น้อย ทำให้ต้องสะบัดหัวไล่ความมึนนั้นออกไป

 

 

รีบลุกขนาดนั้นหน้าจะมืดเอานะคริสสิงโตเห็นอีกคนสะบัดหัวไล่ความงุนงงเอ่ยขึ้น

 

 

ทำไมผมถึงมานอนแบบนี้

 

 

พี่เห็นเรานั่งหลับ เลยคิดว่าเราน่าจะปวดหลังปวดคอตอนตื่นเลย...เออ คริสโทรศัพท์เรามันสั่นหลายรอบแล้วรับก่อนมั้ยสิงโตที่จะเล่าต่อเห็นโทศัพท์เรื่องบางที่บางอยู่บนโต๊ะสั่นขึ้นมาอีกครั้ง จึงเรียกให้คริสรับก่อน

 

 

คริสเห็นอย่างนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครโทรมาและแน่นอนว่าเป็นใครไปไม่ได้นอกจากรุ่นพี่ของเขา นั่นทำให้เขาจึงตัดสินใจกดรับสายดังกล่าวก่อนจะเดินไปเปิดไปภายในบ้านไปด้วย ทำให้ตอนนี้ที่ห้องนั่งเล่นเหลือสิงโตเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่

 

 

ครับพี่อ๊อฟเสียงเนือยๆของคริสกรอกลงไปที่ปลายสาย

 

 

[โอ๊ยยย กว่าจะรับสายกูได้@#$%^&*()]ทันทีที่คริสรับสายเสียงปลายสายก็บ่นเขาทันที

 

 

อือ ผมเพิ่งตื่นพี่มีอะไรหรือเปล่า

 

 

[กูโทรมาทวงงานโว้ยย มึงบอกจะส่งตัวอย่างเคสให้กูบ่ายโมงนี่ทุ่มนึงแล้วค้าบ]ปลายสายบอกคริส ซึ่งนั่นทำให้คริสรีบพุงกลับเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นอีกอบ มือขาวรีบเปิดโน๊ตบุ๊คของตัวเอง ก่อนจะเปิดไฟล์ตัวอย่างที่ตัวเองต้องส่งให้รุ่นพี่เมื่อตอนบ่ายโมง ซึ่งตอนนี้ผิดเวลามาหลายชั่วโมงแล้ว สายตาเหลือบไปมองคนที่ยังยังอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับไปไหน คริสจึงเอามือปิดที่โทรศัพท์ก่อนจะเอ่ยถามอีกคน

 

 

คุณขยับไปหน่อยได้มั้ยซึ่งแน่นอนว่าสิงโตทำได้เพียงยิ้มแหยๆส่งคืนให้เท่านั้นเนื่องจากขาของเขาตอนนี้กำลังชา เขานั่งท่าเดิมท่าหลายชั่วโมง ไหนจะมีคนนอยนทับที่ขาอีกทำให้เขาขยับไปที่ไหนไม่ได้

 

 

ขาพี่เป็นเหน็บคริสที่เห็นสิงโตตอบอย่างนั้นหันกลับไปสนใจโทรศัพท์อีกครั้ง แน่นอนว่าพอสิงโตไม่ขยับทำให้ตอนนี้พวกเขาค่อนข้างที่จะนั่งติดกันอย่างไม่มีทางเลือก

 

 

[มึงคุยกับกูป่าววะ เสียงแว่วๆ]ปลายสายถามอย่างสงสัย

 

 

ไม่ พี่ได้งานยังผมส่งไปแล้ว ขอโทษนะพี่พอดีผมออกไปข้างนอกมาเลยกลับมาไม่ทัน เคสนี้พี่จะต้องใช้จริงๆวันไหนคริสสารภาพไปตามความจริง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารที่อยู่ข้างตัวแต่เผอิญว่าเอกสารนั้นอยู่ฝั่งเดียวกับที่สิงโตนั่งทำให้คริสต้องวานให้อีกคนเป็นคนหยิบให้ เพราะหากเขาหยิบเองคงต้องคร่อมตัวอีกฝ่าย

 

 

คุณหยิบเอกสารกองนั้นให้หน่อย ไม่ อีกกอง ไม่ใช่อันนั้น ไม่คริสเริ่มหงุดหงิดเล็กๆเมื่อเอกสารที่เขาอยากได้ยังถูกหยิบไม่ถูกกองซักทีโดยลืมไปว่าตัวเองกำลังถือสายใครค้างไว้อยู่

 

 

คริสบอกให้พี่หยิบอันขวามือไม่ใช่หรอสิงโตถามอีกคนอย่างขำๆ เขาเพียงอยากแกล้งคนตรงหน้าเขาเท่านั้นและดูเหมือนว่าตอนนี้คริสจะคิ้วขมวดไปหมดแล้ว เขาจึงหยิบเอกสารที่ถูกต้องส่งให้อีกคน

 

 

อันนั้นแหละๆ หยิบมาเลยๆ..ฮัลโหลพี่ยังอยู่มั้ย เออได้ล่ะๆ

 

 

[อื้ออออ ไม่ได้คุยกับกูแต่คุยกับไอ้สิง มึงอยู่ด้วยกัน ยังไงว้าไอ้คริส]รุ่นพี่ของคนตัวขาวแซวทันทีที่ได้ยินเสียง

 

 

ไม่มีอะไร เคสพี่เนี่ยจะเอามั้ย ไม่เอาผมวางคริสหันไปค้อนใส่คนที่นั่งยิ้มให้เขาอยู่ข้างๆ 

 

 

[เอ้า ไม่เด็กเลวมึงน้องกูมั้ยวะเนี่ย เออ ส่งมาๆ ไว้เจอกันโรงบาลมึง...]ยังไม่ทันที่ปลายสายจะพูดจบดีคริสก็ตัดสายอีกคนทันที เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบอีกคนว่ายังไง ถ้าบอกว่าใช่ คำถามมากมายคงจะตามมาไม่รู้จบคริสจึงเลือกที่จะตัดสายหนีให้หมดปัญหา

 

 

คริสไปกินข้าวกันเถอะ เรายังไม่กินอะไรตั้งแต่เที่ยงเลยนะสิงโตว่าขึ้นหลังจากที่คริสวางสาย

 

 

ทำไมคุณไม่กลับบ้าน

 

 

รอกินข้าวกับคริสก่อน เดี๋ยวพี่กลับ...นะไหนๆวันนี้เขาก็อยู่ดื้อด้านมาแล้วทั้งวันแล้วขออยู่ต่ออีกซักหน่อยแล้วกันเขาตอบอีกคนไปเพียงประโยคแรกเท่านั้นแต่ในประโยคหลังเขาตอบกับตัวเองในใจ

 

 

ผมจะกินข้าวที่นี่คริสพูดอย่างจนใจ ดูจากท่าทางของคนข้างๆเขาแล้วคงไม่ยอมกลับออกไปง่ายๆเขาจึงปล่อยให้อีกคนทำตามใจไป วันนี้เขาเจอเรื่องหนักมามากพอแล้ว สิงโตที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา เขารอให้ขาหายชาซักพักก็รีบพาตัวเองไปช่วยคนตัวขาวจัดแจงโต๊ะกินข้าววันนี้

 

 

สำหรับสิงโตเขารู้สึกว่าเวลามันผ่านไปไวเสียเหลือเกินเพราะตอนนี้เขากลับมาอยู่ที่ห้องของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ห้องเดิม คอนโดเดิม ที่เดิมที่เคยกับอยู่ คนผิวสองสีใช้เวลาในการอาบน้ำเพียงครู่เดียวก็กลับออกมา เขาพาตัวเองไปนั่งเล่นที่เตียงกว้างก่อนจะเปิดลิ้นชักเอากล่องเครื่องประดับที่เขาเก็บเอาไว้ออกมา ทั้งสร้อยคอ ทั้งกำไลข้อมือของอีกฝ่ายเขายังเก็บมันเอาไว้อย่างดี เขารอซักวันที่เขาจะได้เอาคืนให้กับเจ้าของมัน...

 

 

 

บรรยากาศวุ่นวายในโรงพยาบาลเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อโรงพยาบาลได้กลายเป็นที่ดูงานของสัตวแพทย์จากต่างที่และเป็นช่วงที่รองรับนักศึกษาเข้ามาฝึกงาน ทำให้หลายๆฝ่ายในโรงพยาบาลตอนนี้หัวหมุนไม่น้อยซึ่งคริสเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาต้องวิ่งไปวิ่งมาระหว่างเคสที่ตัวเองรับผิดชอบกับงานส่วนกลางของโรงพยาบาล ซึ่งอีกไม่กี่วันนักศึกษาที่มาฝึกงานจะเวียนมาช่วยเขาทำงานราว สัปดาห์ก่อนจะเวียนไปยังหมอคนอื่น

 

 

เรียกได้ว่ากว่าวันหฤหรรษ์นี้จะหมดไปทำเอาคริสหมดแรงไปไม่น้อยกับงานที่วิ่งเข้ามา ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เขาที่เหนื่อยคนเดียวตอนนี้เพื่อนหมอทุกคนก็มีสภาพไม่ต่างกับเขา

 

 

เห้ออ สูบพลังงานกูไปอีกก ไงมึงอย่าคิดว่ากูลืมเรื่องที่มึงตัดสายใส่กูนะอ๊อฟที่เดินมาทิ้งตัวนั่งอยู่ข้างๆคริสพูดขึ้นซึ่งนั่นทำให้คริสอยากจะลุกเดินหนีไปไม่น้อยแต่เขาเหนื่อยเกินกว่าจะลุกไปไหนแล้ว

 

 

อ้าว ยังไงเงียบอีก หยิ่งนะเราอ่ะอ๊อฟที่เห็นคนตัวขาวไม่พูดจึงเริ่มหยอกต่อ เขาเองก็พอรู้ข่าวมาบ้างทั้งจากผู้ช่วย ทั้งจากคนในโรงบาล ตั้งแต่เรื่องทำแผลกลางโรงอาหารแล้ว แต่เขาไม่มีโอกาสจะได้เจอรุ่นน้องตรงข้างเขาซักเท่าไหร่จึงไม่ได้ถาม แต่ดูจากท่าแล้วสิ่งที่สิ่งโตบอกเขาน่าจะจริง คนๆนั้นเริ่มแทรกซึมเข้ามาในชีวิตของรุ่นน้องเขาเรื่อยๆ จนตอนนี้เขาเองก็เริ่มชินกับการเห็นคนๆนี้อยู่พร้อมกับรุ่นน้องของเขาเสียแล้ว

 

 

ไม่มีอะไรคริสตอบรุ่นพี่กลับไป พอนึกถึงวันนั้นทีไร เขามักนึกถึงการเจอกันของหญิงสาวมันเหมือนการเอาหนังสั้นเรื่องหนึ่งกลับมาฉายใหม่ด้วยเวลาอันน้อยนิด เขานึกถึงมือที่จับเขาเอาไว้ตลอดการสนทนา มือที่เขามั่นใจว่าเขาบีบมันไปด้วยแรงไม่น้อย แต่อีกคนก็ยังไม่ปล่อย

 

 

มีอะไรหรือเปล่า หน้ามึงดูไม่โอเลยหว่ะอ๊อฟถามรุ่นน้องซ้ำอีกครั้ง

 

 

ไม่รู้สิพี่ ทั้งๆที่ผมวิ่งหนีออกมาไกลขนาดนี้แล้วแท้ๆ ทำไมเขายังถึงได้ตามมาอีก ทั้งเขาทั้งเรื่องราวที่ผมทิ้งมาคริสพูดอย่างเหม่อลอย อ๊อฟที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่เอื้อมมือไปพาดที่บ่าของคนที่พูดออกมาก่อนจะตบเบาๆ เขาไม่รู้ว่าคนๆนี้เจออะไรมาบ้าง เพราะอย่างที่บอกคริสไม่เคยเล่าอะไร รุ่นน้องเขาคนนี้มักเก็บเงียบเรื่องต่างๆเอาไว้คนเดียว เขาทำได้เพียงก่อกวนและแหย่ให้มันไม่คิดมากเท่านั้น

 

 

ใจมึงว่าไงหล่ะ เรื่องบางเรื่องมึงใช้แต่สมองไม่ได้ทั้งหมดหรอก มึงต้องถามใจมึงด้วย แล้วไม่ว่ามึงจะตัดสินใจยังไงกูก็ยังอยู่กับมึง

 

 

หึ ผมกลัวตัวเองมากกว่า ผมกลัวที่จะต้องวิ่งหนีไปให้ไกลอีกครั้ง เห้ออ ช่างมันเถอะพี่ เครียดมาทั้งวันแล้วอย่ามาเครียดเรื่อง โอ๊ย !! พี่อ๊อฟยังไม่ทันพูดจบดีอ๊อฟก็โบกเข้าที่หัวของคนที่กำลังพูดอยู่ด้วยแรงที่ไม่น้อย ทำเอาคริสร้องขึ้นมาทันที

 

 

ห่า กูก็ฟังมึงอยู่มั้ย มึงจะเก็บมันเอาไว้จนเครียดตายห่าไปเลยมั้ยหล่ะ กูรู้ว่ามึงก็รู้ว่าไอ้สิงมันไม่ยอมถอยง่ายๆแน่ ถ้ามึงกลัวกับการที่จะกลับไปที่เดิม มึงก็ให้มันออกมาหามึงที่ใหม่สิวะ กูไม่เคยบอกให้มึงยอม ให้มึงให้อภัยมันเพราะกูเองก็ไม่รู้ว่าพวกมึงเป็นห่าอะไรกันมา แต่กูแค่อยากบอกให้มึงยอมรับบ้าง ยอมรับกับสิ่งที่เป็นอยู่ มึงเข้าใจใช่มั้ยอ๊อฟพูดเตือนสติรุ่นน้อง เขาไม่อยากให้เด็กบ้า ร่าเริงแบบคริสต้องกลับไปเป็นเป็นที่เงียบ พูดน้อยยิ้มยากเหมือนเหมือ 3ปีก่อนอีก

 

 

ผมจะพยายาม ขอบคุณนะพี่คริสตอบยิ้มๆ เขารู้ดีว่ารุ่นพี่ของเขาเป็นห่วงเขาขนาดไหนถึงแม้จะดูเหมือนไร้สาระไปซะทุกอย่างแต่ในอีกมุมหนึ่งคนๆนี้ก็เป็นที่ปรึกษาให้เขาตลอด อ๊อฟอยู่พูดคุยกับคริสอีกซักพักก่อนจะขอตัวออกไปจัดการงานที่เหลือต่อทำให้ตอนนี้ที่นั่งยาวเหลือเพียงคนตัวขาวที่นั่งอยู่คนเดียว

 

 

ระหว่างทางที่รุ่นพี่หน้าตี๋เดินออกมาเป็นจังหวะเดียวกับที่ใครอีกคนมารับหมอที่โรงพยาบาลด้วยเช่นกันทำให้ทั้งสองคนได้เจอกันอีกครั้ง

 

 

ไงมึง มารับไอ้คริส ?”อ๊อฟถามขึ้นเมื่อเห็นคนตรงหน้าเดินเข้ามาข้างใน เรียกได้ว่าสิงโตมาที่โรงพยาบาลนี้จนหลายคนเริ่มชินและแน่นอนว่าทุกครั้งที่กลับมักมีสัตวแพทย์ตัวขาวเดินกลับออกมาด้วย เป็นภาพที่คนที่นี่เห็นจนชินตาตลอดเกือบ 2เดือนมานี้

 

 

ครับ สวัสดีครับพี่อ๊อฟสิงโตตอบคนอายุมากกว่าก่อนจะออกตัวเดินตรงเข้าไปข้างในเพื่อหาคนตัวขาวแต่เสียงของคนที่เขาเพิ่งเดินผ่านมาก็เอ่ยขึ้น

 

 

อย่าทำมันเสียใจ มันไม่พูดไม่ใช่มันจะไม่แสดงออก ถ้ามึงไม่พร้อมที่จะออกมาจากที่ของมึงก็ปล่อยมันไปอ๊อฟพูดขึ้น เขาต้องการลองใจคนอายุน้อยกว่าตอนนี้

 

 

หึ ผมอยู่ตรงไหนก็ได้ขอแค่ๆที่ตรงนั้นมีคริสอยู่ ผมเคยบอกพี่แล้วว่าผมจะไม่ปล่อยน้องไปอีกสิงโตหันมาตอบคนอายุมากกว่าก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้คนอายุมากกว่ายืนยกยิ้มที่มุมปากอยู่คนเดียว เข้าหวังเพียงว่าคนที่เดินออกไปจะทำอย่างที่พูดได้จริงๆ เพราะดูจากท่าทางของรุ่นน้องตัวขาวแล้วเขาคิดว่าอีกไม่นานที่ข้างๆรุ่นน้องเขาอาจจะกลับมามีเจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

 

.........................................................................

มาแล้วค่า กลับสู่ตอนหลักแล้ว พี่อ๊อฟพูดหมายความว่าไงน้อ

 พี่สิงง้อน้องแบบเต็มกำลังแล้วนะคะแถมติดน้องไปอี๊กก

คริสเองเริ่มมีการเก็บเอาเล็กๆน้อยๆมาคิดบ้างแล้วเนอะ

ไว้เจอกันตอนต่อไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

206 ความคิดเห็น

  1. #191 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 16:37
    รอน้องพร้อมก่อนนะพี่สิง ให้เวลาน้องหน่อย
    #191
    0
  2. #104 myjoy0009 (@myjoy0009) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 07:11
    รอ.รอ.รอ.รอ.อยู่นะค่ะไรท์ ชอบเรื่องนี้มากค่ะ
    #104
    0
  3. วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 03:30
    ไรค์คะรออยู่น๊าาาาาาา
    #103
    0
  4. #97 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 19:00
    สู้ๆนะคะ ทั้งพี่สิง น้องหมอ แล้วก็ไรท์ด้วย~
    #97
    0
  5. #96 อีช้อย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 18:21

    ดีกันเร็วๆนะ ไม่อยากให้คริสทุกข์อีกแล้ว อยากเห็นตอนเค้าหวานจะแย่แล้วค่ะ

    #96
    0
  6. #95 xoap (@xoap) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 16:37
    อยากกลบไปแต่ก็ดลัวสินะ
    #95
    0
  7. #94 Nabhat (@Nabhatrapee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 16:27
    ขอให้บททดสอบในครั้งนี้ ผ่านไปเร็ว ๆ และผ่านไปด้วยดี ขอให้ไม่มีเรื่องราวอะไรมาทับซ้อน ให้ต้องห่างหายกันไปอีก นักศึกษาฝึกงานจะไม่มีผลกับความสัมพันธ์ที่ยังคลอนแคลนเนอะ นี่กลัวกินมาม่าซ้ำซ้อนมาก

    เจ็บปวดและเสียใจกันมามากพอแล้ว น้องหมอเคยถอยไปหลายก้าว ลองเดินหน้าดูสักก้าวสองก้าวไหม พี่เขาก็ยอมรับผิดเรื่องราวในอดีตแล้ว ลองเปิดใจให้กันหน่อยดีไหม

    ส่วนพี่สถาปนิกหลังจากย่ำอยู่กับที่มานาน กลับมาคราวนี้ก็ก้าวให้ยาวขึ้น เดินให้มั่นคง เป็นหลักให้น้องหมอมั่นใจให้มากขึ้น เหมือนอย่างที่ในอดีตเคยทำได้ดีเนอะ
    #94
    0