[WannaOne] NielOng: In a Blue Moon

ตอนที่ 9 : 6: Fate

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    20 เม.ย. 61

              แดเนียลลืมตาขึ้นอีกครั้ง แต่สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าเขาไม่ใช่ความมืดอีกแล้ว ชายหนุ่มยกมือด้านขึ้นปาดหยดน้ำออกจากข้างขมับเขาจึงรู้ว่าร่างกายของตัวเองชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ



              แดเนียลอาจจะไม่ใช่คนรักสะอาดก็จริงๆแต่เขาก็ไม่ชอบความเหนียวตัวของการมีหยดเหงื่ออาบเช่นกัน



แดเนียลลุกขึ้นจากโซฟากลางห้องเมื่อรูนี่ย์กระโดดเข้ามาทับพุงเขา สายตาสอดส่องมองนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนังเพื่อมองเวลา



เมื่อคืนพวกเขามีปาร์ตี้กัน โปรเจคJUMPหรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Jump up ได้เดินทางมาถึงช่วงปลายแล้ว เสาร์หน้าการแสดงครั้งแรกจะเริ่มต้นขึ้นและเมื่อวานคือวันสุดท้ายในการถ่ายทำหนังสารคดีเบื้องหลัง แม้ว่าจะยังต้องไปซ้อมทุกวันจนถึงการแสดงจริงแต่การปิดกล้องก็ถือเป็นสิ่งน่ายินดีอย่างหนึ่งที่ทำให้พวกเขาติดสินใจไปฉลองกัน



โดยการฉลองครั้งนี้จัดที่ร้านอาหารธรรมดาทำให้เด็กๆอายุต่ำกว่า20ก็สามารถเข้าร่วมได้ เพียงแต่จะดื่มเครื่องดื่มมึนเมาไม่ได้เพราะนอกจากเหล่านักเต้นทั้งหลายแล้วสตาฟของโปรเจคเองก็ร่วมฉลองกับพวกเขาด้วย



กว่าจะปาร์ตี้กันเสร็จก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว โชคดีสำหรับแดเนียลที่ร้านอาหารนั้นอยู่ใกล้กับสตูดิโอ ซึ่งนั่นหมายถึงใกล้ที่พักของเขาด้วย ชายหนุ่มบอกลาเพื่อนร่วมงานทั้งหลายแล้วลากสังขารโทรมๆของตัวเองกลับบ้าน



ถามว่าโทรมแค่ไหนน่ะหรือ... เมื่อคืนเขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขากลับมาถึงบ้านเมื่อไหร่แล้วทำไมถึงมานอนอยู่บนโซฟาเช่นนั้น



ทั้งที่จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้แต่แดเนียลกลับจำความฝันได้อย่างชัดเจน



แดเนียลนึกไปถึงดวงตาที่เขาเห็น เขาคิดว่านั่นคือซองอู แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้คุยกันเลยจนโปรเจคกำลังจะจบแต่แดเนียลก็ยังพยายามเข้าหาอีกฝ่ายเพื่อปรับความเข้าใจเสมอ ถึงซองอูจะยังไม่เลิกระแวงเขาแต่ตอนนี้อีกฝ่ายก็ยอมอยู่ในบทสนทนากับเขา ตราบใดก็ตามที่มันไม่ใช่การพูดคุยสองต่อสอง



              แดเนียลรู้สึกเหมือนเขากำลังเข้าหาลูกแมวที่บาดเจ็บสักตัวอยู่



              เข็มสั้นของนาฬิกาที่กำลังจะชี้เลขสิบเอ็ดในอีกไม่ช้าปลุกให้แดเนียลตื่นเต็มตา นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการตื่นสายที่สุดในรอบหลายเดือนของเขาแล้ว โชคดีที่เขาไม่มีเรียนในช่วงเช้า แต่อย่างไรเสียเขาก็ยังมีซ้อมเต้นตอนบ่ายอยู่ดี ชายหนุ่มลากสังขารที่ยังมึนงงของตัวเองไปยังห้องน้ำ



              เขาคิดหนักเกี่ยวกับความฝันเมื่อคืนหรืออาจจะเรียกได้ว่าเมื่อเช้า เขาเคยได้ยินมาว่าความฝันของชิฟเตอร์ที่ชัดเจนเกินไปอาจจะเป็นฝันบอกเหตุ แดเนียลไม่เคยเชื่ออะไรแบบนี้ เขาคิดว่าชิฟเตอร์ก็ไม่ต่างจากมนุษย์ปกติและเขาก็ฝันอยู่เรื่อย แต่ไม่เคยมีฝันครั้งไหนที่จะชัดเจนเท่าความฝันเมื่อคืนอีกแล้ว และนั่นทำให้เขากังวล



              ทันทีที่ออกมาจากห้องน้ำแดเนียลก็ควานหาโทรศัพท์มาเพื่อโทรออก โชคดีที่โทรศัพท์มือถือของเขายังพอมีแบตอยู่บ้างทั้งที่แดเนียลไม่ได้ชาร์จมันเมื่อคืน ชายหนุ่มกดหาเบอร์ที่คุ้นเคยก่อนจะโทรออก



              “ว่าไงเจ้าหลานชาย นายรู้ใช่มั้ยว่าที่นี่กี่โมงแล้ว” เสียงทุ้มอารมณ์ดีดังออกมาจากลำโพงที่แดเนียลเปิดไว้เพราะเขาคุยไประหว่างกำลังแต่งตัว



              “ยังไม่ดึกเถอะ พึ่งจะหกโมงกว่าเองไม่ใช่เหรอฮะ” แดเนียลหัวเราะใส่บุคคลอีกด้านของสายที่อยู่ห่างไปนับพันกิโลเมตรพร้อมกับหันไปมองนาฬิกาที่หัวเตียงอีกครั้งเพื่อยืนยันความคิดตัวเอง



              “ไม่คิดว่าคุณอาสุดหล่อของนายจะมีเดตหรืออะไรแบบนั้นบ้างหรือไง”



              “ถ้าอามีเดตจริงก็คงไม่รับโทรศัพท์ผมหรอกน่า คิดว่าผมพึ่งรู้จักอามาปีสองปีรึไง” เขาส่ายหน้านิดหน่อยระหว่างหยิบเสื้อยืดสีขาวมาใส่ลวกๆจนผมยุ่งไปหมด ในขณะเดียวกับก็ได้ยินเสียงหัวเราะจากฝ่ายตรงข้ามผสมกับเสียงปิดประตูรถ แล้วเขาก็ได้ยินอีกฝ่ายทักทายใครสักคนเป็นภาษาอังกฤษก่อนเสียงประตูจะดังขึ้นอีกครั้ง



              “ว่าแต่โทรมาทำไมน่ะ อย่าบอกว่าหลานชายของอากำลังประสบปัญหาหัวใจแล้วไม่กล้าโทรไปหาพ่อแม่นะ ถ้าอย่างนั้นคุณอาแสนดีคนนี้จะช่วยนายเอง” แดเนียลถอนใจกับความขี้เล่นของอีกฝ่าย ช่วงมัธยมเขาเคยไปอยู่ที่แคนาดามาหนึ่งปี และคุณอาผู้เป็นญาติห่างๆฝ่ายไหนสักฝ่ายของเขาคนนี้ก็เป็นคนดูแลแดเนียลระหว่างที่เขาอยู่ที่นั่น ทั้งอีกฝ่ายยังเป็นหนุ่มโสดบ้างานที่ไม่มีครอบครัวจึงชอบกระเตงแดเนียลไปนู่นมานี่ด้วยในวันหยุด อีกอย่างที่สำคัญที่ทำให้แดเนียลโทรหาอีกฝ่ายในสถานการณ์นี้คือเขาเป็นชิฟเตอร์ และด้วยสาเหตุนี้เองที่ทำให้พวกเขาสนิทกันมาก



              "ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย" แดเนียลย่นจมูกพร้อมเค้นเสียงหัวเราะออกมาก่อนจะกล่าวต่อ "อาเคยฝันเห็นอะไรชัดๆรึเปล่า แบบชัดมากกก ชัดมากจนจำติดหัวเลยน่ะ"



              ปลายสายเงียบไปพักใหญ่ๆก่อนที่เสียงทุ้มนั้นจะพูดออกมาช้าๆด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิมมากนัก



              "นายฝันเหรอแดเนียล” ชายหนุ่มเจ้าของชื่อขมวดคิ้วนิดหน่อยกับความเปลี่ยนแปลงนั้น แต่เขาก็ได้แต่ส่งเสียงยืนยันไปเบาๆก่อนที่อีกฝากของสายจะเงียบไปพักใหญ่ๆแล้วจึงพูดออกมาช้าๆ



              “นายน่าจะเคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับVivid dreamในสังคมชิฟเตอร์เราใช่มั้ยล่ะ อาเองก็ไม่รู้ว่าทางวิทยาศาสตร์แล้วมันมีที่มายังไงหรอกนะ แต่ว่าพวกเราเชื่อกันและมีหลักฐานเกี่ยวกับความเชื่อหลายครั้งว่าฝันแบบนี้น่ะนอกจากจะเป็นลางบอกเหตุแล้วยังเกี่ยวข้องกับเรื่องคู่ตามโชคชะตาอีกด้วย” เสียงถอนหายใจดังผ่านปลายสายอีกครั้ง และระหว่างที่แดเนียลยังคิดตามไม่ทันอีกฝ่ายก็กล่าวต่อ



              “แดเนียลลี่ หลานอาจจะคิดว่าเรื่องโชคชะตาอะไรแบบนั้นเป็นของไร้สาระแต่เชื่อมั้ยว่าขอไร้สาระแบบนี้อาจจะส่งผลต่อชีวิตคนเราเยอะมากนะ ถึงจริงๆอาจะพูดเรื่องนี้ไม่ได้ก็เถอะ”



              แดเนียลขมวดคิ้วเมื่อคิดตามคำพูดของอีกฝ่ายทัน



              คู่? โชคชะตา?



              เขากับซองอูเนี่ยนะ? เขารู้สึกอยากหัวเราะออกมาแต่ก็ทำไม่ได้เนื่องจากความจริงจังในน้ำเสียงของญาติผู้ใหญ่



              แต่แดเนียลก็อดไม่ได้ที่จะคิดอย่างขบขัน เขาไม่ได้ต่อต้านรักร่วมเพศหรืออะไร แต่การใช้คำว่าคู่ตามโชคชะตานี้ทำให้แดเนียลได้แต่คิดถึงสถานะอย่างคู่รักหรืออะไรแบบนั้น และเขาก็ไม่สามารถจินตนาการภาพของตัวเองกับซองอูในรูปแบบนั้นได้เลยแม้แต่นิดเดียว



              ไม่สิ อย่าว่าแต่ความสัมพันธ์อะไรเช่นนั้นเลย แม้แต่เพื่อนหรือคนคุ้นเคยก็ยังยากสำหรับพวกเขา



              แดเนียลตัดสินใจว่าการโทรข้ามมหาสมุทรเพื่อปรึกษาผู้มีประสบการณ์ในครั้งนี้นับเป็นความล้มเหลวและตั้งใจจะลบข้อมูลที่ได้มาออกจากหัว แต่ว่าเขากลับทำไม่ได้เสียงั้น



              ทันทีที่เขาเห็นหน้าซองอูที่ห้องซ้อมในช่วงบ่ายวันนั้นคำพูดของคุณอาก็ลอยขึ้นมาในหัว



              แดเนียลสะบัดหัวแรงๆเพื่อไล่เสียงที่หลอกหลอนพร้อมกับตั้งใจซ้อม หากแต่โดยไม่รู้ตัว สายตาของเขามักถูกดึงดูดไปโดยร่างสูงโปร่งนั้นเสมอ



              ดวงตาขององซองอูเป็นสีดำสนิท ไม่มีส่วนใดที่เหมือนกับดวงตาสัตว์ร้ายในฝันของเขาเลยยกเว้นแต่ความดื้อรั้นที่ฉายชัด แดเนียลเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงคิดว่าดวงตานั้นคือซองอู แต่ถ้ามันคือสัญลักษณ์ขององซองอูในความคิดของเขาจริงๆแล้วนั้นแปลว่าความฝันของเขากำลังเตือนว่าพวกเขาอาจจะกำลังพบกับปัญหาอะไรสักอย่าง



              ปัญหาที่ใหญ่พอที่จะทำให้ซองอูแตกสลาย



              ถึงแม้จะไม่ได้สนิทสนมกับมากมายแต่แดเนียลก็อดเป็นห่วงไม่ได้ สำหรับเขาแล้วซองอูเป็นคนมั่นใจในตัวเอง แดเนียลไม่อยากคิดภาพเลยหากอีกฝ่ายต้องเจอกับอะไรสักอย่างที่มาทำลายความมั่นใจนั้น เขาไม่รู้ว่ามันจะทำร้ายซองอูรุนแรงแค่ไหน



              หากแต่แดเนียลก็ทำอะไรไม่ได้

 


______________________________



              และแล้วทุกอย่างก็ยังคงสภาพที่แสนอึดอัดมาจนถึงวันแสดงจริง



              สเตจแรกของโปรเจคJump Upจะได้รับการถ่ายทอดสดผ่านช่องโทรทัศน์หที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก และด้วยแรงการโปรโมทและชื่อของดาราหลายคนทำให้ตั๋วสำหรับการแสดงแรกของพวกเขาขายหมดภายในไม่กี่นาทีและต้องเพิ่มรอบการแสดง



              แน่นอนว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นนอกจากรอบแสดงแล้วยังมีรายได้ที่พวกเขาจะได้อีกด้วย ดังนั้นแดเนียลจึงไม่รู้สึกเดือดร้อนเลยแม้แต่น้อยที่ต้องแสดงเพิ่มขึ้นอีกสักสี่ห้าครั้ง





              นอกจากนั้นแล้วหนังสารคดีเกี่ยวกับเบื้องหลังของพวกเขายังจะเขาฉายในอีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลังอีกด้วย



              สองวันก่อนการแสดงแดเนียลตัดสินใจไปย้อมผมจากสีชมพูหวานแหววให้กลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนที่สุภาพกว่าเดิมด้วยว่าเขาอยากจะเปลี่ยนลุคเสียบ้าง แม้ว่าหลายคนจะบอกก็เถอะว่ามันไม่ได้ต่างจากเดิมมากนัก



              ในวันแสดงจริงครั้งแรก แดเนียลผู้มากับรถตู้สตาฟมาถึงสถานที่แสดงตั้งแต่เช้าตรู่ หากแต่การมาเช้าก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะมีเวลาว่างนัก เขาถูกลากไปแต่งตัวแต่งหน้าทำผมเป็นเวลานับชั่วโมงพร้อมกับที่สมาชิกทุกคนเริ่มทยอยมาถึงและถูกผลักเข้าสู่ห้วงวังวนแห่งการเสริมความงาม



              สี่โมงเย็น แดเนียลแอบหนีไปยังหลังเวที เขาได้ยินเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กอย่างตื่นเต้นของผู้ชมมากมาย ตอนนั้นเองที่เขาเริ่มรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย



              สี่โมงครึ่ง สตาฟเรียกพวกเขาทั้งหมดไปเพื่อบรีฟงานอย่างละเอียดเป็นครั้งสุดท้าย ทุกคนรวมถึงแดเนียลอยู่ในเสื้อเบลเซอร์ที่เทาที่ดีไซน์แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่พวกเขาทุกคนมีเหมือนกันคือป้ายเข็มกลัดรูปตราของโปรเจคประดับอยู่บนอกซ้าย



              แดเนียลยกมือที่สั่นเล็กน้อยของตัวเองขึ้นจับเข็มกลัด เขาได้แต่หวังว่าหัวใจของตัวเองจะเต้นช้าลงเสียบ้างก่อนที่มันจะทำงานหนักจนวายไปก่อนเขาได้ขึ้นแสดง



              สี่โมงห้าสิบแปดนาที ทุกคนประจำยังที่ของตัวเอง แดเนียลได้รับตำแหน่งที่ค่อนข้างเด่น เขายืนค่อนไปข้างหน้าทั้งที่เขาตัวใหญ่มาก แต่ตอนนี้ใจของเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย



              พวกเขาซ้อมกันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว



              แดเนียลเองก็มีประสบการณ์การเป็นแดนเซอร์ให้กับนักร้องหลายคนมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเวทีใหญ่เล็กแค่ไหนเขาก็เคยผ่านมาแล้ว



              แต่มันไม่เหมือนกัน



              เขาเคยแต่เป็นตัวประกอบ เป็นเหมือนพื้นหลังให้กับตัวศิลปินบนเวที แต่ตอนนี้บนเวทีนี้เขาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของการแสดงนี้ เป็นเจ้าของเวทีจริงๆ



              ห้าโมง



              การแสดงเริ่มขึ้นพร้อมกับเสียงโน้ตแรกของเพลงแรก



              และก่อนที่เขาจะรู้ตัว ทุกอย่างก็ดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายซึ่งก็คือเมื่อเขาต้องก้มหัวบอกลาในตอนสุดท้ายหลังจากเพลงเอนคอร์เสียแล้ว แดเนียลเงยหน้าขึ้นมองความมืดที่ประดับด้วยแสงไฟระยิบระยับจากแท่งไฟหลากสีในฮอลขนาดยักษ์ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าสายตา ในใจของเขาตอนนี้เรียกได้ว่ารู้สึกราวกับได้รับการเติมเต็มอะไรสักอย่าง



              ตอนนี้แดเนียลรู้แล้วว่าสิ่งที่เหล่าศิลปินเคยบอกเขาหมายถึงอะไร



              ความสุขในตอนที่แสดงแล้วเห็นว่าผู้ชมทุกคนชื่นชอบการแสดงของเรา ความสุขที่ได้ทำสิ่งที่ทุ่มเทหลายๆอย่างไปสำเร็จตามที่หวัง



              แดเนียลโบกมือลาผู้ชมทั้งหลายระหว่างเดินกลับไปยังหลังเวที ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นซองอู



              รอยยิ้มบนใบหน้าที่ราวกับรูปปั้นของเทพเจ้านั้นกว้างและสดใสจนแดเนียลได้แต่หรี่ตามมอง เขาจ้องหน้าของนักแสดงหนุ่มจนอีกฝ่ายลับเข้าไปหลังม่านก่อน



              ใจของแดเนียลรู้สึกถึงสิ่งที่แปลกปลอมไปจากความตื้นตัน



              เขาคิดว่าเขากำลังดีใจที่เห็นรอยยิ้มของซองอู





___________________________________________________


Talk:

     สวัสดีค่ะ ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะสำหรับการอัพเดตช้าขนาดนี้TT_TT โฮร อยากลงไปกราบทุกคนมาก แต่เนื่องจากเมื่อช่วงสองอาทิตย์ที่แล้วเราวุ่นวายมากกว่าที่คาดไว้เลยค้างคาไว้เสียนานเลย ขอโทษด้วยนะคะ

ตอนนี้เป็นตอนจบสำหรับPartแรกและโปรเจคJump Upแล้วค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่และเรื่องนี้จะยังต่อไปอีกพักใหญ่ๆเลยล่ะค่ะ555

สำหรับค่ำคืนนี้ขอบคุณทุกวิวและคอมเมนต์ และราตรีสวัสดิ์ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #98 kittenO (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 01:15
    รอตอนได้คุยกันจริงๆจังๆนะ ;____;
    #98
    0
  2. #85 crazy_girl (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 02:39
    ฟิคคือดีมากๆๆๆๆ บรรยายเต็มสิบไปเลยค่ะ
    #85
    0
  3. #72 pineapple129122 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 16:29
    อยากอ่านต่อเลนน
    #72
    0
  4. #63 rikear_lope (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 07:58
    หูยยยยยยยยย นี่เชื่อความฝันนะคะ เพราะว่าเกี่ยวกับเรื่องคู่ แค่เพราะมันดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องดีซักเท่าไหร่นี่สิ คุณแดนต้องคอยช่วยคุณองนะ แล้วคุณแดนคุณหน่ะตกหลุมของรอยยิ้มของคุณองแล้วหล่ะ
    #63
    0
  5. #62 เอเรียล (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 05:34
    อ่านเรื่อนี้แล้วรุ่สึกว่าเนื้อเรื่องน่าสนใจมากเลยค่ะ คาแรกเตอร์ของแดนมีความสมจริงมาก แล้วเรื่องราวก้น่าตื่นเต้นมากด้วยค่ะ
    #62
    0
  6. #61 lvsj (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 22:15
    ฝันทำนาย?? เรื่องคู่ด้วย วี้ดวิ้วววว คุณแดนนน อย่าเพิ่งขำเลยค่ะ อะไรก็เป็นไปได้นะ อิอิ

    ไรท์~~~ คิดถึงมากๆเลย ขอบคุณที่กลับมานะคะ ;-;
    #61
    0