[WannaOne] NielOng: In a Blue Moon

ตอนที่ 6 : 5: Reason

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 เม.ย. 61

              “แล้วคุณมีข้อพิสูจน์มั้ยว่ามันเป็นอุบัติเหตุน่ะ”



              “เอ่อ เรื่องนี้เพราะตรงทางเข้าไม่มีกล้องวงจรปิดเราเลยไม่มีวิดีโอ”



              “งั้นก็แปลว่าคุณไม่มีหลักฐาน เรื่องนี้มองยังไงก็รู้ว่าเป็นการจงใจทำให้บาดเจ็บชัดๆ” เสียงตะคอกที่แว่วออกมาจากห้องปิดทำให้เด็กหนุ่มข้างตัวของแดเนียลหน้าซีดแล้วรีบหันมาก้มหัวขอโทษเขา หากแต่แดเนียลก็ได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้าให้



              ตอนนี้ตัวแทนบริษัทของอีกฝ่ายกำลังเข้ามาหารือเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมันถึงกลายเป็นการหาคนผิดแบบที่เห็นไปเสียได้



              แดเนียลเองก็ถูกเรียกมาในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์ หากถ้าเขาฟังไม่ผิดแล้วล่ะก็ฝ่ายตัวแทนของบริษัทนั้นกำลังหาว่าเขาจงใจทำร้ายเจ้าเด็กนี่ด้วยความอิจฉาชัดๆ! แต่ก็นั่นแหล่ะ แดเนียลไม่คิดจะสนใจความคิดบิดเบี้ยวของใครสักคนหรอกยกเว้นเพียงแต่มันจะส่งผลต่อตัวเขาอย่างเช่นที่มันกำลังจะเป็น



              เขาถอนหายใจแล้วตัดสินใจลุกไปเปิดประตูห้องที่ตัวแทนทั้งสองฝ่ายกำลังพูดคุยกันอยู่ แดเนียลเป็นแดนเซอร์อิสระดังนั้นเขาจึงไม่มีผู้แทนหรือผู้ดูแลดังนั้นคนที่เป็นตัวแทนของเขาจึงเป็นสตาฟของโปรเจคJUMP



              “คุณตัวแทนครับ คุณรู้ใช่มั้ยว่าคุณกำลังกล่าวหาว่าผมทำร้ายร่างกายของเทรนนีของคุณเลยนะ และถ้ามันไม่จริงผมก็มีสิทธิฟ้องคุณฐานหมิ่นประมาทนะครับ” แดเนียลกล่าวกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มไม่ทุกข์ร้อน



              “และก่อนที่จะใส่ร้ายอะไรคุณก็ควรมีหลักฐานเช่นกันนะครับ” เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆสตาฟของโปรเจค



              “เธอมาก็ดีแล้ว ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อยสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”



              “อืมได้สิครับ อ้อ แล้วถ้าคุณไม่เชื่อผมคุณลองไปถามเอาจากเด็กฝึกของคุณอีกทีก็ได้นะ” แดเนียลพยักหน้าก่อนจะหันไปบอกตัวแทนบริษัทยักษ์ใหญ่ที่นั่งทำหน้าไม่พอใจอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วเขาจึงเริ่มเล่า



              แน่นอนว่าแดเนียลข้ามเหตุผลในช่วงแรกๆที่ทำให้พวกเขาทะเลาะกันไป แล้วใส่รายละเอียดมากหน่อยในตอนเล่าถึงอุบัติเหตุ



              เพราะน้ำฝนทำให้แรงเสียดทานระหว่างรองเท้ากับพื้นของเทรนนีหนุ่มน้อยลดลงจนเขาล้มไปข้างหน้า แดเนียลจึงอาศัยสัญชาตญาณและปฏิกิริยาที่ดีกว่าคนปกติคว้าอีกฝ่ายไว้ แต่เพราะแรงถ่วงจากน้ำหนักที่มากเกินไปทำให้พวกเขาทั้งคู่ตกบันไดสูงเกือบสองชั้นไปทั้งคู่ แต่แดเนียลกลับโชคดีมีเพียงรอยช้ำเล็กๆน้อยๆและเสื้อผ้าที่ฉีกขาดจากการเสียดสีระหว่างทางที่ร่วงลงมาต่างกับอีกฝ่ายที่นอกจากข้อเท้าพลิกอย่างรุนแรงจนเอ็นบางส่วนบางเจ็บแล้วยังมีรอยแผลที่แขนที่แดเนียลบอกกับตัวแทนของบริษัทว่าน่าจะเกิดจากการไปเกี่ยวกับอะไรสักอย่างอีกด้วย



              แต่เพราะเขาเองก็เจ็บตัวทำให้ข้อกล่าวหาที่บอกว่าแดเนียลจงใจทำร้ายอีกฝ่ายตกไป ใครจะไปวางแผนทำร้ายคนอื่นแบบที่ตัวเองจะบาดเจ็บไปด้วยกันล่ะจริงไหม



              แต่แน่นอนว่านั่นไม่ใช่เรื่องจริงเสียทั้งหมด



              ตัวแทนบริษัทที่ยังไม่ไว้ใจเขาเดินออกไปพยุงเด็กหนุ่มที่ยังต้องใส่เฝือกอ่อนไปอีกอย่างน้อยสามสัปดาห์เข้ามาเพื่อเป็นพยานคนที่สอง หากแต่แดเนียลก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายคงเล่าเรื่องที่ไม่ต่างจากเรื่องของเขาเป็นแน่ ในเมื่อเขาขอให้อีกฝ่ายสัญญาเอาไว้แล้ว



              “เพราะอย่างงั้นผมเลยเจ็บตัวเยอะกว่า” และไม่ผิดหวัง เด็กหนุ่มบอกเล่าเรื่องราวแบบเดียวกันเป๊ะยังไปพอ ยังเสริมเติมรายละเอียดได้อย่างงดงามจนแดเนียลแทบจะลุกขึ้นปรบมือให้



              เด็กหนุ่มหันมามองหน้าเขานิดหน่อยก่อนที่อีกฝ่ายจะหันกลับไปสนใจการพูดคุยระหว่างตัวแทนทั้งสองฝ่ายต่อจนได้ข้อสรุป



              ทางบริษัทต้องการให้เด็กฝึกของตนมีส่วนร่วมกับโปรเจ็คยักษ์ใหญ่นี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เพราะอาการบาดเจ็บของเส้นเอ็นที่หากเข้าร่วมการฝึกซ้อมมากกว่านี้แล้วอาจจะส่งผลต่อสุขภาพของเขาในระยะยาว สุดท้ายจึงตกลงกันว่าเด็กหนุ่มจะใช้เวลาพักอย่างน้อยสามสัปดาห์ตามที่หมอสั่งแล้วจะขึ้นแสดงในสเตจรวมและการแสดงชุดที่ฝึกซ้อมไปแล้ว แต่จะไม่เข้าร่วมการแสดงที่กำลังซ้อมกันอยู่รวมไปถึงการแสดงที่จะมีเพิ่มเติม



              แดเนียลนั่งปั้นยิ้มฟังอยู่แต่ในใจเขากลับกำลังง่วงเต็มที่กับสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาแล้ว ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นเมื่อตัวแทนของบริษัทขอตัวออกจากห้องประชุม เขาถอนหายใจอย่างไร้เสียงลับหลังอีกฝ่ายแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้แล่นกลับไปที่ห้องซ้อมก็ถูกเรียกขัดไว้เสียก่อน



              “แดเนียลฮยอง”



              เจ้าของชื่อหันมามองเด็กหนุ่มคนเดียวในห้องที่จะเรียกเขาว่าฮยองด้วยสายตาสงสัย



              “ขอเวลาเดี๋ยวได้มั้ยครับ ผมมีเรื่องอยากจะถามตัวต่อตัวนะ” อีกฝ่ายเดินโขยกเขยกด้วยไม้ค้ำเข้ามาหาเขา แม้ตัวแทนบริษัทของอีกฝ่ายจะแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยเท่าไหร่แต่เจ้าหนูนั่นก็ยังดื้อดึงที่จะมาหาเขา และด้วยความสงสารแดเนียลจึงตัดสินใจเลือกห้องเล็กๆที่ไม่ได้ใช้ที่อยู่ติดกันในการพูดคุย



              หากแต่เมื่อพวกเขามาถึงห้องแล้วปิดประตูกันแล้วอีกฝ่ายกลับเงียบไปพักใหญ่



              แดเนียลพยายามรอจะให้เด็กหนุ่มเปิดปาก แต่ความอดทนของเขาเหมือนใกล้จะสิ้นสุดเมื่ออีกฝ่ายนิ่งเงียบไปเกือบห้านาที



              เขาอยากกลับไปซ้อมเต็มที่แล้ว



              “นายเรียกฉันทำไม” หนุ่มน้อยสะดุ้งกับเสียงของเขาที่คงจะเริ่มมีความไม่พอใจเจือปน จึงเงยหน้าขึ้นสบตาอย่างตกใจแล้วรีบพูดจนลิ้นพันกันไปหมด



              “ฮยองคิดจะทำอะไรกันแน่น่ะ” แดเนียลเลิกคิ้วกับคำถามนั้นพร้อมกับเอียงคออย่างไม่เข้าใจ ทำอะไร? เขาจะทำอะไรอย่างนั้นเหรอ



              “นายหมายถึงอะไรล่ะ ฉันจะทำอะไรนอกจากทำงานนี้ให้จบๆ รับเงินแล้วกลับไปเป็นนักศึกษาน่ะสิ” แดเนียลยักไหล่ทำท่าเฉยเมย แต่อีกฝ่ายกลับย่นจมูกแล้วส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย เด็กหนุ่มมองหน้าเขานิ่งหลายวินาทีก่อนจะเริ่มกล่าวต่อ



              “เป็นนักศึกษางั้นเหรอ อย่าล้อกันเล่นน่า ฮยองน่ะถูกพีดีนิมเอ็นดูจะตาย ฮยองไม่คิดจะอาศัยโอกาสนี้เข้าวงการบ้างหรือไง” เขากะพริบตาปริบๆกับคำพูดกึ่งประชดประชันนั้นแล้วหลุดขำออกมาเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายพยายามจะสื่อว่าอะไร



              “ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่อยากจะเข้าไปในโลกแบบนั้นน่ะ ฉันว่าฉันไม่เหมาะหรอก”แดเนียลยักไหล่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ถูกบอกให้เข้าวงการหรือถูกชักชวน ตอนช่วงมัธยมปลายเขาเคยเป็นเด็กฝึกของค่ายค่ายหนึ่งอยู่เกือบสองปีเสียด้วยซ้ำ แต่แดเนียลรู้สึกว่าวิธีชีวิตนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ แดเนียลไม่ได้อยากได้รับความสนใจมากมาย เขาเพียงต้องการเป็นคนธรรมดา มีชีวิตที่ธรรมดาอย่างเดียวกับคนอีกนับสิบล้านในประเทศนี้



              “แต่ฮยอง โธ่โว้ย ทำไมฉันต้องมาคุยกับคู่แข่งแบบนี้ด้วยเนี่ย” เด็กหนุ่มสบถกับตัวเองเบาๆ แต่มันก็ดังพอที่แดเนียลจะได้ยินแล้วเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ



              คู่แข่งเหรอ เขาเนี่ยนะ?



              “ฉันนึกว่าคู่แข่งของนายคืออึนกิซะอีก” อดไม่ได้ที่จะแซวออกไปด้วยรอยยิ้ม



              “ฮยองไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่ามีกี่คนในโปรเจคที่รู้สึกว่าฮยองเป็นคู่แข่งน่ะ ฮยองรู้มั้ยว่ากล้องจับฮยองบ่อยกว่าพวกดาราบางคนอีกน่ะ” เทรนนี่หนุ่มน้อยบ่นอย่างไม่พอใจ เขาพยายามแทบตาย มั่นใจในการเต้นตัวเองมากแต่ยังรู้สึกว่าเมื่ออยู่ข้างคนคนนี้เขากลับเหมือนกับแบคแดนเซอร์ของอีกฝ่ายเสียงั้น



              “ไม่รู้ว่าเพราะรอยยิ้มหรืออะไรหรอก แต่ฮยองกำลังเปลืองคาริสม่าตัวเองไปเสียเปล่านะ” เขาพูดด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย หากแดเนียลก็ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มบางๆเช่นเดิม และนั่นคงทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกว่าป่วยการที่จะพูดกับเขาต่อ เลยตัดสินใจตัดบทด้วยการบอกลาแล้วเตรียมออกจากห้อง หากแต่คำบ่นทิ้งท้ายของเขากลับสะกิดใจของแดเนียลมากกว่าบทสนทนาตลอดหลายนาที



              “ถึงจะเป็นชิฟเตอร์ก็เถอะ แต่เดี๋ยวนี้ก็น่าจะไม่เป็นไรแล้วนี่



              “เดี๋ยว” แดเนียลคว้าไหล่อีกฝ่ายเอาไว้ และด้วยความไม่ระวังทำให้เด็กหนุ่มที่บาดเจ็บอยู่แล้วเซจนชนกับประตู หากแต่แดเนียลก็ไม่ได้สนใจ เขายึดไหล่เอาไว้ทั้งสองข้างแล้วจ้องเด็กหนุ่ม



              “การเป็นชิฟเตอร์มันเกี่ยวอะไรกับการอยู่ในวงการ” เขาไม่ได้แปลกใจที่อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นชิฟเตอร์ แน่นอนอยู่แล้วว่าเด็กนี่จะต้องรู้ ในเมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆมันไม่ได้เหมือนกับที่พวกเขาเล่าให้ตัวแทนบริษัททั้งสองฝ่ายฟัง



              ตอนนั้นแดเนียลที่ตกใจคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ตามที่เขาเล่าจริงๆ แต่ว่าไม่ใช่ในร่างมนุษย์เสียทีเดียว



              ร่างสัตว์ประหลาดคือคำนิยามง่ายๆของการแปลงร่างอย่างไม่สมบูรณ์ของชิฟเตอร์ บางครั้งมันจะเป็นการแปลงร่างเฉพาะส่วน และอีกหลายครั้งมันจะเป็นร่างที่ผสมระหว่างมนุษย์และร่างสัตว์ที่แท้จริงของชิฟเตอร์คนนั้นๆ โดยส่วนมากแล้วมักจะเกิดจากการแปลงร่างที่ผิดพลาดแต่ก็มีชิฟเตอร์ไม่น้อยที่สามารถควบคุมการแปลงร่างของตัวเองทำให้อยู่ในระดับร่างสัตว์ประหลาดได้



              แดเนียลเป็นกลุ่มหลัง



              เขาใช้ร่างสัตว์ประหลาดคว้าเด็กหนุ่มไว้แล้วใช้ตัวเองเป็นเบาะรองตอนที่พวกเขาตกถึงพื้น แต่ด้วยมุมการตกกระแทกทำให้อีกฝ่ายยังไม่รับบาดเจ็บไม่น้อย แตกต่างจากร่างของเขาที่มีส่วนผสมของสัตว์ป่าทำให้บาดเจ็บน้อยกว่ากันมาก



              และแม้จะตกใจรวมถึงได้รับบาดเจ็บ แต่รุ่นน้องคนนี้ก็ยังเห็นเขาในร่างที่ไม่ใช่มนุษย์เช่นนั้นอยู่ดี



              อย่างว่านั่นแหล่ะ แดเนียลไม่เคยอับอายหรือเดียดฉันท์การเป็นชิฟเตอร์ เขายอมรับกับอีกฝ่ายว่าเขาเป็นชิฟเตอร์ แต่ก็ขอร้องให้ปิดบังเรื่องนี้จากคนอื่นๆเพราะเขาไม่อยากมีปัญหา ก่อนจะวิ่งเข้าไปเรียกสตาฟเพื่อออกมาดูอาการของอีกฝ่าย



              นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หากแต่ตอนนี้เล่า



              แดเนียลก็ยังไม่เดือดร้อนกับการที่อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นชิฟเตอร์ แต่เขาไม่ใช่คนหัวช้า เขารู้สึกตงิดกับคำพูดของเด็กหนุ่ม การเป็นชิฟเตอร์ส่งผลต่อการทำงานในวงการบันเทิงเช่นนั้นหรือ?



              ทั้งที่เขามั่นใจว่ามีดารานักแสดงหรือแม้แต่นักร้องไม่น้อยที่เป็นชิฟเตอร์น่ะ



              แต่แดเนียลก็ยังอยากรู้ สัญชาตญาณของเขากำลังบอกว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุที่องซองอูกลัว กลัวว่าเขาจะเอาความจริงที่ว่าเจ้าตัวเป็นชิฟเตอร์ไปประกาศให้โลกรับรู้



              ทั้งที่แดเนียลไม่มีความคิดแบบนั้นเลยแม้แต่นิดก็เถอะ



              “ฮยองไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เหรอ” เด็กหนุ่มกะพริบตาปริบๆใส่เขาก่อนจะเอ่ยต่อช้าๆเหมือนต้องคิดอย่างหนักระหว่างพูด “ถึงเดี๋ยวนี้จะมีดาราที่เป็นชิฟเตอร์อยู่บ้างแต่ฮยองรู้มั้ย ว่ามีคนในวงการเยอะมากที่ยังมีคติการเหยียดชิฟเตอร์น่ะ เป็นคนใหญ่คนโตไม่น้อยเลยด้วยนักแสดงที่เป็นชิฟเตอร์หลายคนถูกกีดกันจากงานเพียงเพราะว่าเป็นชิฟเตอร์น่ะสิ”



              แดเนียลชะงักไปครู่ใหญ่กับคำอธิบาย



              เขาโตมากับสังคมที่เปิดกว้าง ยิ่งโดยเฉพาะความจริงที่ว่าแดเนียลเคยไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศมา ทำให้เขายิ่งเป็นคนหัวสมัยใหม่ ดังนั้นเขาจึงช็อกกว่าปกติกับการรับรู้ว่าวงการบันเทิงที่ดูหัวก้าวหน้าและเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศจะยังมีค่านิยมคร่ำครึเช่นนี้



              “ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะฮะ” เด็กหนุ่มรีบพูดปิดท้ายเมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ของเขา



              แดเนียลสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วส่ายหน้าเบาๆให้อีกฝ่าย เด็กหนุ่มที่ไม่มีอะไรจะพูดต่อตัดบทบอกลาแล้วเดินออกไปจากห้องอย่างยากลำบากปล่อยให้แดเนียลอยู่เพียงลำพัง



              เขายืนอยู่นิ่งๆในห้องขนาดไม่เกินสองคูณสามเมตรนั้นเกือบสิบนาทีก่อนจะออกมาด้วยหัวสมองที่ยุ่งเหยิง



              แดเนียลเริ่มรู้สึกว่าคำพูดของซองอูที่บอกว่าเขาไม่เข้าใจอะไรนั่นมันถูกต้องแล้ว ถึงแม้เขาจะเป็นชิฟเตอร์เหมือนกันแต่แดเนียลก็ไม่รู้จริงๆนั่นแหล่ะ



              ชายหนุ่มลากสังขารที่มีวิญญาณของตัวเองกลับมายังห้องซ้อมที่เขาโดนรุมล้อมไปด้วยเพื่อนร่วมกลุ่มที่เป็นห่วงว่าเขาจะโดนเล่นงาน หากแต่แดเนียลก็ได้แต่ตอบกลับความห่วงใยเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มเดิมและคำพูดแบบเดิม ในหัวของเขาตีกันยุ่งไปหมด การเหยียดชิฟเตอร์คือหนึ่งในสิ่งที่แดเนียลเกลียดที่สุด แต่เขาเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรมันได้เลยแม้แต่น้อย



              หากแต่เขาเขาไม่อยากเชื่อว่าชิฟเตอร์หลายคนยังต้องพบกับอะไรแบบนั้น และถึงแม้จะใช้คำว่าในสังคมแต่แดเนียลกลับรู้สึกว่าคนเหล่านั้นอยู่ใกล้ตัวเขามากกว่าที่คิด



              อย่างเช่นองซองอู



              เมื่อในหัวเขาคิดถึงซองอู ร่างของอีกฝ่ายก็ปรากฏบนคลองสายตาของเขา แดเนียลอยากจะเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย แต่อย่างไรเล่า? เดินเข้าไปแล้วบอกว่า อ้อ ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วนะ อย่างนั้นเหรอ ก็ไม่ใช่ละมั้งนั่น



              แดเนียลเก็บเอาความรู้สึกอย่างจะพุ่งไปหาเขาเอาไว้ เขาพยายามบอกกับตัวเองว่าเขาควรจะทำตัวเป็นมืออาชีพ เขาควรจะสนใจการซ้อมมากกว่าความรู้สึกพิลึกในหัวตัวเอง



              แดเนียลอยากจะช่วยอีกฝ่าย แม้ตอนนี้ซองอูอาจจะไม่ชอบขี้หน้าเขาไปแล้วและคงไม่ต้องการการช่วยเหลืออะไรไปมากกว่าการที่เขาหุบปาก แต่แดเนียลก็ยังรู้สึกอยากเข้าไปช่วยซองอู



              แต่จะช่วยจากอะไรกันล่ะ?



              จากการเหยียดชิฟเตอร์



              จากวงการบันเทิง



              จากอะไรกันแน่



              จากสิ่งที่อีกฝ่ายตัดสินใจเลือกเองเช่นนั้นหรือ? เขาไม่บ้าพอที่จะทำให้ตัวเองเป็นที่เกลียดยิ่งกว่าเดิมหรอกน่า แดเนียลขยี้หัวตัวเอง แล้วแอบมองซองอูที่กำลังซ้อมอยู่อีกครั้ง ผมสีเข้มของอีกฝ่ายเปียกลู่กับใบหน้าคมกริบที่อาบไปด้วยเหงื่อ เสื้อยืดตัวเก่งที่ใส่ทับเสื้อบาสเกตบอลไว้เปียกโชก แต่อีกฝ่ายก็ยังเต้นด้วยความกระตือรือร้น



              ดวงตาคู่สวยและขี้แมลงวันบนแก้มอีกฝ่ายเปล่งประกายไปด้วยความสนุก ต่อให้มองจากอีกฝากของห้องซ้อมขนาดใหญ่เขายังมองออกได้ง่ายๆเลยว่าซองอูมีความสุขแค่ไหนกับการทำงานเช่นนี้



              มันทำให้แดเนียลไม่รู้แล้ว



              เขาไม่รู้จริงๆว่าเขาจะทำยังไงดีกันแน่




___________________________________________




Talk:


ตอนนี้สั้นไปหน่อยต้องขออภัยด้วยนะคะ.__. ตอนนี้เหมือนเฉลยความกลัวของซองอูเมื่อก่อนหน้านี้ด้วย แต่ว่าเนื่องจากเราเขียนไม่ต่อเนื่องกันเลยอาจจะมีส่วนไหนของเนื้อเรื่องที่อาจจะงงๆบ้างต้องขอโทษอีกครั้งค่ะ

เรากำลังกังวลว่าเดินเรื่องเร็วไปมั้ย ถ้ามีส่วนไหนที่ไม่เข้าใจสามารถวิจารณ์กันได้เลยนะคะ และตามธรรมเนียม ขอบคุณทุกวิวและทุกคอมเมนต์ค่ะ 555

 

ปล.เรากำลังคิดว่าฟิคชั่นเรื่องนี้ควรมีแฮชแท็กไว้ใช้สำหรับทวิตเตอร์เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารและคอมเมนท์กัน แต่เราคิดแฮชแท็กไม่ออกค่ะ /ร้องไห้แรง ถ้าใครมีไอเดียรบกวนเสนอได้เลยนะคะ สำหรับคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #96 kittenO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 01:06
    ซองอูต้องเจอเหตุการณ์อะไรที่เป็นความหลังมาไหม ถึงได้โมโหขนาดนั้น
    #96
    0
  2. #84 crazy_girl (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 02:28
    ซองอูออกมาน้อยมาก555 ค่าตัวคงแพงใช่ไหมคะ
    #84
    0
  3. #71 PERO_Ov< (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 11:11
    น่ารักจัง รู่สึกว่าแดเริ่มเข้าใจซซองอูมากขึ้นแล้ว
    แต่ซออูยังโกรธๆอยู่แฮะ อยากให้ปรับความเข้าใจกันจังค่ะ ฮาา
    เอาใจช่วยนะคุณแดน
    #71
    0
  4. #64 pineapple129122 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 08:27
    เมื่อไหร่จะคืยดีกันสักกที
    #64
    0
  5. #49 PhitpolL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 02:27
    คิดว่าไม่ได้เดินเรื่องเร็วไปนะคะ แต่เราก็เป็นพวกใจร้อนเหมือนกันเลยคิดว่าน่าจะไม่สามารถเป็นบรรทัดฐานได้
    เนื้อเรื่องก็ไม่ได้โดดมาก แต่อาจจะเพราะมันนานพอเปิดอ่านมาเลยงงนิดหน่อยค่ะ แต่ย้อนกลับไปอ่านก็รู้เรื่อง
    ตอนแรกคิดว่าเหตุผลของคุณองจะมีอะไรมากกว่านี้ แต่คิดดูอีกที นั่นก็เป็นสิ่งที่คุณองรัก จะกลัวการสูญเสียไปก็ไม่แปลก
    สดท้าย อยากให้เขาคุยกันดีๆ จังเลยค่ะ 
    #49
    0
  6. #48 don't touch me (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 23:50
    ปัญหาคิดไม่ตกเลยค่ะ ยากจังเลยกับการโดนดูถูกไม่เป็นที่ยอมรับเนี่ย
    แต่ในเมื่อคุณแดนรู้เหตุผลแล้วก็ปกป้องเลยค่ะ พระเอกขี่ม้าขาว! (แต่อาจจะโดนอ๋งถีบตกม้าก็ได้นะคะ ฮา...)

    เนื้อเรื่องไม่เร็วไปนะคะเราว่า กำลังดีเลย ชอบค่ะ
    แฮชแท็กขอเสนอเป็น ชิฟเตอร์องเนียล ดีมั้ยคะ (ดูสิ้นคิดยังไงไม่รู้ค่ะ ;-;)
    #48
    0
  7. #47 '' F FON.☂ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 23:00
    ทางนี้ก็คิดไม่ออกเหมือนกันค่ะ ว่าจะช่วงคุณองยังไงดี ฮือออ อยากรู้จังเลยค่ะว่าร่างสัตว์ของคุณแดนนี่คืออะไรน้าาา ????
    #47
    0
  8. #46 ammykjd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 19:46
    ปกป้องเลยค่ะ คุณแดน
    #46
    0
  9. #45 rikear_lope (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 09:54
    คุณแดนจะต้องช่วยดูแลคุณองนะคะในเมื่อเข้าใจคุณองแล้ว นี่ก็แอบสงสารคุณองนะคะที่ต้องมาเจอคนที่ไม่เปิดใจให้แบบนี้  เฮ้ออออ
    #45
    0
  10. #44 lvsj (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:37
    คุณแดนเข้าใจคุณองแล้วก็ช่วยปกป้องคุณองเลยค่ะ วี้ดดดดด 55555

    ไรท์~ เราชอบการดำเนินเรื่องแบบนี้นะคะ กำลังดีเลยค่า
    #44
    0