[WannaOne] NielOng: In a Blue Moon

ตอนที่ 5 : 4: Trouble

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    20 เม.ย. 61

ความเจ็บปวดจากแผ่นหลังร้าวมายังหัวไหล่ทำเอาแดเนียลหลุดร้องออกมา สัญชาตญาณของสัตว์ป่าในตัวของเขากู่ร้อง



ชิฟเตอร์มักจะมีกลไกป้องกันตัวอย่างหนึ่งคือเมื่อได้รับความเจ็บปวดทางร่างกายหรืออารมณ์ถึงจุดๆหนึ่งแล้วสัญชาตญาณจะยึดครองแล้วแปลงร่างของพวกเขาโดยอัตโนมัติ แต่ยังโชคดีที่แดเนียลมีความอดทนต่อความเจ็บปวดค่อนข้างมาก ถึงแม้ว่าสติของเขาครึ่งหนึ่งจะเลือนหายไปด้วยฤทธิ์ของเครื่องดื่มมึนเมา แต่แดเนียลก็ยังควบคุมตัวเองได้ดียอด



เขาคว้าแขนของซองอูแล้วดึงเข้าหาตัวพร้อมกับใช้มืออีกข้างดันหัวไหล่ของอีกฝ่ายแล้วอาศัยน้ำหนักที่มากกว่าเหวี่ยงอีกฝ่ายไปติดกำแพงแทน



แดเนียลหอบเบาๆกับการออกแรงโดยไม่ได้ตั้งตัวระหว่างมองใบหน้าของอีกฝ่าย เขาได้แต่หวังว่าสิ่งที่เขาทำลงไปจะไม่ได้สร้างความเสียหายกับใบหน้าอันเป็นเครื่องมือหาเงินขององซองอูหรอกนะ ชายหนุ่มถอนหายใจเมื่อคนที่เขาล็อคตัวอยู่หันหน้ามามองเขาอย่างดุร้าย



ดวงตาของซองอูเต็มไปด้วยความโกรธและหากแดเนียลมองไม่ผิดเขาคิดว่ามีแวบหนึ่งที่ดวงตาคมของซองอูกลายเป็นสีอำพันสะท้อนแสงราวกับสัตว์ร้าย



“นายต้องการอะไร” ซองอูจ้องเขาพูดด้วยเสียงแหบต่ำ แดเนียลไม่เข้าใจปฏิกิริยารุนแรงของอีกฝ่ายเท่าไหร่ สิ่งที่เขาทำไปเป็นการป้องกันตัวล้วนๆ! ชายหนุ่มปล่อยมือจากอีกฝ่ายแล้วขยับยืนดีๆ รอจนซองอูลุกมายืนเผชิญหน้ากันตรงๆ



“ฉัน…”



“จะเอาเท่าไหร่” ไม่ทันที่แดเนียลจะพูดอะไรคำถามที่ทำให้เขาชะงักก็ดังขึ้นเสียก่อน เขามองหน้าเจ้าของประโยคอย่างไม่เข้าใจ



“นายหมายถึงอะไร” แดเนียลขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถามเขาเพื่อให้เงินเปล่าๆ ซองอูจะต้องกำลังเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ และประโยคต่อมาของคู่สนทนาก็ยืนยันความคิดของเขา



“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องไปหน่อยเลยน่า นายกำลังจะแบล็คเมล์ฉัน บอกมาตรงๆเถอะว่าอยากได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ ห้าแสนวอน ล้านวอน ห้าล้านวอน? เหอะ หรือมากกว่านั้นล่ะ” ซองอูกล่าวด้วยน้ำเสียงค่อนแคะ หากแต่แดเนียลก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมเขาต้องแบล็คเมล์อีกฝ่ายด้วย



แม้ว่าตัวเลขที่อีกฝ่ายกล่าวออกมานั้นจะทำให้ใจของแดเนียลสั่นไหวแต่เขาก็ยังมีสติดี



“จะบ้าหรือไง ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นซะหน่อย” เขารีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ล้านวอนอาจจะไม่ใช่ตัวเลขที่มากมายจนน่ากลัว แต่มันคือจำนวนเงินก้อนที่แดเนียลต้องการเพื่อย้ายบ้านตามที่เขาหวัง หากแต่เขาก็ยังไม่เมาไปกับเงินจนขนาดที่ทำให้ลืมจุดประสงค์ของตัวเอง



องซองอูหัวเราะเย้ยเขาในลำคอ มือเรียวของอีกฝ่ายคว้าคอเสื้อเขาไว้แล้วดึงเข้าไปใกล้จนจมูกพวกเขาแทบชนกัน



“ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วนายจะมาถามฉันทำไม” แดเนียลจ้องดวงตาที่สั่นระริกของอีกฝ่าย เขาพึ่งสังเกตว่าภายใต้ความโกรธของซองอูแล้วในดวงตาคู่นั้นยังมีความกลัวอยู่ด้วย และเขาก็รู้ดีว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกลัวคือเขา ซองอูกลัวว่าเขาจะออกไปประกาศว่าเจ้าตัวเป็นชิฟเตอร์ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่แดเนียลไม่เข้าใจอยู่ดี เขาไม่เข้าใจว่าการเป็นชิฟเตอร์มันสามารถเอามาแบล็คเมล์กันได้อย่างไร



“เป็นชิฟเตอร์แล้วยังไงล่ะ ทำไมนายต้องเดือดร้อนกับเรื่องแค่นี้ด้ว--- ” ไม่ทันที่แดเนียลจะพูดจบประโยคเขาก็โดนเสียงตวาดขัดขึ้นเสียก่อน



“เรื่องแค่นี้เหรอ? เรื่องแค่นี้สินะ คนอย่างนายจะไปเข้าใจอะไร” ซองอูมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ และท่ามกลางความตกใจของแดเนียลกรงเล็บแหลมก็ตวัดกรีดแขนของเขาก่อนจะซองอูจะผลักร่างหนากว่าแล้วพุ่งออกจากห้องน้ำไป



แดเนียลก้มมองรอยแผลเลือดซิบบนท่อนแขนตัวเองแล้วย้อนคิดไปยังคำพูดของอีกฝ่าย



เขาไม่เข้าใจการเป็นชิฟเตอร์อย่างนั้นเหรอ ไม่หรอก



เขาเข้าใจดีเลยล่ะ



ชายหนุ่มยกแขนขึ้นเลียแผลนั้นแล้วย่นคอ กรงเล็บของอีกฝ่ายคมกว่าที่เขาคิดและมันทำให้แผลนี่ลึกกว่าที่เขาคาดเสียด้วยสิ





_________________




วันต่อๆมาที่พวกเขาเจอกันซองอูเย็นชากับเขามากกว่าที่แดเนียลทำใจไว้เสียอีก นักแสดงหนุ่มไม่คุย ไม่โดนตัวเขา และถ้าเลือกได้แดเนียลคิดว่าซองอูคงไม่อยากเข้าใกล้เขาในระยะใกล้กว่าสามเมตรเสียด้วยซ้ำ แต่พวกเขาอยู่กลุ่มเดียวกันดังนั้นคงเป็นการยากที่จะทำแบบนั้น



ถึงแม้ว่าทั้งแดเนียลและองซองอูจะเป็นมืออาชีพพอที่จะไม่นำความขัดแย้งส่วนตัวมาทำให้เสียงานแต่การกระทำของพวกเขายังทำให้บรรยากาศอึดอัดลงอย่างช่วยไม่ได้



“แดเนียลฮยองๆ พวกเราไม่รู้ว่าฮยองทะเลาะอะไรกันหรอก แต่ฮยองควรไปปรับความเข้าใจกันได้แล้วนะ” เจ้าเขี้ยวปีนเข้ามาหาเขาตอนพัก ท่าทางไม่แน่ใจนั้นทำให้แดเนียลรู้ว่าอีกฝ่ายคงโดนโหวตส่งมาให้พูดเรื่องนี้กับเขา แดเนียลถอนหายใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากไปคุยกับซองอูให้รู้เรื่องเสียหน่อย แต่ฝ่ายนั้นต่างหากที่ไม่ยอมคุยกับเขา



          “นายไปบอกหมอนั่นดีกว่าน่า ฉันก็พยายามจะคุยด้วยอยู่เนี่ย”



“พูดเอาก็ง่ายสิ สองสามอาทิตย์มานี้ซองอูฮยองน่ากลัวจะตาย ปกติก็ยิ้มแย้มดีอยู่หรอกแต่พอมีคนพูดชื่อฮยองให้ได้ยินปุ๊บก็กลายเป็นกรัมปี้แคทปั๊บเลย” คำเปรียบเทียบนั้นทำให้แดเนียลอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาถึงกับเห็นภาพหูหางงอกมาจากซองอูเลยด้วยซ้ำ



แต่ก็นั่นแหล่ะ สามอาทิตย์ผ่านไปนับจากคืนนั้นแต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยังไม่ดีขึ้นเลยสักนิด ซ้ำร้ายการแสดงที่มีมากกว่าหนึ่งชุดทำให้มีการจัดกลุ่มใหม่และคราวนี้พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก



“จะว่าไปพวกฮยองทะเลาะอะไรกันรุนแรงขนาดที่ฮยองบาดเจ็บเลยเหรอ” อูจินพยักเพยิดไปที่แขนซ้ายของเขา แม้ว่าตอนนี้แผลจะหายไปแล้วแต่การพันแผลอย่างจริงจังของเขาในช่วงแรกๆคงทำให้หลายคนตกใจ ซึ่งนั่นรวมไปถึงตัวต้นเหตุอย่างองซองอูด้วย



ทันทีที่เขาเดินเข้ามาในห้องซ้อมหลังจากวันนั้นด้วยแขนที่พันผ้าพันแผลก็ได้รับความสนใจจากทุกคนทันที หลายคนเข้ามาถามไถ่เขาตามมารยาทหรืออาจจะเป็นห่วงจริงๆ แต่ตอนนั้นแดเนียลกลับเอาแต่หาตัวซองอู และด้วยความโดดเด่นของอีกฝ่ายแดเนียลก็พบนักแสดงหนุ่มเข้าในไม่ช้าแล้วเดินเข้าไปหา ซองอูก้มลงมองแขนเขาอย่างตกใจก่อนจะรู้ตัวแล้วเดินหนีไป



ถ้าเขาทายไม่ผิดละก็ซองอูก็ไม่ได้ตั้งใจจะข่วนเขาแรงขนาดเป็นแผลหรอก



ชายหนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆกับเรื่องราวเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนแล้วยืดคอมองเลยไหล่ของเจ้าหนูข้างหน้าไป



แดเนียลพยายามมองหาเป้าหมายภายในห้องซ้อมที่วุ่นวาย นอกจากช่วงแรกๆที่มีพักกลางวันอย่างเป็นทางการแล้วการถ่ายทำวันอื่นพวกเขาสามารถพักแล้วมาหยิบกล่องข้าวได้ตามเวลาหิวเลยทีเดียว ซึ่งแดเนียลชอบส่วนนี้มาก… มันหมายความว่าเขาประหยัดค่าอาหารตัวเองไปได้เยอะเลย



แต่เพราะเวลาพักตามใจชอบทำให้การพูดคุยกับคนอื่นๆยากขึ้นไปอีก



แดเนียลได้แต่ส่ายหน้าเมื่อความพยายามของเขาไม่เป็นผล แม้ว่าซองอูจะเป็นชิฟเตอร์คนแรกที่เขาเจอในสังคมปกติ เป็นคนที่แดเนียลอยากจะทำความรู้จักแค่ไหนแต่หากอีกฝ่ายไม่เห็นด้วยการตบมือฝ่ายเดียวก็คงไม่ดัง และเขาก็ได้แต่ยอมแพ้ไปเช่นกัน



เขาคีบบะหมี่คำสุดท้ายเข้าปากแล้วเอากล่องไปทิ้งก่อนจะบิดขี้เกียจครั้งใหญ่อีกครั้ง



นอกจากเรื่องความสัมพันธ์พิลึกระหว่างเขากับองซองอูแล้วทุกรายละเอียดของงานก็ดำเนินไปได้ด้วยดี พวกเขาวางแผนและเริ่มซ้อมไปได้ไกลกว่ากำหนดมาก จะเสียก็แต่ว่าพวกเขาสงบสุขเกินไปจนผู้กำกับบ่นว่าไม่มีอะไรที่สามารถจะตัดต่อไปใส่ในหนังได้



แดเนียลเริ่มซ้อมเต้นอีกครั้งก่อนจะได้ยินเสียงฮือฮาดังมาจากอีกฝากของห้อง เขาหันมองจุดกำเนิดเสียงเพื่อพบกับการซ้อมของอีกกลุ่มหนึ่งที่มีการตีลังกาAcrobatic เป็นส่วนหนึ่งของท่าเต้นด้วย



เขาหัวเราะกับความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มนั้นแล้วร่วมเดินเข้าไปเป็นชาวมุงด้วย ชายหนุ่มตบมือเชียร์เมื่อหนึ่งในนั้นแสดงท่าชั้นสูงออกมาด้วยการตีลังกาหมุนตัวเพื่อเรียกเสียงเฮจากเพื่อนๆ หากแต่ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้เงยหน้าขึ้นมารับเสียงเชียร์ก็มีคนขัดขึ้นเสียก่อน



“เฮ้ พวกนายมั่นใจที่จะใช้ท่านี้จริงเหรอ ฉันว่ามันออกจะอันตรายไปหน่อยนะ” ผู้จัดการซงหรือที่เจ้าตัวบอกให้พวกเขาเรียกว่าอาจารย์ซงเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง แดเนียลฟังคำพูดของอีกฝ่ายแล้วได้แต่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ในเมื่อคนกระโดดมั่นใจขนาดทำโชว์ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรนี่นะ



“พวกผมอยากจะสร้างอิมแพคให้กับการแสดงครับ เพราะว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ค่อนข้างตื่นเต้นพวกเราก็เลยข—“ พอเริ่มมีการพูดคุยอย่างจริงจังขามุงอย่างแดเนียลก็เลยแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง เขาก็เดินถอยโดนไม่คิดจะหันมองด้วยคิดว่าด้านหลังคนอย่างเขาคงไม่มีใครยืนอยู่ แต่ความคิดของเขาก็ผิดอีกแล้ว



“โอ๊ะ ขอโทษครับ” แดเนียลรีบขอโทษฝ่ายตรงข้ามเพียงเพื่อจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบกับดวงตาคมของคนที่เขาอยากพูดด้วยมาตลอดหลายวัน



น่าตลกที่เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาได้สบตากันตรงๆกลับเป็นอุบัติเหตุเล็กๆเช่นนี้



หนุ่มรุ่นพี่ละสายตาออกจากเขาก่อนเป็นฝ่ายเดินจากไป แต่แดเนียลเองก็ไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดมือไปง่ายๆขนาดนั้นเช่นกัน เขาคว้าแขนขององซองอูไว้แล้วดึงไปทางประตูห้องซ้อม



ในห้องซ้อมแห่งนี้ทุกตารางนิ้วถูกบันทึกภาพไว้โดยกล้องกว่ายี่สิบตัวดังนั้นแดเนียลจึงคิดว่าเขาไม่ควรพูดอะไรเกี่ยวกับความลับที่ซองอูพยายามปิดบังที่นี่ เขาพยายามลากอีกฝ่ายไปยังประตูแต่การใช้แรงบังคับคนที่ตัวเล็กกว่าตัวเองไม่ถึงสองเซนติเมตรแถมยังเป็นผู้ชายหุ่นดีมีกล้ามนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย



“นายมัวแต่ขัดขืนแบบนี้อยากให้กล้องจับได้หรือไง ไปกับฉันเถอะน่า” แดเนียลกระซิบลอดฟันด้วยเสียงต่ำ เขากลัวว่าการกระทำของพวกเขาจะดึงดูดความสนใจจากทั้งสตาฟและคนรอบตัวจนต้องเสียโอกาสอันหาได้ยากนี้จริงๆ



“ทำไมฉันต้องไปกับอาชญากรอย่างนายด้วย เหอะ ใช้เป็นแต่กำลัง” แต่นอกจากจะไม่ให้ความร่วมมือแล้วซองอูยังโจมตีเขาด้วยคำพูดอีกด้วย คำว่าอาชญากรแทงใจแดเนียลจี๊ดๆ เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด อีกฝ่ายคิดไปเองทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาจะเอาเรื่องที่ว่าซองอูเป็นชิฟเตอร์ไปแบล็คเมล์หรือเรื่องที่เขาใช้แต่กำลังด้วย



เออ ไม่สิ แดเนียลยอมรับก็ได้ว่าข้อหลังอาจจะจริงนิดหน่อยถ้าดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว



แต่เขาก็ยังไม่ยอมรับข้อกล่าวหาแรกอยู่ดีนั่นแหล่ะน่า



“ฉันไม่ได้แบล็คเมล์นาย แล้วก็เราต้องคุยกันด้วย” แดเนียลพยายามเกลี้ยกล่อมซองอูแม้จะได้รับแต่สายตาเชือดเฉือนก็ตาม



หากยังไม่ทันได้รับคำตอบก็มีเสียงตะโกนล้อเขาเสียก่อน



“เฮ้ สองคนตรงนั้นกำลังพยายามเล่นซีรีส์กันอยู่หรือไง ตอนนี้พวกนายเหมือนพระนางในฉากก่อนจูบกันแล้วนะ” รุ่นพี่คนหนึ่งกึ่งล้อกึ่งเตือนให้พวกเขารู้ตัวว่าหลังจากกลุ่มเมื่อครู่พูดคุยเรื่องท่าเต้นเสร็จตากล้องหลักก็เริ่มหาจุดโฟกัสใหม่แล้ว และการกระทำของพวกเขาก็ดึงดูดความสนใจไม่น้อยทีเดียว



ซองอูอาศัยโอกาสที่เขาชะงักกับเสียงนั้นดึงแขนตัวเองออกไปก่อนจะเดินหนีกลับไปเข้ากลุ่มซ้อม



แดเนียลส่ายหน้าให้กับความดื้อด้านราวกับเด็กของผู้ชายที่แก่กว่าตัวเอง เขายอมรับว่าผิดหวังมากที่พลาดโอกาสนี้แต่แดเนียลกลับเริ่มมีความหวังขึ้นมาใหม่ เขาไม่อยากปล่อยให้ทุกอย่างมันจบลงแย่ๆแบบนี้



เขากลับไปซ้อมบ้างหากแต่ฟ้าราวกับไม่เป็นใจ เมื่อในที่สุดก็มีปัญหาเกิดขึ้นจนได้



หากแต่ปัญหาที่ว่านั้นกลับไม่ได้มากจากกลุ่มที่โชว์ออฟเมื่อครู่ กลับกัน มันมาจากกลุ่มของแดเนียลเอง พวกเขากำลังพยายามจัดตำแหน่งการเต้นกัน แต่เมื่อกลุ่มของเขาประกอบด้วยแดนเซอร์และเด็กฝึกล้วนๆโดยไม่มีตัวเอกอย่างนักแสดงหรือไอดอลเลยทำให้มันเป็นการลำบากที่จะเลือกใครสักคนขึ้นมาเป็นเซนเตอร์ของเพลง



แน่นอนว่าเกือบทุกคนต้องอยากเป็นเซนเตอร์ น้ำหนักของการได้บทเด่นในการแสดงไม่ใช่อะไรเล็กน้อยเลยจริงๆ โดยเฉพาะสำหรับคนที่หวังจะเข้าวงการซึ่งต้องนับว่าเป็นคนส่วนใหญ่ในงานนี้เสียด้วย



และน้ำหนักนั้นก็ก่อปัญหาขึ้นในที่สุด หลังจากพวกเขาตัดสินใจเลือกลีดเดอร์ของกลุ่มเป็นเซนเตอร์แล้วเริ่มซ้อมกันอย่างมีตำแหน่งแน่นอนก็มีสมาชิกหลายคนที่ไม่ยินยอมใจกับการเลือกนี้เท่าไหร่



พวกเขาใช้ระบบการโหวต และทุกคนต่างโหวตตัวเองยกเว้นแต่แดเนียลคนเดียว เขาไม่อยากได้บทเด่นหรือเป็นคนดัง เขาเพียงต้องการให้งานนี้จบอย่างเรียบง่ายและรับเงินค่าจ้างเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นผู้ตัดสินไปโดยไม่รู้ตัว



ท่ามกลางความมาคุของกลุ่มพวกเขาในที่สุดก็มีสมาชิกคนหนึ่งลุกออกไปจากกลุ่มที่กำลังคุยกันเรื่องการจัดบลอกกิ้งอยู่



ลีดเดอร์ของพวกเขาลุกไปตามอีกฝ่าย แต่เหมือนกับว่าจะไม่เป็นผลเท่าไหร่เหมือนเขาเดินกลับมาคนเดียว แดเนียลในฐานะคนอายุมากที่สุดในกลุ่มจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากตบบ่าอีกฝ่าย เท่าที่ดูแล้วเขาค่อนข้างมั่นใจเลยว่าซีนนี้เป็นฉากที่ผู้กำกับจะต้องอยากเอาไปใส่ในหนังแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงได้แต่ถอนใจแล้วสวดภาวนาให้รุ่นน้องหนุ่มที่เดินหนีไปจากการซ้อมเมื่อครู่



“แดเนียลฮยอง เดี๋ยวตอนพักนายตามไปคุยกับหมอนั่นให้หน่อยได้มั้ย เมื่อกี้ฉันไปแล้วหมอนั่นไม่ยอมฟังอะไรเลย” ผู้นำของกลุ่มคว้าไหล่หนาของแดเนียลไว้แล้วกระซิบกับเขา แดเนียลยิ้มแห้งๆให้กับอีกฝ่าย แต่ตอนนี้ในใจเขากลับรู้สึกสะใจขึ้นมา ลีดเดอร์หนุ่มคนนี้เป็นหนึ่งในคนที่เอาแต่บอกให้เขาคืนดีกับซองอู แต่พอเจอเข้ากับตัวเองแล้วก็ทำตัวไม่ถูกจนแดเนียลอยากตอกกลับไปว่าเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าความอึดอัดของการพยายามพูดแต่ฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมฟังเป็นอย่างไร



แน่นอนว่าเขาทำแบบนั้นไม่ได้หรอกน่า



“จะพยายาม แต่ไม่รับประกันผลงานนะ” ชายหนุ่มส่ายหน้าเล็กน้อย คนที่เดินออกไปนั้นเป็นเด็กฝึกหัวกะทิจากบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งที่ฝีม้ายลายมือก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าเซนเตอร์ที่ได้รับเลือก ตอนแรกเขาเองยังต้องครุ่นคิดหนักเลยด้วยซ้ำว่าจะโหวตใครดี ดังนั้นแดเนียลจึงไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ที่ฝ่ายนั้นจะแสดงความไม่พอใจออกมาเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นเซนเตอร์



หลังจากการซ้อมรอบบ่ายเสร็จสิ้นลงแดเนียลที่ได้รับมอบหมายภารกิจก็เดินออกมาตามหารุ่นน้องหนุ่ม เขาเดินตามหาตัวอีกฝ่ายตั้งแต่ห้องซ้อมอื่น ห้องว่างที่ปิดไฟไว้ แม้แต่ที่ห้องน้ำเขาก็ไปตามเปิดประตูส้วมทุกห้องเพื่อตามหาเจ้าเด็กนั่น แต่หมอนั่นกลับไม่อยู่ที่ไหนเลย



ชายหนุ่มเดินมาขอสตาฟเพื่อออกไปข้างนอกโดยให้เหตุผลเพียงว่าไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆแล้วรีบเผ่นออกมา



แดเนียลมองซ้ายขวาผ่านม่านฝนหาร่างของเด็กหนุ่มเป้าหมายที่ทำให้เขาต้องออกมาเดินเตร่ในสภาพอากาศแบบนี้ โชคยังดีที่วันนี้แดเนียลหยิบแจ็คเก็ตกันน้ำออกมาจากบ้านด้วยในตอนเช้า ไม่เช่นนั้นป่านนี้เขาก็คงเปียกโชกไปแล้ว



แดเนียลสะบัดหัวไล่ฝนที่หยดลงบนผมหน้าของเขาออก สายก็ยังสอดส่องต่อไป



ชายหนุ่มเดินลากขามาเรื่อยจนถึงร้านสะดวกซื้อที่เขาใช้เป็นข้ออ้าง ซึ่งตรงนั้นเองที่เขาพบกับคนที่ตามหาอยู่ เด็กอายุราวสิบเจ็ดปีในเสื้อยืดสีเทาตัวโคร่งนั่งอยู่หน้าร้านอย่างบูดบึ้ง แดเนียลเรียบเรียงคำพูดของตัวเองเล็กน้อยแล้วจึงก้าวเข้าไป หากอีกฝ่ายคงรู้ตัวก่อนเมื่อหนุ่มน้อยเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร



“ทั้งฮยองทั้งสตาฟเป็นห่วงนายอยู่นะ อย่าออกมาโดยไม่บอกไม่กล่าวสิ” แดเนียลหลบฝนเข้าไปใต้ชายคาเดียวกันพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา



เด็กน้อยในสายตาของเขามองหน้าของแดเนียลอย่างไม่พอใจ แต่เขารู้ดีว่าพวกเขาทุกคนก็ต่างรู้ว่าการกระทำอย่างหนีออกมาเพื่อแสดงความไม่พอใจแบบนี้มันเด็กเกินไปจริงๆ หนุ่มรุ่นน้องเลยไม่มีคำเถียงอะไรออกจากปาก



“ขอฮยองซื้อของแป๊บเดียว แล้วกลับไปด้วยกันเถอะ” แดเนียลวางมาดพี่ชายใจดีแล้วชักชวนอีกฝ่าย หากว่านี่ยังไม่ได้ผลอีกแดเนียลก็หมดหนทางแล้ว แต่ยังดีที่เวลาสองชั่วโมงนี้คงทำให้เด็กวัยรุ่นใจร้อนสงบลงบ้างแล้วเมื่ออีกฝ่ายยอมเดินฝ่าฝนกลับไปกับเขา



ภายใต้หยดน้ำมากมายของสายฝนแดเนียลก็อดมองอีกฝ่ายอีกรอบไม่ได้ เด็กนี่หน้าตาไม่เลว อาจจะไม่ได้ถึงกับโดดเด่นอย่างองซองอูหรือเทวดาน้อยแต่เมื่อนับกับความสามารถอันโดดเด่นของอีกฝ่ายแล้วแดเนียลคิดว่าหมอนี่น่าจะมีอนาคตที่สดใสมากทีเดียว แน่นอนว่าอาจจะต้องมีการแก้ไขนิสัยเอาแต่ใจและท่าทางเด็กน้อยนี้บ้าง แต่แดเนียลก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่าเด็กแบบนี้ไม่ควรจะถูกอารมณ์ชั่ววูบเช่นนี้ทำจนเสียอนาคตอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นถ้าผู้กำกับตัดสินใจเอาฉากที่เขาเดินออกมานั่นมาใช้



“ทำไมฮยองถึงเลือกอึนกิฮยอง” อยู่ๆเขาก็ได้รับคำถามอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้แดเนียลต้องขอให้อีกฝ่ายพูดใหม่ “อะไรนะ?”



“ผมถามว่าทำไมถึงเลือกอึนกิฮยอง ทำไมถึงไม่เลือกผม” เด็กหนุ่มปรับความดังจากเสียงที่แทบเป็นการกระซิบเมื่อครู่เป็นการพูดปกติ แต่คำว่าปกติในที่นี้คงไม่รวมไปถึงสภาพอารมณ์ของผู้พูดที่ดูราวกับจะแตกสลาย



“…” แดเนียลเม้มปากไปหลายวินาทีก่อนเขาจะเปิดปากพูดช้าๆ



“เพราะไลน์เต้นของอึนกิเป็นแนวที่เหมาะกับตัวเพลงมากกว่านายละมั้ง แล้วก็ฉันคิดว่าเขาทำให้ภาพรวมของทีมเราดูสมดุล” แดเนียลวาดมืออธิบายความคิดของตัวเอง เขาไม่ใช่คนที่บรรยายอะไรแบบนี้เก่งเท่าไหร่ แต่เขาก็ได้แต่หวังว่าคำอธิบายของเขาจะไม่ทำให้เจ้าหนูนี่เกิดคลั่งขึ้นมาอีกหรอกนะ



“แต่ผมก็ทำได้ ผม… ผมอยากเป็นเซนเตอร์จริงๆนะ” กลับกัน เด็กหนุ่มไม่ได้คลั่งตามคาด แต่เขากลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ และในฐานะรุ่นพี่แล้วแดเนียลก็อดสงสารอีกฝ่ายไม่ได้จริงๆ



“งั้นเดี๋ยวฉันแบ่งท่อนที่ฉันอยู่ตรงกลางให้นายก็ได้นะ”



“ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย! มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องการอยู่ตรงกลางซะหน่อย” เขาหันควับมาจ้องแดเนียลก่อนจะละสายตาและลดระดับเสียงจนกลายเป็นการพึมพำในประโยคท้าย แดเนียลถอนหายใจ เขารู้ว่าเทียบกับการยืนตรงกลางในท่อนทั่วไปสักท่อนแล้วบทบาทของเซนเตอร์มีค่าแค่ไหน แต่ก็นั่นแหล่ะ โหวตกันไปก็คงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว



ไม่ทันที่แดเนียลจะได้เอ่ยปลอบอะไรเพิ่มเติมอีกฝ่ายก็พูดขึ้นอีกครั้งเสียก่อน



“ช่างมันเถอะ ฮยองคงไม่เข้าใจผมหรอก” แดเนียลชะงักไปกับคำพูดนั้น ทำไมทุกคนต้องคิดว่าเขาไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองกันหนอ หรือเขาแสดงออกเป็นคนไม่สนใจเกินไปจริงๆ



อาศัยอาการชะงักของแดเนียล เด็กหนุ่มรีบก้าวขาเลี้ยวเข้าไปทางบันไดลงไปยังชั้นใต้ดินของตึกที่ตั้งของห้องซ้อมเขาอย่างรวดเร็ว แต่มันคงรวดเร็วเกินไปเมื่อน้ำฝนที่เปียกพื้นกลับทำให้แรงเสียดทานระหว่างพื้นหินกับรองเท้าลดลง



“ระวัง!”



แดเนียลที่กำลังก้าวตามมาเบิกตาขึ้นกว้าง เขาพยายามร้องเตือน ภาพตรงหน้าเขาราวกับกำลังอยู่ในโหมดสโลว์โมชั่น ใบหน้าของเทรนนีหนุ่มน้อยดูตื่นตระหนกตอนที่ตัวของเขาสูญเสียศูนย์ถ่วงและแรงโน้มถ่วงก็ดึงเขาลงในท่าที่น่าตกใจ!!





______________________________




Talk:


สวัสดีค่ะ ตอนนี้เรามาเร็วอีกแล้ว555 แต่จะขออนุญาติแจ้งว่าช่วงปลายสัปดาห์นี้เราจะค่อนข้างยุ่ง ดังนั้นพบกันอีกทีสัปดาห์หน้านะคะ

จะว่าไปเนื้อหาตอนนี้ก็ค้างอีกแล้ว… และต้องขออภัยด้วยนะคะถ้าเหตุการณ์นี้จะทำให้หลายๆท่านนึกถึงเหตุการณ์ในรายการ แต่ว่าทางเราไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะอ้างอิงถึงเหตุการณ์ใดๆเลยจริงๆ ดังนั้นฉากช่วงท้ายของตอนนี้จึงเป็นแค่Fictionalร้อยเปอร์เซนต์นะคะ

ทั้งนี้ตอนที่แล้วคอมเมนต์เยอะมาก ต้องขอขอบคุณมากจริงๆนะคะ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ




*แก้ไขคำผิด 12/07/2017 4.04
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #95 kittenO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 00:56
    เด็กคนนี้คือใครรรร
    #95
    0
  2. #70 PERO_Ov< (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 11:05
    เด็กคนนุ้นคือใคร ตอนนี้ัยังไม่รู้ชื่อ หรือเราอ่นพลาดไป
    แดนเปนคนน่ารักอ่ะ แอบอยากให้รีบทำความเข้าใจกับซองอู สงสารองงี่เหมือนกัน
    #70
    0
  3. #60 pineapple129122 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 21:35
    เมื่อไหร่จะคืนนดีกันนน
    #60
    0
  4. #43 Winterrin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 16:01
    ค้างงง
    #43
    0
  5. #42 -まリん- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 01:39
    ตอนนี้อารมณ์มันจะตุ่นๆหน่อย คุณองดูเป็นคนอารมร้อนนะคะ ฟังเค้าก้อนน กลับกันคุณแดนดูเป็นคนใจเย็นดีจัง นึกภาพคุณเค้าตัวหมีๆแล้วดูอบอุ่นดี (???) แล้วก็ ตัดฉึบ! โห ล้มท่าไหนยังไม่ทันรู้เลย ไรต์ใจร้ายงะตัดแบบนี้ คุณแดนช่วยน้องด้วยนะคะ 5555
    #42
    0
  6. #37 rikear_lope (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 14:41
    ค้างมาก น้องเทรนนี่เค้าล้มท่าไหนนะ ให้ตายเถอะเราลุ้นมาก แล้วคุณแดนคือคนที่ได้รับอะไรแบบ 'นายไม่เข้าใจหรอก' ทั้งที่ความจริงคุณแดนอาจจะเข้าใจมากๆเลยก็ได้
    #37
    0
  7. #36 _ipchdsl (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 14:17
    ค้างมาก คุณแดนกับน้องเทรนนี่คนนั้นจะเป็นอะไรมั้ยนะ ;___;
    #36
    0
  8. #31 baeqhanx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 12:38
    ค้างง่ะะะะ
    #31
    0
  9. #30 EiKoJunG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 10:45
    ค้างหนักเลยมีปมมาเพิ่มอีก
    #30
    0
  10. #29 ammykjd (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 06:21
    เดี๋ยวๆแดเนียลจะเป็นอะไรไหมเนี่ย จะกลายร่างเป็นชิฟเตอร์ไหมมม แล้วเด็กนั่นละ แล้บถ้าไม่กลาย แล้วการถ่ายหนัง *คิดไปไกลมมากกก
    #29
    0
  11. #28 PhitpolL (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 02:02
    เจ้าตัวเองชิฟเตอร์ ตรงนี้มันแปลกๆนะคะ คิดว่าน่าจะพิมพ์ตกไป แล้วก็มีพิมพ์ผิดอย่างกับอยาก อีกที่เราลืมอะค่ะ แหะๆ 
    กลับมาที่เนื้อเรื่อง ตอนนี้ค้างกว่าตอนที่แล้วอีกค่ะ ฮือออออออออ
    เป็นเรื่องที่พลอตน่าติดตามจริงๆ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #28
    0