[WannaOne] NielOng: In a Blue Moon

ตอนที่ 4 : 3: Again

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    20 เม.ย. 61

             แดเนียลไม่นับว่าตัวเองเป็นคนขยันเท่าไหร่นัก แต่เขาเป็นคนที่มีตารางชีวิตที่แน่นอน



          ไม่ว่าคืนก่อนหน้านี้จะนอนดึกแค่ไหนแต่แดเนียลก็จะตื่นก่อนหกโมงครึ่งเสมอโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุกแม้จะไม่มีงานหรือคลาสเรียนที่ต้องเข้า ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือข้างเตียงขึ้นมาดูเวลาก่อนจะถอนหายใจแล้วลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า



          แดเนียลสบตาตัวเองในกระจก เขาคิดว่าตัวเองเป็นคนที่หน้าตาไม่เลวทีเดียวไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าถึงขั้นทำผมสีชมพูนมเย็นแบบตอนนี้หรอก



          หลังจากพิจารณาหน้าตาตัวเองในกระจกเขาก็ก้าวออกจากห้องน้ำ เทอาหารกระป๋องอย่างดีใส่จานให้แมวทั้งสองตัวแล้วเดินไปยังตู้เย็นเพื่อหาของประทังท้องไส้ของตัวเองเพียงเพื่อพบกับตู้เย็นขนาดสิบสามคิวที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากเบียร์สองสามกระป๋องและน้ำเปล่า



          ชายหนุ่มถอนหายใจอีกครั้ง มีคนเคยบอกเขาว่าการถอนหายใจหนึ่งครั้งจะทำให้อายุสั้นลงสามวัน หากเป็นเช่นนั้นจริงแดเนียลคิดว่าเขาอาจจะกำลังตายในวันพรุ่งนี้



          เขาเปิดตู้เหนือครัวเพื่อหาอะไรกินก่อนจะพบกับกิมจิกระป๋องสองสามกระป๋องและถั่วแห้งอีกห่อหนึ่ง และเขาก็ไร้ตัวเลือกจริงๆจึงได้แต่หยิบทั้งหมดนั้นมาเปิดแล้วกินกันตายโดยไม่ลืมจดโน้ตลงในโทรศัพท์มือถือว่าต้องซื้อของกินเข้าห้อง ถึงแม้ว่าช่วงสิ้นเดือนแบบนี้เขาจะไม่ได้มีเงินเหลือมากมายขนาดซื้อข้าวของได้มากนักแต่รามยอนสักสองสามห่อก็ยังดีกว่าอดตายจริงไหม



          พอทานอาหารเช้าเสร็จก็พอดีกับนาฬิกาที่ร้องบอกเวลาเจ็ดโมงตรง แดเนียลเอาชามที่ใช้ไปแช่ที่อ่างล้างจานก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปอีกครั้ง เขาอาบน้ำอย่างเร่งรีบก่อนจะพันเอวด้วยผ้าขนหนูลวกๆทั้งที่เนื้อตัวยังไม่แห้งดี คว้าแปรงฟันมาแปรงระหว่างเดินออกมาเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ในวันนี้



          เขาใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่คว้าเสื้อยืดสีขาวและเชิ้ตลายตารางตัวเก่งอย่างเชี่ยวชาญ ก่อนจะก้มลงหยิบกางเกงยีนส์ตัวเดิมกับเมื่อวานและหนึ่งในบ๊อกเซอร์สีเข้มที่มีอยู่เต็มตู้ออกมา ชายหนุ่มเข้าไปบ้วนปากในห้องน้ำก่อนจะออกมาพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งของน้ำหอมผู้ชาย



          แดเนียลโตมาในสังคมหัวก้าวหน้า แม้ว่าครอบครัวของเขาจะไม่ได้ร่ำรวยหรือมีชื่อเสียงแต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับชนชั้นกลาง ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ของเขาเป็นชิฟเตอร์และรอบตัวของพวกเขาไม่เคยมีการต่อต้านชิฟเตอร์ แต่ตัวแดเนียลกลับไม่ชอบที่จะให้ใครๆ รู้ว่าเขาเป็นชิฟเตอร์



          ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดหรืออับอายกับการเป็นชิฟเตอร์ แต่เขาไม่อยากได้รับความสนใจต่างหาก ดังนั้นนอกจากคนสนิทอย่างแจฮวานหรือจีซองฮยองแล้วคนที่รู้ว่าคังแดเนียลเป็นเชพชิฟเตอร์ก็มีอยู่ไม่มาก



          นั่นคือเหตุผลที่แดเนียลใช้สบู่สำหรับกลบกลิ่นและใช้น้ำหอมในวันที่เขารู้ตัวว่าจะเหงื่อออกมากอย่างเช่นวันนี้ แม้ว่าการได้กลิ่นของชิฟเตอร์นี้จะไม่มีหลักการอะไรแต่แดเนียลก็ยังชอบป้องกันไว้อยู่ดี



          เขาหยิบเสื้อผ้าที่เตรียมไว้มาสวมอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้เจลเสยผมขึ้นให้เป็นทรงมากกว่าตอนที่เขาตื่น



          วันนี้เป็นวันเริ่มถ่ายทำJUMPอย่างเป็นทางการ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่านักแสดงหลายๆคนต้องไปแต่งหน้าทำผมที่ซาลอน แต่สำหรับตัวประกอบอย่างแดเนียลแล้วเขาคิดว่าตัวเองคงไม่ต้องไปทำอะไรแบบนั้นหรอก



          หยิบกระเป๋าเป้คู่ใจขึ้นสะพายก่อนจะพยายามคว้าตัวปีเตอร์ที่อยู่ใกล้มือกว่ามาจุ๊บส่ง แต่ก็นั่นแหล่ะ… แมวไม่ใช่สัตว์ที่ชอบแสดงความรักเท่าไหร่



          แดเนียลเดินออกจากบ้านด้วยรอยข่วนเล็กๆ บนใบหน้าแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเท่าไหร่ ก้มหน้าลงมองนาฬิกาข้อมือที่เข็มสั้นชี้อยู่ระหว่างหมายเลขเจ็ดและแปด ทำให้เขายิ้มออกมาเล็กน้อย



          เมื่อเห็นว่ายังมีเวลาเหลืออีกเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเป้าเวลาที่ตั้งไว้แดเนียลเลยตัดสินใจแวะเข้าร้านสะดวกซื้อใกล้ที่พักเพื่อหาอะไรเติมเต็มท้องมากกว่ากิมจิและถั่ว เขาคิดว่าตัวเองจะต้องการพลังงานมากกว่าที่ได้จากสองอย่างนั้นในการซ้อมเต้นแน่ๆ



          เขาส่งขนมปังสองสามห่อและของกินอีกหลายอย่างให้แคชเชียร์แล้วหิ้วไปนั่งกินที่หน้าร้านหลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว



          ใช้เวลาเพียงไม่นานเพื่อกินของที่กองเป็นภูเขาเสร็จแดเนียลก็ออกเดินทางไปยังห้องซ้อมอีกครั้ง



          แดนเนียลมาถึงตึกที่ตั้งของห้องซ้อมใต้ดินในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที เขาลงบันไดไปยังที่หมายก่อนจะทักทายสตาฟที่กำลังวุ่นวายกับการจัดเตรียมการถ่ายทำ



          “มินยองนูนา สวัสดีครับ” เขาค่อมหัวให้สไตลิสต์สาวที่เบิกตาเมื่อเห็นเขา แดเนียลไม่รู้ว่านี่เป็นปกติของคนในวงการบันเทิงหรือไม่ที่มักจะแสดงออกเกินความจำเป็นเสมอ



          “แดเนียล! ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ล่ะเนี่ย ตายแล้ว” เธอกระวีกระวาดเข้ามาจับหน้าเขาอย่างตกใจพร้อมกับดันเขาไปข้างๆแล้วคว้ากระเป๋าเครื่องมือของเธอออกมาแม้ว่าแดเนียลจะพยายามจะห้ามเธอแล้วก็ตาม



          “ถึงเธอจะคิดว่าตัวเองเป็นแค่ตัวประกอบก็เถอะ แต่ปล่อยให้ตัวเองโทรมขนาดนี้ได้ที่ไหน” ว่าแล้วก็ลงมือแต่งแต้มใบหน้าเขาด้วยคุชชั่นและลิปทินต์ ส่วนแดเนียลน่ะหรือ? ตั้งแต่นั่งลงจนแต่งหน้าเสร็จเขาไม่มีโอกาสได้เปิดปากเลยแม้แต่ครั้งเดียว



          แดเนียลถูกปล่อยจากกรงเล็บมารอีกทีก็ตอนเกือบเก้าโมงแล้ว ตามตารางการถ่ายทำจะเริ่มตอนเก้าโมงตรงแต่เมื่อเขามองรอบๆแล้วเขากลับรู้สึกว่าการถ่ายทำตอนเก้าโมงนี้ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว



          กล้องยังตั้งไม่เสร็จ



          นักแสดงยังมาไม่ครบ



          ยังไม่นับถึงท่าทางลุกลี้ลุกลนของเหล่าสตาฟอีก



          ชายหนุ่มนั่งตัวลีบอยู่ที่มุมห้องพยายามจะทำให้ตัวใหญ่ๆของตัวเล็กที่สุดเพื่อไม่ให้เกะกะทางเดินและการจัดการของเหล่าคนที่วุ่นวาย ยังดีที่ไม่นานหลังจากนั้นอูจินน้องรักของเขาก็มาถึงในสภาพแต่งเนื้อแต่งตัวอย่างดีสมกับเป็นเด็กฝึกของค่ายมีชื่อ



          เข็มยาวของนาฬิกาเรือนใหญ่ชี้เลขแปดส่วนเข็มสั้นก็เลยเลขเก้ามาไกลแล้ว



          “เอาล่ะ ทุกคนมาครบแล้วงั้นเริ่มถ่ายทำได้—“ คำพูดของผู้กำกับถูกขัดโดยสตาฟใกล้ๆที่เข้าไปกระซิบข้างหูเขาทำให้ทุกคนไม่เว้นแม้แต่แดเนียลสงสัย ขณะนี้การถ่ายทำช้ากว่าตารางที่วางไว้เกือบชั่วโมงแล้วหากยังไม่เริ่มถ่ายอีกคาดว่ากว่าคืนนี้จะเลิกก็คงดึกเป็นแน่



          “อืม” ผู้กำกับพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันมาเผชิญกับสายตาสงสัยใคร่รู้ของคนอื่นๆแล้วกล่าวต่อ “ขอโทษทุกคนด้วยนะ แต่โปรเจคของเราจะมีผู้มาเข้าร่วมอีกหนึ่งคน พวกเธอหลายคนคงรู้จักคนคนนี้อยู่แล้วแต่ฉันขอแนะนำอีกครั้งละกัน” จบประโยคของเขาประตูห้องซ้อมก็เปิดขึ้นเรียกความสนใจของทุกคนอีกครั้ง



          ตอนนั้นเอง แดเนียลรู้สึกเหมือนหัวใจกระตุก



          องซองอู…



          แดเนียลยกมือขึ้นทาบอกตัวเองอย่างสงสัย เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เขาบอกว่าตัวเองหัวใจกระตุกงั้นเหรอ กับผู้ชายเนี่ยนะ?



          “องซองอู อายุ23ครับ ตอนนี้เป็นนักแสดงอยู่” อีกฝ่ายค่อมหัวหลังแนะนำตัวเสร็จ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ส่งยิ้มเป็นมิตรพร้อมกวาดสายตารอบๆก่อนที่จะชะงักไปอีกคน



          พวกเขาสบตากัน



          พวกเขาสบตากันหลายวินาทีก่อนแดเนียลจะเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน เพียงแต่มันไม่ได้หยุดตรงนั้นเมื่ออีกฝ่ายที่แนะนำตัวเสร็จเดินตรงมาหาเขาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย



          แดเนียลรู้สึกว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายตอนนี้เหมือนกับจะ…ซุกซน?



          “’อง’ซองอู ยินดีที่ได้เจอกันอีกรอบนะ” ว่าแล้วก็มายืนเบียดข้างเขา



          “นาย ไม่สิ คุณนี่เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นใช้ได้เลยนะครับ” แดเนียลกระซิบลอดฟันระหว่างที่ฟังคำอธิบายการถ่ายทำของวันนี้จากผู้กำกับ เขาเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกอีกฝ่ายให้เป็นทางการขึ้น ตอนแรกแดเนียลคิดว่าอีกฝ่ายเด็กกว่าเขาเสียอีก แต่จากการแนะนำตัวแล้วเขาจึงพึ่งรู้ว่าองซองอูคนนี้แก่กว่าเขาไปปีหนึ่ง



          “ไม่หรอกน่า แค่ประทับใจน่ะ” ซองอูโปรยยิ้มให้กล้องพร้อมๆกับพูดกับเขาด้วยเสียงเบาโดยที่ริมฝีปากไม่ขยับแม้แต่นิด



          และท่ามกลางการพูดคุยของเขาการถ่ายทำก็เริ่มขึ้น แม้จะเรียกว่าการถ่ายทำแต่มันก็ไม่ได้มีบทอะไร สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็มีเพียงการเตรียมการแสดงไปตามตารางที่ถูกวางไว้เท่านั้น



          จะมีปัญหาก็เพียงซองอู… เขามาเข้าร่วมโปรเจคทีหลังทำให้ไม่ทราบรายละเอียดหลายๆอย่างที่เคยคุยกันไปก่อนหน้า แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบขอความช่วยเหลือจากใครดังนั้นจึงทำได้เพียงนั่งขมวดคิ้วพยายามประมวลผลจากการพูดคุยในตอนนี้



          หากแต่เป็นแดเนียลที่สังเกตท่าทางของอีกฝ่ายออกเสียก่อน เขาหัวเราะในใจแล้วค่อยๆอธิบายทุกอย่างให้ซองอูฟัง แม้ว่าสิ่งที่ได้รับจากอีกฝ่ายเป็นอย่างแรกจะเป็นการถลึงตาใส่ก็ตาม



          หลังการพูดคุยไม่นานพวกเขาก็แบ่งกลุ่มเพื่อฝึกซ้อมและสร้างการแสดงกัน และไม่รู้ว่าโชคเข้าข้างแดเนียลหรือซองอูกันแน่เมื่อพวกเขาได้อยู่กลุ่มเดียวกัน



          เมื่อเริ่มคิดท่าเต้นกันเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เองที่แดเนียลเริ่มสังเกตว่าองซองอูเป็นคนกล้าพูดจนน่ากลัว ตัวเขาเองก็เป็นคนที่มักออกความคิดเห็นด้วยว่าเขาเคยอยู่ในสังคมต่างประเทศมาก่อน แต่ซองอูไม่เหมือนกัน เขามักพูดความคิดเห็นของตนออกมาตรงๆและบางครั้งคำพูดที่ออกมานั้นก็แรงพอสมควร ถึงแดเนียลจะดูออกว่าซองอูมีความตั้งใจที่จะสร้างสีสันหรือแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างแต่เขาก็เริ่มกังวล



          แดเนียลกำลังตัดสินใจว่าจะเตือนอีกฝ่ายดีหรือไม่ พวกเขาไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะเตือนอะไรแบบนี้ได้เท่าไหร่



          และระหว่างที่กำลังสับสนนั้นเวลาพักเที่ยงก็มาถึง เขาได้รับการแจกจ่ายอาหารกล่องจากสตาฟแล้วเดินไปนั่งกินกับอูจิน ดูเหมือนกับเจ้าหนูนั่นจะมีเพื่อนใหม่หลายคน ทันทีที่แดเนียลเดินไปประชิดอูจินก็คว้าแขนของเขาไว้แล้วเริ่มแนะนำให้แดเนียลรู้จักเพื่อนร่วมกลุ่มอีกครั้งด้วยรู้ว่าแดเนียลคงจำจากการแนะนำตัวก่อนหน้านี้ไม่ได้



          เขานั่งคุยกับเด็กๆรุ่นน้องอยู่นานจนกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มองหาซองอูไม่เจอแล้ว เขายักไหล่อย่างไม่สนใจ อีกฝ่ายอายุมากกว่าเขาเสียอีกไม่ใช่เด็กน้อยที่จะต้องคอยดูแลเสียหน่อย



          ว่าแล้วเขาก็ขอตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งไปเข้าห้องน้ำหลังจากอัดอั้นมานาน



          แดเนียลถอนหายใจยาวๆเมื่อปล่อยตัวเองเต็มที่ เขารูดซิปแล้วเดินไปยังอ่างล้างมือเป็นขณะเดียวกับที่ประตูห้องน้ำเปิดออกและเพื่อนร่วมกลุ่มของเขาเดินเข้ามา แดเนียลทักทายอีกฝ่ายตามมารยาทก่อนจะล้างมือต่อและกำลังจะเดินออกไปแล้วหากหูเจ้ากรรมไม่ได้ยินสิ่งที่คนที่เข้ามาสองคนคุยกันเสียก่อน



          “หมอนั่นอย่างกับเรียกร้องความสนใจเลย”



          “บ้าน่า เขาจะทำไปทำไม ในเมื่อยังไงกล้องก็จับเขาอยู่แล้วน่า นักแสดงระดับองซองอูน่ะเหรอจะต้องมาเรียกร้องความสนใจตอนอยู่กับไอ้คนแบบเราๆ” เมื่อมีคนหนึ่งเริ่มบ่นขึ้นอีกคนก็ขัดขึ้นทันที แม้เสียงบ่นของทั้งคู่จะไม่จริงจังนักแต่แดเนียลกลับรู้สึกอึดอัด จนอดไม่ได้ที่จะสอดขึ้นมา



          “เขาคงเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้วน่า” เขาหัวเราะเบาๆ ทำเหมือนกับว่าประโยคที่พูดไปเป็นการพูดล้อเล่นทั้งที่เขาหมายความตามนั้นจริงๆ



          “ฮะๆ ฮยองแก้ตัวแทนเขาอยู่หรือไง แหมมม สนิทกันนี่นะ” เพื่อนร่วมกลุ่มที่อายุน้อยกว่าหันมาล้อเขา แดเนียลก็พึ่งนึกขึ้นได้เหมือนกันว่าหลายคนคงเข้าใจผิดเช่นนี้ในเมื่ออีกฝ่ายมาถึงก็เดินตรงมาหาเขาแถมตอนซ้อมยังตัวติดกันตลอดเสียด้วย



          “สนิทอะไรกันล่ะ พึ่งรู้จักกันเมื่องานก่อนหน้านี้เท่านั้นเองน่า” แดเนียลโบกมือปฏิเสธก่อนจะชะงักไปนิดหน่อยเมื่อเห็นเงาคนนอกประตูกระจกฝ้า เขามองเงานั้นนิดหน่อยแล้วหันมาพูดกับรุ่นน้องทั้งสอง “แต่ถ้าว่ากันจริงๆก็อยากสนิทนะ”



          โดนโห่ไล่หลังเมื่อแดเนียลเปิดประตูออกมาเจอกับคนที่เขารู้อยู่ว่าจะเจอ องซองอูมองใบหน้าเขาด้วยสายตายากจะคาดเดาทำให้แดเนียลนิ่งไปนิดหน่อย แต่เขาก็แก้สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เขายิ้มตาหยีก่อนจะหยอกล้ออีกฝ่าย



          “ก็อย่างว่านั่นแหล่ะ ถึงตอนแรกที่เจอกันจะพิลึกไปหน่อยแต่ผมก็อยากสนิทกันคุณนะ ซอง-อู-ฮยอง”



          องซองอูย่นจมูกก่อนจะชกเบาๆที่ไหล่ของเขาแล้วเดินหนีไปโดยไม่ลืมทิ้งคำพูดไว้ให้เขา



          “ถ้างั้นก็เลิกพูดสุภาพได้แล้วน่า ขนลุกจะตายไป” และหากแดเนียลมองไม่ผิดเขารู้สึกว่าตัวเองเห็นหูขององซองอูขึ้นสีเสียด้วย



          ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆก่อนจะวิ่งตามไปกอดคอของเพื่อนใหม่แล้วเดินกลับไปยังห้องซ้อมด้วยกัน



__________________






          “เด็กๆกลับไปนอนได้แล้วน่า หลังจากนี้เป็นเวลาของผู้ใหญ่แล้ว” คำพูดที่ได้รับเสียงงอแงจากเหล่าเด็กน้อยอายุต่ำกว่ายี่สิบทำให้แดเนียลหลุดขำ พวกเขาซ้อมเสร็จเร็วกว่าที่คิดทำให้เหล่าคนมีอายุทั้งหลายตกลงกันว่าจะไปดื่มเชื่อมสัมพันธ์ และแน่นอนว่าผู้เยาว์ทั้งหลายล้วนเข้าร่วมไม่ได้แน่ๆ



          หลังความยากลำบากนิดหน่อยพวกเด็กปี99เป็นต้นไปก็ยอมแยกย้ายกลับบ้านแต่โดยดี พวกเขาส่งเจ้าพวกนั้นเข้าไปในสถานีรถไฟแล้วจึงมายืนรวมกันเพื่อเปิดหาร้านเหล้าเหมาะๆ



          แดเนียลเหลือบมองซองอูที่ใส่มาส์กปิดอยู่แล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อจอแอลอีดีข้างหลังเจ้าตัวฉายโฆษณาขนมที่มีซองอูเป็นพรีเซนเตอร์ออกมาพอดี



          “หัวเราะอะไร” องซองอูขยับหมวกแก๊ปที่ใส่อยู่แล้วถามเขา แดเนียลไม่ได้พูดตอบหากเขากลับชี้ไปด้านหลังของเขาแทน



          ชายหนุ่มที่อายุมากกว่ามองผ่านไหล่ของตัวเองไปก่อนจะรีบดึงหน้ากากสีดำขึ้นมาปิดหน้าให้มิดชิดขึ้น มันคงจะไม่ใช่อะไรที่ดีหรอกถ้าใครมาเห็นเขาเดินอยู่ตามถนนทั่วไปแบบนี้ ซองอูรีบก้าวเข้ามาประชิดตัวแดเนียลก่อนจะใช้ตัวใหญ่ๆของเขาบังตัวเองจากสายตาคนภายนอก



          แดเนียลหัวเราะอีกครั้งแต่ก็ยินยอมเป็นกำบังอีกฝ่ายไปโดยดี นอกจากซองอูแล้วในกลุ่มพวกเขาหกเจ็ดคนนี้ก็มีคนดังอีก แต่ว่าคนอื่นๆกลับดูสบายอกสบายใจมากกว่าคนหลังเขาเยอะ



          “ร้านนี้เป็นไง” เพื่อนร่วมงานของพวกเขาคนนึงถามขึ้นพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือที่มีข้อมูลร้านอาหารกึ่งบาร์ให้พวกเขาดู แดเนียลที่เห็นพอดีส่ายหน้าปฏิเสธ ร้านที่อีกฝ่ายให้ดูนั้นถึงแม้ว่าจะอยู่ไม่ไกลและกับแกล้มจะรสชาติไม่เลวแต่ราคาแพงมากจริงๆ



          “จริงๆแล้วฉันเชี่ยวชาญแถวนี้ดีนะ” แดเนียลกล่าวยืดๆ แน่นอนว่าเขาต้องเชี่ยวชาญแถวนี้ดีในเมื่อมันเป็นแถวบ้านของเขา



          “งั้นนายนำเลย”



          เขาพยักหน้ากับคำบอกนั้นก่อนจะเดินนำคนอื่นไปยังที่หมายที่เขาคิดไว้แล้วโดยไม่ลืมดึงซองอูที่ยังมุดอยู่กับเสื้อเขาไปด้วยกัน



          และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีพวกเขาก็มาหยุดหน้าร้านเหล้าท้องถิ่นเล็กๆในซอยหนึ่ง แดเนียลเดินเข้าไปอย่างคุ้นเคย เอ่ยทักเจ้าของร้านวัยกลางคนที่กำลังยุ่งอยู่กับการบริการลูกค้าแล้วตรงไปยังบันไดขึ้นไปยังห้องส่วนตัวบนชั้นสอง จนเมื่อถึงโต๊ะแล้วเขาก็ยื่นเมนูขนาดเอสี่ให้กับคนอื่นราวกับเป็นพนักงานเสียเอง



          เขาคว้ากระดาษและดินสอมาเตรียมจดรายการอาหารที่จะสั่งกัน แต่ระหว่างนั้นเขาก็หันไปมองซองอูที่กำลังถอดเครื่องปลอมตัวอย่างหมวกแว่นและมาส์กพอดี ซึ่งเจ้าตัวที่รับรู้ถึงสายตาก็หันมายิ้มยิงฟันให้เขาเช่นกัน



          “เอานี่ อันนี้ นี่ นี่ จดทันมั้ยแดเนียล เออ นี่แล้วก็นี่ด้วย ซองอูฮยองล่ะ เอาอะไรเพิ่มไหม” ซองอูส่ายหน้าปฏิเสธคนที่ถามพร้อมด่าขำๆ “พวกนายสั่งไปเยอะขนาดนั้น ให้ฉันสั่งอีกจะกินกันหมดมั้ยล่ะนั่น”



          อีกฝ่ายยักไหล่นิดหน่อยก่อนจะอาสาเอากระดาษรายการอาหารไปส่งให้พนักงาน ก่อนพวกเขาจะเริ่มพูดคุยกันอีกครั้ง ส่วนหัวข้อสนทนาน่ะหรือ มีตั้งแต่งานการแสดงของพวกเขา ซีรีส์เรื่องล่าสุด ข่าวกีฬา เรื่อยไปถึงถามเหล่าคนในวงการว่าดาราสาวคนไหนฮอตที่สุด



          ไม่นานเหล้าและต๊อกที่พวกเขาสั่งก็มาถึง และแล้วหัวข้อสนทนาก็เริ่มออกห่างความปกติชนเข้าไปทุกที



          กว่าแดเนียลจะรู้สึกตัวอีกทีก็เป็นตอนที่นาฬิกาคุณปู่ในร้านตีเวลาตีหนึ่งเข้าไปแล้ว ชายหนุ่มมองสภาพคนที่มาด้วยกันก่อนจะถอนหายใจขำๆ สภาพอย่างกับศพ…



          แต่ในกองศพรอบโต๊ะนั้นกลับขาดไปคนหนึ่ง แดเนียลลุกขึ้นเซๆพยายามมองหาซองอูแต่เขาก็ต้องเลิกพยายามแล้วสนใจตัวเองมากกว่า เขาดึงร่างตัวเองไปห้องน้ำอย่างโซซัดโซเซก่อนจะประสบความสำเร็จในการฉี่ แต่ก่อนที่จะเดินออกมาจากห้องน้ำได้นั่นเอง เขาก็ได้ยินเสียงจากห้องส้วมเสียก่อน



          เสียงนั้นเหมือนกับเสียงร้องของสัตว์อะไรสักอย่างก่อนตามด้วยเสียงโครมใหญ่ทำเอาแดเนียลสะดุ้งไปด้วย เขาปิดประตูห้องน้ำที่กำลังเปิดลงแล้วหันหลังกลับมามองประตูส้วมที่ยังปิดอยู่นั้น



          แดเนียลจ้องอยู่เกือบสามนาทีจนตาตี่ๆของเขาแดงไปหมด เขาเกือบจะยอมแพ้เมื่อเสียงปลดล็อคดังขึ้นก่อนที่ประตูบานนั้นจะเปิดออกและร่างที่เขาคุ้นเคยจะก้าวออกมา



          ซองอู



          ซองอูสะดุ้งเมื่อเห็นสายตาที่กำลังจ้องอยู่แต่เขากลับรีบยิ้มกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็วแล้วชวนแดเนียลคุย



          “นายตื่นแล้วเหรอ ฮะๆ แล้วคนอื่นล่ะ ยังเมาหลับอยู่แบบนั้นเหรอ เมื่อกี้คุณลุงข้างล่างขึ้นมาเห็นสภาพแบบนั้นของพวกนายแล้วยังช็อคเลย” เสียงทุ้มของซองอูพูดไปเรื่อยแต่กลับไม่มีคำไหนที่ทะลุเข้ามาในสมองแดเนียลได้เลย เขาก้าวเข้าไปประชิดคนที่กำลังล้างมืออยู่อย่างรวดเร็วจนซองอูตกใจ



          ซองอูสูงเกือบเท่าเขาแต่กลับตกใจกับการจู่โจมนี้จนชนกับผนังห้องน้ำ หากแดเนียลก็ไม่สนใจ



          ท่ามกลางกลิ่นห้องน้ำและกลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากตัวพวกเขาแดเนียลก็ได้กลิ่น เขาได้กลิ่นเดิมกับที่เขาเคยได้จากกายขององซองอู กลิ่นของป่า กลิ่นที่เขาเคยสงสัยว่าเป็นน้ำหอมยี่ห้ออะไร



          แต่ตอนนี้คังแดเนียลรู้แล้ว



          เขารู้ว่ามันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่มันคือสิ่งที่เขาเคยแต่ได้ยิน



          เป็นกลิ่นของ…



          “นาย… เป็นชิฟเตอร์?” คำถามของเขาทำให้ใบหน้าของซองอูที่เมื่อครู่ยังซับสีด้วยฤทธิ์เหล้าซีดลงจนกลายเป็นสีกระดาษ เขาเปิดและปิดปากหลายครั้งราวกับพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับไร้เสียงที่ออกมา



          และก่อนที่แดเนียลจะรู้ตัว เขาก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนเมื่อคนที่ยังเป็นผู้ถูกคุกคามเมื่อครู่คว้าเสื้อเขาไว้แล้วเหวี่ยงอย่างรุนแรง!





___________________________





Talk:


สวัสดีค่ะ ตอนนี้เหมือนมาเร็วผิดมาตรฐานของเราเลยนะเนี่ย5555 ตอนนี้มีฉากสำคัญสองฉากแต่ทางเราเองก็พึ่งสังเกตตอนอ่านทบทวนค่ะว่าทั้งสองฉากดันเกิดในห้องน้ำซะนี่!

ระหว่างเขียนๆไปก็แอบรู้สึกว่าเขียนคุณองออกมาน่าเอ็นดูเกินไปรึเปล่าเนี่ย แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจว่าจะใช้คาร์แรคเตอร์นี้นี่แหล่ะค่ะ

ทั้งนี้ขอขอบคุณทุกวิวและทุกคอมเมนต์ด้วยนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #94 kittenO (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 00:45
    ซองอูอย่ารุนแรงมากนะ
    #94
    0
  2. #69 PERO_Ov< (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 10:54
    กำลังจะน่ารักเลยยย ซองอูกลัวเหร หือว่าอะไรร
    ตื่นเต้น รู้สึกเหมือนอ่านนิยายฝรั่งแฟนตซีอยู่เลยค่ะ 555
    ชอบการบรรยายของไรต์จัง
    #69
    0
  3. #59 pineapple129122 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 22:16
    จะเป็นยังไงต่อนะ พล๊อตน่าติดตามมากเลย
    #59
    0
  4. #41 -まリん- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 01:10
    มันเหมือนกำลังดูซีรี่ส์ฝั่งเมกันแนวsupernatural สักเรื่องอะ นี่มองเป็นฉากๆได้เลย(มโนเก่ง555) นี่นึกภาพรอยยิ้มซุกซนของคุณองได้เลยอะ ชอบตอนแอบหลังคุณแดนด้วย มันน่ารักกกก
    #41
    0
  5. #35 _ipchdsl (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 14:09
    ชอบมากเลย อ่านเพลินมาก ;___;
    #35
    0
  6. #26 '' F FON.☂ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 15:35
    บรรยายไเ้เหมือนนั่งอ่านวารรณกรรมสักเรื่องอยูาเลยค่ะ ฟีลแฮรร์รี่อะไรเทือกนั่น ฮืออออ ชอบมากเลย
    #26
    0
  7. #24 ammykjd (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 18:04
    คุณองงง คุณแดนก็เป็นชิฟเตอร์เหมือนกัน ใจเย็นก่อนเว้ย
    #24
    0
  8. #22 baeqhanx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:14
    อ้าว โดนทึ้งซะงั้น ตอนนี้ทำไมอ่านแล้วรู้สึกกดดันๆจังเลย;-; แต่สนุกมากค่ะ น่าติดตามมากก รออ่านต่อนะคะ
    #22
    0
  9. #16 lLadadee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 09:05
    สนุกกกน่าติดตาม รอตอนต่อไปน้า
    #16
    0
  10. #15 EiKoJunG (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 06:25
    เงื่อนงำเยอะจังเรื่องนี้ รออ่านต่ออยู่นะค่ะ
    #15
    0
  11. #14 neoyaneo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 03:22
    งื้ออสนุกกกก จะรอตอนต่อไปน้า
    #14
    0
  12. #13 PhitpolL (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 02:24
    ชื่อจั๊มนี่อ่านแล้วคิดถึงการ์ตูนที่เราเคยอ่านเลยล่ะค่ะ ในหัวเลยพาลจำคืดไปถึงแนวแฟชั่นทุกที
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #13
    0
  13. #12 prapawabe (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 00:33
    ชอบตอนไปมุดอยู่หลังแดนจัง เอ็นดูอะ
    #12
    0
  14. #11 NanBH'ii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 22:53
    องไม่รู็ใช่มั้ยว่าแดนก็เป็นถึงได้โกรธขนาดนั้นนะ //สนุกมากๆค่ะ
    #11
    0