[WannaOne] NielOng: In a Blue Moon

ตอนที่ 2 : 1: Encounter [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 985
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 ก.ย. 61

แดเนียลเคยเป็นเทรนนี่ในบริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่ง ตอนช่วงมัธยมปลายเขาเคยคิดว่าตัวเองจะได้ก้าวเข้าสู่สังคมอันแพรวพราว แต่ว่าโลกความเป็นจริงมันโหดร้ายกว่านั้น… บริษัทของเขาล่มละลาย และแดเนียลในอายุสิบเก้าปีก็เหนื่อยเกินกว่าจะหาบริษัทใหม่ นั่นทำให้เขากลายเป็นนักศึกษาแสนธรรมดาอย่างเช่นทุกวันนี้


แต่สองปีครึ่งที่เขาใช้ชีวิตครึ่งตัวอยู่ในวงการมายาก็ทำให้เขาพอมีคอนเนคชั่นกับคนในนั้นอยู่บ้าง นานๆทีแดเนียลจึงได้รับโอกาสทำงานเป็นแบคอัพแดนเซอร์หรือตัวประกอบฉากในละครอย่างเช่นครั้งนี้


ความจอกแจกจอแจรอบตัวเรียกสติของแดเนียลมาสู่ปัจจุบัน เขามานั่งอยู่ตรงมุมของโกดังที่ถูกปรับให้เป็นฉากนี้เกินชั่วโมงแล้ว แต่เหมือนกับว่าปัญหาด้านการจัดการบางอย่างทำให้การถ่ายทำยังไม่มีท่าทีว่าจะเริ่มขึ้นเสียที


“นี่ เธอตรงนั้นน่ะ มานี่หน่อยสิ” อยู่ๆสตาฟหญิงคนนึงก็กวักมือเรียกเขา แดเนียลหันมองรอบ ๆคิดว่าเธอคงเรียกคนอื่นแต่รอบเขาในระยะสามเมตรกลับไม่มีใครเลยนี่สิ และด้วยความมึนงงเขาจึงเดินเข้าไปตามคำเรียกนั้น


“ช่วยยกขนมกล่องนั้นไปแจกที่ห้องนักแสดงหน่อย อย่าเอาแต่นั่งเฉยๆสิ” อีกฝ่ายชี้ไปที่ลังกระดาษขนาดใหญ่พร้อมกับบ่นไปด้วย แต่ก่อนที่แดเนียลจะทันได้ตอบโต้อะไรเธอก็เดินออกไปอย่างเร่งรีบเสียก่อน


อา… ทำไงดี 


แดเนียลมองความวุ่นวายรอบตัวอีกครั้ง ถ้าเขาไม่ทำก็คงไม่มีใครทำแล้ว ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆกับตัวเองก่อนตัดสินใจหิ้วกล่องขึ้นมาเดินหาห้องนักแสดงตามที่ได้รับมอบหมายมา อย่างำรเสียก็รับเงินมาแล้ว แค่ช่วยยกของเล็กน้อยแบบนี้เขาย่อมไม่ถืออยู่แล้ว


แต่เหมือนสวรรค์ไม่เป็นใจกับเขาเท่าไหร่นัก


“ขอโทษครับ ห้องนักแสดง--” เขาพยายามถามทางกับช่างไฟคนหนึ่งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมากลับเป็นสายตารำคาญทำให้เขาต้องรีบถอยออกมา


“ขอโทษครับ ห้อง…” ความพยายามครั้งที่สองกับสต๊าฟอีกคนนึงแต่คราวนี้ฝ่ายตรงข้ามไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาด้วยซ้ำ


“ขอโทษครับ…”


“ขอโทษ…”


“เอ่อ”


“...”


แดเนียลแทบจะทรุดนั่งลงที่พื้น คนแถวนี้เป็นอะไรกันหมดเนี่ย แค่ชี้ว่าห้องนักแสดงอยู่ตรงไหนจะเปลืองเวลากี่วินาทีนักเชียว เขาโอดครวญในใจเงียบๆแล้วเดินหาต่อไป แม้กล่องขนมมันจะไม่ได้หนักอะไรเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาต้องยกอยู่ประจำแต่ว่าท่าทางเย็นชาของคนรอบ ๆกลับทำให้แดเนียลรู้สึกเหนื่อยจนอยากกลับไปนอนแล้ว


“ขอโทษนะครับ” แดเนียลส่งเสียงเรียกหนึ่งในทีมงานที่นั่งอยู่อย่างระมัดระวัง จนอีกฝ่ายหันหน้าขึ้นมามองเขาอย่างแปลกใจ ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาแปลกใจเหมือนกัน


“เออ ไม่ทราบว่าห้องนักแสดงไปทางไหนเหรอครับ มีนูนาให้ผมเอาขนมไปที่นั่น” เขาเลือกคำพูดอย่างระมัดระวังพร้อมทั้งมองปฏิกิริยาของหญิงสาวไปด้วย เมื่อเห็นว่าเธอมีท่าทีงงงวยมากกว่าที่จะหงุดหงิดหรือเมินเขาอย่างคนอื่น ๆก็อดรู้สึกใจชื้นขึ้นมาไม่ได้


“เธอเป็นเด็กใหม่เหรอ… เอาเถอะ ห้องนักแสดงเดินออกไปจากโกดัง พอเห็นที่จอดรถก็เลี้ยวซ้ายตรงห้องน้ำแล้วห้องนักแสดงจะอยู่ทางซ้ายนะ เร็วๆล่ะระวังพีดีนิมจะโมโหเอานะ” เขาขมวดคิ้วนิดหน่อยกับคำห้อยประโยค แต่ก็ไม่ลืมที่จะโค้งขอบคุณเธอแล้วรีบเดินไปตามทางที่อีกฝ่ายบอก


พีดีนิม? โปรดิวเซอร์ของซีรีส์น่ะเหรอ เขาได้ยินมาว่าซีรีส์เรื่องนี้ถูกจัดโดยโปรดิวเซอร์ชื่อดังแม้ว่าจะมีข่าวลือว่าอีกฝ่ายเป็นคนยิบย่อยแถมยังอารมณ์ร้ายไปบ้างแต่ผลงานของเขาก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง


เขาเดินเลี้ยวผ่านมุมตึกตามคำบอกของผู้หญิงคนนั้น มองหาห้องนักแสดงที่ว่าก่อนจะพบประตูที่มีคำว่าห้องพักนักแสดงแปะไว้ข้างหน้า แต่ทั้งนี้ความหนักใจของแดเนียลก็ยังไม่หมดไปเสียทีเดียว


ไม่รู้ว่าหมายถึงห้องนักแสดงหนึ่ง สอง หรือสามนี่สิ


เขาเหม่อมองประตูทั้งสามอย่างอ่อนใจ ตัดสินใจเคาะห้องที่หนึ่งทางซ้ายสุดอย่างไร้ทางเลือก


“เชิญค่ะ” แดเนียลเปิดประตูเข้าไปอย่างยากลำบากด้วยว่ามือของเขาต้องถือกล่องใส่ขนมอยู่ แต่ด้วยความพยายามเพียงสองครั้งเขาก็เข้าไปอยู่ในห้องได้ สายตาคมกวาดมองรอบห้องที่แสนสงบแตกต่างกับบรรยากาศในสตูดิโอราวฟ้ากับเหวแล้วกระพริบปริบๆ


ห้องเล็กขนาดไม่เกินสี่คูณสี่เมตรมีคนอยู่ไม่กี่คน สองในนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ คนหนึ่งนั่งอ่านนิตยสารอย่างตั้งใจราวกับอ่านหนังสือสอบส่วนอีกคนกำลัง...นั่งสัปหงก? แดเนียลละสายตาจากทั้งคู่ก่อนจะยื่นกล่องให้คนที่ดูเหมือนช่างแต่งหน้าทำผมเพียงคนเดียวในห้องที่น่าจะเป็นคนกล่าวอนุญาติให้เขาเปิดประตูเข้ามา


“อันนี้… มีสตาฟผู้หญิงบอกให้ผมเอามาให้ที่ห้องนักแสดงครับ” สตาฟสาวพยักหน้าพร้อมส่งสัญญาณให้เขาวางกล่องลงบนโต๊ะใกล้ๆ เธอเดินไปสะกิดคนที่น่าจะเป็นนักแสดงที่กำลังอ่านนิตยสารและกระซิบอะไรบางอย่างทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นหันกลับมามองกล่องขนมตาเป็นประกาย


“นูนาผมกินได้จริงเหรอ จะไม่โดนดุใช่มั้ย” ดวงตากลมโตหยีลงจนเป็นจันทร์เสี้ยวอย่างน่าเอ็นดู และแน่นอนว่าคนที่ได้รับรอยยิ้มหวานราวกับเทวดานั้นย่อมไม่อาจรอดพ้นการล่อลวงได้ หญิงสาวถอนหายใจแรงก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แต่ก่อนที่นักแสดงหนุ่มน้อยจะลุกไปหยิบขนมประตูก็ถูกเปิดขึ้นโดยไม่มีเสียงเคาะหรือสัญญาณบอกกล่าวเลย


ปัง!!


“มินยองอา เห็นเด็กผู้ชายผมสีชมพูๆแถวนี้มั้--” เสียงคุ้นเคยดังมาพร้อมกับการเปิดประตูก่อนที่จะเห็นตัวเจ้าของเสียงเสียอีก แต่เนื้อหาของประโยคนั้นก็ทำให้สายตาทั้งสามคู่หันมามองเข้า ใช่ ไม่ผิดหรอก สามคู่นั่นแหล่ะ ในเมื่อเสียงเปิดประตูปลุกคนที่นั่งสัปหงกให้ตื่นมาในโลกแห่งความเป็นจริงได้


“อ้าว นายอยู่นี่นี่เองเนียล รู้มั้ยฮยองเดินหานายไปทั้งสตูดิโอแล้วเนี่ย” จีซองฮยองเบิกตาขึ้นจนเขากังวลว่ามันจะหลุดออกมาพร้อมกับบ่นเขาไปด้วย “แล้วนายมาอยู่นี่ได้ยังไง ไม่ได้บอกว่าให้รออยู่ตรงนั้นเหรอ เดินไปเดินมาเยอะๆเดี๋ยวก็หลงหรอก”


แดเนียลลูบผมสีนมเย็นของตัวเองเก้อ รอจนอีกฝ่ายพูดจบแล้วค่อยเปิดปากอธิบาย


ยุนจีซองเป็นคนแนะนำงานพิเศษนี้ให้เขาเอง อีกฝ่ายเป็นทั้งเบื้องหลังและนักแสดงตลกที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จัก ทั้งยังเคยฝึกอยู่ในบริษัทเดียวกันกับเขาจึงสนิทสนมกันดี เมื่อได้ยินว่าแดเนียลกำลังร้อนเงินจึงแนะนำให้เขาทำงานพาร์ทไทม์ในกองซีรีส์ที่กำลังถ่ายทำอยู่


“งั้นเหรอ ทำไมไม่ปฏิเสธไปล่ะ” จีซองฮยองบึนปากนิดหน่อยเมื่อฟังคำอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เข้าประสบจนจบ แดเนียลหัวเราะแห้งๆเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้นเขาไม่อยากบอกหรอกว่าเขาปฏิเสธไม่ทัน และต่อให้ทันก็ไม่อยากปฏิเสธด้วย


หนุ่มรุ่นพี่ถอนหายใจยาวก่อนที่จะหันไปหาผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวในห้อง


“มินยองอา นี่เด็กที่พูดถึงไง หมอนี่เป็นรุ่นน้องของฉันเอง” ชายหนุ่มบุ่ยปากมาที่แดเนียลทำให้เขาต้องรีบก้มศีรษะทักทายเธอ


“เอ็กซ์ตร้าสำหรับฉากเต้นน่ะเหรอคะ? งั้นมาเร็ว มานั่งให้แต่งหน้าหน่อย” เธอเบิกตาขึ้นบ้างก่อนรีบกวักมือให้เขานั่งลง แดเนียลมองเก้าอี้หน้ากระจกที่มีเพียงสองตัวซึ่งถูกครอบครองไปทั้งคู่แล้วเอียงคอเล็กน้อยทำให้หญิงสาวนึกขึ้นได้


“ซองอูอา เธอไปนั่งที่โซฟารอละกันนะ เดี๋ยวนูนาขอแต่งหน้าให้คนนี้ก่อน” เธอเอ่ยกับคนที่พึ่งตื่น แดเนียลมองตามสายตาเธอไปยังคนที่ชื่อซองอูที่ว่าก่อนจะชะงักไป


หล่อ…


แดเนียลไม่เคยคิดว่าจะต้องมาชมผู้ชายคนอื่นแบบนี้ แต่เจ้าของชื่อซองอูหล่อมากจริงๆ ใบหน้าคมและอวัยวะทุกส่วนที่รับกันอย่างลงตัวราวกับการสรรสร้างของศิลปินเอก ดวงตาขี้เล่นง่วงงุนจนดูดึงดูด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางและช่วงกรามคม ผมสีดำสนิทโดนเซ็ตเปิดหน้าผากโชว์ใบหน้าอย่างเต็มที่


แต่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ขี้แมลงวันเล็ก ๆสามจุดบนแก้มซ้ายของเขาเหมือนกับกลุ่มดาวที่ประดับบนฟากฟ้า


หากอีกฝ่ายคงรู้ตัวว่าถูกจ้อง ดวงตาคู่นั้นตวัดมองเขาทำให้แดเนียลต้องหลุดจากภวังค์แล้วเดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่เจ้าของเดิมพึ่งลุกออกไป


แดเนียลทรุดตัวลงบนเก้าอี้พร้อมทั้งหลับตาให้หญิงสาวได้ทำอะไรก็ได้กับใบหน้าตัวเอง เขาเคยผ่านการโดนแต่งหน้ามาแล้วหลายครั้งดังนั้นเขาไม่ได้รู้สึกพิลึกกับการโดนทาอะไรลงบนผิวหน้าหรือริมฝีปากเลยสักนิด


จะว่าไป… เครื่องสำอางที่ใช้วันนี้กลิ่นหอมแปลกๆ ไม่รู้ว่าเป็นเครื่องสำอางยี่ห้ออะไรนะ


ไม่ถึงสิบนาทีเขาก็ได้รับการบอกว่าแต่งเสร็จแล้ว แดเนียลลืมตาขึ้นมองตัวเองในกระจกอย่างแปลกใจ ช่างแต่งหน้าที่ชื่อมินยองคนนี้มีฝีมือที่น่าเหลือเชื่อ เธอเปลี่ยนเขาจากผู้ชายที่หาได้ตามข้างถนนทั่วไปเป็นคนที่มีออร่านักแสดงในไม่ถึงสิบนาที ผมของเขาถูกเซ็ตให้เปียกนิดๆ เครื่องสำอางที่แต่งแต้มลงบนเปลือกตาทำให้ตาเล็ก ๆของเขาดูคมและมีเสน่ห์จนน่าลุกขึ้นปรบมือให้


เขาอยากลองแบกหน้าตาแบบนี้ไปเดทจัง… แดเนียลคิดกับตัวเองเงียบๆ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ชื่นชมหน้าตาตัวเองไปนานกว่านี้จีซองฮยองที่นั่งรอมาตลอดก็ลากเขาออกจากห้องแต่งตัวเสียก่อน


“เดี๋ยวนายต้องไปฟังบรีฟจากผู้กำกับอีก มาเร็วๆ” อีกฝ่ายลากเขากลับมาที่สตูดิโอเพื่อฟังการอธิบายฉากที่เขาต้องเข้าถ่ายจากผู้ชายวัยปลายสามสิบท่าทางกระตือรือร้นที่แนะนำตัวว่าเป็นผู้กำกับของเรื่องนี้ เมื่อฟังจบแดเนียลก็อดไม่ได้ที่จะโล่งใจ


เขาไม่ใช่นักแสดง ดังนั้นเขาจึงหนักใจมากเมื่อถูกลากมาเป็นนักแสดงสมทบแบบนี้ แต่จากที่ฟังคำอธิบายเขาจึงค้นพบว่าบทของเขามีเพียงต้องยืนชื่นชมการเต้นของนักแสดงนำก่อนจะเข้าไปเต้นด้วยเท่านั้น


แดเนียลเริ่มเรียนท่าเต้นจากสตาฟชายคนหนึ่ง แต่เขาและเอ็กซ์ตร้าคนอื่นๆมีเวลาไม่ถึงสามสิบนาทีในการจำท่าเต้น


ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงอย่างที่ตกลงกันไว้เสียงกริ่งดังลั่นพร้อมกับการปรากฏตัวของนักแสดงสองคนที่เขาเจอในห้องเมื่อครู่ทำให้แดเนียลใจหาย ทั้งคู่เดินไปคุยกับผู้กำกับเพียงไม่กี่นาทีแล้วสัญญาณเริ่มถ่ายทำก็ดังขึ้น


เทวดาน้อยเดินเข้าไปในฉากก่อนจะเริ่มถ่ายทำฉากคนเดียว กล้องตัวใหญ่ซูมเข้าไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายที่เริ่มมีเหงื่อจากการเต้นก่อนที่จะเป็นฉากที่พวกเขาเอ็กซ์ตร้าทั้งหลายต้องเดินเข้าไป


แดเนียลรู้สึกเหมือนใจของเขาเต้นจนแทบหลุดจากอก เขาตื่นเต้นมากจนน่าแปลกใจแต่ต้องรักษาท่าทีให้เป็นธรรมชาติ


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเข้าฉากเป็นตัวประกอบแบบนี้เสียหน่อย


“คัท!! ผ่านแล้ว ฉากต่อไปซองอูเตรียมเข้าฉากเลย” เสียงประกาศจากผู้กำกับทำให้เขาแทบทรุดลงไปอยู่กับพื้น ตอนที่จีซองฮยองเสนองานนี้มาแดเนียลก็คิดว่ามันจะไม่ต่างกับงานที่เคยผ่านมาก่อน แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรเขาถึงรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้ 


ผู้ชายเจ้าของชื่อซองอูเดินเข้าฉากมาบ้าง แดเนียลคิดว่านี่น่าจะเป็นฉากที่พวกเขาต้องเต้นพร้อมกันรวมถึงเป็นฉากที่นักแสดงทั้งสองคนจะต้องพูดคุยกันยาวด้วย


ปัง! สเลทถูกสับลงพร้อมกับการแสดงที่เริ่มขึ้น


“จีซูฮยอง…” เทวดาน้อยใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นตอนที่ชายที่ดูอายุเยอะกว่าเดินเข้ามาให้ห้องซ้อม ดวงตาของเขาฉายแววไม่มั่นใจออกมาจนน่ากังวล


“ทำไม? นายยังซ้อมได้ไม่เต็มที่หรือไง” จีซูหรี่ตาลงอย่างจับผิด เขาหัวเราะเยาะคล้ายกับดูถูกอีกฝ่ายแต่ในขณะเดียวกันก็มีท่าทางเคร่งเครียดมาก


“ตอนแรกที่นายอยากทำนายบอกว่านายจะทำได้ แต่ตอนนี้ล่ะ นายกำลังทำให้พวกเราพังกันไปหมดแล้ว” ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบคำถามจีซูก็กล่าวต่ออย่างเรียบนิ่ง แต่ท่าทางไม่พอใจที่แสดงออกมานั่นกลับทำให้บรรยากาศรอบๆตัวอึดอัดลง


“ผมจะทำให้ได้… แต่ตอนนี้อึนจี…” เด็กหนุ่มก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด เขาเป็นคนบอกเองแท้ๆว่าจะทำให้การแสดงของพวกเขาออกมาดีที่สุด แต่ตอนนี้กลับเป็นเขาเองที่เป็นตัวถ่วงของทีม


“นายจะมีข้ออ้างไม่ได้! ต่อให้ข้ออ้างนั้นคืออาการป่วยของน้องสาวของฉันก็ตา---”


“คัท!!!” เสียงสั่งคัทคั่นบทพูดของนักแสดง และจีซูผู้เด็ดขาดในฉากก็กลายเป็นซองอูผู้แจกรอยยิ้มขอโทษขอโพยให้คนอื่นแทน


“ขออีกครั้งนะครับ”


“เทคสอง เริ่มได้”


“จีซูฮยอง…”


“ทำไม? นายยังซ้อมได้ไม่เต็มที่หรือไง”


“ตอนแรกที่นายอยากทำนายบอกว่านายจะทำได้ แต่ตอนนี้ล่ะ นายกำลังทำให้พวกเราพังกันไปหมดแล้ว”


“ผมจะทำให้ได้… แต่ตอนนี้อึนจี…”


“ข้ออ้างอย่างงั้นเหรอ ต่อให้ข้ออ้างนั้นคืออาการป่วยของน้องสาวของฉันก็ไม่ได้!” จีซูกดเสียงลงต่ำ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดลงกว่าก่อนหน้าจนดูน่าสงสาร


“จีซูฮยอง!!” เด็กหนุ่มร้องออกมาอย่างตกใจจนแทบกลายเป็นการตวาด เรียกความสนใจจากสมาชิกคนอื่นๆของทีมให้มารวมที่เขาเป็นจุดเดียว


“ฮยองเป็นบ้าไปแล้วหรือไง อึนจีเป็นน้องสาวของฮยองนะ!... เธอเป็นน้องสาวคนเดียวของฮยองไม่ใช่รึไง!” เด็กหนุ่มมองอีกฝ่าย ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความโกรธและไม่อยากจะเชื่อ เขานับถือจีซูเหมือนพี่ชายคนหนึ่งมาตลอด แต่ตอนนี้เหมือนกับอีกฝ่ายจะโดนปีศาจแห่งความสำเร็จล่อลวงจนแม้แต่น้องสาวที่รักก็มีความสำคัญน้อยกว่าชัยชนะและเงินทองเสียแล้ว


“อึนจีสำคัญกับเราทั้งสองคน! แต่คนอื่นล่ะ การแสดงครั้งนี้สำคัญกับทุกคน!” ชายหนุ่มตวาดอีกฝ่าย ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขารักน้อง แต่เขาก็รักทีมนี้มากเหมือนกัน ดังนั้นในฐานะผู้นำแล้วเขาจะเห็นแก่ตัวแล้วทิ้งทุกอย่าง ทิ้งความหวังสุดท้ายเพื่อน้องสาวของเขาคนเดียวไม่ได้จริง ๆ


คังแดเนียลแทบหยุดหายใจ เขามองนักแสดงทั้งสองคนอย่างอึ้งๆ ทั้งคู่เป็นนักแสดงอายุน้อย แดเนียลคิดว่าทั้งคู่จะมีดีแต่ที่หน้าตาด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าฝีมือการแสดงจะดีได้แบบนี้ 


ทั้งซองอูและเทวดาน้อยดูราวกับไม่ใช่ตัวเอง พวกเขากลายเป็นจีซูและเด็กหนุ่มอย่างเต็มตัว พวกเขาสลัดคราบตัวเองออกไปแล้วจมลงไปในเนื้อเรื่องกลายเป็นตัวละครนั้น ๆ ดึงพลังจากบทพูดในสคริปต์ให้กลายเป็นการตอบโต้ของคนจริงๆได้


ปัง!!!


เสียงประตูห้อมซ้อมดึงสติแดเนียลกลับมาอยู่กับเนื้อตัวอีกครั้ง เขามองประตูแล้วหันกลับมามองซองอูที่ทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพร้อมกับเสียงถอนหายใจหนัก กล้องขยับซูมเข้าไปที่ใบหน้าของเขาค้างอยู่หลายวินาที แต่จากมุมที่เขายืนอยู่แดเนียลมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังทำหน้าอย่างไรอยู่


“จีซูอา…” นักแสดงสบทบอีกคนเดินไปแตะตัวอีกฝ่ายตามบท แต่ซองอูกลับหันมายิ้มให้เขาเสียก่อน รอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่กว้างมากแต่กลับไม่มีความดีใจแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย


“ไม่เป็นไร ซ้อมกันเถอะ”


“คัท!!!”


ฟู่วววว


ทันทีที่เสียงคัทดังขึ้นซองอูที่ท่าทางเคร่งเครียดเมื่อครู่ก็ถอนหายใจออกมา แต่ด้วยดวงสมพงศ์กันหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แดเนียลถอนหายใจออกมาในเวลาเดียวกันพอดี นักแสดงหนุ่มหันมามองเขาก่อนจะหัวเราะออกมานิดหน่อย


แดเนียลชะงักกับเสียงหัวเราะแปลกๆนั่นก่อนจะหัวเราะพร้อมเกาแก้มตัวเองบ้าง แหม เขาไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย


ฉากเรียกรอยยิ้มสั้นๆนั้นทำให้บรรยากาศในสตูดิโอที่นิ่งเงียบเมื่อครู่พลันคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง สไตลิสต์หลายคนกระวีกระวาดเข้ามาซับมันและเติมแป้งให้กับนักแสดงหลักในขณะที่เหล่าตัวประกอบอย่างแดเนียลก็ผ่อนคลายแล้วเริ่มคุยเล่นกัน


“เมื่อกี้ซองอูกับจีฮุนนี่เล่นดีมากเลยนะเนี่ย สมกับเป็นเด็กปั้นของค่ายทั้งคู่เลย” หนึ่งในตัวประกอบเอ่ยขึ้นมาและใคร ๆก็ชอบเรื่องซุบซิบดังนั้นแดเนียลจึงหันมาให้ความสนใจกับการบอกเล่าของอีกฝ่ายอย่างเต็มที่


“เด็กปั้นเหรอครับ?”


“ใช่สิ นายเป็นเอ็กซ์ตร้าที่มาพิเศษเฉพาะวันนี้ใช่มั้ยเนี่ย องซองอูน่ะเป็นนักแสดงที่แฟนตาจิโอ้พึ่งเปิดตัวมาเมื่อครึ่งปีก่อน แต่แค่เรื่องที่สามที่แสดงก็ได้บทหลักขนาดนี้ไปแล้ว ถึงฝีมือจะดีจริงแต่ก็ต้องได้ค่ายดันด้วยแหล่ะ” กงซองอู… หรือฮงซองอูนะ?


“ส่วนปาร์คจีฮุนน่ะ ถึงจะมาจากมารูเอนท์ฯที่ไม่ได้เป็นค่ายนักแสดงแต่เพราะเคยเป็นนักแสดงเด็กด้วยค่ายเลยหมายมั่นปั้นมือให้มาทางนี้น่ะสิ”


“เอาล่ะ ถ่ายฉากต่อไปได้แล้ว! ฉากซ้อมเต้นนะ” เสียงสต๊าฟบอกให้พวกเขาหยุดการสนทนาแล้วเตรียมตัวสำหรับถ่ายทำฉากเต้นที่พวกเขามีเวลาซ้อมน้อยนิด


ปัง!


เสียงสเลทดังพร้อมกับบรรยากาศที่เงียบลงและซองอูที่กลายเป็นจีซู เขาเดินไปกดเปิดเครื่องเล่นเพลง รีบสาวเท้ากลับมายืนประจำตำแหน่ง และเสียงเพลงก็ดังขึ้น


แดเนียลย่อตัวลงตามที่ซ้อมเอาไว้ ตามบทแล้วพวกเขาจะต้องเต้นได้ดีแต่ตำแหน่งที่ว่างไปของเด็กหนุ่มจะทำให้การซ้อมเป็นไปอย่างยากลำบาก


ซองอูขยับตัวเต้นตามที่ซ้อมอย่างดีแม้ว่าในการซ้อมก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะไม่ได้เข้าร่วมก็ตาม แขนขาที่ยาวอย่างนักแสดงนั่นทำให้ไลน์เต้นของเขาสวยจนแดเนียลละสายตาไม่ได้…


“คัท!! เอ็กซ์ตร้าผมชมพูคนนั้นน่ะ ตั้งใจหน่อยสิ!” เสียงตวาดที่ส่งถึงเขาตรง ๆทำให้แดเนียลต้องรีบก้มหัวขอโทษทุกคน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเปิดปากกล่าวอะไรสเลทก็ดังขึ้นอีกครั้งเสียก่อน


หนึ่งครั้ง


สองครั้ง


สามครั้ง


ห้าครั้ง...


สิบครั้ง...


ความผิดพลาดเล็ก ๆน้อย ๆของหลายคนทำให้ต้องคัทไปมากกว่าสิบห้าครั้งแล้ว นอกจากมันจะกินเวลาไปมากกว่าที่ควรแล้วสภาพของพวกเขาก็โทรมจนไม่รู้จะเรียกว่าโทรมยังไงแล้ว


“เนี่ย เต้นให้เหมือนตอนซ้อมสิ ขอให้ครั้งนี้เป็นเทคสุดท้ายแล้วนะ เอาล่ะ เริ่มได้!” ผู้กำกับบ่นกับพวกเขาแล้วเริ่มถ่ายครั้งที่สิบแปด


การถ่ายทำฉากๆหนึ่งอาจจะต้องใช้เวลาเป็นวันหากต้องการฉากที่เพอร์เฟค แต่กับฉากเล็กน้อยแบบนี้การเทคถึงสิบแปดครั้งก็ดูจะมากไปนิด


พวกเขาเทความสนใจและตั้งใจกับการเต้น แต่ระหว่างนั้นแดเนียลกลับได้กลิ่น


มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาได้กลิ่นในห้องแต่งหน้า กลิ่นหอมอ่อนๆนั้นทำให้เขากังวลนิดหน่อย อย่าบอกว่าเขาเต้นมากเกินไปจนเครื่องสำอางบนใบหน้าไหลโทรมแล้วนะ…


แดเนียลขมวดคิ้วนิดหน่อยพร้อมกับหรี่ตาจ้องใบหน้าตัวเองในกระจก พบว่าถ้าไม่นับเหงื่อที่ออกเยอะจนเปียกยิ่งกว่าโดนสาดน้ำแล้วละก็หน้าตาของเขาก็ยังดูปกติดีต้องขอบคุณช่างแต่งหน้าอย่างมินยอง


เพลงจบลง พวกเขาถอนใจพร้อมกับเดินไปหยิบน้ำทำท่าเป็นคุยกันปกติ ส่วนกล้องที่เมื่อครูยังถ่ายคลุมพวกเขาทุกคนก็เคลื่อนเข้าไปเพื่อถ่ายนักแสดงหลักอย่างองซองอูคนเดียว ก่อนที่นาทีต่อมาพวกเขาจะได้ยินคำที่อยากได้ยินมานาน


“คัท!! ผ่านแล้ว!”


แดเนียลทรุดไปนั่งกับพื้น การเต้นสิบครั้งยี่สิบครั้งทำให้เหนื่อยแต่เขาชินแล้ว สิ่งที่ดูดพลังของเขาที่สุดไม่ใช่การเต้นตามเพลงอย่างที่ซ้อม แต่เป็นการห้ามไม่ให้ตัวเองหันไปมองกล้องต่างหาก การทำตัวให้เป็นธรรมชาติทั้งที่รู้ว่ามีกล้องจับตัวเองอยู่มันยากจริง ๆ


ใช้เวลาพักเหนื่อยครู่หนึ่งก่อนที่ตัวประกอบอย่างพวกเขาต้องออกจากฉากเพื่อให้นักแสดงหลักแสดงฉากต่อไป แดเนียลลากร่างหนักๆของตัวเองลุกขึ้นก่อนจะเดินเฉียดผ่านคนที่โดดเด่นที่สุดในฉากอย่างซองอูไป


แต่ตอนนั้นเอง…


เขาได้กลิ่น…


กลิ่นที่ไม่เคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อน กลิ่นของป่าไม้กว้างสีเขียวชอุ่ม ป่าที่โอบอุ้มชีวิตนานาพันธุ์ กลิ่นของความสดใสและกว้างใหญ่แต่กลับแฝงไว้ด้วยความลึกลับที่ไม่อนุญาติให้ใครยุ่งเกี่ยว


เขาพึ่งรู้ตัวตอนนั้นเองว่ากลิ่นที่เขาได้กลิ่นและสงสัยมาทั้งวันนั้นไม่ใช่กลิ่นของเครื่องสำอางหรือสิ่งของใดๆ แต่กลิ่นนั้นมาจากคนคนนี้


ซองอู…


“คุณกงซองอูครับ!” และก่อนที่เขาจะรู้ตัว แดเนียลก็คว้าไหล่ของอีกฝ่ายไว้ท่ามกลางความตกใจของทั้งตัวเขาเอง คนที่โดนคว้า และคนรอบตัวเสียแล้ว






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #92 kittenO (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 00:28
    ไปเรียกชื่อเค้าผิดอีก5555555
    #92
    0
  2. #83 crazy_girl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 01:45
    เจ้าแดนไปเรียกชื่อเค้าผิดอีก55555
    #83
    0
  3. #67 PERO_Ov< (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 16:24
    โอ้วว คุณแดนรู้ตัวเจ้าของกลิ่นแล้วว
    น่าตื่นเต้นมาก ขนาด่าตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันเท่าไหร่นะคะเนี่ย
    แต่ว่าแดนดุมึนๆนะ 555
    #67
    0
  4. #53 JANIS-F (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 08:26
    หนูแดนนนนน เด๋อใส่เค้าอี้กก คุนกงอะไรเล่า คุณองตะหาก เดี๋ยวๆก็เขินเองตอนเค้าบอกว่าชื่ออง5555
    #53
    0
  5. #39 -まリん- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 00:37
    จะทักเค้าก็ไปเด๋อใส่เค้าอีก คุณณณ 5555 ชอบการบรรยายมากเลยอะ ยิ่งนี่เป็นพวกชอบนึกภาพตามด้วย มันสวยงามม
    #39
    0
  6. #33 _ipchdsl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:41
    คุณแดน เขาชื่อ องซองอู ไม่ใช่กงซองอู ฮือ 555555
    #33
    0
  7. #18 pineapple129122 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 09:36
    กงซองอูฮ่าๆๆๆๆๆ
    #18
    0
  8. #8 P-pin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 11:41
    องซองอูนะคะคุณแดนน ไม่ใช่กง เง้ออออ หันมามองก้หมดเลยทีเดียววว555555555555 รอติดตามต่อนะคะะะ
    #8
    0
  9. #7 prapawabe (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 20:22
    หูยยยย ชอบอะ นึกภาพตามแล้วชอบกลิ่นของอ๋งอะ นับนิ้วรอวันที่แดนจะได้ดมใกล้ๆเลย ฮริ้วงงง รอมาต่อนะคะ ///-///
    #7
    0