[WannaOne] NielOng: In a Blue Moon

ตอนที่ 10 : 7: Moving

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    20 เม.ย. 61

              การโอนเงินสำเร็จ ต้องการทำรายการอื่นต่อหรือไม่



              ใช่/Yes



              ไม่ใช่/No



              แดเนียลมองหน้าจอตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เขากดไม่ใช่บนหน้าจอมือถือก่อนจะกวาดสายตามองรอบตัวอีกครั้ง ห้องขนาดไม่ใหญ่ของเขาดูโล่งขึ้นเยอะหลังจากของส่วนใหญ่ถูกยัดลงในลังกระดาษ เหลือแต่เพียงของใช้จำเป็นไม่กี่อย่างและตัวเขาเอง



              ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบาก่อนที่เขาจะเดินไปหยิบของที่เหลืออยู่ไม่มากนั่นลงกระเป๋าสะพาย เขาอยู่ที่อพาร์ตเม้นท์แห่งนี้มานานเกือบสามปี แม้จะมีความไม่สะดวกหลายอย่างแต่แดเนียลก็ยังรู้สึกผูกพันกับห้องนี้ เขารู้สึกว่าที่นี่คือบ้านที่เขากลับมาได้ แต่ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เขาจะอยู่ที่นี่แล้ว



              เมื่อวันก่อนเขาเก็บทุกอย่างแล้วจ้างรถขนส่งย้ายสิ่งของไปยังที่อยู่แห่งใหม่ เมื่อวานเขาเข้าไปขนของเข้าไปในบ้านใหม่ก่อนที่วันนี้เขาจะโอนค่าใช้จ่ายส่วนสุดท้ายให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้ดูแลบ้านเช่า



              สิบนาทีต่อมา แดเนียลได้รับสายจากพนักงานบริษัทบ้านเช่าเพื่อยืนยันว่าได้รับการโอนแล้ว เขาคุยกับปลายสายชั่วครู่ก่อนจะหันกลับมามองห้องพักขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ของเขาเป็นครั้งสุดท้าย ชายหนุ่มยิ้มให้กับผู้ดูแลตึกแล้วหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ของเขาไปยังสถานีรถไฟ



              “ทำไมนายช้าจัง ไหนบอกว่าสิบโมงไง นี่กี่โมงแล้วเห็นมั้ย” ทันทีที่เขามาถึงสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุด สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่ความวุ่นวายหรือแม้แต่ป้ายสถานี แต่เป็นใบหน้ากึ่งดำกึ่งแดงด้วยอารมณ์หงุดหงิดของคิมแจฮวานเพื่อนรักเสียแทน แดเนียลนัดอีกฝ่ายมาเพื่อช่วยกันจัดห้องเขาในวันนี้ตอนสิบโมงตรง แต่เพราะการโอนเงินและการเก็บสิ่งของที่เหลืออยู่นิดหน่อยนั้นทำให้เขามาสายกว่าเวลาไปเกือบสี่สิบห้านาที



              “แฮะๆ ขอโทษๆ ไปกันเถอะน่า” คังแดเนียลยิ้มยิงฟันให้อีกฝ่ายแล้วโอบไหล่แจฮวานเดินนำไปยังทางเข้าสถานี



              บ้านใหม่ของเขาอยู่ไกลจากที่เดิมมาก แม้ว่าอพาร์ตเม้นท์แห่งนี้จะไม่ได้นับว่าอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเขามากนักด้วยว่าอยู่คนละฟากของกรุงโซล แต่บ้านหลังใหม่ของเขากลับเรียกได้ว่าอยู่นอกกรุงโซลเลยทีเดียว ดังนั้นกว่าพวกเขาจะมาถึงหน้าบ้านก็เป็นเวลาเกือบบ่ายโมงครึ่งเสียแล้ว



              “เมื่อยชะมัดเลยยย รีบๆเข้าไปจัดของเถอะ ถ้าเสร็จไวนายต้องเลี้ยงเบียร์ฉันด้วยนะ!” แจฮวานบิดขี้เกียจหนึ่งครั้งก่อนจะเดินนำเขาเข้าไปในบ้านโดยไม่คิดเลยสักนิดว่าเจ้าของบ้านคือใคร


             

              ที่อยู่แห่งใหม่ของแดเนียลแห่งนี้อยู่ในเขตเมืองซองนัมนอกกรุงโซล แต่ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายและระยะทางที่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยของเขามากเกินไปทำให้แดเนียลเลือกที่นี่ นอกจากนั้นแล้วบ้านสามชั้นหลังนี้ยังมีบริเวณสวนและสนามหญ้าเล็กๆอีกด้วย



              ในฐานะชิฟเตอร์ผู้เรียกได้ว่ามีพื้นฐานกึ่งหนึ่งเป็นสัตว์แล้วการได้อยู่ในพื้นที่ที่มีธรรมชาติย่อมทำให้เขารู้สึกสบายใจ



              แดเนียลส่ายหน้าให้กับท่าทางของเพื่อนสนิทแล้วก้าวเข้าไปในบ้านเพื่อพบกับลังกระดาษจำนวนไม่น้อยที่วางกองอยู่เต็มบริเวณโถงทางเดิน พวกเขาเดินข้ามสิ่งของที่วางเกะกะเพื่อเข้าไปยังส่วนในของบ้าน



              แม้จะบอกว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านสามชั้น แต่ส่วนที่แดเนียลทำการเช่าก็มีแค่ชั้นแรกของบ้านเท่านั้น จากที่สอบถามกับทางบริษัทอสังหาริมทรัพย์มาแล้วชั้นสองและสามของบ้านหลังนี้ถูกครอบครองโดยครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่งอยู่แล้ว แต่สำหรับแดเนียลแล้วพื้นที่แค่ชั้นเดียวของบ้านหลังนี้ก็ต้องถือว่าใหญ่มากแล้วเช่นกัน



              ชายหนุ่มกวาดสายตามองรอบๆแล้วก็อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้



              โชคของเขาดีมากที่สามารถหาบ้านเช่าที่ดีขนาดนี้ได้ในราคาระดับนี้ แถมในห้องนี้ยังตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์จำเป็นมาเกือบครบเสียด้วย



              แดเนียลมองอย่างภูมิใจอีกครั้งก่อนที่เสียงของแจฮวานจะเรียกให้เขาเริ่มต้นลงมือทำสิ่งที่พวกเขาตั้งใจจะทำเสียที



              แดเนียลแกะถุงที่เขาเพิ่งแวะซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆมา หยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดออกมาแล้วแปลงร่างเป็นพนักงานทำความสะอาดทั้งปัดกวาดเช็ดถูฝุ่นที่พอกหนาเกือบเซนติเมตรในทั้งส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอน แล้วจึงเปิดห้องน้ำไปเพื่อล้างห้องน้ำ



              อากาศในเดือนกันยายนช่างร้อนอบอ้าว แม้จะไม่เท่าช่วงกลางฤดูร้อนอย่างสิงหาคมแต่ก็ยังเรียกว่าร้อนเกินไปสำหรับช่วงใกล้จะเข้าฤดูใบไม้ร่วงเช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาลงมือใช้แรงงานอย่างหนักเช่นการทำความสะอาดบ้านที่ไม่มีใครยุ่งเกี่ยวมาหลายเดือน ดังนั้นกว่าบ้านทั้งหลังจะสะอาดเอี่ยมร่างกายของชายหนุ่มทั้งสองก็อาบไปด้วยเหงื่อเหนียวๆเสียแล้ว



              แดเนียลก้มมองสภาพแจฮวานที่นอนแผ่อยู่ที่พื้นแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ เขาก้าวข้ามร่างอืดๆของเพื่อนไปเพื่อนเปิดกล่องอีกกล่องที่ยังวางค้างอยู่ที่โถงหน้าบ้าน หยิบผ้าขนหนูและเสื้อผ้าออกมามั่วๆก่อนจะโยนให้อีกฝ่ายไป



              แต่วิญญาณเหมือนหลุดจากร่างพ่อหนุ่มเสียงทองไปแล้วเมื่อแจฮวานไม่แม้แต่จะมีปฏิกิริยาต่อการกระทำของเขา แดเนียลจึงได้แต่ส่ายหน้าแล้วใช้เท้าสะกิดร่างนั้นแรงๆให้ไปอาบน้ำชำระเหงื่อไคลเหล่านั้นเสีย ส่วนตัวเขาเองก็เริ่มแกะของในกล่องเพื่อจัดเข้าที่เข้าทาง ทั้งเสื้อผ้า หนังสือการ์ตูนสุดที่รัก ลังขนมและอุปกรณ์เลี้ยงแมว



              หืม แมวทั้งสองของเขาหายไปไหนอย่างนั้นหรือ



              แน่นอนว่าหากทั้งสองต้องอยู่ระหว่างที่เขากำลังย้ายบ้านมันจะไม่สะดวกเท่าไหร่นัก ดังนั้นแดเนียลจึงฝากทั้งรูนี่ย์และปีเตอร์ไว้กับเพื่อน(ที่แน่นอนว่าไม่ใช่แจฮวาน) แล้วจะไปรับทั้งคู่มายังบ้านใหม่ในวันมะรืนนี้



              แต่เอาเข้าจริง ถ้าเขาจัดของเสร็จวันนี้แดเนียลคิดว่าเขาอยากจะไปรับแมวทั้งสองตัวมาในวันพรุ่งนี้เลย



              แจฮวานใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีในห้องน้ำ เขาเดินออกมาพร้อมกับผมเปียกๆที่ทำให้น้ำหยดเป็นทาง แม้แดเนียลจะไม่ใช่คนรักสะอาดมากนักแต่เมื่อกี้เขาเพิ่งถูพื้นไป! ชายหนุ่มเบะปากว่าเพื่อนสนิทไปก่อนจะกุลีกุจอหาผ้ามาเช็ดพื้นอีกครั้ง



              และด้วยการร่วมแรงร่วมใจของคนสองคนไม่นานลังกระดาษที่เคยวางระเกะระกะบนพื้นก็ถูกรื้อและเก็บของเข้าที่จนหมด คราวนี้ก็เป็นตาที่แดเนียลจะเข้าไปอาบน้ำบ้างแล้ว เขาคว้าผ้าขนหนูสะอาดและกางเกงขาสั้นเข้าไปยังห้องน้ำห้องเดียวในบ้าน จัดการมองสำรวจอย่างภูมิใจแล้วจึงค่อยๆลอกคราบตัวเอง



              เขาก้าวเข้ายังที่อาบน้ำแล้วเปิดน้ำเย็นให้ไหลรดร่างกาย คลายความเหน็ดเหนื่อยและความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะจากเหงื่อที่ติดมาทั้งวันออกจากร่าง จริงๆแล้วแดเนียลก็อยากลองใช้อ่างอาบน้ำที่มีอยู่เพื่อความสบายของร่างกายเช่นกัน แต่ว่าค่าน้ำน่ะไม่ใช่ถูกๆหรอกนะ! ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจกับตนเอง



              เขาใช้เวลาราวสิบห้านาทีในห้องน้ำแล้วจึงเดินออกมาพร้อมกางเกงขาสั้นและผ้าขนหนูที่พาดคออยู่



              แดเนียลเดินไปยังห้องครัวเล็กๆของเขาเพื่อเปิดตู้เย็นอย่างเคยชิน แต่ในนั้นนอกจากความว่างเปล่าแล้วก็มีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น



              ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้ซื้อของกินเข้าบ้าน



              ชายหนุ่มขมวดคิ้วกับตัวเอง เขาเป็นคนไม่ชอบออกจากบ้าน ดังนั้นการที่จะให้เขาออกไปซื้อของกินตอนดึกดื่นเที่ยงคืนเช่นนี้ก็เป็นอะไรที่เขาจะไม่ทำบ่อยนัก แต่ว่าความโล่งของตู้เย็นตอนนี้มันพอๆกับความโล่งของกระเพาะเขาเลยทีเดียว ดังนั้นแดเนียลจึงไม่มีตัวเลือกอะไรมากนักนอกจากสั่งอาหารมากินหรือออกไปซื้อของ



              ว่าแล้วคำพูดของแจฮวานก็แล่นกลับมาในหัว



              ‘ถ้าเสร็จไวนายต้องเลี้ยงเบียร์ฉันด้วยนะ



              เบียร์เช่นนั้นหรือ? เบียร์เย็นๆสักสองกระป๋องหลังจากการใช้แรงก็เป็นสิ่งที่ไม่เลวเหมือนกัน ชายหนุ่มปลอบใจตัวเองก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อยืดและแจ็คเก็ตมาสวมแล้วชวนเพื่อนสุดที่รักที่นั่งเล่นเกมของเขาอย่างสนุกสนานให้ออกไปด้วยกัน



              “คิมแจฮวาน ถ้านายอยากให้ฉันเลี้ยงเบียร์ก็ออกไปช่วยกันถือ ตอนนี้เลย” แจฮวานเงยหน้าจากเครื่องเพลย์สเตชั่นสุดรักของแดเนียลมาด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ



              “เลี้ยง? นายเนี่ยนะเลี้ยง? เนียลอา นายใช้แรงเยอะจนมึนรึเปล่า” ไม่ว่าเปล่ายังดีดตัวขึ้นมาใช้มือทาบวัดไข้เขาที่หน้าผากอีกด้วย



              แดเนียลอดไม่ได้ที่จะแยกเขี้ยวจะกัดอีกฝ่าย “ถ้าไม่อยากกินก็ช่างนายเถอะ” เขาเดินไปทางประตูบ้านทิ้งให้อีกฝ่ายวิ่งตามมาหน้าตาตื่น



              “ไม่เอาน่าแดเนียลคัง นายบอกว่าจะเลี้ยงแล้วคงไม่ปล่อยให้ฉันมีความหวังเปล่าๆใช่มั้ยล่ะ มาเถอะ” แจฮวานกอดไหล่พร้อมกับพูดกับเขาด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานจนแดเนียลขนลุก เขาดันอีกฝ่ายออกจากตัวแล้วจึงใส่รองเท้าคู่เก่งของตัวเองเดินออกจากบ้าน



              อ่อ ก่อนหน้านี้เขาอวดบ้านใหม่ไปหลายอย่างแล้วใช่ไหม แต่ยังมีอีกอย่างที่แดเนียลยังไม่ได้กล่าวถึง ได้แก่สถานที่ตั้งของบ้านหลังนี้มันดีมาก เดินแค่ไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดินเข้าเมือง แถมในระหว่างทางยังมีร้านอาหารสไตล์ครอบครัวเยอะแยะ ยังไม่นับไปถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่สองเจ้าที่อยู่ในระยะเดินถึงและสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลด้วย



              จะหาว่าขี้อวดก็ได้ แต่แดเนียลขอยืนยันว่าเขารู้สึกโชคดีจริงๆที่เช่าบ้านหลังนี้ได้



              พวกเขาเดินเอ้อระเหยมาถึงซุปเปอร์คนละเจ้ากับที่ซื้อเครื่องมือทำความสะอาด อากาศที่เย็นลงตามเวลาที่ดึกดื่นขึ้นเรื่อยๆทำให้แดเนียลรู้สึกคิดถูกที่หยิบแจ็คเก็ตตัวเก่งออกมาด้วย ผิดกับแจฮวานที่ใส่เพียงเสื้อยืดและกางเกงวอร์มออกมาตากลม ทันทีที่สองเท้าของแจฮวานก้าวเข้าไปเขาก็พุ่งตรงไปยังชั้นขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันที ต่างกับแดเนียลที่เขาเดินไปยังส่วนขายอาหาร แดเนียลหยิบทั้งขนมปัง ขนมขบเคี้ยวและอาหารจำนวนมากลงในตะกร้าจนพูนอย่างที่ไม่ได้ทำมานับเดือน



              แน่นอนว่าตอนนี้เขาย่อมกินอะไรที่อยากจะกินได้ทั้งนั้น ค่าตัวที่ได้มาจากโปรเจคJump Up ก็ดีสมคำคุยจริงๆ มันทำให้เขาอยู่อย่างสบายไปได้อีกสักพักใหญ่ๆเลยทีเดียว



              แดเนียลเดินอย่างอารมณ์ดีมายังบริเวณขายเครื่องดื่มมึนเมาที่แจฮวานล่วงหน้ามาก่อนแล้วจึงพบกับชายหนุ่มที่ยังยืนเลือกเบียร์อย่างเคร่งเครียดอยู่ แดเนียลเดินตรงเข้าไปหยิบขวดสีเขียวของโซจูมาใส่ตะกร้าแล้วค่อยเดินไปเลือกเบียร์กับแจฮวาน



              “อันนี้ผสมโซจูแล้วเด็ดมาก แต่ฉันอยากกินเบียร์extra coldอ่ะ” แดเนียลหันมองคนพูดแล้วส่ายหน้าขำๆ แน่นอนว่าเขารู้รสนิยมการดื่มของเพื่อนตัวเองดี แต่การคบกันมาอย่างยาวนานของพวกเขาก็ทำให้แดเนียลรู้เช่นกันว่านิสัยเลือกของยากของแจฮวานนี้ก็เป็นอะไรที่ชัดเจนมากเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงไม่รีบเร่งให้เพื่อนเลือกแล้วได้แต่ยืนฟังอีกฝ่ายบนหงุงหงิงไป



              จากที่ยืนหิ้วตะกร้าอยู่ด้วยหนึ่งมือเขาก็เริ่มหิ้วด้วยสองมือจากน้ำหนักตะกร้าที่มากนัก เปลี่ยนเป็นอุ้มตะกร้า เป็นวางลงกับพื้น แล้วจึงกลายเป็นว่าเขาลงไปนั่งยองดูของที่ตัวเองกวาดลงตะกร้าระหว่างรอ



              “เอาล่ะ เอาอันนี้ละกัน” ในที่สุดแจฮวานก็ตกลงกับตัวเองเสร็จ เขาหยิบแพ็คเบียร์สีเทาน้ำเงินขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี แต่ด้วยความอารมณ์ดีและไม่ทันระหว่างนั้นเองแขนที่เหวี่ยงเบียร์กลับฟาดกับคนที่เดินผ่านเข้าเต็มๆ



              “โอ้ย” โชคดีที่อีกฝ่ายก็ตัวไม่เล็กไปกว่าพวกเขาเท่าใดนักดังนั้นจึงไม่เซไปกับแรงปะทะ มีเพียงเสียงร้องของอีกฝ่ายเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าแรงฟาดของแจฮวานนั้นไม่เบาเลย



              เอ๊ะ เหมือนเสียงจะคุ้นๆแดเนียลได้แต่คิดกับตนระหว่างพุ่งเข้าไปขอโทษอีกฝ่ายก่อนหน้าต้นเหตุอย่างแจฮวานเสียอีก แต่ทันทีที่แดเนียลเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคู่กรณีเขากลับต้องชะงักไปหลายวินาที



              แม้จะอยู่ภายใต้มาส์กปิดปากแต่ดวงตาคมกริบและไฝกลุ่มดาวที่โผล่พ้นมาส์กออกมากลับบ่งบอกตัวเองของคู่กรณีได้อย่างชัดเจน



              องซองอู



              ดวงตาที่สบกันเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ อย่าว่าแต่อีกฝ่ายเลย แม้แต่แดเนียลเองก็ยังตะลึงมากเช่นเดียวกัน ช่วงที่ขึ้นแสดงสเตจของโปรเจคและเจอกันบ่อยๆแดเนียลเองก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของคุณอาทุกครั้งที่เห็นหน้าซองอู ดังนั้นเขาจึงพยายามหลบหน้าอีกฝ่ายจนกระทั่งการแสดงครั้งสุดท้ายจบลง หลังจากนั้นเขาก็ยุ่งๆกับมหาวิทยาลัยทำให้ทุกเขาลืมเกี่ยวกับอีกฝ่ายไปเสียหมด จะเพิ่งมานึกถึงอีกครั้งก็ตอนที่เขาว่างหน่อยไม่กี่วันมานี้



              นับๆแล้วเขาก็ไม่เห็นซองอูตัวเป็นๆมาเกือบเดือนแล้ว



              “ขอโทษมากจริงๆนะครับ” และท่ามกลางความเงียบอันน่าอึดอัดของพวกเขาคนที่เป็นคนเริ่มพูดอะไรสักอย่างกลับเป็นแจฮวานที่ก้มหัวขอโทษอีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิด



              “เออ ไม่เป็นไรครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัว” ฝ่ายคู่กรณีเองก็เหมือนกับจะอยากหลีกหนีจากพวกเขาไม่สิ จากเขาไปให้เร็วที่สุดเมื่อซองอูพูดเร็วๆแล้วเดินผ่านเขาไป แต่อะไรบางอย่างกลับดลใจให้แดเนียลเอื้อมมือออกไป



              เขาคว้าแขนของซองอูเอาไว้



              “เดี๋ยวสิซองอู”



              ชายหนุ่มที่ผอมกว่าชะงักแล้วรีบปฏิเสธเขาอย่างไม่แนบเนียนไม่สมกับที่เป็นนักแสดงเลยแม้แต่น้อย



              “คุณจำผิดคนแล้วล่ะครับ เราไม่ได้รู้จักกัน รบกวนปล่อยมือผมด้วย” ไม่มีทางที่เขาจะจำผิด แดเนียลมั่นใจมากกว่าชื่อตัวเองเสียอีก ต่อให้เครื่องหน้าจะเหมือนกันแค่ไหนแต่เสียงและขี้แมลงวันบนแก้มซ้ายนั่นเล่า มันไม่มีทางซ้ำกันหมดทุกอย่างเช่นนี้แน่ๆ



              “ไม่ผิดหรอก ซองอู ขอร้องล่ะ” เขาไม่รู้ว่าเขาพูดออกไปด้วยสีหน้าแบบไหน แต่น้ำเสียงเว้าวอนของตัวเองก็ทำให้แดเนียลตกใจเช่นกัน แต่คนที่ตกใจที่สุดน่าจะเป็นแจฮวานที่เงียบไป



              องซองอูเองก็หยุดดึงแขนออกจากการเกาะกุมของเขาเช่นเดียวกัน แดเนียลไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำสีหน้าเช่นไรอยู่ใต้ผ้าปิดปากอันใหญ่นั่นแต่เขาก็ยังไม่อยากปล่อยมือไป เขาเป็นคนสมัยใหม่ที่ไม่เชื่อในเรื่องดวงชะตาแต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขามาพบกันอาจจะเป็นโชคชะตาหรืออะไรสักอย่างก็เป็นได้ที่ให้โอกาสเขาได้ทำสิ่งที่เขาเสียใจที่ไม่ได้ทำ



              “เออ เดี๋ยวฉันเอาของไปจ่ายเงินก่อนละกัน” แจฮวานพูดเบาๆแล้วหยิบตะกร้าใหญ่ไปพร้อมกับกระเป๋าเงินของแดเนียล แต่ก่อนที่เขาจะเดินจากไปนักร้องหนุ่มก็กระซิบกับเพื่อนสนิท “ถ้าเขาคือองซองอูจริงๆฉันว่าพวกนายไปหาที่ที่ดีกว่านี้คุยกันดีกว่านะ ยังไงเขาก็เป็นคนดัง แถมนายเอง ตอนนี้คนรู้จักนายก็ไม่ใช่น้อย”



              เมื่อถูกเตือนขึ้นมาแดเนียลก็คิดขึ้นมาได้



              “นาย ขอคุยด้วยสักเดี๋ยวได้มั้ย” ไม่รอฟังคำตอบ แดเนียลตัดสินใจดึงอีกฝ่ายไปยังทางออกก่อนจะตรงไปยังสนามเด็กเล่นไม่ไกลจากซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เขาเห็นระหว่างเดินมา เขาใช้แรงไม่เยอะในการทั้งดึงหรือแม้แต่จับแขนของอีกฝ่ายไว้แต่ซองอูกลับไม่ได้ต่อต้านเขา



              ทางเดินร้อยเมตรเหมือนถูกยืดเป็นกิโลท่ามกลางอากาศที่เย็นลงทุกทีและบรรยากาศอึดอัด



              แดเนียลรู้สึกว่าฝีเท้าของตัวเองเป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังก้องอยู่บนฟุตบาท แต่ไม่กี่นาทีที่รู้สึกเหมือนชั่วโมงก็ผ่านไปแล้วพวกเขาก็มายืนอยู่ในสนามเด็กจนได้



              แต่แล้วสิ่งที่รอเขาอยู่กลับไม่ใช่บทสนทนาที่เขาต้องการ แต่คือความเงียบ



              วินาทีที่ผ่านไปเปลี่ยนเป็นนาที เกือบสิบนาทีที่พวกเขายืนจ้องหน้ากันเงียบๆผิดกับวิสัยคนสมาธิสั้นอย่างแดเนียลมากจนเขาก็แปลกใจในตัวเอง สุดท้ายก็เป็นซองอูที่เริ่มก่อน



              มือเรียวปลดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แสนคุ้นเคย ริมฝีปากเม้มแน่นแล้วเผยอขึ้นคล้ายกับจะพูดอะไรบางอย่างก่อนจะปิดไป เผยอแล้วเม้ม เผยออีกครั้ง หลายครั้งจนในที่สุดเขาก็ถอนหายใจแล้วถามขึ้นช้าๆ



              “นายจะเอายังไงกันแน่”



              แดเนียลนิ่งขึงไปกับคำถามนั้น เขาจะเอายังไงอย่างนั้นหรือ แดเนียลไม่เคยคิดเลยแม้แต่น้อยว่าเขาอยากจะทำอะไร ตลอดมาเขาก็เพียงแต่พยายามเข้าหาอีกฝ่าย แต่เข้าหาไปเพื่ออะไรนั้นเขาไม่เคยคิดเลยสักนิด



              ขอโทษ?



              “ขอโทษ ละมั้ง” เมื่อพูดออกไปแล้วแดเนียลกลับรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง เขาเคยขอโทษอีกฝ่ายมาหลายต่อหลายครั้งแล้วแต่ผลที่ได้กลับไม่เคยเปลี่ยนไป ซองอูยังเย็นชากับเขา และตัวเขาเอง คังแดเนียลเองก็ยังพยายามหลบหนาองซองอูอยู่เช่นเดิม



              “ไม่สิ ไม่ใช่ขอโทษ” ซองอูมองเขาที่กำลังสับสนในตัวเองด้วยสายตานิ่งสนิทที่อ่านไม่ออก



              “ฉันอยากกลับไปเป็นแบบก่อนหน้านี้” แดเนียลเอียงหัวแล้วพูดออกมาช้าๆ เขาพยายามกลั่นกรองความคิดของตัวเองไประหว่างที่จ้องตากับอีกฝ่ายเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือไปด้วย “ฉันขอยืนยันว่าฉันไม่มีความคิดที่จะเปิดโปงว่านายเป็นชิฟเตอร์ให้นายลำบากแน่นอนถึงฉันจะไม่เข้าใจก็เถอะว่าเป็นชิฟเตอร์ไม่ดีตรงไหนที่วงการของนายจะต้องต่อต้าน”



              ดวงตาคมกริบของซองอูเบิกขึ้นอย่างตกใจเมื่อได้ยินประโยคหลัง และประโยคที่สองตั้งแต่มาคุยกันของซองอูก็หลุดจากปากจนได้



              “นายรู้จากไหน-“ แต่ไม่ทันที่จะจบประโยคก็เหมือนเจ้าตัวจะรู้ตัวว่าหลุด องซองอูกัดปากตัวเองแรงๆจนแดเนียลกลัวว่าริมฝีปากของอีกฝ่ายจะได้แผลแต่เขาก็ห้ามไม่ทัน



              “เอาเป็นว่าฉันรู้แล้ว” เขาเอื้อมมือไปสัมผัสแขนของอีกฝ่ายเบาๆ “ฉันก็แค่อยากให้เราเป็นเหมือนก่อนหน้านั้น ไม่ต้องเป็นเพื่อนกันก็ได้ เป็นแค่คนรู้จัก”



              แดเนียลมองลึกเข้าไปในลูกแก้วที่เรียกว่าดวงตาของซองอู เขาคิดว่าตัวเองเห็นประกายสีทองแล่นผ่านสีดำสนิทที่วูบไหว แต่เขาก็ไม่กล้าให้ความหวังตัวเองว่าอีกฝ่ายกำลังหวั่นไหวกับคำพูดของตัวเอง เขาพยายามรักษาเสียงให้สงบที่สุดเท่าที่จะทำได้



              “แต่ขอให้ฉันมีโอกาสได้รู้จักกับนายมากกว่านี้ ได้ไหม




_________________________________


Talk:

    มาสารภาพบาปค่ะ... ดองไปเกือบสองเดือนเลยทีเดียว ต้องขออภัยอย่างรุนแรงด้วยนะคะที่เราผิดสัญญาอัพสัปดาห์ละตอนไป โฮร

มาคุยกันเรื่องเนื้อเรื่อง ตอนนี้เขาได้คุยกันแล้วนะคะ ฮืออออ ดีใจมากค่ะที่จะไม่ต้องเขียนบรรยากาศอึดอัดๆแล้ว555 หลังจากดีกันน่าจะชิวขึ้นแล้วล่ะค่ะ สำหรับตอนนี้คุณแดนย้ายบ้านแล้วค่าาาาา และบ้านหลังนี้ก็จะมีบทไปเรื่อยๆนั่นแหล่ะ เพราะฉะนั้นบางท่านที่อยากรู้ว่าบ้านใหม่คุณแดนเป็นยังไงเราก็ได้ว่าง(อู้)ไปทำผังคร่าวๆมาค่ะ สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.homestyler.com/floorplan/?lang=en_US&assetId=27938703-346c-4383-a8a2-bd12477f0e3f  นี่เลยค่ะ

บางท่านอาจจะสงสัยว่าเอ๊ะ นี่ทิ้งแจ้ไว้ที่ซุปเปอร์คนเดียวเลยเหรอ เราขอชี้อีกครั้งค่ะว่าแจฮวานหยิบกระเป๋าตังค์แดเนียลไปด้วยค่ะ55 ส่วนจะนัดเจอกันยังไงนั้นเราขอนำเสนอนวัตกรรมที่เรียกว่าkakao!! /ผายมือแบบทีวีไดเรก แต่จะว่าไปตอนย้อนอ่านตอนนี้เราก็อดคิดไม่ได้นะคะว่าแจฮวานบทเยอะกว่าซองอูซะอีก แหม เป็นดาราค่าตัวแพงก็งี้แหล่ะเนอะ

ทอล์กของวันนี้เหมือนเราอัดอั้นตันใจมาตลอดเดือนเลยค่ะ ขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้รำคาญ แฮะๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นขอโฆษณาอีกทีว่าทุกท่านสามารถไปร่วมพูดคุย กรีดร้อง บ่น และตามจิกได้ที่แฮชแท็ก #องเนียลชิฟเตอร์ ค่ะ

ทั้งนี้ขอบคุณผู้อ่านสำหรับทุกวิวและคอมเมนต์มาก สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #99 kittenO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 01:23
    ปรับความเข้าใจกันสักที!!!
    #99
    0
  2. #86 crazy_girl (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 02:47
    โอ้ยยย ชอบบลบบ
    #86
    0
  3. #77 Winterrin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 15:57
    ยังดีที่มาอัพค่ะ 5555555 เราเคยรอฟิคอื่นมานานกว่านี้ จุ๊บ
    #77
    0
  4. #76 lvsj (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 13:06
    น่อวววว กลับมาเจอกันแล้วววว ขอให้เป็นไปด้วยดี~
    #76
    0
  5. #75 ammykjd (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 22:11
    ตาแดนเขาก็ชิฟค่ะององ
    #75
    0
  6. #74 rikear_lope (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 22:06
    เคลียร์เลยค่ะคุณไหนๆก็เจอตัวเป็นๆแล้ว
    #74
    0
  7. #73 Gxbuide (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 11:36
    ดีกันแล้วใช่มะ
    #73
    0