[WannaOne] NielOng: In a Blue Moon

ตอนที่ 1 : 0: Intro [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,448
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    20 เม.ย. 61

กลับมาแล้วค่ะ... ขอโทษที่ทำให้รอนานด้วยนะคะ ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้นค่ะ /ร้องไห้ ทั้งนี้ที่ส่วนTalkขึ้นมาอยู่ตรงนี้เป็นเพราะว่าเรามีเรื่องที่ต้องแจ้งเกี่ยวกับการรีไรท์หลายอย่างค่ะ

อย่างแรกคือด้านเนื้อหาเลย หลายคนอาจจะพอเดาเรื่องพันธุ์ของซองอูและแดเนียลได้จากรูปปิดที่เคยอยู่ตรงหน้านิยายแต่ว่าเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างทำให้มีการเปลี่ยนพันธุ์สัตว์ที่ทั้งสองจะแปลงเป็นค่ะ นอกจากนั้นแล้วหลังจากการถกเถียง(กับตัวเอง)เราจึงได้ข้อสรุปว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจจะทำให้เนื้อหาหนักขึ้นนิดหน่อยนะคะ

อย่างที่สองคือสืบเนื่องจากด้านบน การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้การดำเนินเนื้อเรื่องเปลี่ยนไป จึงขอยึดเวอร์รีไรท์เป็นหลักค่ะ แต่ว่าเราจะยังไม่ล็อคตอนของเวอร์ชั่นแรกนะคะเผื่อใครอยากจะอ่านตรงไหน55

แล้วก็อย่างที่สามสำคัญที่สุดเลยคือ คนที่เคยอ่านแล้วสามารถข้ามตอนนี้ไปเลยก็ได้นะคะ เนื้อหาจะคล้ายๆเดิมแแต่ว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับชิฟเตอร์ที่ละเอียดขึ้นเพื่อให้คนที่ไม่รู้จักชิฟเตอร์เวิร์สเข้าใจมากขึ้นค่ะ

พบกันใหม่ที่Talkด้านล่างนะคะ


_____________________________________________________________________



            คำว่าโชคชะตาหมายถึงอะไร


            บางคนอาจจะคิดว่าโชคชะตาคือเส้นทางชีวิต สำหรับบางคนแล้วมันอาจจะหมายถึงเรื่องเพ้อฝันที่ไม่มีมูลความจริง สำหรับใครอีกหลายๆคนมันอาจจะเป็นแสงสว่างในทางอันมืดมิด


            ปลายปากกาสีน้ำเงินเข้มถูกตวัดทิ้งลายเส้นขยุกขยุยไว้บนแผ่นกระดาษที่เคยว่างเปล่า


            สายตาคมของชายหนุ่มหรี่มองตัวหนังสือของตัวเองบนกระดาษก่อนที่ศีรษะทุยจะเอนลงซบกับโต๊ะเลคเชอร์โดยที่สายตาไม่ละไปไหน


            เป็นโชคดีของเขาที่ห้องเลคเชอร์วันนี้ใหญ่พอ ซ้ำยังเต็มไปด้วยผู้เข้าฟังมากมายจนกริยาความขี้เกียจเล็กๆน้อยๆของเขาจึงไม่เรียกความเกลียดชังจากผู้บรรยายที่หน้าห้อง


            แต่หากว่ากันตามตรงแล้วคังแดเนียลไม่คิดว่าเขามีความจำเป็นอะไรที่จะต้องฟังการบรรยายในวันนี้


            ดวงตาหรี่ปรือลง เมื่อสมองต่อต้านการเรียนร่างกายก็เชื่อฟังทันที สติเขาเริ่มหลุดลอยไปยังหนังสือการ์ตูนที่กองค้างไว้ที่บ้านมากกว่าจะเป็นเนื้อหาที่ผู้บรรยายกำลังกล่าวอยู่


            “เชพชิฟเตอร์หรือที่มักถูกเรียกสั้นๆว่าชิฟเตอร์ มนุษย์ที่มีความสามารถพิเศษในการแปลงร่างเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งๆ


            บางคนกล่าวว่าพวกเขามีจุดเริ่มต้นมาจากความผิดพลาดของการสรรสร้างโลก


            บ้างก็บอกว่าชิฟเตอร์คือข้อพิสูจน์ของการต่อต้านธรรมชาติ


            พวกเขาคือตัวแทนของสิ่งชีวิตในตำนานที่มีอยู่จริง โดยในอดีตพวกเขาไม่ต่างอะไรจากแวมไพร์หรือมนุษย์หมาป่าที่เป็นเพียงตำนาน แต่ว่าวิทยาศาสตร์และหลักฐานได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขามีตัวตนอยู่จริง


            แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชิฟเตอร์ก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ หรอกนะ พวกเขาเหล่านี้มักปะปนอยู่กับคนทั่วไป คนรัก เพื่อนสนิท ป้าข้างบ้าน หรือแม้แต่คนข้างๆ คุณอาจจะเป็นชิฟเตอร์ก็ได้


            มีการคาดคะเนว่าประชากรประมาณห้าเปอร์เซ็นต์ของเกาหลีใต้เป็นชิฟเตอร์สายพันธุ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว วัว ม้า หรือแม้แต่หนู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพวกเขาเหล่านี้มักไม่เปิดเผยตน  ทำไมน่ะหรือ? ในอดีตพวกเขาเคยเป็นที่รังเกียจและหวาดกลัว เคยโดนหาว่าเป็นตัวประหลาดและถูกล่าจนเกือบหมดจากคาบสมุทรเกาหลี และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้อัตราส่วนของชิฟเตอร์ในเกาหลีมีน้อยกว่าสิบสองเปอร์เซ็นต์เมื่อวัดทั่วโลกเกินครึ่ง


            มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในอเมริกามีการสำรวจในปี 2014 ได้ผลว่าสายพันธุ์ของชิฟเตอร์หรือที่เรียกกันอย่างสุภาพว่ากลุ่มที่มีประชากรมากที่สุดคือชิฟเตอร์สุนัข รองลงมาคือประชากรกลุ่มสัตว์เท้ากีบคู่โดยเฉพาะผู้ที่สามารถแปลงเป็นสัตว์กลุ่มBovidae ซึ่งได้แก่วัว แพะ แกะ และพวกนี้น่ะนะ ส่วนที่สำรวจพบน้อยที่สุดคือกลุ่มแมวโดยเฉพาะพวกแมวใหญ่ แต่ว่ามีความเชื่อกันว่าที่สำรวจไม่พบเป็นเพราะชิฟเตอร์ในกลุ่มนี้มักไม่ชอบเปิดเผยตัวกันเท่าไหร่มากกว่า


            แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วสายพันธุ์ของชิฟเตอร์ไม่ได้มีผลกับสิ่งที่เราจะพูดต่อจากนี้เท่าไหร่” ชายวัยกลางคนในชุดสูทกึ่งทางการสูดหายใจเข้าลึกๆ เสียทีหนึ่ง เขาร่ายทั้งหมดนั้นในเวลาอันแสนสั้น การบรรยายพิเศษในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยโดยตรง แต่นั้นไม่ได้แปลว่าเขาจะสามารถยืดเยื้อจนเกินเวลาได้ นั่นทำให้เขาต้องรีบรวบรัดเนื้อหาให้จบก่อนถึงเวลาพักเที่ยง


            “ในด้านสังคมแล้ว ตั้งแต่ศตวรรษที่18 บทบาททางสังคมของชิฟเตอร์พัฒนาจากผู้โดนล่ามาสู่ส่วนหนึ่งของสังคม หากแต่พวกเขาก็ยังไม่ได้รับการยอมรับนัก จนกระทั่งในช่วงปลายศตวรรษที่19 เกิดกระแสการเรียกร้องสิทธิชิฟเตอร์ขึ้นในหลายๆส่วนของโลกและหลังจากหลายสอบปีในการรณรงค์ ชิฟเตอร์ก็มีสิทธิและเสรีภาพเช่นเดียวกับมนุษย์ทั่วไปในที่สุด


            ส่วนในเกาหลีใต้ กฎหมายรองรับชิฟเตอร์ถูกตราขึ้นตั้งแต่ปี19xx ชิฟเตอร์ทุกคนมีอิสรภาพในการเลือกว่าจะขึ้นทะเบียนชิฟเตอร์เพื่อรับการคุ้มครองในร่างแปลงหรือไม่ แต่ว่า… บางสังคมในประเทศยังต่อต้านการให้สิทธิเหล่านั้นแก่ชิฟเตอร์อยู่ด้วยค่านิยมว่าชิฟเตอร์คือกลุ่มคนที่อันตรายเนื่องจากชิฟเตอร์อาจจะเสียการควบคุมเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสารบางประเภท


            มันก็ไม่ต่างจากการใช้สารเสพติดหรือสารกระตุ้นประสาทของคนธรรมดาหรอกจริงไหม


            แต่นอกจากสารกระตุ้นจำพวกยาที่เป็นสารสังเคราะห์แล้วชิฟเตอร์ยังสามารถถูกกระตุ้นได้โดยกลิ่น” มือของเขาก็จับปากกาไวท์บอร์ดเขียนคำว่ากลิ่นขนาดใหญ่บนกระดาน


            “กลิ่นของชิฟเตอร์เป็นสิ่งเฉพาะตัวที่แต่ละคนจะมีไม่เหมือนกัน เป็นเอกลักษณ์เหมือนกับลายนิ้วมือของเราหรือลายของม้าลาย ที่เราเรียกกันว่ากลิ่นในที่นี้น่ะหมายถึงฟีโรโมน เป็นสารเคมีที่หลั่งออกจากร่างกายทางผิวหนัง อาจจจะส่งผลในด้านเพศหรือด้านอื่นๆ


            กลิ่นเฉพาะตัวของชิฟเตอร์ไม่ใช่กลิ่นสาบสัตว์ บางคนก็เป็นกลิ่นดอกไม้ บางคนกลิ่นเหมือนน้ำหอม บางคนอาจจะกลิ่นเหมือนสถานที่ หรือแม้แต่กลิ่นเหมือนสปาเกตตี้ครีมซอสเห็ดก็มี


            ถึงจะบรรยายมาแบบนี้แต่กลิ่นของชิฟเตอร์เบาบางมาก แทบจะไม่ได้กลิ่นกันเลยทีเดียว


            แต่ว่ากลิ่นนี้จะมีความเจาะจง คือต่อให้มีคนสามคนยืนห่างจากชิฟเตอร์คนเดียวกันในระยะห่างเท่ากันแต่สามคนนี้จะได้กลิ่นไม่เท่ากัน บางคนก็ได้กลิ่นแรง แต่บางคนอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้ ซึ่งกลิ่นนี้หากผู้ดมเป็นชิฟเตอร์ที่มีความเข้ากันของฟีโรโมนกลิ่นที่ดีเกินไปอาจจะส่งผลให้ผู้ดมเสียการควบคุมของตัวเองในหลายๆความหมายแหล่ะนะ


            จนถึงปัจจุบันเราก็ยังไม่สามารถหาความเชื่อมโยงระหว่างการได้กลิ่นกับสิ่งใดๆ ในตัวชิฟเตอร์คนนั้นๆ ได้เลย


            นอกจากเรื่องกลิ่นแล้วธรรมชาติของชิฟเตอร์ข้อใหญ่ๆ ที่เป็นที่รู้กันดีคือชิฟเตอร์จำเป็นจำต้องแปลงเป็นสัตว์ทุกๆ พักหนึ่ง ไม่เช่นนั้นแล้วพวกเขาอาจจะล้มป่วยลงเนื่องจากความแปรปรวนของร่างกาย” สไลด์บนหน้าจอเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามการบรรยายจนกระทั่งมันเลื่อนไปถึงรูปภาพของดาราตะวันตกชื่อดังหลายคนที่เปิดเผยตัวว่าเป็นชิฟเตอร์


            “เอาล่ะ พอกับเรื่องน่าเบื่อกันดีกว่า ต่อไปผมจะขอพูดถึงอิทธิพลของชิฟเตอร์ต่อชีวิตของเราๆ อย่างคร่าวๆ ก่อนนะครับ พวกคุณจำสามารถศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดได้จากห้องสมุดหรือลงวิชาเลือกในคณะสังคมศาสตร์ก็ได้นะครับ


            ปัจจุบันนี้ชิฟเตอร์ได้รับการยอมรับมากขึ้น โดยเฉพาะในสังคมตะวันตก นั่นทำให้คนดังหลายคนเปิดเผยว่าตัวเองเป็นชิฟเตอร์ ตอนนี้แม้แต่นักการเมืองหรือนายกของบางประเทศก็เป็นชิฟเตอร์ด้วยซ้ำ


            ข้อได้เปรียบหนึ่งของชิฟเตอร์คือความสามารถพิเศษที่ได้รับมาจากร่างสัตว์ ชิฟเตอร์มักจะมีความสามารถหรือพลังเหนือมนุษย์บางอย่างที่เป็นผลมาจากร่างสัตว์ของตัวเอง ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ชิฟเตอร์สุนัขก็อาจจะมีความสามารถในการดมกลิ่นที่ดีกว่าคน แต่ทั้งนี้ความสามารถเหล่านี้มักจะไม่มากนักเมื่อเทียบกับร่างสัตว์


            แต่ถึงจะไม่มาก ความต่างเล็กๆ น้อยๆ นี้ก็ถือเป็นข้อได้เปรียบใหญ่อย่างหนึ่งทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษาหรือประกอบอาชีพ อย่างเช่น กรมตำรวจของประเทศหนึ่งมีการรับสมัครงานโดยให้เงื่อนไขว่าจะพิจารณาชิฟเตอร์สุนัขเป็นพิเศษ อะไรแบบนี้” เขายกตัวอย่างพร้อมกับเปลี่ยนสไลด์ไปยังภาพที่แคปหน้าจอมาจากใบรับสมัครงานของจริงในอินเทอร์เน็ต ผู้บรรยายเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วยกยิ้มอย่างพอใจที่สามารถพูดสิ่งที่เตรียมมาทั้งหมดได้ในเวลา


            “แต่ทั้งนี้ผมไม่อยากให้คิดว่าการเป็นชิฟเตอร์ได้เปรียบ สูงส่ง หรือแปลกแยกจากมนุษย์ธรรมดาหรอกนะ ชิฟเตอร์เองก็มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบจากเรา นั่นก็ย่อมเป็นกฎของธรรมชาติ” หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีดำ บ่งบอกถึงตอนจบของการบรรยายในครั้งนี้ แต่ห้องบรรยายทั้งหมดก็ยังตกอยู่ในความเงียบจนกระทั่งร่างที่หน้าห้องกระแอมหนึ่งทีแล้วปิดการบรรยายด้วยการเปิดให้ถาม “เอาล่ะครับ มีใครมีคำถามไหมถ้าไม่มีผมก็ขอจบการบรรยายพิเศษครั้งนี้เลยละกัน ถ้าใครอยากเรียนเรื่องนี้อีกก็ลงวิชาเลือกของผมนะ”


            เมื่อจบคำพูด เสียงเลื่อนเก้าอี้ก็ดังในห้องสโลปพร้อม ๆกับเสียงพูดคุยจอกแจก บ้างก็คุยกันเรื่องอาหารกลางวัน บ้างก็พูดคุยถึงเนื้อหาที่ฟังบรรยายไปเมื่อครู่ แต่ท่ามกลางกลุ่มคนมากมายนั้นผมสีชมพูนมเย็นของคังแดเนียลก็โดดเด่นออกมาจนเพื่อนของเขาหาตัวได้ไม่ยาก


            “เฮ้ เนียล บรรยายเมื่อกี้เป็นไง” เพื่อนสนิทของเขาคว้าคอแดเนียลไว้พร้อมกับกระซิบข้างหูอย่างสงสัย ถามว่าสงสัยอะไรน่ะหรือ?


            แท้จริงแล้วการบรรยายที่พึ่งผ่านไปเมื่อครู่นั้นไม่ได้อยู่ในตารางที่เขาเลือกลงทะเบียน แต่แดเนียลถูกเพื่อนรัก (กัดฟันพูดมากๆ) อย่างคิมแจฮวานปลุกมาฟังการบรรยายพิเศษในครั้งนี้เนื่องจากแจฮวานอยากฟังความคิดเห็นของเหล่าคนที่ถูกพูดถึง


            ใช่ คุณเข้าใจถูกแล้ว


            คังแดเนียลเป็นชิฟเตอร์


            “ก็ตรง...ละมั้ง”


            “อย่ามั้งสิเฮ้ย!” คิมแจฮวานเบะปากพร้อมมองใบหน้าของแดเนียลโกรธๆ เขาอุตส่าห์ลากหมอนี่ออกมาเพื่อฟังบรรยายนี้โดยเฉพาะแต่แดเนียลกลับทำตัวอ่อนท่าทางเนือยเต็มที่เหมือนใกล้จะหลับเสียนี่


            “ช่างมันเถอะน่า เรื่องมันก็เป็นอย่างที่เขาพูดนั่นแหล่ะ ถึงจะเป็นชิฟเตอร์เองแต่ก็ใช่ว่าฉันจะต้องรู้แล้วก็ตอบได้ทุกอย่างซะหน่อย ฉันก็เคยเจอชิฟเตอร์อยู่แค่ครอบครัวตัวเองนี่แหล่ะน่า” ชายหนุ่มพูดตอบเพื่อนพร้อมกวาดขนมขบเคี้ยวที่เอามากินแก้เบื่อบนโต๊ะลงกระเป๋าสะพายก่อนผุดลุกขึ้นบิดขี้เกียจ


            เขามองหน้าเซ็งๆของเพื่อน หัวเราะเบาๆก่อนเดินออกจากห้องบรรยายกัน


            ชายหนุ่มทักทายคนรู้จักตลอดทาง ทั้งแดเนียลและแจฮวานต่างก็เป็นคนดังของมหาวิทยาลัยกันทั้งคู่ คนหนึ่งคือเจ้าของรอยยิ้มสดใสฮีลลิ่งหัวใจคนทั่วไป ส่วนอีกคนคือเจ้าของตำแหน่งราชาร้องเพลงของมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว


            “---อินฮาแล้วก็องซองอู เป็นนักแสดงที่แฟนตาจิโอ้พึ่งเปิดตัวมาล่ะ” ระหว่างทางพวกเขาก็แอบได้ยินเสียงวี้ดว้ายของสาวๆในชั้นเรียนซึ่งนั่นทำให้ใบหน้าเบื่อหน่ายของแจฮวานยิ่งดำมืดเข้าไปใหญ่ ชายหนุ่มเบะปากบ่นเมื่อพ้นจากระยะการได้ยินของผู้หญิงกลุ่มนั้น


            “ทำไมสาวๆถึงชอบแต่นักแสดงแบบนั้นกันนะ” แดเนียลได้แต่มองเพื่อนอย่างขบขันก่อนจะตบบ่าปลอบใจอีกฝ่าย


            “เอาน่า อย่างน้อยนายก็เสียงดี… แถมนักแสดงพวกนั้นน่ะ เอาเข้าจริงก็ไม่มาแย่งสาวๆกับนายหรอกน่า พวกเขาอยู่คนละโลกกับเราเลยนะ”


            คนละโลกจนเขาคิดว่าคงไม่มีวันโคจรมาบรรจบกันเด็ดขาด


            อยู่ห่างไกลจนเขาไม่คิดว่าจะได้เห็นตัวตนของคนเหล่านั้น



_____________________________________________________


Talk:

จบตอนแรกไปเรียบร้อยแล้วค่ะ สำหรับเวอร์ชั่นนี้จะละเอียดขึ้นเพื่ออธิบายเซ็ตติ้งคร่าวๆก่อนนะคะ สำหรับคนที่ยังสงสัยว่าShifter Verse คืออะไรหรืออยากอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ทางผู้เขียนขอแนะนำเว็บ Fanloreเลยค่ะ

ทั้งนี้อาจจะไม่ได้มาอัพรัวๆเหมือนช่วงแรกแต่จะมาต่อจนจบและพยายามไม่ดองข้ามเดือนค่ะ จะจบภายในปลายปีแน่นอน /ฮา

ปล. ค้นพบว่า # ในทวิตเตอร์พอเป็นภาษาไทยแล้วมันชอบError แล้วก็มีเพื่อนบอกมาว่าปัจจุบันนี้แท็กของคู่นี้ต้องเรียงตามโพสิชั่นด้วย... เราเลยจะขออนุญาติเปลี่ยนแท็กเป็น #NielOngShifter แทนนะคะ สามารถไปพูดคุยหรือตามจิกตามทวงได้ในทวิตเตอร์ค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #91 kittenO (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 23:38
    น่าติดตามมม
    #91
    0
  2. #80 อั๊ยย่ะน้องหล่ำ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 12:57
    กรี๊ดดดด กลับมาแล้ว
    #80
    0
  3. #66 PERO_Ov< (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 16:07
    น่าติดตามมากค่ะ เป็นแนวแนตาซีเหรอ
    โอบบ ชอบๆ
    #66
    0
  4. #38 -まリん- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 00:18
    กดเข้ามาแล้วถึงกับต้องไปหาตามในกูเกิลว่าชิฟเตอร์คืออะไร เป็นศัพท์ที่แปลกใหม่มากสำหรับเรา 555 แต่ชอบบ ปกติชอบแนวนี้อยู่แล้ว เหมือนโดนดึงดูด ????
    #38
    0
  5. #32 _ipchdsl (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 13:32
    พล็อตเรื่องน่าสนใจมาก ชอบบบ ;__;
    #32
    0
  6. #23 rikear_lope (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:19
    ดูลึกลับดีจังเลยค่ะ ชอบๆๆๆ
    #23
    0
  7. #20 baeqhanx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 12:53
    น่าสนใจมากเลยค่ะ ไม่เคยอ่านแนวนี้เลย
    #20
    0
  8. #17 pineapple129122 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 09:26
    น่าสนใจดี
    #17
    0
  9. #6 lvsj (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 15:22
    ติดตามค่าาา
    #6
    0
  10. #5 '' F FON.☂ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 19:16
    น่าสนใจมากเลยค่ะ รออ่านอยู่นะคะ
    #5
    0
  11. #4 prapawabe (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 12:40
    โหวววว รอนะคะ *-*
    #4
    0
  12. #3 Like Magic, (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 06:36
    น่าสนใจดีค่าาา
    #3
    0