คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #3 : The summer love :: [2] รสหวานหอมของความรัก
“ อ๊ะ! โทรุซังฮะ! นี่คุกกี้วนิลลาของร้านสปันจ์นี่! ของใครเหรอฮะ ผมกินได้มั๊ย QwQ ”
ผมอยู่ที่บ้านของวงดนตรีชื่อดังของพี่ นี่ก็เกือบอาทิตย์แล้วที่ผมรู้จักที่นี่ ผมมักมาหาพี่ที่นี่บ่อยๆ ช่วงนี้เป็นช่วงที่พวกพี่ๆไม่ค่อยมีงานกันมากนัก ผมจึงได้เล่นกับพวกเขามากขึ้น แต่วันนี้พี่เรียวไปออกรายการกับไดสุเกะซัง
“ อ้อ ” โทรุซังหันมาหาผมที่จ้องกล่องคุ้กกี้ตาเป็นมันที่ชั้นวางแล้วยิ้มอย่างมีความสุขกับท่าทางของผม เขามักจะเป็นแบบนี้ เขาเหมือนพี่ชายอีกคนของผมเลยละ “ กินเลย... ร้านโปรดของนายนี่~ ”
“ เฮ่! อันนั้นชั้นซื้อมานะ=[]=!! ” เสียงใครบางคนดังขึ้น เจ้าคนขี้แกล้งมาแล้วไง พี่ไคโตะมือเบสของวงพี่ คนนิสัยแบบนี้ไม่น่าจะเป็นเพื่อนของพี่เรียวเล้ย ผมล่ะผิดหวังจริงๆ =3=
“ คนขี้เหนียว แบ่งคนอื่นกินหน่อยสิ=3= ” ผมบ่นอุบอิบ
“ คิดว่าชั้นไม่ได้ยินรึไงไอ้ลูกหมา- -* ” ทำไมเขาไม่พูดดีๆกับผมบ้างนะ=3=~ “ กินๆไปเหอะ ยังไงชั้นก็ไม่ได้ซื้อมากินเองอยู่แล้ว-0- ”
พี่ไคโตะเดินเข้าไปนั่งกับโทรุซังที่นั่งอยู่ตรงโซฟาพร้อมพูดเรื่องงานกัน ผมที่กำลังมีความสุขกับขนมตรงหน้าก็ไม่สนใจอย่างอื่น ผมชอบคุกกี้ร้านนี้มากๆโดยเฉพาะรสวนิลลา เป็นร้านเบเกอรี่ชื่อดังที่ย่านการค้าของเมืองและคนเยอะทุกวัน ถ้าจะไปที่นั่นเพื่อซื้ออะไรซักอย่างที่นั่นตั้งเสียเวลาอย่างน้อย 15 นาทีเพื่อรอต่อแถว ถึงแม้ของที่นั่นจะแพงไปนิดแต่ผมก็มีความสุขที่ได้กินมัน >w<
พอดูเหมือนพี่ไคโตะจะหมดธุระเรื่องงานกับโทรุซัง เขาก็หันมาแหวผมเหมือนอย่างทุกวัน “ เฮ่! ไอ้ลูกหมา กินหกเต็มพื้นแล้ว เดี๋ยวมดก็ขึ้นหรอก ทำความสะอาดด้วย-0- ”
“ ผมรู้หรอกหน่า!=A= ” ผมตอบไป “ แล้วก็เลิกเรียกผมว่าไอ้ลูกหมาซักที= =* ผมมีชื่อนะ ”
เขาลุกขึ้น เดินมาหาผมก่อนจะแตะที่แก้มผม แย๊กกกกกกกก=[]=! เค้าทำอะไรเนี่ย ผมนิ่งและหน้าแดงเถิก ตั้งแต่วันงานปาร์ตี้ประมาณ5วันก่อน ผมมักหน้าแดงและใจเต้นทุกครั้งที่เขาเข้ามาใกล้ ให้ตายเถอะ ผมเป็นอะไรไปเนี่ย =A= ! นี่ผมชอบเขาจริงๆน่ะเหรอ !
“ ไอ้ลูกหมา กินคุกกี้เลอะแก้มหมดแล้ว ” พี่ไคโตะหยิบคุกกี้ออกจากแก้มผม เขามองหน้าและแสยะยิ้มกับท่าทีของผม “ มีน้องแบบนี้คงลำบากใจแย่เลย- -+ ” เขาพูดเสร็จก็เดินขึ้นชั้น 3 ไปและปิดประตูเข้าห้องเขา ผมแอบได้ยินเสียงหัวเราะหึๆด้วยล่ะ- -* ฮึ๋ยยยย มันน่าโมโหจริงๆ
ผมเดินไปนั่งลงกับโทรุซังที่โซฟาพร้อมกล่องคุกกี้ในมือและทำหน้าโมโหสุดขีด “ พี่ไคโตะเขาเกลียดผมมากรึไงกัน- -* ถ้าเกลียดนักก็พูดออกมาตรงๆเลยสิ- -* ” ผมบ่น
โทรุซังยิ้มและหัวเราะเบาๆ “ ชั้นว่าไม่ใช่หรอกนะ^^ ” เขาหยิบคุกกี้จากกล่องที่ผมถือมีชิ้นหนึ่ง “ ความจริง... ชั้นก็ไม่ชอบกินของแบบนี้เท่าไหร่ ทั้งหวานแล้วก็แห้ง เรียวก็ไม่แตะคุกกี้ ส่วนไดจังก็เกลียดรสวนิลลามากๆ และนายก็รู้... ไคโตะเขาไม่กินชอบหวาน แล้วนายคิดว่า... ทำไมเขาถึงต้องซื้อของแบบนี้เก็บไว้ติดบ้านล่ะ^^ ”
“
” ผมเงียบไป... อย่าถามผมแบบนั้น... ผมไม่รู้... ผมกำลังใจเต้น ผมกำลังหน้าแดง ผมทำอะไรไม่ถูก เหมือนกับว่าพี่ไคโตะเขากำลังให้ความสำคัญกับผม ทั้งๆที่มันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น... ใช่... ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น ผมก็ไม่อยากให้เป็น... มันสายเกินไปที่ผมจะมารักใครตอนนี้...
วันนี้ผมอยู่ที่นี่ตลอดทั้งวัน ตอนเที่ยง พี่ไคโตะมีถ่ายรายการและกลับมาตอนประมาณ 5 โมงเย็น ส่วนโทรุซังกับพี่เรียวไปออกรายการเกมโชว์ตอนช่วง 5โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม ส่วนไดสุเกะซังก็ไปออกรายการเดียวกับพี่ไคโตะ แต่กลับมาเปลี่ยนเสื้อที่นี่แล้วออกไปธุระต่อและบอกว่าจะเลยไปอพาทเม้นท์ของเขาเลย ซึ่งเขาก็เหมือนพี่ไคโตะที่มีอพาทเม้นต์ของตัวเอง แต่ไดสุเกะซังมักจะอยู่ที่นู้นบ่อยเอามากๆ ตอนนี้เวลาประมาณ 5 โมงครึ่ง พี่ไคโตะก็กลับมา เราอยู่ที่บ้านกันเพียง 2 คนอย่างเงียบๆ ผมทำกับข้าวเตรียมไว้ให้เขา ข้าวผัดเบคอนและขนมปังอบเนย ผมค่อนข้างมือฝีมือดีในการทำอาหาร เพราะผมไม่ได้เรียน ผมจึงมีเวลามากพอที่จะมานั่งลองนั่นลองนี่ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมทำให้พี่ไคโตะ ผมไม่รู้ว่าจะถูกปากเขารึเปล่า
“ รสชาติเป็นไงบ้างครับ? ”
เขาเคี้ยว กลืน แล้วพูด “ ก็พอกินได้-0- ถึงแม้จะได้อร่อยเท่าไดจังก็เถอะ ” แล้วเขาก็ตักอีกคำกินต่อ
“ ถ้าไม่อร่อยก็บอกมาดีกว่า ผมจะได้ทำอย่างอื่นที่ถูกปากมาให้ ” ผมพูด
“ เฮ่ ใจเย็นน่า ชั้นไม่ได้บอกว่ามันไม่อร่อยนี่ ” เขาพูดพร้อมกับฉุดมือผมลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ “ นั่งลงก่อนนะ ... ”
“
” ผมนั่งมองเขากินเงียบๆ วันนี้เขาดูเหนื่อยกับงานจริงๆ เป็นนักร้องซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆสินะ
พี่ไคโตะรวบช้อนก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาที่โต๊ะรับแขก เขาเอนตัวลงนอนแล้วพูด “ ฝากเก็บจานด้วยนะ วันนี้ชั้นเหนื่อยจนไม่มีแรงเถียงกับนายจริงๆ เอ้อ... ฝากเอาผ้าเย็นในตู้เย็นให้หน่อย ”
“ - -** ” ชิ เห็นว่าเหนื่อยหรอกนะถึงทำให้ ผมเดินไปเก็บจานและจัดการล้าง ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเย็นในตู้เย็นมาให้พี่ไคโตะที่ตอนนี้กำลังหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟา คงเหนื่อยจริงๆสินะ ผมเดินเข้าไปหาเขาก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆร่างใหญ่ตรงหน้า พร้อมคิดหรือจริงๆแล้วผมจะชอบเขาจริงๆ?
ร่างใหญ่ลืมตาตื่นและผมก็สะดุ้งเฮือกพร้อมรีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว ตะกี้เราทำอะไรไปเนี่ย! ผมเกือบจะจูบเขาไปซะแล้ว!!!=[]=!
“ นายกำลังจะทำอะไร? ” เขาดูไม่ตกใจกับการกระทำของผมเลย เขาดูเหนื่อยเกินกว่าจะพูดอะไร พี่ไคโตะเพียงแค่ลุกขึ้นและขยี้ตัวเองเบาๆ
“ ผะ.... ผ้าเย็น... ”
“ อื้ม... ขอบใจนะ... ”
“
” เขาฟุบลงนอนอีกครั้งโดยมีผ้าเย็นคลุมหน้าไว้ นี่ นอนตรงนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดนะ ไปนอนที่ห้องดีกว่า เดี๋ยวถ้าเป็นหวัดจะยุ่งเอา หรือจะให้ผมเอาผ้าห่มมาให้ แต่ผมคิดว่าคุณน่าจะอาบน้ำก่อนนะ นี่คือสิ่งที่ผมอยากพูด แต่คำพูดที่ออกมาจากปากผมกลับเป็น “ เดี๋ยวผมกลับก่อนนะ ” ผมพูดพลางลุกขึ้น ซึ่งพี่ไคโตะก็ลุกขึ้นมามองผม
“ จะกลับแล้วเหรอ... ”
“ ครับ... ถ้าผมกลับดึกคุณป้าจะว่าเอา แล้ว.. ฝากบอกพี่ด้วย อาหารอยู่ในตู้เย็นถ้าจะกินให้เวฟเอา... ” ผมพูดพร้อมเก็บกระเป๋าก่อนจะเดินออกไป
“ ... ” พี่ไคโตะเงียบ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอยากจะพูดบางอย่าง “ พรุ่งนี้ชั้นมีงานถ่ายรายการที่สวนสัตว์จนถึงเที่ยง ถ้านายว่าง... ชั้นอยากให้นายไปรอที่นั่น... ”
พี่ไคโตะกำลังชวนผมเที่ยวสวนสัตว์ ! ผมหูฝาดไปรึเปล่า ? ผมอยากจะหันไปและถามเขาอีกที แต่เขากลับหลับไปซะอย่างนั้น หรือเขาแค่ละเมอ... หรือความจริงแล้วผมไม่ควรจะไป... เขาอาจจะแค่พูดออกมาลอยๆก็ได้
วันรุ่งขึ้นอากาศแจ่มใสไม่มีฝน แดดออกแต่ไม่แรงมากนัก ตอนนี้เวลาประมาณ 11 โมงใกล้เที่ยง ผมยืนถือกล่องข้าวเที่ยง 2 ชุดที่ผมเพิ่งทำมายืนอยู่ใกล้ๆกองถ่ายในสวนสัตว์ ผู้คนเต็มไปหมด ได้ยินมาว่าพี่ไคโตะเป็นตัวแทนของวงมารายการนี้และมีดารานักร้องอีก 2-3 คนด้วย แต่ผมไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้ ผมเปลี่ยนมานั่งตรงม้านั่งข้างๆนั่น รู้สึกเหมือนคนโง่เลยแฮะ บางทีพี่ไคโตะเขาอาจจะพูดออกมาลอยๆก็ได้ หรือผมควรจะกลับดี TmT
หลังจากที่ผมรอกว่าหลายชั่วโมงและมองไม่เห็นพี่ไคโตะแล้ว ผมก็มองข้าวเที่ยงอย่างห่อเหี่ยว นี่มันก็ใกล้บ่าย 2 แล้ว... เราก็ไม่น่ามานั่งรอแบบนี้หรอก เขาเป็นนักร้องดัง มาเที่ยวอะไรแบบนี้ก็มีหวังได้เป็นข่าวพอดี... พอคิดอย่างนั้น ผมก็ลุกและกำลังจะเดินออกไป
“ ยูกิ!! ” เสียงคุ้นหูดังจากข้างหลังผม ชายหัวทองร่างสูงสวมเสื้อกันหนาวตัวหนาสีดำมีฮูดและหมวดแก๊ปดำพร้อมกับแว่นดำ อีกทั้งยังใส่แว่นดำอีดต่างหาก
“ อุ๊บบบบ ” ผมกลั้นหัวเราะ
“ แกหัวเราะอะไรน่ะไอ้ลูกหมา=[]=! ” เขาทำท่าหงุดหงิดเมื่อเห็นผม
“ ตลกชะมัด คุณน่ะเหมือนพวกผู้ร้ายลักพาตัวเด็กเลย^[]^! ”
“ อย่ามาว่าคนดังแบบนั้นนะเฟ้ยไอ้เด็กนรก=A=** ”
“ ฮ่าๆๆๆ ” ผมหัวเราะกับท่าทางของพี่ไคโตะก่อนจะจับมือเขาและพาไปยังโต๊ะร่มๆใต้ต้นไม้ใหญ่ๆ “ คงหิวล่ะสิครับ ไปกินข้าวกัน ผมทำเองเลยนะ^^ ”
“
” พี่ไคโตะไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มจางๆและตามผมมา
หลังจากเรากินข้าวกันอย่างเงียบๆก่อนพี่เขาจะถามว่าผมอยากไปดูอะไรก่อน ขณะที่ผมกำลังคิด คุณน้าผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นพนักงานก็เดินมาบอกว่าที่นี่มีบริการถ่ายรูปพร้อมกับลูกสิงโต พวกเราเดินตามน้าเคค้าและพบกับกรงสิงโตเตี้ยๆ เธอยกสิงโตมาให้ผม ... มัน ... มัน ... มันน่ารักสุดๆไปเลย=[]= !! เราได้ถ่ายรูปกัน 2 รูปโดยที่พี่ไคโตะถอดแว่นและหมวกออก พอพี่ไคโตะบอกว่าให้ไปกรงอื่นผมก็ยังกอดลูกสิงโตแน่น แง้ ~ อยากได้กลับบ้านอ๊าT3T พอคุณน้าถามว่าพวกเราเป็นแฟนกันรึเปล่า ผมก็วางลูกสิงโตลงและรีบผละไปกรงอื่น
หลังจากนั้นก็ไปดูกรงกระรอก เค้าให้พวกเราเข้าไปได้ เราให้อาหารกระรอกกันซักพักก็ไปดูช้างแอฟริกาที่กำลังพ่นน้ำแปร๋นๆ หลังจากนั้นก็ไปดูหมีแพนด้าที่กำลังเค้าเคลียร์กันในกรง น่ารักจาง ~ พวกเราเดินผ่านกรงยีราฟ แล้วก็เจอกับคนที่คุ้นตา
“ คะ... ไคโตะ... นี่=A=||| ”
พวกเราดันเจอกับ ไดสุเกะซังกับชายในชุดสูทคุ้นหน้าคนหนึ่ง เขามีรูปร่างสูงใหญ่ สูงกว่าไดสุเกะซังมาก ผมดำตัดสั้นสีดำดูเรียบร้อย อายุประมาณรุ่นเดียวกับไดสุเกะ แถมหน้ายังฝรั่งจ๋าและหล่อเอามากๆ ถ้าจำไม่ผิดเขาชื่อโทชิยูกิ คนที่เป็นหลานของคุณลุงเจ้าของค่ายเพลงพวกเราอละชอบมาถามหาไดสุเกะซังบ่อยๆที่บ้านใหญ่ พวกเขายืนอยู่หน้ากรงที่มียีราฟโผล่หัวออกมาจะเอาแครอทจากมือโทชิยูกิที่กำลังยืนมือไปอย่างกลัวๆกล้าๆโดยที่ไดสุเกะซังยืนหลบอยู่หลังเขา
“ นายให้แครอทมันได้ใช่ม๊าย... ชะ... ช่วยทำให้ดูหน่อยสิ=A=||| ” ไดสุเกะซังบอก หน้าเขาค่อนข้างซีด... ความจริงโทชิยูกิก็ดูไม่จืด รึว่าพวกเขาจะกลัวยีราฟ=A=|| (แต่ลิ้นมันก็น่ากลัวจริงๆนั่นแหล่ะ=[]=)
พี่ไคโตะเดินไปหยิบแครอทจากโทชิยูกิก่อนจะยื่นให้ยีราฟตัวนั้นอย่างไม่กลัวอะไร เขาดูเท่จริงๆ *0* !
“ ไม่เห็นต้องกลัวเลยนี่นาพวกนาย ” เขาพูดก่อนจะยื่นแครอทอีกชิ้นมาให้ผมลองให้อาหารมันดู ซึ่งผมก็ทำตามอย่างกลัวๆกล้าๆ แต่มันก็รับไปและดูมีความสุขดี
“ มันก็น่ารักดีหรอกถ้ามันไม่ใช่สัตว์ที่ยอมกินอาหารจากมือคนง่ายๆ- -* ” ไดสุเกะซังบอก
“ แล้วพวกนายมาทำอะไรกันน่ะ ” ไคโตะคุงพูด ก่อนจะมองไปที่หนุ่มผมดำที่ตัวสูงกว่าเขา “ อ้อ เดทนั้นเอง... นี่... อย่าบอกนะว่า ที่นายปฏิเสธงานออกรายการกับงานถ่ายแบบ ก็เพราะมาจู๋จี๋กับโทชิซัง ใช่มั๊ย-____,-b ”
“
.. ” พวกเขาหน้าแดงแจ๋เลย... นั่นสินะ ทำไมผมไม่สะกิดใจตั้งแต่แรกว่าเขาเป็นแฟนกัน... เอ๊!!!!!! แต่พวกเขาเป็นผู้ชายทั้งคู่นี่=[]=!!!
“ มะ... มะใช่ซักหน่อยนะเฟ้ย=A=*** ” ไดสุเกะคุงรีบปฏิเสธใหญ่ ฮ่าๆๆ พวกเขาเป็นคู่ที่น่ารักดีจริงๆ ผมว่าไดสุเกะซังต้องชอบโทชิยูกิซังมากแน่ๆ ถึงขนาดปฏิเสธงานเลย “ ละ... แล้วนายล่ะ มาเดท... มาเดทอยู่สินะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ ”
“ ชั้นไม่ได้มาเดทเฟ้ยยยยยย แค่พาไอ้ลูกหมาน้อยมาเปิดหูเปิดตาดูโลกกว้าง ” พี่ไคโตะพูด นี่คุณอยากมีเรื่องผมรึไง=A=! “ เอ้อ! แต่ชั้นทำงานเสร็จแล้วละเฟ้ย-_____,-b ”
“ อ่ะ... เอ่อ... ว่าไปยีราฟก็ตัวใหญ่มากเลยนะครับ ” ผมพูดขัดจังหวะพลางเดินไปมองยีราฟที่กรง
“ นั่นสินะ... ” พี่ไคโตะพูดพลางเดินมาอยู่ใกล้ๆกับผม “ ถ้าไดโนเสาร์มาอยู่ตรงหน้าเราคงตัวใหญ่ประมาณนี้ล่ะมั้ง ”
ชิ... ทำเป็นเท่นะ- -* ทั้งๆที่ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องแท้ๆ
“ มองอะไรไอ้ลูกหมา- - ” เขาหันมามองผมที่มองเขาอย่างเซ็งๆ
พี่ไคโตะมองไปยังไดสุเกะซังและโทชิยูกิที่กำลังช่วยกันให้แครอทที่เหลือกับยีราฟกันอย่างสนุกสนาน เขาหันมาหาผมพร้อมทำมือชู่และบอกว่า เราไปที่อื่นกันดีกว่า ไม่อยากมาขัดจังหวะการเดทของพวกเขา ผมมองพวกเขาสองคนก่อนจะยิ้มอย่างเข้าใจ นั่นสินะ... ไดสุเกะซังที่ช่วงก่อนหน้านี้เอาแต่เครียดกับอะไรหลายๆอย่างจนผมดูออก แต่เขาดูมีความสุขจัง
พวกเราเดินกันไปซักพัก ก่อนที่ผมจะเห็นป้ายบอกทางไปกรงเพนกวิน เท่านั้นแหล่ะ ผมก็วิ่งตรงไปยังกรงโดยไม่สนใจพี่ไคโตะเลยทีเดียว สัตว์ตัวโปรดของผมก็เพนกวิ้นน่ะสิ !! ชอบจริงๆๆ
พอผมเข้าใกล้กรง ก็มีเพนกวิ้นตัวหนึ่งว่ายขึ้นจากน้ำและมาชิดร่องกรงตรงที่ผมยืน พอผมจับหัว มันก็ทำหน้าเคลิ้ม สงสัยเจ้าตัวนี้จะชอบให้คนจับหัวสินะ ไคโตะซังที่วิ่งมาตามหลังก็ตะโกนโหวกเหวกโวยวายใหญ่ แต่พอเห็นว่าผมกำลังเล่นกับเจ้าเพนกวิ้นเขาก็ยืนมองผมอย่างเงียบๆ
ตกเย็นพวกเรากำลังจะกลับ พวกเราแวะร้านของฝากของสวนสัตว์ ไคโตะซังซื้อน้องตุ๊กตาเพนกวิ้นที่บีบไปมีเสียงตัวเท่าสองกำปั้นมาให้ ซึ่งผมก็ขอบคุณเขา ถึงแม้ผมจะอยากได้ไอ้ตัวใหญ่ 5หมื่นกว่าเยนที่ตั้งอยู่ตรงดิสเพลย์ร้านก็เถอะ
.
..
ความคิดเห็น