The Guardian of Maou เกิดใหม่เพื่อพิทักษ์จอมมาร

ตอนที่ 74 : บัญญัติที่ ๑๘ : คำมั่นของปีศาจและมังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    10 ก.ย. 61





อาณาจักรดรากอร์เนียร์ (เมืองหลวงของจักรวรรดิ์มังกร)

ณ ปราสาทดรากอร์เนียร์



ตึง!


ชายชราจักรพรรดิ์หรือราชาแห่งเผ่าพันธ์ุมังกรไทฟอนทันทีที่นั่งลงบัลลังค์สีแดงทองคำที่มีหน้าตาสัญลักษณ์ตามมุมเป็นหัวของมังกร



"เจ้ามีอะไรก็ว่ามา...จักรพรรดิ์มารแห่งเผ่าพันธ์ุปีศาจ"



ก็กล่าวขึ้นกับชายหนุ่มหน้าคมหล่อเหลาในชุดเกราะหนาสีทมิฬดูน่าเกรงขามและน่าหวาดหวั่นที่มาพร้อมกับพรรคพวกของเขาที่แต่ละคนล้วนมีระดับขั้น 20 ขึ้นไปทั้งนั้น นี่ยังไม่นับฮาเดสเทพเจ้าแห่งความตายที่มีระดับถึงขั้น 30 ที่อยู่ข้างชายคนนั้นเลยนะ


แต่ไม่ทันที่จะได้คำตอบอะไร เดย์ในร่างจักรพรรดิ์มารก็ดีดนิ้วเรียกแท่นบางอย่างขึ้นมาเหนือพื้นที่เขายืนอยู่พร้อมกับบัลงค์สีทมิฬอันน่าเกรงขาม ยกตัวเขาสูงขึ้นเทียบเท่ากับไทฟอนก่อนจะนั่งลงไปด้วยท่าทางสบายๆ


การกระทำนี้นั่นทำให้เทียแมทและเทียการ์เจ้าหญิงและเจ้าชายมังกร รวมถึงโอลิอ้อนแม่ทัพมังกรชายวัยกลางคนร่างบึกบึนสหายคนสนิทของไทฟอนไม่พอใจ


"เจ้าบังอาจไปแล้ว!คิดจะมาเทียบเท่ากับท่านพ่อ..."


"เทียแมทเทียการ์เงียบ!!"


ครืน


"ขออภัยค่ะ/ครับท่านพ่อ..."


ชายชราตวาดพร้อมส่งคลื่นพลังสั่งการบุตรสาวและบุตรชายแผ่จนพวกเขารับรู้ได้และชะงักไป ทำให้เดย์อดอมยิ้มไม่ได้และตบมือให้ไทฟอนเล็กน้อย ไทฟอนเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยที่เขาห้ามลูกทั้งสองไว้เพราะไม่อยากให้ก่อปัญหากับชายที่...


...น่าจะมีพลังเหนือกว่าเขาตรงหน้านี้


"........."


เทียแมทถึงจะไม่พอใจแต่เธอก็เป้นคนที่เชื่อฟังพ่อจึงยอมอย่างง่ายดาย ก่อนจะสัมผัสได้ถึงสายตาจากเดย์ที่มองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มจ้องเธออย่างไม่ลดละ ทำให้เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหลบเขาไปทางอื่น


"เอาเป็นว่าตาแก่ไทฟอนฉันจะเป็นคนพูดเองว่าที่พวกข้ากับท่านจะ...จักรพรรดิ์มารมาที่นี่เพื่อต้องการอะไรจากเจ้า"


ฮาเดสกล่าวพร้อมกัดฟันเล็กน้อยทันทีที่ต้องเรียกเดย์อดีตศัตรูคู่แค้นด้วยความเคารพ ไทฟอนเลิกคิ้วเล็กน้อยกับท่าทางของฮาเดส


ก่อนจะเลิกสนใจและติดใจตรงเนื้อหาของเนื้อความ


'แล้วไอ้เจ้านั่นจะมาด้วยทำไมถ้าไม่คิดจะพูดเอง...'


ไทฟอนมองหน้าตายไปทางเดย์ที่หาววอดๆนั่งชิลๆบนบัลลังค์ของเขา ก่อนจะหันมาฟังคำกล่าวของฮาเดสเทพเจ้าแห่งความตาย


"จงยินดีและปลาบปลื้ม...เพราะพวกเรามาที่นี่ตามประสงค์ขององค์จะ...จักรพรรดิ์มารที่ให้เกียร์ติอันสูงส่งกับพวกเจ้าในการเข้ารับการเป็นพันธมิตรต่อกัน"


"!!!"


"!!!"


ทันทีที่ฮาเดสกล่าวจบเหล่าผู้บังคับบัญชาทัพใหญ่ต่างๆของเผ่าพันธ์ุมังกรที่อยู่ในห้องโถงนี้เพื่อรับฟังการเจรจาของจักรพรรดิ์มาร ไม่เว้นแม้แต่เทียแมท เทียก้าร์และไทฟอนทันทีที่ได้ยินคำกล่าวนี้พวกเขาถึงกับตาเบิกโพลง


"ฮ่า ฮ่า!น่าขันน่าขันยิ่งนัก เป็นเกียร์ติอย่างงั้นเหรอ?พวกเจ้ามีสิทธิที่จะกล่าวแบบนั้นออกมาได้งั้นเหรอ น่าขันยิ่งนัก!ฮ่าๆ!"


"............"


ไทฟอนหลุดขำออกมาทันทีที่ฮาเดสกล่าวจบพร้อมมองมาที่ฮาเดสและเดย์อย่างขบขันด้วยสายตาดูถูกนั่นทำให้เหล่าลูกๆของเขาและแม่ทัพยิ้มขำในใจไปตามๆกัน ในขณะที่เดย์ยังคงไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับท่าทางของไทฟอน


ก่อนไทฟอนจะกล่าวต่อ


"จริงอยู่ที่ว่าเผ่าพันธ์ุปีศาจนั้นถือว่าเป็นเผ่าพันธ์ุที่แข็งแกร่งทัดเทียมกับเผ่าเทพ แต่ทว่าพวกเจ้านั้นไม่มีขุมพลังอำนาจเหมือนกับพวกมนุษย์"


"หมายถึงสิ่งมีชีวิตเผ่ามนุษย์ที่เจ้าเรียกว่าผู้กล้าอย่างงั้นเหรอ?"


เดย์ที่เงียบนั่งฟังมานานยิ้มกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์พร้อมกับแคะหูไปด้วย ด้วยท่าทางไม่ไว้หน้า ถึงแม้เหล่าแม่ทัพใหญ่มังกรทั้งหลายรวมถึงเทียแมทและเทียก้าร์จะไม่พอใจต่อการกระทำนั้น


แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่ทำตามคำสั่งของท่านพ่อของเธอหรือจักรพรรดิ์ของพวกเขา


"ใช่แล้ว ผู้กล้านั้นคือผู้ที่ถูกอัญเชิญมาโดยเวทศักดิ์สิทธิ์โบราณของเผ่าพันธ์ุมนุษย์ที่มีแต่มนุษย์เท่านั้นจึงจะใช้ได้


ผู้กล้าคือผู้ที่เปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาลและการเรียนรู้อย่างก้าวกระโดด นั่นจึงทำให้อดีตจอมมารของเผ่าพันธ์ุเจ้าต้องตายลงไปไง...


...เมื่อได้ฟังแบบนี้แล้วยังคิดอีกเหรอว่าทำไมพวกข้าต้องโง่พอที่จะต้องเป้นพันธมิตรกับเผ่าพันธ์ุของเจ้า ที่เป็นศัตรูคู่แค้นของเผ่าพันธ์ุมนุษย์ ทำแบบนั้นมันก็เท่ากับต้องกลายเป็นศัตรูกับพวกมนุษย์ด้วยน่ะสิ"


ไทฟอนกอดอกอธิบายอย่างมีเหตุมีผล


"โถ โถ ตาแก่มังกรเถ้าสงสัยคงแก่จนสมองทำงานเลอะเลือนแล้วน่ะสิ"


"บังอาจ!!"


ครืนน!!


แม่ทัพมังกรคนนึงฉุนขึ้นพร้อมถือหอกหมายจะพุ่งเข้าไปทำร้ายฮาเดส ที่บังอาจมาว่าร้ายจักรพรรดิ์ของพวกเขาโดยไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม แต่ไม่ทันได้ทำอะไรแม่ทัพคนนั้นก็ถูกจิตสังหารของฮาเดสทำให้ขาของเขาอ่อนแรงและทรุดเข่าลง


ตึง!


"ลูกน้องของแกไม่ค่อยจะมีมารยาทเลยนะตาแก่ งั้นขอพูดต่อละกัน..."


ทุกคนมองฮาเดสอย่างหวั่นเกรง สมแล้วที่ฮาเดสคืออดีต1ใน4มหาเทพแห่งเผ่าพันธ์ุเทพโอลิมปัส พี่น้องร่วมสายเลือดกับซุส โพไซดอนและเฮร่า


"...หึ"


เดย์ก็ยิ้มมองอย่างพอใจก่อนจะหันมาส่งสายตาให้กับเทียแมทดังเดิม นั่นจึงยิ่งทำให้เธอสงสัยว่าเหตุใดเขาถึงจ้องเธอเหมือนจะกินปานนั้น


"เรื่องพรรค์นั้นน่ะพวกข้ารู้อยู่แล้วไม่ต้องเท้าความถึงอดีตหรือประวัติศาสตรให้มันมากไปหรอก เพราะที่พวกข้ากับท่าน...จักรพรรดิ์มารมาที่นี่ย่อมมีข้อได้เปรียบที่จะทำให้การต่อรองนี่ทำให้เจ้ามาเข้าฝ่ายกับเราได้อยู่แล้ว"


ฮาเดสพูดแค่นั้นก็ก้มโค้งพร้อมกับเหล่าหัวหน้าเผ่าปีศาจทั้งหลายที่มาด้วยกัน พวกเขาก้มโค้งให้กับบัลลังค์สีทมิฬของเดย์ เดย์เห้นดังนั้นก้ยิ้มแค่นลุกขึ้นแล้วกอดอกกล่าวขึ้น


"เจ้าพูดถึงพลังอำนาจที่เรียกว่าผู้กล้าใช่ไหม?นั่นคือสิ่งที่พวกเจ้าและเทพกลัว...รู้สึกพวกเทพจะมีผู้กล้าหญิงคนนึงเข้าร่วมกับฝ่ายนั้นด้วยสินะ"


เดย์กล่าวพร้อมกับมองไปทางเทียแมทและเทียก้าร์


"นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เจ้าร้อนใจส่งบุตรสาวและบุตรชายไปยื่นเรื่องกับทางพวกมนุษย์ให้รู้ว่าพวกเจ้าอยู่ข้างเดียวกับพวกมัน


เพราะเจ้ารู้อยู่แล้วว่าถ้าพวกเทพได้ขุมพลังนั่นเมื่อไร มันก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวสิ่งใด ด้วยความอยากเป็นหนึ่งที่สุดของเผ่าพันธ์ุของพวกเทพ


ทำให้เจ้ารู้ว่าพวกมันต้องกำจัดเจ้าแน่นอนเช่นเดียวกัน เจ้าจึงไปรวมไปเข้าพวกกับมนุษย์..."


"เจ้ารู้เรื่องนั้นด้วยสินะ..."


ไทฟอนหรี่ตาลงมองเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะชายตรงหน้านั้นด้วยระดับพลังขนาดนั้นและเป็นถึงจักรพรรดิ์มาร คงไม่มีเรื่องอะไรที่เขาไม่รู้หรอกถ้าเขาอยากจะรู้ขึ้นมาจริงๆ


แต่คำพูดต่อมานี่แหละที่ทำให้ไทฟอนถึงกับตาเบิกโพลง


"ก็จะไม่รู้ได้ยังไงก็ผู้กล้าหญิงที่อยู่ที่อยู่กับเผ่าเทพนั่น...คือคนของข้าเอง"


"!!!!"


"!!!"


ทั่วท้องพระโรงต่างเบิกต่างโพลงขึ้นมาทันทีและเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าเขาพูดจริง จึงไม่รอให้พวกไทฟอนซักไซร้อะไร เขาก็หยิบหลักฐานขึ้นมา...


มันคือตราโลหะสีรูปดาบติดปีกซึ่งเป็นตราโลหะสัญลักษณ์ที่จะมาพร้อมทันทีที่ผู้กล้าคนนั้นถูกอัญเชิญมา และแน่นอนว่าไทฟอนก็รู้ถึงเรื่องนี้


ตรานี่ไม่ได้มีพลังอะไรแต่เป็นสิ่งของที่ยืนยันว่าเป็นผู้กล้าและต่อให้ทำหล่นหายที่ไหนซักที่ ผู้กล้าคนนั้นก็สามารถเรียกวาร์ปกลับคืนไปได้


และจากดูจากสีของมันซึ่งผู้กล้าแต่ละคนจะรับได้มาสีไม่เหมือนกัน ซึ่งสีของตรานี่เป็นสีชมพูสีเดียวกับผู้กล้าหญิงคนนั้นเคยถืออยู่ตอนที่พวกเขาเจอกับเธอ ส่วนของผู้กล้าไนท์เป็นสีขาว


และการที่ตรานี่อยู่ในมือจักรพรรดิ์มารหนุ่มตรงหน้านี้ ก็แสดงว่าเธอให้กับชายคนนี้ไว้เพื่อมายืนยันกับตนและเพื่อพิสูจน์ความจริงยิ่งขึ้นไปอีก เดย์จึงเปิดถ่ายเวทย์เปิดความสามารถพิเศษของตรานี่ นั่นก็คือการส่งสารข้อมูลจากผู้กล้าเจ้าของตรา


ฟุบ!!วุ่มม!!


ทันทีที่เดย์ถ่ายพลังเวทย์ลงไป ก็ปรากฎภาพของฮายอนขึ้นมาเป็นแสงวิบวับคล้ายโฮโลแกรมแต่มันเป็นคลื่นพลังเวทย์


"ถ้าพวกเจ้าไม่อยากถูกเผ่าเทพสังหารก็จงเข้าร่วมกับเผ่าปีศาจซะ"


วุ่มม


คำพูดของเธอมีแค่นั้นก่อนจะหายไปด้วยข้อความสั้นๆได้ใจความ ทำให้พวกมังกรนั้นไม่มีทางเลือกเพราะมีแต่ต้องเชื่อจริงๆแล้วว่าเผ่าปีศาจนั้นมีผู้กล้าไว้ครอบครองอีกคนนึง แถมดูเหมือนจะมีการวางแผนตลบหลังพวกเทพอีกด้วย


(ส่วนเรื่องตราผู้กล้า ฮายอนได้ให้ไว้ตอนที่เจอกันตอนก่อนหน้านี้)


"ออ...ทั้งหมดนี่คือแผนของเจ้านี่เองสินะ"


ไทฟอนเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ทั้งหมด ชายตรงหน้าเขาตรงนี้ต้องการที่จะให้เผ่าเทพและเผ่ามนุษย์เข่นฆ่ากันเอง นั่นทำให้ไทฟอนถึงกับคลี่ยิ้มขึ้นมา


"ฮ่าๆ!!ดูเหมือนยัยหนูทีอาจะได้พระสวามีที่ดีจริงๆฮ่าๆ!!"


ไทฟอนหัวเราะลั่นดังสนั่น นั่นทำให้เดย์ยิ้มแห้งๆเล็กน้อย เอาความจริงความดีความชอบในเรื่องนี้ต้องยกให้ฮายอนเลยละ ในหัวของเขามีแค่เรื่องการทำลายอาวุธผู้กล้าเท่านั้น ไม่ได้คิดวางแผนอื่นใดเลย


ก่อนเดย์จะตัดสินใจพูดต่อ...


"และเพื่อไม่ให้ทุกอย่างที่ข้าสร้างมาต้องพังลง ข้าจะให้พวกเจ้าทุกคนที่อยู่ในท้องพระโรงนี้แน่นอนว่ารวมถึงเหล่าสมุนของข้าด้วย..."


"........."


ฮาเดสเหลือบมองอย่างไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อเดย์เรียกมันว่าสมุนของมัน ก่อนจะเลิกสนใจหันมามองตรงหน้าต่อเพื่อดูท่าทีของไทฟอน


"ข้าจะขอทำพันธสัญญาสัจจะแห่งพระเจ้า"


"สัจจะแห่งพระเจ้า!!"


เทียแมทเป็นคนแรกที่อุทานขึ้นมาอย่างตกใจอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง พันธะสัญญานี่ขึ้นชื่อในเรื่องความซื่อสัตย์ เป็นพันธะที่ให้ทำคำสัตย์สาบานว่าจะทำอย่างที่พูดและถ้าทำไม่ได้หรือโป้ปดคนที่โดนพันธะสัญญานั้นจะต้องสูญสลายไปในทันที ไร้ตัวตนและไร้วิญญาณ


แต่ที่เธอตกใจไม่ใช่ความสามารถของมัน แต่มันคือเงื่อนไขที่ต้อง...มีระดับถึงขั้น 40


"ใช่แล้วยอดรักตัวข้านี้มีระดับมากกว่าขั้นสี่สิบยังไงละ"


"!!!"


พวกมังกรรวมถึงเทียก้าร์ตกใจขึ้นมาอีกครั้ง ไม่คิดว่าหนุ่มจักรพรรดิ์มารคนนี้ที่ดูยังหนุ่มยังแน่นจะมีพลังถึงระดับนั้น แต่สิ่งที่สะกิดหูของเทียแมท ไทฟอนและเทียก้าร์ คือคำที่เขาเรียกเธอ


"ใครคือยอดรักของเจ้ากันฮะ!"


เทียแมทตะโกนสวนอย่างไม่พอใจด้วยใบหน้าแดงเล็กน้อย เดย์เห้นดังนั้นก็คลี่ยิ้ม


"ไทฟอน..."


แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจและหันไปคุยกับท่านพ่อของเธอไทฟอนแทน ทำให้เทียแมทอยากจะกระโดดพุ่งไปตัดคอเขาที่แบกหน้าตากวนๆไว้นั่นจริงๆ


"เจ้าน่าจะรู้นะว่าตอนนี้สถานการณ์ของพวกข้านั้นกำลังได้เปรียบ ต่อให้เจ้าหักหลังข้าและร่วมมือกับสองเผ่าพันธ์ุนั้น แต่ก็อย่าลืมสิว่าเผ่าพันธ์ุของข้าตอนนี้แต่ก่อนเรียกว่าทัดเทียมกับพวกเทพแล้ว แต่ตอนนี้น่ะ...


พวกเราเหนือกว่าพวกมันมากนะ..."


เดย์ยิ้มกล่าวเจ้าเล่ห์พร้อมนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีอย่างมีชัยอย่างเห็นได้ชัด



"สรุปมาว่าเจ้าต้องการอะไรอีกไม่ต้องมาเวิ้นเว้อให้เสียเวลา" ไทฟอนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบ เดย์ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มมุมปากก่อนจะชี้ไปที่เทียแมท






"ข้าต้องการบุตรสาวของเจ้า"









ปล.คอมเม้น รีวิวและแชร์เป้นกำลังใจในการแต่งตอนต่อไปน้า
ปล2. ทีอา : .........
ฮายอน : ......
จูเลียส : ........





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #788 banthitnum (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 20:09
    ไหนบอกรักเดียวใจเดียว
    #788
    0
  2. #784 TimeStory (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 22:07

    อยากได้ลูกเขาขู่ซะขนาดนักเลยนะ

    #784
    0
  3. #783 MinParza567 (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 16:54
    สนุกมากเลยคับพี่ ขอบคุณคับที่ลง
    #783
    0