The Guardian of Maou เกิดใหม่เพื่อพิทักษ์จอมมาร

ตอนที่ 24 : ข้อที่ ๒๓ : ผู้พิทักษ์กับกองทัพมอนเตอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,470
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    5 พ.ย. 60





     "ทางหน่วยลาดตระเวณรายงานว่าตอนนี้กองทัพมอนเตอร์กำลังเคลื่อนที่มุ่งมาด้วยความเร็วสูงครับ คาดว่าอีกอีกไม่นานก็คงจะถึงพวกเ้ราครับ!" 


     ทหารของอาชาสีครามภายใต้การปกครองของพันเอกเอิร์ลกล่าวรายงานขึ้น


     ณ ตอนนี้เมืองเพเดร์ได้อยู่ในมาตราการการป้องกันระดับสูงโดยการร่วมมือจากกองทัพจากศูนย์บัญชาการหลักและเหล่านักผจญภัย เหล่าทหารและนักผจญภัยกว่า 12,500 คนได้แบ่งกองกำลังเป็นทั้งหมด 4 กองทัพ


     ทางประตูทิศเหนือของเมืองเพเดร์ที่คาดว่าจะมีกองกำลังมอนเตอร์แห่มามากที่สุดจึงมอบหน้าที่ดูแลนี้ให้กับกองทัพของพันเอกเอิร์ลและกองพันอาชาสีครามทหารสวมเกราะขาวที่มีสัญลักษณ์รูปม้าสีครามตรงเกราะไหล่ของเขาทั้งหมด 3,000 คน



     "ฮุย ฮุย!อาชาสีคราม!!"


     "หวังว่าทิศของเจ้าหนูนั่นกับท่านแคลร์จะรับมือไหวนะ" พันเอกเอิร์ลยิ้มกล่าว


     ซึ่งคาดว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้ แต่ด้วยจำนวนที่มากของกองกำลังมอนเตอร์ทางฝั่งประตูทิศเหนือแคลร์จึงให้กองกำลังทหารของเธอหรือของเมืองเพเดร์ไปช่วยอีก 500 คน ทำให้ประตูทิศเหนือมีกองทัพมนุษย์ทั้งหมด 3,500 คน



     "หึ หึ พวกเราอย่าไปน้อยหน้าพวกทหารของจักรวรรดิ์ละ ยังไงซะเมืองเพเดร์ของพวกเราพวกเราก็จะปกป้องให้ได้!"

     "เฮ!!"


     กิลมาสเตอร์ที่ดูแลประตูทิศใต้กล่าวปลุกใจ


     ทางประตูทิศใต้กองทัพที่ดูแลคือกองทัพของเหล่านักผจญภัยทั้ง 2,000 คนและกองทัพของแคลร์ที่ส่งไปช่วยทางด้านนี้อีก 1,000คน กองกำลังประตูทิศใต้นี้นำโดยกิลมาสเตอร์ของเมืองเพเดร์'วอร์เบิร์ต'ชายวัยกลางคนร่างใหญ่ที่มีระดับถึงขั้น 4 ระดับ 100 ทำให้กองกำลังทางประตูทิศใต้มีคนถึง 3,000คน



     "เจ้าคือนักเวทย์น้ำแข็งของท่านเจ้าเมืองสินะ"


     "ค่ะ ผู้พันดอร์ค"


     "เดี๋ยวทหารของข้า ข้าจะสั่งเอง เจ้าดูแลทหารของท่านเจ้าเมืองทีละ"


     "ค่ะ"


     นักเวทย์น้ำแข็งสาวไอน์โค้งรับคำสั่งกับผู้พันดอร์คที่อาวุโสกว่า แต่ในใจพอรู้ว่าพันโทดอร์คไม่ชอบใจเท่าไรที่นักเวทย์ดูแลสวนผักอย่างเธอมาช่วยในการนำทัพแบบนี้ ถึงจะได้คำยืนยันจากแคลร์ว่าไอน์มีฝีมือมากก็เถอะ


     ทางประตูทิศตะวันออกดูแลโดยกองทัพของพันโทดอร์คจำนวน 2,500คนและทหารของแคลร์อีก 500 คน กองทัพนี้นำโดยนักเวทย์น้ำแข็งของแคลร์'ไอน์'กับพันโทดอร์ค ทำให้กองทัพทางประตูทิศตะวันออกมีถึง 3,000คนเช่นกัน



     "ชายชุดทหารของจักรวรรดิ์คนนั้นที่ขี่ม้าข้างๆท่านแคลร์นั่นใครกันน่ะ จะมานำทัพพวกเราด้วยเหรอ?"


(***ชุดของทหารจะแตกต่างกันของแต่ละเมือง แต่จะมีสัญลักษณ์ของจักรวรรดิ์อยู่ติดที่หัวไหล่ของทหารทุกเมืองเพื่อบ่งบอกว่าเป็นทหารของจักรวรรดิ์ ส่วนคำว่า'ทหารของจักรวรรดิ์' หมายถึงทหารหลวงที่อยู่ในเมืองหลวงนั่นเองส่วนใหญ่จะแข็งแกร่งกว่าทหารของเมืองหน้าด่านหรือเมืองชั้นใน)


     "นั่นสิ จะให้มาทำตามคำสั่งนอกจากท่านแคลร์และท่านกริมเมอร์แบบนี้ก็ลำบากนา"


     เสียงของพวกทหารทางด้านทิศตะวันตกเริ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับสเวนที่ตอนนี้นั่งในท่าทางสงบนิ่งอยู่บนหลังม้าสีขาวข้างม้าของแคลร์


 
     ทางด้านทิศประตูตะวันตกที่มีกองทัพของเมืองเพเดร์หรือของแคลร์ที่เหลือ 3,000 คน นำกองทัพโดยแคลร์ กริมเมอร์และเดย์ แน่นอนว่าพวกทหารไม่รู้จักกับเดย์เพื่อให้คลายความแคลงใจและสงสัย...



     "ชายคนนี้ที่จะมานำทัพพวกคุณร่วมกับเรา เขามีนามว่าสเวน เขาเป็นคู่หมั้นของเรา เรื่องฝีมือเขาไม่ต้องห่วงได้เลยเขาถือว่าเป็นหัวกะทิในหมู่หัวกะทิของโรงเรียนเตรียมทหารระดับนายกองเลยทีเดียว 


     เวลานี้เป็นยามฉุกเฉินการที่จะให้พวกคุณเชื่อว่าเขามีความแข็งแกร่งที่เชื่อถือได้ไหมคงเป็นเรื่องยากสำหรับตอนนี้ แต่เราก็ขอให้พวกคุณเชื่อเราก็เพียงพอเราเอาชีวิตเรารับประกันเลยว่าคู่หมั้นของเราจะพาชัยชนะมาสู้เมืองเพเดร์แห่งนี้!!"


     "พวกเราเชื่อในตัวท่านแคลร์!!"


     "ท่านแคลร์ๆ!!"


     "ชัยชนะจะเป็นของพวกเรา!!"


     เฮ  เฮ!!


     "........."


     เดย์หันมายิ้มมองเธอเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าเธอจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เหล่าทหารของเธอได้ง่ายดายขนาดนี้ แสดงว่าพวกทหารเหล่านั้นคงเคารพและเชื่อใจเธอมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว 


     จุดนี้ทำให้เดย์อดที่จะชมเธอไม่ได้เพราะการเป็นที่เคารพขนาดนี้ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ถ้าไม่ได้ทำจากใจจริง แต่เดย์ก็ยังคงแอบเห็นสายตาของเธอที่มองออกไปยังชายป่านอกเมืองเพเดร์ 


     เป็นทิศที่พวกมอนเตอร์จะบุกมาสายตาของแคลร์ที่ถึงแม้จะสวมชุดเกราะสีขาวประจำตำแหน่งแม่ทัพอย่าสง่างามและน่าเกรงขาม แต่ในดวงตากลมโตสีม่วงอัญมณีของเธอสั่นไหวด้วยความกลัวลึกๆ


     หมับ


     "........"


     "ต้องให้บอกกี่รอบฮะ...ฉันบอกแล้วว่าจะปกป้องเธอเอง"


     หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้ราวกับว่าต่อไปนี้ทั้งสองคนไม่ใช่เพียงแค่คนที่เพิ่งรู้จักกันอีกแล้ว ความสัมพันธ์ที่แปรเปลี่ยนเพียงข้ามคืนทำให้ทั้งสองเลือกที่จะเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกอีกฝ่าย



     "อื้อ"

     แคลร์หันมายิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มที่เชื่อมั่นในตัวเขา ก่อนที่ทั้งสองจะไม่ทันได้พูดอะไรต่อกริมเมอร์องครักษ์ส่วนตัวของแคลร์ที่ช่วยนำทัพในครั้งนี้ก็กล่าวแทรกขึ้นมา



     "ตกลงชายคนนี้คือคนที่นายหญิงจะหมั้นด้วยจริงๆเหรอครับ?" 


     กริมเมอร์ขี่ม้าสีดำตัวใหญ่มาข้างๆ ก่อนจะเหลือบมองเดย์เล็กน้อย ยอมรับว่าชายตรงหน้านี้ดูดีมีสง่าราศรีจริงๆ แต่ที่เขาสงสัยและระแวงก็ไม่แปลกเพราะเขาอยู่กับแคลร์มาตั้งนานไม่คิดว่าแคลร์จะเลือกชายคนนี้ 


     ที่เป็นเพียงทหารหน้าใหม่ที่ยังไม่บรรจุถึงเรื่องสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารนายกองได้จริงตามที่แคลร์กล่าวกับเหล่าทหาร แต่ที่เหลือนั้นแต่งเติมทั้งสิ้น... 


     นั่นจึงทำให้กริมเมอร์เข้าใจว่านายหญิงของตนเลือกที่จะแต่งงานกับชายคนนี้จริงๆ แต่ชายคนนี้เขาก็แค่คนที่ช่วยชีวิตเธอจากนักฆ่าไม่ใช่เหรอ? ไม่น่าจะมีเหตุอะไรให้ถึงกับแต่งงานกับเขาเลยนี่ รู้จักกันถ้าจากที่ฟังก็เพียงแค่สามวันเองไม่ใช่เหรอ?



     "เราตัดสินใจแล้วกริมเมอร์แล้วจะไม่พูดซ้ำสอง เข้าเรื่องดีกว่าเรื่องที่เราให้ท่านไปตรวจสอบความผิดปกติของพวกมอนเตอร์ได้ความว่าอย่างไรบ้าง?"


     แคลร์ส่ายหน้าเลิกที่จะฟังคำถามนั้นของกริมเมอร์ ก่อนสีหน้าของเธอจะกลายเป็นจริงจังแล้วถามเรื่องที่เธอสั่งให้เขาไปทำ


     "พวกมันไม่ได้ขาดแคลนอาหารอย่างที่ท่านทั้งสองว่านั่นแหละ จากที่ข้าไปตรวจสอบมาพร้อมกับเหล่านักเวทย์ข้าได้พบความผิดปกติของพื้นที่ป่ารอบๆเมืองเพเดร์แห่งนี้"


     "มันคือ?"


     แคลร์กล่าวถามเมื่อกริมเมอร์พูดค้างไว้ เดย์ก็ตั้งใจฟังด้วยความอยากรู้เช่นกัน



     "มีวงเวทย์ขนาดใหญ่ถูกร่ายรอบๆบริเวณป่ารอบๆของเมืองเพเดร์ครับ และยังเป็นเวทย์ระดับสูง"


     "......."


     แคลร์หรี่ตาลงมองเล็กน้อย มันเป็นไปตามที่เธอคาดการณ์ไว้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน นี่มันไม่ได้เกิดจากธรรมชาติภัยพิบัติความกระหายเลือดของพวกมอนเตอร์ครั้งนี้มีผู้อยู่เบื้องหลัง 


     คนที่น่าจะทำแบบนี้ได้ถ้าไม่ใช่ศัตรูอย่างพวกจักรวรรดิ์อื่นก็คงเป็นฝีมือของ...



     "พวกปักษาทมิฬสินะ...นักฆ่าผู้หญิงคนนั้นก็น่าจะเป็นคนขององค์กรนั้น"


     แคลร์เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ เธอกัดฟันด้วยความแค้นใจพวกองค์กรนี้มันไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลย พวกมันสนแค่ทำให้เป้าหมายที่ได้รับได้สำเร็จลุล่วง แคลร์คาดว่าสิ่งนั้นก็คือแหวนมรดกของเธอ



     "แต่ทำไมมันถึงยังจ้องชิงแหวนนั่นอยู่ละ ในเมื่อผู้ว่าจ้างอย่างพันตรีเอริธโดนจับไปแล้ว?"


     เดย์ที่เงียบมานานกล่าวถามขึ้นอย่างสงสัย แคลร์กับกริมเมอร์มองมาที่เดย์เล็กน้อยอย่างแปลกใจเหมือนกับว่าเขาพลาดที่จะรู้อะไรบางอย่างไปเกี่ยวกับองค์กรนั้น



     "สเวนคุณไม่รู้เหรอว่าพวกปักษาทมิฬน่ะ...ถ้ามันเจอสิ่งของที่ถูกใจมันก็จะแย่งมาไม่ว่าจะด้วยวิธีแบบไหนก็ตาม ตอนนี้พวกมันจึงไม่สนผู้ว่าจ้างแล้วยังไงละคะ" 


แคลร์กล่าวอธิบายถึงความชั่วร้ายขององค์กรนี้ เดย์พอได้ฟังก็เข้าใจ แต่นั่นยิ่งเพิ่มความกังวลให้เขาไปอีก ถ้าพวกมันชั่วถึงขนาดนี้แล้วฮายอนจะจบด้วยการแค่ถูกควบคุมเฉยๆไหมนะ...



     'ถ้าพวกมันกล้าทำอะไรกับเธอ...ฉันขอสาบานเลยว่าจะกวาดล้างพวกมันให้หมดสิ้น'


     ครืน...


     เดย์กำหมัดแน่นตรงบังเหียนของม้า จิตสังหารของเขาที่ถูกแผ่ออกมาทำให้ผู้คนรอบๆสัมผัสได้ พวกเขาแทบจะหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียวและไม่คิดเลยว่าชายคู่หมั้นของเจ้าเมืองของพวกตนจะมีพลังถึงขนาดนี้


     "สเวน..."


     แคลร์ตกใจเล็กน้อยเมื่อจู่ๆเห็นสีตาของเขาจากสีฟ้ากลายเป็นสีแดงวูบหนึ่ง... 


     "กริมเมอร์ช่วยรายงานต่อทีค่ะว่าตอนนี้มีกองกำลังมอนเตอร์รูปแบบไหนบ้างที่กำลังมายังที่นี่" แคลร์จับมือของเดย์ให้เขาใจเย็นลงก่อนจะหันไปกล่าวถามกับองครักษ์ส่วนตัว


     "ก๊อบบลิน 5,000 ตน ฮอร์บก๊อบบลิน 3,000ตน ออร์ค 5,000ตน หมาป่าเขาเดียว 3,000ตัว หมียักษ์แดง 1000 ตัว แรดหิน 3,500ตัว งูยักษ์ตาเดียว 2,000ตัว ต้นไม้ปีศาจ 3,000ตัว โกเลมหิน 2,000ตัว แมงมุมพิษ 2,000ตัว ไซคลอป 500 ตัวและ...ราชันย์ราชสีห์เพลิง สัตว์มายาธาตุไฟ 1 ตัวครับ"


     กริมเมอร์กล่าวตัวสุดท้ายด้วยเสียงเครียด...


     "อะไรนะคะ!ทำไมสัตว์มายาแบบนั้นถึงมาอยู่แถวป่าของเมืองเราได้ นั่นมันมีระดับถึงขั้น 5เลยนะคะ!แถมยังมีหมียักษ์แดงระดับขั้น 3 และไซคลอปขั้น 4 อีก..."


     แคลร์อุทานออกมาด้วยน้ำเสียงเครียด...


     ในขณะที่เดย์ก็ลอบยิ้มเพราะแบบนี้พลังของเขาน่าจะขึ้นได้รัวๆเลย แถมทักษะอีกด้วย ตะกี้ถ้าฟังไม่ผิดสิงโตไฟอะไรนั่นจะมีระดับมากกว่ายมทูตที่เขาฆ่าตนแรกตั้งแต่มาที่โลกนี้อีกสินะ 


     "จัดทัพเตรียมพร้อมหน่วยระยะไกลนักธนู นักเวทย์อยู่ทัพหลังสนับสนุนทัพหน้า ทัพหน้าให้ทหารโล่ดาบมือดาวอยู่หน้าสุด ทหารหอกอยู่แถวที่สอง 


     ส่วนแถวสามของทัพหน้าเป็นต้นมาให้เป็นทหารราบที่ใช้อาวุธดาบ ขวาน ค้อนให้หมด จัดรูปขบวนแบบจัตุรัสเพื่อเตรียมการป้องกันและขอกองทัพหลังขึ้นไปอยู่บนกำแพงเมืองด้วย!!"


     เดย์ขี่ม้าทะยานออกไปยังหน้าของกองทัพ ก่อนจะกล่าวคำสั่งออกมาด้วยเสียงอันดังลั่น แต่เมื่อเดย์เห็นว่าพวกทหารยังคงอึ้งๆกันอยู่ 


     เขาก็โชว์ศักยภาพนำพลังธาตุสายฟ้าที่มีถึงระดับสามฟาดไปทางทิศข้างหน้าที่เป็นพื้นที่โล่ง ก่อนจะมีสายฟ้าพุ่งออกมาจากปลายดา่บคาตานะของเขาลงไปยังพื้นบริเวณจุดนั้นอย่างรุนแรง



     เปรี้ยงง!!!


     "ถ้าได้ยินก็ขานรับ!"


     "คะ...ครับ/ค่ะ!!"


     เหล่าทหารชายหญิงพอได้เห็นพลังของเดย์ก็สะดุ้งก่อนจะขานรับคำสั่งเสียงดังอย่างพร้อมเพรียงจัดขบวนทัพอย่างรวดเร็ว แคลร์กับกริมเมอร์พอได้เห็นก็อึ้งกับความเป็นผู้นำของเขา 


     ตึง ตึง!!!


     "มาแล้วสินะ..."


     เสียงพื้นเริ่มสนั่นหวั่นไหวจนทุกคนเริ่มรู้สึกได้ ทางหน้าด้านของชายป่าเริ่มมีต้นไม้หักโค่นลงเป็นจำนวนมาก เดย์ขี่ม้ากลับมาทางด้านหน้าอีกครั้งหลังจากวนรอบทัพเพื่อดูรูปขบวนพร้อมกับกริมเมอร์ ส่วนแคลร์เขาให้ไปอยู่หลังกับพวกนักเวทย์เพราะแคลร์นั้นไม่ได้เก่งกาจเรื่องการรบระยะประชิด


     "พลธนู นักเวทย์เตรียมพร้อม!!"


     เดย์สั่งการขึ้นทหารธนูบนกำแพง 200 คนและด้านล่างอีก300 คนก็เตรียมลูกศรยกค้างขึ้นฟ้าเพื่อเตรียมการยิง เหล่านักเวทย์อีก 500 คนก็ร่ายเวทย์เตรียมพร้อมแคลร์เองก็ด้วย


     ตึงง!!!


     "โฮกกก!!!"


     "ฮว้ากก!!"


     "ฮูมมม!!"


     ทันทีที่ต้นไม้ตรงชายป่าล้มลงพวกเขาก็เห็นเหล่าก็อบบลินและออร์คพุ่งออกมาจำนวนมาก ก่อนจะเป็นหมียักษ์แดงและไซคลอปที่โผล่ร่างอันใหญ่โตออกมาพร้อมคำรามเสียงดังลั่น


     "ยิงได้!!"


     ฟุบ ฟุบ  ฟุบๆๆ


     โฟร่วว!!


     เปรี้ยง!


     แช้ดด!!


     ทั้งลูกศรเคลือบเวทย์และคลื่นพลังเวทย์ไฟ กระสุนธาตุดิน น้ำก็ถูกยิงไปที่พวกมอนเตอร์อย่างรุนแรงจนเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง


     บรึ้มม!!!


     "โฮกก!!"


     การโจมตีครั้งนี้ทำให้พวกก็อบบลินตายลงไปเป็นจำนวนมากและพวกออร์คก็ด้วยเช่นกัน แต่กับพวกหมียักษ์แดง ไซคลอปสร้างได้เพียงบาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น 



     "ทหารโล่เตรียมการรับการปะทะมีแรดหินพุ่งตรงมาแล้ว!"


     เป็นทีของกริมเมอร์ที่สั่งการบ้างเมื่อเขาเห็นพวกแรดหินที่ตัวใหญ่ถึง 3 เมตรกำลังวิ่งพุ่งมาหลายตัวด้วยความเร็วสูง มันมาเพื่อจะเปิดทางให้กับพวกมอนเตอร์อื่นๆ นี่ราวกับว่ามีการสั่งการเลยทีเดียว ฝูงมอนเตอร์ที่ปะทะกับพวกเดย์นั้นมีประมาณ 8,000ตนซึ่งถือว่าเยอะพอสมควรกับฝั่งเขาที่มีแค่ 3,000คน



     ตึง ตึง!!


     "ทหารธาตุดินสร้างกำแพงดินขึ้นมาป้องกันให้พวกโล่อีกชั้น!!"


     เดย์สั่งการทหารนักเวทย์ที่เป็นธาตุดิน พวกเขารับคำสั่งรีบสร้างกำแพงดินขึ้นมา ด้วยความร่วมมือของเหล่านักเวทย์ทั้ง 500คนและเดย์ช่วยเสริมอีกทำให้มีกำแพงดินหนาและใหญ่เกิดขึ้นมา


     เปรี้ยงง!!


     เปรี๊ยะๆ


     "ตอนนี้แหละพลหอกแทงจุดที่เป็นรอยร้าวเลยพลธนูและนักเวทย์เตรียมซ้ำ" 


     เดย์สั่งการพร้อมดูจังหวะที่กำแพงใกล้แตกพร้อมต้องฉวยโอกาสนี้ที่พวกแรกชะงักโจมตีทันทีเพราะกำแพงจะแตกพอดิบพอดีทำให้พวกแรกอาจไม่ทันตั้งตัว


     เปรี้ยง!!


     ฮูมม!!


     พวกแรกถึงจะมีผิวที่แข็งแต่เมื่อโดนการผสานเวทย์ของพลหอกที่มีเหล่านักเวทย์คอยเพิ่มพลังบัพให้ทำให้พลังมีความรุนแรงมากกว่าเดิมสร้างบาดแผลให้พวกแรดได้พอสมควร ก่อนพวกมันจะโดนเหล่านักธนูและนักเวทย์โจมตีซ้ำจนตาย


     "ท่านสเวนสุดยอด!!"


     "เฮ เฮ!!!"


     พวกทหารถึงกับทึ่งที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่เดย์คิดไว้เป้ะอย่างไม่มีผิดเพี้ยน พวกเขาไม่คิดว่าการโจมตีฉับพลันแบบนี้จะสามารถเพิ่มความรุนแรงกับผิวของแรดหินได้มากขนาดนี้ แน่นอนว่าแคลร์กับกริมเมอร์ก็ยังอึ้งตลอดทุกการกระทำของเขา



     "เอาละทีนี้ก็สู้แบบปกติได้เลย ป้องกันแนวหลัง พวกนักเวทย์อย่าลืมใช้เวทย์ป่วนไซคลอปกับหมียักษ์แดงช่วยพวกแนวหน้าด้วยละ!!"


     เดย์สั่งการคำสั่งสุดท้าย ก่อนเขาจะควบม้าถือดาบคาตานะพุ่งตรงเข้าไปกลางดงของมอนเตอร์ท่ามกลางความตกใจของเหล่าทหาร แต่ไม่ทันที่พวกทหารจะได้กล่าวอะไร...



     ฟ้าวว!!


     เดย์ก็กระโดดทะยานออกจากหลังม้า เขาสังเกตุเลือดของพวกมอนเตอร์มากมายที่กองกับพื้นและตามบาดแผลของพวกมัน เดย์ก็ใช้ทักษะของแพทริกทันทีที่เขาให้มา



     "ควบคุมโลหิต"


     เดย์กล่าวสั้นๆก่อนกองเหลือจำนวนมากจะไหลมารวมกันเป็นรูปทรงกลมสีแดงกลางของกองทัพ เดย์ทำให้มันกลายสภาพเป็นเลือดที่แข็งตัว และทันทีที่เดย์กำหมัดมันก็กลายเป็นหนามแหลมสีแดงกระจายพุ่งเสียบแทงพวกก็อบลินและออร์ครวมถึงตัวอื่นๆตกตายเป็นจำนวนมาก



     ฉึกกๆๆๆ!!


     "ก๊าซซซ!!" 


     "ไหนลองนี่ดูสิ...ทักษะปลุกชีพศพ"


เดย์กล่าวขึ้นก่อนที่จะมีวงเวทย์สีดำเกิดขึ้นมากมาย ออกมาเป็นพวกซอมบี้ของก็อบบลิน ออร์ค แรดหินที่เขาเพิ่งฆ่าตายไปตะกี้กับพวกที่เขาเคยฆ่าก่อนหน้านี้ ซอมบี้โคบอลด์ก็มีและสุดท้ายเป็นซอมบี้ของ...ลาเมียร์


     พวกมันคงอาจตายไม่นานเลยยังไม่กลายเป็นโครงกระดูกละมั้ง...



     "ท่านเดย์มีพลังธาตุมืดสูงส่งขนาดนั้นเชียวรึ!"


     กริมเมอร์กับพวกทหารที่เห็นก็ตกใจ พวกเขาจำได้ว่าจากปากที่แคลร์กล่าวบอกเขาเป็นแค่ระดับทหารยศร้อยเอกเองไม่ใช่เหรอถึงจะมาจากโรงเรียนเตรียมทหารชั้นผู้กองก็เถอะ แต่พลังที่เขาแสดงอยู่ตอนนี้เผลอๆมันมากกว่าระดับผู้พันเสียด้วยซ้ำ



     ก๊าซซ!!


     พวกซอมบี้ก็อบบลิน ออร์ค โคบอลด์ แรดหินและลาเมียร์ถึงร่างซอมบี้จะอ่อนแอกว่าร่างจริงแต่พวกมันก้ทุ่นแรงได้เยอะ ซอมบี้ของเดย์มีประมาณ 500ตนได้ตอนนี้ 


     เขาสามารถอัญเชิญได้มากกว่าจอมเวทย์คนนั้นที่เขาฆ่าและชิงทักษะนี้มาได้เสียอีก แต่พอจะเชิญมากกว่านี้ก็ไม่ได้แล้วถึงจะใช้ลูกแก้วแรร์มานามาช่วยเพิ่มค่ามานาแล้วก็ตาม



     "สเวนระวัง!"


     แคลร์ร้องเตือนเมื่อเห็นหมียักษ์แดงสองตนพุ่งเข้ามาจากทั้งสองข้างของเดย์ เดย์ก็เหลือบมองเฉยๆก่อนเขาจะใช้ทักษะกายาภูติผี



     ตูมม!!


     หน้าของพวกมันชนกันเอง ก่อนเดย์จะใช้คาตานะสับหัวพวกมันขาดทั้งคู่อย่างว่องไว



     ฉัวะ ฉัวะ!!


     "บ้าน่าตัดหัวหมียักษ์แดงด้วยการฟันเพียงครั้งเดียวเรอะ!แถมถึงสองตัวฟันอย่างกับมันเป็นสไลม์อย่างงั้นแหละ!!!" 


     กริมเมอร์ที่สุขุมเยือกเย็นมาตลอด เขาก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า เขาว่าเขาลองสัมผัสพลังของเดย์ดูแล้วเดย์นั้นมีพลังน้อยกว่าเขาอีกไม่ใช่เหรอ?


     เขามีพลังพอๆกับพวกระดับนายพันเลยนะ แต่เขาก็ไม่สามารถฟันหัวของหมียักษ์แดงด้วยการโจมตีครั้งเดียวได้หรอกอย่างน้อยต้องเคลือบเวทย์รุนแรงและฟันมันจุดเดิมถึง 3 ทีเลยทีเดียว...หรือว่าดาบคาตานะของเดย์จะมีระดับสูงมาก?  



     "สเวนสุดยอดเลย..."


     แคลร์ที่ใช้เวทย์ก็มองเดย์อย่างทึ่ง ในใจก็อดภูมิใจไม่ได้ที่เธอนั้นจะได้แต่งงานกับคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เธอนี่ช่างโชคดีจริงๆที่ได้สามีทั้งหล่อและเก่งแบบนี้



     "สายลมเริง...ระบำ"


     ฉัวะ!!!!!


     "เขาฟันฆ่าไซคลอปด้วยการฟันครั้งเดียวพระเจ้า!!!"


     ทั้งทหารและกริมเมอร์ที่รับมือกับพวกออร์คตะโกนอุทานด้วยความตกใจสุดขีดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นเดย์หายไปจากจุดที่เขายืนอยู่ก่อนจะโผล่ไปด้านหลังของไซคลอปยักษ์ที่สูงถึง 10 เมตรเขาฟันมันผ่ากลางอย่างง่ายดายแบบนั้นได้ยังไง!!


     นี่มันราวกับเขากลายเป็นเทพสงครามไปแล้ว แคลร์ กริมเมอร์และเหล่าทหารเพเดร์มองไปยังเดย์ที่กำลังฟันพวกมอนเตอร์นับพันด้วยตัวคนเดียวด้วยกระบวานท่าฟันดาบแสนแปลกประหลาดของเขา


     เขาแทงที่ท้องของไซคลอปอีกตนก่อนจะลากดาบขึ้นผ่ากลางมันกลายเป็นสองท่อน จากนั้นเขาก็หมุนตวัดฟันกลับหลังสะบั้นคอพวกออร์คที่เข้ามาในระยะอย่างแม่นยำตายทีเดียว 5 ตัว 


     ท่วงท่าการฟันของเขาราวกับกำลังร่ายรำทุกครั้งที่มีมอนเตอร์เข้ามาใกล้เขามันก็จะกลายเป็นเพียงเศษของก้อนเนื้อ


     "อัศนีกัมปนาต!"


     เดย์ใช้ดาบคาตานะเคลือบเวทย์สายฟ้าระดับเกือบ 4 ชี้ไปที่พวกมอนเตอร์ตนนึง...



     เปรี้ยง!!


     เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ปรี้ยง!!!


     "ก๊าซซซ!!!"


     สายฟ้าที่ผ่ามอนเตอร์ตัวนั้นกระจายไปรอบๆข้างราวกับกำลังแผ่กระจายไปจุดที่มีมอนเตอร์อยู่ใกล้ๆ พวกมันโดนชอตร่างอย่างรุนแรงจนกลายเป็นเถ้าธุลี มอนเตอร์บริเวณนั้นที่มีประมาณหลายร้อยตนหายวับไปกับตาเหลือเพียงแค่เศษขี้เถ้าธุลี


     "เหยๆหมอนี่มันแค่ระดับขั้นสี่จริงๆเหรอเนี่ย"


     กริมเมอร์เริ่มไม่อยากเชื่อประสาทสัมผัสตัวเองแล้ว... 





ติ๊ง ติ๊งๆๆ!!!



[ท่านได้รับทักษะใหม่]

-(ทักษะคำราม ระดับ : B)
สามารถแผดเสียงคำรามสร้างความหวาดกลัวให้แก่ศัตรูได้ คล้ายๆกับจิตสังหารแต่กรณีของทักษะคำรามจะสามารถผลักศัตรูออกไปได้

-(ทักษะกายาหิน ระดับ : B)
สามารถทำให้ร่างลายแข็งดุจหินได้ จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของตนเอง 2 เท่าและกลายเป็นหินได้อีกด้วยเมื่อผู้ใช้หยุดอยู่กับที่เหมาะสำหรับการซ่อนตัว

-(ทักษะตาทิพย์แห่งไซคลอป ระดับ : A)
สามารถมองเห็นสิ่งที่ถูกกำบังได้หรือมองทะลุนั่นเอง และสามารถมองได้ไกลถึง 1 กิโลเมตร


[ท่านได้รับไอเทมใหม่]

-(ชุดหนังหมี ระดับ : B )
สามารถเพิ่มพลังต้านทานกายภาพ 30%และเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้ เหมาะกับการเดินทางในป่าหิมะหรือพื้นที่เขตหนาว

-(นอแรดหิน ระดับ : B)
มีความแข็งแรงทนทานถ้าทำเป็นอาวุธจะสามารถเป็นประเภทเจาะเกราะได้



     เสียงแจ้งได้รับทักษะและไอเทมใหม่ของเดย์ดังขึ้นรัวๆพร้อมกับพลังของเขาที่ฆ่าพวกมันก็มากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ตอนนี้เขามาอยู่ที่ระดับขั้น 5 กว่าแล้วจากการฆ่าไซคลอปและหมีแดงที่ระดับเยอะกว่าเขาซะส่วนใหญ่ การฆ่าล้างบางของเขาทำให้ตอนนี้เหลือมอนเตอร์เพียงแค่พันกว่าตนเท่านั้น ส่วนทหารของพวกเขาตายเพียงไม่กี่ร้อยคน


     "แฮ่ก...แบบนี้ชัยชนะเป็นของพวกเราแน่"


     แคลร์ที่ใช้มานาในการช่วยผู้บาดเจ็บและใช้เวทย์โจมตีไปด้วยทำให้เธอตอนนี้มานาหายไปเยอะพอสมควร เธอจึงมีสภาพเหนื่อยอย่างที่เห็น แต่อาจเพราะด้วยความเหนื่อยของเธอทำให้ประสาทสัมผัสรับรู้ของเธอช้าลง


     ฟุบบ!!


     "เอ้ะ?"


     ทำให้เธอไม่รู้ว่าตอนนี้หญิงสาวผมชมพูที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาดีในภาพแหวนขอมรดกเข้ามาใกล้ตัวเธอตอนไหน และทหารด้านหลังของเธอโดนฆ่าตอนไหน


     ภาพที่เธอเห็นตอนนี้คือหญิงสาวผมชมพูทะยานมาอยู่ตรงหน้าของเธอ ก่อนจะต่อยท้องของเธอ...


     ตึง!!


     "อั๊ก!"


     ชุดเกราะของเธอบุบตามความแรงของมันพร้อมกับแคลร์ที่กระอักเลือดออกมาคำโต เดย์ที่มีทักษะหูทิพย์มาจากทักษะส่วนตัวของเขาตอนอยู่โลกนั้นและยังมีทักษะตาทิพย์ของดวงตาแห่งไซคลอป์ทำให้เขาหันไปมองทิศที่แคลร์อยู่


     แล้วก็เห็นว่าแคลร์ถูก...ฮายอนพาตัวไป



     "กริมเมอร์ฝากดูกองทัพทีชั้นจะไปช่วยแคลร์เอง!"


     "ขะ...เข้าใจแล้วฝากด้วยท่านสเวน!"


     กริมเมอร์ก็เห็นเหตุการณ์ตะกี้เช่นเดียวกัน แต่เขาไม่สามารถฝ่ากองทัพมอนเตอร์ไปช่วยได้ทันเหมือนเดย์ตอนนี้ เดย์ทะยานอย่างรวดเร็วตามฮายอนที่อุ้มแคลร์ไปทันที


     "ฮายอน!!"









     ณ ที่แห่งหนึ่ง...






     "เจ้าคือจอมมารสินะ..."


     เสียงทรงอำนาจของหญิงสาวนางนึงในชุดเกราะสีดำน้ำเงินบนหลังม้าเหล็กสีดำตัวใหญ่ของเธอ เธอมีเรือนผมยาวสลวยถึงกลางหลังสีดำขลับ นัยต์ตาคมสีน้ำเงินมหาสมุทร 

     
     ใบหน้าสวยคมความงามของเธอมากยิ่งกว่าเหล่าเทพนางฟ้าบนสรวงสวรรค์กับผิวพรรณสีขาวอมชมพูสว่างสไว มือข้างขวาของเธอกำดาบเล่มยักษ์สีดำน้ำเงินไว้แน่นพร้อมปล่อยออร่าจิตสังหารที่รุนแรงออกมา


     กองทัพทหารชุดเกราะเหล็กหนัก ลักษณะของชุดเกราะของพวกเขาราวกับมันมาจากโลกอนาคตชุดของพวกเขาดูราวกับหุ่นยนต์นักรบ ทางด้านหลังก็ยังมีหุ่นยนต์ยักษ์ติดอาวุธขนาดใหญ่ถึง 5 เมตร


     ข้างในหุ่นยนและอาวุธที่พวกทหารถือบรรจุแกนพลังเวทย์ไว้เพื่อสามารถใช้ในการยิงพลังเวทย์ออกมาได้ตลอดโดยหลักการใช้คือนำมานาของตนเองถ่ายเทไปยังแกนพลังนั่นถ้าเทียบกับคฑาเวทย์อาวุธที่คล้ายปืนที่พวกทหารถือนี้ถือว่ามีประสิทธิภาพที่รุนแรงกว่า 2 ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว



     "โอ้จูเลียส...เจ้าอยู่กับจักรวรรดิ์คลาวด์ฮาร์ทนี่เอง"


     จักรวรรดิ์คลาวด์ฮาร์ทคือจักรวรรดิ์ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยกว่า 3 จักรวรรดิ์ที่เหลือ ถ้าพูดถึงยุทโธปกรณ์ด้านอาวุธละก็จักรวรรดิ์คลาวด์ฮาร์ทนี้มีอาวุธที่น่ากลัวที่สุด ขนาดสามารถสร้า่งหุ่นยนต์ยักษ์เหล็กได้เลยทีเดียว


     "......"

     ทีอามองไปยังจูเลียสแล้วพอลองสัมผัสประเมินพลังดูปรากฎว่าเธอมีระดับถึงขั้น 13 ระดับ 90 เลยทีเดียว นั่นเป็นสิ่งที่ทีอาตกใจอย่างมาก เพราะจูเลียสชาติก่อนกว่าจะมีระดับถึงตอนนี้ได้ก็มีอายุถึง 35 ปีแล้ว...



     'ถ้าไม่กำจัดมันเสียตอนนี้...เห็นทีภายภาคหน้าคงเป็นปัญหากับปีศาจอย่างแน่นอน ถ้าปล่อยให้มันเติบโตมากกว่านี้ละก็'


     ทีอาคิดในใจในขณะที่ยืนอยู่หน้าทัพกองกำลังปีศาจนับ 2 แสนตนโดยทัพของจูเลียสมีเพียงแค่ 1 หมื่นคนเพราะเธอแค่ใช้กำลังทหารของจักรวรรดิ์ส่วนน้อยมาสำรวจตามพระบัญชาของราชาเพียงเท่านั้น เพราะเขาให้หาสาเหตุที่ป่าแห่งนี้มีคลื่นพลังงานลึกลับบางอย่าง


     ราชาและราชินีของจักรวรรดิ์คลาวด์ฮาร์ทเท่าที่ทีอาได้ยินมา พวกเขาแข็งแกร่งกว่าราชาจักรวรรดิ์อื่นๆเสียอีก แถมพวกเขานั้นยังฉลาดกว่าอีกด้วย พูดตามตรงจักรวรรดิ์ที่ทีอากลัวที่สุดก็คือจักรวรรดิ์คลาวด์ฮาร์ทนี่ละ



     "ทะ...ท่านจูเลียสข้าว่าพวกเราควรรีบหนีก่อนดีกว่านะครับ เราควรแจ้งกับพระราชาก่อนดีกว่า พวกเราไม่สามารถชนะผู้หญิงคนนั้นได้หรอกครับต่อให้เธอไม่ใช่จอมมารก็ตาม แถมหน้าที่สังหารจอมมารเป็นของ..."


     "เจ้าจะบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของผู้กล้าอย่างงั้นเรอะ..."


     "ขอรับ..."


     จูเลียสแสดงสีหน้าที่ไม่พอใจมาทางแม่ทัพชายวัยกลางที่มาด้วยกับตน เขาเป็นคนฉลาดและคิดรอบคอบเสมอและต่อให้ไม่ฉลาดก็เถอะแต่ดูยังไงพวกเขาที่มีทหารเพียงแค่นี้ถึงจะมียุทโธปกรณ์ที่ล้ำกว่าแต่ก็ไม่มีทางชนะกองกำลังปีศาจที่มีมากกว่าตนถึง 20 เท่าได้หรอก



     "เจ้าปวกเปียกนั่นเนี่ยนะจะสามารถชนะจอมมารได้ ตอนข้าเจอกับมันมันยังไม่สามารถสร้างบาดแผลให้ข้าได้เลยเสียด้วยซ้ำ"


     จูเลียสกล่าวเย้ยยันเมื่อนึกถึงตอนที่เจอกับผู้กล้าหนุ่ม เป็นตอนที่เธอไปเยี่ยมน้องสาววานาดีสของเธอที่จักรวรรดิ์โรฮันเนสล่า 


     แน่นอนว่าถึงจักรวรรดิ์ทั้งสองจะวางตัวเป็นศัตรูกันแต่ความสัมพันธ์พี่น้องของพวกเธอก็ไม่เกี่ยววานาดีสอย่างพวกเธอไม่สนใจใครหน้าไหนอยู่แล้ว



     "นั่นเพราะท่านผู้กล้ายังเพิ่งเริ่มเรียนรู้ได้ไม่นานเองขอรับหลังจากถูกอัญเชิญมา ถ้าให้เวลาเขารับรองว่าเขาต้องแข็งแกร่งแน่นอน และเราต้องหาทางนำเขามาฝ่ายจักรวรรดิ์ของเราอีกด้วย"


     แม่ทัพวัยกลางคนน้อมกล่าว...



     "หึ ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ ข้ายอมรับแผนการณ์ของเจ้าละกันเราต้องหาทางหนีและไปแจ้งแก่ราชา พวกเจ้านำกองกำลังหนีไปก่อนเดี๋ยวข้าจะถ่วงเวลานาง..."


     โพละ!!


     เสียงอะไรบางอย่างระเบิดกระจายออกมาโดยไม่ทันที่วานาดีสสาวจะกล่าวจบ หัวของแม่ทัพวัยกลางคนคนสนิทของเธอกับหัวของทหารนับหมื่นก็ระเบิดออกมา...


     แต่เธอที่ต้านพลังนั้นได้ทำให้มีแต่แขนของเธอเท่านั้นที่ถูกระเบิดออกมาแทนที่จะเป็นศรีษะของเธอ...



     "อ๊าาาาา!!!!!"


     จูเลียสร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เธอกลิ้งตกจากหลังม้าจับแขนที่ระเบิดของตนกับพื้นดิ้นอย่างทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด 


     จูเลียสกัดฟันระงับความเจ็บปวดพร้อมมองด้วยสายตาอาฆาตแค้นไปทางหญิงสาวผมขาวที่นั่งอยู่บนหลังมังกรดำด้วยท่าทางชิลๆ...เธออยู่ในท่าเหมือนเพิ่งดีดนิ้วไปตะกี้


     "!!!"


     จะบอกว่าที่ผู้หญิงคนนั้นทำให้ทหารที่แข็งแกร่งนับหมื่นของจูเลียสต้องตายและเสียแขนของเธอไปอย่างง่ายดายตะกี้ เพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นเพียงแค่ดีดนิ้วอย่างั้นเหรอ!


     ทีอามองมาที่จูเลียสที่นอนอยู่กับพื้นในท่าจับแขนที่ขาดของตนและมองมาที่เธอด้วยสายตาอาฆาตแค้น



     "เห...หัวของเธอไม่ระเบิดอย่างงั้นเหรอเนี่ย"


     ทีอากล่าวอย่างประหลาดใจด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะหันมามองกองทัพของตนก่อนจะส่ายหน้า รู้สึกเธอจะเข้าใจผิดคิดว่าจูเลียสนำกองทัพมาเยอะเธอจึงนำทัพมาด้วย เพราะท่าจูเลียสนำคนมาซักหลายแสนคนจะให้เธอมานั่งดีดนิ้วฆ่าหมดก็คงไม่ไหวเพราะมันกินมานาเธอพอสมควร



     "เจ้านี่ทำให้ข้ายุ่งยากเสียจริงนะ...แต่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพวกน้องสาวของเจ้าก็จะตามไปเอง"


     ทีอากล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ก่อนจะชี้นิ้วมาที่จูเลียสที่อยู่ห่างกับเธอหลายร้อยเมตร พร้อมปรากฎคลื่นพลังสีดำที่นิ้วของเธอ



     ซูมมม!!!


     จูเลียสกัดฟันมองลำแสงสีดำตรงหน้าที่พุ่งมาด้วยความเจ็บใจ เธอที่เป็นถึงวานาดีสที่แข็งแกร่งที่สุดกลับต้องมาตายอย่างอนาถด้วยสภาพนี้...



     "เดียรินี่น้องข้า...ถ้าเจ้าได้ยินเสียงข้า...ข้าอยากให้เจ้าอย่าสู้กับจอมมาร..."


     บรึ้มมม!!!


     เสียงระเบิดดังสั่นหวั่นไหวพื้นที่หลายกิลโเมตรที่จูเลียสอยู่เหลือเพียงแต่หลุมขนาดใหญ่เพียงเท่านั้น...







     พรึบ!!


     "ทะ...ท่านพี่"


     ณ ปราสาทแห่งหนึ่งหญิงสาวผมชมพูอ่อนสั้นลอนในชุดกิโมโนสีชมพูลายดอกไม้สีม่วง นัยต์ตากลมโตคู่หวานสีม่วงอัญมณีของเธอเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินเสียงสุดท้ายของผู้เป็นพี่ 


     เธอกัดฟันกำดาบคาตานะในมือแน่นพร้อมปล่อยออร่าจิตสังหารที่รุนแรงออกมาด้วยความแค้นใจ



     "ฉันจะ...ไม่หนีค่ะท่านพี่...ฉันจะล้างแค้นให้ท่านพี่"


     หญิงสาวหน้าสวยออกทางน่ารักกล่าวขึ้น ก่อนจะทะยานออกจากห้องนอนของตนในปราสาทของจักรวรรดิ์โรฮันเนสล่า ใช่แล้วเธอคือวานาดีสที่ประจำอยู่ที่จักรวรรดิ์โรฮันเนสล่าที่เดย์อยู่นั่นเอง








ข้อมูลเดย์

[เดย์ ข้ารับใช้จอมมาร]
[สเวน]
ฉายา : ผู้ปราบวิญญาณ 
นักผจญภัยระดับ : B
อาชีพ : นักดาบ
ระดับ : ขั้น 4>5 ระดับ 50>75
เลเวล : 350

พลังธาตุ :
[ธาตุลมระดับ 4 : 0 ดาว]
[ธาตุไฟระดับ 2 : 6 ดาว]
[ธาตุน้ำระดับ 2 : 2 ดาว]
[ธาตุดินระดับ 2 :2 ดาว]
[ธาตุสายฟ้าระดับ 3 : 6 ดาว]
[ธาตุแสงระดับ 2 : 0 ดาว]
[ธาตุความมืดระดับ 2 : 4 ดาว]

ทักษะ : 
-ควบคุมโลหิต                          ระดับ S
- กายาภูติผี                              ระดับ SS
-เคลื่อนย้ายควัน                     ระดับ S
-สายลมเริงระบำ                      ระดับ S
-ทักษะกรดแห่งไสลม์             ระดับ E
-ทักษะสร้างทายาทกับทุกเผ่า ระดับ A
-ทักษะทำอาหาร                    ระดับ B
-ทักษะเย็บปักถักร้อย              ระดับ  A
-ทักษะทำความสะอาด            ระดับ B
-ทักษะต้านทานกายภาพ       ระดับ : A
-ทักษะลุ่มหลง                      ระดับ : A
-ทักษะแรงดึงดูด                   ระดับ : S
-พยัคฆ์อัศนีบาต                    ระดับ : A  
-ทักษะอาภรณ์แสง                ระดับ : B
-ทักษะปลุกชีพศพ                  ระดับ : S
-ทักษะควบคุมเงา                  ระดับ : A
-ทักษะคำราม                            ระดับ : B
-ทักษะกายาหิน                         ระดับ : B
-ทักษะตาทิพย์แห่งไซคลอป     ระดับ : A

อาวุธ :
- ดาบคาตานะ   (ต่างโลก) ระดับ : SSS
-ปืนไรเฟิล M41 (ต่างโลก) ระดับ : SSS
-ปืนพก DSE      (ต่างโลก) ระดับ : SSS
-เคียวยมทูต                        ระดับ : A

ชุดอุปกรณ์
-ชุดผู้กอง (ต่างโลก) ระดับ : A
-ชุดยมทูต                 ระดับ : A
-หน้ากากยมทูต        ระดับ : A
-ลูกแก้วแรร์มานา     ระดับ : A
-ชุดหนังหมี                ระดับ : B




ปล.คอมเม้นเป็นกำลังใจในการแต่งตอนต่อไปด้วยนะงับ โหวต เม้้น แชร์ให้ด้วยถ้าชอบกันนะครับ
ปล.2ตอนนี้ยาวจุง
























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

817 ความคิดเห็น

  1. #599 wuttichaiwutti (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:38
    อืมๆ ดีดนิ้วก็ตาย ?โหดโคตรๆ
    #599
    0
  2. #594 ง่วงทั้งวัน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:11
    ลืมเปลี่ยนระดับเลเวลปะครับ ยัง350อยู่เลย
    #594
    0
  3. #267 chacor. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 03:39
    ที่จริงอยากให้มีทีอากับฮายอนและสาวแวมไพร์ ละมั้งนะ....
    #267
    0
  4. #223 ZEAL3IX (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 12:26
    3-5 คนพอครับฮาเร็ม มากเกินมันเสียความสนุก จริงๆนะความสนุกมันหายไปเลยอ่ะถ้าเยอะเกิน
    #223
    0
  5. #216 Kasegawa Run (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 14:33
    ไม่อยากให้ฮาเร็มๆวขนาดนี้ มาแปปเดียวฮาเร็มเต็มเลย ยังรออยู่นะ ทั้งเดย์กับโซล
    #216
    1
    • #216-1 เอเรน(จากตอนที่ 24)
      5 พฤศจิกายน 2560 / 15:07
      คงยากครับ เรื่องนี้มีอำนาจการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
      #216-1
  6. #215 thatchnotewong (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 14:22
    อยากให้ทีอาเสร็จเดย์คลแรก..และเพิ่มบทให้ทีอาเยอะๆๆๆๆๆๆๆ
    #215
    0
  7. #214 25440501 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 14:11
    สู้ๆช่วยฮายอนให้ได้นะ?(???)?
    #214
    0
  8. #213 ford042 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 14:09
    เดย์รีบให้ถึงขั้น15 16 เร็ว!!!
    #213
    0