I am Chimera เมื่อผมเกิดมาเป็นคิเมร่า

ตอนที่ 15 : หัวที่ ๑๕ : ก๊อบลิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    23 ก.ย. 60




ณ  ทางด้านหนึ่งของป่าห่างไกลจากพวกโซล...



"หัวหน้าครับพวกเราเจอร่องรอยการต่อสู้ที่นี่ครับ!"


อัศวินคนนึงตะโกนขึ้นจากทางด้านหน้า ขณะที่ราเวนกำลังขี่ม้าสำรวจเส้นทางบริเวณนี้อยู่ ราเวนได้ยินดังนั้นก็ควบม้าไปกับพรรคพวกที่เหลือไปยังจุดนั้น


แล้วสิ่งที่เขาพบคือต้นไม้บริเวณนี้ล้มเป็นแถบๆ มีรอยฟันข่วนเหมือนจากสัตว์ร้ายและดาบของนักผจญภัย รวมทั้งบริเวณพื้นนี้ก็มีคราบเลือดที่แห้งแล้วบ่งบอกว่ามันยังคงเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่กี่วันมานี้



"คราบเลือดพวกนี้...ทำไมมันถึงเยอะขนาดนี้ละ"


ราเวนเบิกตาโพลงทันทีที่มาถึง เขาก็พบเห็นคราบเลือดขนาดใหญ่บริเวณกว้างแสดงว่าต้องมีคนตายที่นี่เป็นร้อยอย่างแน่นอน แล้วจุดๆนีัจากการที่ตามรอยเท้าของม้าของพวกเร้ดมาจากปากคำของทีฟาที่มากับกองอัศวินนี้ด้วยเพื่อเป็นพยาน...


จุดนี้เป็นจุดที่พวกเร้ดผ่าน งั้นแสดงว่า...



"ทุกคนระวังตัวไว้แถวนี้อาจมีพวกอสูรหรือมอนเตอร์ดุร้ายอยู่!"


เร้ดสั่งพวกอัศวินนับสิบของเขาให้วางกำลังพร้อมกับดูลาดเลาเอาไว้ เพราะเมื่อเห็นสถานที่เกิดเหตุนี้ควรแล้วที่พวกเขาควรที่จะระวังตัว


"พวกเพื่อนของคุณน่าจะต้องสู้กับอะไรบางอย่างที่เป็นสัตว์ร้ายจำนวนมาก บางทีพวกเขาอาจจะ..."


"ไม่...จริง"


ราเวนเดินไปบอกกับนักสู้สาวแห่งกิลอาชาสีคราม หญิงสาวผมดำหน้าสวยเมื่้อเห็นสถานที่เกิดเหตุและคำกล่าวของราเวน เธอก็ถึงกับน้ำตาคลอเบ้าทรุดลงกับพื้นอย่างคนไร้เรี่ยวแรง 


เพราะไม่คาดคิดว่าเธอจะต้องสูญเสียเพื่อนโดยที่ไม่ทันได้กล่าวอะไรกับพวกเขาแม้แต่ก่อนตาย


".........."

ราเวนก็มองเธออย่างสงสารจับใจ ก่อนไม่ทันที่เขาจะปลอบเธอลูกน้องอัศวินฝ่ายนักเวทย์ของกลุ่มเขาก็วิ่งหน้าตาตื่นมาทางเขา


"หัวหน้าราเวนครับคุณต้องมาทางนี้!"


ลูกน้องอัศวินนักเวทย์ตะโกนเรียกเขา พลางส่งสายตาเป็นเชิงสัญลักษณ์ว่าให้เขาเดินมาคนเดียวโดยปล่อยทีฟาไว้ตรงนั้นก่อน ราเวนก็เข้าใจเดินลงจากม้าแล้วไปหาลูกน้องคนนั้น


"มีอะไรทำไมดูร้อนรนขนาดนั้น?"


ราเวนเอ่ยถามกับลูกน้องนักเวทย์คนนี้...



"หัวหน้าอาจไม่เชื่อแน่ ขณะพวกเราลองใช้เวทย์ตรวจสอบบริเวณนี้เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติมพวกเราก็พบว่า..."


ลูกน้องนักเวทย์คนนี้พูดทิ้งค้างไว้ ก่อนที่นักเวทย์คนอื่นๆในกลุ่มก็เดินมารวมด้วยหลังจากพิสูจน์เรื่องนั้นอีกครั้ง ก่อนพยักหน้าให้นักเวทย์คนแรกเป็นเชิงกล่าวว่าพวกเขาได้พิสูจน์ซ้ำแล้วผลก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง


"ที่นี่มีการไหลของกระแสมิติครับ..."  ลูกน้องนักเทย์คนแรกกล่าวขึ้นมา


แต่มันก็ยังไม่ทำให้หัวหน้าของพวกเขาเข้าใจได้...


"แล้วมันหมายความว่ายังไง?" ราเวนถามซ้ำ



"พวกเราหมายถึงอสูรที่ทำร้ายพวกนักผจญอาชาสีครามบางทีอาจไม่ได้มาจากป่าหรือธรรมชาติแถวบริเวณนี้ครับ...


...มันมาจากเวทย์อัญเชิญ" 


"!!!"


คำพูดสุดท้ายของนักเวทย์คนนี้ทำให้ราเวนถึงกับตาเบิกโพลง เพราะคนที่ะใช้เวทย์อัญเชิญได้มีแต่คนของราชวงศ์โรฮานเนสล่าที่เขารับใช้


"แล้วก็มันมีข่าวใหญ่อีกข่าวนึงที่หัวหน้าไม่รู้ เพราะพวกเราออกจากพระราชวังมาได้หลายวัน..."


นักเวทย์กล่าวค้างด้วยสีหน้าเครียดอีกครั้ง ราวกับไม่อยากพูดออกมา ก่อนราเวนจะสั่งให้พูดเขาก็จำใจ



"องค์หญิงเบลล์หายตัวจากพระราชวังศ์พร้อมกับท่านจัสมินได้สี่วันแล้วครับ แล้วถ้าดูจากร่องรอยการต่อสู้กับระยะเวลาระหว่างที่นั่นมาที่นี่บางทีคนที่สังหารพวกนักผจญภัยกลุ่มนี้คงเป็นไปไม่ได้นอกจาก..."


"ไอ้เจ้าหญิงนั่นสินะ..."


"!!!"


พวกราเวนสะดุ้งด้วยความตกใจก่อนจะหันไปหาต้นตอ ก็พบทีฟาที่กำลังยืนมองมาด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวมาทางพวกราเวน 


ราเวนก็สีหน้าเครียดถ้าทีฟานำเรื่องนี้ไปบอกพวกชาวบ้านละก็เจ้าหญิงเบลล์ต้องเป็นอันตรายอย่างแน่นอน


ระหว่างความยุติธรรม...


หรือเจ้าหญิงหญิงสาวที่เขาเคยดูแลตั้งแต่เล็ก...


สิ่งที่เขาจะเลือกควรเป็นอะไร...



"........."


ราเวนก้มหน้าลงเหลือบมองไปทางทีฟา...


ก่อนเขาจะค่อยๆหยิบดาบด้านหลังของเขาอย่างช้าๆ...










"นั่นสินะคือพวกก๊อบลิน..."


"ใช่"


โซลในร่างคิเมร่าจ้องมองหมู่บ้านก็อบลินจากยอดผาแห่งหนึ่งพร้อมยืนคู่กับเทพีแห่งพฤกษาแพนที่ตกกลายเป็นทาสของเขาแล้วกับเมดูซ่าหญิงสาวผมแดงราชินีแห่งกอร์ก้อนผู้เป็นทาสของเขาอีกคน


จ๊อก แจ๊กๆ


อ๊า อ๊า!


"......."


โซลจ้องไปที่พวกมันที่มีประมาณเกือบร้อยตัวได้ มีก็อบลินปกติตัวเล็กๆน่าเกลียดที่เขาเคยเห็นในหนังสือที่เขาเคยอ่านในชาติที่แล้ว 


แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่นั้นที่นี่ยังมีก็อบบลินที่สูงเท่ามนุษย์อีกด้วยและท่าทางหัวหน้าของที่นี่จะเป็นยักษ์ที่เป็นร่างพัฒนาที่ 3 ของพวกก็อบลิน


โซลจ้องไปที่พวกก็อบลินสามตัวที่กำลังข่มขืนมนุษย์เพศหญิงทั้งสามคาดว่าพวกเขาน่าจะเป็นชาวบ้านที่โดนจับมาทำลูกให้เผ่าของพวกมันเพราะมนุษย์สามารถให้กำเนิดลูกของพวกก็อบลินได้ ส่วนพวกผู้ชายก็โดนเอาหั่นต้มกินเป็นอาหารของพวกมัน


"เธอที่เป็นเทพีพฤกษาเห็นแบบนี้แล้วไม่คิดจะทำอะไรหน่อยงั้นเหรอ?" โซลถามกับแพนที่ยืนอยู่ข้างๆ


"มันไม่ใช่หน้าที่ของข้า ข้ามีแค่หน้าที่ต้องดูแลผืนป่าเท่านั้น" แพนกล่าวตอยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ขณะที่เมดูซ่าก็มองพวก็อบลินด้วยสายตารังเกียจ


"แล้วเจ้าจะมองพวกมันอยู่แบบนี้นานเท่าไร จะจับมันมาเป็นทาสไม่ใช่เรอะ?!" เมดูซ่าถาม


"อา...ก็ใช่แหละนะ"


 โซลยิ้มฉีกปากขึ้นจนเห็นฟันเขี้ยวแหลมๆของเขา โซลว่าดังนั้นก็กระโดดลงจากยอดผาลงไปสู่หมู่บ้านของพวกมัน



"หือ?"


ตูมมมม!!!


เสียงดังอันสั่นหวั่นไหวทันทีที่โซลลงมาเบื้องล่าง พวกก็อบลินที่อยู่แถวนั้นกระเด็นไปหลายสิบเมตร โอเก้หรือยักษ์หัวหน้าของพวกก็อบบลินพอรู้ตัวว่ามีอสูรบุกก็จับขวานยักษ์ออกมาพร้อมสั่งก็อบบลินพลธนูยิงไปทางโซล


โอเก้มีสีหน้าเครียดเล็กน้อยเมื่อเห็นสัตว์อสูรที่มาบุกอย่างโซลดูร้ายกาจยิ่งกว่าไครซัสเสียอีก มันจึงเรียกใช้สัตว์ขี่ของมันมาสู้บ้างเป็นเสือยักษ์สีขาวตัวใหญ่ถึง 4 เมตร


"หือ...นั่นมัน..."


โซลที่กำลังมองยิ้มไปทางพวกก็อบลินเพราะคิดว่ายังไงพวกมันก็ไม่สามารถรับมือเขาได้อยู่แล้ว ถือว่าโชคดีที่ไม่มีลอร์ดอยู่ที่นี่ไม่งั้นอาจตึงมือพอสมควรเพราะพวกมันฉลาดมาก


แต่ไม่ทันที่โซลและเมดูซ่าที่นั่งอยู่บนหลังกับแพนจะได้ทำอะไร...


โซลก็ถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อเห็นสัตว์อสูรที่โอเก้หัวหน้าพวกก็อบลินขี่มา มันคือเสือขาวยักษ์...แถมนั่นคือพี่สาวของเขามิใช่รึไงกัน 


"!!!"

ทางเสือยักษ์สีขาวก็ดูเหมือนจะจำเขาได้



"โซล!"


พี่สาวของเขาเรียกเขาขึ้นและนั่นยิงทำให้โซลตกใจไปอีกเมื่อพี่ของเขาเผลอพูดภาษามนุษย์ออกมาได้ หรือว่าท่าพี่ของเขาจะวิวัฒนาการแล้ว?


แต่ไม่ว่ายังไงพวกก็อบลินก็ทำได้แสบมากที่บังอาจจับพี่สาวของเขามาเป็นพาหนะ ยิ่งเฉพาะไอ้ตัวหัวหน้าที่บังอาจมาขี่หลังพี่สาวของเขา มันจักต้องตาย



"โจมตี!!"


โอเก้ยักษ์สั่งการพวกก๊อบลินที่ไม่ได้ต่อสู้แบบกลยุทธหรือเป็นรูปขบวนแบบพวกอัศวินหรือนักผจญภัย พวกมันสู้อย่างไม่มีแบบแผน แต่เขาก็ไม่อยากฆ่าพวกมันจนหมดเพราะอยากให้มันมารับใช้เขา 


เขาขอแค่ชีวิตของไอ้ตัวหัวหน้าก็เพียงพอแล้ว...


เขาจึงทำแค่...


โฮกกก!!


คำรามแผ่จิตสังหารออกไป พวกก็อบลินตัวเล็กก็ถึงกับขยับไม่ได้ทรุดลงกับพื้นราวกับหายใจไม่ออก บางตัวก็ทนไม่ไหวตายไปเพราะอ่อนแอเดกินไปซึ่งโซลก็ไม่ได้อยากต้องการพวกอ่อนแอเท่าไรตายไปก็ดีถ้าทนแค่จิตสังหารไม่ไหว


พวกฮอร์บก็อบลินบางตัวก็ยังยืนอยู่ได้บางตัวก็สลบ มีเพียงโอเก้ยักษ์ที่ทนได้มันขี่พี่สาวของเขาและกระโจนมาทางเขา แต่แน่นอนว่าโอเก้นั่นไม่ได้เก่งกาจมากถ้าเทียบกับลอร์ดซึ่งต่างกันราวฟ้ากับเหว


โอเก้มีเพียงพละกำลังเท่านั้น แต่มันสมองของมันก็ยังคงเท่าเดิมมันจึงได้หยิบอาวุธพุ่งมาเขาตรงๆแบบนี้ เขาหยิบตาให้พี่สาว พี่สาวก็รู้งานฉวยโอกาสนี้ดีดโอเก้ลอยพร้อมคำรามผลักมันมาหาโซล


"โฮกก!!"


"เฮ้ย!ไอ้เสือบ้าเจ้าทำอะไรน่ะ!"


มันโวยวายใส่พี่สาวของเขา แต่ตอนนี้มันต้องรีบสนใจกับข้างหน้าที่มันลอยไปหาเสียมากกว่า มันยกขวานพร้อมคำรามขึ้นมาทางโซลที่กำลังรออยู่ โซลนำหางงูที่มีผิวหนังแข็งกล้าไปฟาดรับขวานของมัน


เคร้ง!!ตูมมม!!


เสียงปะทะของขวานกับเกร็ดของอสรพิษของโซลปะทะกันอย่างรุนแรง โอเก้และพวกก็อบลินก็ทึ่งกับความแข็งของเกร็ดงูนี่ แล้วโซลก็หัวเสือคำรามพ่นแช่แข็งไปที่โอเก้ตนนี้ 


เมดูซ่ากับแพนที่ขี่อยู่บนหลังก็นำมือปิดหูเพราะเสียงของโซลมันดังแทบทำแก้วหูแตก ส่วนแพนก็ทำตามที่โซลสั่งก่้อนหน้านี้ในใจให้ใช้เถาวัลย์จับพวกก็อบลินตัวอื่นๆไว้กันมันหนีและมาเกะกะ


ส่วนตัวหัวหน้าเขาจะจัดการและกินมันด้วยตัวเอง...


"โฮกกก!!"


โอเก้เหมือนมีเซ้นสัญชาติญาณของมันนำขวานมาต้านเอาไว้จนขวานกลายเป็นน้ำแข็งพร้อมกับตัวมันที่ลอยกระเด็นไปกระแทกกับบ้านไม้ของมันจนพังลง


"โฮกกก!!"


โอเก้ยักษ์ลุกออกมาจากซากบ้านก่อนจะคำรามลั่นด้วยความโกรธและพอมันโกรธพลังพิเศษของมันก็จะทำงาน นั่นคือพลังกายเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากเดิมมันหยกหินยักษ์ข้างๆมาทุ่มใส่โซล


ฟ้าวว!!


โซลก็มองอย่างเรียบเฉย ก่อนจะใช้หัวแพะนำเขาที่แข็งแกร่งของมันขวิดกระแทกจนหินแตกกระจายไป เศษหินบางส่วนก็มาโดนพวกเมดูซ่าเล็กน้อย 


แต่แพนที่เก่งอยู่แล้วจึงแค่เรียกโล่ออกมาป้องกันรวมถึเมดูซ่าที่ดูแลตัวเองไม่ได้ด้วย...


"......"


โซลเหลือบไปมองพี่สาวของเขาที่ออกไปหลบมุม เห็นท่าทางของเธอแปลกๆไปเหมือนกับว่าน่าจะโดนคำสาปของพวกก็อบลินอะไรซักอย่าง เขาก็สงสัยอยู่แล้วว่าทำไมพี่สาวของเขาจึงถูกพวกอ่อนแอนี่จับมาได้


โซลพอเห็นท่าทางแปลกๆของพี่สาว เห็นทีว่าคงต้องเก็บเรื่องสนุกที่จะได้สู้กับโอเก้ไว้เพียงเท่านี้ เขาควรรีบจบชีวิตและกินมันให้เสร็จและไปดูอาการของพี่สาวเขาดีกว่า


แถมอยากถามเรื่องของพวกเขาด้วยว่าเป็นยังไงบ้าง แม่ของเขาและพี่สาวคนโตละ?


โซลเมื่อคิดได้ดังนั้นก็งัดหางอสรพิษขึ้นมา เพื่อจะใช้มันให้โอเก้ตัวนี้กลายเป็นหินไปซะจะได้จบไวๆเพราะมันเองก็กำลังพุ่งมาทางนี้พอดี...


แต่ไม่ทันที่โซลจะทำได้ดังนั้น เขาก็สัมผัสได้ว่ามีคนเคลื่อนที่มาตรงเขาด้วยความเร็วสูง...



ฟุ่มม!!


มันโผล่ออกมาตรงหน้าของอสรพิษของเขาพร้อมดาบที่สะท้อนหน้าของเขาออกมาเหมือนกระจก คนที่ออกมาเป็นชายหนุ่มหล่อล่ำสันสายตาที่น่าเกรงขามในชุดคลุมดูดีแต่เขามีเขาบนหัวสองเขา


บ่งบอกว่าเขาคือ....'ลอร์ด'


ลอร์ดคนนี้เป็นใครกันทำไมเหมือนมันจะรู้ว่าเขาจะทำอะไร มันรู้ความสามารถของเขาอย่างงั้นเหรอ?แสดงว่ามันต้องรู้จักคิเมร่าอย่างแน่นอน


เมดูซ่าพอเห็นว่าโซลกำลังแย่ เพราะเขาจะต้องกลายเป็นหินจากความสามารถของตนเองเป็นแน่ เธอกลืนน้ำลายซักพักราวกับว่าตอนนี้ทุกอย่างกำลังถูกหยุดเวลา



ก่อนไม่รู้ทำไมเธอจึงตัดสินใจกระโดดออกขวางตรงกลางแทน...


แล้วเธอก็กลายเป็นหินต่อหน้าต่อตาของโซลและแพนกับลอร์ดตนนั้น...








ปล.อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจในการแต่งตอนต่อไปนะครับ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

335 ความคิดเห็น

  1. #242 chamin-doll (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 09:08
    ฮา--เราว่านอกจากโซลแล้วที่ซวยที่สุดคงเป็นเบลล์นี่แหละ!!//แค่ออกมาเที่ยว--ดันซวยเฉยเลย!!
    #242
    0
  2. #210 DestroyersTeam (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 00:29
    เดี๋ยวๆคนเขียน อย่าลืม ว่าคำขอของมันคืออะไร อย่าลืม คนเขียนเองนะ " สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด" อย่าลืม อย่าศักแต่เขียนมันบ่งบอกว่าเขียนไม่เป้น
    #210
    0
  3. #209 หัวเสีย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 00:15
    ถ้าตอนหน้าโซลโดนกระทืบจนถึงขนาดจ้องแปลงร่างมนุษย์สู้กับมันผมเลิกอ่านละนี่ขนาดลอร์ดยังต้องแปลงร่างสู้แล้วพวกในนรกละ
    #209
    0
  4. #208 ชิโรกาเนะ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 23:24
    คืองงอีกละทำไมพระเอกทำอะไรต้องมีคนขวางไปไหนก็มีแต่เรื่องตลอดเลยเหมือนตัวซวยแถมความซวยไม่ไปไหนเข้าตัวตลอด
    #208
    0
  5. #207 natchaphon2929 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 20:38
    เจ้าหญิงบอกแค่ตูออกมาเที่ยวเล่นงานเข้าตูเฉยเลย งงเลยไหมละงานนี้
    #207
    0
  6. #203 kangproject2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 18:54
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #203
    0
  7. #200 LoneLyLeaD (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 17:02
    เรื่องเจ้าหญิงมันมีเหตุอะไรให้คิดว่าเป็นคนทำกัน? อะไรเชื่อมโยงกัน? งงๆ อะ
    #200
    3
    • #200-1 dearzizi_4747(จากตอนที่ 15)
      23 กันยายน 2560 / 18:03
      ถ้ากลับไปอ่านตอนที่อธิบายราชวงศ์ของนางจะจำได้ว่าที่เผ่ามนุษย์นั้นจะมีแค่ราชวงศ์ของนางที่มีเวทย์อัญเชิญครับ มนุษย์ตระกูลอื่นจะไม่มีเลยนอกจากราชวงศ์นี้ครับ
      #200-1
    • #200-2 dearzizi_4747(จากตอนที่ 15)
      23 กันยายน 2560 / 18:05
      แต่ปีศาจเก่งๆระดับสูงก็มีเวทย์นี้กันครับ แต่พวกมนุษย์ไม่เคยรู้เท่านั้นเอง
      #200-2
  8. #199 MozartTx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 16:42
    แสดงว่าเมดูซ่าโดนโซล ปักธงไปเรียบร้อย ถึงขนาดยอมตายแทนได้
    หรือว่าหล่อนแค่ลืมตัว 
    #199
    0
  9. #197 ford04 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 16:09
    ม่ายยยยยยนะะะะ
    #197
    0
  10. #196 KratHasas (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 15:49
    เยี่ยม เอ็งไม่รู้สินะว่าโซลมันแก้ได้หนะ
    #196
    0
  11. #195 vongmanysapp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 15:41
    what the .........
    #195
    0
  12. #194 0931047050 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 15:36
    ม่ายยย
    #194
    0
  13. #193 mim0631143977 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 15:31
    เกิดความเข้าใจผิดกันแล้ว
    #193
    0