Nothingness Phantasy

ตอนที่ 6 : [บทที่ 4] จิตใจที่แตกสลาย 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 พ.ค. 57


 [บทที่ 4] จิตใจที่แตกสลาย

 

 

            สองวันแล้วนับจากที่เขามาอยู่ที่นี่ เจ้าของร่างบางค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากฟูกนอนสีน้ำทะเลด้วยความงัวเงีย ยกมือปิดปากหาวพร้อมบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะลาก ที่นอนฉบับพกพาไปพับเก็บไว้ตรงมุมห้อง แล้วจึงเดินออกมานั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ โต๊ะรับประทานอาหาร

 

เห็นเขานั่งทำหน้ามึนเหมือนคนเพิ่งตื่นแบบนี้ คงจะพอเดาได้เลาๆแล้วใช่ไหมละว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาของวอยด์นั้นเป็นไปอย่างไร...นอกจากแซ็คจะเรียกให้ไปช่วยงานหรือมีข้อสงสัยที่อยากจะถามแล้ว เขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งแกร่วแถวๆม้านั่งหินอ่อน ดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันสมบูรณ์แบบของป่าไม้เรื่อยเปื่อยตามประสาคนไม่มีอะไรทำ

 

ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงกับการที่ต้องมาอยู่บ้านของคนไม่รู้จัก แถมยังตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญแบบสุดๆแล้วละก็ คำตอบที่ได้คงจะเป็น มันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากปกติมากมายอีกอย่างที่บ้านเขาก็ไม่ได้เคร่งเครียดอะไรกับการที่ลูกชายจะไปเตร็ดเตร่บ้านเพื่อนหรืออะไรเทือกนั้นอยู่แล้ว แค่ไปค้างบ้านคนแปลกหน้าสักหนึ่งหรือสองอาทิตย์ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร

 

ส่วนเรื่องเวลาเรียน...ค่อยว่ากันอีกที

  

หลายคนอาจจะสงสัย ทำไมไอ้เด็กนักเรียนมัธยมปลายหน้าตาเบื่อโลกคนนี้ถึงไม่พยายามที่จะหาทางกลับบ้าน แน่นอนว่าในตอนแรกความคิดแบบนั้นก็อยู่ในหัวของเขาเหมือนกัน แต่หลังจากที่ยิงปัญหาทางภูมิศาสตร์ใส่แซ็คไปสองสามคำถามแล้ว มันก็มีคำตอบบางอย่างที่ดูจะไปทำลายความคาดหวังของเขาจนพังป่นปี้ไปหมด

 

ดูเหมือนแผ่นดินที่เขายืนอยู่ขณะนี้จะมีชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ว่า ไฮเซนดอร์ฟ อาณาจักรทางตะวันตกของทวีปขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเหมือนปีกปีศาจสองข้าง เซนเฟลด์

 

ไม่จำเป็นต้องไปเปิดแผนที่หรือหมุนลูกโลกเพื่อหามันหรอก ขนาดคนที่ได้เกรดวิชาสังคมศึกษากลางๆ แบบเขายังรู้เลยว่า มันเป็นสถานที่ๆ ไม่มีอยู่บนโลกไม่ใช่สิ คงจะต้องบอกว่า มันอยู่คนละโลกมากกว่า คน...ละ...โลก อะนะ

 

เรื่องประหลาดอีกเรื่องคือคำพูดไม่กี่คำที่เด็กผู้หญิงชื่อโซลทิ้งท้าย

 

 มานากับอาร์ติแฟค

 

ในส่วนของคำแรกก็เคยผ่านหูเขามาบ้าง มานา ระบบค่าพลังที่เกมแฟนตาซีสวมบทบาทชอบใช้ พลังงานเวทมนตร์ที่จำเป็นในการร่ายถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ หรือท่าไม้ตายที่ใช้กำจัดศัตรู

 

สำหรับ อาร์ติแฟค นั้นเป็นคำที่ไม่ค่อยจะคุ้นหูเหมือนกับคำแรกเท่าไหร่ หากลองแปลตามตัวอักษรคุณจะพบว่ามันคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น...ซึ่งก็ดันมีมากเกินกว่าจะจำกัดความได้

 

            สุดท้าย...ทำไมเขาถึงมาอยู่ตรงนี้ จากข้อมูลที่เด็กหนุ่มได้รวบรวมมาทั้งหมด เห็นว่าสถานที่ๆ เด็กผู้หญิงแปลกหน้าพบเขาครั้งแรกคือบริเวณชายป่าแถบใกล้ๆ ตัวเมือง เหตุการณ์ต่อมาคือตัวเขาได้เผชิญหน้ากับเธอ ถูกดาบสั้นปริศนาแทงหน้าอก ได้สติอยู่สักพักก่อนจะสลบไป แล้วจึงถูกนำตัวมาที่นี่โดย เวทมนตร์ บางอย่าง

 

สรุปได้ประมาณนี้ละนะ

 

 

ย่างเข้ายามบ่าย แสงอาทิตย์ก็เริ่มจะเข้ามาจับจองพื้นที่ส่วนตัวบริเวณม้านั่งจนทำให้เด็กหนุ่มต้องขยับลุกออกไป สูดอากาศบริสุทธิ์ภายนอกสักพักจึงกระแทกประตูเข้าไปในบ้าน เขาก็พบกับสาวน้อยร่างเล็กกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง

 

อีกเหตุผลหนึ่งที่เขาต้องออกมาชมบรรยากาศข้างนอกอาจจะเป็นเพราะเด็กคนนี้ ฆาตรกรตัวน้อยที่แสดงออกถึงความเป็นมิตรได้อย่างน่าทึ่ง ทุกครั้งที่เจอหน้าเขา เธอจะรีบทำหน้ามุ่ยพร้อมกับยิงลำแสง ฉันเกลียดแกผ่านนัยน์ตาทั้งสองข้างทันที

 

และครั้งนี้ก็เช่นกัน

 

เธอเกลียดผมนั่นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว สิ่งที่ผมอยากจะรู้จริงๆ คืออะไรที่ทำให้เธอเกลียด การที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะเกลียดคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน มันต้องมีแรงจูงใจ หรือปมบางอย่างในอดีตที่ทำให้เธอถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงมากพอที่จะทำร้ายร่างกายคนอื่นทันทีที่อยู่ในสายตา...หรือว่ามันจะเป็นปกติของคนที่นี่กันนะ ฆ่าคนอื่นเนี่ย  

 

ทำไมถึงเกลียดผมกันนะ…” ไม่รู้เป็นเพราะอยากจะกลับไปเยี่ยมบ้านเก่าหรืออะไรก็ตาม วอยด์ถึงได้ละเมอออกมาแบบนั้น แม้เสียงที่เล็ดลอดออกไปจากริมฝีปากของเขาจะเป็นเพียงคำพูดเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะเรียกความสนใจมาจากสาวน้อยตรงหน้า

 

เธอจ้องกลับด้วยความหงุดหงิด หรี่ดวงตาราวกับกำลังชั่งใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า รู้ไหม ดาบที่ฉันแทงทะลุหน้าอกแกไป มันทำอะไรได้

 

วอยด์ส่ายหน้าแทนคำตอบ

 

พลังของดาบนั่นคือการทำลายจิตใจ เธอไล้เส้นผมประกายเงินพลางทอดสายตาออกไปทางหน้าต่าง กระชากความรู้สึกนึกคิด ฉีกมันให้ขาดสะบั้น เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นตุ๊กตามีชีวิต

 

พูดง่ายๆ ถ้าเกิดโดนมันแทงเข้าไปครั้งเดียว แกก็ควรจะกลายเป็นแค่ความว่างเปล่า...แต่ก็นะ เห็นๆ กันอยู่ว่ามันก็เป็นแค่ตำนานงมงายอีกเรื่องหนึ่งจบประโยคด้วยเสียงหัวเราะร่านราวกับว่าสิ่งที่เธอเล่าเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ

 

ทำลายจิตใจ...

 

ตัวประหลาดอย่างแก...สิ่งแปลกปลอมอย่างแก ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต้องรู้สึกขยะแขยงทั้งนั้นแหละเธอจบบทสนา หันไปสนใจกับหนังสือตรงหน้าในขณะที่เด็กหนุ่มยังคงยืนค้างอยู่ที่เดิม

 

ตัวประหลาด...อย่างนั้นเหรอ

 

 

            วอยด์ ช่วยมากับผมหน่อยสิ

 

คำทักทายที่ไปปลุกเขาให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ดังมาจากทางด้านหลัง เจ้าของเสียงคือชายหนุ่มผมน้ำตาลเข้มกำลังส่งยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง โบกมือช้าๆ ก่อนจะมุ่งหน้าตรงมายังจุดที่เขายืนอยู่

 

            ทำไมเหรอครับ คนถูกขอร้องถามกลับ

 

            ผมจะเข้าเมืองน่ะ…”

 

............................................................................................................................


ขออภัยเล็กน้อยเนื่องจากว่า ช่วงนี้ผมอดนอนบ่อย ติดงานจนแทบจะไม่มีเวลาลงนิยายเลย

อาจจะช้าไปสักเล็กน้อย แต่อีกสองสามวันจะมาลงให้ครบตอน

ขอขอบคุณทุกท่านครับ....

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #22 สงสัย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 22:06
    ถ้านี้เป็นนิยายต่อสู้จริงๆละก็ ความสามารถของดาบนางเอกนี้มันอาวุธ one hit kill ชัดๆเลยนี้นา

    โดนแทงครั้งเดียว อีกฝ่ายจบ แบบนี้จะโกงเกินไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย
    #22
    0
  2. #21 Nendtime (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2555 / 19:38
    สั้นจังT-T
    #21
    0