ERROR Online : Overkill มหานครออนไลน์แห่งความผิดพลาด

ตอนที่ 64 : Error : 0x00000060 ข้อเสนอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,444
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 320 ครั้ง
    28 เม.ย. 63

 ERROR Online : Overkill



 

 

 

 

 

 

 








            ไม่น่าเชื่อ

            เสียงคำรามของมังกรที่ดังสนั่นขึ้นมาส่งผลให้การต่อสู้ของนาคา คุโระ และสมาชิกของกิลด์ไทคูนต้องหยุดชะงัก ท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดค่อยๆ คืนสภาพกลายเป็นปกติ พร้อมกับอาการเบิกตากว้างตกตะลึงจากทุกฝ่ายกับภาพของลำแสงสีทองสลับเงินขนาดยักษ์ที่ฉีกกระชากร่างของแรงค์กิ้งยูสเซอร์อันดับ 4 รวมไปถึงกำแพงชั้นสองของเรมิน่าให้สลายหายไปภายในชั่วพริบตา

            เอาชนะได้จริงๆ ด้วยสินะ เจ้าหญิง

            น่าประหลาดใจ? หรือคงจะต้องบอกไว้ว่าเป็นไปตามที่คาดไว้ดีละ

            รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าภายใต้ผ้าปิดปาก ก่อนที่นักฆ่าชุดดำจะหันกลับมายังคู่ต่อสู้ของตนที่กำลังทรุดลงไปหอบหายใจอยู่กับพื้นอย่างยากลำบาก ชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มใบหน้าหล่อเหลาในชุดจอมยุทธที่กำลังอยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกของมีคมทำร้ายไปทั่วร่าง

            “เอ้า มัวรออะไรอยู่ ทำไมไม่รีบเข้ามาละ หยางจินคุโระเอ่ยชื่อจริงของอีกฝ่ายด้วยด้วยความสนิทสนม ในขณะที่ทางฝั่งชายผู้ที่ถูกเรียกว่าหยางจินก็เพียงแค่มองกลับมาที่ตัวนักฆ่าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

            “ทำไมแกถึงทิ้งตำแหน่งแรงค์กิ้งยูสเซอร์ไปง่ายๆแบบนั้นหา โลงศพสีดำ!!!คำพูดหลุดออกมาจากปากด้วยความเคียดแค้นที่ปะทุแน่นอยู่ในทรวงอก จอมยุทธหนุ่มรวบรวมลมปราณไปที่ลำแขนที่ปรากฏรอยสักรูปวิหคสีแดง ก่อนที่หมัดของชายผู้ถูกเรียกว่าหยางจินจะถูกปล่อยออกไปพร้อมกับนกไฟสีแดงก่ำที่พุ่งเข้าใส่ร่างของนักฆ่าที่กำลังยืนควงมีดในมืออยู่

            วิหคเพลิงร่ายรำ!

          คุโระเลิกคิ้วมองวิหคเพลิงสีแดงก่ำทะยานพุ่งมาที่ร่างของตัวเองด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะตวัดมีดของตนไปเก็บไว้ที่ด้านหลัง 

            ฟุ่บ!

ฉับพลันร่างในชุดดำก็หายไปจากสายตาของหยางจินก่อนที่จะโผล่มายืนอยู่ข้างๆ ในขณะที่วิหคสีแดงก็เพียงแค่พุ่งชนเข้ากับเพิงร้านค้าที่อยู่ใกล้ๆ เผาผลาญมันจนวอดวายก่อนที่จะสลายหายไป

“ไม่เถียงเรื่องความสามารถของนายหรอก หยางจิน ทักษะของนายน่ะทรงพลัง วิชาเดินลมปราณของนายก็ดูน่าทึ่ง บอกตามตรงว่าฉันเองก็ไม่ค่อยรู้จักพวกเชี่ยวชาญวิชาต่อสู้สายปราณแบบนายหรอก แต่มันก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจดีเหมือนกัน

            หยางจิน ยูสเซอร์ผู้ได้รับฉายาว่าอัสนีไร้เสียง อดีตแรงค์กิ้งอันดับสิบที่ได้รับการขนานนามจากทักษะลมปราณที่งดงามและทรงพลัง รวมไปถึงความเร็วในการเดินลมปราณที่ไม่เป็นสองรองใคร อีกทั้งการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วฉับไวราวกับสายฟ้าที่ไร้ซึ่งสำเนียงซึ่งเป็นที่มาของฉายาของเขา

ทว่า น่าเสียดายที่ชายผู้นี้กลับถูกช่วงชิงทุกอย่างจากนักฆ่าในชุดดำที่กำลังยืนปิดปากหาวอยู่ตรงหน้า ทั้งสถานะการเป็นแรงค์กิ้งอันดับสิบ และฉายาที่ถูกกลบรัศมีจากฝั่งตรงข้ามที่ได้รับการกล่าวขานอย่างเป็นที่กว้างขวางว่า อสรพิษที่เร็วที่สุดในเอเชีย

แต่มันช้าเกินไป...นั่นก็คือความเห็นทั้งหมดของฉันน่ะนะ

คำพูดที่ดูไม่ใส่ใจของนักฆ่าในชุดดำยิ่งเข้าไปขับโทสะของหยางจินให้ลุกไหม้มากยิ่งขึ้น ความขายหน้าที่ตนต้องถูกสังหารต่อหน้าสมาชิกภายในกิลด์ของตัวเอง รวมไปถึงการพ่ายแพ้ให้กับบุคคลเพียงคนเดียวถึงสองครั้งสองครายิ่งเป็นตัวผลักดันให้สติสัมปชัญญะของหยางจินมาจนถึงขีดสุด ชายหนุ่มมองกลับด้วยแววตาเคียดแค้นที่ดูราวกับโลหิตจะไหลออกมาจากนัยน์ตา ก่อนที่จะตวาดออกมาด้วยน้ำเสียงกึกก้องว่า

เคล็ดวิชาต้องห้าม พยัคฆ์คะนองไร้สำนึก!

 

 

 

วิชานั่น...ไอ้เจ้าเด็กน้อยหยางจินมันเริ่มเอาจริงแล้วหรือไงชายร่างสูงที่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่บากกลางหน้าเป็นทางยาวเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่ายังไงตัวเองก็สู้ตัวต่อตัวกับอีกฝั่งไม่ได้ แต่ก็ดื้อรั้นไม่ยอมให้พรรคพวกเข้าไปร่วมต่อสู้ด้วย แถมยังประกาศอีกว่าใครเข้ามาขัดขวางการต่อสู้จะถือว่าเป็นศัตรูที่จะตามจงเกลียดจงชังไปตลอดชีวิตอีก หัวรั้นขนาดที่ว่าแม้แต่รองหัวหน้ากิลด์แบบฉันห้าม มันยังไม่ฟังเลยด้วยซ้ำ...

มาเฟียหน้าบากถอนหายใจออกมาเบาๆ อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะหันกลับมาสบตากับร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังยืนถือปืนท่ามกลางสมาชิกกิลด์จำนวนมากของตนที่ยืนล้อมเป็นวงกลมอยู่ พร้อมกับเอ่ยคำพูดออกมาว่า

คนประเภทนั้นมีแต่จะสร้างความลำบากให้ แกเองก็คิดแบบฉันใช่ไหมละ เจ้าหนู

เจ้าของชุดสูทเก่าโบราณสีดำพยักหน้า ก่อนที่จะตอบออกมาว่า

“ก็คงงั้นครับ”

เฟยหลงมองใบหน้าที่กำลังยิ้มของอีกฝ่าย ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ

เห็นไหมละ ใจเราตรงกันอยู่พอตัวเหมือนกันไม่ใช่หรือไง

นาคาเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ

เฟยหลงสบตากับอีกฝ่ายอยู่สักพัก ก่อนที่จะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทออกไปว่า

ถ้าอย่างนั้นฉันมีคำถามอะไรบางอย่างจะมาถามอะไรแกหน่อย ไม่ทราบว่าแกพอจะมีเวลาว่างพอจะคุยกับฉันไหมละ ไอ้หนู

นาคาเหลือบตามองภาพของสมาชิกกิลด์ไทคูนนับร้อยคนที่ยืนล้อมตัวเขาอยู่ ยักไหล่ออกมาเบาๆ แล้วจึงหันไปพูดกับเฟยหลงว่า

“ตามสะดวกเลยครับ”

ว่านอนสอนง่ายดีนี่นามาเฟียหน้าบากเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเริ่มเอ่ยคำถามของตัวเองด้วยการเดินตรงเข้ามาที่ตัวเขา ก่อนที่จะพูดน้ำเสียงที่ได้ยินเพียงแค่สองคนว่า

คำถามมีอยู่ว่า ถ้าเกิดแกเจอกับคนที่แกเกลียดมันมากที่สุดในชีวิตบนโลกแห่งเกมนี่ แกจะทำยังไงกับมัน...ไอ้หนู

คำถามเปลี่ยนบรรยากาศรอบข้างให้ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัด เด็กหนุ่มยืนนิ่งไปสักพัก ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หัวเราะเบาๆ ออกมาช้าๆ

“ถามคำตอบที่คุณรู้อยู่แล้วทำไมครับ คุณเฟยหลง ถ้าพูดถึงในแง่ที่ว่า เราสามารถจะทำยังไงกับคนๆ นั้นก็ได้ คำตอบของผมก็คงจะมีแค่ว่า…”

            พูดมาถึงตรงนี้รอยยิ้มของเด็กหนุ่มก็บิดเบี้ยวไปจากเดิมเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวเอื้อมมือมาปิดที่ริมฝีปากของตนพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทว่า

“การทำให้หมอนั่น....ทุกข์ทรมานอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตครับ

เฟยหลงยืนนิ่งไปสักพัก ก่อนที่เขาจะพยักหน้าหงึกๆ อย่างพึงพอใจพร้อมกับยกมือตบไหลของนาคาเบาๆ

ตอบได้ถูกใจดีเหมือนกันนี่นา ไอ้หนู…” เฟยหลงว่าพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ มาเฟียยืนนิ่งไปสักพัก ก่อนที่จะเขยิบใบหน้าของตนเองเข้ามาใกล้กับนาคาขึ้นอีกช้าๆ พร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่แฝงลึกไปด้วยความชิงชังอีกฝ่ายว่า

ฉันเองก็คิดแบบเดียวกับแกเหมือนกัน

พูดจบเฟยหลงก็เดินถอยห่างออกจากร่างของอีกฝั่ง ก่อนที่จะหันกลับไปหาสมาชิกกิลด์ตัวเอง พร้อมกับใช้นิ้วโป้งกรีดไปที่ลำคอของตนแทนสัญญาณให้เหล่าสมาชิกที่ยืนโดยรอบเข้าไปจัดการกับเด็กหนุ่มในชุดสูทเก่าสีดำในทันที

 


 

 

อลิซยังคงยืนนิ่งหลังจากการต่อสู้กับลิลลี่ที่จบลง ภาพของปีศาจสาวที่ถูกแผดเผาจนสลายไปในอากาศบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าบทสรุปแห่งตำนานมังกรคู่ของเธอนั้นเข้าเป้าอย่างจัง ขณะที่สภาพของกำแพงเรมิน่าที่โหว่เป็นรูและตัวเลข 2,506,870! กับ 2,518,789! ที่ลอยขึ้นกลางอากาศก็แสดงว่าการโจมตีครั้งสุดท้ายของเธอน่าจะรุนแรงพอที่จะสังหารร่างปีศาจของแม่มดวิปลาสได้

เด็กสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะหยิบผ้าปิดตาสำรองขึ้นมาใส่เพื่อปิดปังดวงตาปีศาจของตน ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสียงๆ หนึ่งจะดังขึ้นมาว่า

เอาชนะแม่มดวิปลาสที่ผู้คนหวาดกลัวทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์เอเชีย แถมยังเป็นการเอาชนะด้วยการดวลตัวต่อตัว คุณนี่...ก็เป็นปีศาจอยู่พอตัวเหมือนกันนี่นา เจ้าหญิงแห่งหนาม

ภาพของหญิงสาวเรือนผมยาวสีดำม้วนลงมาเป็นเกลียว สตรีผู้เต็มไปด้วยราศีในชุดขนสัตว์ที่กำลังเชิดหน้ามองตรงมาที่ร่างของเด็กสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทระนง ในขณะที่บริเวณด้านหลังของเธอก็ปรากฏสมาชิกกิลด์ระดับสูงห้าคนยืนขนาบข้างอยู่

สวัสดี...คุณหัวหน้ากิลด์ไทคูนรุ่นที่สอง

เธอตอบกลับ ในขณะที่ร่างของมังกรสองตนที่คงอยู่มาจนถึงเมื่อครู่ก็เริ่มที่จะค่อยๆ สลายหายไปหลงเหลือไว้แต่หอกและดาบขนาดใหญ่ที่ปักอยู่บนพื้นดิน

ดิฉันเองก็ยินดีที่พวกเราได้พบกันอีกเช่นกัน

คำพูดถูกเอ่ยกลับมาด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าที่พวกนี้ยกโขยงสมาชิกในกิลด์มาแทบทั้งกิลด์นั้น มีเหตุผลเดียวก็คือต้องการจะเอาคืนจากที่พ่ายแพ้เธอและโลงศพสีดำอย่างยับเยินไปเมื่อครั้งที่แล้ว

เด็กสาวค่อยๆ ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปกระชากดาบยักษ์ลายมังกรที่กำลังปักอยู่ขึ้นมาถือพาดไหล่แล้วจึงเอ่ยคำพูดออกมาว่า

ถ้าต้องการจะสู้กัน...ฉันก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ

เหมยอี้ยกพัดขนนกในมือขึ้นปิดริมฝีปากพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ

โฮะๆ ดิฉันเองก็แค่ต้องการจะยื่นข้อเสนออะไรเล็กน้อยให้กับคุณหน่อยเท่านั้นเอง เจ้าหญิงแห่งหนาม

ข้อเสนอ?” 

ใช่ ความจริงแล้วพวกเราก็แค่บังเอิญเป็นศัตรูกันเพราะโชคชะตาที่พลิกผัน หากพูดไปตามตรง อันที่จริงแล้วดิฉันเองก็ไม่ได้ต้องการที่จะเป็นศัตรูกับคุณตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เจ้าหญิงแห่งหนาม

อลิซหรี่ตาลงช้าๆ

มันคือคำโกหกที่ฟังดูไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือ แต่ในเมื่อหัวหน้ากิลด์ไทคูนถึงกับอุตส่าห์เสียเวลามาคุยกับเธอโดยตรงแบบนี้แล้ว...

เธอจะลองเล่นดูด้วยก็ได้

“แล้วข้อเสนอนั่น คืออะไรล่ะ”

คำตอบเรียกรอยยิ้มขึ้นมาประดับที่ใบหน้าของเหมยอี้ ก่อนที่หัวหน้ากิลด์ไทคูนรุ่นที่สองจะเอ่ยคำพูดออกมาว่า

ข้อเสนอที่ว่าคือการให้คุณ เจ้าหญิงแห่งหนาม ช่วยพวกเราในการจับอดีตแรงค์กิ้งอันดับสิบ โลงศพสีดำ...

คำพูดส่งผลให้เด็กสาวหรี่ตาลงช้าๆ ก่อนที่เธอจะตอบไปว่า

หมายความว่าเธอจะให้ฉันทรยศ คุโร ฮิทสึกิ...

ใบหน้างามของหญิงสาวพยักหน้าลงช้าๆ

เข้าใจถูกต้องแล้ว เจ้าหญิงแห่งหนาม หากคุณช่วยในกาารจับตัวโลงศพสีดำ ฝ่ายเราก็ยินดีที่จะปล่อยตัวคุณ และเด็กหนุ่มคนนั้นไป แต่...ถ้าหากคุณเลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอของเราแล้วละก็ ดิฉันเองก็คงจะมีเพียงแค่ประโยคๆ เดียวที่จะสามารถพูดกับคุณได้...พูดมาจนถึงตอนนี้เหมยอี้ก็หยุดไปสักพัก เลื่อนดวงตาสีเขียวอ่อนของเธอขึ้นมาสบกับใบหน้าของอลิซ ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดออกมาว่า

นั่นก็คือ คุณและเพื่อนของคุณจะไม่มีทางที่จะกลับมาเยือนที่เมืองเรมิน่าได้อีกเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน

อลิซหรี่ตาลงช้าๆ คำขู่ดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่เกินความสามารถของอีกฝ่ายแต่อย่างใด หรือคงจะต้องบอกว่ามันเป็นไปตามที่เด็กสาวคาดเดาไว้แล้วโดยไม่ผิดเพี้ยนไปเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ที่เธอมีเรื่องกับพวกกิลด์ไทคูน เธอก็เตรียมใจไว้แล้วที่จะไม่ได้มาเหยียบเมืองเรมิน่านี่อีก

เพียงแต่ดูเหมือนว่ามันจะสามารถป้องกันได้โดยการร่วมมือกับกิลด์ไทคูนในการจับตัวคุโร ฮิทสึกิ

ไม่จำเป็นจะต้องรีบ ดิฉันมีเวลาให้คุณคิดนานตราบเท่าที่คุณต้องการ เจ้าหญิง

ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ การจัดการกับคุโร ฮิทสึกิที่เธอเองก็เขม่นมาตั้งแต่ต้นๆ แถมเป้าหมายแฝงในการมาช่วยพวกเธอ นักฆ่าชุดดำนั่นไม่เคยบอกดังนั้นหากเธอเลือกที่จะช่วยกิลด์ไทคูนแล้วละก็

มันก็ถือว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยไม่ใช่หรือไง

ข้อเสนอของเธอน่าสนใจเหมือนกันนี่ คุณหัวหน้ากิลด์เด็กสาวพูด “ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบหน้าเจ้านักฆ่านั่นเท่าไหร่หรอก พูดตามตรงแล้ว นี่เองก็ถือเป็นโอกาสดีในการกำจัดโลงศพสีดำไปด้วยเลย

หมายความว่าคุณ…” 

เพียงแต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะได้สรุปสถานการณ์ อลิซก็ส่ายหน้าออกมาช้าๆ

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ฉันจะอยากเป็นศัตรูกับเจ้าของฉายา ‘อสรพิษที่เร็วที่สุดในเอเชีย’ หรอกนะ

คำพูดสุดท้ายเปลี่ยนแววตาของเหมยอี้ให้เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง หล่อนหยิบพัดขนนกขึ้นมาสะบัด ก่อนที่จะเอ่ยปากออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

คุณคิดดีแล้วหรือ เจ้าหญิงแห่งหนาม

อลิซแสยะยิ้ม

กับอีแค่เมืองๆเดียวน่ะ...มันไม่เพียงพอที่จะให้คนอย่างฉันทรยศพวกเดียวกันหรอก ท่านรุ่นที่สอง

คำพูดของเด็กสาวถูกเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในขณะที่ทางเหมยอี้ก็เพียงแค่หลับตาลงช้าๆ ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบออกมาว่า

แล้วคุณจะต้องเสียใจ เจ้าหญิงแห่งหนาม

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่หญิงสาวผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากิลด์รุ่นที่สองของกิลด์ไทคูนพูด ก่อนที่ร่างของชายที่ยืนอยู่โดยรอบจะค่อยๆ ก้าวเท้าตรงมาหาตัวเธอพร้อมกับอาวุธที่กระชับแน่นอยู่ในมือ

ผู้เล่นระดับสูงห้าคน นักสู้ระยะประชิดสอง นักดาบอีกหนึ่ง แล้วก็ที่เหลือสองคนคือนักเวทย์ ไม่น่าจะเกินความสามารถของเธอ...แต่นั่นหมายถึงในสถานการณ์ปกติที่สามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ 

แต่ในสถานการณ์นี้ ในห้วงเวลาปัจจุบันนี้ที่เธอใช้อาวุธกับเวทมนตร์ของตัวเองสู้กับลิลลี่ไปจนหมดแล้ว 

มันค่อนข้างจะเป็นการเผชิญหน้าที่ยากลำบากกับเธออยู่พอสมควร

เจตนารมณ์สุดท้ายของคุลเชดราที่อยู่ในมือเธอไม่ใช่ดาบใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อการต่อสู้ รวมไปถึงคำสั่งเสียของเดร็คที่ปักอยู่บนพื้นก็เช่นกัน สาเหตุที่เธอยกมันขึ้นมาถือคือการป้องกันอาวุธถูกทำลายจากอีกฝั่งที่อาจจะเล็งโจมตีไปที่มันก่อน

น่าลำบากใจ บางทีถ้าเธอสามารถใช้ทักษะ Quick Swap เก็บอาวุธทั้งสองเข้าไปในหน้าต่างอุปกรณ์ได้ ทุกอย่างจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่านี้ เธอคงจะสามารถต่อสู้กับพวกสมาชิกกิลด์ไทคูนนี่ได้ง่ายขึ้นโดยที่ไม่ต้องพะว้าพะวงเรื่องอาวุธของเธอที่อาจจะถูกเล็งโจมตีก่อน 

เพียงแต่ปัญหาก็คือถ้าเธอทำแบบนั้น มันจะยิ่งส่งผลให้ค่า [Stamina Point] ของเธอลดน้อยลงไปอีก 

หนึ่งวินาทีสำหรับอลิซดำเนินไปอย่างเชื่องช้ากับภาพของเหล่าสมาชิกกิลด์ชั้นสูงที่ถืออาวุธครบมือก็เริ่มเข้าใกล้ตัวเธอมาขึ้นเรื่อยๆ เด็กสาวกระชับดาบในมือแน่นในขณะที่สมองก็กำลังคิดหาทางออกที่ดีที่สุดที่เธอมีในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ปัจจุบัน

ทำยังไงดีนะ...

ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่เด็กสาวกำลังคิดอยู่นั้นเอง ร่างของผู้มาเยือนในชุดดำก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่าระหว่างตัวเธอกับเหมยอี้ โผล่ขึ้นที่บริเวณด้านหลังของสมาชิกกิลด์ระดับสูงทั้งห้าซึ่งหันขวับกลับไปมองยังที่ร่างของผู้มาเยือนอย่างรวดเร็วก่อนที่จะตวัดอาวุธกลับมาเพื่อทำการปกป้องหัวหน้ากิลด์ของตน แต่ทว่ามันก็สายไปเสียแล้ว จู่ๆ รอยแผลเหวอะก็ปรากฏขึ้่นที่บริเวณลำคอของเหล่าสมาชิกระดับสูงของกิลด์ไทคูนพร้อมกับร่างทั้งห้าที่ทรุดลงไปกับพื้นราวกับตุ๊กตาที่สายป่านขาด

โย่

นั่นคือคำพูดที่ดังขึ้นพร้อมกับมือที่ถูกยกขึ้นโบกทักทายเด็กสาว ในขณะที่รอบข้างของนักฆ่าชุดดำก็คือร่างทั้งห้าที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่บนถนน

ฉันชอบคำพูดของเธอนะ องค์หญิงคุโระเอ่ยปากพูด ก่อนที่จะหันขวับกลับมาสบตากับเหมยอี้ แล้วจึงทำท่าเหมือนนึกอะไรออกโยนบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายลูกกลมๆ ให้อีกฝั่งดู

เอ้านี่ ของเธอ

มือของเหมยอี้เอื้อมไปรับมันตามสัญชาติญาณ เพียงแต่ก่อนที่จะได้มองมันเต็มที่ เธอก็ตระหนักได้ถึงความจริงของวัตถุดังกล่าวที่ไม่ต่างอะไรจากครั้งที่แล้วที่นักฆ่าวิปริตคนนี้โยนมันให้กับเธอ

มันคือดวงตาสีน้ำตาลเข้มอันงดงามของหยางจินที่เต็มไปด้วยโลหิตที่ปกคลุมอยู่โดยรอบ ในขณะที่เส้นประสาทที่ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ก็เป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าอวัยวะดังกล่าวนั้นถูกดึงมาโดยที่เจ้าตัวไม่เต็มใจ

มือที่สั่นเทาของเหมยอี้กำดวงตาของสมาชิกกิลด์ตนไว้แน่น ก่อนที่จะหันใบหน้ามาสบเข้ากับร่างของนักฆ่าในชุดดำ ก่อนที่จะตวาดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความแค้นอย่างที่เธอไม่เคยมีมาก่อนว่า

คุณมันเป็นพว...!!!

ทว่าไม่ทันที่เหมยอี้จะได้พูดจบประโยค จู่ๆ ริมฝีปากของเธอที่กำลังขยับอย่างรวดเร็วก็หยุดชะงัก ก่อนที่นัยน์ตาสีมรกตของเธอจะเบิกกว้างเมื่อภาพเบื้องหน้าที่เธอเห็นคือร่างที่เคยเป็นของเธอซึ่่งกำลังหล่นลงกับพื้นอย่างช้าๆ

ฉันไม่ต้องการให้คนแบบเธอมาวิจารณ์ฉันหรอก ท่านรุ่นที่สอง

คุโระเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท มองดูภาพ ‘ใบหน้า’ ของเหมยอี้ด้วยแววตาเรียบสนิทไปสักพักก่อนที่จะวางมันลงกับพื้นเบาๆ แล้วจึงหันหน้ามาสบตากับอลิซด้วยรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมาชัดเจนแม้จะใส่ผ้าปิดปากอยู่

“ฉันละนับถือเธอจริงๆ เลย องค์หญิง ข้อเสนอน่าสนใจแบบนั้นเธอยังปฏิเสธมันได้...เธอนี่ไอดอลฉันเลยนะเนี่ย

เด็กสาวสบตากับอีกฝั่ง แค่นเสียง “หึ” ออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะตอบกลับไปเพียงแค่ว่า

ฉันก็แค่คิดว่าการเป็นศัตรูกับนักฆ่าอันดับหนึ่งของเอเชีย มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่...ก็แค่นั้น” 

คำตอบทำเอาคุโระได้แต่ยกมือลูบศีรษะพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างเขินๆ

เธอประเมินฉันสูงเกินไปแล้ว เจ้าหญิง” นักฆ่าชุดดำพูดอย่างถ่อมตน ก่อนที่เด็กสาวจะเอ่ยถามเปลี่ยนเรื่องในทันทีว่า

แล้วนาคาละ หมอนั่นเป็นยังไงบ้าง

คำตอบมีเพียงรอยยิ้ม ก่อนที่นิ้วของนักฆ่าในชุดดำจะค่อยๆ ถูกยกขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังการต่อสู้ที่ยังคงดำเนินอยู่ที่บริเวณจตุรัสด้านขวาของน้ำพุช้าๆ

            ซึ่งชั่วพริบตาที่เด็กสาวหันมองตามไปยังตำแหน่งดังกล่าว นัยน์ตาสีแดงข้างเดียวของเธอก็ค่อยๆ เปิดกว้างขึ้นอย่างประหลาดใจกับภาพเบื้องหน้าของตน

            หมอนั่น...

            บริเวณพื้นที่ใกล้กับตำแหน่งที่เธอทำการเรียกสติของนาคากลับมา ปรากฏภาพของตุ๊กตานับร้อยที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ เหล่ากองทัพตุ๊กตาหน้าตาน่ารักในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังถือมีดในมือเสียบเข้ากับสมาชิกกิลด์ไทคูนผู้โชคร้ายที่กรีดร้องดังลั่นด้วยความเจ็บปวดราวกับคนเสียสติ ในขณะที่ตรงกลางของกองทัพตุ๊กตาก็ปรากฏร่างของนาคาที่กำลังก้าวเท้าเดินอย่างช้าๆ พร้อมกับลั่นไกอาวุธสีเงินในมือใส่ศีรษะของสมาชิกกิลด์ไทคูนอย่างใจเย็น

            “หมอนั่น...กำลังสนุกอยู่ ฉันเลยไม่อยากเข้าไปรบกวนน่ะ






 


บันทึกข้อมูลลับ [Secret Data Entry]

อดีตผู้เล่นมีอันดับ [Ex-ranking User]

User : หยางจิน [Yang Jin]

Alias : สายฟ้าไร้เสียง [Sprite(Lightning)]

Class : Grand Master [ปรมาจารย์]       Level : 109

Evaluation [ประเมินความสามารถ]

               Strength : S               Agility : S++

               Endurance : B            Range : A-

               Ability : S+                 Magic : E

              Luck : D+                   Growth Potential : B+

               

Forte [ความถนัด] : Martial Arts Master [ผู้เชี่ยวชาญศิลปะป้องกันตัวระดับสูง] One-on-One [ดวลตัวต่อตัว] Grand Master Qi [ปรมาจารย์ชี่]

Weakness [จุดอ่อน] : Hot-tempered [อารมณ์ร้อน] Self-righteous [มั่นใจในความถูกต้อง(ของตัวเอง)มากเกินไป] 

    

 

 

         

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 320 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,096 ความคิดเห็น

  1. #3765 yoohosix (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 03:37
    นาคามาพร้อมกองทัพตุ๊กตา
    #3,765
    0
  2. #1896 Hiroyosha (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 00:31
    เห็นด้วยอย่างแรงอ่ะ????
    #1,896
    0
  3. #1889 over_lord2 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 20:44
    อ่านเรื่องนี้เหมือนมีโรคจิตมากวักมือเรียกให้ไปเข้ากลุ่มยังไงยังงั้น
    #1,889
    0
  4. #1618 Noonith (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 16:28
    กลับมาอัพรัวๆน่ะค่ะ
    รอมานาน
    อ่านเรื่องนี้รู้สึกตัวเองจะเข้าโหมด
    จิตนิดๆล่ะน่ะ
    ฮิฮิ
    #1,618
    0
  5. #1617 may (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 13:51
    นาคานายเริ่มไม่ปกติล่ะนะ

    กลุ่มนี้อยู่ด้วยกัน สนุกจริงๆ

    รอๆค่ะ
    #1,617
    0
  6. #1616 auannie (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 13:14
    นี้สิ ถึงสมกับเป็นนาคา มีของเมพๆก็ใช้เนียน ให้คุ้ม สนุกสนานใหญ่ 
    #1,616
    0
  7. #1614 Doko-Neko (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 22:06
    เออเรอร์ค่ะ ! สมงสมองตัวละครในทีมตัวเอกเออเรอร์ตามชื่อเรื่องกันไปหมดแล้วค่ะ !!
    #1,614
    0
  8. #1613 เอกภพไร้ขอบเขต (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 21:24
    อาการเป็นยังไงไหนบอกหมอซิ!!!
    #1,613
    0
  9. #1612 MedullaOblongata (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 19:53
    อ่านไปถึงช่วงที่ ดวงตาที่ถูกคว้านออกมาพร้อมกับเส้นประสาท มีสติกลับมาดูตัวเอง เฮ้ย นี่เรากำลังยิ้มอยู่นี่หว่า เป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและวิปลาส
    #1,612
    0
  10. #1610 zeze (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 18:50
    นาคาเป็นเด็กน่ารัก ชอบเล่นตุ๊กตาเป็นชีวิต 5555
    #1,610
    0
  11. #1609 ultraman (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 18:05
    อืมม์ กลุ่มนี้ท่าทางไปกันได้ดี

    ขอบคุณที่กลับมานะครับ
    #1,609
    0
  12. #1608 BlueBell (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 18:04

    นาคาแลูโรคจิตละนะ55555 ชอบๆๆๆ
    #1,608
    0
  13. #1607 |||No_Name||| (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 17:53
    อ้ายนาคาาาจิตเข้าไปอีกข่าต้องให้เยอะกว่าคุโรเลยยย 
    #1,607
    0
  14. #1606 saccharine. (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 17:40
    จริงๆ นาคาก็เป็นคนมุ้งมิ้งนะ
    มีเล่นตุ๊กตาด้วย (ฮา)
    #1,606
    1
    • #1606-1 Kenzama(จากตอนที่ 64)
      29 กรกฎาคม 2559 / 18:28
      เวลาเม้นท์อย่าควงมีดเล่นซิคร้าบบบ~ พวกเดียวกันใช่ม้ายยยยย
      #1606-1
  15. #1605 NumFaH LuziiFer (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 17:26
    ควรไปหาจิตแพทย์กันทั้งหมดนั้นแหละ 5555
    #1,605
    0
  16. #1604 loliz (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 17:00
    สมกับเป็นเกมโรคจิต
    #1,604
    0
  17. #1603 Ragear (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 16:21
    นายควรไปหาจิตแพทย์ได้แล้วนะนาคคุง - -
    #1,603
    0