ERROR Online : Overkill มหานครออนไลน์แห่งความผิดพลาด

ตอนที่ 4 : Error : 0x00000002 ความผิดพลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 815 ครั้ง
    1 ส.ค. 63

ERROR Online : Overkill











 



         

 

          ในที่สุดก็ถึงบ้านซักที

           นาคาโยนถุงพลาสติกใส่ชาเขียวที่เข้าซื้อจากมินิมาร์ทวางไว้ที่พื้น ก่อนที่จะเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เตียง เหม่อมองไปยังเพดานห้องที่ไร้แสง เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขายังคงปรากฏรอยฉีกขาดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็นขณะที่หญ้าและดินที่ติดบริเวณหลังเสื้อของเขาก็เริ่มแห้งกรัง 

           เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูรูปของสาวน้อยร่างเล็กที่กำลังยืนกอดคอเขาด้วยรอยยิ้มอยู่ในสมัยม.ต้น

           ตึง!

          เป็นเวลาเดียวกันกับที่เสียงของแข็งกระทบกันจะดังสนั่นขึ้นมาทั่วห้อง การกระทำที่ตัวเขาได้แต่เลิกคิ้วมองมันด้วยความสับสน

กำปั้นขวาของตนที่ทุบเข้ากับผนังห้อง ภาพของมือขวาของตัวเองกับรอยช้ำจางๆ ขึ้นที่บริเวณนิ้วก้อย 

ถ้าไม่ใช่อาการกล้ามเนื้อกระตุก หมอนั่นก็คงมีอิมแพ็คต่อตัวเขามากกว่าที่คิด

อัจฉริยะแห่งวงการเกม...บอกไม่ได้ว่าการที่คนแบบนั้นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตเขาเพราะพระเจ้าต้องการที่จะเล่นตลกหรือเปล่า

ร่างในชุดเสื้อสีขาวนั่งกุมศีรษะอยู่สักพักก่อนที่เขาจะค่อยๆ ถอนหายใจออกมาเบาๆ อีกครั้งหนึ่ง

กี่ครั้งแล้ว 

กี่ครั้งแล้วกับเรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ

ความเป็นจริงที่เขาเผชิญหน้ากับมันมาตั้งแต่จำความได้

กี่ครั้งแล้ว...ที่ทุกคนต่างก็จากเขาไปหมด

           ตึง!!!

กำปั้นซ้ายพุ่งเข้าไปกระแทกกับผนังห้องอย่างรุนแรง เป็นเวลาเดียวกันกับที่ความรู้สึกเจ็บแปลบจะแล่นเข้ามีบริเวณหลังมือ

ดวงตาสีดำเลื่อนไปจับยังของของเหลวสีแดงข้นที่ไหลออกมาจากบาดแผลบริเวณหลังมือ อาการบาดเจ็บที่เขาเพียงแค่มองมันด้วยแววตาว่างเปล่าท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งห้อง

พิรุณ...เกมเมอร์อัจฉริยะวัย 15 ปีแห่งวงการเกมที่โด่งดังไปทั่วประเทศที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชม พากันสรรเสริญว่าเป็นบุคคลแห่งยุค ไม่ก็อัจฉริยะในรอบสิบปีที่เกิดมาเพื่อสั่นคลอนโลกแห่งเกม

ต่างกับตัวเขาที่ผู้คนต่างก็พากันหลงลืม เหรียญทองโอลิมปิกคณิตศาสตร์ที่ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเครื่องประดับที่แขวนอยู่ในตู้เก็บของ

เส้นทางอันน่าตื่นเต้นของตัวละครหลักในแบบที่เขาไม่อาจจะคิดฝันถึงไปได้

เกม...ที่เขาไม่เคยสนใจมันมาก่อน

เขาพึมพำออกมา ขณะที่ดวงตาของตัวเองก็เลื่อนจับมามองยังภาพภ่ายในโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ

แล้วจึงถอนหายใจออกมาช้าๆ

มาลองกันสักรอบละกัน...








ไปโดนอะไรมา...นาคา

            คือเสียงที่ดังขึ้นในรุ่งเช้าถัดมา ขณะที่นาคากำลังพยายามจะใช้วิชาพรางตัวเดินไถข้างแบบปูเพื่อหลบสายตาของผู้เป็นมารดาซึ่งนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโต๊ะในห้องอาหารส่งผลให้เขาต้องหยุดชะงัก

เขาหยุดยืนตัวแข็งไปสักพัก ก่อนที่จะหันไปสบสายตากับแม่ของเขาพร้อมกับยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ

           ผ้าพันแผลนี่...พอดีสะดุดล้มในห้องน้ำ น่ะครับ” พูดจบก็ยกมืออีกข้างขึ้นลูบหัวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ

           เธอมองเขาด้วยแววตานิ่งเรียบไปสักพัก ก่อนที่จะพยักหน้าพร้อมกับพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือ ฝังตัวเองบนโลกแห่งตัวหนังสือตามเดิม

เป็นหนี้ลุงทองอีกครั้งสิแล้วสินะ” นาคาพึมพำชื่อคนใช้ผู้เป็นคนทำแผลให้กับตัวเอง ออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเดินไปนั่งประจำเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามซึ่งถูกจัดอาหารไว้บนโต๊ะเรียบร้อย

ข้าวต้มปลากระพงถูกเขารับประทานลงกระเพาะอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นาคาจะรีบพุ่งออกจากบ้านเพื่อจะทำตามกำหนดการที่เขาได้วางแผนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เด็กหนุ่มเดินไปหน้าบ้านจัดแจงหยิบรองเท้าผ้าใบขึ้นมาใส่เพื่อเตรียมพร้อมที่จะมุ่งหน้าไปสู่ดินแดนที่เขาไม่อยากจะย่างกรายเข้าไปมากที่สุด

 ย่านร้านค้า

            ดินแดนที่แสนน่าหวาดกลัว สยดสยองจนถึงขนาดที่ว่าภาพของเจ้าของร้านที่กระโดดเหยงเป็นผีกองกอย หรือถอดสร้อยพระขึ้นมาอมพร้อมกับท่องคาถาอาคมนั้นถือเป็นเรื่องปกติ

            ใช่ ตัวอย่างเช่นเจ้าของร้านขายของชำคนนี้ที่ทันทีที่เห็นหน้าเขาที่กำลังเดินสวนก็เผลอกลืนน้ำลายดังอึ้ก ก่อนที่จะค่อยๆ ก้มลงบนพื้นนั่งคุกเข่าพร้อมกับทำท่าหงายมือเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองไม่มีเจตนาร้าย

            “ท...ท่านนาคา ขอรับคำพูดหลุดออกมาจากริมฝีปากของลุงพีทในวัยห้าสิบในขณะที่นาคาก็ได้แค่ยืนนิ่งโดยไม่ได้พูดอะไร

            นี่คือตัวอย่างของความเกรงกลัวต่อผู้เป็นมารดาของเขา ชลธาร ไพศาลธารา อสุรกายอำมหิตผู้มีอำนาจสั่งเป็นสั่งตายของประชากรเจ้าของร้านค้าภายในซอย

            นาคาได้แต่เลิกคิ้วออกมาช้าๆ เขายืนมองดูร่างของชายชราที่กำลังนั่งคุกเข่าก้มหัวตัวสั่นไปสักพักก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงดังกึกก้องว่า

            “แถวตรง!

            ร่างของชายวัยชราเปลี่ยนกลับมายืนขึ้นตรงแน๋วอย่างกับไม้บรรทัด เท้าทั้งสองถูกเลื่อนมาชิดแนบสนิทในขณะที่มือของลุงพีทก็ถูกนำมาแนบลำตัวด้วยความรวดเร็ว

            “วันธยา...หัตถ์!” 

            ได้ยินดังนั้นนิ้วทั้งสี่บนมือข้างขวาของลุงพีทก็ถูกยกขึ้นมาแตะที่ปลายคิ้ว

            เด็กหนุ่มเดินสำรวจท่าทางของฝั่งตรงข้าม ก่อนที่จะพยักหน้าหงึกๆ อย่างพึงพอใจ

            “ดีมาก! ทั้งหมดเลิกแถวได้!

            ลุงพีทที่อยู่ในท่าวันทยาหัตถ์ค่อยๆ ลดมือลง กำมันไว้ระดับหน้าอก ก่อนที่จะตบเท้าขวาออกมาข้างหน้าพร้อมกับตะโกนว่า

เฮ่!

น่าหวาดกลัว คือความคิดเห็นของเขาต่อผู้เป็นมารดาที่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ ไม่รู้ว่าเธอใช้วิธีการเหี้ยมลึกอำมหิตขนาดไหนในการทำให้ลุงพีทแกหวาดกลัวถึงขนาดที่ยอมเชื่อฟังคำสั่งคนรุ่นหลานแบบเขา

นัยน์ตาสีดำเหลือบเข้าไปยังร่างของลุงพีทที่ยังคงยืนก้มหน้าให้เขาหลังจากที่ถูกเอ่ยคำสั่งเลิกแถว นาคาจึงพูดออกมาว่า

ลุงพีทไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ ผมแค่มาเดินดูอะไรแถวนี้เฉยๆ” เสียงเป็นกันเองคลายความกังวลของชายชรา แต่ตัวชายแก่ก็ยังคงก้มหน้ามองพื้นทำมุมเกือบเก้าสิบองศาเหมือนเดิม เขาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจอย่างปลงๆ

ตายแล้ว! หนูนาคนี่นา

จู่ๆ เสียงแหลมปรี๊ดของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลังส่งผลให้เขาหันหน้าไปมอง แน่นอนว่าเขารู้จักเธอคนนี้ดี เพราะเธอเป็นหนึ่งในประชากรแถวนี้เพียงไม่กี่คนที่สามารถคุยกับเขาได้อย่างปกติ

ส่วนทางด้านลุงพีท ทันทีที่เขาเห็นผู้หญิงคนนั้นโผล่มา เจ้าของร้านขายของชำก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกกับตัวเองเบาๆ

รอดจากเงื้อมมือปีศาจไปที ไอ้พีทเอ๊ย!

ลุงพีทยืนเนียนเป็นหลังฉากไปสักพัก ก่อนที่จะค่อยๆ ใช้วิชาเร้นกายเดินเรียบถนนหายไปอย่างรวดเร็ว...

อ้าว สวัสดีครับ พี่ภัทร” เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินตรงมาหา นาคาจึงเอ่ยทักพร้อมกับยกมือสวัสดีผู้หญิงตรงหน้าตามมารยาท “มาเดินเล่นแถวนี้เหมือนกันเหรอครับ

พี่มาซื้อกับข้าวจ้ะ” เจ๊ภัทรยกถุงใส่กับข้าวจำนวนมากในมือให้เขาดู ก่อนที่สายตาของเจ้าหล่อนจะเหลือบไปสะดุดกับผ้าพันแผลที่พันอยู่รอบมือซ้ายของนาคา

ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ถุงแกงของเธอจะถูกวางลงกับพื้นพร้อมกับมือทั้งสองที่พุ่งเข้ามาจับไหล่ของนาคา ก่อนที่จะตามมาด้วยคำพูดเป็นชุดๆ ว่า

อุ๊ยตาย! นั่นเธอเป็นอะไรจ๊ะ บาดเจ็บมาเหรอ ให้พี่พาหาหมอไหม ต้องผ่าตัดไหม ถ้าหนูนาคเป็นอะไรไปแล้วพี่จะทำยังไงดีละ!!!

อ...เอ่อ ผม ม...ไม่ ป..เป็นอะไรหรอก ค...ครับ ค..แค่ ข้อมือ ค...เคล็ดนิดหน่อย” เสียงของนาคาสั่นจากแรงแขนที่กำลังเขย่าร่างของเขารัวๆ

หญิงผู้ตื่นตะหนกเมื่อได้รับรู้ว่าเด็กหนุ่มคนหน้าไม่เป็นอะไรร้ายแรงจึงถอนมือออกจากไหล่ของอีกฝ่าย พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

อ๋อ แค่แขนเคล็ดเหรอจ๊ะ แหมพี่ก็นึกว่าหนูจะเป็นอะไรมากเสียอีก” 

ครับ แค่แขนเคล็ด อีกไม่นานก็คงจะหาย” เขาพูด ใช้มืออีกข้างเลื่อนแว่นสายตาของตัวเองที่เริ่มจะหลุดมากองอยู่ที่จมูก

ว่าแต่...หนูนาค มาทำอะไรแถวนี้ละจ๊ะ” เจ๊ภัทรเอ่ยถามด้วยความสงสัย

เด็กหนุ่มเลื่อนแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย

          “ผมมาซื้อเกมครับ

           “เธอจะซื้อเกมเหรอ!” 

           “ครับ เกมที่พี่ภัทรแนะนำมานั่นแหละ” เขาพยักหน้า

            ได้ยินคำตอบดังนั้นรอยยิ้มของเจ้าหล่อนก็เริ่มฉีกกว้างไปจนเกือบถึงรูหู ในขณะที่ดวงตาของเธอก็ดูแวววาวแทบจะส่องเป็นประกาย

           “แหม พอดีเลย พี่เองก็ไม่มีอะไรทำช่วงบ่ายอยู่พอดี ถ้ายังไงเดี๋ยวพี่พาเธอไปซื้อเองจ้ะ หนูนาค

            ใจนึงก็อยากที่จะปฏิเสธ แต่ดูเหมือนว่าออฟชั่นดังกล่าวอาจจะไม่มีอยู่ในตัวเลือก นาคาจึงเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ

หนูนาค รอพี่ตรงนี้แปบเดียวนะ เดี๋ยวพี่จะกลับมา!” ทันทีที่เธอกล่าวจบ ฝีเท้าสุดแรงเกิดของสาววัยยี่สิบเจ็ดปีก็พุ่งฉิวหายวับไปในพริบตา





            ห้างสรรพสินค้าที่เจ๊ภัทรพาเขามานั้นเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในแถบตะวันออกของเมืองที่มีชื่อว่าอบิสปาร์ค [Abyss Park] เนื่องจากร้านขายเครื่องเกมภายในซอยที่พวกเขาพากันไปในตอนแรกสินค้าหมด ทั้งสองจึงต้องมาลงเอยที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้

พวกเขาทั้งสองมาถึงเป้าหมายด้วยรถเก๋งคันเก่งของเธอ มันเป็นรถญี่ปุ่นที่สภาพค่อนข้างโทรมไม่ต่างอะไรกับซากรถ ฝุ่นจับจนเขาไม่คิดว่ามันจะสามารถสตาร์ทเครื่องติดได้ สภาพที่ทำเอานาคาถึงกับเหงื่อตกยามที่เห็น เพียงแต่...ไม่ทันที่เขาจะได้ขยับปากเอ่ยคำปฏิเสธ ร่างของเขาก็ถูกจับเข้ามาอยู่ในโลงศ...รถคันดังกล่าวแล้ว

และก่อนที่นาคาจะรู้สึกตัว...เขาก็พบว่าตัวเองมาถึงที่หมายเรียบร้อย

          “หลับสบายไหม หนูนาค” สาวนักซิ่งกล่าวยิ้มๆ “เห็นเธอนอนยาวตั้งแต่พี่เริมขับเจ้านี่เลย เมื่อคืนคงไม่ค่อยได้นอนละสิท่า

           “อา...ครับ

            หลับสบายมากเลย และอาจจะสบายมากกว่านี้อีกถ้าเขาไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

            ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกปั่นป่วนผะอืดผะอมในท้องเวียนหัวคล้ายจะอาเจียนเข้าไปเรื่อยๆ เด็กหนุ่มจึงพยายามหันไปทางอื่น สูดลมหายใจลึกๆ มองบรรยากาศร่มรื่นของลานจอดรถชั้นดาดฟ้าที่ถูกตกแต่งด้วยสวนหย่อมเพื่อปรับสภาพ

            “ไปกันเถอะจ้ะ ร้านนี้เป็นร้านเพื่อนของพี่เอง มันน่าจะลดราคาเครื่องเล่นให้สิบเปอร์เซ็นต์ ถ้ารวมกับแผ่นที่พี่ให้ไปน่าจะได้ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์เลยละ

           “เอ่อ...กระดาษนั่น ผมทำหายไปแล้วน่ะครับ

            “อ้าว อย่างนั้นเหรอ” เธอขมวดคิ้วไปสักพัก ก่อนจะสรุปออกมาว่า “ไม่เป็นไรหรอกหนูนาค ยังไงพี่ก็จะให้มันลดอยู่ดีนั่นแหละ

            น่าสงสารเจ้าของร้านคนนั้นเป็นบ้า




 

            ห้างสรรพสินค้าในวันเสาร์ไม่ได้อัดแน่นไปด้วยผู้คนอย่างที่คิด นาคาคิดพลางเลื่อนแว่นสายตาให้กระชับขึ้น ดูเหมือนว่าเนื้อที่ที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ของอบิสปาร์คจะเป็นตัวช่วยแบ่งเบาประชากรตามแต่ละชั้นได้อย่างดีเยี่ยม  

เจ๊ภัทรเดินนำเขาผ่านประตูทางเข้ามาสู่ชั้นห้า ก่อนที่จะเดินลงบันไดเลื่อนมาสู่ชั้นสี่ เดินตรงมาตามทางเดินไม่นานก่อนที่ทั้งสองจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านขายเครื่องเกมอิเล็คทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า Ladsproject

           “อ้าว ยายภัทรนี่นา ไปไงมาไงเนี่ย ถึงมาที่ร้านฉันแบบนี้” คำพูดทักทายหลุดขึ้นมาทันทีที่พวกนาคาเข้าสู่ร้าน เมื่อทั้งสองหันหน้าไปก็พบกับชายร่างผอมในกรอบแว่นซึ่งกำลังมองมาที่นาคาอย่างอารมณ์ดี

           “โฮ่ เด็กในสังกัดเรอะยายภัทร

           “ไม่ใช่ย่ะ ไอ้เอ ฉันพาน้องเขามาซื้อเกมต่างหากล่ะ” 

            “เกมเหรอ... ERROR สินะ” ผู้ถูกเรียกว่าเอตอบกลับ ก่อนที่จะหันมาเอ่ยคำพูดกับนาคาว่า “หวัดดี ไอ้หนู ฉันชื่อเอ เป็นเพื่อนกับแม่สาวใกล้ขึ้นคานที่พาเธอม…”

            “อ่อก!

            วิชาดัชนีคู่ของเจ๊ภัทรที่พุ่งกระแทกเข้ากับลำคอของชายเจ้าของร้านด้วยความรุนแรงส่งผลให้เขาได้แต่ชะงักตัวอย่างเจ็บแทน

            “ถ้าอยากตายทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรกละ ไอ้เอ เดี๋ยวแม่จะจัดให้แบบจำหน้าศพไม่ได้เลยคอยดู” คำขู่เสียงเย็นยะเยือกทำเอาบุรุษที่ถูกเรียกว่าเอได้แต่ยิ้มแหยๆ

            “เอาละๆ ฉันไม่แซวเธอก็ได้ยายภัทร แหม แซวนิดแซวหน่อยทำเป็นขึ้น” เอพูดพร้อมกับยกมือที่กำลังสั่นๆ ขึ้นมาเลื่อนแว่นสายตาของตัวเองช้าๆ

            “เรื่องนั้นน่ะ เรื่องคอขาดบาดตายสำหรับผู้หญิงย่ะ

            เอหัวเราะ ก่อนที่จะหันกลับมายังนาคาที่กำลังยืนอยู่ใกล้ๆ แล้วจึงพูดเข้าเรื่องว่า “เธออยากได้แพ็คเกจไหนละ

            “มีแบบไหนบ้างครับ

            เอยิ้ม ก่อนที่จะเริ่มอธิบายว่า

แพ็คเกจที่ถูกที่สุดคือความผิดพลาดของยาจก [Poor Man’s ERROR] ที่มีอัตราความผิดพลาด [ERROR Rate] หนึ่งเปอร์เซ็นต์ สนนราคาที่ห้าหมื่น ส่วนแพ็คเกจต่อมาก็คือความผิดพลาดแห่งปี [ERROR of the Year] สนนราคาตอนนี้อยู่ที่หนึ่งแสน อัตราความผิดพลาดอยู่ที่ 0.5 เปอร์เซ็นต์ แพ็คเกจสุดท้ายที่ร้านของฉันมีคือความผิดพลาดขั้นร้ายแรง [Fatal ERROR] อัตราความผิดพลาดอยู่ที่ 0.1 เปอร์เซ็นต์แล้วก็สนนราคาอยู่ที่ห้าแสนบาทถ้วน

ราคา...ถือว่าเอาเรื่องอยู่พอสมควร” เขาพึมพำพลางเลื่อนแว่นสายตาของตัวเองขึ้น

อย่างนี้แหละ เกมนี้เป็นเกมแรกที่ประสบความสำเร็จกับการจำลองโลกเสมือนจริงที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา ค่าพัฒนา AI อะไรพวกนั้นก็เยอะแยะ เพราะงั้นถึงราคามันจะแพง แต่ฉันก็คิดว่าทางบริษัทแฟร์กับผู้บริโภคมากสุดๆ แล้วละ

นาคายืนใช้ความคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะเอ่ยถามออกมาว่า

            “อัตราความผิดพลาด...คืออะไรเหรอครับ

            ได้ยินคำถาม ชายในกรอบแว่นก็ยิ้มออกมาบางๆ

            “นั่นเป็นสิ่งที่ทางบริษัทเออเร่อคอร์เปอร์เรชั่นกำชับไว้ว่าห้ามฉันบอกผู้เล่นทุกคนเกี่ยวกับมัน” เอพูดก่อนที่จะเหลือบมาเห็นเข้ากับร่างของเจ๊ภัทรที่กำลังมองตรงมาที่เขาด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ

            “ต...แต่ บอกใบ้สักนิดก็คงจะไม่เสียหายละมั้ง” เอเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะบอกเด็กหนุ่มตามตรงไปว่า 

            “สรุปย่อๆ ก็คือนายอยากที่จะให้มันน้อยที่สุด ไอ้เจ้าค่าอัตราความผิดพลาดนั่น

            นาคาพยักหน้าช้าๆ เด็กหนุ่มยืนใช้ความคิดในหัวไปสักพักจึงเอ่ยถามออกมาว่า

            “แล้ว...มีส่วนลดไหมครับ

            “เครื่องเกมนี่เป็นของมือหนึ่ง แถมราคาที่รับจากบริษัทก็มาในราคานี้ จะให้ฉันลดก็คงจะ…” ไม่ทันที่เอจะเอ่ยจบ เขาก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหารของอดีตเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยของตนที่พวยพุ่งออกมาไม่ต่างอะไรกับยักษ์ในขุมนรก

            “ค...ค...ค...คง...จะ” เอที่พยายามต้านทานแรงเหนือธรรมชาติได้แต่ขยับปากตะกุกตะกักในขณะที่ร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นกึกๆ จากความหลังสมัยมหาลัยที่ตนเองไม่อยากจะจำ

            “คงจะอะไรเหรอ ไอ้เอ” คำพูดถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบพร้อมกับมือข้างขวาที่ถูกยกขึ้นมาเกร็งแน่น

            ชายคนดังกล่าวทำท่าเหมือนจะขยับปากพูดแต่ก็ไม่มีเสียงอะไรออกมา เอพยายามที่จะกลั่นเสียงออกจากปากอยู่สักพักใหญ่ๆ ก่อนที่เขาจะยอมแพ้ให้กับอีกฝั่งพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ใกล้จะร้องให้เต็มที่ว่า

ลดให้ก็ได้ ลดให็ก็ได้! โธ่เว้ย แค่ลดให้ก็พอแล้วใช่ไหมละ

เจ๊ภัทรยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ชูนิ้วเลขสามขึ้นมาช้าๆ

เออ สามสิบเปอร์เซ็นต์ใช่ไหมละ” เอตอบเสียงเครียด เขายกมือกุมขมับพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อยู่สักพัก ก่อนที่จะหันมาสบสายตากับเด็กหนุ่มแล้วจึงเอ่ยออกมาว่า

อยากได้แพ็คเกจไหนละ ไอ้หนู

นาคากระแอมไอเล็กน้อย แล้วจึงค่อยๆ ชี้นิ้วไปยังแพ็คเกจขนาดกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่บนตู้โชว์หน้าร้านท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของเจ๊ภัทรและเอที่ดังขึ้นมาพร้อมกันว่า

เธอจะซื้อชุดนั่นน่ะนะ!!

นาคาพยักหน้าช้าๆ ก่อนที่เขาจะกระชับแว่นสายตาของเขาขึ้นอีกครั้ง

“ใช่ครับ ผมต้องการจะซื้อชุด ความผิดพลาดขั้นร้ายแรง [Fatal ERROR] ในราคาสามแสนห้าหมื่นครับ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 815 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,096 ความคิดเห็น

  1. #4021 ปลายย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:15
    เดี๋ยว เมื่อก่อนเราก็เคยมองว่ากาาทำอย่างนี้มันไม่เมคเซ้นท์ แต่พอผ่านมาหลายปีกลับมาอ่านอีกทีก็คิดว่ามันสมเหตุสมผลดี ต้นทุนคนเราไม่เท่ากัน เมื่อเลือกได้ จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดก็ไม่แปลก ละก็ไม่คิดว่าน้องจะอิจฉาด้วย ก็แค่อยากเข้าไปลองปะ ว่ามันเป็นยังไง ถึงน้องจะรู้สึกอิจฉาจริงๆ มันก็ดูสมวัยดีไหมอะ แค่เด็กมัธยมเอง จะเอาอะไรมาก ถึงคาแรคเตอร์น้องจะดูเป็นผู้ใหญ่ก็ว่าวัยก็ตาม เชื่อว่าน้องจะเติบโตได้มากขึ้นกว่านี้ในอนาคต
    #4,021
    0
  2. #3550 I'm fine. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 14:25
    สังคมเพื่อนๆ ลดได้เปล่า ฟรีได้เปล่า คือยิ่งเป็นเพื่อนกันต้องจ่ายเต็มปะ คนทำมาหากินอะ หมดสักทีนะแนวคิดเนี่ย และอย่างคือนายไม่ทำการบ้านหน่อยหรอ ว่าค่าความผิดพลาดคืออะไร แหมะ จะเล่นเกมทั้งที
    เป็นกำลังใจให้ค่ะะ
    #3,550
    0
  3. #3510 NamelSkyNs (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 15:25
    พระเอกลงทุนดี
    #3,510
    0
  4. #3484 ทำไมต้องอิมแจบอม' (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 00:10
    ช่างน้ำหวานเถอะนาคา เอาจริงๆไม่แปลกหรอกที่นาคาจะอิจฉา มันน่าอิจฉาจริงๆนะกับภาพวิชาการที่ผู้ใหญ่ต้องการกับภาพอัจฉริยะแห่งเกมที่คนช่วงวัยรุ่นชื่นชม นาคาเป็นคนที่ชอบเป็นที่หนึ่งหน่อยๆแหละ อ่านมาตอนนี้ยังชอบนิสัยพระเอกอยู่ เห็นโดนด่าเยอะเลยอยากออกมาปกป้องมั่ง
    #3,484
    0
  5. #3193 Space Walker (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 00:22
    คนที่บ่นว่ามันไม่เม้คเซ้นส์คือตัวเอกมันมาซื้อเพราะความโมโหและศักดิ์ศรีไง แล้วที่มันซื้อแพงสุดได้ก็เพราะคนเราต้นทุนไม่เหมือนกัน สำหรับคนธรรมดาอย่างเราๆ3แสนคือแพงมาก แต่สำหรับคนบางกลุ่ม3แสนคือไม่ได้มีค่ามากมายจนต้องคิดหนัก(ตัวเอกมันก็คือคนประเภทนี้)
    จิตใจ ความนึกคิดของคนมันแตกต่างกันอยู่แล้วตามสันดานและการเลี้ยงดู เพราะงั้นอย่าเอาบรรทัดฐานตัวเองไปตัดสินคนอื่นเลย(ถึงมันเป็นแค่นิยาย แต่ตัวละครแต่ละตัวก็มีคาแร็คเตอร์เหมือนคนปกตินั่นแหละ อย่างนาคาก็เหมือนคนมองโลกแบบเรียลๆ พูดจามะนาวไม่มีน้ำ Prideๆหน่อย แต่ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครหนิ)
    #3,193
    1
    • #3193-1 ปลายย(จากตอนที่ 4)
      13 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:16
      เห็นด้วยค่ะ พื้นฐานของคนเราต่างกัน
      #3193-1
  6. #3189 โม่​ โฉว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 20:51

    ต่อยกกกู**ไหม-ส***
    #3,189
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #3158 บิลเลียส (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 00:08
    คนมันรวย สามแสนห้าแค่เศษเงินเหอะ
    #3,158
    0
  9. #3136 miwasakiasunuki (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 22:05
    ในความคิดเรานาคาเป็นตัวละครที่สีเทามาก เป็นคนที่ใช้ตระกะในการดำเนินชีวิต โดนกดดันจาดครอบครัว และสิ่งเดียวที่เป็นสีสันในชีวิตของนาคาคือน้ำหวาน พอน้ำหวานห่างไป นาคาเป็นคนที่จิตไม่ปกติสักเท่าไหร่ยุแล้ว การแสดงออก ทั้งเรื่องดูถูกความชอบคิดว่านางไม่ได้ดูถูกหรอก แต่นาคากำลังอิจฉาอยู่ลึกๆ และเชื่อว่าถ้านาคาได้เข้าไปในโลกเกมได้เจอสังคมแบบใหม่ ตัวละครนี้จะโตขึ้นแน่นอน
    #3,136
    0
  10. #3130 tapsinmanysai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 16:56
    ตัวเอกสะหลาดหลอแบบนี้ผมคิตหว่าโคดโง่เลยอะ มอ่งโลกแคบมากผมไม่ชอบนิสัยแบบนี้เลย ไม่อ่านละเสียอารมณ์
    #3,130
    14
    • #3130-12 อาโอฮิเมะ ซึนเดระ(จากตอนที่ 4)
      4 พฤษภาคม 2563 / 00:59
      คุณเหมือนคนที่กินมังคัดโดยไม่ปอกเปลือกเเล้วด่าว่าไม่อร่อยอ่ะเกทป่ะ
      #3130-12
    • #3130-14 เทพบุตรแห่งแสง(จากตอนที่ 4)
      31 พฤษภาคม 2563 / 11:22
      ชอบๆ อาโอฮิเมะ ซึนเดระ
      #3130-14
  11. #3116 rezero0015 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:23
    เป็นคนที่ตรรกะพังใช้ได้เหมือนกันนะเนี่ย
    #3,116
    0
  12. #2808 ฮ่อยจ๊อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2560 / 08:35
    คือถ้าเราไปซื้อเกมเองคงเอ๋อแตกมากๆ
    #2,808
    0
  13. #2218 witchhound (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 12:49
    ความผิดพลาดที่ว่านี่คืออะไรหรอ
    ทำไมผิดพลาดน้อยถึงดีละ แล้วเปอร์เซนต์ต่างกันแค่ 0.5 เอง
    แต่ราคาห่างกันราวฟ้ากับเหว คงไม่ใช่ความผิดพลาดแบบพวกติดอยู่ในเกมใช่มะ
    #2,218
    0
  14. #2180 PhanThomZ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 17:35
    ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าความผิดพลาดคืออะไรมีเอาไว้ทำไมเห็นเปอร์เซ๊นต์น้อยยิ่งแพงแต่เปอร์เซนต์ห่างกันิดหน่อยเองหนิ มันความผิดพลาดของ ระบบ ในเกมหรอที่ทางผู้พัฒณาแก้ไม่ได้? (แค่อยากพิมพ์อ่านไปเรื่อยๆคงรู้เอง555)
    #2,180
    0
  15. #2173 สนุกจัง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 11:42
    ตอนนี้เอิ่ม... เคลียร์เลย

    พระเอกเราจิตหน่อยๆ ขี้อิจฉา เลยพาลเกลียดพิรุณ เกลียดเกม และต้องเสียน้ำหวานให้พิรุณนี่เอง
    #2,173
    0
  16. #1989 เงาปากกา-ฟูมิ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 19:06
    อืมมม เนื้อเรื่องก็น่าสนุกดีนะ พระเอกดูจิตๆ5555
    ปล.ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรอกแต่เราไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกผู้ชายนี่ชอบต่อยกระจกกันจัง มันได้ฟีลเท่ๆประมาณว่าจิตใจนายมันแตกร้าวเหมือนกระจกนี่หรอ แบบที่โรงเรียนเราต้องเปลี่ยนกระจกเป็นว่าเล่นทุกครั้งที่มีคนอกหักกันเลยทีเดียว555 แถมบางทีกระจกนี่อันตรายจะตาย เส้นเอนฉีกกันมานักต่อนักแล้ว ขอร้องล่ะค่ะวัยรุ่นชายทั้งหลาย เวลาอกหักนี่ได้โปรดไปต่อยผนังแทนจะดีต่อตัวคุณและทรัพย์สินนะคะ(......ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อเลยนี่หน่า//ข้ามเม้นนี้ไปค่ะ5555)
    #1,989
    4
    • #1989-3 piyakorn12345(จากตอนที่ 4)
      28 เมษายน 2563 / 11:28
      ความคิดเห็นนี้มาไมอะ บ้าเปล่าเขาคอมเม้นอะไรก็เรื่องของเขาและนี้มันช่องแสดงความคิดเห็น😡มา
      อวดฉลาดไกลๆ??(อันนี้แปลว่าไรงง)😡บ้าปล่า ไปออกแนวคิดขวางโลกแบบนี้ทางเพจเด็กแว้นโน้น

      ปล.😡หลงเวปเปล่า อ่านชื่อเวปก็เข้ามาด้วย!!หรืออ่านไม่ออก

      ปล.ใน ปล. เว็ปนี้ชื่อเด็กดีนะครับไม่ได้ชื่อเว็บว่า ‘เว็บห้ามออกความคิดเห็นเรื่องวัยรุ่นต่อยกระจก’ แล้วการที่คุณมาต่อว่าคนอื่นอย่างไม่มีเหตุผลแบบนี้มันก็ไม่ใช่เด็กดีเอาซะเลยนะครับ
      #1989-3
    • #1989-4 บิลเลียส(จากตอนที่ 4)
      2 พฤษภาคม 2563 / 00:10
      เพื่อนเราต่อยกระจกตอนป.4ค่ะ ผลลัพธ์คือจิบหาย ต้องไปรพ.ภาคเพื่อเย็บซ่อมเส้นเลือดกับเส้นเอ็น
      #1989-4
  17. #1843 KIRIRIN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 20:44
    ก็พอเข้าใจบุคลิกของนาคานะว่าทำไมถึงเป็นเด็กมีปัญหา กับครอบครัวตนเองที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีเพื่อน ผู้คนก็หวาดกลัว แถมยังถูกบังคับกดดันจากทางบ้านที่ให้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเรียนตั้งแต่เด็กๆ แต่สิ่งที่ได้รับมันช่างว่างเปล่า แต่คนที่ช่วยให้ยังพอเป็นผู้เป็นคนได้ก็คือ น้ำหวาน เพื่อนและที่พึ่งทางใจเพียงคนเดียว แต่คนๆนั้นกลับถูกแย่งไป ด้วยความที่มีเพื่อนคนเดียวอ่ะเนอะ ต้องหวงน้ำหวานมากๆอยู่แล้ว แล้วกับคนที่เหมือนจะได้ทุกอย่างมาง่ายๆ ไม่ทำอะไร เพียงแค่สนุก ผู้คนกลับสรรเสริญ จดจำได้มากกว่าตัวเขาอีก คนที่ดูๆแล้วไม่มีอะไรเทียบนาคาได้(อันนี้คงเป็นความอิจฉา) ซึ่งก็ไม่ดีหรอก ชอบคาแร็คเตอร์แบบนาคานะ แต่ก็หวังว่าจะได้การพัฒนาบุคลิกให้เป็นคนที่ดีขึ้นนะ เพิ่งได้อ่านเรื่องนี้ จะติดตามต่อไปเรื่อยๆนะไรต์เตอร์ สู้ๆ
    #1,843
    0
  18. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. #1804 war2123 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 10:40
    -ความเห็นถูกลบนี่สปอยสินะคับ
    #1,804
    1
    • #1804-1 LostCause(จากตอนที่ 4)
      8 ตุลาคม 2559 / 17:43
      ครับ ก่อนรีไรท์บทมันห่างกันไป 1 บท

      หลังรีไรท์เลยต้องลบเพื่อไม่ให้สปอยคนอ่านครับ
      #1804-1
  20. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #1354 ss-sss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 22:32
    อารมณ์ผันผวนตามวัยหนุ่มน้อย สมเหตุอยู่
    #1,354
    0
  23. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  24. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  25. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(