ERROR Online : Overkill มหานครออนไลน์แห่งความผิดพลาด

ตอนที่ 22 : Error : 0x00000018 โบสถ์ปีศาจ [แม่มดวิปลาส]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 412 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63

ERROR Online : Overkill





 

 

 





            “เก็บคิตตี้ได้เลย ไอริน” แซ็คบอกกับไอรินเมื่อพวกเขาเดินผ่านเช็คพอยน์แรกออกจากประตูสุสานเข้าสู่พื้นที่โล่ง หากเลื่อนสายตามองดูก็จะเห็นจุดมุ่งหมายต่อไปคือยอดโบสถ์สไตล์กอธิคอยู่ลิบๆ

         เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ พลางหันไปโบกมือลาให้เจ้าแมวยักษ์พร้อมกับพูดออกมาว่า

“ไว้เจอกันค่ะ พี่คิตตี้”

            แมวยักษ์ผู้ทำหน้าที่เป็นพาหนะหายไป พวกเขาจึงเริ่มลงเดินย่ำกับพื้นตามเส้นทางมุ่งหน้าไปสู่บริเวณด้านหน้าโบสถ์ที่มีลักษณะคล้ายกับสวนหย่อมขนาดใหญ่ ก่อนที่ทางฝั่งแซ็คจะเป็นชะงักฝีเท้าลงพร้อมกับยกมือข้างขวาขึ้นแทนสัญญาณเพื่อบ่งบอกให้หยุด

         เบื้องหน้าคือปีศาจไร้หัวในตำนานของชาวไอริชในชุดเกราะเหล็กสีดำทะมึนกับผ้าคลุมสีแดงขาดๆ มือถือแส้ยาวทำจากกระดูกสันหลังของมนุษย์ มอนสเตอร์ตัวแรกที่ยังไม่ได้บรรจุเข้าเกมแต่นำออกมาใช้ในอีเวนท์นี้ ตำนานของปีศาจท้องถิ่นแสนน่าสะพรึงกลัวที่โลดแล่นอยู่ในวรรณคดี

            Dullahan [ดุลาฮาน]

            แม้ว่ามันจะไม่มีหัว แต่จากลักษณะของมันที่หันเกราะท่อนบนและเกราะท่อนล่างมาทางแซ็คพร้อมกับง้างแส้ในมือไปข้างหลังสุดแรงนั้นก็บ่งบอกเป็นอย่างดีว่าปีศาจไร้ศีรษะตนนี้สามารถมองเห็นพวกเขาได้

         แซ็คยกคทาของตนขึ้นเหนือหัวก่อนจะร่ายเวทมนตร์ออกมาทันทีที่ปีศาจไร้ศีรษะเริ่มโจมตี

            Realm of Deity [อาณาเขตแห่งพระเจ้า]

          เสียงของแส้กระดูกกระทบกับของแข็งดังสะท้านไปทั่วพื้นที่ เจ้าปีศาจไร้หัวชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา

ทั้งปีศาจดุลาฮานและแซ็คยืนดูเชิงกันดูสักพัก ก่อนที่ดาเมจแรกจะออกมาในจังหวะที่มันกำลังยืนชูมือหยุดนิ่งคล้ายจะร่ายเวทย์อะไรบางอย่าง แซ็คที่สบเห็นช่องว่าก็รีบก็ยิงเวทมนตร์สวนเข้าที่ร่างกายของมันด้วยความรวดเร็ว

Freezing Lance [คมหอกเยือกแข็ง]

            54,750!

          หอกน้ำแข็งพุ่งแทงทะลุร่างของดุลาฮานส่งผลให้มันกระเด็นไปด้านหลังตามแรงกระแทกไถลครูดกับพื้นหญ้าสร้างรอยโหว่ของพื้นดินเป็นทางยาว ทางฝั่งอัศวินปีศาจเมื่อโดนโจมตีจนล้มก็ไม่ได้แสดงทีท่าอะไร ค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากพื้นอย่างช้าๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

         เพียงแต่ แซ็คก็กำลังรอช่วงเวลานั้นอยู่แล้ว จังหวะที่มันกำลังยกร่างในชุดเกราะของตนขึ้นมา เขาก็ชูคทารูปอสรพิษของตัวเองขึ้นพร้อมกับร่ายเวทมนตร์ใส่พื้นที่ที่ปีศาจตนนั้นยืนอยู่

            Bursting Icicles [มวลหอกเยือกแข็ง]

         แท่งน้ำแข็งแหลมคมจำนวนมากผุดขึ้นจากพื้นทิ่มทะลุชุดเกราะเหล็กของปีศาจไร้หัว ผนึกร่างกายของมันไว้กับพื้นก่อนที่มันจะทันขยับไปไหนได้

           35,412!

เมื่อแน่ใจว่าเจ้าปีศาจตัวนี้ขยับไม่ได้แล้ว ชายหนุ่มจึงหันไปพูดกับเด็กผู้หญิงผมบลอนด์ตัวน้อยว่า

“เดี๋ยวต่อไปก็ถึงตาเธอแล้วนะ ไอริน”

ไอรินสะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ รับด้วยความรวดเร็ว

       Eternal Glacier [พันธนาการเยือกแข็ง]

          ฉับพลันร่างของดุลลาฮานก็เริ่มถูกไอน้ำแข็งจำนวนมากเข้าปกคลุม ร่างของอัศวินปีศาจค่อยๆ ถูกผลึกหิมะเกาะอย่างเชื่องช้า จากเท้าไต่ระดับไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณชุดเกราะ ก่อนที่มันจะหยุดนิ่งไปโดยสมบูรณ์

            “จัดการได้เลย ไอริน”

            ได้ยินเสียงพูดจากแซ็ค ไอรินพยักหน้า ก่อนที่จะชูมือทั้งสองขึ้นฟ้า พร้อมกับพูดออกมาว่า

            “ช่วยจัดการคุณปีศาจที ทอมมี่”

          สิ้นคำพูด เขาก็เหลือบไปมองเห็นประกายแสงที่ปรากฏขึ้นบนฟ้า ก่อนที่มันจะพุ่งเสียดสีกับชั้นบรรยากาศดิ่งลงมาสู่พื้นด้วยความเร็วสูง วัตถุปริศนาทรงกลมสีดำขนาดมหึมาพุ่งตรงมายังจุดที่ปีศาจในชุดเกราะตนนั้นยืนอยู่ ด้วยความรุนแรง

          500,000!

            ทันทีที่มันสัมผัสเข้ากับพื้นดิน เสียงระเบิดดังสนั่นก็กังวานไปทั่วพื้นที่พร้อมกับกับร่างของดูลาฮันที่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆจากการโดนบดขยี้จากอาวุธปริศนาจากฟากฟ้า

            “สุดยอด...” 

            เสียงอุทานแฝงด้วยด้วยความทึ่งดังมาจากทางฝั่งแอช ก่อนที่หนุ่มน้อยหัวเทาจะต้องอ้าปากค้างอีกครั้งเมื่อมองเห็นถึงสภาพที่แท้จริงของวัตถุประหลาดที่ทางไอรินเป็นคนเรียกมา มันคือสัตว์ตระกูลแมวเล็กสีดำที่มีขนาดใหญ่กว่าคิตตี้ มหึมาขนาดที่เพียงแค่หางของมันก็ใหญ่กว่าร่างของแอชเกือบสองเท่า 

สัตว์ปีศาจที่ถ้าอยู่ในโลกปัจจุบันน่าจะสามารถคว้าอันดับหนึ่งสัตว์เลี้ยงลูกนมที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างง่ายดายกับขนาดตัวสุดตระการตาที่คาดว่าน่าจะใหญ่กว่าวาฬสีน้ำเงินตอนโตเต็มวัยด้วยซ้ำ

นาคาเองก็เพียงแค่เลิกคิ้วออกมาอย่างทึ่งๆ มองมันไปสักพักก่อนที่จะเลื่อนสายตาไปจับยังรูโหว่ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากเจ้าแมวตัวเขื่องเบื้องหน้า

เกมนี่ดูทำลายหลักฟิสิกส์แบบแปลกๆ...






“บ๊ายบายค่ะ ทอมมี่” 

           ไอรินโบกมือลาแมวปีศาจไปเนื่องจากการที่สภาพภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวย พวกเขาจะพากันเดินผ่านสวนหย่อมท่ามกลางแสงจันทร์ ก่อนจะมาเข้าสู่บริเวณบันไดหินเก่าคร่ำครึสูงชันไล่เรียงกันไปสู่ประตูโบสถ์ที่ตั้งอยู่บนเนินเบื้องหน้า

            “หวา ชันจังแฮะ” เด็กหนุ่มหัวเทาส่งเสียงอุทานด้วยความหวาดเสียว

            “เดินระวังๆหน่อยละกัน ไม่ต้องรีบ ยังไงก็นึกถึงความปลอดภัยไว้ก่อน” แซ็คหันมาพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

            แอชพยักหน้ารับทราบก่อนจึงค่อยๆ ลดความเร็วเดินถอยหลังไปสะกิดตัวนาคาที่เดินค้ำอยู่ด้านหลังพร้อมกับพูดออกมาว่า

            “พี่แซ็คโคตรหล่อเลยว่ะ ถ้าฉันเป็นผู้หญิงนี่ คงตกหลุมรักเขาไปแล้ว”

            “ไม่ต้องกังวลไปหรอก สมัยนี้ถึงจะเป็นผู้ชาย แต่ถ้านายรัก ‘พี่แซ็ค’ ของนายจริงๆ แม้กระทั่งกฏหมายก็ไม่มีสิทธิจะห้ามนายได้หรอก เชื่อมันในตัวเองไว้” พูดพลางยกมือตบไหล่สมาชิกกลุ่มคนที่เดินอยู่ข้างๆ

            ได้รับคำตอบไปดังนั้นแอชก็ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ 

            “นายนี่ปากร้ายเหมือนกันแฮะ นาคา” พูดพลางก้าวเท้าเดินต่อ แต่สงสัยพี่แกเป็นโลลิค่อนอะดิ ดูๆ แล้วสองคนนั่นไม่น่าใช่พี่น้องหรอก บางทีมันอาจจะมีความลับดำมืดอะไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสองคนนั่นอยู่ก็เป็นได้” 

            “ไม่หรอกมั้ง ว่าแต่ไอ้คำที่นายบอกเมื่อกี้ โล...” 

            “เอ หรือว่าพี่แกจะเป็นสายซึนกันนะ มีความเป็นไปได้อยู่ บางทีพี่แซ็คอาจจะแกล้งทำเป็นเย็นชาแต่ในใจลึกๆ อาจจะแอบสนใจแม่มดลิลลี่นั่นอยู่ก็เป็นไปได้...” แอชถูกกลืนหายเข้าโหมดจินตนาการไปได้สักพัก ก่อนจะสะดุ้งตัวกลับมาสู่โลกแห่งความจริงเนื่องจากตัวเองสะดุดขั้นบันไดเสียหลักทำเอาหน้าเกือบคว่ำ ซึ่งก็คงจะกระเด็นล้มกลิ้งตามขั้นบันไดไปแล้วถ้าไม่ได้นาคาที่เอื้อมมือไปคว้าหลังคอไว้ทัน

            “เกล็ดความรู้เล็กน้อย 25% ของอุบัติเหตุระหว่างเดินทางไกลเกิดขึ้นในตอนที่คนส่วนใหญ่เดินขึ้นเขา ขณะที่ 2% คืออัตราของผู้เสียชีวิตจากมัน” เขาพูด

            “แหะๆ” แอชหันมายิ้มแหยๆให้กับผู้ช่วยชีวิตของตนช้าๆ ก่อนจะถามเขาเกี่ยวกับเรื่องเดิมว่า “ว่าแต่ นายเมื่อกี้จะถามอะไรฉันเหรอ นาคา”

            นาคาหรี่ตาลงช้าๆ ก่อนที่เขาจะนึกมันออก เอ่ยกลับไปว่า

            “คำว่าโลลิค่อนที่นายพูด...หมายความว่าอะไรนะ”

           




         ทั้งสี่เดินตามบันไดหินสูงชันต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งระหว่างทางแอชก็ทำการให้ความรู้นาคาสาธยายไปถึงประวัติศาสตร์นับพันปีของศาสตร์แห่งโลลิค่อนที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น นาคาเดินฟังแอชพูดถึงความสุดยอดของคำว่า ‘โลลิค่อน’ ไปสักพักก่อนที่พวกเขาจะมาหยุดอยู่ยังหน้าประตูไม้ขนาดมโหฬาร

         แอชและนาคาแหงนหน้ามองมันพร้อมกัน ภาพของตัวโบสถ์ที่ถูกสร้างจากอิฐลักษณะเก่าแก่โบราณจำนวนมากซึ่งรวมกันเป็นกำแพงสีเทาหม่นตั้งตระหง่าน ในขณะที่ผิวของสิ่งก่อสร้างดังกล่าวเต็มไปด้วยร่องรอยการเสื่อมสลายจากอดีต ดูสมจริงด้วยรายละเอียดเสียจนราวกับว่ามันคือสถาปัตยกรรมล้ำค่ามากกว่าดันเจี้ยนแห่งหนึ่ง

พวกเขายืนมองมันอยู่สักพัก ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดประตูบ้านหน้าออกเพื่อเข้าไปภายในอาคาร

            แอ๊ด…

สิ่งแรกที่พุ่งมาแตะดวงตาสีดำสนิทของนาคาคือภาพของรูปปั้นเทพธิดาที่ไร้ศีรษะตรงกลางห้องซึ่งถูกแสงจันทร์ส่องผ่านกระจกสีสเตนกลาสของโบสถ์ลงมา เขาหรี่ตาสำรวจภายในก็พบว่ามันมีลักษณะคล้ายห้องโถงขนาดใหญ่ที่แสนมืดมิด

นักเวทย์ชุดขาวผู้ซึ่งก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไปเป็นคนแรกเสกเวทมนตร์ลูกบอลแสงออกมาก่อนจะสั่งให้มันลอยไปที่บริเวณตรงกลางโบสถ์ นัยน์ตาสีเงินไล่สำรวจรอบข้างก่อนจะลองเสกลูกบอลแสงอีกลูกแล้วเคลื่อนมันไปกระทบกับพื้นเล็กน้อยเพื่อทดสอบกับดัก

แซ็คใช้ดวงตาของตนสังเกตภายในโบสถ์พลางกระชับคทาในมือแน่น เนื่องจากหากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัยตัวชายหนุ่มจะได้สามารถร่ายเวทย์ได้ทันท่วงที ผ่านไปสักพัก เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาก็หันไปข้างหลังแล้วกวักมือเรียกสมาชิกทั้งสามให้เดินตามเข้ามา

เพียงแต่จังหวะที่คนสุดท้ายคือไอรินเดินเข้ามายังพื้นที่แห่งนั้น ประตูบานใหญ่ก็ปิดกระทบกันด้วยความรุนแรง

ปัง!

พร้อมกันนั้นเสียงหัวเราะของหญิงสาวก็ดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ยายแม่มดนั่น…

เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ก่อนแสงไฟจากโคมไฟรอบด้านจะไล่ปรากฏขึ้นจากบริเวณด้านหลังของพวกเขา เผยให้เห็นถึงโครงกระดูกสีขาวจำนวนนับพันที่กำลังไต่ตัวตามเพดาน บ้างก็ตะเกียกตะกายออกมาจากผนังของห้องโถง หรือกระแทกมือออกมาจากพื้นปูนใต้เท้าของพวกเขา เป็นเวลาเดียวกันกับที่หญิงสาวผู้หนึ่งเดินโปรยรอยยิ้มออกมาจากด้านหลังของรูปปั้นธิดาไร้ศีรษะ

“เห็นนายช้าไปหน่อยน่ะ แซ็ค เลยมารับที่โบสถ์นี่” แม่มดสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มพลางยกคทาปีกนกพร้อมลูกแก้วสีแดงของเธออกมา

“ลิลลี่...” ชายหนุ่มกระชับอาวุธเวทมนตร์ในมือแน่นพลางเผยสีหน้าเครียด หากเธอตัดสินใจใช้ฝีมือทั้งหมดสู้กับเขาที่นี่ ทั้งไอริน รวมไปถึงแอชและนาคาน่าจะโดนลูกหลงไปด้วยแน่ๆ

แซ็คยืนใช้สมาธิอยู่สักครู่ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจขยับปากของตนรีบร่ายเวทมนตร์ออกมาเพื่อชิงความได้เปรียบ…

เพียงแต่ราวกับว่าเธอกำลังรอจังหวะนั้นอยู่แล้ว แม่มดเพียงแค่แสยะยิ้มกว้างออกมา ก่อนที่จะชูคทาชี้ตรงมาที่ลำคอของแซ็ค

Larynx Meltdown! [การพังตัวของกล่องเสียง]

25,100!

ค่าความเสียหายขึ้นที่ตัวแซ็คพร้อมกับโลหิตสีแดงที่ไหลซิบๆออกมาจากลำคอ ก่อนที่นักเวทย์ชุดขาวจะทรุดลงไปนั่งชันเข่ากับพื้นพร้อมกับยกมือกุมลำคอด้วยความเจ็บปวด

“เป็นนักเวทย์ แต่ไม่สามารถร่ายเวทย์ได้ นายว่ามันขัดแย้งกันเองไหมละแซ็ค” ลิลลี่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ขัดกับใบหน้าและรอยยิ้มที่แสนบิดเบี้ยวของเธอ

อย่างที่คิดไม่ผิด

อาชีพแม่มดของเธอเป็นคลาสที่เต็มไปด้วยคำสาปสำหรับลดทอนความสามารถคู่ต่อสู้หรือปิดกั้นการใช้สกิล ส่วนอาชีพของเขานั้นจุดเด่นอยู่ที่เวทมนตร์ทำลายล้างเป้าหมายหมู่ 

เธอ...เป็นศัตรูที่เขาแพ้ทางแบบสุดๆ

ระหว่างที่ทุกคนกำลังยืนนิ่งกันอยู่นั้นเอง ทางฝั่งแอชที่ยืนดูสถานการณ์ เมื่อเห็นลิลลี่กำลังมุ่งความสนใจไปที่ตัวแซ็ค เขาก็ทำการย่อตัวลงให้ต่ำกว่าระดับสายตา เร่งฝีเท้าวิ่งหลบฉากอ้อมก่อนที่จะกระโดดพุ่งตัวเข้าใช้คมมีดพุ่งใส่ลำคอของแม่มดสาวด้วยความรวดเร็ว

ฟุ่บ!

ทว่า ในช่วงเวลาที่คมมีดลับของแอชจะแทงทะลุเป้าหมาย หญิงสาวคนนั้นก็ชะโงกหน้าหลบราวกับรู้ทันตั้งแต่แรก ก่อนที่จะยื่นมือเข้ามาคว้ากับลำคอของเขาด้วยความรวดเร็ว ชูร่างของแอชขึ้นบนอากาศช้าๆ แล้วจึงเอียงคอพูดออกมาว่า

“อยากตายเร็วก็ไม่บอก”

ความหวาดกลัวแล่นเข้าสู่สมองเมื่อเห็นนัยน์ตาสีฟ้าไร้แววที่ดูน่าหวาดกลัวของอีกฝ่าย แต่ตัวแอชก็ยังทำใจดีสู้เสือ เอ่ยสวนอีกฝ่ายไปว่า

“แล้วไง พอพวกมอนสเตอร์กระดูกนี่ขึ้นมา เดี๋ยวเธอก็โดนพวกมันจัดการไปด้วยนั่นแหละ”

“หนูว่า เรื่องแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ...” ผู้เอ่ยขัดไม่ใช่แม่มดแรงค์กิ้งลำดับ 4 แต่เป็นทางฝั่งสาวน้อยอันดับ 8 ไอรินที่ยืนตัวสั่นเกาะไหลนาคาอยู่ใกล้เคียง “ไม่มีทางที่ผู้หญิงคนนั้นจะโดนมอนสเตอร์พวกนี้โจมตีหรอกค่ะ”

แอชหรี่ตา ในขณะที่แม่มดสาวก็เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นช้าๆ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างถูกใจ ผายมืออีกข้างเป็นเชิงอนุญาติให้แอชถามคำถามกับไอริน

“หมายความว่ายังไง ไอริน?”

ตัวเด็กสาวยืนตัวสั่นงกๆ คล้ายกับว่าบางสิ่งที่เธอกำลังจะพูดออกมานั้น คือสิ่งที่เป็นสาเหตุให้สาวน้อยคนนี้หลบหน้าอีกฝั่งอยู่ตลอดเวลา เธอยืนหายใจเข้าออกรวบรวมความกล้าไปสักพักก่อนที่จะยกนิ้วที่กำลังสั่นชี้ไหวไปยังร่างของแม่มดสาว 

คำพูดที่ยิ่งทำให้ใบหน้าขาวซีดของลิลลี่ดูน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิมขึ้นหลายเท่า

“เพราะผู้หญิงคนนั้น...เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับพวกมันค่ะ”




 







 


บันทึกข้อมูลลับ [Secret Data Entry]

ผู้เล่นอันดับ 4 [4th Ranking User]

User : ลิลลี่ [Lily]

Alias : แม่มดวิปลาส [The Wicked Witch]

Class : ???        Level : ???

Evaluation [ประเมินความสามารถ]

               Strength : B-               Agility : B+

               Endurance : B+          Range : A+

               Ability : S                    Magic : EX

              Luck : D-                     Growth Potential : B+

               

Forte [ความถนัด] : Irregular Fighting Style [สไตล์การต่อสู้ที่เดาทางลำบาก] Sadistic Personality Disorder [ซาดิสม์Borderline Personality Disorder [บุคลิกภาพแปรปรวน]

Weakness [จุดอ่อน] : ???

 

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 412 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,096 ความคิดเห็น

  1. #3808 oomironhorse (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 16:23
    ศาสตร์โลลิคอนมันลึกซึ้ง นาคา เอ๋ย....เจ้าต้องรู้จักกับคำว่า "พี่หมี" เสียก่อน...หึๆๆ
    #3,808
    0
  2. #1167 เฮเบียนัม บราวน์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 16:58
    อ่านก็อืมๆ เท่จังเลย แซ็ค....
    จนกระทั้งเจอคำหนึ่ง ถึงกับเอียงคอ ตาโตใส่
    #หืม? โลลิค่อน...
    #1,167
    0
  3. #1116 E nasuma-11 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 22:51
    สู้สู้ค่ะ
    #1,116
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #513 Pearendless (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 05:56
    งานงอก =..='
    #513
    0
  6. #450 ฝนธารา (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 19:44
    งานเข้าซะแล้ว
    #450
    0
  7. #332 little-red-cap (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 00:05
    ฉันไม่รู้จักคำว่าซึนเดเระกับโลลิค่อนนะ เปรี้ยง ติดสตั้นค่ะ นาคา ที่ผ่านมา ...คงลำบากมากสินะ ฮึกๆ(น้ำตาปริ่ม) ไม่เป็นไรหรอกอีกหน่อยนายต้องเข้าใจแน่! งั้น ....มาเริ่มกับคำว่า โชตะ ก่อนเป็นไง!!! จากนั้นก็ เมะ!!! และ เคะ!!! หึหึ ตามพี่สาวมาเถอะ เข้าสูโลกสีม่วงอันสวยงาม ดูนั้นสิ หนุ่มน้อยแรกแย้มที่กำลังเบ่งบายเหล่านั้น มาร่วม.... เอะ? นาคาไปไหนแล้ว me//ร้องไห้ฟูมฟาย
    #332
    2
    • #332-1 i-pad+(จากตอนที่ 22)
      12 ธันวาคม 2559 / 14:29
      สายเดียวกัน555555
      #332-1
    • #332-2 ทำไมต้องอิมแจบอม'(จากตอนที่ 22)
      7 มิถุนายน 2563 / 11:41
      ชอบบ 55555
      #332-2
  8. #243 perfume (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 14:00
    สนุกมากค่า มาต่อไวๆ นะคะ แล้วเมื่อไหร่นาคาจะเก่งขึ้นวะเนี่ยT T 22แล้วนะนาคคุง
    #243
    0
  9. #240 Aunkung Kub (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 07:59
    การก้าวข้ามในเกมจะเปลี่ยนแปลงตัวนาคา ให้รู้จักความเป็นโลกมากขึ้น
    #240
    0
  10. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. #223 -secret- (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 18:30
    ถึงกับติดสตั้นเลย เอิ้กๆๆๆ
    #223
    0
  12. #220 silverysnow (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 17:44
    ร้ายกาจยิ่งนัก ไม่รุ้จัก คำเดียวจบจริง ๆ
    #220
    0