ERROR Online : Overkill มหานครออนไลน์แห่งความผิดพลาด

ตอนที่ 19 : Error : 0x00000015 ป่าต้องห้ามแห่งหุบเขาสีน้ำเงิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 515 ครั้ง
    4 มี.ค. 64

ERROR Online : Overkill

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 







กึก...กึก

ป่าต้องห้ามแห่งหุบเขาสีน้ำเงิน แอเรียที่พื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นป่าทึบ เต็มไปด้วยต้นไม้และหญ้ารก ขณะที่่แสงแดดเพียงน้อยนิดก็ยิ่งทำให้ทัศนียภาพของพื้นที่แห่งนี้ยากแก่การมองเห็นยิ่งขึ้น

มอนสเตอร์ที่มีอยู่ในพื้นที่นี้ถูกแบ่งแยกเป็นสองประเภทได้แก่ประเภทแรกที่มีสกิลพรางตัว [Stealth Monster] ได้แก่ ซาลาแมนเดอร์สีน้ำเงิน [Blue Salamander] และหนอนกินคน [Man-eater Caterpillar] ในขณะที่ประเภทที่สองคือมอนสเตอร์ประเภทกึ่งมนุษย์ [Demi-human Monster] ได้แก่ ก๊อบลินแห่งป่าต้องห้าม [Goblin of Sacred Forest] และ ออร์คนักล่าแห่งป่าต้องห้าม [Orc Hunter of Sacred Forest]

ทั้งหมดเป็นมอนสเตอร์ที่พลังโจมตีสูง ก็อบลินแห่งป่าต้องห้ามมีนิสัยชอบก่อกวนรวมไปถึงการดักรอซุ่มโจมตี ทางฝั่งออร์คนักล่าแห่งป่าต้องห้ามก็มีนิสัยที่ดูร้ายและจะพุ่งเข้ามาจู่โจมมนุษย์ที่อยู่ในระยะสายตา แถมในเวลาต่อสู้ก็มีสิทธิที่จะวิ่งไปเหยียบหนอนกินคนหรือโดนซาลาแมนเดอร์สีน้ำเงินที่พรางตัวอยู่แถวนั้นกัด

แอเรียที่ไม่ต่างอะไรกับฝันร้าย และหากถามว่าทำไมนาคาถึงมาที่นี่ คำตอบก็คงจะมีคำตอบเดียวที่เขาอยากจะพูดออกมาว่า

ก็มอนสเตอร์ทุกตัวในป่านี้ยกเว้นออร์ค...มันกลัวเสียงดังน่ะนะ

เขาคิดพลางควงปืนสีเงินแวววับอยู่ในมือ 

มอนสเตอร์ที่มีพลังชีวิตมากสุดในป่านี้ก็คือออร์คนักล่าที่มีเลือดราวๆ 5,420 

หมายความว่าปัญหาเพียงอย่างเดียวของนาคาต้องรระวังคือการไม่ให้โดนมอนสเตอร์แถวนี้โจมตีเขาได้

แม้แต่ทีเดียว

ค่าสถานะที่ได้จากนิมฟ์แห่งหุบเขาสีน้ำเงินทำให้พลังชีวิตของเขาขึ้นมาแตะอยู่ที่ 240 หน่วย เพียงแต่ปัญหาคือพลังโจมตีของมอนสเตอร์แถวนี้ที่พลังโจมตีต่ำสุดก็คือหนอนกินคนอยู่ที่ตัวเลข 330 หน่วย

            แน่นอน นาคาไม่ใช่นักสู้ที่มีประสบการณ์หรือปฏิกิริยาเร็วระดับพระเจ้าจนถึงขั้นสามารถคาดเดาและหลบการโจมตีของอีกฝั่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งเขาก็ยังไม่ใช่พระเอกหนังจีนกำลังภายในที่สามารถมองจิตสังหารของมอนสเตอร์ที่รอซุ่มโจมตีอยู่ได้

            ที่เขามี ก็แค่สกิลที่ช่วยในการมองเห็นอย่าง Eagle Eye [นัยน์ตาอินทรี] เท่านั้น

            สกิลที่เขาใช้ตั้งแต่ที่เขามาในป่าต้องห้าม ทักษะที่สามารถเปลี่ยนดวงตาของเขาให้สามารถมองเห็นป่ามืดทึบได้อย่างคมชัด เก็บรายละเอียดของพื้นที่ๆ เขาอยู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็นรอยบาดบนต้นไม้ เศษกิ่งไม้เล็กๆตามทาง หรือแม้กระทั่ง

            ปีศาจก๊อบลินตัวเล็กๆ ที่ถือมีดเตรียมซุ่มโจมตีอยู่ข้างในพุ่มไม้ข้างหน้านั่นก็ด้วย

            ระยะทางราวๆ 20 เมตร

            สุดระยะหวังผลที่เขายิงได้พอดี

            นาคาคิด ก่อนที่จะเลื่อนอาวุธในมือขึ้นไปที่ศีรษะของก็อบลินที่ถูกพุ่มไม้บังอยู่

ความสามารถในการเล็งที่ถูกเพิ่มเข้าไปอีกจากทักษะนัยน์ตาอินทรี ยามที่เขาเพ่งมองที่จุดไหนมันก็ทำหน้าที่คล้ายเลนส์กล้องเลื่อนใกล้ / ไกลให้กับเขาอีก

ก็สะดวกดีเหมือนกัน

เปรี้ยง!

ทันทีที่เขาลั่นไก ก็อบลินที่ไม่ทันจะได้ขยับตัวก็ถูกลูกกระสุนพุ่งเข้าสัมผัสกับศีรษะ ส่งผลให้ร่างของมันระเบิดกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ 

9,753!

นาคาที่ตั้งท่าแยกเท้าถือปืนสองมือรองรับแรงกระแทกแล้วก็ยังรู้สึกว่าแรงถีบกลับของปืนที่เขาถืออยู่ในมือนี่ก็ยังแรงอยู่ดี

“ใช้ยากเหมือนกันแฮะ” เขาพูดพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่เสียงของระบบจะดังขึ้นมาว่า

ผู้เล่น นาคาทำการสังหาร ก๊อบลินแห่งป่าต้องห้าม (Goblin of Sacred Forest) ได้รับค่าประสบการณ์ 800 หน่วย ได้รับไอเท็ม มีดขึ้นสนิม (Rusty Knife) 1 เล่ม ตราปีศาจแห่งป่าต้องห้าม (Devil Seal of Sacred Forest) 1 อัน

ระดับไม่ยักจะขึ้น” นาคาพึมพำออกมา ก่อนที่จะเหลือบกลับมามองอาวุธในมืออีกรอบ

แต่ก็แรงใช้ได้นี่นา คงต้องขอบคุณกระสุนที่อลิซให้เขา...

.50 AE Hollow-Point Bullet [กระสุนหัวรู/กระสุนหัวระเบิด]

พลังโจมตี [Damage] : 200

คำอธิบาย [Desscription] : กระสุนต้องห้ามในสงครามตามอนุสัญญากรุงเฮก [1899 Hague Convention] มันถูกพัฒนาเพื่อเพิ่มอำนาจยับยั้ง โดยหัวกระสุนจะตีกลับก่อให้เกิดบาดแผลร้ายแรงต่อเนื้อเยื่อของร่างกายมนุษย์ ทำให้ ‘ความตาย’ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากกระสุนนี้ [สูญเสียอำนาจทะลุทะลวงของกระสุนทั้งหมด] 

ความสามารถพิเศษ [Special Effect] : หากโจมตีศัตรูที่ร่างกายเป็นของเหลว [Liquid] อ่อนบาง [Soft] หรือมีผิวหนัง [Flesh] ดาเมจจะเพิ่มขึ้น 0.1-1 เท่าตามตำแหน่งของร่างกาย แต่หากโจมตีศัตรูที่ร่างกายแข็ง [Solid] ดาเมจจะลดลง 0.1-1 เท่าตามตำแหน่งของร่างกายเช่นกัน

คงจะต้อบอกว่ามันเป็นกระสุนที่ดี หรืออย่างน้อยก็ดีสำหรับแอเรียนี้

เขาเดินหาเป้าหมายต่อไปได้ราวๆ หนึ่งนาทีเขาก็พบเข้ากับมอนสเตอร์ร่างยักษ์ตัวเขียวที่กำลังสุมหัวกันรอบกองไฟอยู่สามคนในระยะราวๆ 25 เมตร

ออร์ค...สินะ

ออร์คนักล่าแห่งป่าต้องห้าม [Orc Hunter of Sacred Forest] แข็งแกร่งกว่าก็อบลิน มีนิสัยป่าเถื่อนกว่าแต่ก็แลกมาด้วยความเชื่องช้ากว่าเช่นกัน จุดเด่นของมันก็คือเป็นมอนสเตอร์ประเภทเดียวในป่าต้องห้ามที่ไม่หวาดกลัวต่อเสียง

ออร์ค สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีร่างกายที่สีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ในขณะที่หน้าตาของพวกมันก็ดูเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน

นาคาเหลือบตามองเป้าหมายที่กำลังนั่งอยู่รอบกองไฟ

สัตว์ประหลาดกึ่งมนุษย์สองตัวถืออาวุธเป็นขวานคู่ขนาดใหญ่ ในขณะที่ตัวสุดท้ายก็ถือค้อนสองมือขนาดยักษ์

ลองสู้กับพวกนี้ดูดีไหม...

อัตราการยิงสูงสุดของปืนนี่น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.33 วินาทีต่อครั้งหากถือมันสองมือ และน่าจะอยู่ที่ 2.12 วินาทีต่อครั้งถ้าเขาถือเพียงมือเดียว

ส่วนการเล็งเป้าถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองมาก เขาน่าจะต้องการเวลาในการเลื่อนศูนย์ก่อนจะเล็งที่ศีรษะที่ราวๆ 0.8-1.2 วินาที

แต่นั่นหมายถึงในสถานการณ์ปกติ ถ้าเขามีนัยน์ตานี่เขาน่าจะลดมันได้อยู่ที่ 0.5-0.6 วินาที

ก็หมายความว่า การต่อสู้กับพวกออร์คกลุ่มนี่ การจัดการกับพวกออร์คทั้งสามตนโดยที่ไม่ได้รับการโจมตีเลยน่ะ เป็นอะไรที่เขาเองก็พูดออกมาได้คำเดียวว่า...

ไม่ลองก็ไม่รู้นี่นะ

9,516!

เสียงแรกดังขึ้นพร้อมกับร่างสีเขียวถือขวานคู่ที่ทรุดลงไปกับพื้น ส่งผลให้ออร์คที่เหลืออยู่ทั้งสองตนตะโกนโห่ร้องเสียงดัง หันขวับมาที่นาคาก่อนที่จะพุ่งตรงมาที่ร่างของเขา

9,516!

ดาเมจดังกล่าวพุ่งออกมาจากศีรษะของออร์คผู้โชคร้ายตัวที่สองในขณะที่ตัวเด็กหนุ่มทำก็เพียงแค่กระโดดหลบศพของปีศาจตัวเขียวที่พุ่งเข้ามาช้าๆ อย่างใจเย็น

แรงดีดมันหนักก็จริง แต่ถ้ากะจังหวะออกแรงไว้ก่อน เขาก็พอจะหยุดแรงกระแทกของมันได้ไม่ยาก

ครืด...

“ข้อเสียคงจะเป็นยิงต่อเนื่องไม่ได้สินะ...” นาคาพึมพำออกมาเบาๆ ในขณะที่เท้าทั้งสองข้างก็ลงจอดไปบนร่างของออร์คที่กำลังไถลครืดอยู่กับพื้นจากแรงเฉื่อย

ทางฝั่งออร์คตนสุดท้ายที่วิ่งมาเกือบจะถึง เมื่อเห็นพรรคพวกถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาก็ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ มันหันหน้ามาสบตากับเด็กหนุ่มด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะง้างอาวุธของตัวเองฟาดเข้าใส่ยังร่างของอีกฝ่าย

ค้อนยักษ์ถูกฟาดเข้าใส่ตำแหน่งที่เด็กหนุ่มยืนอยู่อย่างรุนแรง เพียงแต่ว่าสิ่งที่สัมผัสกลับเป็นเพียงแค่ร่างของออร์คตัวเขียวที่ได้เสียชีวิตลงไปแล้ว

โผล่ะ!!

แรงกระแทกส่งผลให้โลหิตสีแดงจำนวนมากสาดกระจายไปทั่วบริเวณ ในขณะที่ไอโลหิตที่กระจายออกมาจากซากศพของออร์คตัวนั้นก็ปกคลุมไปทั่วทุกที่ มันกู่ร้องออกมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับหันขวับซ้ายขวาขณะที่มือก็กระชับแน่นไปที่ค้อนยักษ์ท่ามกลางหมอกโลหิต

เปรี้ยง!

ซึ่งก็เป็นเวลาไม่นานก่อนที่เขาผู้ซึ่งกำลังยืนอยู่ข้างๆ จะลั่นไกปืนในมือที่ถูกยกจ่อไปที่ศีรษะของออร์คตนนั้น

9,516!

ตัวเลขสีแเดงเด้งออกมาจากร่างออร์ค พร้อมกับนาคาที่ยกแขนเสื้อเช็ดเลือดที่ติดกับแว่นสายตาของตัวเอง

แว่นนี่ มีข้อเสียแฮะ

ผู้เล่น นาคาทำการสังหาร ออร์คนักล่าแห่งป่าต้องห้าม (Orc Hunter of Sacred Forest) เป็นจำนวน ตน ได้รับค่าประสบการณ์ 4500 หน่วย ได้รับไอเท็ม เศษดาบหัก (Broken Sword) 2 อัน ตราปีศาจแห่งป่าต้องห้าม (Devil Seal of Sacred Forest) 3 อัน ค้อนยักษ์ต้องห้าม (Sacred Hammer) [E] 1 อัน และระดับเลเวลเลื่อนขึ้นเป็น 10

หืม...” นาคาเลิกคิ้ว 

            แรร์ไอเท็มระดับ E” 

            ประเภทของอาวุธและเครื่องป้องกัน ตามที่เขาอ่านในเว็ปบอร์ดถูกแบ่งออกเป็น ประเภท คือ ธรรมดา [Normal] แรร์ [Rare] และ ยูนีค [Unique] โดยที่ถ้าเป็นอาวุธประเภทแรร์ มันจะถูกกำหนดระดับความหายากตั้งแต่ ถึง แต่หากเป็นระดับ [Unique] แบบปืนที่เขาถือนี่ จะไม่มีตัวอักษรกำกับแต่อย่างใด

หลังจากที่จัดการกับออร์คเสร็จเขาก็เดินหามอนสเตอร์ต่อ กระสุนที่ยังคงเหลืออยู่ 11 นัดในรังเพลิงทำให้เขาเลือกที่จะไม่เปลี่ยนแมกกาซีน

นาคาเก็บเลเวลต่อไปจนถึงตอนสาย เขาสังหารกิ้งก่าสีน้ำเงินที่พรางตัวอยู่บนต้นไม้ ก่อนที่จะเก็บหนอนกินคนที่พรางตัวเนียนอยู่ใต้ดินจนเขาเกือบจะเดินไปเหยียบ

หลังจากนั้นเขาก็ไม่พบเจอมอนสเตอร์อะไรอีก ประกอบกับสกิล ‘นัยน์ตาอินทรี’ ที่กำลังจะหมดลงจากการครบหนึ่งชั่วโมง นาคาจึงตัดสินใจจะเดินออกป่าทึบตามเส้นทางที่ตนเองจำอยู่ในหัว ก้าวเท้าฝ่าผืนหญ้ารกผ่านหมู่แมกไม้จำนวนมากบนเส้นทางสายนั้นไปได้สักพัก

ก่อนที่จะเขาจะเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ

ซากออร์คสามตัวที่เขาเดินมาเจอมันอีกครั้ง

หรือกาแฟที่กินไปตอนบ่ายจะออกฤทธิ์

นาคาหรี่ตาช้าๆ ตามเส้นทางที่เดิน เขาน่าจะมาถึงทางออกจากแอเรีย ต้นไม้หน้าที่มีรอยกากบาทควรจะปรากฏอยู่ข้างหน้า ไม่ใช่ซากศพออร์คสามตัวแบบนี้

จะว่าเขาจำผิดก็ไม่น่าใช่ กับอีแค่การจำเส้นทางในป่าทึบ มันไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของเขาอยู่แล้ว

ฟุ่บ!

และก็เป็นในตอนนั้นเองที่นาคาก็รู้สึกถึงบางอย่างที่กำลังสั่นไหวอยู่บนต้นไม้เหนือศีรษะ

บางอย่างที่ดังพร้อมกับเสียงบ่งบอกระยะเวลาสกิลที่ว่า

           Eagle Eye สิ้นสุดระยะเวลาใช้งาน





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 515 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,098 ความคิดเห็น

  1. #2506 minggg- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 01:56
    เดินวนหลงในป่า แอนด์สกิลหมด
    งานเข้าแล้วสิฮะ

    พึ่งตัวเองให้ได้น้าาา
    สู้ๆ นาคาเอ๋ยย
    #2,506
    0
  2. #809 Arunee Rossrs (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2557 / 08:15
    ลุ้นจนตัวโก้ง ตัวอะไรแว๊

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 มิถุนายน 2557 / 08:16
    #809
    0
  3. #511 Pearendless (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 01:50
    อะไรฟ่ะ =p[]=-'
    #511
    0
  4. #446 ฝนธารา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 / 19:11
    เกิดอะไรขึ้นอะ
    #446
    0
  5. #323 little-red-cap (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 19:15
    เราว่าแบบนี้มีเหตุผลแล้วนะเข้าเกมได้ไม่นานจะเอาอาวุธจากไหน เงินก็ไม่มี ได้รู้จักอลิซนี้ถือว่าโชคช่วยมาก(ก็พระเอก) ถ้าไม่มีปืนนี้ไม่รู้จะอัพเวลไง ( แต่อาชีพนี้โกงจริง มันยากแค่ตอนตั้งต้นแหละ -_-)
    #323
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #261 เอ็ม ไว้เล่นเกมส์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 16:09
    พระเอกอาชีพโกงมาก แต่เสียที่พระเอกไม่ฉลาดสมเป็นอัจฉริยะเลย วิธีเกบเวลแบบนี้มีมากมาย ทั้งกับดัก ระเบิด หรือถ้าเริ่มมีทักษะก็ใช้แบบจับมัด หรือดีบับต่างๆอาจใช้ยาหรืออื่นๆ มีการวางแผนแต่ดูแล้วไม่รอบคอบเลย แบบนี้คงหวังพึ่งดวงและรอคนมาอุปถัมอย่างเดียวเลยมั้ง
    #261
    0
  8. #247 รักษ์คุณ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 11:52
    อ่านตอนนี้แล้วผมรู้สึกขัดใจที่พระเอกใช้ปืนอะครับ
    เพราะว่า ไม่รู้สึก ปืนนี่ของคนอื่น ถ้าเค้าเอากลับไปจะใช้อะไร
    พระเอกน่าจะหาทางพัฒนาฝีมือตัวเองได้ดีกว่านี้นะครับ
    ไหนว่าหาข้อมูลแล้วไง

    เฮ้อ ขัดใจตัวเอง .....

    #247
    0
  9. #230 1Bishop1 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 20:21
    มันเป็นอาชีพที่เกรียนมากครับ สมมุติฆ่ามอนเวล30 100ตัว 

    ถ้าค่าสถานะของมอนเวล 30 เท่ากับผู้เล่นเวล30

    ฆ่า100 ตัว เราก็จะมีค่าสถานะเท่ากับผู้เล่นเวล30 

    แต่ถ้าเราฆ่าเวล100 100ตัว สถานะเราก็เท่ากับผู้เล่นเวล100

    แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นฆ่าบอสเวล100 100ตัว เราก็จะมีสถานะสูงกว่าผู้เล่นเวล100อีกครับ

    เพราะยังไงๆก็คงไม่มีวันที่ผู้เล่นจะมีสถานะสูงกว่าบอสได้หรอก

    แต่การที่จะโจมตีบอสทีเดียวให้ตายคงจะยาก ถ้าค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาไม่ถึงเดือนก็เทพแล้วแหละครับ
    #230
    0
  10. #206 คุณมึนจัง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 03:42
    หุหุ นึกแล้วว่าต้องเป็นอาชีพที่ โกงมากๆ 
    คิดง่ายๆ ว่า มอนเลือด5000  ฆ่า 1ตัว HPเพิ่ม 50    แล้วถ้าเล่นไปนานๆฆ่าไป เยอะๆ HP ไม่เป็นหลัก ล้าน  เรอะ
    #206
    0
  11. #152 Pla•Duke•™ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 23:23
    พระเอกเราได้โชว์กับเค้าซักที
    #152
    0
  12. #151 perfume (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 21:24
    อย่าตายนะนาตัน อย่าโดนมันหลอกนะนาตัน อย่าไปไว้ใจคุณแห้งนั่นนั่นนะ มันคิดจะหลอกตุ๋ยตูดนาตันนะ!!! 
    #151
    0
  13. วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 20:47
    สนุกมากๆเลยค่ะ ติดตามๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #150
    0
  14. #149 Aunkung Kub (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 19:42
    ผมชอบพระเอกถึงจะโดนเรียกอัจฉริยะ แต่มาด้วยความพยายาม วิธีคิดเชิงวิเคราะห์ค่อยๆๆพัฒนาขึ้นเรื่อย ตอนนี้อยากรู้ว่าตัวเองจะเอาเก่งทางด้านไหน
    #149
    0
  15. #148 นายปีแสง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 18:20
    โคตรโหดอ่ะ อาชีพนี้  XD 
    #148
    0
  16. #144 หันหลังไปดูบ้าง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 08:03
    ผมชอบตอนนี้ น่ะ อย่างน้อยพระเอกก็ดูไม่โง่ ฉลาดสมกับทีปูเรื่องไว้ ใช้ตรรกะ ในการคิดวิเคาระห์
    #144
    0
  17. #143 WonderFul Life (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2557 / 06:56
    สนุกสุดๆ ไปเลยตอนนี้ .....
    #143
    0