ERROR Online : Overkill มหานครออนไลน์แห่งความผิดพลาด

ตอนที่ 126 : Error : 0x00000120 เรื่องใกล้ตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 252 ครั้ง
    21 ส.ค. 63

ERROR Online : Overkill















“I’m proud of you, son”

[ภูมิใจในตัวแกจริงๆ ไอ้ลูกชาย]

คือคำพูดที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของชายผิวหมึกร่างใหญ่ มิสเตอร์โทนี่ในชุดสูทที่กำลังยืนมองแผ่นกระดาษเซอร์ไพรส์ควิซในมือขวาพร้อมกับยกมือซ้ายขึ้นมาศีรษะของเขาด้วยความภาคภูมิใจ

บทสนทนาถูกเอ่ยขึ้นภายในห้องเรียนส่วนตัวด้านในศูนย์เรียนภาษา กับนาคาที่กำลังนั่งเท้าคางให้อาจารย์ชาวยูกันดาลูบหัวอย่างมันมือ

“I’m not your son, Mr.Tony”

[ผมไม่ใช่ลูกคุณ มิสเตอร์โทนี่]

นาคาถอนหายใจ ก่อนที่จะเลื่อนมือไปหยิบท่อนแขนขนาดใหญ่ของชาวแอฟริกันออกจากหัว แล้วจึงปัดทรงผมที่ยุ่งไปหมดของตนจากแรงมือของอีกฝั่ง

ครูสอนพิเศษชาวยูกันดาร่างยักษ์หัวเราะเบาๆ ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มยิงฟันขาว สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พร้อมกับเอ่ยคำพูดไคล์แมกซ์แห่งศตวรรษกลับมาว่า

“I am your fath…”

[ข้าคือพ่…”

ทว่าก่อนที่มิสเตอร์โทนี่จะได้พูดจบ คำพูดดังกล่าวก็ถูกขัดขึ้นด้วยนาคา

“And I will be the one who’s outta here before you finish that sentence, see you next week Mr.Tony”

[และผมก็คือคนที่จะออกจากห้องนี้ก่อนที่คุณจะพูดประโยคนั้นจบ เจอกันอาทิตย์หน้าครับ มิสเตอร์โทนี่]

สิ้นสุดคำพูด นาคาก็ลุกขึ้นยืนโบกมือลาก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้แต่ครูสอนภาษาอังกฤษชาวยูกันดาที่เพียงแค่ยืนเลื่อนสายตากลับไปดูชีทกระดาษในมือ แล้วจึงคลี่ยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง

“As expected from the kid who’s my number one student.”

[สมกับเป็นลูกศิษย์อันดับหนึ่งของฉันจริงๆ ไอ้เด็กคนนี้]





สองเท้าก้าวผ่านมาถึงโซนล็อบบี้ของศูนย์เรียนภาษาที่ชั้น 21 ก่อนที่นาคาจะเหลือบไปสังเกตยังร่างของหยก เพื่อนร่วมชั้นในชุดกระโปรงวันพีชสีขาวที่กำลังนั่งเคี้ยวคุกกี้ช็อคโกแลตชิพซึ่งเป็นของว่างประจำวันนี้อยู่ เขาจึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปทักทาย

“มาสายรึไง วันนี้”  พูดพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับหยกออกมานั่ง

“อ่านทบทวนเกี่ยวกับสอบจนดึกน่ะ ว่าแต่นายเถอะ นาคา เห็นว่าวันนี้คอร์สเรียนตัวต่อตัวของนายก็แปะป้ายหน้าห้องว่า “Advanced Business Writing : Testing in Progress” [กำลังสอบ : การเขียนภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจขั้นสูง ] อยู่ไม่ใช่หรือไง”

“อือ ปกติ มิสเตอร์โทนี่ไม่ค่อยบอกล่วงหน้าก่อนจะสอบน่ะนะ ก็เลยไม่มีเวลาเตรียมตัวเหมือนกันกับห้องปกติเท่าไหร่”

“...ไม่บอกล่วงหน้า แถมควิซห้องนายก็เกี่ยวกับการเขียนภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจขั้นสูงระดับมหาวิทยาลัยด้วย เผลอๆ นายจะเป็นสัตว์ประหลาดยิ่งกว่ามิสเตอร์โทนี่ที่เป็นครูประจำห้องนายอีก นาคา”

เขาหัวเราะพร้อมกับยกมือลูบศีรษะของตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะเป็นฝ่ายเอ่ยเปลี่ยนเรื่องออกไปว่า

“ว่าแต่ เธอได้ยินข่าวแล้วใช่ไหม เรื่องการแข่งขันชิงอันดับที่ 4 กับอันดับที่ 10 รอบต่อไป”

หยกพยักหน้า

“คนที่สามารถเข้าไปภายในสิบอาณาจักรแห่งความล่มสลายได้ มีทั้งหมด 4 คน ก็คือ นาย จิลล์ เดอะ ริปเปอร์ เร็คท์ รองหัวหน้ากิลด์นักดูดาว แล้วก็คนสุดท้ายคือซีเนีย มิโกะแห่งเทือกเขาคาซารัส”

“สี่คนที่เข้าไปชิงอันดับสิบ” นาคาพึมพำออกมาเบาๆ

“ผู้เล่นที่นายน่าจะมีปัญหามากที่สุดน่าจะเป็นจิลล์ เดอะ ริปเปอร์ ที่เป็นผู้เล่นสายความเร็ว คงจะต้องวัดกันว่านายจะตามความเร็วของเธอทันไหม ด้วยทักษะใหม่นั่นของนาย”

เขาพยักหน้า

“อีกสองคน ก็คงจะเป็นไปตามสถานการณ์ รองหัวหน้ากิลด์นักดูดาวเป็นผู้เล่นสายนักสู้ที่เน้นใช้พลังกายเป็นหลัก  เดาว่าความสามารถระดับนายคงจะรับมือได้ไม่ยาก ส่วนมิโกะนั่น….ถ้าเป็นไปได้นายควรจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับมิโกะแห่งเทือกเขาคาซารัสนั่นไว้ดีกว่า”

“เพราะเวทมนตร์ของเธอสินะ”

เพื่อนร่วมชั้นของเขา หยิบคุ๊กกี้ช็อคโกแลตชิพเข้าปาก เคี้ยวมันไปสักพักก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบแก้วใส่นมข้างๆ ขึ้นมาดื่ม แล้วจึงพยักหน้ากับเขาช้าๆ

“ทำการบ้านมาดีนี่ ลูกเล่นของมิโกะนั่นค่อนข้างเยอะ รวมไปถึงไม้ตายก้นหีบแบบท่าแปลงร่างของเธออีก ถ้าวัดกันตามความสามารถจริงๆ สองคนที่ฉันจะให้เป็นตัวเต็งในรอบนี้ ถ้าไม่ใช่มิโกะนั่นก็คงจะเป็นจิลล์ เดอะ ริปเปอร์นั่นแหละ”

คงจะต้องบอกว่าจากประสบการณ์ภายในเกม ทำให้ตัวเขากลายเป็นผู้เล่นที่ค่อนข้างจะแพ้ทางผู้เล่นสายทักษะหรือเวทมนตร์แพรวพราว แลกมาด้วยจุดแข็งในการดูเชิงคู่ต่อสู้และการชิงไหวชิงพริบ

บางทีเขาควรจะไปนั่งเล่นโป๊กเกอร์มากกว่าเล่นเกมออนไลน์

“ว่าแต่ เมื่อวาน...ที่นายคุยกับคริสต์ เป็นยังไงบ้างล่ะ”

คือเสียงที่ดังขึ้นมาทำลายห้วงความคิดในหัว เขาเลิกคิ้วขึ้นช้าๆ ก่อนที่จะเลื่อนดวงตาสีดำไปสบกับอีกฝั่ง

อย่างที่คิด เพื่อนร่วมชั้นของเขาคนนี้สนใจเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาคุยกับฟรานเชสก้าจริงๆ 

“หลังจากที่เธอไป...ก็คุยกันเกี่ยวกับการแข่งขันภายในเกมน่ะ เธอก็รู้ใช่ไหมว่าหมอนั่นเล่น ERROR Online ด้วยน่ะ”

หยกหยักหน้า

แต่บางทีมันคงยังไม่ถึงเวลา เพราะถ้าเล่นไปว่าเขาคุยกับฟรานเชสก้าถึงเรื่องเกี่ยวกับจดหมายนั่น คงจะเป็นการทำให้หยกลำบากใจมากกว่าจะเป็นประโยชน์กับเธอ

อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับคนที่ส่งจดหมายนั่นมากกว่านี้

“ก็ประมาณนั้น”

ไม่รู้ว่าเขารู้สึกไปเองหรือเปล่า แต่นาคาสังเกตได้ถึงแววตาเบื้องหลังกรอบแว่นสีแดงที่หลุบต่ำลงเล็กน้อยในตอนที่เขาเล่าเรื่องนั้นออกไป

“อื้อ ฉันเข้าใจละ”

พูดพร้อมกับหยิบกระเป๋าเป้ลายกระต่ายของเธอที่พาดหลังเก้าอี้ไว้ขึ้นมาถือ ขณะที่มือข้างซ้ายของเธอก็คว้าหมับไปยังคุ๊กกี้ช็อคโกแลตชิ้นสุดท้ายก่อนที่จะเลื่อนมันมางับไว้ที่ริมฝีปาก แล้วจึงหันหลังให้เข้าพร้อมกับเอ่ยคำพูดว่า

“ถ้างั้นก็ไว้เจอกันใหม่ นาคา”

เด็กหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบไปว่า

“ไว้เจอกันใหม่ อลิซ”





การชิงแรงค์กิ้งยูสเซอร์อันดับสิบก็ถือว่าเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ แต่เรื่องใกล้ตัวกว่านั้นที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขามาตลอดนับตั้งแต่ที่เขารับรู้ถึงเรื่องดังกล่าว ก็คงจะเป็นเรื่องตัวตนของบุคคลปริศนาที่ส่งจดหมายให้กับเพื่อนร่วมชั้นของเขา

“เห ไม่ได้เจอกันมานาน สูงขึ้นมาตั้งเยอะเลยไม่ใช่หรือไง นาคา”

คือเสียงที่ดังมาจากชายวัยกลางคนรูปร่างสมส่วนในชุดเสื้อยืดสีขาวรัดรูปกับกางเกงสีกากี อดีตเพื่อนร่วมโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นเดียวกันกับพ่อของเขา และยังเป็นเพื่อนรักที่มักจะโดนย้ายไปประจำโรงพักเดียวกันกับพ่อของเขาตลอด 

นที สินธุ์สาคร เจ้าของใบหน้ายิ้มๆ ที่เริ่มปกคลุมไปด้วยเคราอ่อนๆ เล็กน้อย คนเดียวกับที่กำลังโบกมือทักทายเขาอยู่ที่หน้าสวนสาธารณะประจำซอยธาราพิสัย

“สวัสดีครับ ลุงนที” 

เขาพูด ยกมือไหว้อีกฝั่ง

“ยังมารยาทดีเหมือนเดิมเลยนะ เธอนี่”

พูดพร้อมกับหัวเราะออกมา ก่อนที่จะเดินตรงมายกมือลูบศีรษะของเขาเบาๆ

“แม่ของเธอเป็นยังไงบ้างล่ะ”

“ก็ยังยุ่งอยู่ตลอดเหมือนเดิมนั่นแหละครับ”

นาคาพูด ก่อนที่อีกฝั่งจะเลื่อนดวงตาสีเข้มมาสบกับเขา ก่อนที่จะนึกอะไรขึ้นมาได้ เลือนมือไปหยิบยังซองใสใส่กระดาษบางอย่างที่อยู่ภายในกระเป๋ากางเกงขายาวส่งมาให้กับเขา

“ตามที่เธอขอร้องมา” 

เขาเอื้อมมือไปรับ ก่อนที่จะเป็นฝ่ายลุงนทีที่เอ่ยปากพูดออกมาว่า

“คงจะเป็นเรื่องสำคัญมากสินะ”

“ประมาณนั้นแหละครับ” เขาพูดก่อนที่จะเหลือบสายตาไปยังกระดาษที่ถูกส่งมาให้ แล้วจึงพูดกลับไปว่า

“ข้อมูลที่สรุปมานี่ ไม่ผิดแน่ใช่ไหมครับ”

“ก็นะ เจ้าวินน่ะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมศาสตร์ [Behavorial Science Unit] ที่มีฝีมือเป็นอันดับต้นๆ ในประเทศ ถ้าเก่งกว่านี้ก็คงจะต้องไปหา FBI แล้วละ”

“ขอบคุณมากครับ”

เขาก้มศีรษะให้อีกฝั่งเป็นครั้งที่สอง ก่อนที่อีกฝั่งจะโบกมือปัดช้าๆ

“ไม่เป็นไรหรอก ลูกของเจ้าวารินน่ะก็ไม่ต่างอะไรกับลูกของน้องชายฉันนั่นแหละ” 

คือสิ่งที่นายตำรวจ นที สินธุ์สาครพูดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะยกมือขึ้นมาจับไหล่ของเขา กระชับมันพร้อมกับเอ่ยทิ้งท้ายว่า

“เรื่องที่เกิดขึ้นในคราวนั้น...มันไม่เคยเป็นความผิดของเธอเลยนะ นาคา”

คำพูดที่ทำเอาเขาได้แต่ชะงักพร้อมกับดวงตาที่เริ่มกระตุกเบาๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูปกติมากที่สุดว่า

“ครับ”

เขาพูด นาคายืนนิ่งอยู่สักพักพร้อมกับยิ้มออกมาบางๆ

“ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับลุงนที”

ลุงนทีหัวเราะฮ่าๆ ออกมา ก่อนที่จะตบป้าบลงมาที่หลังของเขา

“ให้ตายเถอะ เธอนี่เป็นเด็กที่จิตใจแข็งแกร่งเป็นบ้า” พูดพร้อมกับหันหลังก้าวเท้าเดิน ก่อนที่จะเอ่ยทิ้งท้ายออกมาว่า

“ไว้เจอกันใหม่ ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็บอกได้ทุกเมื่อเลยล่ะ” 

บทสนทนาดังกล่าวจบลงพร้อมกับการโบกมือลากับร่างของชายวัยกลางคนที่หันหลังเดินออกไปเช่นเดียวกับแสงอาทิตย์สุดท้ายในยามบ่ายที่กำลังจะปิดตัวลง

แปรเปลี่ยนไปเป็นสายฝน 

พร้อมกับกระดาษที่ถูกคลี่ออกและคำพูดพึมพำของนาคาที่ถูกเอ่ยออกมาว่า

“เป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างที่คิดจริงๆ แฮะ”





ซ่า...

อีกครั้งที่เขาไม่ได้พกร่มติดตัวมา

หรือคงจะต้องบอกว่าบางทีมันอาจจะดีกว่าถ้าเขาเลือกจะดูพยากรณ์อากาศประจำวัน

สภาพอากาศในหน้าฝนเหนียวแน่นไปด้วยความชื้นที่แฝงตัวอยู่ในอากาศ หยาดฝนที่ตกลงมาสู่พื้นถนนที่ร้อนระอุส่งผลให้ความร้อนที่ได้รับมาทั้งวันกระจายตัวออกมาแปรสภาพให้บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อประจำซอยที่นาคาอาศัยหลบฝนกลายเป็นเตาอบไอร้อนขนาดย่อม 

นาคายกมือปาดเหงื่อ ก่อนที่จะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าครึ้มที่เต็มไปด้วยเม็ดฝน ถอนหายใจเบาๆ แล้วจึงยืนพิงผนังกระจกหน้าร้านสะดวกซื้อ

“ไว้เจอกันพรุ่งนี้ เรย์”

เสียงของเด็กนักเรียนรุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่เพิ่งวิ่งมาถึงร้านสะดวกซื้อดังขึ้น พร้อมกับหันไปโบกมือลาเพื่อนของตัวเองที่ยืนหลบฝนอยู่ที่ร้านค้าอีกฝั่ง

“อื้อ ไว้เจอกันพรุ่งนี้ มิก!” อีกฝั่งตะโกนกลับมาฝ่าเสียงสายฝนที่กระหน่ำตก

ใส่ชุดนักเรียนในวันอาทิตย์ เดาว่าถ้าไม่ได้มีเรียนพิเศษก็เป็นหลักสูตรซ่อมพิเศษนอกเวลา

ไม่รู้ว่าเขาอาจจะคิดไปเองหรือเปล่า แต่เสียงดังกล่าวกลับเป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นหูแบบแปลกๆ ราวกับว่าเขาเคยเจอเด็กนักเรียนสองคนนี้ที่ไหนสักแห่ง

ชั่วระยะเวลาเดียวกันกับที่ทางฝั่งของเด็กนักเรียนผู้ถูกเรียกว่ามิกจะหันหน้ามาทางร้านสะดวกซื้อ 

พร้อมกับอาการชะงักไปทางข้างหลังของเขาเล็กน้อย 

หมอนี่…

ซึ่งก็ดูเหมือนว่าอีกฝั่งจะจับสังเกตเขาได้ เด็กนักเรียนผู้ที่มีส่วนสูงต่ำกว่าเขาเล็กน้อยถึงปานกลาง เลื่อนดวงตาสีเทามาสบกับเขา ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า พี่ชาย?”

คำพูดที่ดูเหมือนว่าอีกฝั่งจะจับสังเกตอะไรบางอย่างได้จากตัวเขา เพียงแต่ปฏิกิริยาที่นาคาตอบกลับไปมีเพียงแค่การส่ายหน้าช้าๆ อย่างเป็นธรรมชาติ

น่าประหลาดที่ดูเหมือนอีกฝั่งจะรู้สึกติดใจอะไรบางอย่างอยู่ เจ้าของใบหน้าอ่อนวัยยังคงจ้องเขม็งตรงมาที่เขาอยู่สักพักก่อนที่จะยกนิ้วชี้ขึ้นไปแตะที่หน้าผากราวกับกำลังใช้ความคิด แล้วจึงเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ พูดพึมพำออกมาว่า

“รู้สึกเหมือนกับเคยเจอกับพี่ชายคนเมื่อกี้ที่ไหนมาก่อนแฮะ..หรือว่าจะคิดไปเอง”

“...”

เขาได้แต่มองตามหลังอีกฝั่งโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ไม่น่าจะผิดคน หน้าตาที่เหมือนกันราวกับถอดภาพออกมา ทั้งนิสัยแปลกๆ ส่วนตัวในการยกนิ้วชี้แตะหน้าผาก หรือแม้แต่ชื่อที่คล้ายคลึงกันกับภายในเกม

เด็กนักเรียนโรงเรียน ‘สายชล’ ที่เพิ่งเดินผ่านเขาไปเมื่อกี้น่าจะเป็นคนเดียวกับผู้ที่ครอบครองฉายาวีรบุรุษผู้ไร้ศรัทธาภายในเกม

มิเกะที่เพิ่งสู้กับพิรุณไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ทั้งตัวการที่เป็นคนส่งจดหมายในหยก ทั้งผู้เล่นภายในเกมที่ปรากฏขึ้นมาบนโลกจริงอย่างคาดไม่ถึง

นาคายืนกอดอกมองอีกฝั่งไปสักพัก ก่อนที่เขาจะเลื่อนนิ้วขึ้นดันแว่นสายตาของตัวเองเบาๆ

อะไรๆ ต่างก็ดูใกล้ตัวกว่าที่คิดจริงๆ





กว่าฝนจะหยุดตกก็ผ่านไปร่วมๆ ครึ่งชั่วโมง นาคาเดินกลับบ้านกับสภาพเปียกชุ่มของพื้นถนนที่ยังคงมีช่องว่างพอที่จะให้เดินผ่านไปได้โดยไม่เปียกชุ่มสักเท่าไหร่

“สายกว่าที่คิด”

คือสิ่งที่เขาพึมพำออกมาเบาๆ หลังจากที่เขาเดินมาหยุดอยู่ที่สนามเด็กเล่นใกล้ๆ บ้านที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นเก่าๆ ที่ถึงแม้จะเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังคงสภาพสามารถใช้งานได้ตามปกติอยู่

เสียงชิงช้าดังเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นเป็นจังหวะบ่งบอกว่าใครบางคนกำลังใช้งานมันอยู่ ซึ่งก็คงจะไม่ใช่เรื่องประหลาดเท่าไหร่เพราะมันเป็นเครื่องเล่นไม่กี่เครื่องเล่นที่อยู่ภายใต้หลังคาใสกันฝน

“นายมาสายนะ นาคา”

คือสิ่งที่หญิงสาวบนเก้าอี้ชิงช้าเอ่ย ก่อนที่เธอจะทรงตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วจึงก้าวเท้าตรงมาหยุดยืนอยู่ที่เบื้องหน้าของเขา

เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีแดงกับกางเกงยีนส์รัดรูปฟอกสีกับทรงผมบลอนด์ยาวหน้าม้าสลวย นาคาก้มศีรษะทักทายก่อนที่เขาจะพูดกลับไปว่า

“มาเร็วกว่าที่คิดนะครับ คุณฟรานเชสก้า”

“ไม่ต้องเรียกนำหน้าฉันว่าคุณก็ได้ ปกติมีแต่อาจารย์เท่านั้นที่เรียกฉันแบบนั้น เวลารุ่นน้องแบบนายเรียกแล้วมันเลยรู้สึกขนลุกยังไงไม่รู้” เธอพูด

เขาพยักหน้า ก่อนที่จะพูดกลับไปว่า

“ครับ รุ่นพี่”

ฟรานเชสก้าเลิกคิ้วขึ้นช้าๆ ดูเหมือนว่ารุ่นพี่จะเป็นสิ่งที่เธอไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะใช้เรียกเธอ แต่หญิงสาวก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เห็นดังนั้นนาคาจึงตัดสินใจเข้าเรื่องเอื้อมมือไปหยิบซองใสที่ใส่มาในกระเป๋ากางเกงสแล็คแล้วจึงยื่นให้อีกฝั่ง

“จดหมายที่ผมขอยืมมาครับ”

ฟรานเชสก้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะรับมันไป

“ไม่ใช่ว่าอีกสองสามวันนายถึงจะคืนให้ฉันหรือไง”

“ก็ประมาณนั้นแหละครับ แต่พอดีว่ารู้ผลเร็วกว่าที่คิด”

นัยน์ตาของฟรานเชสก้าเบิกกว้าง ก่อนที่เธอจะเลื่อนมือทั้งสองข้างเข้ามาจับไว้ที่ไหล่ทั้งสองของเขา มองตรงมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง

“นายรู้ตัวคนที่ส่งจดหมายพวกนั้นแล้ว!?”

คำตอบคือการส่ายหน้าช้าๆ ของนาคา

“ยังครับ”

เพียงแค่ชั่วขณะใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปหมองลงกว่าเดิม พร้อมกับมือทั้งสองข้างที่ค่อยๆ คลายแรงออกจากไหล่

“แต่มันก็ไม่ได้มีแต่เรื่องน่าผิดหวังขนาดนั้นหรอกครับ อย่างน้อยก็คือผมรู้แล้วว่าคนที่ส่งมาอยู่ในช่วงอายุไหน”

เขาพูด ขณะที่อีกฝั่งก็เลื่อนดวงตาสีฟ้าของเธอมาสบตากับเขา

“และผมก็รู้แล้วว่า คนๆ นั้นกำลังเรียนอยู่ที่ไหน”

ประกายความหวังเล็กๆ ปรากฏขึ้นข้างในแววตาของฝั่งตรงข้าม เธอสบสายตากับเขาสักพักก่อนจะพูดออกมาว่า

“นายเป็นคนที่น่าสนใจมากกว่าที่ฉันคิดตอนแรกจริงๆ คุณรุ่นน้อง”

พูดพร้อมกับเลื่อนซองใสเข้าไปเก็บไว้ในกระเป๋าถือติดตัว เธอหันหลังเดินกลับไปหยิบร่มสีแดงของเธอที่ถูกวางไว้ข้างๆ เสาชิงช้า ก่อนที่จะตรงมาที่เขา ยกมือตบไหล่นาคาเบาๆ แล้วจึงพูดออกมาว่า

“ไว้เจอกันใหม่ ขอให้นายโชคดีกับอีเวนท์สิบอาณาจักรแห่งความล่มสลายละ”

เขาพยักหน้า ก่อนที่จะพูดทิ้งท้ายกลับไปว่า

“เช่นกันครับ รุ่นพี่”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 252 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,098 ความคิดเห็น

  1. #3810 loliz (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 18:03
    พระเอกออกแนวเก็บกดที่พร้อมจะระเบิดตู้มต้ามถ้าโดนสะกิดหนักๆไหมเนี่ย แต่คนทำใกล้ตัว ลุ้นได้หลายคนแฮะ
    #3,810
    0
  2. #3802 Hiroyosha (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 12:33
    รอปมมมมมเฉลย
    #3,802
    0
  3. #3801 09fg (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 01:59
    นาคาสู้ๆนะ
    #3,801
    0
  4. #3800 FanUj (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 18:13

    ครูอยากได้เป็นลูกด้วยละฮะ~
    #3,800
    0
  5. #3799 ZeroCeN (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 12:39

    อืมมม จะว่าไปคาแร็คเตอร์แบบ นาคา ดูแล้วไม่น่าจะใช่คนที่จะถูกเรียกว่าพวกจิตใจแข็งแกร่ง การที่มีปมในใจ และรู้สึกถึงมันมาตลอดแต่กดมันเอาไว้ซ่อนมันเอาไว้ ยอมทรมานคนเดียวดีกว่าเปิดเผยออกไป ใช้คำว่า'ใจดำ' น่าจะเหมาะกว่าครับ คำว่าใจดำ ไม่จำเป็นต้องไร้ไมตรี หรือไร้น้ำใจต่อผู้อื่น แต่ไร้น้ำใจกับตัวเองก็ได้เช่นกัน ทำตัวเหมือนคนเข้มแข็งไม่สนใจอะไร ทั้งๆที่รู้และเข้าใจอยู่เต็มอก แต่จะเพื่อลงโทษตัวเองหรืออื่นใดก็ตามเลยเก็บทุกสิ่งเอาไว้รอวันระเบิด(พวกเก็บกด ใจดำ)

    #3,799
    1
    • #3799-1 Hiroyosha(จากตอนที่ 126)
      23 สิงหาคม 2563 / 12:33
      ++++++++
      #3799-1
  6. #3798 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 18:43
    ตลกครูสอนอิ้งมาก555555
    #3,798
    0
  7. #3797 Morisaki_omi (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 18:24
    อ่านตอนแรกstar warลอยเข้้ามาในหัวเลย
    #3,797
    0
  8. #3796 BusYYY (จากตอนที่ 126)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 17:39
    อยากรู้จริงๆ
    #3,796
    0