ERROR Online : Overkill มหานครออนไลน์แห่งความผิดพลาด

ตอนที่ 12 : Error : 0x00000010 เวทมนตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 601 ครั้ง
    4 มี.ค. 64

ERROR Online : Overkill







 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

เร็วกว่าที่คิด

            เสียงดังขึ้นมาจากสาวน้อยที่กำลังนั่งดื่มน้ำส้มปั่นในแก้วทรงสูงอยู่ภายในเลานจ์ของโรงแรมรีน่าครอส เธอเหลือบสายตามองมายังเด็กหนุ่มในชุดแจ็คเกตสีดำเปิดอกเผยเสื้อยืดสีเทาข้างใน คนที่กำลังยืนใช้มือข้างหนึ่งถือหอกสีดำขณะที่มืออีกข้างก็กำลังโยนรับลูกแก้วแห่งความขัดแย้งอยู่ในมือด้วยท่าทางสบายๆ

            “เวลาปัจจุบัน 13:37 น. หมายความว่านายใช้เวลาจัดการเธอรวมไปถึงเวลาในการกลับมาที่นี่แค่ 7 นาทีอลิซพูด ก่อนที่จะปิดหน้าต่างเวลาที่เธอเรียกขึ้นมาไป

            เขายิ้มให้เธอตามมารยาท ก่อนที่จะยื่นลูกแก้วแห่งความขัดแย้งให้กับอีกฝ่าย

            “เอ้า ลูกแก้วของเธอ

            อลิซยื่นมือไปรับ เด็กสาวใช้ดวงตาสีแดงตรวจสอบสภาพของมันไปสักพัก ก่อนที่เธอจะพยักหน้าช้าๆ อย่างพึงพอใจ

            “ไม่มีแม้แต่ริ้วรอย สภาพสมบูรณ์แบบเหมือนกับตอนที่ฉันให้ไปตั้งแต่ตอนแรก…” เธอพูดพร้อมกับหันหน้ามามองเขายิ้มๆใช้ได้เหมือนกันนี่นา พ่ออันดับที่ 1

            “อันดับที่ 1?” นาคาที่สะกิดใจกับคำพูดอีกฝั่งทวนคำ

            อลิซชะงัก เด็กสาวไม่ได้ตอบอะไรออกมา เธอนั่งกระดกแก้วดื่มน้ำส้มอยู่สักพัก ก่อนที่จะลุกออกจากเก้าอี้ช้าๆ แล้วจึงชี้นิ้วมาที่เท้าทั้งสองข้างของนาคาซึ่งยังคงเป็นเท้าเปล่ามาตั้งแต่เริ่มเกม

            “ไปร้านช่างทำรองเท้ากัน เดี๋ยวฉันจะซื้อรองเท้าให้นั่นคือคำพูดสุดท้าย ก่อนที่เธอจะเดินดุ่มๆ ออกจากโรงแรมทิ้งไว้แต่ร่างของเด็กหนุ่มที่ได้แต่ยืนงงๆ ก่อนที่เขาจะหยิบหอกสีดำขึ้นพาดไหล่ แล้วจึงเดินตามไปอย่างเงียบๆ





            “ลมอะไรพัดมาที่ร้านรองเท้าของข้าแบบนี้ละ ท่านนักเดินทางทั้งสอง

            ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในร้านค้าเก่าๆ ที่ถูกเขียนป้ายว่า ‘Felen’s Shoes’ [ร้านรองเท้าของเฟเลน] เสียงทักทายก็ถูกเอ่ยมาจากเจ้าของร้านชราในกรอบแว่น ร่างของบุรุษผมหงอกไว้เคราขาวดกที่กำลังใช้เข็มเย็บพื้นรองเท้าหนังอยู่ที่เก้าอี้ไม้ทรงโบราณ

           หลังจากที่พวกเขาเดินออกจากรีน่าครอส ‘ประจุมนตราแห่งความชั่วร้าย’ ก็หมดเวลาลงส่งผลให้หอกที่กลายเป็นสีดำจากผลสกิลกลับมาเป็นสีแดงตามปกติ แต่จากการที่เขายังคงรู้สึกได้ถึงแรงกายที่ยังคงเปี่ยมล้นอยู่ในตัว น่าจะแสดงว่า ‘พละกำลังของฝูงกระทิง’ นั้นน่าจะยังคงอยู่

            “มาซื้อรองเท้าให้หมอนี่น่ะ ลุงเฟเลนคำพูดถูกเอ่ยจากริมฝีปากของเด็กสาวพร้อมกับนิ้วเรียวของเธอที่ชี้มาที่เด็กหนุ่มซึ่งยืนถือหอกสีแดงพาดไหล่อยู่ข้างๆ

            ร้านรองเท้าดังกล่าวเป็นร้านค้าสไตล์โบราณ ผนังทำด้วยอิฐ มีหน้าต่างเล็กๆ หน้าต่างเดียวอยู่ใกล้กับเพดาน ขณะที่พื้นก็ก็เป็นเพียงปูนหยาบๆ สีเทาคล้ำที่เต็มไปด้วยร่องรอยการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา

            “โอ้ เทพเจ้าแห่งรองเท้าช่วย! พ่อหนุ่มนักเดินทางนี่ช่างน่าสงสารจริงๆ ถึงกับต้องผจญภัยด้วยเดินเท้าเปล่าแบบนี้!” นาคาสะดุ้งเล็กน้อยจากเสียงของลุงเฟเลนที่ดังขึ้นในจังหวะที่เขากำลังมองสำรวจภายในร้าน 

            ชายชราเคราดกผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้เดินตรงมาที่ร่างของเขาด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะสั่งให้เขายกฝ่าเท้าขึ้นให้แกดู ซึ่งนาคาก็ทำตามอย่างงงๆ

            เทพเจ้าแห่งรองเท้าช่วย...ลุงนี่ก็มีคำอุทานที่เป็นเอกลักษณ์ดีเหมือนกัน

            “เห็นไหม เท้าแดงไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง พ่อหนุ่ม” ลุงเฟเลนพูดพลางใช้มือทั้งสองข้างนวดฝ่าเท้าของเขาเบาๆเท้าทั้งสองข้างน่ะเป็นอวัยวะสำคัญที่ถูกประทานมาจากพระผู้เป็นเจ้า หากไม่รักษา มันก็อาจจะเสียรูปหรือไม่ก็อาจจะทำให้มันเสื่อมสภาพได้นะ

            ความรู้สึกผ่อนคลายนี่มัน! ลุงคนนี้...ถ้าเกิดไปเปิดร้านนวดแผนโบราณนี่คงจะติดอันดับโพลนิตยสารร้านนวดแผนโบราณยอดเยี่ยมไม่ต่ำกว่า 10 เล่มเป็นแน่แท้

            “น่าจะรู้ไซส์หมอนี่แล้วใช่ไหม ลุงเฟเลนเด็กสาวที่ยืนดูสินค้าภายในร้านเอ่ยถาม

            ช่างทำรองเท้าพยักหน้าลงช้าๆ ในขณะที่มือก็ยังคงกดน้ำหนักไปยังฝ่าเท้าของนาคาเบาๆ อย่างต่อเนื่อง

            “ถ้าอย่างนั้นก็ขอดูรองเท้าในร้านที่หมอนี่ใส่ได้ทั้งหมดหน่อย

            สิ้นสุดคำพูด หน้าต่างสีฟ้าก็เด้งขึ้นมาที่เบื้องหน้าของเด็กสาวราวกับว่าคำพูดของเธอเป็นคีย์เวิร์ดในการเรียกมัน อลิซพยักหน้าหงึกๆ ก่อนที่จะไล่สายตายังรูปของรองเท้าผู้ชายหลากหลายลักษณะที่ส่วนใหญ่จะเป็นรองเท้าหนังสไตล์โบราณ

            “ตัวเลือกเยอะพอสมควรสาวน้อยนัยน์ตาสีแดงใช้นิ้วชี้เลื่อนหน้าต่างอย่างรวดเร็ว เธอดูมันจนจบในเวลาไม่ถึงสามวินาที ก่อนที่จะย้อนกลับไปกดรองเท้ามาสามชิ้น ก่อนที่เธอจะหันไปพูดกับชายชราว่า

            “ขอดูรองเท้าสามคู่นี่หน่อยสิ ลุงเฟเลน

            สิ้นสุดคำพูด ลุงแกก็พยักหน้าลงช้าๆ ก่อนที่จะค่อยๆ ถอนมือจากฝ่าเท้าของนาคา ยันร่างขึ้นแล้วจึงเดินลับหายไปทางหลังร้าน

            “ร้านนี้ไม่ค่อยมีรองเท้าสไตล์แฟชั่นหรือรองเท้าที่ดูสมัยใหม่เธอหันมาพูดกับเขา

            “ไม่เป็นไรหรอก แค่เธอซื้อรองเท้าให้ฉัน ฉันก็ต้องขอบคุณเธอมากๆ ละ” 

            “มารยาทดีเหมือนกันนี่เธอพูด ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ทางฝั่งเจ้าของร้านชราจะเดินกลับมาพร้อมกับรองเท้าสามคู่ในมือ

            “ต้องการคู่ไหน ก็เลือกตามสบายเลย พ่อหนุ่ม ในอนาคตก็อย่าออกผจญภัยเท้าเปล่าอีกละ ไม่งั้นระวังเทพเจ้าแห่งรองเท้าจะลงโทษเอานะพูดจบชายชราก็หัวเราะโฮ่...โฮ่...โฮ่ ออกมา ก่อนที่จะเดินลูบเครากลับไปนั่งเย็บรองเท้าที่เก้าอี้ไม้เช่นเคย

            นาคาไม่ได้พูดอะไร เขาแค่พยักหน้าก่อนที่จะวางหอกสีแดงในมือพาดกับผนังบ้าน ก่อนที่จะก้มตัวลงไปสำรวจรองเท้าทั้งสาม

            “คู่แรกเป็นรองเท้าบูทหนังกระทิง [Felen’s Leather’s Boots(Bull)] ออกแบบเพื่อให้ทนทานต่อการโจมตี พลังป้องกันเยอะ แต่ข้อเสียคือมันค่อนข้างหนัก รองเท้าแบบนี้น่ะพวกอาชีพสายเน้นป้องกัน [Tanker] หรือพวกสายที่ต้องรับดาเมจเยอะๆ น่ะนิยมใส่อลิซพูดอธิบาย 

           เขาพยักหน้าช้าๆ พลางใช้มือยกรองเท้าบูทหนังหุ้มข้อสีดำเพื่อลองวัดน้ำหนักดู

            “ราวๆ 1 กิโลกว่าๆหนักจริงๆ แฮะนาคาพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนที่จะหันไปดูรองเท้าคู่ที่สองที่มีสภาพคล้ายๆ รองเท้าหนังที่เขาใส่ไปเรียน

            “คู่ที่สองเป็นรองเท้าหนังวัวธรรมดา [Felen’s Leather Shoes(Cow)] รองเท้านี่น่ะเป็นรองเท้ายอดนิยมที่ใส่กันทุกอาชีพ เหตุผลเพราะพลังป้องกันที่ไม่น้อยเกินไปกับน้ำหนักที่กำลังพอดี รวมไปถึงสไตล์ก็ดูไม่ค่อยล้าสมัยเท่าไหร่น่ะนะ

            นาคาพยักหน้าก่อนที่จะลองถือมันเพื่อวัดน้ำหนักเช่นเดียวกันกับรองเท้าคู่ก่อน

            “700-800 กรัม ละมั้ง

            เด็กสาวพยักหน้าให้กับคำพูดของเขา ก่อนที่เธอจะชี้ไปยังรองเท้าสีดำคู่สุดท้าย ที่ดูทันสมัยมากที่สุด

            “รองเท้าคู่สุดท้าย ฉันเองก็เพิ่งจะเคยเห็น รองเท้าวิ่งหนังจิงโจ้ [Felen’s Running Shoes(Kangaroo)] ตามคำอธิบายเห็นว่าเป็นรองเท้าคู่ใหม่ที่เจ้าของร้านเพิ่งจะออกแบบได้ไม่นาน...สิ้นสุดคำพูด ชายชราหนวดเฟิ้มเจ้าของร้านก็หันมาพยักหน้าให้พวกเขาทีนึง ก่อนที่จะกลับไปทำงานต่อโฆษณาว่าเป็นรองเท้าที่ใส่สบายเหมือนไม่ได้ใส่รองเท้า น้ำหนักเบาสุดๆ ส่วนข้อเสียคือมันไม่ค่อยทนทานบวกกับพลังป้องกัน...มันก็น้อยสุดๆ เหมือนกับนายไม่ได้ใส่รองเท้าอย่างที่โฆษณาแหละนะ

            “น้ำหนักราวๆ 200-300 กรัม...เบาจริงๆนาคาพูดอย่างทึ่งๆ

            “สไตล์ก็ดูไม่ล้าสมัยใช่ไหมละ ถ้าถามฉันแล้ว รองเท้าวิ่งคู่นี้น่ะดูทันสมัยมากที่สุดในสามคู่แล้วละนะอลิซพูดเสริม

            นาคาพยักหน้า ถึงจะมีแค่ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เขียนว่า Felen’s อยู่ที่ข้างเท้าด้านนอก แต่สไตล์การตกแต่งที่ไม่มากเกินไปก็ให้ความรู้สึกเรียบๆ แต่ดูดีกับมัน

            “เลือกได้แล้วใช่ไหมเธอพูดเมื่อเห็นนาคาลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมาช้าๆ อย่างเมื่อยๆ

            นาคาพยักหน้า ก่อนที่จะเดินไปหยิบหอกสีแดงที่เขาพาดผนังไว้ แล้วจึงชี้ไปยังรองเท้าคู่สุดท้ายพร้อมกับพูดออกมาว่า

            “ฉันไม่ค่อยชอบรองเท้าหนักๆ เพราะงั้นคงจะต้องเป็นรองเท้าวิ่งละนะ





            เวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนเย็น กิจกรรมที่พวกเขาทำไม่ได้มีอะไรมากนอกจากให้นาคาลองขยับเท้าเคลื่อนที่ให้ชินกับรองเท้าใหม่กับนั่งคุยเรื่องทักษะที่นาคาเพิ่งจะได้รับภายในเลานจ์ของโรงแรมรีน่าครอส

            ทักษะพละกำลังของฝูงกระทิงนั้นหมดเวลาไปได้สักพักแล้ว ซึ่งนาคาก็รู้สึกได้ถึงแรงแขนที่น้อยลงอย่างชัดเจนของตัวเองขนาดที่ว่าการถือหอกยาวไว้ในมือยังเป็นเรื่องยากลำบากเลยด้วยซ้ำ เขาจึงต้องคืนมันให้กับอลิซไป

            “การทำความเสียหายมากกว่าพลังชีวิตสูงสุด [MaxHP] ของศัตรูจะทำการช่วงชิงค่าสถานะและค่าความสามารถอย่างละ 1 เปอร์เซ็นต์...นอกจากนั้นมันยังเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้นายได้รับค่าประสบการณ์และไอเท็มนั่นคือคำพูดของอลิซก่อนที่เธอจะใช้ส้อมในมือตัดเค้กวานิลลาที่อยู่บนโต๊ะขึ้นเคี้ยวหงับๆ

            นาคาพยักหน้า ก่อนที่เขาจะใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้คาร์โบนาร่าสไลม์สีน้ำเงินในมือขึ้นใส่ปากพร้อมกับพึมพำออกมาเบาๆ ว่าอร่อยดีแฮะ

            “เรื่องระดับเลเวลน่ะ คงจะสำคัญกับนายแค่เรื่องไอเท็มบางประเภทที่จำกัดเลเวลกับการปลดล็อคสกิลเท่านั้น เพราะยังไงนายก็ไม่ได้รับค่าสถานะกับค่าความสามารถอยู่แล้ว...ส่วนอาชีพก็ตัดมันไปได้เลยเพราะ ERROR User แบบนายไม่สามารถเปลี่ยนมันได้

            นาคานั่งกินสปาเก็ตตี้คาร์โบนาร่าสไลม์เงียบๆ ไปสักพัก ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามต่อว่า

            “ทักษะพละกำลังของฝูงกระทิงที่เธอใช้นี่...ถ้าต้องการจะได้มัน ฉันจะต้องทำยังไงบ้าง

            อลิซตัดเค้กในมือขึ้นเคี้ยวอยู่สองสามคำก่อนที่เธอจะตอบออกมา

            “นั่นน่ะเป็นเวทมนตร์ระดับสูง เงื่อนไขคือนายต้องเรียนเวทมนตร์สาขา Alchemy [เล่นแร่แปรธาตุ] ไปจนถึงระดับ 6 ก่อนที่นายจะสามารถทำเควสต่อเนื่องที่จะลากยาวไปสู่เวทย์นั้นได้

            “จะว่าไปแล้ว เรื่องระบบเวทมนตร์ที่เธอพูดถึง มันมีอะไรบ้างนะ

            คำตอบเรียกรอยยิ้มเข้าสู่ใบหน้า ก่อนที่สาวน้อยจะเริ่มอธิบายออกมา

            “สิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์ [Magic] ในเกมนี้น่ะจะถูกแยกออกจากสกิล [Skill] หรือทักษะพิเศษ [Special Ability] โดยสิ้นเชิง ขั้นแรกคือนายต้องเป็นอาชีพที่มีค่าพลังเวทย์ [Mana] ก่อน ซึ่งโดยปกติแล้วก็จะประกอบไปด้วยอาชีพพวกวิซาร์ด เมจ วอลอค แม่มดอะไรพวกนั้น ถ้าเกิดนายเลือกสายนักสู้หรืออาชีพสายบู๊ ค่าพลังเวทย์ของนายจะกลายเป็นค่าแรงกาย [Stamina] หรือค่าพลังชี่ [Qi] แทน

            นาคาพยักหน้าไปม้วนสปาเก็ตตี้เข้าปากไปด้วยความสนใจ

            “ระดับของเวทมนตร์มีทั้งหมด 10 ระดับ เรียงจากน้อยไปหามาก ส่วนเรื่องสาขาของเวทมนตร์ พื้นฐานแล้วมันก็ถูกแบ่งออกเป็น 9 สาขา ฉันจะอธิบายสั้นๆ ละกัน” พูดจบเธอก็กระแอมไอเบาๆ ก่อนที่จะอธิบายต่อทันทีว่า

            สาขาแรก Elemental [สรรพธาตุ] หรือศาสตร์แห่งการทำลายล้าง เน้นไปที่เวทย์โจมตีของทุกธาตุเช่นพวกดิน น้ำ ลม ไฟ น้ำแข็ง สายฟ้า สาขานี้เป็นสาขาที่คนนิยมเล่นเยอะสุด และเป็นพื้นฐานที่นักเวทย์ส่วนมากเลือกเป็นอันดับแรกๆ เพราะเหมาะแก่การเก็บเลเวล

สาขาที่สอง Illusion [ภาพลวงตา] ศาสตร์แห่งการหลอกลวง ก็ตามชื่อสาขาละนะ มันคือเวทมนตร์ภาพลวงตาทุกรูปแบบอย่างเช่นการบิดเบือนภาพ หายตัว สร้างร่างแยก สร้างภาพหลอน โจมตีด้วยภาพลวงตา สาขานี่ไม่ค่อยมีคนนิยมเล่นเยอะเท่าสาขาแรกเพราะมันไม่ค่อยมีเวทย์โจมตีเท่าไหร่ทำให้การเก็บเลเวลค่อนข้างลำบาก

เธอก็มีเวทย์สาขานี้ด้วยใช่ไหมนาคาถามจากที่เขาเคยเห็นเธอใช้ตอนสู้กับคุโระ

อลิซหัวเราะเบาๆ 

ฉันก็มีเวทย์ทุกสาขานั่นแหละ

เธอนี่ก็...แข็งแกร่งอยู่พอตัวเหมือนกันสินะ

           “เพิ่งจะรู้หรือไง” อลิซพูด

           เอาเป็นว่าฉันจะข้ามเข้าสู่สาขาต่อไปเลย นายก็ตั้งใจฟังดีๆ ละกัน

นาคาพยักหน้า เด็กสาวยกชาขึ้นจิบสักพักก่อนที่เธอจะอธิบายต่อ

“Alchemy [เล่นแร่แปรธาตุ] หรือศาสตร์แห่งการเปลี่ยนแปลง เน้นไปที่การเสริมพลังผู้เล่นกับแปรสภาพอาวุธหรือสิ่งของ ‘ประจุมนตราแห่งความชั่วร้ายกับพละกำลังของฝูงกระทิงก็จัดอยู่ในสาขานี้เหมือนกัน  เวทมนตร์โจมตีค่อนเยอะพอสมควร สาขาเล่นแร่แปรธาตุนี่เป็นสาขายอดนิยมอันดับ 3 ละมั้งถ้าฉันจำไม่ผิด

ต่อไปก็เป็นสาขา Creation [สร้างสรรค์] ศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์ เน้นไปที่พวกเสกสัตว์ประหลาด การสร้างวัตถุขึ้นมาจากความว่างเปล่า รวมไปถึงเวทมนตร์รักษาของนักบวชก็จัดอยู่ในสาขานี้ด้วย ซึ่งก็เพราะแบบนั้นเลยทำให้มันกลายเป็นสาขายอดนิยมอันดับ 2

            Dimension [มิติ] ศาตร์แห่งการเคลื่อนย้าย เวทมนตร์เคลื่อนที่ชั่วพริบตา หรือการส่งเพลเยอร์ข้ามมิติ เวทย์โจมตีมีไม่ค่อยเยอะ แต่ค่อนข้างจะทรงพลังพอสมควร สาขานี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่เนื่องจากเวทย์ส่วนใหญ่ออกแนวให้ประโยชน์มากกว่าใช้โจมตี

            “ที่เธอเปลี่ยนอาวุธเร็วๆ ใช่ความสามารถจากทักษะของสาขานี้หรือเปล่านาคาเอ่ยถาม

            อลิซส่ายหน้าช้าๆ

            “นั่นเป็นทักษะประจำสายอาชีพ ถ้าถามว่ามันอยู่ในหมวดไหน ฉันว่ามันก็คงจะจัดอยู่ในหมวดทักษะพิเศษของอาชีพสายนักสู้ ละมั้ง

            “เข้าใจละ

            เธอพยักหน้า ก่อนที่จะอธิบายต่อ

            “Witchcraft [วิทช์คราฟ] ศาสตร์แห่งการสะกดใจ ส่วนใหญ่เป็นพวกคำสาป เวทมนตร์ควบคุมจิตใจโดยตรงอย่างเช่นเสกให้บ้าคลั่ง หลงรัก หรือไม่ก็ทำให้หลับ...แตกต่างจากสาขา Illusion ตรงที่สาขาภาพลวงตาจะเน้นไปที่การควบคุมศัตรูทางอ้อม ส่วนศาสตร์แห่งแม่มด จะเป็นการควบคุมศัตรูโดยตรง

            Divination [พยากรณ์] ศาสตร์แห่งการทำนาย ขอพรจากเทพ เวทมนตร์สอดส่อง อ่านใจหรือพวกตรวจจับสิ่งมีชีวิต ไม่มีเวทย์โจมตี และเป็นสาขาที่มีผู้เล่นสนใจน้อยที่สุด เพราะเก็บเลเวลลำบาก

            Negation [ปฏิเสธ] ศาสตร์แห่งการป้องกัน เน้นไปที่การป้องกันการโจมตี ดูดหรือบล็อคเวทมนตร์ รวมไปถึงการสร้างเกราะป้องกัน ความนิยมอยู่ในระดับกลางๆ ไม่มากไม่น้อย

            ส่วนสาขาสุดท้าย Necromancy [มนต์ดำ] ศาสตร์แห่งความตาย ควบคุมสัตว์ประหลาดประเภทอันเดด [ซากศพมีชีวิต] สร้างผีดิบหรือโครงกระดูกขึ้นมาจากศพ เวทย์โจมตีของสาขานี้รุนแรงสูสีหรือมากกว่าศาสตร์แห่งการทำลายล้าง แต่คนไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่ เพราะการจำกัดคลาสรวมไปถึงเงื่อนไขในการทำเควสของสาขานี้ที่ค่อนข้างจะทำร้ายจิตใจของผู้เล่น

            “ทำร้ายจิตใจของผู้เล่น?”

            “ประเภทส่งนายไปมิติที่เต็มไปด้วยศพและวิญญาณร้ายแล้วให้อยู่ในนั้นตลอด 1 วัน บังคับให้ชำแหละหัวใจของมอนสเตอร์ประเภทมนุษย์ หรือไม่ก็ส่งวิญญาณแค้นไปตามหลอกหลอนคอยกระซิบข้างหูผู้เล่นว่าแค้นแค้นเหลือเกิน…’ เป็นเวลา 3 วันอะไรแบบนั้น” 

            พูดจบเธอก็ตักเค้กชิ้นสุดท้ายเข้าปากเคี้ยวหยับๆ

            “...”

            น่ากลัวว่าผู้เล่นคนนั้นจะหลอนจนถึงขนาดได้ยินเสียงของวิญญาณนั่นในตอนที่ไม่ได้เล่นเกมด้วยน่ะสิ

            “เอาเป็นว่านายเข้าใจระบบเวทมนตร์ของเกมนี้คร่าวๆ แล้วใช่ไหม

            เด็กหนุ่มพยักหน้า พลางม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ชุดสุดท้ายเข้าปาก ก่อนที่จะยกแก้วน้ำเปล่าที่อยู่ข้างๆ ดื่มอึกๆ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อลิซจะชันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ภายในเลานจ์ของโรงแรมพร้อมกับพูดออกมาว่า

            “ถ้าอย่างนั้นหลังจากที่นายกินเสร็จฉันจะลองสาธิตเวทย์แต่ละสาขาให้นายดูเป็นตัวอย่างละกัน นาคา

            ได้ยินอีกฝ่ายบอกมาดังนั้น หลังจากที่ดื่มน้ำจนหมดแก้วนาคาก็วางมันลงกับโต๊ะ ทรงตัวลุกขึ้นช้าๆ ก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

โอเค




 

            บรรยากาศภายในหมู่บ้านแห่งหุบเขาสีน้ำเงินในยามหัวค่ำนั้นค่อนข้างเงียบ จะมีก็แต่เสียงของจิ้งหรีดที่ดังขึ้นไกลๆ และเสียงฝีเท้าของยามรักษาการณ์หมู่บ้านที่นานๆ ทีจะเดินผ่านมา

ทางเดินยามค่ำคืนไม่ค่อยวังเวงเท่าไหร่จากแสงไฟตามบ้านเรือนที่ยังคงส่องสว่างกับคบไฟที่ตั้งห่างๆ กันตามทาง อลิซพานาคามาสู่กิลด์นักเวทย์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน เธอเอ่ยปากทักทายกับ NPC จอมเวทย์สาวเพื่อขอใช้โรงฝึก ซึ่งเธอก็อนุญาตโดยมีข้อแม้ว่าห้ามใช้เวทย์ระดับสูงทำลายผนัง เพดาน หน้าต่าง หรือประตูเป็นอันขาด

เท่านี้ก็เรียบร้อยอลิซพูด หลังจากที่เธอเดินไปจุดคบไฟรอบห้องจนเสร็จ ก่อนที่เธอจะหันหน้ามาสบตาของนาคาท่ามกลางแสงสลัวๆ ของคบเพลิงแล้วจึงพูดออกมาว่านายอยากเห็นเวทมนตร์สาขาไหนก่อนละ นาคา เสนอมาได้เลย

เรียงตามที่เธอบอกมาเลยก็ได้นาคาพูด

โรงฝึกที่พวกเขาอยู่มีลักษณะเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ พื้นและผนังถูกสร้างขึ้นจากอิฐสีเทาที่ถึงจะดูเก่าแก่แต่ก็ทนทาน มันถูกแบ่งเป็นสองส่วนคือส่วนแรกที่ประกอบด้วยหุ่นซ้อมมือสามตัว สร้างขึ้นมาจากไม้ หนังและเหล็กตามลำดับ ขณะที่ส่วนที่สองก็คือเวทีเปล่าๆ

ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มที่ Elemental ก่อนละกัน

เธอพูด ก่อนที่จะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหุ่นซ้อมมือที่ถูกสร้างขึ้นมาจากไม้ แล้วจึงร่ายเวทย์ออกมา

Ray of Frost [ลำแสงแช่แข็ง]

คลื่นน้ำแข็งพุ่งออกมาจากมือของเธอ ก่อนที่มันจะแปรสภาพของหุ่นไม้ดังกล่าวให้ถูกเคลือบด้วยน้ำแข็งบางๆ ทั้งตัว

ต่อไปก็

Silent Image [ภาพลวงไร้เสียง]

สิ้นสุดคำพูด น้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่ที่หุ่นไม้ดังกล่าวก็ค่อยๆ ละลายหายไป ก่อนที่มันจะคืนสภาพกลายเป็นอย่างเดิม

ลองจับมันดูสิเธอพูด เด็กหนุ่มจึงลองยื่นมือไปจับที่หุ่นไม้ดังกล่าว ก่อนที่จะต้องชะงักมันกลับด้วยความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งผิวไม้

ที่ฉันทำก็คือสร้างภาพลวงของหุ่นไม้ปกติไปแทนที่หุ่นไม้ที่ถูกแช่แข็ง...นิยามของสาขา Illusion ก็คือการเล่นกับประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์นั่นแหละนะเธอพูดอธิบายเอาละ ถ้างั้นต่อไปก็ข้ามไปที่ Alchemy เลยละกัน

พูดจบเธอก็ชี้ไปที่แขนซ้ายของหุ่นหนังรูปมนุษย์ที่อยู่ข้างๆ

Enlarge Object [ขยายขนาดสิ่งของ]

            สิ้นสุดคำพูดแขนของหุ่นหนังก็ขยายใหญ่ขึ้นราวๆ สองเท่า ก่อนที่มันจะห้อยไปมาอย่างไม่ค่อยสมดุลเท่าไหร่จากสภาพร่างกายที่เอียงกระเท่เร่ไปทางซ้าย

            “ต่อไปก็ Creation...”

          Summon Slime [อัญเชิญสไลม์]

          สไลม์สีเขียวเด้งออกมาจากความว่างเปล่า ก่อนที่มันจะกระโดดดึ๋งๆ อยู่เบื้องหน้านายหญิงของมันคล้ายๆ กับกำลังรอคำสั่ง

            “นี่เป็นเวทมนตร์เบื้องต้น เพราะงั้นมันก็ยังรับคำสั่งอะไรของนายมากไม่ได้ แต่ถ้าพัฒนาสายนี้ไปเรื่อยๆ มันจะกลายเป็น AI ที่มีสติปัญญาสูงไม่แตกต่างอะไรกับผู้เล่น ประเภทเดียวกับชาวประมงนั่น หรือไม่ก็นิมฟ์ที่นายสู้ไปนั่นแหละนะ

            น่าสนใจ...ถ้าเขาสามารถอัญเชิญสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งแบบชาวประมงแจ็คมาได้ เกมนี่คงจะง่ายเหมือนกับปอกกล้วยเข้าปาก

            “Dimension เอาเป็นเวทย์ขึ้นชื่อของสาขานี้เลยละกัน

            Blink [เคลื่อนย้ายพริบตา]

          สิ้นสุดคำพูด ร่างของเด็กสาวก็หายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะรู้สึกได้ถึงแรงสัมผัสที่มาจากด้านหลัง เมื่อหันไปก็พบกับร่างของเธอที่กำลังยืนกอดอกยิ้มอยู่

            “ข้อเสียของมันก็คือกินมานาสูงตามการเคลื่อนที่ของนายน่ะนะ ถ้าไม่ใช่อาชีพที่มีมานาเยอะสุดๆ ฉันก็ไม่ค่อยแนะนำให้นายใช้สกิลนี่หรอก ใบ้ให้ว่าขนาดฉันเองยังไม่ค่อยได้ใช้เลย

นาคาพยักหน้า           

            “ต่อไปก็ Witchcraft นายอยากให้ฉันลองใส่สไลม์นี่หรือว่าลองใส่นายกันละเธอหันมาพูดกับเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติจนน่าหวาดหวั่น

            “ถ้าเธอลองมันใส่สไลม์ฉันจะขอบคุณเธอมาก

            เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ เด็กสาวเพียงแค่พึมพำออกมาเบาๆ ว่าน่าเสียดาย...ก่อนที่เธอจะหันไปทางสไลม์สีเขียวที่กำลังเด้งดึ๋งๆ อย่างกระฉับกระเฉง

            Wave of Despair [คลื่นแห่งความสิ้นหวัง]

            สไลม์สีเขียวกระโดดช้าลงเรื่อยๆ ก่อนที่มันจะหยุดลงพร้อมกับก้มหน้าลงกับพื้นราวกับเป็นโรคซึมเศร้า และหลังจากที่ผ่านไปสักพักร่างของมันก็ค่อยๆ หลอมละลายสลายหายไป

            8,097!

            “...”

            นาคาได้แต่มองดูตัวเลขสีแดงด้วยสายตาเรียบสนิทพลางถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ตกเป็นเหยื่อให้กับเวทมนตร์ดังกล่าว

“Divination…สาธิตลำบากเหมือนกัน เอาเป็นว่าฉันจะลองอะไรที่มันเข้าใจง่ายที่สุด

Arcane Eye [ดวงตาเวทมนตร์]

ออร่ารูปนัยน์ตาสีทองปรากฏขึ้นเหนือหัวของอลิซ ก่อนที่มันจะค่อยๆ หายไป เด็กสาวค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ก่อนที่จะเอ่ยปากบอกนาคาออกมาว่า

ลองโจมตีมาใส่ฉันดูสิ

ได้ยินดังนั้น นาคาจึงค่อยๆ ก้าวเท้าเดินไปทางด้านหลังของเธอเงียบๆ ก่อนที่จะยกมือข้างขวาสับไปที่ต้นคอของอีกฝั่งด้วยความรวดเร็ว

หมับ!

ทว่าก่อนที่มันจะพุ่งไปสู่เป้าหมาย มือเรียวของเธอก็เอื้อมมาจับที่ฝ่ามือของเขาอย่างแม่นยำส่งผลให้มันถูกหยุดลงอย่างทันท่วงที

เวทย์นั่นน่ะเป็นการสร้างดวงตาที่ไม่มีใครมองไม่เห็นขึ้นในอากาศในระยะ 10 เมตรเธอพูดก่อนที่จะลืมตาขึ้นช้าๆ ก็ตามที่ฉันบอกว่าสาขานี้เป็นเวทย์เกี่ยวกับสอดส่องหรือการทำนายนั่นแหละนะ

นาคาพยักหน้า เห็นดังนั้นเธอจึงอธิบายต่อไปว่า

“Negation...” อลิซทำหน้าตาครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนที่เธอจะดีดนิ้วดังเป๊าะเหมือนกับคิดอะไรออกแล้วจึงหันไปยังหุ่นไม้ตัวแรกแล้วจึงพูดออกมาว่า

Dispel Magic [สลายเวทมนตร์]

หุ่นไม้เปลี่ยนสภาพกลายเป็นน้ำแข็ง ก่อนที่น้ำแข็งดังกล่าวจะค่อยๆ ละลายออกช้าๆ

นั่นคือผลมาจากเวทมนตร์ลำแสงแช่แข็งแล้วก็ภาพลวงไร้เสียงที่ฉันใช้ตั้งแต่ตอนแรก เวทย์ที่ฉันไปเมื่อกี้คือการยกเลิกเวทมนตร์ทั้งสอง มันเลยกลับสู่สภาพปกติแบบนั้นน่ะนะ

            “น่าสนใจ หมายความว่าเวทย์นั่นคลายผลของเวทมนตร์ทั้งสองอย่างได้ใช่ไหม

            เธอพยักหน้าให้กับคำถาม

            “สาขาสุดท้าย Necromancy…” เด็กสาวพูดพร้อมกับเรียกหน้าต่างเวลาขึ้นมาดู “20:08 น. พอดี เดี๋ยวสาธิตเวทย์นี่เสร็จฉันก็คงจะออกจากเกแล้วละ ไว้เจอกันใหม่นาคา

นาคารับคำ ก่อนที่เขาจะก้มหัวลงช้าๆ พร้อมกับเอ่ยคำพูดออกมาจากใจจริงว่า

ขอบคุณมาก ไว้เจอกันใหม่ อลิซ

เด็กสาวยิ้มออกมาบางๆ ก่อนที่เธอจะรู้สึกตัวกระแอมไอออกมาเบาๆ แล้วจึงเปิดหน้าต่างไอเท็มเรียกดาบเหล็กสั้นยื่นมันตรงมาให้เขา

เอ้า เอาไปถือ

นาคายื่นมือไปรับอย่างงงๆ ก่อนที่อลิซจะหันไปยังพื้นปูนที่ยังคงปรากฏรอยชื้นจากสไลม์ที่หลอมละลายไปอยู่ ยื่นมือออกไปเบื้องหน้าพร้อมกับเอ่ยคำพูดออกมาว่า

Raise Skeleton [ปลุกชีพโครงกระดูก]

สิ้นสุดคำพูด เงามืดก็ปรากฏขึ้นที่ตำแหน่งดังกล่าวพร้อมกับร่างของโครงกระดูกมีชีวิตที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาช้าๆ มันบิดตัวส่งเสียงกรอบแกรบไปสักพักก่อนที่จะหันหน้ามาสบสายตากลวงโบ๋ของมันเข้ากับนาคา เอียงคอมองหน้าเขาไปสักพัก ก่อนที่จะเงื้อมือโครงกระดูกของมันฟาดเข้าใส่ศีรษะของเขาด้วยความรุนแรง

เคร๊ง!

ดาบในมือถูกยกมือป้องกันอย่างทันท่วงที ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เด็กสาวเดินไปจนถึงประตูทางออกเรียบร้อย เธอหันมายิ้มให้เขาหนึ่งครั้งพร้อมกับเอ่ยคำพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะปิดประตูลงช้าๆ ว่า

อย่าตายให้กับโครงกระดูกซะละ พ่ออัจฉริยะ

นาคาไม่ได้ตอบอะไรกลับ เด็กหนุ่มเพียงแค่หัวเราะหึๆ เบาๆ ก่อนที่จะใช้ดาบปัดแขนของโครงกระดูกที่หมายจะพุ่งมาบีบคอเขาอยู่ให้กระเด็นออกไป แล้วจึงตวัดดาบสั้นฟันไปที่กระดูกบริเวณคอของมันอย่างรุนแรง

1,890!

ศีรษะของมันถูกบั่นขาดจากร่างกาย มันจึงกลับกลายเป็นแค่เศษซากโครงกระดูกอยู่ที่พื้น นาคามองภาพของโครงกระดูกอยู่ที่พื้นไปสักพักก่อนที่เขาจะพูดพึมพำกับตัวเองออกมาว่า

ก็ไม่เลวเหมือนกัน...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 601 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,096 ความคิดเห็น

  1. #3492 ทำไมต้องอิมแจบอม' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 00:55
    อลิซไม่น่าจะเป็นน้ำหวาน ถ้าตัดฉากที่โผล่มาโวยวายกับนักฆ่าที่เกาะออกน่าจะเป็นบุคคลผู้ท้าชิงตำแหน่งนางเอกที่ใช้ได้ แต่เรายังงที่มาที่ไปนางว่าไปรู้มาจากไหนว่าพระเอกเล่นเกมนี้ แล้วมาเกิดที่นี่ ถ้าคิดง่ายๆคือคงติดต่มพระเอกมาตลอด ทุ่มเทสุดอะไรสุด
    #3,492
    0
  2. #3401 narimasa2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 09:56
    ชอบอลิซแห่ะ ดูๆไปนางน่ารักดี
    #3,401
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #2947 18326 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 19:39
    เราว่าอลิสคือน้ำหวาน*
    #2,947
    0
  5. #2588 jackkomhatasen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 00:34
    ฮากระเดน
    #2,588
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #1709 ~''Fanrasia''~ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 18:28
    มาต่อไวๆน้าา อยากอ่านแล้วอ่าา เราไม่อยากอ่านข้าม
    #1,709
    0
  8. #1256 jTHEasee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 16:13
    อาชีพโกงสุดๆ ฆ่ามอนเก่งๆเยอะๆด้วยสกิลโอเวอร์คิล ได้ค่าสถานะเพิ่มบานเต ชาวบ้านค่าสถานะมันอิงตาอาชีพและเลเวล แต่ของนาคามันไม่อิงเลเวล มันเพิ่มได้ตลอดนี่สิ
    #1,256
    2
    • #1256-1 เอกภพไร้ขอบเขต(จากตอนที่ 12)
      8 มกราคม 2559 / 22:15
      ช้าก่อน!!!สกิลoverkillเนี่ย
      จากที่ดูมันเป็นpassive skill
      ประเภทsupportนะ
      คือช่วยเสริมการเล่น
      ในที่นี้คือเพิ่มผลตอบแทนบางอย่าง
      แต่!!!แต่นั่นต้องหลังจากทำตาม
      เงื่อนไขที่ระบุไว้คือ
      "สังหารศัตรูด้วยค่าดาเมจ
      ที่มากกว่าพลังชีวิตที่เหลือของศัตรู"
      ซึ่งในส่วนนี้สกิลoverkillไม่ได้ช่วย
      ในการเพิ่มดาเมจแต่อย่างใด
      หรือก็คือถ้าทำตามเงื่อนไขไม่ได้
      ก็..ไม่ได้ไรเลย!!!
      จะบอกว่าโกง
      คงบอกไม่ได้เต็มปากหรอก
      #1256-1
    • #1256-2 LostCause(จากตอนที่ 12)
      8 มกราคม 2559 / 22:56
      ถูกต้องแล้วครับ

      แต่เสริมนิดนึงคือมากกว่าพลังชีวิตทั้งหมด (Max Hp) นะครับ ไม่ใช่ พลังชีวิตที่เหลืออยู่ (Current Hp)
      #1256-2
  9. #1161 เฮเบียนัม บราวน์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กันยายน 2557 / 13:40
    นางดูเริสดีนะคะ พระเอกเรานี้ต้องจัดหมวดอย๔ในพวกชุบมือเปิบสินะคะ 555555  ใช่เลย แบบ แย่งฆ่ตอนท้ายทำนองนี้
    #1,161
    0
  10. #1099 fewmunte (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 23:20
    ไล่ฆ่าเอาสเตตัสเพลินเลยสิ
    #1,099
    0
  11. #1098 fewmunte (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 23:20
    ไล่ฆ่าเอาสเตตัสเพลินเลยสิ
    #1,098
    0
  12. #844 วายุจัง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 18:48
    เป็นลูกแกะต่อเถอะ...
    #844
    0
  13. #775 -บุรุษไร้เงา- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 23:31
    ผมสงสัยอย่างเดียว....อลิส เป็นใคร.... คงต้องติดตามต่อไปสินะครับ.....ถ้าเป็นเพื่อนสมัยเด็กน่าจะจำกันได้
    #775
    0
  14. #635 night (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 11:14
    น่าสนุก ชอบบๆ
    #635
    0
  15. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #564 RootBeerRsw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 18:04
    ไล่ฆ่าคนเอาสเตตัส ผมว่าแม้งโกงนะติดแค่ว่าต้องทำดาเมจให้เยอะกว่าเลือดถึงจะได้EXpได้สเตตัส
    #564
    0
  18. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. #364 LostCause (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 01:03
    ชิวเฟิง (@suchart-tumsuwan) 

    ผมว่าผมเมาแหละครับ - -

    ขออภัยอย่างสูง
    #364
    0
  20. #363 ชิวเฟิง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 23:56
    ต่อยักษ์สีดำขนาดใหญ่_>>_หน้าตา(หน้ากลัว-น่ากลัว)...... คำว่า "หน้า" มักจะใช้กับสิ่งที่เป็นคำนาม เช่น หน้าต่าง หน้าจอ หน้าแข้ง..... ส่วนคำว่า "น่า" มักจะใช้กับคำกริยา เช่น น่ารัก น่ากิน น่าดู
    #363
    0
  21. #353 roaminginthedark (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 23:57
    สนุกดีจ้า
    #353
    0
  22. #314 little-red-cap (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 10:37
    ลูกแกะน้อย น่าร้ากกกกก ปล.เราว่าพระเอกพึ่งคนอื่นก็ปกตินะเพราะเข้ามาเล่นแบบไม่รู้อะไร แถมได้ error อีก งงใหญ่ เราว่าถ้าเก่งเลยสิแปลก
    #314
    0
  23. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  24. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  25. #219 lnwsaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 17:36
    ชักชอบอลิส แหะ หวังว่าจะเป็นนางเอก ไม่เอาเพื่อนสมัยเด็กนะ เฉยไปแล้ว
    #219
    0