ERROR Online : Overkill มหานครออนไลน์แห่งความผิดพลาด

ตอนที่ 114 : Error : 0x00000108 ยามนรกและสวรรค์หลอมละลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    18 มิ.ย. 63

ERROR Online : Overkill













เวสต์โคสต์ [West Coast]

แอเรียชายหาดริมทะเลไร้ผู้คน พื้นที่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ประเภทสัตว์ทะเลระดับกลางและผืนน้ำทะเลสีครามกับหาดทรายขาวบริสุทธิ์ยาวสุดลูกหูลูกตา กับแสงแดดจ้าในช่วงบ่ายของวัน

กระแสอากาศร้อนอบอ้าวพุ่งมาปะทะใบหน้า ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นไอเย็นๆ จากกระแสน้ำที่เข้าปกคลุมบรรยากาศ แล้วจึงตกลงมาเป็นสายฝนขนาดเล็ก

ภาพที่ช่างขัดกับแสงแดดที่ส่องจ้าอยู่บนท้องฟ้า

ซ่า…

หยาดน้ำจำนวนมากตกลงมาสู่พื้นทรายและผืนน้ำก่อนที่มันจะหายไป คงเหลือไว้เพียงแค่ร่างของผู้เล่นทั้งสองที่กำลังยืนเผชิญหน้ากันบนชายทะเลเวสต์โคสต์แห่งนี้

งูแสมรังเกล็ดเบลเชอร์ [Belcher’s Sea Snake] และเจ้าหญิงแห่งหนาม [Princess of Thorns]

“เจ้าหญิงแห่งหนาม...”

คือสิ่งที่เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำสลับขาวเอ่ยพูด ร่างของผู้เล่นทีมอสรพิษเพียงคนเดียวที่ถูกตั้งชื่อตามงูทะเลกับความสามารถอย่างแรกของอีกฝั่งที่เธอพอจะเดาออกได้ทั้งจากการที่หมอนี่นอนหลับบนพื้นน้ำทะเลอย่างสบายใจในตอนแรกหรือแม้กระทั่งภาพที่ดูราวกับเรื่องเหนือธรรมชาติในคัมภีร์ศาสนาตอนนี้

เบลเชอร์ที่เพียงแค่ยกมือปิดปากหาว ขณะที่ตัวเขากำลังนั่งอยู่บนผืนน้ำกลางทะเล

หมอนี่...สามารถเคลื่อนไหวบนน้ำได้ไม่ต่างอะไรจากบนดิน

อลิซหรี่ตาลงช้าๆ

นั่นไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกเท่าไหร่ เพราะความสามารถดังกล่าวเธอเองก็ได้ยินมาจากทางฝั่งคุโร ฮิทสึกิที่เกริ่นไว้ก่อนหน้าอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเรื่องที่ทำให้เธออดรู้สึกไม่ได้คือทักษะที่เป็นสาเหตุให้บุคคลไม่ปกติที่นอนอยู่ตั้งแต่เริ่มกิจกรรมคนนี้ ‘ตื่นขึ้น’

Autumn Waterfall [น้ำตกในฤดูใบไม้ร่วง]

ทักษะสายเวทมนตร์ทำลายล้าง [Elemental] ระดับกลางกับการโจมตีโดยการระเบิดลูกบอลน้ำขนาดยักษ์บนร่างของศัตรูเพื่ออาศัยมวลมหาศาลของน้ำกระแทกอีกฝั่งให้เสียศูนย์จนได้รับดาเมจจากแรงกระแทก

เวทมนตร์ที่เป็นสาเหตุให้เกิดสายน้ำเย็นคล้ายหยาดฝนที่กระเซ็นมาจนถึงตำแหน่งที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่ การโจมตีที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างมากด้วยสาเหตุที่ว่ามวลน้ำมหาศาลที่ถูกสร้างขึ้นมานั้น 

มัน...ไม่สัมผัสกับร่างของเด็กหนุ่มทีมอสรพิษคนนี้แม้แต่สักหยดเดียว 

จะมีก็แต่เปลือกหอยที่ถูกดึงขึ้นมาจากน้ำทะเลด้วยเท่านั้นที่กระเด็นตกไปยังใบหน้าจนทำให้หมอนี่ตื่นขึ้นมา

เบลเชอร์...

ผู้เล่นที่มีรุ่นราวคราวเดียวกับเธอและนาคา กับความสามารถที่แม้แต่คุโระเองยังบอกว่าเป็นผู้เล่นที่เผชิญหน้าด้วยตรงๆ ลำบากสุดๆ

ความสามารถ ‘พิเศษ’ ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่โลงศพสีดำบอกให้ผู้เล่นอย่างนาคา หลีกเลี่ยงหมอนี่ให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้

แม้จะเป็นเพียงชั่วระยะเวลาไม่ถึงวินาที แต่เธอเองก็สังเกตเห็นมันได้ดี กับปฏิกิริยาบางอย่างที่เกิดขึ้นในจังหวะที่กระแสน้ำจำนวนมากกำลังเข้าใกล้กับร่างกายของเด็กหนุ่มผู้นี้

กระแสน้ำที่ระเหยกลายเป็นไอไปในอากาศ

“ฮ้าว...แสดงว่าแอชไปสู้กับหน้ากากยิ้มนั่นจริงๆ ด้วยแฮะ” เสียงพูดถูกเอ่ยพร้อมกับร่างของเบลเชอร์ที่ชันตัวขึ้นมายืน จังหวะเดียวกันกับที่เด็กสาวจะปักหอกไทรเดนท์ในมือลงกับพื้น เรียกใช้ไอเท็มลูกเต๋าลักกี้ไดซ์ แล้วจึงสลับอาวุธเปลี่ยนเป็นดาวกระจายปาใส่อีกฝั่งด้วยความรวดเร็ว

ฟุ่บ!

ดาวกระจายสามเล่มพุ่งไปตามวิถีของมันอย่างแม่นยำก่อนที่จะละลายหายไปในอากาศ หลอมเหลวเสียจนราวกับว่าถูกปฏิกิริยาทางเคมีบางอย่างทำให้มันสลายไป 

ภาพเหตุการณ์ที่ทำให้อลิซได้แต่เบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง

รอบตัวของหมอนี่...มีอะไร ‘บางอย่าง’ ครอบคลุมอยู่อย่างที่คิด ถ้าให้เดาน่าจะกินอาณาเขตอยู่ที่ราวๆ 2-3 เมตรรอบตัว

ทักษะที่ไม่ต่างอะไรไปจากบาเรียร์ป้องกันการโจมตีระยะไกลอย่างสมบูรณ์แบบ

“เป็นไปได้ก็ไม่อยากจะใช้ท่านี้กับผู้หญิงเท่าไหร่...แต่ถ้าไม่สู้เต็มที่เดี๋ยวพี่เบลกับแอชก็จะไม่พอใจกันอีก” คือเสียงที่ดังขึ้นจากริมฝีปากของเบลเชอร์ คำพูดพร้อมกับเสียงถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเหนื่อยหน่ายใจ

ราวกับว่าบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปเป็นสิ่งที่เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ต้องการจะให้มันเกิด

“โทษทีละกัน เจ้าหญิงแห่งหนาม”

นั่นคือบทพูดสุดท้ายที่ดังขึ้น ก่อนที่เสียงเอ่ยใช้ทักษะจะถูกเรียกจากริมฝีปากของร่างงูแสมรังเกล็ดเบลเชอร์ที่กำลังยืนอยู่กลางทะเลขึ้นมาว่า

A ‘Metal-Corrosive’ Calamity 

[ภัยพิบัติขั้น ‘กัดกร่อนโลหะ’]

ทักษะที่ถูกเรียกใช้ เป็นเวลาเดียวกันกับที่ความรู้สึก ‘อันตราย’ อย่างที่อลิซไม่เคยสัมผัสมาก่อนเริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจของเด็กสาว 

บรรยากาศริมหาดทะเลที่เริ่มบิดเบี้ยวพร้อมกับผืนน้ำทะเลและทรายที่เริ่มสั่นไหว ขณะที่บนท้องฟ้าก็ปรากฏนกนางนวลที่เริ่มลอยทิ้งดิ่งลงกับพื้นทรายและผืนน้ำ

ภาพของการเรียกใช้ทักษะที่ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาตอบรับเหนือธรรมชาติเฉกเช่นเดียวกับยามที่เธอเผชิญหน้ากับแม่มดวิปลาส

ความสามารถที่ทรงพลังเสียจนทำให้เกิด ‘ความผิดปกติทางธรรมชาติ’

Heaven and Hell, Metaphysical Meltdown

[ยามนรกและสวรรค์หลอมละลาย]

คำพูดที่ดังขึ้นพร้อมกับบรรยากาศที่เริ่มปริแตก เช่นเดียวกับสายลมและทุกสิ่งที่เริ่ม ‘หลอมละลาย’ ลงไปต่อหน้าต่อตาของเธอ

ปฏิกิริยาทางเคมีที่ไม่ต่างอะไรไปจาก ‘กรด’ ที่กัดกร่อนทุกสิ่งมากกว่าจะถูกเรียกว่าการใช้พิษตามความสามารถปกติของงู

งูแสมรังเกล็ดเบลเชอร์…

คือความคิดที่เกิดขึ้นในหัวก่อนที่มันจะถูกขัดขื้นเมื่อตัวเด็กสาวสัมผัสได้ถึงผลของทักษะดังกล่าวที่ดูเหมือนว่าจะส่งมาถึงตัวเธอ แม้ตำแหน่งที่อยู่ของอลิซกับเบลเชอร์นั้นจะห่างกันพอสมควร

อาการคลื่นไส้อาเจียนและมึนหัวอย่างรุนแรงที่ทำเอาอลิซเกือบจะต้องทรุดล้มลงไปกับพื้น

เหตุการณ์ที่น่าประหลาดจากตัวเธอที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นครึ่งอาร์คเดม่อนจนถึงราวๆ ⅓ ส่วนแล้วก็ยังสามารถรู้สึกได้ ความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ภายในอากาศ กับความสามารถที่รุนแรงจนสามารถส่งผลทางลบให้กับเผ่าพันธุ์จากใต้ผืนพิภพได้

ดวงตาที่เริ่มแห้งเหือด ริมฝีปากที่เริ่มแห้งผาก ขณะที่บาดแผลผิวหนังอักเสบก็ปรากฏขึ้นที่ร่างของเธอช้าๆ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในระยะไกล กับรูปแบบของผลเสียดังกล่าวที่ไม่ต่างอะไรไปจากปฏิกิริยาเคมียามเมื่อร่างกายมนุษย์สัมผัสกับพิษของกัมมันตรังสีเข้มข้น 

พิษที่สามารถกร่อนทำลายทุกอย่างที่เข้าถึงในอาณาเขตรอบตัว ขณะที่ระยะไกลก็สามารถทำให้เกิดความผิดปกติทางกายภาพต่อผู้เล่นจนไม่สามารถที่จะสู้ต่อได้

“รู้สึกแย่แฮะ ทางนี้ไม่ได้มีงานอดิเรกชอบดูคนทรมานเหมือนพี่เดธกับพี่เบลซะด้วย เอาเป็นว่าจะรีบทำให้มันจบเร็วที่สุดละกัน” คือสิ่งที่อีกฝั่งพูดขณะที่สองเท้าก็ก้าวผ่านผืนน้ำลงมาสัมผัสผืนทราย ตรงมาใกล้ตัวเธอขึ้นเรื่อยๆ 

จังหวะเดียวกันกับที่ร่างของอลิซจะค่อยๆ ทรุดลงไปกับพื้น สำลักโลหิตสีข้นออกมาจากลำคอพร้อมกับเส้นผมจำนวนมากที่เริ่มร่วงหล่นออกมาจากศีรษะของสาวน้อย 

ร่างที่เริ่มพังทลายจากพิษร้ายของ ‘ยามนรกและสวรรค์หลอมละลาย’

ทุกๆ ย่างก้าวที่ใกล้เข้ามากับผลร้ายทางกายภาพที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เล็บที่เริ่มหลุดออกมาจากฝ่ามือ เหงือกที่เริ่มหลวมจนฟันกรามของเธอค่อยๆ หลุดออกมา 

น่าแปลกที่เด็กสาวไม่ได้ใช้ทักษะโต้ตอบอะไร เธอเพียงแค่เหลือบตาไปยังใต้พื้นน้ำเบื้องหลังของเบลเชอร์เงียบๆ

ความรู้สึกเวียนหัวเพิ่มมากเสียจนเธอเริ่มจะสูญเสียทักษะพื้นฐานอย่างการมองเห็นจากภาพของท้องทะเลและผืนทรายที่ลายตาไปหมดจนมองไม่ออกว่าเป็นอะไรกันแน่

สติที่เริ่มหลุดลอยออกจากร่าง กับชั่ววินาทีสุดท้ายของชีวิตและความคิดในสมองที่ย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องในอดีตตอนที่เธอคุยกับโลงศพสีดำ

ช่วงระยะเวลาสุดท้ายก่อนที่นัยน์ตาสีแดงจะเหลือบไปเข้ากับมือของอีกฝั่งที่ค่อยๆ เอื้อมเข้ามาสัมผัสกับที่ลำคอของเธอว่า

“ถ้ามีโอกาส พวกเราคงจะได้สู้กันอีก...เจ้าหญิงแห่งหนาม”





ย้อนกลับไปก่อนที่การแข่งขันในรอบสุดท้ายของสายที่ 4 จะเริ่ม ช่วงระยะเวลาเตรียมตัวในห้องรับรอง 1014 กับบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างอลิซกับคุโรฮิทสึกิในห้องรับแขก

“หมายความว่าไงที่นายบอกว่า จุดอ่อนของหมอนั่นคือตัวเองน่ะ คุโร ฮิทสึกิ” 

เด็กสาวทวนคำ

เจ้าของร่างในชุดรัดรูปสีดำพยักหน้า

“อื้อ องค์หญิง ศัตรูที่อันตรายที่สุดสำหรับหมอนั่นก็คือตัวเอง”

คุโระเลื่อนดวงตาสีหมอกมาสบกับตัวเธอก่อนที่จะพูดต่อไปว่า

“ไพ่ตายของเบลเชอร์ต้องการความคงที่ของพลังชีวิตในการเรียกใช้ ก็คือหากหมอนั่นสูญเสียพลังชีวิตไปมากกว่า 50% จากพลังชีวิตทั้งหมด หมอนั่นจะโอเวอร์ฮีทแล้วก็จะทำลายตัวเองโดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงน่ะ”

“ทำลายตัวเอง?”

“อธิบายง่ายๆ ก็คือทักษะยามนรกและสวรรค์หลอมละลายของหมอนั่นจะเข้าสู่โหมดไม่คงที่ [Unstable] เปลี่ยนสภาพกลายเป็นระเบิดที่มีประสิทธิภาพร้ายแรง กินอาณาเขตกว้าง...พอๆ กับที่เกิดขึ้นตอน ‘คณะละครสัตว์คนตาย’ ที่นาคาไปละนะ”

“...คนในกิลด์นายนี่มีแต่พวกเป็นอันตรายต่อผู้เล่นและสิ่งแวดล้อมหรือไง คุโร ฮิทสึกิ”

“ฮะๆ ก็ประมาณนั้น แต่เธอเองก็คงจะคิดว่ามันน่าสนใจเหมือนกันไม่ใช่หรือไง ทักษะนั่นน่ะ”

เธอชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดตรงจุดของอีกฝั่ง ก่อนที่เด็กสาวจะพยักหน้าลงช้าๆ

“ถ้าเป็นตามที่นายบอกมา คุโร ฮิทสึกิ แสดงว่าสไตล์การต่อสู้ของหมอนั่นคงจะไม่เหมือนกับยูสเซอร์คนไหนที่ฉันเคยสู้มาเลย...”

“หมอนั่น...คงจะเป็นตัวอันตรายอันดับ 1 ในกิลด์จริงๆ นั่นแหละ” คุโระพูดเสริม ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วจึงเอ่ยทิ้งท้ายไว้เพียงแค่ว่า “ถ้าตัดนิสัยง่วงตลอดเวลาไปได้น่ะนะ”

ผู้เล่นที่ถูกคนอย่างโลงศพสีดำยกให้เป็นตัวอันตรายมากที่สุดในกิลด์

พิษที่กัดกร่อนแม้กระทั่งโลหะ ผลร้ายที่ทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงของร่างกายไปจนถึงการระเบิดที่สามารถแปรสภาพแอเรียทุกชนิดให้ราบเรียบเป็นหน้ากลอง

ความสามารถที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเตาปฏิกรณ์ฟิวชั่นมีชีวิต...





“ถ้ามีโอกาส พวกเราคงจะได้สู้กันอีก...เจ้าหญิงแห่งหนาม”

คำพูดที่ดังขึ้นพร้อมกับฝ่ามือที่เอื้อมเข้ามาสัมผัสกับลำคอของอลิซ ช่วงระยะเวลาสุดท้ายกับร่างกายที่เริ่มหลอมละลายจากผลของทักษะสกิลระดับเหนือธรรมชาติ

ความตายที่กำลังจะมาถึง ยามที่แขนของอีกฝั่งสัมผัสเข้ากับลำคอ จังหวะที่เธอพอจะคาดเดาตำแหน่งของอีกฝั่งได้ ริมฝีปากของเด็กสาวที่แห้งผากก็เริ่มค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเป็น ‘บางอย่าง’ ที่ดูคล้ายๆ การแสยะยิ้มช้าๆ พร้อมกับการเอ่ยคำพูดที่ดังขึ้นมาว่า

Artifact Release! [ปลดปล่อยอาร์ติแฟกซ์]

เสียงเอ่ยใช้สกิลดังขึ้นมาจากริมฝีปากพร้อมกับหอกไทรเดนท์ที่พุ่งแทงทะลุเข้าใส่บริเวณหน้าอกของเบลเชอร์

“ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายหรือไง แต่พลังชีวิตที่เหลืออยู่แค่นิดเดียวของเธอน่ะ ต่อให้เป็นร่างอวตารของราชันย์ใต้ทะเลลึก ก็ไม่พอที่จะเอาชนะหรือทำให้ฉันโอเวอร์ฮีทได้หรอก”

“ทักษะของนาย...หลอมละลายอาร์ติแฟกซ์ไม่ได้สินะ”

น่าประหลาดที่คำตอบของเด็กสาวกลับมีเพียงแค่คำพูดดังกล่าวและการแสยะยิ้มออกมาอย่างเดิม

จะว่าไปมันก็ค่อนข้างแปลกที่เธอถึงยังสามารถควบคุมสติตัวเองได้ รวมไปถึง ‘การหลอมละลาย’ ที่เกิดขึ้นช้าจนน่าแปลกใจทั้งๆ ที่ตัวเขาอยู่ใกล้กับเธอมากขนาดนี้

เบลเชอร์หรี่ตาลงช้าๆ ก่อนที่เขาจะได้แต่เอ่ยถามออกมาด้วยความฉงนว่า

“ทำไมเธอถึง...ยังไม่ตาย”

คำตอบมีเพียงแค่รอยยิ้มเช่นเดิม

“ฉันไม่ได้บอกสักคำ...ว่าหอกนี่น่ะ...คือไทร์เดนท์ราชันย์ใต้ทะเลลึก...น่ะ”

สิ้นสุดคำพูดนัยน์ตาของเบลเชอร์ก็เบิกกว้างภาพของตัวหอกที่เริ่มแปรเปลี่ยนไปช้าๆ กลับสู่สภาพปกติของมันเผยให้เห็นถึงรูปทรงที่แท้จริงของตัวหอกที่แทงทะลุทรวงอกของเบลเชอร์

Thunderlord’s Verdict

[คำพิพากษาจ้าวอัสนี]

จ้าวอัสนี บอสระดับเดียวกับราชันย์ใต้ทะเลลึกที่ถูกจัดอยู่ในหมวดภัยธรรมชาติ [Force of Nature] เช่นเดียวกัน 

อาวุธระดับอาร์ติแฟกซ์ที่ถูกเด็กสาวซ่อนไว้ด้วยรูปลักษณ์หอกไทร์เดนท์ของราชันย์ใต้ทะเลลึก [The Great Trident of the Deep Sea Kind] ด้วยทักษะภาพลวงไร้เสียง [Silent Image] เช่นเดียวกับร่างกายที่ไม่เสื่อมสภาพไปมากจากการใช้ทักษะการควบคุมสนามแม่เหล็ก [Magnetic Field] จากหอกจ้าวอัสนีเพื่อปกป้องต่อพิษกัมมันตรังสี [Radiation] ของเบลเชอร์มาตลอด

ถึงจะได้ผลแต่มันก็ไม่สมบูรณ์แบบจากร่างกายของเธอที่เริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ

“อีกเรื่องก็...ระวังหลังของนาย...ไว้ด้วยละ”

คือเสียงที่ดังขึ้นมาจากริมฝีปากของเด็กสาวอย่างอ่อนแรง คำเตือนที่ถูกเพิ่มความหมายของมันอย่างมากจากภาพของอาวุธนานับชนิดที่ปรากฏขึ้นในจังหวะเดียวกันกับที่เบลเชอร์หันไปด้านหลัง

การโจมตีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เนื่องจากหอกคำพิพากษาจ้าวอัสนีที่กำลังปักทะลุทรวงอกของเขาอยู่

ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก!

ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก!

ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก! ฉึก...ฉึก!

โลหะขึ้นสนิมนับพันที่พุ่งขึ้นมาจากท้องทะเลเข้าสัมผัสกับบริเวณแผ่นหลังของเบลเชอร์ การโจมตีที่ต่อเนื่องเสียจนทักษะที่สามารถหลอมละลายโลหะไม่สามารถที่จะทำหน้าที่ของมันได้ทัน

ปริมาณที่มากเกินไปทำให้แม้แต่เกราะป้องกันที่ไร้เทียมทานก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งได้

“เจ้าสิ่ง...ที่หล่นมาใส่หน้าฉันตอนนั้น...ไม่ใช่เปลือกหอยธรรมดา...สินะ” คือคำพูดที่เอ่ยออกมาจากร่างของเบลเชอร์ที่กำลังสำลักโลหิตออกมาจากปาก

“ถูก...ต้อง” 

บางทีถ้าหมอนี่สะกิดใจตั้งแต่แรกว่าทำไมของแบบนั้นถึงไม่สลายไปก่อนที่จะกระทบกับใบหน้า สิ่งที่เธอเตรียมการมาทั้งหมดก็คงจะไม่ได้ผล

มันไม่ใช่เปลือกหอย หรือพูดตามตรงมันคือลูกแก้วแม่เหล็กขนาดเล็กที่มีชื่อว่า [Tesla Orb] ลูกแก้วหายากที่มีสนนราคาอยู่ราวๆ สองถึงสามแสนซิลที่ถูกปิดบังด้วยทักษะลวงตา นอกจากนั้นมันยังถูกเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นไปอีกโดยหอกจ้าวอัสนีที่เธอถืออยู่ เปลี่ยนประสิทธิภาพให้มันกลายเป็นแม่เหล็กใต้น้ำที่ทรงพลังมากพอที่จะดูดอาวุธโลหะที่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นทราย

นั่นคือ ‘การพนัน’ ของอลิซกับการเดาว่าใต้แอเรียอย่างเวสต์โคสต์ที่เคยเป็นสมรภูมิให้กับสงครามในอดีตที่ทำเอาทวีปเอ็นโทร่าแห่งนี้ถึงกับเกือบล่มสลาย น่าจะยังคงมีซากอาวุธของเหล่า NPC และผู้เล่นหลงเหลืออยู่ในผืนทราย

การพนันที่ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลอย่างน่าทึ่งกับเหล่าบรรดาอาวุธที่ถูกดูดจากพลังแม่เหล็กหลักของหอกจ้าวอัสนีพุ่งใส่ร่างของเบลเชอร์พร้อมกับตัวเลขสีแดงเข้มที่ขึ้นมาบนอากาศมากเสียจนนับไม่ถ้วน

“เก่งกว่าที่คิดนี่ แต่แบบนี้มันก็หมายถึง...เธอจะต้องเสียชีวิตไปพร้อมกันกับฉันน่ะนะ เจ้าหญิงแห่งหนาม”

คือคำพูดที่ดังขึ้นพร้อมกับเครื่องหมายที่เป็นตัวแทนของปฏิกิริยาการแตกตัวของอะตอม [Ionizing Radiation] ปรากฏขึ้นบนอากาศ 

ภาพที่เกิดขึ้นพร้อมกับคำพูดแจ้งเตือนจากระบบว่า

Initiate Fusion Core Meltdown Sequence in 10 Seconds

[การหลอมละลายจะเริ่มขึ้นในอีก 10 วินาที]

เสียงนับถอยหลังของระบบดังขึ้น พร้อมกับร่างของเบลเชอร์ที่เริ่มค่อยๆ เปล่งประกายแสงออกมาจากตัวเองช้าๆ

หอกอัสนีและมือของเด็กสาวถูกร่างของเบลเชอร์ที่เต็มไปด้วยอาวุธขึ้นสนิมที่กำลังละลายอยู่จับมันแน่น ก่อนที่เขาจะพูดทิ้งท้ายออกมาว่า

“มาจากโลกนี้ไปด้วยกันเถอะ เจ้าหญิงแห่งหนาม”

ไม่มีคำอะไรถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากที่แห้งเหือดของเด็กสาว เธอเพียงแค่มองดูภาพที่กำลังบิดเบี้ยวของตัวอีกฝั่งด้วยนัยน์ตาสีแดงเรียบสนิทอยู่สักพักหนึ่ง 

ก่อนที่เธอจะพูดบางอย่างออกมาในจังหวะที่การนับถอยหลังมาถึงวินาทีที่ 5 เพียงแค่ว่า

“ฉันมีคนที่ฉันอยากจะ ‘จากโลกนี้ไป’ ด้วยอยู่แล้ว…” 

อลิซพูด พร้อมกับมือทั้งสองข้างที่ค่อยๆ ปล่อยออกมาจากหอกในมือช้าๆ จังหวะเดียวกันกับที่เบลเชอร์จะรู้สึกได้ถึงแรงผลักมหาศาลของบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเขา ร่างของเด็กหนุ่มผมขาวสลับดำที่เริ่มจะพุ่งถอยหลังไปในอากาศ เช่นเดียวกับหอกจ้าวอัสนีที่ยังคงปักคาอยู่ที่ทรวงอกของตัวเอง

“แต่คนๆ นั้นไม่ใช่นายน่ะนะ”

คือคำพูดที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างของอีกฝั่งที่พุ่งไปตามผืนน้ำทะเลราวกับเรือสปีดโบ๊ทที่ทะยานผ่านผืนน้ำด้วยความเร็วสูง ภาพของร่างที่เต็มไปด้วยแท่งอาวุธโลหะขึ้นสนิมและหอกจ้าวอัสนีที่พุ่งด้วยอัตราเร็วที่เหนือธรรมชาติ ผลักร่างของเบลเชอร์ให้ไกลจากริมฝั่งชายทะเลเวสต์โคสต์มากขึ้นไปเรื่อยๆ

เด็กสาวมองภาพดังกล่าวอยู่ชั่วขณะจึงล้มตัวลงนอนด้วยความอ่อนแรง เธอแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีครามของเวสต์โคสต์ไปได้สักพักก่อนที่เสียงของระบบจะดังขึ้นอีกครั้งว่า

Initiate Fusion Core Meltdown Sequence

[การหลอมละลายได้เริ่มขึ้นแล้ว]

คำพูดที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงระเบิดทำลายล้างอย่างรุนแรงพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนของมวลน้ำและผืนทรายไหวมาจนถึงตำแหน่งที่ตัวเธออยู่ 

ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพียงแค่ไม่นานก่อนที่เด็กสาวจะรู้สึกได้ถึงหยาดฝนที่ตกลงมาสู่ใบหน้าที่แห้งผาก

เบลเชอร์...

ไอเย็นจากกระแสน้ำที่พุ่งเข้ามาสู่ร่างกาย พร้อมกับคำพูดเบาๆ ของเด็กสาวที่ดังขึ้นมาว่า

“เป็นคู่ต่อสู้ที่น่าสนใจดีนี่”





 




บันทึกข้อมูลลับ [Secret Data Entry]

สมาชิกกิลด์อสรพิษ [The Serpent Member]

User : เบลเชอร์ [ฺBelcher]

Alias : งูแสมรังเกล็ดเบลเชอร์ [Belcher’s Sea Snake]

Class : ??? Level : ???

Evaluation [ประเมินความสามารถ]

               Strength : B              Agility : C+

               Endurance : C-           Range : S

               Ability : EX+             Magic : C

               Luck : C                   Growth Potential : A+

               

Forte [ความถนัด] : Deep Sea Dweller [ผู้อาศัยอยู่ใต้ทะเลลึก] Heaven and Hell, Metaphysical Meltdown [ยามนรกและสวรรค์หลอมละลาย] A Walking Calamity [ภัยพิบัติเดินได้]

Weakness [จุดอ่อน] : Fusion Core Unstable [ปฏิริยาฟิวชั่นที่ ไม่คงที่]



 


 

หากท่านใดชื่นชอบผลงาน ทางไรท์เตอร์ก็อยากจะเชิญชวนช่วยเข้าไปกดไลค์เพจด้านล่างด้วยนะครับ 
หรือหากไม่สะดวกก็สามารถคอมเมนท์หรือกดติดตามในหน้านิยายแทนกำลังใจได้ครับผม

 
 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,096 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #3574 diaster (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 22:48
    แก้ไขจุดอ่อนหรือครับ
    #3,574
    2
    • #3574-1 LostCause(จากตอนที่ 114)
      18 มิถุนายน 2563 / 23:09
      ครับ

      มันขึ้นเตือนด้วยรึ
      #3574-1
    • #3574-2 diaster(จากตอนที่ 114)
      19 มิถุนายน 2563 / 15:50
      ไม่ขึ้นครับผมกลับมาอ่านซ้ำ55
      #3574-2
  3. #3573 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 20:09
    สุดยอดพลิกมาชนะๅด้หมดเลยกรี้ดดดดด
    #3,573
    0
  4. #3572 BusYYY (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 20:05
    ตลกคำนี้555
    #3,572
    0
  5. #3571 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 20:01
    ตรงชื่อไทรเด้นต้องเป็นราชันใต้ทะเล ไม่ใช่ จ้าวใต้ทะเลลึกนิ? (ว่าแต่สกิลสายทำลายตัวเองแบบนี้ถ้าไม่ใช่การสู้แบบ 1v1 นี่ไม่ไร้ประโยชน์พอดีรึ? เพราะจากสภาพนอกจากศัตรูกับตัวเองจะโดนแล้ว เพื่อนก็น่าจะโดนไปด้วยนี่นา?)
    #3,571
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #3570 FanUj (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 20:01

    มันเกินไปแล้วงงงง
    #อยากดูนาคาแว้วววว
    #สู้ๆนะไรท์
    #3,570
    0
  7. #3568 diaster (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 18:37
    โหดเกิ๊นน
    #3,568
    0
  8. #3567 Toki_kung (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 18:29
    นี้มันงูปติกรนิวเคลียร
    #3,567
    0