ERROR Online : Overkill มหานครออนไลน์แห่งความผิดพลาด

ตอนที่ 11 : Error : 0x00000009 การทดสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 641 ครั้ง
    27 เม.ย. 63

ERROR Online : Overkill














           

           เป็นเวลาไม่นานก่อนนาคาจะออกมาจากเมือง พวกเขาเดินลึกเข้าไปในหุบเขาขึ้นเรื่อยๆ ผ่านบรรดาป่าไม้เขียวชอุ่มขนาดใหญ่จำนวนมากตามเส้นทาง สู่รังของสัตว์ประหลาดจำนวนมากที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งต่อยักษ์สีดำขนาดใหญ่ที่กำลังกะพรือปีกส่งเสียงหึ่งๆ เจลลี่มีชีวิตสีน้ำเงินที่กำลังกระโดดเด้งดึ๋งๆ ไปตามพื้น หนอนปีศาจสิบตาหน้าตาหน้ากลัว หรือแม้กระทั่งนกประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายกระต่ายมีปีก ทั้งหมดเป็นสิ่งที่อย่างน้อยนาคาเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอในหุบเขาบนป่าลึก

            นาคาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดด้วยความรู้สึกสดชื่นกว่าเคย เกมที่เขารู้สึกขยาดในตอนแรก ที่จริงมันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ผู้คนในถนนหลายคนก็ดูมีใบหน้ายิ้มแย้มสนุกสนานอาจเป็นเพราะความเสมือนจริงของเกม รวมไปถึงประสบการณ์แปลกใหม่ที่พวกเขาได้รับ บางคนเดินเล่นคุยกับเพื่อน บางคนวิ่งหนีสัตว์ประหลาดหน้าตาตื่นจะเป็นจะตาย แต่โดยรวมพวกเขาก็มีความสุข

            “นายรู้เรื่องระบบสมจริงของเกมนี้มากแค่ไหนแล้วคำถามปลุกนาคาให้ตื่นจากวังวนความคิด เด็กหนุ่มหันหน้าไปยังสาวน้อยเรือนผมสีเงินที่กำลังเดินจูงมือ นำเขา ก่อนที่จะค่อยๆ ยกมือข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมาสัมผัสที่ลำคอของตนช้าๆ

            “พอสมควร” 

            เด็กสาวไม่ได้หันกลับมา เธอเพียงแค่ก้าวเท้าสวบๆ ไปตามพื้นหญ้าพร้อมกับพูดอธิบายว่า

            “เป้าหมายของ ERROR Corporation น่ะคือความต้องการจะสร้างโลกที่เสมือนจริงมากที่สุดขึ้นมา การจำลองสัมผัสทั้งห้าจึงถูกนำมาใส่โดยไม่ตัดทอน เพราะงั้นความเจ็บปวดกับเกมนี้น่ะ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก

            นาคาพยักหน้ารับ เขาเดินตามเธอเงียบๆ ไปเรื่อยๆ ก่อนที่ทั้งสองจะมาหยุดอยู่ที่อาณาเขตพื้นหญ้าว่างขนาดราวๆ 500 ตารางเมตรที่ถูกล้อมไปด้วยต้นสนขนาดใหญ่

            “ไม่มีคนพอดีเลย พวกเรานี่โชคดีจริงๆเด็กสาวพูดด้วยรอยยิ้ม

          นาคาหันไปสำรวจรอบด้าน พวกเขากำลังอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งด้านในป่าลึกซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยต้นสนขนาดใหญ่ อาณาเขตรอบด้านทึบแสงยกเว้นใจกลางของแอเรียที่มีต้นลอเรลต้นหนึ่งปรากฏอยู่ 

       ต้นลอเรล...ซึ่งถูกแสงอาทิตย์ที่หักเหจากหมู่แมกไม้ทำให้เกิดแสงอ่อนๆ มารวมกันอยู่ที่มันอย่างน่าพิศวง

           เขายืนสำรวจพื้นที่โดยรอบไปสักพัก ก่อนที่เสียงของอลิซจะดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับหอกยาวสีแดงที่ถูกยื่นตรงมาให้ที่ตัวเขา

เอาหอกนี่ไปถือไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวฉันจะลองเวทย์เสริมพลังให้

            Mass Bull’s Strength [พละกำลังของฝูงกระทิง]

            ออร่าสีแดงรูปกระทิงปรากฏขึ้นบนหัวของนาคา ก่อนที่มันจะส่งเสียงคำรามก้องออกมา ขณะที่นาคาก็สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของตน

            “ต่อไปก็

            Sharpening Touch [สัมผัสอันแหลมคม]

            ประกายแสงปรากฏขึ้นที่ปลายหอก พร้อมกับเอฟเฟคของสกิลที่มีเสียงคล้ายๆ การลับมีด

            “สุดท้ายก็เป็น

            Corrupt Enhancement [ประจุมนตราแห่งความชั่วร้าย]

          ไอสีดำแผ่พุ่งออกมาจากมือของเธอก่อนที่มันจะเข้าไปรวมที่หอกสีแดงแปรสภาพให้มันกลายเป็นสีดำสนิทพร้อมกับเอฟเฟ็คเสียงหัวเราะและร่างของยมทูตที่ลอยขึ้นมาจากตัวนาคาก่อนที่มันจะสลายไป

            “เท่านี้ก็น่าจะครบละ...อลิซพูดพร้อมกับโยนลูกแก้วสีดำขนาดพอดีมือให้นาคา

            “ลูกแก้วนั่นมีชื่อว่า ‘Orb of Discord’ [ลูกแก้วแห่งความขัดแย้ง] มันจะช่วยเสริมพลังให้กับอาวุธธาตุความมืดเธอพูดสนนราคาอยู่ที่ 320,000-400,000 ซิล มันเป็นไอเท็มระดับกลางที่ค่อนข้างจะหายากอยู่พอสมควร ดังนั้นเวลาที่นายสู้กับเธอนายก็ระวังอย่าให้ลูกแก้วนั่นแตกละกัน ไม่อย่างนั้นช่วงเดือนแรกนี่มีหวังนายได้ทำงานใช้หนี้ฉันอยู่ที่โรงแรมรีน่าครอสนั่นแน่ๆ

            อลิซจบประโยคด้วยรอยยิ้มที่ดูกึ่งเล่นกึ่งจริง ขณะที่นาคาเองก็เพียงแค่มองดูลูกแก้วที่มีไอสีดำอยู่ข้างในไปสักพักจึงหันมาสบตาเธอ

            “เธอจงใจให้ฉันถือลูกแก้วนี่เพื่อให้มันยากขึ้นอีกใช่ไหมละ การใช้หอกยาวลากดินร่วม 3 เมตรแบบนีด้วยมือเดียว ต่อให้เป็นคนที่เคยใช้หอกมาก่อนก็ไม่มีทางที่จะชินกับมันได้ง่ายๆ…”นาคาพูดอย่างรู้ทัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามอลิซต่อว่า

แล้วอีกเรื่อง...เธอที่ว่าน่ะหมายถึงอะไรกันแน่

            คำตอบมีเพียงแค่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เธอจะทำการอ้าปากร่ายเวทย์สุดท้ายออกมาว่า

            Flaming Imprisonment [เปลวเพลิงแห่งการจองจำ]

จู่ๆ อาณาเขตพื้นหญ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นสนก็ค่อยๆ ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นทะเลเพลิงจากกำแพงไฟที่ค่อยๆ วิ่งไล่ขึ้นมาจากด้านหลังก่อนที่จะมาบรรจบกันโดยรอบ ขณะที่เด็กสาวผู้ที่ร่ายเวทย์ก็เพียงแค่พยักหน้าอย่างพึงพอใจให้กับภาพต้นสนที่กำลังมอดไหม้และนรกทะเลเพลิงที่เธอเป็นผู้สร้างไปสักพักก่อนที่เธอจะหันหน้ามาสบตากับเขาด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง

ข้อแนะนำของฉันก็คือ อย่าวิ่งตัดกำแพงไฟพวกนั้น นอกจากนายจะถูกไฟเผาจนตายแน่ๆ แล้ว ลูกแก้วที่ฉันให้นายไปก็น่าจะละลายจากอุณหภูมิที่สูงของเปลวไฟอีก เพราะงั้นถึงสถานการณ์ที่นายเจอจะลำบากขนาดไหนก็อย่าคิดสั้นกระโดดไปให้ไฟเผาละ

ถือว่ามันเป็นการทดสอบ อย่างน้อยถ้านายคิดจะเล่นเกมนี้ นาคา สิ่งที่ ERROR User แบบนายจะได้เจอน่าจะยากกว่าที่นายกำลังจะเผชิญนี่หลายเท่า

ลาก่อนนาคาพูดจบเธอก็โบกมือให้เขาช้าๆ ก่อนที่เธอจะเรียกลูกแก้ววาร์ปขึ้นมา โยนมันลงพื้นพร้อมกับพูดออกมาว่า

เจอกันที่หมู่บ้าน...ถ้านายรอดกลับมาได้น่ะนะ

เดี๋ยวก่อน!เธอที่ว่าหมายถึงอะไรกันแน่คำพูดเอ่ยขัดของนาคาเรียกเด็กสาวที่กำลังจะกลับเมืองให้หันมาหา ก่อนที่เธอจะยิ้มออกมาอีกครั้ง

ขอบอกใบ้ว่าเธอน่ะ เป็น AI ที่ฉลาดพอๆ กันหรืออาจจะมากกว่ามนุษย์เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นเวลาสู้นายก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน

หมู่บ้านแห่งหุบเขาสีน้ำเงิน

สิ้นสุดคำพูด ร่างของเธอก็หายไปพร้อมกับไอสีน้ำเงินที่ล่องลอยอยู่บนอากาศ

นาคาหรี่ตาลงช้าๆ ก่อนที่เขาจะกระชับหอกสีดำเข้มในมือให้แน่นขึ้น พร้อมกับเงยหน้าขึ้นช้าๆ พึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า

บางอย่างที่ฉลาดพอๆ หรือมากกว่า กับมนุษย์...

รูปแบบสิ่งมีชีวิตชาญฉลาดที่มีสติปัญญาใกล้เคียงกับมนุษย์ในป่าแบบนี้ก็ควรจะเป็นกอริลล่าหรืออุรังอุตัง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขากำลังจะสู้ ตามข้อสันนิษฐานแล้วก็ควรจะเป็นราชินีกอริลล่าไม่ก็เจ้าแม่อุรังอุตัง? ไม่ๆ ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ถึงยังไงเกมนี่ก็เป็นโลกแฟนตาซีที่ไม่ได้มีพื้นฐานอยู่บนโลกแห่งความจริง เพราะฉะนั้นมันก็ควรจะเป็นอะไรที่อิงจากปกรณัมของกรีกมากกว่า…?

พูดจบเขาก็นึกขึ้นได้ถึงต้นลอเรลที่ปรากฏอยู่ที่ใจกลางของแอเรีย นัยน์ตาสีดำหันขวับไปดูก่อนที่มันจะเบิกออกกว้าง

ความผิดพลาดที่เขาไม่ได้สังเกตมันตั้งแต่แรก ต้นลอเรลดังกล่าวมีรูปร่างที่คล้ายคลึงกับมนุษย์จนน่าประหลาด ทั้งกิ่งก้านที่แตกแขนงออกมาสองด้านเหมือนแขน ขณะที่บริเวณที่ควรจะเป็นใบหน้าก็มีรูปร่างหน้าตาที่งดงามของสาวแรกรุ่น รวมไปถึงสีหน้าท่าทางของต้นไม้นั้นก็ดูเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเหมือนกำลังจะหนีอะไรบางอย่างอยู่

เปลวไฟกับต้นลอเรล...นี่มัน

สีหน้าของนาคาเปลี่ยนแววไปจริงจังมากกว่าเดิม ในขณะที่มือทั้งสองก็กระชับแน่น

ชั่วพริบตาก่อนที่ไฟจะลามเข้าไปสัมผัสกับต้นลอเรล นาคาก็เริ่มจะเห็นหยาดน้ำค่อยๆ ไหลออกมาจากส่วนที่คาดว่าน่าจะเป็นใบหน้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความทรมานที่ดังขึ้นมาพร้อมกัน ขณะที่ร่างของเธอก็ค่อยๆ แปรสภาพจากต้นลอเรลกลายเป็นร่างของหญิงสาวที่อยู่ในอาภรณ์สีเขียวบางที่ถูกปกคลุมไปด้วยใบของต้นลอเรล ขณะที่บริเวณศีรษะของเธอก็มีมาลัยลอเรลอยู่

ตำนานของอพอลโล่กับดาฟเน่ [Apollo and Daphne] ในปกรณัมของกรีก นิมฟ์ผู้เป็นรักแรกของอพอลโล่ หญิงสาวโฉมงามผู้ซึ่งปฏิเสธความรักของเทพเจ้าและเลือกที่จะกลายเป็นเพียงแค่ต้นลอเรลมากกว่ายอมที่จะกลายเป็นภริยาของอพอลโล่

ศัตรู...ที่เขาจะต้องสังหาร

ผู้เล่น นาคา บรรลุเงื่อนไขการเรียกบอสลับ ดาฟเน่ นิมฟ์แห่งหุบเขาสีน้ำเงิน [Daphne, the Nymph of Blue Valley]

เสียงของระบบดังขึ้นมาท่ามกลางอาณาเขตป่าสนที่กำลังลุกไหม้ นาคาค่อยๆ เงื้อหอกของตนขึ้นเล็งปลายแหลมของมันไว้ที่นิมฟ์สาวที่อยู่ห่างไปราวๆ 20 เมตร ขณะที่สิ่งที่นางไม้ตนนั้นทำก็เพียงแค่หันหน้ามามองเขาด้วยท่าทางเลิกลั่กก่อนที่เธอจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวว่า

จ...เจ้าเป็นผู้ใดกัน ทำไมเจ้าต้องมาทำร้ายผืนป่าที่บริสุทธิ์แบบนี้ด้วย!!

มีค่านิยมเป็นของตัวเองด้วยสินะนาคาพึมพำก่อนที่จะเลื่อนมือข้างที่ถือลูกแก้วไปไว้ด้านหลัง 

น่าสนใจ...” 

เขายืนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ไปสักพัก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เข้าโจมตีจึงค่อยๆ คลายการตั้งรับออกพร้อมกับพูดกลับไปว่า

เวลาถามชื่อคนอื่นน่ะ ตามมารยาทแล้วต้องบอกชื่อตัวเองก่อนไม่ใช่หรือไงครับ” 

นิมฟ์สาวชะงักกึก ก่อนที่เธอจะตอบกลับมาว่า

ข้าชื่อดาฟเน่

นาคาพยักหน้ารับ 

ผมชื่อนาคา...แต่บางทีคุณคงไม่จำเป็นที่จะต้องรู้มันหรอกครับ

เธอหรี่ตา ก่อนที่เขาจะจบประโยคด้วยการพูดเสียงเรียบออกมาว่า

เพราะถึงยังไงเดี๋ยวคุณก็กลายเป็นแค่ซากไม้เก่าๆ อยู่ที่นี่แล้วละครับ

ทันทีที่นาคาพูดจบ รากไม้มีหนามจำนวนมากก็โผล่มาจากพื้นพร้อมกับเสียงร่ายเวทย์ของนิมฟ์สาวที่ดังขึ้นมาว่า

Entangled Root [รากหนามพัวพัน]

การตอบสนอง ไวพอสมควรคือสิ่งที่เขาพึมพำออกมาเบาๆ

รากหนามพุ่งเข้ามาโจมตีจากพื้นดินรอบด้าน มันพุ่งขึ้นไปสู่อากาศก่อนที่จะย้อนลงมาโจมตีเขาจากอาณาเขตรอบด้านจนมีลักษณะคล้ายกรงที่ประกอบไปด้วยรากไม้ที่เต็มไปด้วยหนามคมๆ

การหลบจากหนามพวกนี้...เป็นไปไม่ได้ การจะวิ่งฝ่าไปโดยที่ไม่ให้พลังชีวิตลด...ก็เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน

เหลือทางเลือกเดียว...สินะ

ตูม!

เสียงระเบิดของผิวดินที่ดังขึ้นทำเอานิมฟ์สาวถึงกับชะงัก พร้อมกับเศษกิ่งไม้หนามที่แตกกระจายออกไปทั่วจากแรงกระแทก ดาฟเน่ได้แต่มองดูภาพของนักเดินทางในชุดเสื้อกันหนาวสีดำด้วยแววตาเบิกกว้างขณะที่เด็กหนุ่มคนนั้นก็เพียงแค่ยกหอกของตนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยผิวดินขึ้นมาพาดไหล่ ขณะที่มืออีกข้างก็ยังคงกำไปที่ลูกแก้วสีดำ

ยากเอาเรื่องอยู่พอสมควรนะครับ การจะตัดรากไม้พวกนั้นโดยที่ไม่ให้ตัวเองได้รับความเสียหายรวมไปถึงไม่ให้ลูกแก้วแตก

หากเขาเลือกที่จะใช้หอกตัดกิ่งไม้รอบด้านโดยตรง เขาเองคงจะเสียชีวิตจากบางส่วนของรากหนามอันแหลมคมที่น่าจะพุ่งมาก่อนที่เขาจะหนีออกไปได้ ดังนั้นสิ่งที่เขาทำก็คือการใช้หอกยาวฟาดไปที่ผิวดินก่อนที่จะหมุนตัวตวัดมันลากยาว 180 องศาทำลายผิวดินก่อนที่จะงัดดินจำนวนมากขึ้นมาโจมตีใส่กรงหนามที่กำลังพุ่งมาใส่เขา

“ถึงตาทางนี้จะเริ่มรุกบ้างละนะครับ” 

มือสะบัดเศษดินที่ปกคลุมอยู่ที่ปลายหอก แรงที่เพิ่มขึ้นของเขาทำให้การถือหอกยาว 3 เมตรไม่ลำบากสักเท่าไหร่นัก หรือพูดไปแล้วเขาเองก็เริ่มรู้สึกชินกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ใช้ป้องกันการโจมตีเมื่อครู่

พลังชีวิต 50 หน่วยของเขานั้นต่ำจนหากเพียงเศษกิ่งไม้ตกใส่เขา มันก็คงจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาต้องไปนอนใต้ต้นมะพร้าวนั่นอีกครั้ง

นั่น...หมายความว่า มันเป็นการต่อสู้ที่เขาไม่สามารถพลาดได้แม้แต่ครั้งเดียว 

ทางฝั่งดาฟเน่เมื่อเห็นการโจมตีไม่เป็นผล เธอก็ชะงักถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนที่นิมฟ์สาวจะทำการร่ายเวทมนตร์ออกมาว่า

Summon Treants [อัญเชิญมนุษย์ต้นไม้]

สิ้นสุดคำพูด รากไม้ก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นที่บริเวณด้านหน้าของดาฟเน่สามจุด มันจะค่อยๆ บิดหมุนจนกลายเป็นปีศาจที่มีรูปร่างคล้ายๆ ต้นไม้สามตนก่อนที่นิมฟ์สาวจะเอ่ยเสียงดังสั่งให้เจ้าต้นไม้ทั้งสามมุ่งไปโจมตีผู้บุกรุก

ซึ่งก็เป็นในจังหวะนั้นที่เธอตระหนักได้ถึงความผิดพลาดของตนเอง เพราะภาพเบื้องหน้าคือร่างของเด็กหนุ่มผมดำที่กำลังเงื้อหอกสีดำเข้มขึ้นพาดไหล่พร้อมกับวิ่งตรงมาหาเธอด้วยความเร็วสูงก่อนที่จะปาตรงมาที่กลางศีรษะของเธอ

ฟ้าว...

วิถีของมันส่ายเล็กน้อยจากขนาดที่ใหญ่เกินพอดี แต่ก็ไม่ได้ทำให้วิถีจู่โจมของมันเบี่ยงไปแต่อย่างใด หอกสีดำพุ่งตรงมาที่เธออย่างแม่นยำ เพียงแต่ก่อนที่มันจะสัมผัสกับร่างของเธอ บางสิ่งที่ทำให้ทางฝั่งนักผจญภัยได้แต่เดาะลิ้นอย่างหงุดหงิดก็เกิดขึ้น

9,819!

9,987!

9,605!

ตัวเลขสีแดงเด้งออกมาจากร่างของปีศาจต้นไม้ทั้งสามกระโดดเข้ามาขวางวิถีของหอก ขณะที่นิมฟ์สาวเองก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอกจากสภาวะเกือบตายของตน เธอมองดูร่างของมนุษย์ต้นไม้ทั้งสามที่ถูกหอกสีดำเข้มเสียบจนนอนนิ่งอยู่ที่พื้นด้วยความเวทนาไปสักพัก ก่อนที่จะเลื่อนนัยน์ตาคมของเธอมาสบกับผู้บุกรุกผืนป่าที่ทำให้ต้นไม้ทั้งสามต้องเสียชีวิต

ผู้บุกรุก...ที่อยู่ห่างจากหอกสีดำเข้มเพียงไม่ถึง 2 ก้าว จากการที่เขายังคงวิ่งเต็มสปีดมาตั้งแต่ตอนที่เขาปามันออกไป

สีหน้าของเธอตื่นตระหนก ขณะที่ริมฝีปากของเธอก็ขยับร่ายเวทมนตร์เพื่อจะใช้ป้องกันตัวเอง

อย่ารีบร้อนสิครับ

เพียงแต่ก่อนที่เธอจะได้ร่ายมันออกมา สิ่งที่นัยน์ตาของเธอเห็นก็คือภาพของปีศาจต้นไม้ทั้งสามที่ลอยละลิ่วขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับหอกสีดำเข้มที่พุ่งมาจ่อเข้ากับลำคอของเธอ

เหนื่อยเหมือนกันนะครับเด็กหนุ่มพูดพร้อมกับยกมือข้างที่ถือลูกแก้วสีดำอยู่ปาดไปยังเม็ดเหงื่อที่อยู่บนศีรษะของเขาจากอากาศรอบๆ ที่เริ่มร้อนขึ้นจากไฟป่าที่ลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ

นักเดินทาง...ถ้าเจ้าต้องการจะสังหารข้าก็รีบๆ ทำซะเธอพูดด้วยแววตาแน่วแน่ พร้อมกับออกแรงกดลำคอของเธอเข้ากับหอกสีดำจนคมของมันเริ่มที่จะบาดจนเลือดซิบๆ

970!

990!

นาคามองดวงตาที่แน่วแน่ของเธอ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ นาคาเพียงแค่เกร็งแขนแน่น ก่อนที่จะแทงหอกสีดำพุ่งทะลวงไปที่หน้าอกข้างซ้ายของดาฟเน่ด้วยแม่นยำ

29,706!

ตัวเลขสีแดงเข้มบ่งบอกว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการคริติคอล ขณะที่ร่างของนิมฟ์สาวก็กลายเป็นเพียงแค่ร่างไร้วิญญาณที่ถูกหอกปักทะลุหัวใจ

หัวใจคือจุดอ่อนอย่างที่คิดนั่นคือคำพูดก่อนที่นาคาจะสะบัดร่างของเธอออกจากคมหอกกระเด็นไปกระแทกกับพื้น ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เขาจะเริ่มได้ยินเสียงเพลงที่ให้อารมณ์ยินดีที่ดังขึ้นเป็นทำนอง พร้อมกับหน้าต่างสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาพร้อมกับเสียงของระบบ

ยินดีด้วยสำหรับปลดล็อคทักษะประจำอาชีพ Overkill!!  

[รายละเอียดสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่หน้าต่างทักษะ]

ผู้เล่น นาคาทำการสังหารดาฟเน่ นิมฟ์แห่งหุบเขาสีน้ำเงิน ได้รับค่าประสบการณ์ 19,700 หน่วย ได้รับไอเท็มน้ำตาของนิมฟ์ [Tear of Nymph] ใบลอเรล [Laurel’s Leaf] และระดับเลเวลเลื่อนขึ้นเป็น 9

รายละเอียดสามารถดูเพิ่มได้ที…” นาคาพึมพำออกมาเบาๆ ปาดเลือดของดาฟเน่ที่ติดอยู่ที่ใบหน้าด้วยแขนเสื้อ ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำพูดต่อในทันทีว่า

หน้าต่างทักษะ

 

หน้าต่างทักษะ (Skill Window)

ทักษะเรียกใช้ (Active skill) :  -

ทักษะติดตัว (Passive skill) : โอเวอร์คิล (Overkill)

 

            นิ้วชี้ถูกเลื่อนไปกดที่ชื่อสกิลใหม่ที่เขาเพิ่งจะได้รับ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่นัยน์ตาสีดำของนาคาจะเริ่มเบิกกว้าง พร้อมกับน้ำเสียงงุนงงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากท่ามกลางทะเลเพลิงที่กำลังลุกท่วมว่า

            “ทักษะนี่มัน...







 


บันทึกข้อมูลลับ [Secret Data Entry]

ทักษะของผู้เล่นที่ผิดพลาด [ERROR User's Unique Skill]

โอเวอร์คิล [Overkill]  

 

คำอธิบายสกิล [Skill Description] : การสังหารศัตรูโดยการโอเวอร์คิล [ความเสียหายสุดท้ายมากกว่าพลังชีวิตสูงสุดของศัตรู] จะทำการช่วงชิงค่าสถานะและค่าความสามารถ [Status and Attributes] ของอีกฝั่งเป็นจำนวน 1 เปอร์เซ็นต์ถาวร นอกเหนือจากนั้นค่าประสบการณ์รวมไปถึงไอเท็มที่ได้รับจากการสังหาร ตัวผู้ครอบครองสกิลจะเป็นคนได้รับแต่เพียงผู้เดียว




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 641 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,060 ความคิดเห็น

  1. #3507 Ruangchai Rattanakittikul (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 15:40
    อัพเวลไม่เพิ่ม สเตตัส ต้องมาเพิ่มด้วย overkill แทน
    #3,507
    0
  2. #3491 ทำไมต้องอิมแจบอม' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 00:46
    อาชีพเหมาะกับคนอย่างนายดีนาคา
    #3,491
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #3186 MR.000 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:36

    โหดจนเกินเลย ตามชื่อเป๊ะๆ
    #3,186
    0
  5. #3086 MINERVA09 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 15:03
    งือออออพอลโล่กับดาฟเน่ดีใจที่อ้างอิงตำนาน(ติ่งปกรณัมกรีกค่ะอย่าสนใจ555)
    #3,086
    0
  6. #2946 18326 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 19:38
    ในความโชคร้ายมากๆของอาชีพ Over kill นั้น มันก็มีความโชคดีอย่างเหลือเชื่ออยู่เช่นกัน~
    #2,946
    0
  7. #2577 golf191555 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 13:37
    อาชีพโหดแต่ต้องโชคดีด้วย
    #2,577
    0
  8. #2505 minggg- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 01:37
    แอบงง
    คิดตามแป๊บบบบ
    #2,505
    0
  9. #2364 sss.doofa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:48
    สกิลสุดยอดดดดด
    #2,364
    0
  10. #2275 วายุจัง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 17:37
    ก็แลกกัน สมเหตุสมผลดี แต่คำพูดตัวละครเรื่องนี้มันอะไรกันนนนน
    #2,275
    0
  11. #2244 Mafieto (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 03:30
    โอ้วว. สกิว สุดยอด
    #2,244
    0
  12. #2012 Achoui_winniemark7 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 09:47
    ว้าววว ดีอ่ะ
    #2,012
    0
  13. #1708 If you change (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 17:30
    ชอบค่ะรีไรท์สนุก แต่จะให้ดี ขอตอนใหม่ด้วยค่ะ
    #1,708
    0
  14. #1706 Phantomdeath (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 18:38
    นาคานี่ความชั่วร้าย+10เลย
    #1,706
    0
  15. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  18. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  20. #352 roaminginthedark (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 23:50
    ไว้ใจอลิซ เราว่าไม่แปลกอ่ะ ยังไงก็เกม จะเลิกเมื่อไรก็ได้....นาคาสู้ อยากทำอะไรก็ทำเลย อย่าได้แคร์ หุหุ
    #352
    0
  21. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  22. #225 1Bishop1 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 19:28
    คงไม่ใช่น้ำหวาน เพื่อนพระเอกละมั้งแบบนี้ เข้าเล่นเกมแปปๆ ตี3แล้ว ไม่น่าใช่ละ คิดว่าเป็นเวลาคนละประเทศล่ะมั้ง
    #225
    0
  23. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  24. #35 ตัวหนอนสายรุ้ง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 18:54
    รออ่านต่อต่อไปค่ะ สู้ๆ นาคารู้สึกจะเก็บกดเยอะนะนี้ เหอๆ 
    น่าสนใจดีค่ะ 
    #35
    0
  25. #33 olbuslo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 12:39
    ต่อๆๆอ่านอยู่นะ

    #33
    0