เมียวิศวะ

ตอนที่ 16 : แล้ววันนี้ก็มาถึง...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    29 ก.ย. 62

แล้ววันนี้ก็มาถึง...


แน่นอนว่าวันนี้เป็นวันที่ฉันและทุกคนต้องไปเข้าค่ายพักแรมสองวันหนึ่งคืนที่เชียงใหม่ เห็นบอกว่าอุณหภูมิติดลบเลยนะปีนี้ อยากสัมผัสอากาศหนาวแล้วสิ ฉันเตรียมอุปกรณ์เครื่องนุ่งห่มไปอย่างดีเลยล่ะ แต่ผิดตรงที่เมื่อวันก่อนน่ะสิ ฉันออกไปซื้อของแล้วดันไปตากฝนมา แล้วก็แน่นอนว่าเหมือนมันจะมีอาการตั้งแต่เมื่อวานแล้วเริ่มมีน้ำมูก บางทีก็ไอไม่รู้เป็นอะไรอุตส่ากินยากันเอาไว้แล้วก็ช่วยไม่ได้เลยจริงๆ แต่เดี๋ยวก็คงหายเองแหละแค่เป็นหวัดเอง



" เอาละครับทุกคนฟังทางนี้นะ เดี๋ยวพี่จะให้รุ่นน้องขึ้นรถก่อนเลย รถของเราเป็นรสบัสเล็กๆ หนึ่งคันก็จะบรรจุได้ประมาณยี่สิบถึงยี่สิบห้าคน ซึ่งเรามีกันอยู่เจ็ดคันนะครับ เดี๋ยวเอาแบบนี้ดีกว่าเพื่อที่จะน้องปีหนึ่งจะได้ไม่หลงกับพี่รหัสตัวเอง ให้น้องรหัสพี่รหัสนั่งคู่กันไปเลยจะง่ายกว่า เพราะกิจกรรมในครั้งนี้ก็เป็นการสานสัมพันธ์รุ่นพี่กับรุ่นน้องอยู่แล้วนะครับ มีใครสงสัยอะไรมั้ย ยกมือเลยครับ "



" ไม่มีค่ะ/ครับ "



" โอเคไม่มีนะ งั้นพี่จะปล่อยแถวน้องเบลไปก่อนก็แล้วกัน ไปเลยครับขึ้นรถไปเลยแต่ละคนต้องนั่งกับพี่รหัสตัวเองเท่านั้นนะครับ! เดี๋ยวพี่จะขึ้นไปเช็ค "



ฉันพยักหน้าตอบก่อนจะกลับหลังหันแล้วเดินขึ้นรถไป นั่งแถวสุดท้ายนี่แหละดีสุด ฉันเดินตรงไปใกล้ๆ เบาะสุดท้ายก่อนจะนั่งลง และแน่นอนว่าฉันต้องนั่งติดหน้าต่างเพื่อเว้นเอาไว้ให้พี่รหัสมานั่งซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอีตาเจนั่น ปานนี้ไม่รู้มารึยัง คงไปเสวยสุขอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ จะว่าไปก็สามสี่วันแล้วที่ฉันและพี่เจไม่ได้เจอกันเลย เขาก็หายไปตั้งแต่วันที่ฉันไล่เขา ฉันไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วต่อให้เขาโกรธที่ฉันไล่เขาฉันก็จะไม่มีวันง้ออีกต่อไป ต่างคนต่างอยู่เถอะความจริงมันก็คือความจริง



กึก!
ฟึ่บ~



ไม่นานนักก็เหมือนจะมีคนมานั่งข้างๆ ฉันแล้ว แน่นอนว่าเป็นพี่เจนั้นแหละฉันไม่หันไปมองฉันก็รู้ เพราะฉันจำกลิ่นน้ำหอมของเขาได้ ไม่สิเป็นกลิ่นโคโลนต่างหากล่ะที่หอมอ่อนๆ ฉันพยายามไม่หันไปมองหน้าเขาเอาแต่มองไปทางหน้าต่าง



" คันนี้ครบใช่มั้ยครับ พี่รหัสนั่งกับน้องรหัสเรียบร้อยนะ โอเคคันนี้ออกรถได้เลย เดินทางปลอดภัยนะครับ "



หลังจากสิ้นเสียงของพี่ผู้ชายที่ขึ้นมาตรวจเช็ครถที่ฉันนั่งก็เริ่มออกตัวไปเป็นคันแรกทันที เขามีหนังให้ดูด้วยแฮ่ะดีจัง ฉันเหล่ตาไปมองหน้าจอทีวีก่อนจะหันไปดู ยังไงก็ดีกว่าไม่มีอะไรจ้องเอาไว้เดี๋ยวฉันจะเผลอไปมองหน้าพี่เจ แต่พี่เขาก็เงียบเลยนะตั้งแต่มานั่งกับฉันไม่พูดไม่จาไม่อะไรเลย แต่ก็ดีมันก็ต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรอ



" แจกน้ำกับขนมนะครับเผื่อน้องๆ คนไหนยังไม่ทานข้าวเช้ามา " ฉันเนี่ยแหละไม่กินอะไรมาเลย รุ่นพี่เดินแจกขนมและน้ำมาเรื่อยๆ ก่อนจะมาถึงเบาะฉัน



" อ้าวไอ้เจ! นี่น้องรหัสมึงหรอว่ะน้องคนที่พวกกูเเซววันนั้นหนิ น่ารักว่ะ^^ " ฉันพยายามทำเป็นไม่ได้ยิน



" เออๆ มึงจะแจกอะไรก็รีบเอามาเถอะ "



" อ่ะๆ เอาไปสองชุดให้น้องเขาด้วยล่ะไม่ใช่แดกคนเดียว "



" มึงบ้าหรอใครจะไปกินหมดล่ะ เออขอบใจ " จากนั้นรุ่นพี่อีกคนก็เดินกลับไปยังข้างหน้าทันที



" เบล " นั่นไงเรียกชื่อฉันแล้ว!!!



" ขนมกับน้ำน่ะ เอาไปสิ " ฉันยื่นมือไปรับจากอีกคนมาโดยไม่หันหน้าไปมอง แต่ทำไมพี่เจไม่ยอมปล่อยของล่ะ ไหนบอกเอาให้ฉันไง ฉันพยายามดึงแต่อีกคนก็ไม่ยอมปล่อย



" ปล่อย " ฉันหันไปมองหน้าอีกคนก่อนจะละสายตาแล้วดึงเอาถุงขนมกับน้ำมาได้สำเร็จ พอเอามาแล้วฉันก็ไม่รอช้าแกะสิรอไรล่ะ ฉันแกะขนมก่อนจะกิน



" ไม่ได้กินอะไรมารึไง "



" อุ๊...แค่ก..แค่กๆ ๆ " ให้ตายเถอะสำลักซะงั้นสงสัยรีบเกินไป ฉันวางขนมไว้ตักก่อนจะรีบคว้าน้ำมาแกะ



" แค่กๆ ๆ ๆ "



" มานี่พี่จะแกะให้ " แล้วอีกคนก็แย่งขวดน้ำฉันไปก่อนจะเปิดให้ ฉันรับมาก่อนจะรีบดื่มลงไปทันที บ้าบอมาสำลักอะไรตอนนี้เนี่ย แต่เมื่อกี้รู้สึกเหมือนว่าอีกคนจะอมยิ้มด้วยแหละ ยิ้มหาสวรรค์วิมานอะไรล่ะตลกนักรึไงกัน



พอกินเสร็จฉันก็กินยาตามทันทีกลัวว่าไปอยู่ที่ที่อากาศหนาวแล้วจะเป็นไปมากกว่านี้ พอทำอะไรเรียบร้อยแล้วฉันกันเอนตัวพิงเบาะก่อนจะหันไปดูทีวี เอาแต่ดูหนังอย่างเดียวพี่เจก็ไม่ได้ชวนคุยอะไร ไม่ได้ถามไม่ได้พูดเรื่องอะไรเลย เฉยเมยมาเฉยเมยกลับก็แค่นั้นแหละ ความสัมพันธ์ระหว่างฉันและเขามาลดน้อยลงขึ้นทุกวันแล้วแหละ ฉันจะพยายามไม่คิดมากถือซะว่าทุกอย่างมันเป็นเพียงความฝันก็แล้วกัน



2 ชั่วโมงต่อมา



จะว่าไปก็เริ่มง่วงเหมือนกันแฮ่ะดูทีวีมากก็แสบตาฉันหันหน้าออกไปยังทางกระจกเพื่อดูวิวทิวทัศน์ แต่คนข้างๆ ฉันรู้สึกจะเงียบไปแล้วหรือว่าหลับ? เฮ้อช่างเขาดิว่ะโนเบลจะไปใส่ใจสนใจอะไรนักหนา จะหลับจะเป็นจะตายมันก็เรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย



ฟึ่บ//-



แต่อยู่ดีๆ หัวของพี่เจก็เอนมาซบที่ไหล่ฉันอย่างกะทันหันทำให้ฉันต้องหันไปมองดู ก็เห็นว่าอีกคนได้หลับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแถมยังเอนตัวมาพิงไหล่ฉันอยู่ในตอนนี้ นี่แกล้งหลับหรือว่าหลับจริงๆ? แต่ก็คงหลับจริงแหละขนาดฉันยังง่วงเลย ฉันค่อยๆ ยกมือขึ้นก่อนจะวางมือไว้บนหัวอีกคนเบาๆ แต่ก็ต้องดึงมือลงมาเพราะฉันคงไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรแบบนี้อีกแล้วสินะ
แค่เขาหายไปตั้งแต่วันนั้นฉันก็พอเดาออกมาคงจะเป็นคำสั่งของแม่เขา ก็ลูกชายคนเดียวไม่ให้เชื่อฟังแม่คนในครอบครัวแล้วจะไปฟังหมาที่ไหนกันล่ะจริงมั้ย ฉันเข้าใจพี่เจนะที่เขาต้องหายไปแบบนี้ ฉันก็ไม่ได้เคืองอะไรแต่มันมีบางอารมณ์ที่ฉันหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่าทำไม เพราะอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ก็ได้แต่หวังว่าสักวันมันจะดีขึ้นแล้วทุกอย่างจะชัดเจนเอง แต่พอถึงวันนั้นฉันก็คงเป็นคนโง่ที่มารู้อะไรทีหลังเป็นคนสุดท้าย....



" โนเบล! ฉันไม่เห็นเธออ่ะนึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว " อยู่ๆ ยัยเพื่อนที่ชอบทักฉันดีๆ ก็หันหลังกลับมามาจ๊ะเอ๋กับฉัน



" ไม่มาไม่ได้หรอก รุ่นพี่บังคับให้มาทุกคนนี่นา "



" อ้าวแล้วนั้นพี่เจหนิ พี่รหัสเธอเองหรอ? "



" อื้ม... "



" แหมๆ ๆ มีการซบลงซบไหล่กันด้วย คืออะไรเนี่ย "



" ก็พี่น้องนั้นแหละ เงียบๆ สิรบกวนคนอื่นนะ! < "



" กลัวพี่เขาจะตื่นหรอ? อิอิ "



" อื้ม!!! " ฉันพยักหน้าก่อนจะกัดฟันใส่อีกคน เธอยิ้มก่อนจะหันกลับไปคุยกับพี่รหัสตัวเองต่อ ส่วนอีกคนที่นอนซบไหล่ฉันอยู่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะรู้สึกตัวเลย หลับปางตายอ่ะตอนนี้ไม่รู้ไปอดหลับอดนอนมาตั้งแต่ไหน จริงๆ เลย~





ตอนเย็น
@เชียงใหม่



นั่งรถอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงจุดหมายฉันและทุกคนต่างลงมารวมตัวกันที่สนามหญ้ากว้าง นี่สงสัยจะต้องเดินเข้าไปอีกมั้งเนี่ย ดูแล้วไม่น่าใช่ตรงนี้ ส่วนพี่เจก็ยืนอยู่ข้างๆ ฉันเนี่ยแหละ นอนตั้งแต่ต้นทางจนกระทั่งถึงปลายทางกว่าจะตื่นได้ฉันนี่ต้องสะกิดตั้งหลายรอบ



" สำหรับคนที่มาถึงนะครับก็ตามที่เห็นเลยว่าเราต้องเดินเข้าไปอีกเพราะว่าตรงนี้มันไม่ใช่ เดี๋ยวพี่จะให้รถคันแรกที่มาถึงเดินไปก่อนเลยก็แล้วกันเพื่อจะได้พักผ่อนด้วย ข้างในพี่เตรียมเต้นอะไรไว้ให้เรียบร้อยแล้วก็ไปเลือกไปจองกันไว้เลยก็แล้วกันนะครับ "



" เอ่อ...แล้วต้องเดินอีกเท่าไหร่ครับ? "



" ไม่ไกลหรอกประมาณหนึ่งกิโลน่ะ " จะบ้าตาย เออไม่เป็นไรถือว่าได้ออกกำลังกายก็แล้วกัน



" ไปครับ เดินเลยๆ จะได้ถึงกันเร็วๆ " สิ้นเสียงอีกคนก็เดินนำรุ่นน้องไปเลยทันที ฉันแบกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นก่อนจะเดินตามไปส่วนพี่เจก็เดินตามฉันอีกที



เดินไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงเป็นไปตามที่รุ่นพี่ได้เกริ่นเอาไว้จริงๆ อากาศที่นี้เริ่มเย็นๆ แล้วล่ะก็มีตอนเย็นแล้วนี่นา ดีนะที่ฉันใส่เสื้อกันหนาวมาพร้อมเลยตอนนี้น่าจะอยู่ที่สิบองศาได้ หนาวมากเวอร์ พี่เขาบอกว่าใครมาถึงก่อนมีสิทธิ์เลือกเต้นไว้ใช่มั้ย ฉันจะนอนคนเดียวเพราะฉะนั้นเอาเต้นนี้แหละ ฉันเดินไปยังเต้นที่ฉันรู้สึกว่ามันเล็กที่สุดในนั้น//<



" ฮึ่บ! ถึงสักทีปวดไหล่จะแย่อยู่ล่ะ " ฉันบ่นไปวางกระเป๋าลงไปด้วย



" อาหารรุ่นพี่เตรียมไว้ข้างหน้าเลยนะครับไปหยิบกันได้เลย พี่รหัสอยู่ไหนกันหมด ดูแลน้องด้วยๆ " รุ่นพี่เดินมาป่าวประกาศก่อนจะเดินไปทำอะไรต่อมิอะไรต่อ ไม่นานพี่เจก็เดินเข้ามาหาฉันก่อนจะวางกระเป๋าลง



" ทำไมเลือกเต้นท์นี้ล่ะจะนอนคนเดียวรึไง "



" คะ " ฉันพูดไปก่อนจะหันไปมองเต้นท์ แต่ก็เล้กจริงแฮ่ะแต่มันก็พอดีสำหรับฉันนะ นอนคนเดียวไง



" ตามใจ งั้นไปหาอะไรกินก่อนมั้ยกว่าเพื่อนจะมาครับ "



" ไม่เป็นไรพี่ไปเถอะเบลไม่หิว " ฉันพูดจบฉันก็แบกกระเป๋าเข้าไปไว้ในเต้นท์ทันทีแต่ในขณะนั้นก็มีเสียงผู้หญิงอีกคนเรียกชื่อพี่เจขึ้น



" พี่เจทางนี้ค่ะ!! < " ฉันหันไปมองตามเสียง แน่นอนว่าเป็นเสียงที่ฉันคุ้นเคย มินนี่นี่เอง



" เอ่อพี่กำลัง... "



" มาถึงนานแล้วหรอค่ะ เราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า ไปค่ะ "



ยัยมินนี่เข้ามาเกาะแขนพี่เจก่อนจะดึงให้เดินตามแต่อีกคนก็ดูเหมือนลังเล พี่เจมองหน้าฉันอย่างอ้ำๆ อึ้งๆ แต่สุดท้ายก็เดินไปกับมินนี่ เห็นมั้ยล่ะสุดท้ายสองคนนี้ก็เป็นมากกว่าพี่น้องเป็นอย่างที่ฉันคิดเป๊ะ อีเพื่อนเลวสักวันเถอะฉันจะจิกหัวมาตบให้ได้ รอให้จังหวะดีๆ ซะก่อนเจอฉันแน่ อยากเอาชนะฉันนักเอาเลย แต่ขอฉันตบสักทีสองทีหน่อยเถอะ เพื่อนดีๆ เขาไม่หักหลังเพื่อนกันแบบนี้หรอก เลว!





















**ติดตามตอนต่อไป**
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น