เมียวิศวะ

ตอนที่ 14 : คำเตือนจากมินนี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    28 ก.ย. 62


ฉันถึงกับมือสั่นเมื่อเห็นว่าข้อความนั้นเป็นข้อความของ.....มินนี่ นี่มันหมายความว่ายังไงสองคนนี้มีกระทั่งไลน์กันอย่างงั้นหรอ สามครั้งแล้วนะที่ฉันเจอเหตุการณ์แบบนี้อ่ะ ทั้งเห็นขึ้นรถด้วยกัน เดินมาด้วยกันแล้วนี่ยังมีไลน์แล้วส่งข้อความหากันอีกมันหมายความว่ายังไง!



ตื้ด~ ตื้ด~~



นั่นไงโทรมาแล้วอีเพื่อนตัวดี ฉันกำลังจะกดเข้าไปอ่านข้อความแต่มินนี่ดันโทรเข้ามาซะก่อน แต่ทันใดนั้นที่ฉันกำลังจะกดรับพี่เจก็รีบแย่งมือถือเขาไปทันที ถ้าไม่มีอะไรกันจริงๆ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะTOT



" เบลฟังพี่ก่อน มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ! " พี่เจวางมือถือไว้ก่อนจะขยับเข้ามาจับมือฉัน



" มาโทรศัพท์มา เอามา!! " ฉันเริ่มสติแตกเมื่อเห็นพี่เจปกปิดเรื่องมินนี่กับฉัน



" เบลฟังพี่ก่อน! "



" นี่มันไม่ใช่เล่นๆ แล้วอ่ะ มันสามครั้งแล้วนะเว้ยที่เบลสงสัยมาตลอดว่าพี่กับมินนี่มีอะไรกันรึป่าว แต่ที่เบลไม่พูดเพราะเบลเชื่อใจพี่แล้วก็คิดว่านั้นก็เพื่อนคงไม่หักหลังเบลหรอก เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีอะไรจริงๆ ก็เอามาเบลจะพูดกับมันเอง "



" แต่ว่าเบล... " ฉันไม่รีรอฉันรีบหยิบมือถือมาก่อนจะกดรับสายมินนี่ทันที



ติ้ด~



" ว่าไงหรอเพื่อนรัก สนิทถึงขั้นมีเบอร์มีไลน์เลยเหรอ? "
(.....)
" เงียบทำไมล่ะ ตอบฉันสิเธอกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ห้ะตอบฉันมาเส่!!! "
(เธอนั้นแหละเป็นใครมารับสายเจเจย์ได้ยังไง!)



หื้ม? นี่มันไม่ใช่เสียงมินนี่หนิ แต่รู้สึกมีความสูงวัยนิดนึง อย่าบอกนะว่าคนในสายไม่ใช่มินนี่แต่เป็น...



" นะ...นี่ใครหรอ "
(ต้องถามเธอมากกว่าว่ามารับสายตาเจลูกชายฉันได้ยังไงกัน เจอยู่ไหน!)
" คุณ...คือแม่ของพี่เจงั้นหรอคะ? "
(ใช่)



ฉันถึงกับสตั้นเมื่อได้ยินปลายสายตอบกลับมา เดี๋ยวนะฉันเริ่มสับสนไปหมดแล้วว่าทำไมแม่พี่เจถึงมาอยู่ในสายได้ทั้งที่นี่ก็เป็นเบอร์มินนี่โทรมา มันบ้าอะไรกันว่ะเนี่ย เรื่องราวความจริงมันเป็นยังไงกันแน่! ฉันหันไปมองหน้าพี่เจก่อนอีกคนจะเอื้มมือมาหยิบมือถือไปคุยสายต่อ



" ครับแม่ "
" ผมก็อยู่คอนโดไง เดี๋ยวจะกลับไปอยู่ครับ "
" โถ่วแม่ครับ อะไรนักหนาแล้วนี่มีอะไร ก็ผมบอกจะกลับอยู่ไง "
" ตอนนี้? เอ่อ...เดี๋ยวแม่ครับ! แม่! เดี๋ยวก่อน... "



ตู้ด...ตู้ด....



พี่เจวางมือถือลงก่อนจะมองหน้าฉันแต่สีหน้าดูเหมือนทำความผิดมา แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่ายังไงดี มันทั้งหน่วงทั้งสับสนวกวนไปหมด ทุกอย่างที่ฉันสงสัยมาตลอด ไหนจะเหตุการณ์นี้อีกมันหมายความว่ายังไงไม่มีใครให้คำตอบฉันได้เลย เหมือนกับกลายเป็นคนโง่ที่ไม่มีตัวตน ฉันควรจะทำยังไงต่อไปดี..



" เบล....คือ...พี่ต้องกลับบ้านตอนนี้ เบลโอเคใช่มั้ย อยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย " ก็แสดงว่ามินนี่อยู่ที่บ้านพี่เจตอนนี้อย่างงั้นเหรอ?



" พี่ก็อยากอธิบายให้เราเข้าใจ แต่มันไม่มีเวลาแล้วจริงๆ คือว่าแม่พี่บอกว่า... "



" จะไปไหนก็ไป "



ฉันพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ล็อคประตูทันที ความรู้สึกดีๆ มันเหมือนกับโดนสายฟ้าผ่าลงมาให้แตกแยกออกจากกัน มันเหมือนกับใครเอามีดมากรีดหัวใจ มันเจ็บตรงที่ฉันต้องกลายเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแฟนตัวเองกับเพื่อนที่ฉันรักที่สุด ที่สนิทที่สุดที่ไว้ใจมากที่สุดจะทำแบบนี้กับฉันได้ลงคอ พอถามก็ตอบฉันว่ามันไม่ใช่แบบนั้นไม่ใช่อย่างที่ฉันคิด แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครให้ความชัดเจน ให้ความกระจ่างกับฉันได้เลย ไหนบอกอยากให้ฉันเข้าใจแล้วที่ฉันเข้าใจมันคือความจริงใช่มั้ย! ทำไมเขาถึงทำอะไรไม่คิดถึงใจฉันบ้างเลย นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่พี่เจเทฉัน เทซ้ำไปซ้ำมาทิ้งให้ฉันนั่งเอ๋อสมองเบลอกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถามอะไรไปก็ไม่มีใครตอบสักคน นี่ฉันคิดว่าเรื่องที่ฉันสงสัยที่เห็นฉันจะลืมมันไปแล้วตั้งสติเริ่มต้นใหม่เชื่อใจคนที่ตัวเองรัก แต่ในตอนนี้ฉันรู้สึกว่าฉันกลายเป็นคนโง่ที่รักเขาจนไม่ลืมตา ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเบื้องหลังมันเป็นมายังไงฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำ TOT



วันต่อมา
@มหาลัย


ฉันยังคงมาเรียนตามปกติ จะคิดซะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นฉันจะไม่มีวันร้องไห้ต่อหน้าสองคนนั้นต่อให้ฉันต้องเห็นอะไรก็ตาม ไม่มีอีกแล้วเพื่อนรักเพื่อนสนิท ไม่เอาอีกแล้วผู้หญิงคนนี้คนที่ชื่อมินนี่ ฉันไม่รู้จักอีกต่อไป ฉันเดินเข้าห้องไปก่อนจะนั่งลงตรงที่ว่าง แต่เมื่อกี้ที่เดินไปแอบเห็นนางหันมามองหน้าฉันด้วย เหอะ! ที่โทรมาคงจงใจอยากให้แม่พี่เจเข้าใจผิดว่าพี่เขาเหลวไหลที่อยู่กับผู้หญิง เพื่อนกันเขาทำกันแบบนี้หรอ ไม่เข้าใจจริงๆ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าสถานะระหว่างพี่เจกับยัยมินนี่เป็นอะไรกันตอนนี้ แต่ฉันกล้าเอาหัวเป็นประกันได้เลยว่าเป็นมากกว่าพี่น้องเเน่นอน//-



" นี่โนเบลเตรียมเสื้อผ้าไว้รึยัง อีกไม่กี่วันก็ไปรับลมหนาวแล้วนะ^0^ " อยู่ๆ เพื่อนอีกคนที่นั่งข้างฉันก็ทักขึ้นทำให้ฉันต้องหันไปมองสนทนาด้วย



" แค่เสื้อผ้าไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอกน่า ไปแค่คืนเดียวเอง "



" หู้ยอย่าประมาทน้าา เห็นรุ่นพี่บอกว่าอุณหภูมิปีนี้ติดลบสองเลยนะ หนาวราวอยู่เกาหลีเลยล่ะ//- "



" จริงหรอ? แล้วเธอเตรียมอะไรไปบ้างอ่ะ "



" เห็นเน้นๆ เลยผ้าห่มเนี่ยแหละแล้วก็เสื้อผ้าหนาๆ ถึงแม้ว่าจะคืนเดียวแต่ก็น่าจะหนาวสุดโค้นอยู่นะ เห้นบอกมีก่อกองไฟกันด้วย เนี่ยเราต้องออกจากเต้นไปนั่งรับหมอกอีก เตรียมยาแก้หวัดไปเลยยิ่งดี มีหวังหวัด-ไข้ได้รับประทานกันหมดแน่ๆ "



" ฮ้า~ จ้าขอบใจนะที่เตือนอ่ะ "



" อาจารยืมาพอดี ตั้งใจเรียนนะจ๊ะ " อีกคนพูดก่อนจะฉีกยิ้มให้ฉัน



" เหมือนกันนะ^//^ " ฉันยิ้มตอบก่อนจะหันไปฟังอาจารย์





หลังจากที่เลิกคลาสแล้วฉันก็ว่างทันทีเพราะไม่มีเรียนอีกแล้ว ฉันเดินไปยังหน้าคณะก็เห็นพวกกลุ่มรุ่นพี่อยู่พอดี แต่ไม่บอกก็รู้ว่ามีพี่เจอยู่ในนั้นด้วย มานั่งจับกลุ่มอะไรกันอยู่ที่นี้ ฉันทำเป็นไม่สนใจรีบเดินตรงไปทันที



" ฮิ้ว~ ผม...หลงรักน้องปีหนึ่งจังเลย... " แต่อยู่ดีๆ ก็มีเสียงกีต้ากับเสียงร้องเพลงจากรุ่นพี่คนหนึ่งดังขึ้นในขณะที่ฉันกำลังจะเดินผ่าน



" เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อนสิครับ น้อง เอ่อ...น้องเบล! จะรีบไปไหนล่ะ " นั้นไง ไม่หยุดได้มั้ย
เนี่ยกะว่าจะหลบหน้าพี่เจแล้วนะ =0=



" คะ? " ฉันหยุดก่อนจะหันไปมองหน้าอีกคนที่เรียกชื่อฉัน



" ปีหนึ่งใช่มั้ยเราอ่ะ พี่จำหน้าได้ "



" ใช่ค่ะ " ฉันพยักหน้าตอบ



" รุ่นพี่ถามต้องตอบทุกอย่างใช่มั้ย อ่ะถามหน่อยมีแฟนยังจ๊าาาา "



" ฮิ้ว~~ " เสียงเพื่อนในกลุ่มต่างแซวไปด้วย



" ไม่มีค่ะ "



" ว้าวๆ ๆ ๆ งานดีไปอีก บ้านอยู่แถวไหนให้พวกพี่ไปส่งมั้ย "



" ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวนะค่ะ! < "



ฉันยิ้มบางๆ ให้ก่อนจะเดินต่อไปแต่ดันไปจ๊ะเอ๋กับคนที่ฉันหลบหน้าอยู่ตอนนี้ นะ...นี่พี่เจไม่ได้นั่งอยู่ในกลุ่มนั้นอย่างงั้นหรอเนี่ย ฉันมองขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงใบหน้าอีกคน ก่อนจะรีบละสายตาแล้วก้มหน้ามองไปทางอื่น ผู้ชายใส่ชุดวิศวะยังคงยืนอยู่ตรงหน้าฉันในระยะห่างกันพอสมควร



" โน... "



พอฉันได้ยินเสียงอีกคนคำแรกเท่านั้นแหละฉันรีบหันหลังแล้วเดินออกไปทางอื่นทันที ฉันไม่อยากฟังอะไรจากเขาทั้งนั้น ไม่อยากจะให้โอกาสอีกแล้ว ให้โอกาสฉันก็กลับมาเจ็บเหมือนเดิม กลายเป็นคนโง่เหมือนเดิม ฉันเดินมายังรถก่อนจะเปิดประตู แต่ก็ดันมาจ๊ะเอ๋กับมินนนี่อีกเพราะนางจอดรถข้างๆ รถฉัน ยัยมินนี่มองหน้าฉันแต่อยู่ๆ ก็กระตุกยิ้มให้ แต่รอยยิ้มนั้นมันไม่ใช่รอยยิ้มที่เป็นมิตรเลย ยิ้มเหมือนเย้ยฉันอ่ะ เหอะ! นี่สิ่งที่ฉันคิดมันคือความจริงใช่มั้ย ฉันถึงกับพูดไม่ออกไปไม่เป็นเมื่อเห็นคนที่ฉันรักและไว้ใจที่สุดตั้งแต่มีเพื่อนมาทำกับฉันแบบนี้ แม่มสตั้นว่ะ-*-



" ระวังจะท้องไม่มีพ่อล่ะ...หึ! "



















**ติดตามตอนต่อไป**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #1 Cheeryblue (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 19:10
    เพื่อนทรยศ
    #1
    0