Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 9 : Aria 8 : Her songs are so annoying.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 328 ครั้ง
    18 ต.ค. 63

 

Aria 8

Her songs are so annoying.

 

สิ่งที่บาคุโกเกลียดเป็นอันดับต้นๆ ก็คือความพ่ายแพ้

 

นอกจากนั้นก็ยังเกลียดการถูกแซงหน้า เกลียดความรู้สึกที่ต้องไล่ตามคนอื่น เกลียดความรู้สีกเหมือนกับโดนทิ้งไว้ข้างหลัง

 

เพราะแบบนั้นเขาถึงรู้สึกหงุดหงิดตอนที่มองเห็นไอ้เนิร์ดเดกุกำลังทำหน้าเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ในใจสักอย่างหลังจากกลับมาจากการไปเป็นอินเทิร์นในช่วงวันแรกๆ

 

ในขณะที่ไอ้เนิร์ดงั่งนั่นกำลังออกไปทำงานข้างนอก กำลังพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่ตัวเขากลับยังติดแหง็กอยู่กับการเรียนซ่อมเพื่อจะเอาใบอนุญาตชั่วคราว

 

รู้สึกเหมือนโดนแซงหน้าไปอีกแล้ว

 

น่าหงุดหงิดเป็นบ้า

 

อารมณ์ที่ขุ่นมัวมาตลอดทั้งวันทำให้บาคุโกโยนกระเป๋าทิ้งลงบนพื้นโรงยิมเสียงดังจนเด็กสาวอีกคนที่กำลังถูพื้นห่างออกไปไม่ไกลนักต้องหันมามอง ก่อนที่เธอจะรีบก้มลงมองพื้นราวกับไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอกำลังมองอยู่

 

พออายาเมะมั่นใจว่าบาคุโกไม่ได้สนใจเธอแล้ว ดวงตาสีน้ำทะเลจึงเหลือบมองบาคุโกจากทางหางตาขณะที่มือยังขยับไม้ถูพื้นเพื่อทำความสะอาดโรงยิม

 

ไม่รู้ว่าวันนี้เขาไปทำอะไรมา แต่มองจากระยะห้าร้อยเมตรยังสัมผัสถึงออร่าความเกรี้ยวกราดของบาคุโกได้เลย

 

แต่ไม่ว่าเขาจะกำลังหงุดหงิดอะไร มันคงไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอ เพราะบาคุโกก็เพียงแค่หยิบไม้ถูพื้นขึ้นมาเริ่มทำงานในส่วนของตัวเองโดยไม่ได้พูดอะไรกับเธอสักคำ

 

ทั้งที่นี่เป็นวันสุดท้ายที่เธอกับเขาจะต้องมาทำงานด้วยกัน แต่บรรยากาศในวันนี้กลับย่ำแย่ลงอย่างชัดเจน

 

บาคุโกมีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่านะ

 

บางทีอาจจะเกี่ยวอะไรกับคาบเรียนฮีโร่ของเขา

 

อายาเมะพลันมีคำถามผุดขึ้นมาในใจเต็มไปหมด แต่สักพักเธอก็ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดกับตัวเอง

 

แล้วเธอจะไปสนใจทำไมล่ะ

 

บาคุโกไม่ได้หงุดหงิดใส่เธอ...เพียงเท่านั้นก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ

 

ทั้งที่คิดอย่างนั้น แต่อายาเมะก็ยังหยุดความคิดของเธอไม่ได้ พอเผลอตัวทีไร ดวงตาสีน้ำทะเลก็คอยจะตวัดไปมองคนหัวร้อนที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลสักเท่าไรนั่นทุกที

 

เด็กสาวนึกอยากจะถอนหายใจกับตัวเอง

 

อย่างไรเสีย เธอก็ยังติดค้างเขาอยู่นี่นะ

 

สิ่งที่เธอกำลังจะทำอาจจะทำให้บาคุโกหงุดหงิดกว่าเดิมก็ได้

 

แต่ถ้าเกิดว่ามันช่วยเขาได้...อายาเมะก็คงจะรู้สึกดีอยู่บ้างเหมือนกัน

 

เธอหลับตาลงก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ ครั้งหนึ่ง แล้วฮัมเพลงออกมาเบาๆ พร้อมกับใช้อัตลักษณ์ของตัวเองไปด้วย

 

อายาเมะไม่ได้ขยับปากร้องเพลง ไม่ได้พูดคำพูดอะไร มีเพียงแค่เสียงคลอจากในลำคอที่ดังออกมาเบาๆ เพียงแค่พอให้ได้ยินเท่านั้น

 

แต่ก็เป็นเสียงแผ่วๆ ที่ดังก้องอยู่ในโรงยิมที่มีเพียงแค่พวกเขาอยู่กันสองคน

 

เสียงฮัมเพลงของเธอทำให้ดวงตาสีแดงขวางโลกอีกคู่ตวัดไปมอง

 

ยัยวูดูกำลังร้องเพลง

 

ถึงจะเป็นแค่เสียงร้องในลำคอ แต่ในโรงยิมที่ว่างเปล่าก็ทำให้ได้ยินมันอย่างชัดเจน

 

เสียงร้องเพลงของเธอเหมือนกับสิ่งที่ตอกย้ำว่าเขาก็ยังคงหาวิธีแก้ทางอัตลักษณ์ของเธอไม่ได้

 

ทั้งที่มันควรจะทำให้หงุดหงิดมากขึ้น แต่บาคุโกกลับรู้สึกสงบใจลงด้วยเหมือนกัน

 

เหมือนกับตอนที่เขาฟังเพลงจากแชนเนิลของเธอไม่มีผิด

 

ท่ามกลางความรู้สึกขมุกขมัวในใจ เสียงของเธอกลายเป็นเหมือนสายลมเย็นสบายที่พัดหมอกควันพวกนั้นออกไป

 

ในตอนนั้นเขาลืมไปหมดทุกอย่าง

 

อารมณ์ขุ่นมัวที่สะสมมาตั้งแต่เช้า ความรู้สึกด้อยกว่าที่ติดค้างอยู่ข้างในใจ ความโกรธที่สุมอยู่อย่างไม่มีทางออกอยู่ในหัว ท่าทางน่าหงุดหงิดของไอ้งั่งเดกุ…

 

ทุกอย่างค่อยๆ จางหายไป

 

ไหล่ที่แข็งเกร็งมาทั้งวันของเขาผ่อนคลายลงตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ ความรู้สึกที่ว่ามองอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมดพลันเบาบางลงเหมือนว่ามันได้ลอยหายไปกับเสียงฮัมเพลงของเธอ

 

เป็นเพราะอัตลักษณ์ของยัยนั่น

 

แต่ก็เพราะความคิดนั้นทำให้บาคุโกกัดฟันกรอด ความรู้สึกราวกับว่าเป็นผู้แพ้กลับขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เขาหันกลับไปตะคอกใส่เธอว่า

 

“หนวกหูเว้ย! ไสหัวไปร้องเพลงที่อื่นเลยไป!”

 

อายาเมะสะดุ้งเฮือก ท่าทางจะตกใจกับเสียงตะโกนของเขามาก เด็กสาวกำไม้ถูพื้นในมือแน่น แต่เธอก็ยังตอบกลับมาหน้าตาเฉยว่า

 

“ก็ฉันอยากจะร้องเพลงนี่ ถ้าบาคุโกไม่อยากฟังก็ไปถูพื้นที่อีกฝั่งสิ”

 

เดี๋ยวนี้ยัยวูดูชักจะใจกล้ามากขึ้นทุกวัน 

 

ตอนนี้กล้าหันมายอกย้อนเขาแล้ว

 

เขาหรี่ตามองเธอ แต่ดวงตาสีน้ำทะเลกลมโตก็ยังจ้องกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้ เธอเม้มปากนิดๆ ท่าทางแสดงออกแบบใจกล้าขาสั่นนั่นดูเหมือนกับลูกกระต่ายที่ยืนเผชิญหน้ากับพญาสิงโตอยู่ไม่มีผิด

 

ช่างแม่งเหอะ จะไปเสียเวลาอะไรกับหล่อนนักหนาวะ

 

“เหอะ!” บาคุโกแค่นเสียงใส่เธอด้วยความรำคาญ ก่อนจะละความสนใจจากเธอไปในที่สุด ทำให้อายาเมะหายใจได้ทั่วท้องอีกครั้ง เธอจึงถูพื้นต่อขณะที่ยังฮัมเพลงออกมาเบาๆ ต่อไป

 

ทั้งที่เพิ่งถูกตวาดใส่ แต่พอบาคุโกหันกลับไปทำงานของเขาแล้ว บรรยากาศในโรงยิมกลับให้ความรู้สึกเงียบสงบและผ่อนคลายอย่างที่อายาเมะไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะใช้คำนี้ในการบรรยายช่วงเวลาที่เธออยู่บาคุโก

 

แสงของพระอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาย้อมทั่วทั้งโรงยิมให้เป็นสีส้มสบายตา อากาศในช่วงนี้ก็กำลังดีเพราะเป็นช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป

 

ถึงการถูกทำโทษให้มาทำความสะอาดโรงยิมจะไม่สนุกสักเท่าไร แต่ถ้าหากไม่ใช่เพราะเธอต้องมาทำความสะอาดโรงยิม ป่านนี้ก็คงหมกตัวกลับห้องไปแล้ว จนพลาดที่จะได้สัมผัสช่วงเวลาแบบนี้

 

บรรยากาศดีๆ เหล่านี้ทำให้อายาเมะเผลอยิ้มออกมาขณะที่ฮัมเพลงดังมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

ท่ามกลางเสียงเพลงที่ก้องอยู่ในโรงยิมนั้น เด็กสาวไม่ได้สังเกตเลยว่ามือของบาคุโกที่เคยกำไม้ถูพื้นแน่นกำลังคลายลงเล็กน้อย

 

พวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกเลยตลอดหลายชั่วโมงที่ทำความสะอาดโรงยิมอยู่ด้วยกัน จนกระทั่งท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินเข้มไปจนหมดแล้ว ต่างคนจึงต่างเอาไม้ถูพื้นไปเก็บแล้วสะพายกระเป๋าของตัวเองขึ้นมา

 

ตอนที่อายาเมะเดินกลับหอพักของเธอ เด็กสาวก็รู้สึกสบายใจขึ้นนิดหน่อยเหมือนกัน

 

บาคุโกไม่ได้ดูหงุดหงิดอีกต่อไปแล้ว

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

บาคุโกเปิดสมุดการบ้านของตัวเองขึ้นมาในขณะที่อีกมือหนึ่งเอื้อมไปเปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คบนโต๊ะเขียนหนังสือ

 

ภาพบนหน้าจอปรากฏขึ้นมาต่อจากที่เขาพับหน้าจอเอาไว้ครั้งที่แล้ว รูปดอกไอริสสีขาวบนพื้นหลังสีชมพูโผล่ขึ้นมาทักทายเขาเป็นอย่างแรก แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมล่าสุดที่เขาทำก็คือเปิดแชนเนิลเพลงของยัยวูดูค้างเอาไว้

 

บาคุโกขมวดคิ้วมองภาพนั้น ดวงตาสีแดงหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเขาคิดได้ว่ามีอีกอย่างหนึ่งที่เขาพยายามทำมาสี่วันแล้ว แต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที

 

จนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาก็ยังหาวิธีแก้ทางอัตลักษณ์ของยัยนั่นไม่ได้

 

ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ในโรงยิมเมื่อตอนเย็นแล้ว เขาก็พลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบ

 

ในช่วงเวลานั้น ตอนที่ฟังยัยนั่นร้องเพลง อารมณ์ความรู้สึกขุ่นมัวทั้งหมดก็พลันสลายออกไปจากใจของเขาอย่างช้าๆ

 

ราวกับว่าเพลงของหล่อนได้ชำระล้างทุกอย่างออกไป เหลือแค่ความสงบนิ่ง เหลือแค่ความรู้สึกผ่อนคลายราวกับกำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่มหญ้าโล่งกว้างที่มีลมหน้าร้อนเอื่อยๆ พัดผ่าน

 

การฟังเพลงเฉยๆ ไม่ทำให้เกิดความรู้สึกแบบนั้นหรอก

 

นั่นหมายความว่ายัยกระต่ายซุ่มซ่ามใช้อัตลักษณ์ของหล่อนกับเขาอีกแล้ว

 

และเพราะอะไรก็ไม่รู้ ในตอนนั้นเขาถึงไม่ได้หยุดเธอเอาไว้

 

คงเพราะความรู้สึกที่ชวนให้สงบใจนั่น

 

ความรู้สึกแบบนั้น…

 

บาคุโกก็จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เขาได้สัมผัสความรู้สึกแบบนั้นคือเมื่อไร

 

ทั้งสงบใจและน่าหงุดหงิด...ในใจของบาคุโกตอนนี้มีความรู้สึกหลายผสมปนเปกันอย่างแยกไม่ออกจนเขาอยากจะระเบิดต้นเหตุของความสับสนของเขาในตอนนี้ทิ้งไปซะ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีความคิดยุ่งยากน่ารำคาญพวกนี้อีก

 

เขาขมวดคิ้วมองหน้าจออยู่สักพัก ก่อนจะกดถอยออกมาจากหน้าแชนเนิลของเธอกลับมาที่หน้าจอหลักของยูทูป แต่คงเพราะว่าช่วงนี้เขาฟังเพลงของเธอบ่อย จึงมีวิดีโอแนะนำของ ‘ไอริส’ ขึ้นมาบนหน้าจอเต็มไปหมด

 

วิดีโอแรกสุดที่ขึ้นมาด้านบนคือเพลงชื่อว่า ‘When the red leaf falls’

 

ดูจากระยะเวลาที่เขียนด้านล่างแล้ว ดูเหมือนว่าเธอเพิ่งจะอัพโหลดเพลงนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วนี่เอง

 

ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะกดเข้าไปฟัง แต่คงเพราะเขาเลื่อนเม้าส์ค้างไว้ที่เพลงนั้นไว้สักพัก บทเพลงมันจึงเล่นขึ้นมาเองโดยที่เขายังไม่ทันได้กด

 

เสียงคีย์เปียโนดังก้องกังวานขึ้นเป็นอย่างแรก ก่อนที่เสียงหวานจะเอ่ยคำร้องขึ้นมา

 

“ใบไม้สีแดงอยู่บนต้นไม้ต้นใหญ่ มันแกว่งไกวไปมาเบาๆ เพราะสายลมหนาว...สายลมหนาวในค่ำคืนนั้น...”

 

ทำนองของมันเหมือนกับเพลงที่ยัยวูดูฮัมในโรงยิมไม่มีผิด

 

จังหวะของเพลงดำเนินไปอย่างเชื่องช้าเหมือนกับทุกเพลงของเธอที่เขาได้ฟัง เสียงของเธอที่ไล่ขึ้นก่อนจะลดต่ำลงเป็นช่วงๆ ให้ความรู้สึกเหมือนใบไม้ที่ทยอยปลิดปลิวหลุดร่วงลงจากต้นของมัน

 

เด็กหนุ่มนั่งเหม่อมองหน้าจออยู่นานเท่าไรก็ไม่รู้ ในหัวมีเพียงเสียงเพลงที่ให้ความรู้สึกสบายใจอย่างอธิบายไม่ได้ จนกระทั่งมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ดึงบาคุโกให้หลุดออกจากห้วงความคิดของเขา

 

“บาคุโก! หลับยังน่ะ”

 

เสียงของคิริชิมะตะโกนเข้ามาทำให้บาคุโกลากร่างของตัวเองไปกระชากประตูเปิดออกด้วยสีหน้าหงุดหงิดที่มีคนมารบกวนเวลาพักผ่อนตอนกลางค่ำกลางคืน

 

“มีอะไร” เขาถามอีกฝ่ายเสียงห้วน แต่คิริชิมะก็แค่ลูบผมไปมาราวกับไม่ได้สนใจท่าทางหงุดหงิดของเขา

 

“นายได้จดเนื้อหาตรงที่อาจารย์พรีเซ้นต์ไมค์สอนไว้วันนี้หรือเปล่าอะ ตอนฉันจะเปิดมาทำการบ้านมันมีส่วนหนึ่งที่ไม่มีเนื้อหาน่ะ ฉันเลยไม่แน่ใจว่าเผลอหลับไปหรือเปล่า”

 

บาคุโกแค่นเสียงใส่เหตุผลงี่เง่านั่น แต่ก็เปิดประตูให้อีกฝ่ายขณะที่เดินลากเท้ากลับไปที่โต๊ะเขียนหนังสือของตัวเอง

 

คิริชิมะเดินตามเข้ามาทันที เด็กหนุ่มกวาดตามองรอบๆ ห้อง ก่อนที่จะไปสะดุดตาเข้ากับโน้ตบุ๊คบนโต๊ะของบาคุโก

 

เสียงเพลงแผ่วๆ ที่ยังดังลอดออกมาทำให้คิริชิมะพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “นายเองก็ฟังเพลงของไอริสเหมือนกันเหรอ!?”

 

ชื่อแชนเนิลของยัยวูดูทำให้บาคุโกหันไปมองหน้าเพื่อนของเขาทันควัน

 

“ไม่ใช่เว้ย!” เขาตอบด้วยเสียงดังกว่าปกติด้วยอารมณ์โมโหที่เพิ่มขึ้นมาแบบชั่วขณะ “เพลงหนวกหูแบบนั้นใครจะไปฟังวะ”

 

“ฉันว่าเพลงสบายหูดีออก” คิริชิมะแย้งออกมาทันที แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรอีกขณะที่แบมือรับสมุดจากบาคุโก

 

“ขอบใจมากนะ!” คิริชิมะโบกสมุดในมือไปมาแทนคำขอบคุณ แต่บาคุโกก็แค่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม มองดูจนกระทั่งคิริชิมะปิดประตูออกจากห้องไป

 

ทิ้งไว้เพียงเสียงร้องเพลงแผ่วๆ จากโน้ตบุ๊คของเขา

 

บาคุโกหมุนเก้าอี้กลับไปมองหน้าจออีกสักพัก ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นไปจับเม้าส์

 

ตอนแรกเขากะจะเลื่อนเม้าส์ไปที่ปุ่มกากบาทมุมบนขวา ตั้งใจจะปิดเพลงงี่เง่านี่ไปเสียที แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร สุดท้ายแล้วเขากลับกดเข้าไปในคลิปเพลงนั้นจนได้

 

เสียงเปียโนดังขึ้นใหม่อีกครั้งเมื่อเพลงเริ่มเล่นวนใหม่อีกรอบ

 

ทั้งที่ควรจะหงุดหงิด...แต่พอได้ยินเสียงหวานที่กำลังขับร้องเพลงออกมาแล้ว ใจของเขากลับสงบลงอย่างน่าประหลาด

 

น่าหงุดหงิดเป็นบ้า

 

ทั้งที่คิดแบบนั้น แต่ดวงตาสีแดงสดก็ยังหลับลง

 

ปล่อยให้เสียงร้องเพลงอ่อนหวานนั้นดังก้องอยู่ในห้องต่อไป

 

_________________________

วันนี้เพิ่งจะสอบเสร็จมาละค่ะ TT

เศร้าใจสุดๆ //มุดดินหนีความจริง

ขอบคุณหัวใจและเม้นท์ของทุกคนมากนะคะ เป็นกำลังใจให้เราในช่วงพังๆ นี่ได้ดีมากเลยล่ะค่ะ TT

ช่วงนี้ยุ่งมาก ปั่นไม่ทันค่ะ คงจะทันอัพวันจ.ได้ตอนนึง แต่หลังจากนั้นยังไม่แน่ใจนะคะ เพราะต้องแวบไปปั่นคุณฮอว์กส์ แถมอยากเขียนตอนพิเศษของเจ้าโชโตะด้วย เวรก็ต้องอยู่ หนังสือก็ต้องอ่าน.... //แค่ก!

เอาเป็นว่าเจอกันวันจ.ค่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 328 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,353 ความคิดเห็น

  1. #157 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 21:24
    ซึนเกง
    #157
    0
  2. #124 lamb_san (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 10:38
    นี่มันอาการเริ่มแรกของแฟนบอยชัดๆเลย5555555 ปากบอกน่ารำคาญ แต่มือนายน่ะ555555555555
    #124
    0
  3. #90 baby-m2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 08:45
    เปงขำนะคะ คือแบบรำคาญนะ หงุดหงิดนะ แต่ก็ยังฟังอ่ะ555555
    #90
    0
  4. #89 LucyTaylor (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 12:08
    หนวกหูอะไรรรก็เห็นตั้งใจฟังง
    #89
    0
  5. #88 nefalibata (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 10:05
    ฮันแน่ๆๆๆๆ บอกเพลงน้องน่ารำคาญ แต่ตัวเองเปิดฟังไม่หยุด อะไรเนี่ยโบคุโกคุง /หรี่ตา
    #88
    0
  6. #87 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 22:00
    คัตจังจะซึนไปไหนลูกก
    #87
    0
  7. #86 Rosalia.BlackRose (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 21:53

    บาคุโก'คนซึน'! ปากว่าหนวกหู แต่ก็ยังฟังต่อ โถ่ๆ นิสัยเด็กๆ ปากไม่ตรงกับใจไปอี๊ก! ฮ่าๆ
    #86
    0
  8. #85 khawfang2447 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 19:51
    เหมือนเป็นไบโพร่าเลยอะ555
    #85
    0
  9. #84 ไข่เจียวนุ่มฟู (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 17:14
    ชอบบาคุโกที่เป็นแบบนี้ดีที่สุดเลยTT ละมุนมากๆ ไรท์เองก็สู้ๆนะคะ งานเยอะแบบนี้อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะคะ
    #84
    0
  10. #83 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 17:08
    คัตจังนี่คนเป็นเมนส์จริงๆ นะ แปรปรวนฝุดๆ
    #83
    0