Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 7 : Aria 6 : He is a very strange guy.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 364 ครั้ง
    26 ต.ค. 63

 

Aria 6

He is a very strange guy.

 

บทลงโทษของอายาเมะเริ่มต้นในเย็นวันถัดมา

 

วันนี้เธอต้องไปแยกหนังสือที่ห้องสมุดเก่าหลังเลิกเรียน ทันทีที่กริ่งบอกหมดเวลาเรียนดังขึ้น อายาเมะจึงเก็บของใส่กระเป๋า ก่อนจะสะพายมันขึ้นมา

 

“ไอจัง พวกเราไป...”

 

“ขอโทษนะ ซาโยริ ช่วงนี้ฉันติดธุระตอนเย็นนิดหน่อยน่ะ ต้องไปช่วยอาจารย์จัดการงานเอกสาร” อายาเมะได้แต่ส่งยิ้มขอโทษขอโพยให้กับเพื่อนสาวของเธอ

 

จนถึงตอนนี้อายาเมะก็ยังไม่ได้เล่าให้ใครฟังเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าเธออายที่ถูกลงโทษ แต่เป็นเพราะว่าหากเล่าให้ฟังแล้ว ก็ต้องเล่าย้อนไปจนหมด

 

ถ้าขืนเล่าเรื่องให้ฟังแต่แรก ซาโยริต้องโวยวายหนักแน่ แล้วจากเรื่องที่ยุ่งวุ่นวายมากพออยู่แล้วก็จะยุ่งหนักขึ้นไปยิ่งกว่าเดิม

 

อายาเมะไม่อยากลากใครเข้ามาเกี่ยวข้องมากไปกว่านี้แล้วจริงๆ

 

ปัญหาที่เธอเป็นต้นเหตุก็ควรจะจบลงที่เธอ

 

โชคดีที่ตอนเกิดเหตุระเบิด นอกจากนักเรียนแผนกซัพพอร์ตคนนั้นแล้วก็ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์คนอื่นอีก เรื่องราวในตอนนั้นจึงจบลงแบบเงียบๆ โดยมีพยานรู้เห็นแค่ไม่กี่คน

 

ซาโยริทำหน้ามุ่ยอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีกนอกจากหมุนเก้าอี้ไปคุยกับเพื่อนผู้หญิงอีกกลุ่มแทน เธอจึงใช้จังหวะนี้รีบเก็บกระเป๋าแล้วออกจากห้อง 1-C มุ่งหน้าตรงไปยังห้องสมุดเก่าอย่างรวดเร็ว

 

ตอนที่อายาเมะไปถึง ทั่วทั้งห้องนั้นว่างเปล่า มีแค่ชั้นหนังสือเรียงรายเต็มไปหมดกับฝุ่นเขรอะๆ อยู่เป็นเพื่อน

 

อายาเมะไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจนานนักก็เห็นว่าบนพื้นมีหนังสือกองใหญ่สามกองวางเอาไว้อยู่ นั่นคงเป็นหนังสือที่เธอถูกสั่งให้มาคัดแยกล่ะมั้ง

 

ถึงเพื่อนร่วมชะตากรรมการถูกลงโทษของเธอจะยังไม่มา แต่อายาเมะก็ไม่ได้รอเขา เธอวางกระเป๋าไว้ที่มุมหนึ่งของห้องแล้วก็เริ่มลงมือแยกหนังสือทันที

 

ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ บานประตูห้องสมุดเก่าก็เปิดออกอีกครั้ง

 

อายาเมะหันกลับไปมองจึงเห็นบาคุโกกำลังเดินเข้ามา

 

เขาอยู่ในชุดพละของโรงเรียน บนร่างกายมีเหงื่อเปียกชุ่มเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเพิ่งจะเลิกเรียนได้ไม่นาน

 

ที่มาช้าคงเพราะเขามีเรียนวิชาฮีโร่

 

บาคุโกเหวี่ยงกระเป๋าทิ้งไว้บนพื้นแล้วจึงเดินล้วงกระเป๋าตรงมาที่กองหนังสือข้างๆ เธอ เขาเริ่มหยิบมันขึ้นมาแยกกองทีละเล่มโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ

 

บรรยากาศน่าอึดอัดจริงๆ…

 

อายาเมะเม้มปากแน่นขณะที่ดวงตาสีน้ำทะเลแอบเหลือบมองดูคนด้านข้างอยู่หลายครั้ง

 

เพราะแบบนี้เธอถึงได้ชอบอยู่คนเดียวมากกว่า การอยู่กับคนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรให้คุยกันสักอย่างมันให้ความรู้สึกน่าอึดอัดสุดๆ

 

ถ้าเป็นเมื่อสองวันก่อน อายาเมะคงจะไม่กล้าทำแบบนี้แน่

 

แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน เธอก็ได้รู้ตัวแล้วว่าเธอเป็นคนความคิดคับแคบแค่ไหน

 

อคติกับคนอื่นแค่เพียงเพราะภาพลักษณ์ที่เห็นภายนอก...เชื่อเสียงซุบซิบนินทาจากเพื่อนร่วมห้องก่อนที่จะทันได้รู้จักใครสักคนจริงๆ

 

บาคุโก คัตสึกิเป็นคนไม่ค่อยจะมีมารยาท อายาเมะไม่ปฏิเสธเรื่องนั้นหรอก

 

แต่เขาก็ไม่ใช่คนไม่ดี

 

มีอีกหลายมุมของเขาที่เธอไม่เคยเห็น...ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย

 

แล้วเธอเป็นใครกัน ถึงจะไปตัดสินเขาได้

 

“นี่...บาคุโก”

 

บาคุโกไม่ได้ตอบเธอ แต่อายาเมะก็ยังพูดต่อไปว่า

 

“เมื่อวานนายไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม”

 

คราวนี้ดวงตาสีแดงสดตวัดมามองเธอแล้ว เขาแค่นเสียง ‘เหอะ’ เบาๆ อย่างดูถูก ก่อนจะตอบกลับมาว่า “แหกตาดูเอาสิ เห็นฉันบาดเจ็บตรงไหนไหมล่ะวะ”

 

แทนที่จะรู้สึกโกรธกับคำตอบแบบนั้นทั้งที่เธอตั้งใจจะถามด้วยความเป็นห่วง แต่อายาเมะกลับรู้สึกโล่งใจมากกว่า

 

แค่นี้เธอก็ติดหนี้เขาเยอะมากมายจะแย่อยู่แล้ว ถ้าต้องเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาบาดเจ็บเพิ่มไปอีกอย่าง อายาเมะจะต้องผิดหวังกับตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีกแน่

 

แต่ก็ยังเหลืออีกอย่างที่เธอต้องจัดการให้เรียบร้อย

 

“บาคุโก คือว่า...”

 

“อยู่เงียบๆ ไม่เป็นเหรอวะ ยัยวูดู!”

 

คราวนี้เขาดูจะหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ แล้ว

 

ใบหน้าบึ้งตึงนั้นหันมามองเธออย่างรวดเร็ว แต่น่าแปลกที่ท่าทางเกรี้ยวกราดนั่นไม่ได้ทำให้เธอตกใจจนผงะไปเหมือนช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้อีกแล้ว

 

หรืออาจจะเป็นเพราะเธอกำลังตกใจกับคำที่เขาใช้เรียกเธอมากกว่า…

 

“วะ...วูดู?”

 

อายาเมะตาเบิกกว้าง ยืนตัวแข็งค้างอยู่ที่เดิมที่เธอกำลังยกหนังสือไปวาง

 

บาคุโกด่าว่าเธอเป็นตุ๊กตาวูดู!?

 

สำหรับเด็กสาวที่ตั้งแต่เกิดมามีแต่คนชมว่าเธอสวยน่ารักเหมือนตุ๊กตาบลายธ์หรือไม่ก็ตุ๊กตาบาร์บี้แล้ว...นี่คือคำพูดที่น่าตกใจมากจริงๆ

 

ดูเหมือนว่าท่าทางยืนตัวแข็งทื่อขณะที่ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจของเธอจะทำให้บาคุโกพึงพอใจ เขาเหยียดยิ้มออกมาขณะที่ดวงตาคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วยังอุตส่าห์พูดย้ำอีกรอบว่า

 

“เออ! ตาโตแขนขาลีบ...ก็เหมือนวูดูปะวะ”

 

ตาโตแขนขาลีบ!?

 

มีแต่คนชมว่าตาเธอกลมโตสวยเหมือนตุ๊กตา ส่วนหุ่นก็ผอมเพรียว ขายาวเหมาะจะเป็นนางแบบ

 

ทุกสิ่งที่บาคุโกพูดออกมาทำเอาอายาเมะเริ่มจะข้องใจกับคำชมที่คนอื่นมีต่อตัวเธอ

 

แต่เด็กสาวก็ไม่ได้เถียงอะไรกลับไป ในใจตอนนั้นของเธอเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเถียงไม่ออกหรือเพราะรู้ว่าพูดไปก็เท่านั้นกันแน่

 

เรื่องอย่างหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆ เกี่ยวกับเขาก็คือบาคุโกเป็นคนปากเสีย และเขาคงจะไม่เปลี่ยนนิสัยตัวเองไปง่ายๆ แค่เพราะคำพูดของเธอ

 

เด็กสาวจึงเพียงแค่เม้มปาก เก็บสิ่งที่จะพูดไว้ในใจ ก่อนจะหันกลับไปสนใจงานตรงหน้า

 

หลังจากนั้นอายาเมะก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แม้ว่าเธอจะมีสิ่งที่ยังอยากพูดกับเขา แต่ก็ไม่อยากทำให้เด็กหนุ่มรำคาญมากไปกว่านี้

 

ในห้องสมุดเก่าจึงมีเพียงเสียงวางหนังสือ เสียงเดิน และเสียงวางของหนักๆ ลงบนพื้นดังสลับกันอยู่เรื่อยๆ

 

อายาเมะก้มๆ เงยๆ ทำงานอยู่พักใหญ่ รู้ตัวอีกทีก็เห็นแสงสีส้มของพระอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านหน้าต่างห้องสมุดเก่าเข้ามาภายในห้อง

 

กองหนังสือของเธอถูกแยกเรียบร้อยแล้ว คงเพราะว่าเธอเริ่มทำงานก่อนบาคุโกพอสมควร งานของเธอจึงเสร็จเร็วกว่าเขาทั้งที่เขาดูจะทำอะไรได้คล่องแคล่วกว่าเธอ


อายาเมะหันไปมองกองหนังสือที่เหลือไม่มากแล้วของบาคุโก ก่อนจะถามว่า “ให้ฉันช่วยอะไรไหม”

 

“ช่วยไสหัวไปสักที”

 

นั่นเป็นคำไล่อย่างชัดเจน

 

เป็นอย่างที่บาคุโกเคยพูดในห้องพักอาจารย์เมื่อตอนนั้นจริงๆ

 

เรื่องของเขา...เขาจะรับผิดชอบเอง

 

อายาเมะเคยเจอผู้ชายมาหลายแบบตลอดช่วงชีวิตของเธอ แต่คนแบบบาคุโกนี่ก็เพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรก

 

ถ้าจะให้นิยามอะไรออกมาสักคำ…

 

คงจะเป็นคำว่า ‘แปลก’

 

ถึงจะไม่ได้รู้จักกันดี แต่อายาเมะก็พอจะมองออกว่ากับคนแบบบาคุโก ถ้าเจ้าตัวออกปากไล่แล้วยังฝืนเข้าไปช่วยต่อ คงจะมีแต่ทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิดมากขึ้นเปล่าๆ อายาเมะจึงตั้งใจจะไม่รบกวนอะไรเขามากไปกว่านี้อีก

 

เด็กสาวยืนสลับเท้าไปมาด้วยความประหม่า ขณะที่พูดทำลายบรรยากาศเงียบสงบที่น่าอึดอัดนี้ว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันกลับก่อนนะ เอาไว้เจอกันพรุ่งนี้ ขอบคุณมากๆ สำหรับการทำงานหนักในวันนี้”

 

เธอพูดกับเขาราวกับว่าพวกเขาเป็นพนักงานบริษัทที่กำลังจะกลับบ้าน ถึงจะฟังดูแปลกๆ แต่อายาเมะก็นึกคำพูดอื่นไม่ออก

 

บาคุโกไม่ได้ตอบอะไรนอกจากแยกหนังสือที่วางกองอยู่ต่อไปอย่างเงียบๆ เธอจึงเดินไปหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย ดวงตาสีน้ำทะเลมองกลับเข้าไปในห้องสมุดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะถามคำถามที่ติดอยู่ในใจเธอตั้งแต่เมื่อวานออกมา

 

“นาย...จะไม่ท้าประลองกับฉันแล้วใช่ไหม”

 

มือของบาคุโกที่กำลังเอื้อมไปหยิบหนังสือชะงักกึก

 

“เหอะ!” เขาแค่นเสียงหยามเหยียดออกมาทั้งที่ไม่ได้หันกลับมามองเธอ “ชนะยัยซุ่มซ่ามคนหนึ่งไปแล้วมันจะได้อะไรวะ เสียเวลาเปล่า”

 

คำตอบนั้นควรจะทำให้เธอโล่งใจ

 

แต่ในความโล่งใจนั้น อายาเมะกลับรู้สึกหมั่นไส้คำพูดของเขาขึ้นมานิดหน่อยเหมือนกัน

 

บาคุโกคงจะเป็นมนุษย์ที่มีความสามารถพิเศษในเรื่องอะไรแบบนี้แน่ เพราะคำพูดของเขาแค่ประโยคเดียวก็ทำให้เธอเผลอพูดตอบกลับไปทันทีว่า

 

“แต่บาคุโกก็ยังแก้ทางอัตลักษณ์ของฉันไม่ได้อยู่ดีนี่”

 

คำพูดที่หลุดปากออกมาอย่างยังไม่ผ่านการประมวลผลในสมองทำให้บาคุโกหันขวับมามอง

 

ในตอนที่ดวงตาสีแดงตวัดมาสบตากับเธอ อายาเมะก็ยกมือขึ้นปิดปากราวกับเพิ่งจะรู้ตัวว่าเธอเผลอหลุดปากพูดสิ่งที่ไม่ควรจะพูดออกไปแล้ว

 

และก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้ตั้งตัว เด็กสาวก็รีบเปิดประตูวิ่งออกไปอย่างเร่งรีบ ราวกับกลัวว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจนึกอยากมาเอาชนะ ‘ยัยซุ่มซ่าม’ ขึ้นมาจริงๆ

 

บานประตูถูกปิดตามหลังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีเสียงวิ่งไปตามทางเดินของคนที่หนีออกจากห้องไปแล้ว

 

ทิ้งไว้เพียงแค่คำพูดชวนหงุดหงิดใจนั่น

 

คำพูดที่ถึงเขาจะไม่อยากยอมรับ แต่มันก็เป็นเรื่องจริง

 

ทั้งที่เป็นแค่ยัยวูดูซุ่มซ่าม ท่าทางเงอะงะจนดูรำคาญสายตา แต่เธอก็ทำให้เขาแผนเสียอยู่หลายต่อหลายรอบจนชวนให้หงุดหงิดไปหมด

 

เป็นแค่ลูกกระต่ายที่ระเบิดแค่ทีเดียวก็คงจะแหลกคามือไปแล้วแท้ๆ

 

มีสิทธิ์อะไรมาทำให้เขาหงุดหงิดใจขนาดนี้วะ

 

บาคุโกวางหนังสือกองสุดท้ายที่เขาต้องจัดลงบนพื้นแรงกว่าปกติตามอารมณ์โมโหที่เพิ่มมากขึ้น

 

เป็นยัยผู้หญิงที่น่าหงุดหงิดจริงๆ

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

บาคุโกทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะเขียนหนังสือในห้องส่วนตัวของเขา

 

ดวงตาสีแดงสดจ้องมองหน้าจอโน้ตบุ๊คสักพัก ก่อนจะเอื้อมมือไปกดเปิดเครื่อง

 

บนโต๊ะของเขามีหนังสือสี่เล่มวางกองอยู่ ซึ่งมันเป็นต้นเหตุของความหงุดหงิดใจของเขาในตอนนี้

 

มันคือหนังสือที่ยัยวูดูแอบเอามาใส่กระเป๋าของเขาไว้ตอนไหนก็ไม่รู้

 

เป็นหนังสือเรียนวิชาทั่วไปฉบับคัดลอกที่เข้าเล่มมาให้อย่างเรียบร้อย บนปกหนังสือมีโพสอิทลายการ์ตูนสีหวานติดอยู่ โดยมีข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

‘ฉันเห็นว่าหนังสือเรียนของบาคุโกถูกระเบิดไหม้ไปนิดหน่อย เลยก๊อปปี้หนังสือของตัวเองมาให้อีกชุดหนึ่ง นายจะรับเอาไว้หรือจะทิ้งก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ให้ฉันได้ช่วยชดเชยอะไรให้บ้างเถอะนะ :) ลงชื่อ อายาเมะ’

 

ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!

 

บาคุโกอ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้นจบก็ขยำมันทิ้ง ก่อนจะโยนลงไปในถังขยะอย่างไม่ไยดี

 

ตอนแรกเขาตั้งใจจะโยนหนังสือพวกนั้นทิ้งขยะตามไปด้วย แต่ปริมาณความหนาของพวกมันก็ดูจะเป็นภาระของถังขยะส่วนตัวในห้องเกินไป ถ้าจะทิ้งก็คงจะต้องโยนไว้ที่ถังขยะรวม

 

ยุ่งยากเป็นบ้า

 

สุดท้ายแล้ว เด็กหนุ่มจึงแค่โยนหนังสือพวกนั้นไปกองตรงมุมโต๊ะ โดยไม่คิดจะแตะต้องพวกมันอีก

 

ในตอนนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขาก็เปิดติดขึ้นมาพอดี ก่อนหน้านี้เขาแค่พับปิดมันไว้เฉยๆ พอเปิดเครื่องอีกครั้งจึงปรากฏหน้าเว็บที่เขาเปิดค้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมา

 

คลิปเพลงที่มีรูปดอกไอริสสีขาวบนพื้นหลังสีชมพู

 

แชนเนิลเพลงของยัยวูดู

 

บาคุโกหรี่ตามองรูปดอกไม้สีขาวนั้นสักพัก

 

ไม่ต้องใช้สมองวิเคราะห์มาก เขาก็พอจะเดาออกว่าเสียงนั่นน่าจะสามารถควบคุมความคิดของคนอื่นได้

 

พอได้ยินคำว่า ‘หยุด’ ร่างกายของเขาก็หยุดเคลื่อนไหวไปเอง พอได้ยินคำว่า ‘ลังเล’ อยู่ๆ ก็พลันรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา

 

ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เหมือนเป็นการเล่นทีเผลอ แต่ในการต่อสู้จริง เวลาแค่ไม่กี่วินาทีก็อาจจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงได้

 

ที่เขากำลังติดใจอยู่ไม่ใช่อัตลักษณ์นั่น แต่เป็นคำพูดของยัยวูดูที่บอกว่าเขายัง ‘แก้ทาง’ อัตลักษณ์ของเธอไม่ได้ต่างหาก

 

ถ้าพูดแบบนั้น แสดงว่าจะต้องมีวิธีเอาชนะมันได้อยู่

 

ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ เขาต้องเข้าใจอัตลักษณ์ของยัยนั่นให้มากกว่านี้ก่อน

 

แชนเนิลเพลงนี่เองก็น่าสงสัย เขาเคยได้ยินไอ้พวกเพื่อนร่วมห้องน่ารำคาญพวกนั้นพูดอะไรสักอย่าง เกี่ยวกับการที่ฟังเพลงพวกนี้แล้วทำให้รู้สึกผ่อนคลายลงได้

 

ถึงปกติแล้วการฟังเพลงจะช่วยให้ผ่อนคลายลงได้จริง แต่ก็ไม่น่ามีผลถึงขนาดที่เห็นข้อแตกต่างกับเพลงอื่นๆ อย่างชัดเจนขนาดนั้น

 

นอกจากว่า...เพลงพวกนี้ก็ถูกร้องผ่านอัตลักษณ์ของเธอด้วย

 

เขาจะเริ่มต้นที่ตรงนั้นล่ะ

 

บาคุโกขยับเมาส์คลิกเล่นบทเพลงบนหน้าจออีกครั้ง

 

ดนตรีเริ่มบรรเลง ก่อนที่เสียงหวานแผ่วเบาจะร้องเพลงคลอออกมา ดังก้องอยู่ในห้องพักของเขา

 

ทั้งที่เป็นแค่เพลงเพลงหนึ่ง ไม่ควรจะต่างไปจากเพลงอื่นที่ตรงไหน แต่พอนั่งฟังไปได้สักพัก เขาก็เริ่มจะเข้าคำพูดของคนพวกนั้นที่บอกว่ามันทำให้ผ่อนคลายลงแล้ว

 

“...ในเดือนเมษายน ที่กลางทุ่งหญ้าวันนั้น...ฉันได้ยินเสียงร้องเพลงของเธอ...”

 

เสียงของเธออ่อนหวาน ร้องคลอไปกับดนตรีเบาๆ เหมือนเสียงกล่อมนอน ท่วงทำนองไม่มีความเร่งรัด ไม่มีเสียงบีทหนักๆ ทำให้เสียงของนักร้องฟังโดดเด่นขึ้นได้ไม่ยาก

 

บาคุโกเองก็อธิบายความรู้สึกในตอนนั้นไม่ถูก แต่เหมือนกับว่าเพลงพวกนี้มันทำให้เขาลืมเรื่องอย่างอื่นไปจนหมด

 

ลืมความกังวล...ความเหนื่อยล้า...เรื่องที่ต้องครุ่นคิด…

 

ทุกสิ่งถูกเสียงเพลงพวกนั้นล้างหายไปเหมือนฝนที่ตกลงมาชำระล้างหมอกควันขมุกขมัว

 

ตั้งสติหน่อยสิวะ!

 

มันก็เป็นแค่อัตลักษณ์ของยัยวูดูนั่นล่ะ

 

ดวงตาสีแดงจับจ้องภาพดอกไอริสอย่างเอาจริงเอาจัง ในขณะที่ทุกประสาทสัมผัสของเขาจดจ่อกับบทเพลง ทุ่มเทไปกับการค้นหาความลับในการเอาชนะอัตลักษณ์ของเธอ

 

สิ่งที่บาคุโก คัตสึกิ เกลียดเป็นอันดับต้นๆ ก็คือความพ่ายแพ้

 

ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นฮีโร่อันดับหนึ่งตลอดกาลอย่างออลไมท์หรือเป็นแค่ยัยวูดูซุ่มซ่าม...เขาก็จะไม่แพ้เด็ดขาด

 

_________________________

งานยุ่งมาก ไม่มีเวลา talk อะไรเลยค่ะ TT

เอาเป็นว่าขอบคุณทุกคนมากนะคะ ดีใจที่ทุกคนคิดว่าไม่หลุดคาร์คัตจัง QAQ

ใครที่รอคุมฮอว์กส์อยู่ เจอกันตอนค่ำๆนะคะ

ขอบพระคุณทุกคนมากค่ะ เจอกันในวันพ.นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 364 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #373 pimmy_mydarling (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 17:13
    อัตลักษณ์น้องนี่ เราแก้ด้วยวิถีชาวบ้านได้มั้ยอ่ะ ไม่อยากโดนเสียงบังคับก็ปิดหู แบบไม่ได้ยินไม่รับรู๊ว หูทวนลมแม่ม5555555
    #373
    0
  2. #156 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 21:08
    สรุปน้องได้สมุดคืนยังอะ
    #156
    0
  3. #76 lamb_san (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 23:29
    แค่เรียกว่าวูดูเพื่อนก็ช็อกแล้ว แต่หล่อนเรียกต่อหน้าน้องไอริสเลยเรอะะ ส่วนน้องไอริสนี่ก็เป้วใช้ได้อยู่นะ5555555 ไปท้าทายคนเกลียดความพ่ายแพ้แบบนี้ หนูเตรียมใจรับมือไว้แล้วใช่มั้ยคะลูก555555
    #76
    0
  4. #71 LucyTaylor (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 10:06
    ชอบมากเลยค่ะ! สู้ๆนะคะ!
    #71
    0
  5. #70 baby-m2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 21:38
    เดะก็ชนะนะคัตสึกิ นายเก่งที่สุดอยู่แล้วคนดี!!
    #70
    0
  6. #69 mixyz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 17:54

    ชอบน้องล่ะซี่บาคุโกวววววว


    #69
    0
  7. #68 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 17:26
    สู้ๆกับการทำงานนะคะไรท์><

    //คัตจังคือชอบเอาชนะจริงๆแหละ พอยัยน้องพูดแบบนั้นไปเลือดร้อนมันเลยพุ่งพล่าน555555
    #68
    0
  8. #67 nefalibata (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 17:01
    เอาแล้วคัตจังเป็นไงล่ะๆๆๆๆ
    #67
    0
  9. #66 Bao_Bao (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 16:55
    หลงอะสิ หลงอะสิ!! แค่ก--
    #66
    0
  10. #65 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 16:38
    คัตจังก็คือคัตจังจริงๆ น้องน่ารักขนาดนี้เรียกซะเสียเลยนะ
    #65
    0
  11. #64 นินจาแมว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 16:31
    คุณบาคุโกวว น่ารักจังค่ะ;-;
    #64
    0