Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 6 : Aria 5 : If you wanna die so much, don't do it in front of me.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 328 ครั้ง
    10 ต.ค. 63

 

Aria 5

If you wanna die so much, don't do it in front of me.

 

บาคุโกหยุดยืนอยู่ที่ประตูห้องเรียน

 

มือข้างหนึ่งของเขาจับขอบบานประตู อีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกง ขณะที่ดวงตาสีแดงสดหรี่ลงมองมือของเธอที่ยังกำกระเป๋าของเขาแน่น

 

บรรยากาศกดดันในตอนนี้หนาแน่นมากจนน่าจะใช้มีดตัดได้

 

อายาเมะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ยังกำกระเป๋าเอาไว้แน่นอย่างไม่คิดจะปล่อยมือจากมันเด็ดขาด

 

ถูกจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้แล้ว...จะแก้ตัวอะไรได้อีก

 

โกหกไปก็มีแต่จะเข้าตัวมากกว่าเดิมเท่านั้น

 

เพราะมันไม่ต้องใช้ความคิดมากนักเลยว่าผู้หญิงเพียงคนเดียวในตอนนี้ที่มีเหตุผลให้มายุ่งกับกระเป๋าของบาคุโกก็คือ ‘ไอริส’

 

ดูจากที่เขาตามหาเธอจนเจอแล้ว อายาเมะก็พอจะมองออกว่าบาคุโกไม่ใช่คนบ้าพลังไร้สมองอย่างที่เพื่อนร่วมห้องของเธอมองว่าเขาเป็น

 

และก็เป็นอย่างที่เธอคิดจริง…

 

แค่ในระยะเวลาไม่กี่วินาที ดวงตาสีแดงก็เปลี่ยนแววไป มุมปากของเขายกขึ้นฉีกเป็นรอยยิ้มกว้างกระหายเลือดอย่างที่ทำให้อายาเมะต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่

 

บาคุโกขยับมือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เขายกมือขึ้นมาพร้อมกับใช้อัตลักษณ์จนมีเสียงระเบิดเบาๆ กับกลุ่มควันเล็กๆ ลอยขึ้นมาในอากาศ

 

ริมฝีปากที่เหยียดยิ้มอยู่ขยับพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อายาเมะกำกระเป๋าแน่นกว่าเดิม

 

“หล่อนเองสินะ...คนที่ซ่อนตัวอยู่เมื่อวันนั้น”

 

“ฉันขอแค่สมุดของฉันคืนเท่านั้นเอง แล้วจะไม่โผล่มาให้คุณเห็นหน้าอีกเลย” อายาเมะพยายามดึงน้ำเสียงออดอ้อนมากที่สุดในชีวิตของเธอออกมาใช้

 

เวลามีคนหน้าตาดีพูดอ้อนใส่ ถึงจะเป็นคนใจแข็งแค่ไหนก็ต้องมีลังเลบ้างอยู่แล้ว

 

แต่ทุกอย่างในโลกล้วนมีข้อยกเว้น

 

และบาคุโก คัตสึกิก็คงจะเป็นข้อยกเว้นนั้น

 

เพราะนอกจากจะดูไม่ใจอ่อนลงเลยสักนิด เสียงระเบิดบนมือเขากลับดังขึ้นยิ่งกว่าเดิม

 

อายาเมะตัดสินใจได้ในตอนนั้นเอง

 

การเจรจาคงไม่ใช่ทางออกอีกแล้ว

 

เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มความรู้สึกตื่นเต้น ดวงตาสีน้ำทะเลหลุบไปมองทางออกที่ใกล้ที่สุดตรงประตูหลังอย่างเชื่องช้า พยายามไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น

 

ในห้องมีแต่ความเงียบสงบจนอายาเมะได้ยินเพียงเสียงหัวใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งในอกของเธอกับเสียงระเบิดแผ่วๆ จากมือของบาคุโก

 

ถึงจะยังรู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้งเหลือเกิน แต่เธอก็ฝืนขยับเท้าทีละนิดเพื่อจะเตรียมตัววิ่งไปยังจุดหมาย เหมือนกับที่เธอเห็นบาคุโกยืนกางขาย่อตัวลงเล็กน้อย ท่าทางเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้ามาขย้ำเธอเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ

 

แต่ก็ยังไม่มีใครขยับตัวออกจากที่เดิม

 

ราวกับว่าหากมีใครคนหนึ่งขยับตัว จะเป็นสัญญาณการเปิดฉากการไล่ล่าของพวกเขา

 

ใช่...การไล่ล่าที่มีเธอเป็นเหยื่อนั่นล่ะ

 

อายาเมะรู้สึกเครียดเกร็งจนมือชุ่มเหงื่อไปหมด

 

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบและบรรยากาศตึงเครียดในห้อง

 

บาคุโกชะงักไปเล็กน้อย แสดงว่ามันคงจะเป็นมือถือของเขาเอง

 

แต่นี่แหละเป็นจังหวะของเธอ!

 

“หยุดนิ่ง!”

 

อายาเมะใช้อัตลักษณ์ของเธอตะโกนออกไปพร้อมกับดึงกระเป๋าของบาคุโกขึ้นมากอดแล้วพุ่งตัวออกจากห้อง 1-A ผ่านทางประตูหลังไปด้วยความเร็วสูงสุดทันที

 

ในตอนแรก บาคุโกกำลังจะถีบตัวพุ่งมาทางเด็กสาวแล้ว แต่เพราะเสียงพูดคำว่า ‘หยุด’ นั่นทำให้ทั้งร่างของเขาหยุดชะงักจนเสียจังหวะไปหมด

 

เอาอีกแล้ว!

 

ถูกยัยนั่นหยุดไว้ได้อีกแล้ว!

 

ความคิดนั้นทำให้บาคุโกกัดฟันกรอดด้วยความโมโห

 

“คิดว่าจะหนีพ้นเหรอวะ!!”

 

เสียงตะโกนไล่หลังมาของบาคุโกทำให้อายาเมะเผลอหดคอ เท้าสองข้างวิ่งขยับไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วมากขึ้นอย่างที่เธอไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้มาก่อน

 

อายาเมะพยายามล้วงมือหาสมุดในกระเป๋าของเขาไปด้วย เธอไม่ได้อยากจะขโมยกระเป๋าของบาคุโกมาทั้งใบ แค่อยากได้ของๆ เธอคืนก็เท่านั้นเอง

 

แต่เพราะต้องพยายามวิ่งไปด้วยจึงทำให้หยิบของได้ไม่ถนัดนัก

 

บึ้ม!

 

เสียงระเบิดจากทางด้านหลังทำให้อายาเมะต้องหันกลับไปมอง ดวงตาสีน้ำทะเลเบิกกว้างขึ้นมองดูบาคุโกที่ระเบิดอัตลักษณ์ในมือพุ่งตัวมาข้างหน้า กะพริบตาแค่ทีเดียวเขาก็ไล่หลังเธอมาจนเกือบจะตามทันแล้ว

 

ทันทีที่เท้าของบาคุโกแตะลงบนพื้น เขาก็ถีบตัวมาข้างหน้าแล้วยื่นมือขวาออกมา หมายจะคว้ากระเป๋าออกจากมือของเธอ

 

“ลังเล!”

 

ในจังหวะที่ปลายนิ้วของบาคุโกกำลังจะแตะถูกกระเป๋าแล้ว เสียงร้องตะโกนของอายาเมะก็ดังแทรกขึ้นมา

 

มือที่ยื่นออกไปเพื่อจะคว้ากระเป๋าพลันหยุดชะงัก

 

อยู่ๆ ความรู้สึกไม่มั่นใจก็แทรกเข้ามาในความคิดของเขา บาคุโกขยับช้าลง เปิดโอกาสให้อายาเมะเบี่ยงตัวหลบเขาไปทางซ้ายแล้ววิ่งหนีลงบันไดไปในทันที

 

เป็นแบบนี้อีกแล้ว

 

ทุกครั้งที่เขาได้ยินเสียงของยัยนั่น จะต้องเผลอทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับความตั้งใจของตัวเองตลอด เหมือนกับถูกสมองสั่งการให้ทำตามคำพูดของเธอ

 

‘เสียง’ นั่นน่ะดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำได้แค่หยุดคนอื่น

 

ทั้งที่ไม่ใช่อัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งจนต่อกรไม่ได้ แต่กลับหยุดเขาได้หลายต่อหลายครั้งโดยที่บาคุโกยังหาทางแก้เกมไม่ได้

 

น่าหงุดหงิดเป็นบ้า

 

เขากำหมัดแน่น ดวงตาสีแดงหรี่ลงมองผมสีบลอนด์สว่างที่ขยับไวๆ มุ่งหน้าลงบันไดไปอย่างรีบร้อน ก่อนที่ริมฝีปากจะเหยียดยิ้มที่ไม่แสดงถึงความรู้สึกขบขันเลยแม้แต่นิดเดียวออกมา

 

“หล่อนตายแน่ ยัยบ้า!!”

 

เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดนั่นทำให้อายาเมะเกือบจะสะดุดตกบันได กว่าจะลงมาถึงโถงทางด้านล่างก็ช่างทุลักทุเลเหลือเกิน

 

เด็กสาวยิ่งพยายามเร่งฝีเท้ามากขึ้นกว่าเดิม เธอไม่กล้าหันกลับไปมองข้างหลัง แต่ก็ได้ยินเสียงระเบิดถี่ๆ ไล่ตามมาไม่ไกลมากนักแล้ว

 

ต้องโดนตามทันแน่!

 

ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดมองหาเส้นทางหนีต่อไปอย่างรวดเร็ว ตรงสุดทางเดินข้างหน้าเป็นทางแยก เธอรีบร้อนจนจำไม่ได้ว่าทางไหนจะเชื่อมต่อไปที่ไหน แต่ก็ไม่มีเวลาให้มัวคิดอีกแล้ว

 

อายาเมะตัดสินใจวิ่งไปทางซ้าย เป็นจังหวะเดียวกับที่มีคนอีกคนเดินเลี้ยวสวนมาพอดี

 

พลั่ก!

 

“โอ๊ย!”

 

“อ๋า~ มายเบบี้!”

 

เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจดังประสานกันพร้อมกับเสียงโลหะอะไรบางอย่างตกกระทบพื้น 

 

อายาเมะถูกกระแทกอย่างแรงจนล้มลงไปนั่ง เธอนึกอยากจะลูบสะโพกที่บอบช้ำของตัวเอง ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันโชคร้ายอะไร ทำให้เธอต้องชนคนอื่นหลายต่อหลายครั้ง

 

แล้วเธอก็เป็นฝ่ายล้มทุกที

 

อายาเมะยังคงนั่งอยู่บนพื้นอย่างมึนงง ดวงตาสีน้ำทะเลกะพริบขึ้นลง มองดูเด็กสาวผมสีชมพูในชุดช่างคนหนึ่งที่กำลังกระโดดไปมาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน

 

“แย่ล่ะ! มายเบบี้~”

 

ตอนนั้นเองที่อายาเมะเพิ่งเห็นว่าสิ่งที่อยู่บนพื้นในตอนนี้ไม่ได้มีแค่เธอ

 

ด้านข้างเธอคืออุปกรณ์ซัพพอร์ตบางอย่างที่ดูเหมือนก้อนโลหะกลมๆ ที่มีหน้าจอสี่เหลี่ยมตรงกลาง บนหน้าจอนั้นมีตัวเลขกำลังนับถอยหลังลงเรื่อยๆ อยู่

 

ไม่ต้องเป็นอัจฉริยะก็ยังมองออกเลยว่าพอเลขนับถอยหลังไปถึงเลขศูนย์เมื่อไร...คงไม่ใช่เรื่องดีแน่

 

ใบหน้าของเด็กสาวซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นว่าตัวเลขบนหน้าจอนับลงมาถึงเลขสามแล้ว

 

หลบไม่ทันแน่!

 

3...2...1…

 

ตัวเลขที่นับถอยหลังจนสุดแล้วทำให้อายาเมะหลับตาปี๋ เธอยกแขนขึ้นบังหัวตามสัญชาตญาณ แต่ในจังหวะที่เสียงระเบิดดังขึ้น อายาเมะก็รู้สึกได้ว่าเธอถูกดึงตัวเข้าไปกระแทกกับอะไรบางอย่าง ก่อนจะถูกดึงให้กลิ้งตลบไปบนพื้นอย่างน่าปวดหัว

 

ตู้ม!!!

 

เสียงระเบิดดังสนั่นชวนให้หูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงอะไรอย่างอื่นพร้อมกับแสงจากเปลวไฟสว่างวาบขึ้นชั่วขณะส่องไปตามทางเดินยาวที่ว่างเปล่า

 

อายาเมะไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ความเจ็บที่เธอรออยู่ก็มาไม่ถึงสักทีแม้ว่าเสียงระเบิดจะเงียบหายไปแล้ว ดวงตาสีน้ำทะเลจึงลืมขึ้นอย่างช้าๆ

 

เธอกำลังนอนอยู่บนพื้น ห่างออกมาจากซากอุปกรณ์ซัพพอร์ตที่ระเบิดไปแล้วไม่ไกลนัก ความรู้สึกหนักๆ บนตัวก็เกิดจากการที่มีใครอีกคนกำลังนอนทับเธออยู่

 

ผมยุ่งเหยิงสีทองซีดนั่นทำให้เดาได้ไม่ยากเลยว่าเขาคือใคร

 

อายาเมะนอนนิ่งอยู่อีกครู่หนึ่งขณะที่สมองพยายามประมวลผลเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อครู่

 

ก่อนที่อุปกรณ์ซัพพอร์ตจะระเบิด อายาเมะรู้สึกได้ว่าเธอถูกกระชากตัวออกมาแล้วดึงให้กลิ้งหลบมาตามพื้น

 

และตอนนี้บาคุโกก็นอนทับเธออยู่ กั้นกลางระหว่างระเบิดกับตัวเธอ

 

บาคุโกช่วยเธอเอาไว้…

 

ความคิดนั้นทำให้ในใจของอายาเมะเกิดความรู้สึกแปลกๆ ที่อธิบายไม่ได้จุกขึ้นมาในอก เธอนึกอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร บาคุโกก็ผละออกไปนั่งบนพื้นไม่ไกลนักด้วยใบหน้าหงุดหงิด ดวงตาสีแดงตวัดมามองเธอตาขวางขณะที่เขาตะโกนด่าเธอเสียงดังว่า

 

“ยัยซุ่มซ่าม! ถ้าอยากจะฆ่าตัวตายนักก็อย่ามาทำต่อหน้าฉันสิวะ!!”

 

คราวนี้อายาเมะได้แต่ก้มหน้ายอมรับคำต่อว่าแต่โดยดี ดวงตาหลุบต่ำลงอย่างไม่มีอะไรจะโต้เถียง

 

ถ้าไม่ได้บาคุโกช่วยเอาไว้ เธอคงจะเจ็บตัวไม่น้อยเหมือนกัน

 

เรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี้...เธอเป็นคนผิดเต็มๆ เลย

 

อายาเมะเม้มปากแน่น เธอก้มหน้ามองพื้นอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง 

 

เด็กสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ กำลังเตรียมจะขยับปากพูดตอบกลับไป เป็นจังหวะเดียวกับที่อาจารย์พาวเวอร์โหลดเดอร์เดินมาถึงพอดี

 

“ฮัทสึเมะ! เอาอีกแล้วเหรอ!?”

 

อาจารย์ประจำแผนกซัพพอร์ทตั้งใจจะเดินมาต่อว่าลูกศิษย์สาวของเขา แต่กลับเจอเด็กแปลกหน้าสองคนนั่งอยู่แถวๆ ซากระเบิดด้วยกัน

 

เขาขมวดคิ้วมองอายาเมะและบาคุโกที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้น ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงตั้งคำถามว่า “พวกเธอ…?”

 

แย่ล่ะสิ…

 

ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้ว

 

อายาเมะนึกอยากจะเอาหัวโขกพื้นไปเสียตอนนี้เลยจริงๆ

 

จากที่คิดว่าไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่สุดท้ายแล้ว เรื่องยุ่งยากก็วิ่งตามมาอย่างที่เธอหนีไม่พ้นอยู่ดี

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

“ครูผิดหวังในตัวเธอมากจริงๆ นะ อิชิคาวะ”

 

คำพูดต่อว่าของครูประจำชั้นห้อง 1-C ทำให้อายาเมะรู้สึกตัวลีบลงยิ่งกว่าเดิมในขณะที่เธอนั่งอยู่บนโซฟาในห้องพักครู

 

ข้างๆ เธอคือบาคุโกที่นั่งพาดเท้าข้างหนึ่งกับเข่าอย่างไร้มารยาทโดยไม่ได้สนใจอาจารย์อีกสองคนแม้แต่น้อย เขาเอนตัวพิงพนักโซฟา ดวงตาสีแดงมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ

 

บนโซฟาฝั่งตรงข้ามของโต๊ะเตี้ยตรงกลางคืออาจารย์ห้อง 1-C ของเธอกับอาจารย์หลักสูตรฮีโร่ที่เป็นโปรฮีโร่ชื่อ ‘อีเรเซอร์เฮด’ อาจารย์คนนั้นแทบจะไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั่งเงียบๆ ฟังอาจารย์ของเธอเป็นฝ่ายต่อว่าเอง

 

“หนูต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ...”

 

อายาเมะไม่ได้อยากจะโกหกอาจารย์ แต่ก็ไม่สามารถเล่าความจริงทั้งหมดไปได้

 

เธอไม่อยากลากใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับความผิดพลาดของเธอเอง เรื่องของเพื่อนร่วมห้องสามคนและเรื่องสถานะ ‘ไอริส’ จึงถูกละเอาไว้

 

เนื้อหาที่เหลือจึงกลายเป็นว่าอายาเมะพยายามจะแกล้งบาคุโกโดยการขโมยของในกระเป๋าของเขา

 

ถึงสายตาของอาจารย์ประจำชั้นที่มองเธออยู่จะดูไม่เชื่อถือเรื่องราวนั้นสักนิดเลยก็เถอะ

 

“แน่ใจนะว่าเธอไม่ได้กำลังปกป้องใครอยู่”

 

เสียงทุ้มต่ำแฝงความข้องใจของอาจารย์ทานากะทำให้อายาเมะได้แต่ก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม ดวงตาสีน้ำทะเลหลุบมองมือที่วางประสานบนตักของเธอ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่สุดที่เธอจะทำได้ว่า

 

“ไม่ค่ะ หนูไม่มีอะไรจะแก้ตัวนอกจากยอมรับว่าหนูทำผิดเองค่ะ”

 

“เหอะ!”

 

บาคุโกที่นั่งเงียบมาตลอดแค่นเสียงใส่เธอ ทำให้อาจารย์ทั้งสองคนหันไปมองเขาแทน มีเพียงแค่อายาเมะที่ยังนั่งก้มหน้าอย่างไม่กล้าสบตาเขา

 

บาคุโกไม่ได้แย้งเรื่องโกหกของเธอ

 

ถึงจะไม่ได้ช่วยปิดบัง แต่ก็ไม่ขัดขวางอะไรตอนที่เธอพูดโกหกออกไปคำโต

 

เธอติดหนี้เขาเพิ่มอีกแล้ว

 

ความคิดนั้นทำให้ความรู้สึกผิดในใจของอายาเมะฝังลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม

 

ท่าทางหนักแน่นของอายาเมะที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่พูดมากไปกว่านี้แล้ว ทำให้อาจารย์ทานากะถอนหายใจ

 

“อาจารย์ไอซาวะคิดว่ายังไงครับ ผมเองก็คงจะลงโทษได้แค่นักเรียนของตัวเองนั่นล่ะ แต่นักเรียนของคุณนี่...”

 

“บาคุโกอาจจะเป็นฝ่ายถูกหาเรื่อง แต่จะบอกว่าไม่ผิดเลยก็คงไม่ได้” อาจารย์ไอซาวะหรี่ตาลงมองพวกเขาผ่านกลุ่มผมยุ่งเหยิงสีดำ ขณะที่พูดต่อว่า “มีวิธีตอบโต้ที่ดีกว่าการก่อเรื่องใหญ่ถึงขนาดนี้อีกมาก ยิ่งในฐานะของนักเรียนฮีโร่แล้ว...สมควรโดนลงโทษด้วยเหมือนกันครับ”

 

พอได้ยินว่าบาคุโกเองก็จะต้องโดนลงโทษไปด้วย อายาเมะก็ไหล่ตกลงด้วยความหดหู่ แต่บาคุโกกลับนั่งล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางราวกับว่าไม่ได้กำลังพูดเรื่องของเขาอยู่

 

ถึงจะอยากช่วยพูดอะไรสักอย่าง แต่คนที่มีความผิดติดตัวอย่างเธอคงจะพูดอะไรไม่ได้มาก

 

เธอได้แต่นั่งนิ่งรอคำพิพากษาจากอาจารย์ทั้งสองคน

 

“ให้อาจารย์จัดการตามที่เห็นสมควรได้เลยครับ” อาจารย์ไอซาวะหันไปคุยกับอาจารย์ทานากะ ทำให้อาจารย์ประจำชั้นของเธอขมวดคิ้วมองเด็กหนุ่มสาวทั้งสองอย่างครุ่นคิด

 

หลังจากนั่งเงียบอยู่สักพัก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้เสียที

 

“พวกเธอสองคนทำให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินของโรงเรียน ยังไงก็คงจะต้องลงโทษล่ะนะ…เอาเป็นว่าให้ไปบำเพ็ญประโยชน์หลังเลิกเรียนห้าวันก็แล้วกัน คงไม่มีปัญหาใช่ไหม”

 

เป็นบทลงโทษที่ดูไม่รุนแรง แต่ก็ไม่ได้ใจดีจนเกินไป

 

“เออ”

 

บาคุโกตอบเสียงห้วนอย่างไร้มารยาทเป็นที่สุด ในขณะที่อายาเมะบีบมือที่วางกุมไว้บนตัก ก่อนจะเงยหน้ากลับขึ้นมาอีกครั้ง

 

“หนูไม่เห็นด้วยค่ะ”

 

คำแย้งที่ไม่คาดคิดของเธอทำให้อาจารย์ทานากะผงะไปเล็กน้อย ท่าทางประหลาดใจที่ปิดไม่มิดไม่ได้หยุดสิ่งที่อายาเมะตั้งใจจะพูดออกมา

 

“เรื่องนี้บาคุโกไม่ผิดหรอกค่ะ หนูเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมดเอง ถ้าจะมีใครสมควรถูกลงโทษก็ควรจะเป็นหนูค่ะ จะเพิ่มเวลาเป็นสิบวันก็ได้ แต่หนูจะทำแทนในส่วนของบาคุโกเอง”

 

“หล่อนน่ะเงียบไปเถอะ”

 

คนที่พูดขัดขึ้นมาไม่ใช่อาจารย์ทั้งสองอย่างที่เธอคิด แต่กลับเป็นบาคุโกเสียเอง

 

ดวงตาสีแดงตวัดมามองเธอ ก่อนที่เขาจะพูดเสียงห้วนต่อว่า “เรื่องของฉัน ฉันจะรับผิดชอบเอง ไม่ต้องมาสะเออะได้ไหมวะ”

 

ยังไม่ทันที่อายาเมะจะได้โต้เถียงอะไรกลับไป อาจารย์ทานากะก็รีบพูดสรุปว่าตกลงตามนั้น แล้วก็ไล่พวกเขาออกไปจากห้องพักครูอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดช่องให้โต้แย้งอะไรได้อีก

 

รู้ตัวอีกที อายาเมะก็ออกมายืนอยู่กับบาคุโกที่หน้าประตูห้องพักอาจารย์แล้ว

 

เธอยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี แต่บาคุโกกลับดูเหมือนอยากจะไปจากตรงนี้เต็มทน

 

เขาขยับกระเป๋าสะพายของตัวเองที่ดูเหมือนผ่านสมรภูมิรบมาจากการระเบิดเมื่อครู่ให้เข้าที่มากขึ้น ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าแยกตัวไปอีกทางโดยไม่หันกลับมามองเธออีก

 

แผ่นหลังที่กำลังเคลื่อนห่างออกไปทำให้อายาเมะหลุดปากเรียกชื่อของเขาก่อนที่เธอจะทันได้หยุดตัวเอง

 

“บาคุโก”

 

อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะชะลอฝีเท้า แต่อายาเมะก็ยังพูดต่อไปว่า

 

“ขอโทษนะ...แล้วก็ขอบคุณด้วย”

 

ยังคงไม่มีคำตอบรับอะไรจากเขา

 

แต่ดวงตาสีน้ำทะเลก็ยังมองตามหลังเด็กหนุ่มที่กำลังเคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ

 

อายาเมะเผลอกำสายกระเป๋าสะพายของตัวเองแน่นขึ้น ขณะที่ความคิดใหม่ผุดขึ้นมาในใจ

 

นอกเหนือจากความรู้สึกผิดแล้ว อีกสิ่งที่ทำให้อายาเมะรู้สึกแย่มากที่สุดก็คือความงี่เง่าของตัวเธอเอง

 

เธอเข้าใจบาคุโก คัตสึกิผิดเกินไปมากจริงๆ

 

_________________________________

ในมุมของน้องที่ไม่เคยรู้จักคัตมาก่อนเลย คัตก็คือจอมมารร้ายของหลักสูตรฮีโร่ดีๆ นี่เองล่ะค่ะ -0-

แต่ยังไงน้องก็เป็นฮีโร่อะเนอะ!

ถึงจะทำหน้าตาเหมือนวิลเลินเป็นบางครั้งก็เถอะ 555555

เรื่องนี้ออกแนว Slice of life หน่อยนะคะ กะจำนวนตอนออกมาคร่าวๆ แล้วยาวพอสมควรเลยค่ะ แค่ให้ได้รู้จักกันก็ปาเข้าไป 6 ตอนแล้ว //ปาดเหงื่อ

 

ขำที่บอกว่าบาคุโกเป็นมนุษย์เมนส์มากค่ะ โอย น้องเหมือนเมนส์มา 28 วันต่อเดือนอะ 5555555

ส่วนเรื่องที่จะไปสนิทกันอิท่าไหนนี่พูดตามตรงว่าเราวางพล็อตไปปาดเหงื่อไปค่ะ บางทีก็อยากจะบอกคัตว่าเป็นคัตให้น้อยลงอีกนิดได้มั้ย!? เธอน่ะเขียนยากเกินไปแล้วนะ!?

ขอบคุณทุกคนที่เม้นท์และไลค์นิยายเรื่องนี้มากนะคะ TwT

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านด้วย TwT

แล้วก็ขอบคุณที่ทำให้เรื่องนี้ติดท็อป10ได้แล้วนะคะ คือปลื้มปริ่มมากเลยค่ะ TwT

ส.-อา. งดอัพ ดังนั้นเจอกันวันจ.นะคะทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 328 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #336 knunkim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 04:51
    ทำไมจากแค่แอบมาเอาหนังสือคืนถึงกลายเป็นการระเบิดภูเขาเผากระท่อมเหมือนหนังของไมเคิล เบย์ ได้เนี่ย555
    #336
    0
  2. #201 sopitnapa1789 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 20:43
    ดำเนินเรื่องช้า ดูเรื่อยๆไม่มีอะไรตื่นเต้น คือตั้งใจใช่มั้ยคะ
    #201
    2
    • #201-1 sopitnapa1789(จากตอนที่ 6)
      10 พฤศจิกายน 2563 / 21:44
      โทดนะคะใช้คำผิดไปหน่อย เปลี่ยนเป็น เนื้อเรื่องสบายๆเรื่อยๆ
      #201-1
    • #201-2 Ms. Margarita(จากตอนที่ 6)
      11 พฤศจิกายน 2563 / 02:54
      ตั้งใจให้เป็นแนว slice of life ค่ะ กำลังฝึกเขียนแนวนี้ 5555555
      #201-2
  3. #154 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 20:39
    น้องลืมใจเต้นกับคัตจังแล้ว
    #154
    0
  4. #75 lamb_san (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 23:22
    ตอนเริ่มเรื่องนี่สาบานเถอะค่ะว่านี่คือนิยายรัก... อย่างกับฉากหนีฆาตกรในหนังฆาตกรรม5555555 ความปากแข็งระดับเกินคำว่าซึนของคัตสึกินี่ก็ยังไร้เทียมทานจริงๆค่ะ ทำไมอยู่ๆซีนนั้นนายก็ดูเท่ห์กันนะ ส่วนที่ไรท์บอกว่าเป็นเมน28วัน แล้วอีก2-3วันคือเป็นปกติเหรอคะ555555555
    #75
    1
    • #75-1 Ms. Margarita(จากตอนที่ 6)
      13 ตุลาคม 2563 / 23:23
      ก็ต้องมีปกติบ้างนานๆครั้งสิคะ!? 😂😂
      #75-1
  5. #63 baby-m2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 08:06
    เห็นมั้ยยะ!? คัตสึกิเค้าแค่ซึน(?)ว้อยยยย! ที่จริงเค้าก็เป็นคนดี(?)อยู่นะ อย่างน้อยๆๆก็เรียนหลักสูตรฮีโร่นะยะ //ถึงจะแอบมีเอ๊ะเบาๆๆในใจตรงตอนแรกจะไประเบิดเค้า สรุปไปช่วยเค้าจากระเบิดอีกที5555
    #63
    0
  6. #62 Atanasia11 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 03:25
    ชอบค่ะรู้สึกว่าคัตจังในเรื่องนี้มีความเป็นตัวของตัวเองสูงที่สุดเเล้ว//เเต่อ่านไปอ่านมาเเล้วเเอบสงสารนางเอกจริงๆนะ55

    #คัตจังคนซึน..สินะ (=_=)
    #62
    0
  7. #60 mixyz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 22:10
    แงงง ทำไมเราพึ่งมาเจอเรื่องนี้!!!!
    #60
    0
  8. #59 มายูกิ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 13:16
    เราเพิ่งเข้ามาอ่านรวดเดียว ชอบมากเลยค่ะ55555 ปกติชอบครตบาคุโกมากๆอยู่แล้ว เค้าฮอตของเค้า5555 อยากเห็นคสพที่ค่อยๆพัฒนาไปของคู่นี้มากเลย อยากอ่านทุกวันเลยค่ะ5555 แต่จะรอนะค้าาา
    #59
    0
  9. #58 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 11:44
    ใดๆก็คือทุกคนต่างเข้าใจผิดว่ายัยคัตเป็นคนไม่ดี(รึป่าว)55555 ตัวจริงน้องแค่เก้วกาดไปนิดนึงเองงง
    #58
    0
  10. วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 22:01
    สู้ๆนะคะ แต่งแบบปาดเหงื่อไปคงหนักมากจริงๆ อุตส่ารังสรรเรื่องดีๆ มาให้อ่าน สนุกมากค่า สนิทท่าไหนแค่สุดท้ายลงเอยกันเราก็แฮปปี้55555 ตอนนี้คัตจังน้องเท่มากลู๊กกก ช่วยอายาเมะจากระเบิด ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังจะไประเบิดเขาอยู่เลย ตามความคิดคัตจังไม่ทันแล้วจริงๆค่ะ ฮา
    #56
    0
  11. #55 Bao_Bao (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 19:21
    เมนส์มาหรอคัตจัง55555+ คัตจังก็คือคัตจังอะนะ เจ้าหมาซึนเอ้ยยยย5555+
    #55
    0
  12. #54 LucyTaylor (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 18:54
    คัตจังเป็นคนดีแต่ปากร้ายปากแข็งมากกก
    #54
    0
  13. #53 SeaPanisara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 17:20
    สนุกมากกกกก
    #53
    0
  14. #52 นินจาแมว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 17:18
    คัตจังคือคัตจังง ครต.คือตรงมากเว่อออ
    #52
    0
  15. #51 RoseThorns (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 17:10
    ฮีโร่ในคราบวิลเลน 🥰💞
    #51
    0
  16. #50 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 17:01
    คัตก็คือคัตอ่ะนะ ไม่แปลกที่คนไม่รู้จักจะไม่เข้าใจหรือกลัวพี่แก ยิ่งกับคนที่ดูจะคาร์แร็กเตอร์นุ่มนิ่มจะไม่เก็ทความเป็นคัตก็ไม่แปลกเลย แต่ยัยน้องน่าหงุดหงิดตรงปกป้องเพื่อนร่วมห้องนี่แหละ คนทำผิดก็ควรถูกลงโทษ ไม่ใช่ลอยตัวในขณะที่ตัวเองต้องซวยแทน (แม้ส่วนนึงที่ซวยจะเป็นเพราะสะเพร่าและการทำอะไรไม่ยั้งคิดก็ตาม) หวังว่าคนที่พยายามหาเรื่องคัตจะได้ผลกรรมที่ตัวเองทำไว้นะ ไม่งั้นน่าหงุดหงิดตาย แล้วก็หวังว่าพระนางคู่นี้จะเข้าใจความเป็นอีกฝ่ายเร็วๆ เห็นคัตแบบนั้นแต่นางก็เป็นคนดีนะเออ!
    #50
    5
    • #50-2 Ms. Margarita(จากตอนที่ 6)
      9 ตุลาคม 2563 / 17:03
      ตอนอ่านเม้นท์แอบตกใจนิดนึงที่มีคนสังเกตตรงที่เราจงใจทิ้งไว้ 55555
      ประทับใจกับความละเอียดในการอ่านมากค่ะ 😂😂😂
      #50-2
    • #50-4 Ms. Margarita(จากตอนที่ 6)
      9 ตุลาคม 2563 / 17:07
      เรื่องปกป้องเพื่อนค่ะ 55555 เดี๋ยวมีต่อตรงนี้แน่นอน
      #50-4
  17. #49 nefalibata (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 16:25
    คัตจังเริ่มมีรังสีพระเอกขึ้นบ้างแล้ว หลังจากที่ดูเป็นตัวร้ายมาหลายตอน ถถถถถถถ ว่าแต่ตกลงน้องได้สมุดคืนหรือยังนะ..
    #49
    0