Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 5 : Aria 4 : I think I’m the unluckiest girl in the world.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 339 ครั้ง
    7 ก.พ. 64

 

Aria 4

I think I’m the unluckiest girl in the world.

 

เช้าวันนี้ของอายาเมะกลายเป็นเช้าที่มืดมนมากที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของเธอ

 

เพราะข้อความของบาคุโกนั่นล่ะ สองวันที่ผ่านมานี้เธอจึงมัวแต่คิดมากจนไม่มีสมาธิเรียน ตอนกลางคืนเองก็ข่มตาหลับไม่ลง กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีสามตีสี่แล้ว

 

เธอจึงตื่นมาด้วยความรู้สึกที่อยากจะทิ้งตัวลงนอนต่อ แล้วค้นพบว่าเหตุการณ์ที่ผ่านเป็นเพียงแค่ฝันร้ายที่ผ่านพ้นไปแล้ว

 

แต่ก็ทำได้แค่หลอกตัวเองเท่านั้นล่ะ

 

เพราะความจริงก็คือเย็นวันนี้เธอจะต้องไปหาบาคุโก คัตสึกิ ถ้าหากว่าเธออยากจะได้สมุดคืนมา

 

เงื่อนไขของเขาคือต้องการให้เธอพาเพื่อนร่วมห้องทั้งสามไปด้วย แต่อายาเมะไม่คิดจะทำแบบนั้นเด็ดขาด

 

ตอนนี้มันกลายเป็นปัญหาของเธอไปแล้ว

 

เธอไม่อยากจะดึงใครคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

 

และที่สำคัญคือถ้าพาสามคนนั้นไปเจอบาคุโก ไม่รู้ว่าจะปากพล่อยพูดอะไรให้อีกฝ่ายโมโหหนักกว่าเดิมหรือเปล่า ดังนั้นไม่พาไปน่ะดีที่สุดแล้ว

 

อันที่จริงสถานการณ์จะดีกว่านี้มากถ้าเธอไม่งี่เง่าทำสมุดตกเอาไว้…

 

ถ้าบาคุโกไม่มีตัวประกัน ถึงเขาจะส่งข้อความขู่มาให้ตายอย่างไร อายาเมะก็จะไม่ไปเด็ดขาด

 

อย่างไรเสีย เด็กหนุ่มคนนั้นก็รู้แค่ว่า ‘ไอริส’ เป็นคนใช้อัตลักษณ์กับเขา แต่ไม่ได้รู้จัก ‘อิชิคาวะ อายาเมะ’ สักหน่อย ดังนั้นเธอก็จะยังสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในโรงเรียนต่อไปได้ ตราบเท่าที่อีกตัวตนของเธอยังเป็นความลับอยู่

 

แต่ใช่...เธอดันเป็นคนงี่เง่าที่ทำสมุดเล่มนั้นตกเองนั่นล่ะ

 

อายาเมะทิ้งหัวลงบนหมอนอีกรอบอย่างเหนื่อยใจ ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเหม่อมองเพดานอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหลับลงราวกับว่าหากทำแบบนี้แล้วมันจะช่วยให้เธอหนีความจริงไปได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

เธอได้แต่ถอนหายใจด้วยความรู้หนักอึ้งราวกับว่าตัวเองแก่ขึ้นนับสิบปีภายในช่วงสองวัน แล้วก็ลุกขึ้นจากเตียงในที่สุด

 

เธอมีทางเลือกเสียเมื่อไร…

 

อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดนั่นล่ะ

 

อายาเมะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จช้ากว่าทุกวันอย่างคนไม่มีกะใจจะทำอะไร เธอหยุดยืนอยู่หน้ากระจกสักพักอย่างพิจารณา ปกติแล้วเธอไม่จำเป็นต้องแต่งหน้ามากนัก ใครๆ ก็บอกว่าเธอสวยอย่างเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว แต่วันนี้สภาพของเธอดูโทรมกว่าทุกวันจริงๆ

 

เพราะเธอผิวค่อนข้างขาว ทำให้เห็นรอยคล้ำจากการนอนไม่พอที่ใต้ตาได้ชัดเจน หลังจากแต่งหน้าตามปกติทุกวันแล้วเด็กสาวจึงตัดสินใจทาคอนซีลเลอร์บางๆ เพิ่มขึ้นอีกขั้นตอน ก่อนจะสะพายกระเป๋านักเรียนขึ้นมา สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินออกจากห้องไปในที่สุด

 

คาบเรียนครึ่งเช้าผ่านไปอย่างเชื่องช้าในความรู้สึกของอายาเมะ เธอเรียนหนังสือด้วยระบบออโต้ไพลอท มือขยับจดทุกคำพูดของอาจารย์ก็จริง แต่แทบจะไม่มีอะไรผ่านเข้าไปในหัวเลย

 

ท่าทางเหม่อลอยกว่าปกติทำให้ซาโยริรีบเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงทันทีที่มีเสียงกริ่งพักเที่ยงดังขึ้นว่าเธอไม่สบายหรือเปล่า

 

“ถ้าไม่ไหวก็ไปนอนพักที่ห้องพยาบาลก่อนก็ได้นี่ เดี๋ยวฉันจะจดเนื้อหาตอนบ่ายให้เอง”

 

อายาเมะส่ายหน้าไปมา เธอไม่อยากทำตัวให้เพื่อนเป็นห่วง แต่ก็ฝืนยิ้มไม่ออกจริงๆ

 

แต่ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ลากซาโยริเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาด

 

เพื่อนสนิทของเธอยังไม่รู้ว่าเมื่อวันก่อนเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าซาโยริรู้ความจริงมีหวังคงไปเผชิญหน้ากับบาคุโกพร้อมกับเธอแน่ ดีไม่ดีจะไปเสนอตัวแทนที่เธอด้วยซ้ำ

 

เรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดจากความลังเลไม่เด็ดขาดของเธอเอง อายาเมะจะไม่ให้เพื่อนของเธอเดือดร้อนไปด้วยเด็ดขาด

 

เธอจะหาทางแก้ปัญหาพวกนี้ให้ได้เอง

 

ถึงจะยังไม่แน่ใจว่าบาคุโกต้องการอะไรกันแน่ แต่เขาก็เป็นนักเรียนในหลักสูตรฮีโร่คนหนึ่ง อย่างแย่ที่สุดก็คงแค่โดนเขาท้าสู้ให้รู้ผลแพ้ชนะ แล้วเขาก็คงจะเห็นเองนั่นล่ะว่าเธอก็เป็นแค่คนธรรมดาน่าเบื่อ ไม่ได้เป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้ออะไรกับเขาหรอก

 

อายาเมะจึงหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างพยายามตั้งสติ และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตากลมโตสีน้ำทะเลก็ดูสดใสขึ้นนิดหน่อยขณะที่เธอพูดตอบกลับไปว่า 
 

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่เพลียๆ นิดหน่อยน่ะ เมื่อคืนมัวแต่คิดเนื้อเพลงใหม่จนนอนไม่หลับเลย”

 

“ไอจังนี่เป็นแบบนี้ทุกทีเลยนะ พอแต่งเพลงทีไรก็ลืมวันเวลาไปจนหมด ก่อนหน้านี้ก็เคยลืมกินข้าวด้วยนี่ นิสัยแบบนี้น่ะน่าเป็นห่วงสุดๆ เลยอะ”

 

ซาโยริพูดบ่นไปพลางขณะที่พวกเธอเดินไปทางโรงอาหารด้วยกัน พอได้พูดคุยกับซาโยริแล้ว อายาเมะก็รู้สึกว่าความรู้สึกหนักอึ้งในใจของเธอเบาบางลงนิดหน่อย ทั้งที่ปัญหาต่างๆ ยังรายล้อมอยู่รอบตัวเธอ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าโลกใบนี้มันมืดมนนักอีกต่อไปแล้ว

 

การได้พูดคุยกับใครสักคนมันก็คงจะดีอย่างนี้เองนี่ล่ะ

 

“จริงสิ! จะว่าไปแล้วไอจังกำลังอยากจะโคฟเพลงของยูเมะมิชิสินะ ฉันว่าเพลงนี้ก็เพราะดีนะ”

 

ซาโยริหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพลงให้เธอฟังด้วยท่าทางตื่นเต้น ทำให้อายาเมะต้องเอียงหน้าก้มลงไปดูบนหน้าจอมือถือของคนตัวเล็กกว่า

 

เพื่อนของเธอเตี้ยกว่าเธอสิบกว่าเซนติเมตร พอยืนด้วยกันแล้วจึงเห็นความต่างของส่วนสูงอย่างชัดเจน อายาเมะต้องค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้มองภาพบนหน้าจอได้ถนัด

 

เพราะมัวแต่มองดูคลิปวิดีโออันนั้น เด็กสาวจึงไม่ทันได้สังเกตว่าเธอเดินมาจนใกล้จะถึงหน้าโรงอาหารที่มีคนเดินไปมาอย่างสับสนวุ่นวายแล้ว 

 

อายาเมะไม่ได้มองทางข้างหน้า ในตอนที่เธอเดินไปถึงประตูโรงอาหาร อยู่ดีๆ เธอก็รู้สึกเหมือนกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างแข็งๆ เข้าอย่างจัง

 

ตุ้บ!

 

รู้ตัวอีกที อายาเมะก็ลงไปนั่งกองอยู่บนพื้นเสียแล้ว

 

“ไอจัง! เป็นอะไรหรือเปล่า” ซาโยริร้องเรียกเธออย่างตกอกตกใจ ในขณะที่อายาเมะยังนั่งอยู่บนพื้นอย่างงุนงง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลกะพริบขึ้นลงอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังประมวลผลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่

 

โชคดีที่เธอล้มลงมาด้านหลังโดยเอาก้นกระแทกพื้น จึงไม่เจ็บตัวมากสักเท่าไร

 

“ฉันไม่เป็นไรๆ” อายาเมะรีบตอบเพื่อนของเธอก่อนที่จะตกอกตกใจไปมากกว่านี้ แล้วจึงเงยหน้ามองคนที่เดินสวนออกมาจากประตูโรงอาหารพอดีจนมาปะทะกับเธอที่กำลังจะหมุนตัวเลี้ยวเข้าไป

 

ร่างสูงของเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้อายาเมะเกือบจะลืมหายใจ

 

นั่นคือบาคุโก คัตสึกิ

 

เขาอยู่ในชุดเครื่องแบบยูเอที่ดูไม่ถูกระเบียบนัก สองมือล้วงกระเป๋าแล้วใบหน้ามองเชิดขึ้นในขณะที่ดวงตาสีแดงหลุบลงมองเธอ คิ้วของเขาขมวดแน่นเหมือนกำลังหงุดหงิดอะไรบางอย่าง

 

ทั้งที่เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำนอกจากมองดูเธอเฉยๆ ด้วยแววตาที่ฉายชัดถึงความรำคาญ แต่คงเพราะว่ายืนหันหลังให้หน้าต่าง ทำให้มีแสงตกกระทบเกิดเป็นเงามืดบนใบหน้าที่ทำให้อายาเมะตาเบิกกว้างมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าราวกับกำลังมองจอมมารที่ออกมาจากขุมนรกไม่มีผิด

 

หรือไม่ก็คงเพราะเธอเป็นคนที่มีชนักความผิดติดหลังอยู่ เธอถึงรู้สึกร้อนรนเป็นพิเศษ แม้อายาเมะจะรู้ว่าบาคุโกไม่รู้ตัวจริงของเธอก็ตาม

 

“หล่อนน่ะลุกขึ้นมาได้แล้วมั้ง เกะกะ”

 

คำพูดประโยคแรกที่ออกจากปากของเขาไม่ใช่คำขอโทษหรือคำถามว่าเธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า แต่เป็นประโยคที่เหมือนกับจะขับไล่เธอออกไปให้พ้นทางเดิน

 

ท่าทางไม่แยแสนั่นทำให้ซาโยริโกรธขึ้นมาอย่างชัดเจน

 

“เดี๋ยวเถอะนะบาคุโก! ฉันก็รู้หรอกนะว่าคนจากหลักสูตรฮีโร่อย่างนายมันเป็นพวกมารยาทแย่ แต่ดูยังไงทางนี้ก็เป็นฝ่ายเจ็บชัดๆ ถ้าจะไม่เป็นสุภาพบุรุษแล้วล่ะก็ อย่างน้อยก็ช่วยทำตัวเป็นคนหน่อยเถอะ!”

 

“เหอะ” เขาแค่นเสียงตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ “ทางนั้นเป็นฝ่ายที่เดินไม่ดูทางเองไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมฉันจะต้องเป็นฝ่ายขอโทษล่ะวะ”

 

“นี่นาย...!”

 

“พอเถอะ” 

 

อายาเมะรีบดึงมือของซาโยริเอาไว้ทันที เด็กสาวพยุงตัวลุกขึ้นมายืนอีกครั้งก่อนจะปัดกระโปรงเล็กน้อยเอาฝุ่นออกไป ดวงตาสีน้ำทะเลหลุบลงอย่างไม่อยากจะสบตากับคนตรงหน้า ก่อนที่เธอจะพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “เราไปกันเถอะ”

 

“แต่ว่า...ไอจัง!”

 

ซาโยริยังไม่ทันจะได้โวยวายต่อ ก็ถูกอายาเมะรีบดึงมือให้เดินออกไปจากตรงนั้นด้วยกันทันที เธอค้อมหัวนิดๆ แทนคำขอโทษโดยไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วจึงวิ่งผ่านประตูโรงอาหารเข้าไปอย่างรวดเร็ว

 

ซาโยริอาจจะไม่รู้ แต่อายาเมะไม่อยากจะอยู่ตรงนั้นต่อไปอีกแม้แต่วินาทีเดียว

 

ถ้าเกิดซาโยริทะเลาะกับบาคุโกขึ้นมาคงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถึงตอนนั้นเธอก็ต้องออกปากพูดมากขึ้นกว่าเดิม

 

และถ้าระหว่างที่เธอพูดอยู่...เขาเกิดจำเสียงเธอได้ขึ้นมา

 

ชีวิตอันสงบสุขของเธอก็จบเห่กันพอดี!

 

มีแค่เรื่องนี้เท่านั้นที่อายาเมะจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด

 

ถึงแม้ว่าการไปเจอเขาในเย็นวันนี้จะเป็นการบีบบังคับให้เธอต้องเปิดเผยตัวตนอยู่แล้ว แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น อายาเมะจะพยายามยืดเวลาออกไปให้ได้มากที่สุด เผื่อว่าจะมีปาฏิหาริย์อะไรที่มาช่วยให้เธอรอดพ้นไปได้

 

เด็กสาวรีบร้อนลากเพื่อนของเธอวิ่งเข้าไปในโรงอาหาร จนไม่ทันได้สังเกตเห็นสายตาที่มองตามหลังเธอไป

 

บาคุโกยังคงหยุดยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาสีแดงหรี่ลงมองตามหลังกลุ่มเส้นผมสีบลอนด์สว่างหยักศกที่พลิ้วไหวไปตามการเคลื่อนไหวของเธอ ความรู้สึกแปลกๆ ที่ติดอยู่ในใจชวนให้รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

 

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดว่ายัยผู้หญิงคนนั้นมีอะไรที่ทำให้เขารู้สึกข้องใจนัก คามินาริก็พุ่งเข้ามาพาดแขนกับไหล่ของเขาเสียก่อน ขณะที่พูดแซวว่า “จริงๆ เลยน้า แม้แต่กับคนสวยนายก็ยังไม่เว้นเลยเหรอ ทำเขากลัวจนวิ่งหนีไปเลยเนี่ย”

 

“เป็นพวกใจหินหรือยังไงกันน่ะ ขนาดฉันที่เป็นผู้หญิงเองเห็นคนน่ารักขนาดนั้นแล้วยังใจเต้นเลยนะ” อาชิโดะพูดขึ้นจากทางด้านหลังขณะที่ดวงตายังมองตามหลังอายาเมะที่วิ่งหายไปลิบๆ ท่ามกลางกลุ่มคนในโรงอาหาร

 

“โรงเรียนเรามีคนสวยขนาดนั้นเรียนอยู่ด้วยเหรอ” คิริชิมะเกาหัวไปมาอย่างพยายามนึกว่าเขาเคยเห็นผู้หญิงคนนั้นมาก่อนหรือเปล่า แต่ก็นึกไม่ออก

 

“อิชิคาวะไง! ห้อง 1-C ที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดในรุ่นน่ะ!” คามินาริพูดขึ้นมาด้วยท่าทางตื่นเต้น “ฉันเองก็เคยเจอผ่านๆ แค่สองสามครั้ง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เจอในระยะประชิดขนาดนี้ สวยมากจริงๆ ด้วยให้ตาย”

 

“ตาโต หุ่นดีแล้วก็ผิวขาวเหมือนตุ๊กตาเลยอะ” อาชิโดะออกความเห็น ซึ่งก็ได้รับการพยักหน้าสนับสนุนจากเพื่อนๆ คนอื่น มีแค่บาคุโกคนเดียวที่แค่นเสียงออกมา

 

“เหอะ! ตาโตตัวแห้งนั่นมันตุ๊กตาวูดูไม่ใช่หรือไงวะ”

 

ทุกคนหันไปมองบาคุโกเป็นสายตาเดียวในทันที

 

“ตุ๊กตาวูดู!? ปากร้ายเป็นบ้า!”

 

“ไอ้คนไม่มีตา!!”

 

“คนอย่างนายเนี่ยคงหาแฟนไม่ได้ไปตลอดชีวิตแน่ๆ” อาชิโดะแลบลิ้นใส่บาคุโกะด้วยความหมั่นไส้กับท่าทางไม่แยแสความสวยงามที่อยู่ตรงหน้าสักนิด

 

บาคุโกปรายตามองอย่างไม่ใส่ใจพวกเขา เด็กหนุ่มหันกลับไปมองในโรงอาหารเพื่อจะมองหาผู้หญิงคนที่เดินชนกับเขาเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็หาเธอไม่เจอแล้ว เขาจึงละความสนใจไปในที่สุด

 

ช่างเหอะ เขาคงจะคิดมากไปเอง

 

ยัยซุ่มซ่ามที่ท่าทางเหมือนลูกกระต่ายตื่นตูมมันจะไปมีอะไรน่าสนใจได้ยังไงกันล่ะวะ

 

พอได้ข้อสรุปกับตัวเองแบบนั้นแล้ว หัวสมองของบาคุโกก็ลบข้อมูลไร้ประโยชน์พวกนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องจดจำผู้หญิงคนนั้นอีก เขาเริ่มออกเดินอีกครั้ง ตั้งใจจะมุ่งหน้าไปยังจุดมุ่งหมายเดิมแต่แรกของตัวเอง

 

“แล้วนั่นนายจะไปไหนน่ะ” คิริชิมะรีบถามทันทีที่เขาเห็นบาคุโกเดินล้วงกระเป๋าออกไปจากบริเวณโรงอาหารอย่างไม่สนใจจะรอใคร

 

“ห้องพักอาจารย์”

 

บาคุโกตอบห้วนๆ ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมอะไร

 

อันที่จริงเขาต้องไปเอาการบ้านในช่วงสี่วันที่ถูกกักบริเวณจากอาจารย์ไอซาวะที่ห้องพักอาจารย์ แต่ก็ขี้เกียจจะพูดขยายความให้มากเรื่อง ไม่ใช่ว่าไอ้เจ้าพวกนี้จะไปช่วยอะไรได้สักหน่อย เลยไม่รู้จะพูดมากไปทำไม

 

คิริชิมะเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจว่าเขาไม่ได้ต้องการให้มายุ่มย่ามอะไรด้วย เลยเลิกเซ้าซี้ไปในที่สุด

 

บาคุโกเดินไปตามทางเดินเพียงลำพัง โดยไม่ได้รู้เลยว่าคนที่เขากำลังมองหาเมื่อครู่...แท้จริงแล้ว เธอเองก็กำลังมองดูเขาอยู่เช่นกัน

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

บาคุโกไปแล้ว!

 

อายาเมะแทบจะอยากร้องเพลงฉลองอยู่ข้างในใจทันทีที่เธอเห็นว่าเป้าหมายของเธอกำลังเดินไปตามทางเดินอาคารฝั่งซ้ายมือ

 

ดวงตาสีน้ำทะเลมองตามไปอีกสักพักจนมั่นใจว่าเขาจะไม่เดินย้อนกลับมาแล้วแน่นอน ก่อนที่อายาเมะจะหันไปมองซาโยริที่นั่งกินข้าวตรงข้ามกับเธอ เด็กสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ ขณะพยายามปั้นสีหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

 

เธอขอโทษขอโพยเพื่อนสนิทในใจ ก่อนจะพูดโกหกออกมาว่า “ซาโยริ ฉันลืมมือถือไว้ที่ห้องเรียนน่ะ กลัวมันจะหาย ขอกลับไปเอาแป๊บหนึ่งนะ”

 

โชคดีที่ซาโยริมัวแต่กินข้าวไป ดูโทรศัพท์ไปด้วย อีกฝ่ายจึงโบกตะเกียบไปมาอย่างไม่คิดมากพร้อมกับส่งเสียงตอบรับในลำคอเป็นเชิงบอกให้เธอไปเถอะ

 

อายาเมะไม่เสียเวลารอช้า เธอรีบลุกจากที่นั่งของตัวเองแล้วเดินกึ่งวิ่ง พุ่งตัวไปทางประตูโรงอาหารอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อครู่นี้เองที่อายาเมะเพิ่งจะคิดวิธีที่เธอจะไม่ต้องไปตามนัดของบาคุโกตอนเย็นขึ้นมาได้

 

ปัญหาของเธอมีแค่อย่างเดียวก็คือบาคุโกนั้นมีสมุดจดเพลงของเธอเป็นตัวประกัน ทำให้อายาเมะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องทำตามคำสั่งของเขา

 

แต่ถ้าหากบาคุโกไม่มีสมุดเล่มนั้น…

 

สถานการณ์ก็จะพลิกกลับทันที

 

เขาจะโวยวายที่เพจเธอมากแค่ไหนก็ทำอะไรตัวเธอในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องยุ่งยากนักก็บล็อกทิ้งไปเลย อย่างไรเสียเขาก็รู้จักแค่ ‘ไอริส’ แต่ไม่รู้จัก ‘อายาเมะ’ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นย่อมไม่มีทางตามมาจนเจอเธอได้แน่นอน

 

และวิธีไหนกันล่ะที่จะทำให้เขาไม่มีสมุดเล่มนั้น…

 

อายาเมะคิดออกวิธีเดียว นั่นก็คือเธอจะต้องขโมยมันมาให้ได้ก่อนจะถึงเย็นวันนี้

 

คาบเรียนตอนบ่ายของหลักสูตรฮีโร่เป็นคาบเรียนฮีโร่ ข้าวของทุกอย่างของคนพวกนั้นจะถูกเก็บไว้ที่ห้องล็อกเกอร์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย ดังนั้นในช่วงบ่ายเธอจะไม่มีโอกาสให้ไปขโมยมันมาได้อีก

 

เธอเหลือโอกาสแค่เพียงครั้งเดียว คือตอนพักเที่ยงเท่านั้น

 

ถึงจะไม่รู้ว่าบาคุโกเดินไปไหน แต่ที่ตัวเขาไม่มีกระเป๋าติดตัวแสดงว่ากระเป๋าของเขาน่าจะยังอยู่ที่ห้องเรียน และเขาก็เดินไปตามทางเดินปีกซ้าย ซึ่งเป็นคนละทางกับห้องเรียนที่อยู่ทางปีกขวา

 

ตอนนี้เพิ่งจะเป็นเวลาเที่ยงกว่าด้วย เพื่อนร่วมห้องของเขาน่าจะยังกินข้าวกันอยู่ นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่อายาเมะจะหาได้แล้ว

 

เธอต้องรีบขโมยสมุดกลับมาตอนนี้เลย!

 

อายาเมะออกมาจากโรงอาหารแล้วก็เลี้ยวไปทางขวา สองเท้าขยับก้าวเดินเร็วที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้โดยไม่ให้ดูน่าสงสัยจนผมยาวสีบลอนด์สว่างขยับพลิ้วไปมาตามการเคลื่อนไหวของเธอ ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดสอดส่องไปรอบๆ อย่างหวาดระแวงราวกับกลัวว่าบาคุโกจะโผล่ออกมาจากความว่างเปล่าได้ทุกเมื่อ

 

กว่าจะไปถึงบริเวณห้องเรียน อายาเมะที่ระแวงจนเครียดเกร็งไปหมดก็รู้สึกเหนื่อยราวกับว่าเธอเพิ่งจะวิ่งรอบสนามมา

 

ทางเดินหน้าห้องเรียนโล่งว่างปราศจากผู้คน คงเพราะว่าตอนนี้ทุกคนต่างก็รวมตัวกันอยู่ที่โรงอาหาร อายาเมะเดินกึ่งวิ่งจนในที่สุดก็มาหยุดยืนหอบอยู่หน้าประตูห้องเรียน 1-A จนได้ 

 

เด็กสาวกวาดตามองรอบๆ เป็นครั้งสุดท้ายให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้จริงๆ แล้วจึงเลื่อนประตูเปิดออก

 

ในห้องเรียนว่างเปล่าอย่างที่เธอคิดเอาไว้

 

อายาเมะเสียเวลาตอนช่วงแรกอยู่มากเพราะเธอไม่รู้ว่าโต๊ะเรียนไหนเป็นของบาคุโก เธอจึงต้องไล่ดูโต๊ะทีละตัวโดยแอบดึงสมุดออกมาดูชื่อบนปก กว่าจะหาโต๊ะที่ต้องการเจอก็เสียเวลาไปกว่าสิบห้านาทีแล้ว

 

ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในที่ร้อน แต่ความรู้สึกร้อนรนราวกับคนที่กำลังแอบทำผิดก็ทำให้อายาเมะรู้สึกกดดันจนมีเหงื่อไหลออกมาบนหน้าผาก หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรบในตอนที่เธอเอื้อมมือล้วงเข้าไปในกระเป๋านักเรียนของบาคุโก

 

เพียงเท่านี้ล่ะ...ชีวิตอันสงบสุขของเธอก็จะได้ดำเนินต่อไปโดยไม่มีบาคุโก คัตสึกิเข้ามาทำลายมัน

 

พลั่ก!

 

เสียงเปิดประตูดังลั่นทำให้อายาเมะชะงักมือไป

 

ดวงตาสีน้ำทะเลตวัดขึ้นไปมองที่ต้นเสียงทันที ก่อนที่มันจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้อง มือของเธอแข็งค้างอยู่ที่เดิมเหมือนกับขาทั้งสองข้างที่พลันรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

หัวใจที่เธอคิดว่าเต้นเร็วแล้วเมื่อครู่นี้ก็ยังเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมได้อีกจนราวกับว่ามันจะกระเด็นออกมานอกหน้าอก

 

ดวงตาสีแดงสดที่หรี่มองเธอจากหน้าประตูห้องกับมุมปากที่ตกลง และออร่าความเกรี้ยวกราดที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจนทำให้อายาเมะพลันรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาทั้งที่ไม่มีน้ำตาสักหยดเดียว

 

อายาเมะขอยืนยันคำพูดเดิมว่าเธอเป็นคนที่มีดวงเลวร้ายมากเกินมนุษย์ปกติธรรมดาจริงๆ

 

จากคนทั้งหมดทั้งมวลที่จะมาจับเธอได้ กลับเป็นผู้ชายคนนี้ที่มาเห็นตอนที่เธอกำลังรื้อกระเป๋าของเขาพอดี

 

เธอถูกบาคุโก คัตสึกิเจอตัวเข้า...ตอนที่กำลังจะขโมยของจากกระเป๋าของเขาเอง

 

_____________________________

มาแถมให้อีกค่ะ สัปดาห์นี้ท็อปฟอร์ม! แต่สัปดาห์หน้าจะอัพช้าลงนะคะ เราจะสอบแล้วอะ 55555

ขอบคุณไลค์และเม้นท์ของทุกคนมากเลยนะคะ

คัตอาจจะดูโหดไปบ้าง แต่ก็ตามสไตล์คนแปลกหน้าเนอะ 55555 เราเพิ่งมาสังเกตล่ะค่ะว่าฟิคคัตส่วนใหญ่ที่เราเคยเห็นมักจะคบกันมาก่อนแล้ว หรือไม่ก็เป็นเพื่อนสมัยเด็ก ส่วนของเรานี่มาเจอคัตใหม่ในยุคแห่งความเกรี้ยวกราดเลย 5555555

เป็นการเดินทางอันยาวนานแน่นอนค่ะ หวังว่าจะตามไปด้วยกันจนสุดปลายทางนะคะ

ไว้เจอกันวันพรุ่งนี้ค่ะ

ปล. ส.-อา.งดอัพนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 339 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,353 ความคิดเห็น

  1. #715 lcandyl (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 17:37
    โอ้ยยย น้องสงสารเหลือเกิน5555 ไปทําบุญบ้างนะลูก5555
    #715
    0
  2. #335 knunkim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 04:43
    ดวงของน้องอายาเมะนี่มันซวยยิ่งกว่าดวงกดกาชาเกลือของเราอีก5555
    #335
    0
  3. #73 lamb_san (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 23:16
    อ๋าาาาาาาา ดวงน้องคือเหมาะกับการไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ ไถ่ชีวิตโคกระบือมากค่ะหนูลูก5555555
    #73
    0
  4. #61 Atanasia11 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 03:11
    โอ้ยยย มาถูกจังหวะม๊าก!!//คนอ่านลุ้นตัวเเทบเกร็งเเทนน้องไปเเล้ววววว
    #61
    0
  5. #48 Pimza07 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 02:57

    งุ้ยยย ชอบคาร์บาคุโกฟิคนี้มากอะ//ถึงจะโคตรดูเป็นมนุษย์เมนตลอดเวลาก็เถอะ5555// ฟิคนี้มีความแตกต่างจากเรื่องอื่นหลายๆเรื่องอย่างที่ไรต์ยกมาว่าส่วนใหญ่จะเป็นบทocที่ทำให้ตลค.รู้จักกันมาก่อนหรือไม่ก็หลุดเข้ามาในโลกการ์ตูน แต่ไรต์ได้สร้างตลค.ocที่แตกต่างและดำเนินเรื่องในช่วงที่แตกต่าง มันเลยทำให้นิยายของไรต์มีความน่าสนใจและหน้าติดตามมากกว่าเรื่องไหนในแนวแฟนฟิคคู่ocกับบาคุโกมากๆ(สำหรับรีดเดอร์คนนี้อะนะ55) ก็นั้นแหละเราอ่านฟิคของคุณไรจ์ทุกเรื่อง แม้ว่าจะไม่ได้เม้นท์ทุกตอนหรือทุกเรื่อง แต่นิยายของไรต์มันมีความเป็นไรต์สูงมาก ทั้งการดำเนินเรื่องแนวเรื่องการตีความนิสัยตลค.และอื่นๆ ประทับใจมากๆค่ะ/// สุดท้ายนี้วงวารนางเอกของเรื่องจริงๆ555555
    #48
    0
  6. #47 IPOR1998 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 21:55

    ตบเด็กเตะหมาท้าผู้หญิงต่อยถีบคนแก่รังแกคนท้อง นั่นล่ะครับท่านผู้ชม คัตสึกิ บาคุโก

    #47
    0
  7. #46 Bao_Bao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 21:42

    ในหัวมีแต่คำว่า อิ๊บอ๋าย โอ้ยยยยน้องงงง วงวารรรร55555+ คัตสึอ่อนโยนกะน้องหน่อยนะ5555+
    #46
    0
  8. #45 nefalibata (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 18:08
    แงถึงจะบอกว่านังคัตโหดแต่ส่วนตัวก็ชอบที่เป็นแบบนี้น้า สมกับเป็นคัตจังดี ชอบมั่กกก ชอบทุกอย่างในเรื่องเลนแอแง สู้ๆนะค้าาา
    #45
    0
  9. #44 LucyTaylor (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 17:26
    เอาแล้ววว รอลุ้นต่อเลยล่ะค่ะ!
    #44
    0
  10. วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 17:23
    คิดสภาพไม่ออกว่าจะไปสนิทกันได้อีท่าไหน555555555
    #43
    0
  11. #42 RoseThorns (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 17:19
    น้องงงงงงงงง55555 คัตจังอย่าโหดร้ายกะน้อง
    #42
    0
  12. #41 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 16:59
    คัตจังอย่าโหดร้ายกับน้องน้า
    #41
    0
  13. #40 นินจาแมว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 16:48
    คาร์ไม่หลุดเลย แต่งเก่งมากค่ะ;-; คัตจังก็ยังคงเป็นคัตจังง
    #40
    0
  14. #39 Vela03 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 16:07
    สงสารน้อง!!! ชอบมากเลยค่า
    #39
    0