Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 41 : Aria 36 : Ayame, breathe.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 437 ครั้ง
    31 ม.ค. 64

Aria 36

Ayame, breathe.


“ยังไงฉันก็ไม่อยากให้เธอไปอยู่ดี” ซาโยริบ่นเป็นรอบที่นับไม่ถ้วนระหว่างที่พวกเธอเดินลงมาจากหอพักด้วยกัน


อายาเมะหันไปมองเพื่อนของเธอ ก่อนจะตอบเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนเช่นกันว่า “ซาโยริรู้ใช่มั้ยว่าเหตุผลของเธอมันฟังดูประหลาดสุดๆ เลยนะ”


ซาโยริถลึงตามองกลับมาในทันที


“ดูจากดวงของเธอกับบาคุโกแล้ว ฉันว่ามันมีเหตุผลสุดๆ เลยต่างหาก บนภูเขาอาจจะมีวิลเลินอยู่ก็ได้!”


“วิลเลินจะไปทำอะไรบนภูเขาตอนหน้าหนาวกัน”


“ถ้าอย่างนั้นบนภูเขาอาจจะมีสัตว์ร้าย หรือพวกเธออาจจะหลงทาง หรือ…”


“ฉันไปกับบาคุโกนะ จะหลงทางได้ยังไง”


“ก็เพราะไปกับไอ้หมอนั่นแหละถึงได้น่าเป็นห่วงสุดๆ เลย!”


ยิ่งพูดไป ซาโยริก็ยิ่งรู้สึกว่าการที่โชคชะตานำพาคนที่มีดวงดึงดูดวิลเลินกับคนที่มีดวงดึงดูดคนประหลาดๆ มาอยู่ด้วยกันต่างหากที่ไม่สมเหตุสมผล


หรือบางทีการที่บาคุโกวนเวียนมาเจอเพื่อนของเธอก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของดวงประหลาดๆ ของอายาเมะเหมือนกัน


“ไม่มีอะไรหรอกน่า ซาโยริคิดมากไปแล้ว”


ซาโยริหรี่ตามองเธอขณะที่กำลังเปิดประตูหอพักเดินออกมาข้างนอก ก่อนจะพูดว่า “หิมะถล่ม”


อายาเมะเกือบจะสะดุดเท้าตัวเอง


“หิมะถล่ม!?” เธอพูดทวนอีกรอบ ดวงตาสีน้ำทะเลตวัดไปมองเพื่อนสนิทด้านข้าง “นี่เพิ่งต้นฤดูหนาวเองนะ หิมะยังไม่ตกด้วยซ้ำ”


ถึงคำโต้แย้งของอายาเมะจะฟังดูมีเหตุผล แต่ซาโยริก็ยังคงทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างไม่สบายใจอยู่ดี


“ไม่เป็นไรหรอกซาโยริ ฉันไปกับบาคุโกนะ”


น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นทำให้ซาโยริได้แต่ถอนหายใจ และแม้แต่เธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้


เหตุการณ์เมื่อครั้งก่อนก็เป็นข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุดแล้วว่าบาคุโกจะดูแลเพื่อนของเธอไม่ให้เจออันตรายอะไรอย่างแน่นอน


สุดท้ายแล้วซาโยริจึงทำได้แค่หยุดยืนกอดอกตรงประตูหอแล้วพูดว่า “ดูแลตัวเองด้วยก็แล้วกัน”


“อึ้ม!” อายาเมะรับคำเสร็จก็โบกมือลาเพื่อนสนิทของเธอ ก่อนจะเดินตรงไปหาคนที่ยืนรอเธออยู่ที่ใต้ต้นไม้หน้าหอพัก 1-C


ทันทีที่เดินเข้าไปถึงตัวเขา อายาเมะก็อมยิ้มชอบอกชอบใจ


“อ๊ะ เดาใจบาคุโกถูกด้วยล่ะ”


“หา?”


อายาเมะชี้ไปยังเสื้อคลุมกับกางเกงแบบออลแบล็คของบาคุโกแล้วสลับมาชี้ชุดปีนเขาสีเดียวกันของตัวเอง


เกือบจะเหมือนชุดคู่เลย ต่างกันแค่กระเป๋าของเธอเป็นสีชมพูส่วนของบาคุโกเป็นสีส้มเท่านั้นเอง


“งี่เง่า”


แน่นอนว่าคำต่อว่าแค่นั้นไม่สามารถทำอะไรอายาเมะได้ เด็กสาวจึงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีในขณะที่เดินตามบาคุโกไปทางประตูโรงเรียน


ตอนที่พวกเขาไปถึงสถานีรถไฟก็เป็นเวลาสิบโมงกว่าแล้ว


ยังพอมีเวลาก่อนรถไฟเที่ยวต่อไปจะออก


อายาเมะคิดจะไปเดินดูร้านขนมสำหรับคนไดเอท แต่กลับโดนบาคุโกลากไปอีกทาง


พวกเขามาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเบนโตะที่ทำขายแบบวันต่อวัน


บาคุโกไม่ได้พูดอะไรขณะที่เดินนำเข้าไปในร้าน แต่ดวงตาสีแดงที่ตวัดมามองก็แทบจะออกคำสั่งให้เธอรีบๆ เดินตามมา


สุดท้ายแล้ว อายาเมะก็ได้ข้าวกล่องไซส์กลางมากล่องหนึ่ง


แต่ก็ยังอยากกินขนมอยู่ดี…


เด็กสาวดึงเสื้อกันหนาวของคนด้านข้าง ก่อนจะพูดชวนว่า “ไปร้านขนมกัน ยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อย”


บาคุโกมีสีหน้าราวกับพูดออกมาว่า ‘อยากทำอะไรก็ทำ’ ในขณะที่ลากเท้าตามอายาเมะเข้าไปในร้าน


เด็กสาวเดินไปตามแต่ละชั้น มองซ้ายขวาหาขนมที่อยากกิน ก่อนจะได้กราโนล่าอัลมอนด์บัตเตอร์ติดมือกลับมา


ตอนที่ออกมาจากร้าน รถไฟก็กำลังวิ่งมาที่ชานชะลาพอดี เธอจึงรีบกระตุกแขนเสื้อของบาคุโกแล้ววิ่งไปที่ชานชาลา


“มาเร็ว!”


บาคุโกขมวดคิ้ว นิสัยไม่ชอบให้ใครมาสั่งทำให้เขาตั้งใจจะสวนกลับไป


แต่ประโยคที่เขามักจะใช้โวยวายอย่าง ‘อย่ามาสั่งฉันนะโว้ย!’ ก็ติดอยู่ในคออย่างที่ไม่สามารถพูดออกไปได้พอมองยัยกระต่ายกระโดดดึ๋งๆ ด้วยความตื่นเต้น


เสี้ยวหน้าเอ๋อๆ ที่หันมามองนั่นทำให้เขาด่าไม่ลง


เออ...ช่างแม่ง


บาคุโกเอาสองมือล้วงกระเป๋า ก่อนจะเดินตามอายาเมะไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไร


ช่วงแรกที่ขึ้นรถไฟ มีคนอยู่มากพอสมควร ถึงจะเป็นวันหยุดแต่เพราะมาใช้บริการที่สถานีในตัวเมืองทำให้ในขบวนรถไฟแน่นขนัด


พวกเขาลงที่สถานีหนึ่งในโตเกียว เปลี่ยนสายรถไฟเป็นสายฮาโกเนะโทซานเพื่อจะมุ่งหน้าไปยังภูเขาคินโทะกิ


พอเปลี่ยนสายรถไฟแล้ว ปริมาณคนก็ลดลงอย่างชัดเจน


อายาเมะขึ้นไปบนรถไฟแล้วก็มองซ้ายขวาหาที่นั่งทันที ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดมองรอบๆ ก่อนจะสะดุดเข้ากับที่ว่างสองที่ริมหน้าต่างทางขวา


เด็กสาวกระตุกแขนเสื้อบาคุโกอีกครั้งดึงให้เขาเดินตามเธอไปที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว


การเดินทางไปภูเขาคินโทะกิใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง


พออายาเมะจัดที่วางกระเป๋าได้เรียบร้อยแล้ว เธอก็เอนหัวพิงกระจก มองดูวิวข้างนอกขณะที่รถไฟเคลื่อนไปข้างหน้า


ทิวทัศน์ภายนอกที่เริ่มกลายเป็นทุ่งสีเขียวกับบ้านหลังเล็กๆ เรียงรายกันทำให้เธอเริ่มรู้สึกเบื่อ สักพักเธอก็หันกลับมามองคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง


บาคุโกกำลังนั่งกอดอกหลับตาอยู่ คิ้วที่ขมวดอยู่เป็นประจำคลายออก ถึงมุมปากจะตกลงอย่างบึ้งตึงเหมือนเคย แต่สีหน้าของเขาในตอนนี้ก็ยังดูผ่อนคลายกว่าปกติมาก


หลับไปแล้วเหรอ…


ถึงจะนึกอยากจิ้มแก้มนั่นดูสักครั้ง แต่อายาเมะก็รู้สึกว่าเธอไม่ควรหาเรื่องตายก่อนวัยอันควร ดังนั้นเด็กสาวจึงเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเริ่มเขียนเพลงแทน


อายาเมะไม่ได้อัพโหลดเพลงใหม่ในแชนเนิลมาสักพักแล้ว ดังนั้นเพลงนี้เธอจึงตั้งใจจะทำให้มันพิเศษสักหน่อย


เป็นของขวัญคริสต์มาสแด่แฟนๆ ของไอริส


เด็กสาวใช้สมาธิจดจ่อกับการแต่งทำนองแบคกราวน์ในแอพพลิเคชันสำหรับเล่นดนตรี อายาเมะกดเปียโนบนหน้าจอเพื่อเปลี่ยนโน๊ตไปเรื่อยๆ กว่าจะได้ท่อนแรกที่พอใจพวกเธอก็อยู่ไม่ไกลจากสถานีปลายทางแล้ว


บาคุโกตื่นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แต่ดวงตาที่ฉายแววสนใจอย่างหาได้ยากทำให้อายาเมะหลุดหัวเราะออกมา


เขาขมวดคิ้วใส่เธอทันที


“มีปัญหาอะไร”


“เปล่าสักหน่อย ลองฟังมั้ย แต่ยังแต่งไม่เสร็จนะ”


อายาเมะยื่นหูฟังข้างหนึ่งให้เขา ในตอนแรกบาคุโกนั่งมองเฉยๆ ดวงตาสีแดงเพ่งมองดูหูฟังในมือของเธอโดยที่ยังไม่ได้ขยับมือออกมา


แต่เด็กสาวก็ยังคงยื่นหูฟังค้างไว้อย่างนั้น


บาคุโกมองดูดวงตากลมโตที่จ้องมองมาแล้วก็พ่นลมหายใจออก ก่อนจะคว้าหูฟังมาใส่ในที่สุด


พอเห็นเขาใส่หูฟังเรียบร้อยแล้ว อายาเมะจึงกดเล่นเพลงแล้วหลับตาลง นิ้วมือเคาะลงบนที่วางแขนอย่างคนกำลังใช้ความคิด


เธอพอจะคิดทำนองท่อนต่อไปออกแล้วแต่ยังหาวิธีเชื่อมให้ลื่นไหลไม่ได้สักที


ต้องเชื่อมด้วย เชื่อมด้วย...


ในตอนนั้นเองที่คนข้างตัวพูดขึ้นมา


“ปรับคีย์ท่อนนี้ลง”


อายาเมะกะพริบตาปริบๆ หันหน้าไปมองบาคุโกที่มองออกไปทางอื่นราวกับไม่ได้ใส่ใจ


เหมือนคำพูดนั้นเป็นเพียงคำชี้แนะลอยๆ จะฟังหรือไม่ฟังก็เรื่องของเธอ


เด็กสาวพยายามเม้มปากกลั้นรอยยิ้ม แม้ว่ามุมปากของเธอจะยังยกขึ้นอยู่ก็ตาม


เธออาจจะเคยส่งเพลงให้บาคุโกฟังก่อนจะอัพเดทลงแชนเนิล แต่ก็ไม่ได้คาดหวังคำชมหรือคำแนะนำอะไรเป็นพิเศษ


แต่การที่เขาแสดงความคิดเห็นขึ้นมาแบบนี้ แปลว่าบาคุโกไม่ได้แค่ฟังเฉยๆ


เขาฟังอย่างตั้งใจเลยล่ะ


“บาคุโก”


ดวงตาสีแดงตวัดมามองเธอราวกับกำลังถามว่ามีปัญหาอะไร


“อยากดูทำนองที่เขียนไว้คร่าวๆ ที่เหลือมั้ย”


บาคุโกเชิดหน้าขึ้น


“ส่งมา”


การเดินทางหลังจากนั้นของพวกเขาเต็มไปด้วยเสียงเพลงและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปตลอดทาง


_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_


พวกเขามายืนอยู่ตรงหน้าภูเขาคินโทะกิตอนเวลาเกือบเที่ยง


บรรยากาศของป่าบนภูเขาตรงหน้าดูไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แสงอาทิตย์ที่ส่องอยู่กลางหัวทำให้ความหนาวเย็นลดลงไปมาก แต่คงเพราะเป็นช่วงฤดูหนาว ทำให้เธอเห็นหมอกจางๆ ทั่วไปหมดจนถึงยอดเขา


อายาเมะดูนาฬิกาสลับกับแผนที่แล้วคิดคำนวณในใจ


ด้วยความเร็วการเดินของเธอ อาจจะขึ้นไปถึงยอดเขาก่อนเวลาพระอาทิตย์ตกดินสักพักหนึ่ง แล้วยังเผื่อเวลาเดินกลับลงมาได้ก่อนจะมืดเกินไป


เด็กสาวพยายามเอียงแผนที่ไปมาเพื่อเปรียบเทียบเส้นทาง แต่ยังไม่ทันจะได้มุมที่ต้องการ แผนที่ก็ถูกดึงออกไปจากมือของเธอเสียแล้ว


“อ๊ะ! เดี๋ยวสิ บาคุโก!”


“ดูไปก็เท่านั้น เดินตามมาให้ทันเหอะว่ะ”


บาคุโกออกเดินนำไปก่อนทำให้อายาเมะต้องรีบก้าวตามไปอย่างช่วยไม่ได้


ทางเดินขึ้นเขาช่วงเริ่มต้นเป็นบันไดขั้นเตี้ยๆ ที่พาเดินนำเข้าไปในป่า ถึงจะไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนื่อย แต่อายาเมะก็มองซ้ายขวาสลับกับมองบันไดด้วยความไม่คุ้นชิน


รอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยต้นไม้สูงชะลูดจนเหมือนกับหลุดเข้ามาในหนังแวมไพร์สักเรื่อง รวมกับหมอกจางๆ แล้วยิ่งให้บรรยากาศลึกลับแบบแปลกๆ


ยิ่งเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ อากาศก็ยิ่งเย็นลง ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายจริงจังเท่าไรกลับรู้สึกร้อนจนต้องถอดเสื้อคลุมมาผูกเอวเอาไว้แทน


อายาเมะไม่เคยปีนเขา มันไม่ใช่กิจกรรมยามว่างของครอบครัวเธอ


แต่บาคุโกกลับดูคุ้นเคยและคล่องแคล่วกว่ามาก


เขามากับครอบครัวบ่อยรึเปล่านะ?


“บาคุโกปีนเขาบ่อยเหรอ?”


“เออ”


“มิทสึกิซังก็ชอบปีนเขาเหรอ”


มีแต่ความเงียบตอบกลับมา อายาเมะรอจนกระทั่งเธอปีนผ่านทางเดินตรงที่ชันขึ้นมาเป็นพิเศษได้ก่อนแล้ว จึงค่อยชวนคุยต่อ


“บ้านฉันไม่ค่อยได้ทำอะไรแอดเวนเจอร์เท่าไหร่ คุณแม่ชอบไปเที่ยวแบบสบายๆ มากกว่า”


ดวงตาสีแดงดุๆ คู่นั้นตวัดกลับมามองเธอที่ด้านหลังชั่วแวบหนึ่งในตอนที่พวกเขาเดินผ่านทางเดินลาดชัน


ถึงได้อ่อนแอแบบพวกตัวประกอบแบบนี้ไงวะ


บาคุโกคิดขณะที่จ้องมองกระต่ายที่พยายามปีนหินขึ้นมาอย่างทุลักทุเล


ใบหน้าของอายาเมะมีแววยุ่งยากใจปนหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย


เป็นสีหน้าของคนที่เริ่มเหนื่อยจนพาลอารมณ์เสีย


ยุ่งยากเป็นบ้า


บาคุโกเอื้อมมือไปดึงแขนของอายาเมะจนตัวของเธอลอยหวือขึ้นมาในคราวเดียว


รอจนกระทั่งเด็กสาวยืนอย่างมั่นคงแล้ว บาคุโกก็ผลักเธอให้เข้าไปนั่งพักบนหินก้อนใหญ่ๆ อีกก้อนหนึ่ง


“ดื่มน้ำ”


ไม่ต้องรอให้บาคุโกพูดซ้ำ อายาเมะก็หยิบขวดน้ำในกระเป๋าขึ้นมาดื่มทันที


“อีกห้าร้อยเมตรจะถึงจุดชมวิว” บาคุโกพูดขณะที่เขายืนดูแผนที่รอให้เธอกินน้ำเสร็จ


มันคงเป็นคำให้กำลังใจในแบบของเขานั่นล่ะ


จุดชมวิวอยู่อีกไม่ไกลมากแล้ว ตรงนั้นน่าจะมีที่นั่งพักที่ดีกว่านี้


อายาเมะหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง ก่อนจะยันตัวกับหินแล้วลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เธอส่งยิ้มไปให้ในตอนที่เห็นดวงตาสีแดงตวัดมามอง


“ไปกันต่อเถอะ”


ถึงจะยังรู้สึกเหนื่อยอยู่ แต่ความคิดที่ว่าจะอีกไม่ไกลก็จะได้พักแล้วก็ทำให้เด็กสาวเดินตรงไปข้างหน้าต่อไป


_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_


นี่มันเป็นวงจรนรกชัดๆ


อายาเมะคิดแล้วก็น้ำตาไหลนองหน้าอยู่ในใจ


พอเดินสักพักเธอก็จะเหนื่อย พอเหนื่อยก็จะถูกบาคุโกจับนั่ง นั่งได้สักพักก็เดินต่อไปจนถึงจุดชมวิวหรือจุดแวะพัก และพอพักได้สักพักก็ลุกเดินต่อ


ถ้ารอดกลับจากภูเขานี่ไปได้ อายาเมะสัญญากับตัวเองเลยว่าเธอจะไปออกกำลังกายอย่างจริงจังสักที


พระอาทิตย์ที่เคยลอยอยู่เหนือหัวเคลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ จนใกล้จะชนริมขอบฟ้าในไม่ช้า อากาศที่เคยเย็นแบบกำลังพอดีก็เริ่มจะหนาวมากขึ้นจนอายาเมะต้องสวมเสื้อกันหนาวอีกครั้ง


อาการปวดขาที่เหมือนจะหายดีแล้วพลันกลับมาเล่นงานเธออีกรอบ แต่จากประสบการณ์เดิมก็ทำให้อายาเมะรู้ว่าพรุ่งนี้มันจะปวดหนักกว่านี้อีกมาก


ความอ่อนล้าจากการเดินขึ้นเขาต่อกันมาเกือบสามชั่วโมงแล้วทำให้อายาเมะทั้งเหนื่อยทั้งหงุดหงิด ใจหนึ่งก็อยากจะรีบเดินๆ ขึ้นไปให้ถึงยอดเขา แต่อีกใจก็อยากจะนั่งพักโง่ๆ อยู่เฉยๆ แล้ว


ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องมองคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้าเธอด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย ทั้งที่บาคุโกเดินนำเธอมาตลอดทางแต่กลับดูไม่เหนื่อยขึ้นเลยสักนิด


ท่าทางของเขาดูเหมือนคนที่เดินเล่นในสวนหลังบ้านมากกว่ามาปีนเขา


เห็นแบบนั้นแล้วเด็กสาวก็เม้มปากสะกดกลั้นคำบ่นเอาไว้ ก่อนจะลากเท้าตัวเองเหยียบขึ้นไปบนหินก้อนถัดไป


ทุกย่างก้าวที่เดินไปข้างหน้าเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวต่ำลงทีละนิดบ่งบอกว่าใกล้ช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน


ถึงจะไม่ต้องดูแผนที่ แต่แค่เงยหน้ามองขึ้นไปยอดเขา อายาเมะก็รู้สึกได้แล้วว่าถ้ายังเดินด้วยความเร็วเท่านี้เธอคงเดินไปไม่ทันพระอาทิตย์ตกแน่


ความคิดนั้นทำให้อายาเมะหยุดเดิน ก่อนจะเงยหน้ามองบาคุโกที่กำลังเดินขึ้นบันไดชันๆ


“บาคุโก”


เสียงเรียกชื่อเขาทำให้เด็กหนุ่มหันกลับมามองพลางเลิกคิ้ว


“นายจะเดินขึ้นไปก่อนเลยก็ได้นะ ถ้ามัวแต่รอฉันคงไม่ทันพระอาทิตย์ตกแน่ๆ”


บาคุโกพ่นลมหายใจออกเสียงดัง เขาหลุบลงมองเธอจากบนบันไดขณะที่ถามว่า “หมดแรงแล้ว?”


“แค่ยกขาก็ปวดแล้วอะ”


คำตอบกึ่งบ่นเจือด้วยน้ำเสียงงอแงอย่างที่อายาเมะอดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่


เธอไม่ได้อยากจะงอแงใส่บาคุโกสักนิดเพราะนอกจากเขาจะไม่โอ๋แล้วยังอาจจะระเบิดกลับมามากกว่า


แต่ตอนนี้มันเกินไป เธอฝืนสังขารตัวเองมากเกินไปแล้ว


นั่งโง่ๆ แล้วกลิ้งลงเขาให้จบๆ ไปเลยได้มั้ยนะ…


พอคิดจะทำแล้วอายาเมะก็ทิ้งตัวนั่งแหมะบนก้อนหินเหมือนเป็นมาร์ชโมลโลที่ละลายติดกับบิสกิตจริงๆ


เอเนอร์จี้บาร์กับเบนโตะที่กินไปบนรถไฟเหมือนจะถูกเผาผลาญไปหมดแล้ว ขาของเธอยังจะไปเอาพลังงานมาจากที่ไหนอีก


อยากแปลงร่างเป็นสไลม์แล้วไหลขึ้นไปชะมัด


หรือจริงๆ แล้วทำตัวให้หดเล็กลงแล้วแอบเกาะบาคุโกไปจะง่ายกว่านะ?


เธอคงจะเหนื่อยจนเพี้ยนไปแล้วจริงๆ ถึงได้มานั่งคิดอะไรไร้สาระได้เป็นจริงเป็นจังขนาดนี้


บาคุโกมองท่าทางหมดอาลัยตายอยากนั่นอยู่พักหนึ่งก่อนจะหมุนตัวกลับไปในทางที่เดินผ่านมา


“นายจะไปไหนน่ะ”


“กลับ”


“…”


เขาล้อเธอเล่นใช่มั้ยนะ


“กลับ? หมายถึงกลับลงไปข้างล่างเหรอ”


ไม่ต้องให้เขาหันมาด่า อายาเมะก็รู้ตัวแล้วล่ะว่าคำถามเมื่อกี้มันงี่เง่าไปหน่อยจริงๆ เธอจึงรีบถามต่อว่า “แล้วที่จะไปยอดเขาล่ะ?”


“ดูสภาพตัวเองก่อนเหอะ”


นี่สภาพเธอมันดูไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ…


อายาเมะพลันรู้สึกว่ามือของเธอกระตุกนิดๆ ด้วยความอยากจะหยิบกระจกพกในกระเป๋าขึ้นมาดู


แต่ยังไม่ทันจะได้ทำ บาคุโกก็ทำท่าเหมือนจะเดินกลับไปตามทางเดินลงเขาเข้าจริงๆ


“เดี๋ยวสิ! ทำไมยอมแพ้ง่ายนักล่ะ!?”


“พูดถึงตัวเองอยู่เหรอวะ”


“ใครบอกว่าฉันยอมแพ้ แค่งอแงนิดเดียวเอง!”


เจ้าคนไม่ละเอียดอ่อนเอ๊ย!


ปกติพองอแงแล้วก็ต้องโอ๋ก่อนไม่ใช่หรือไง? ให้กำลังใจกันสักนิดก็ยังดี!


คิดว่าเดินมาถึงขนาดนี้แล้ว ขากลับมันจะเดินไม่เหนื่อยหรือไง แถมยังเหนื่อยฟรีอีกต่างหาก


เห็นขาที่ปวดสุดๆ นั่นมั้ย อย่ามาล้อเล่นกับคนที่ซัฟเฟอร์จากการไฮกิ้งนะ!?


อายาเมะกระฟัดกระเฟียดกับตัวเองอยู่ในใจ แต่พอโวยวายอยู่ข้างในหัวเสร็จแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว


ช่างเถอะ เธอคงหวังมากไป นี่บาคุโกนี่นา


อายาเมะสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะรวบรวมแรงยืนขึ้นมา


“ไปต่อเถอะ”


“หา?” บาคุโกหันกลับมามองเธอเหมือนมองสิ่งมีชีวิตประหลาด แต่อายาเมะก็กระชับสายสะพายกระเป๋า ท่าทางพร้อมจะเดินไปต่อแล้ว


“ไปต่อ!” เธอพูดอย่างหนักแน่น แล้วก็เดินย่ำขึ้นบันไดไป ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าคนที่ถือแผนที่ยังอยู่ข้างหลัง


จะหลงก็ช่างมันเถอะ แต่วันนี้ต้องถึงยอด!


อายาเมะบอกตัวเองในใจขณะที่เดินย่ำขึ้นไปตามขั้นบันไดสูงชัน


น่าเสียดายที่พลังกายของเธอไม่อาจเทียบพลังใจได้จริงๆ


พอเดินต่อไปได้อีกพักหนึ่ง อายาเมะก็เริ่มเหนื่อยหอบอีกรอบ ก้าวเดินที่เหยียบขึ้นไปบนหินที่อยู่สูงขึ้นไปหยุดชะงักค้างไว้ในตอนที่เธอหยุดยืนเพื่อจะพักหายใจ


เป็นตอนนั้นเองที่เด็กสาวพลันรู้สึกว่าน้ำหนักของกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่นั้นหายไป


อายาเมะหันไปมองข้างหลังในทันที


คนที่ยืนอยู่ใกล้กว่าที่เด็กสาวคิดทำให้เธอเกือบสะดุดขาตัวเองหากไม่ใช่เพราะรีบก้าวเท้าออกไปยันไว้ก่อน


บาคุโกเดินตามเธอมาแบบติดๆ มือข้างหนึ่งของเขายกกระเป๋าเป้ด้านหลังของเธอเอาไว้ ทำให้อายาเมะรู้สึกเหมือนกำลังเดินตัวเปล่า


เขายืนพักขาสบายๆ ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนราวกับว่ากำลังรอให้เธอหายเหนื่อยจะได้เดินต่อ


ความใจดีเล็กๆ น้อยๆ ทำให้แรงใจของเธอกลับมาได้อย่างน่าอัศจรรย์


อายาเมะกระชับสายสะพายเป้ ก่อนจะเริ่มเดินต่อในที่สุด


ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงในตอนที่เธอคลานขึ้นมาถึงยอดบนสุดพอดี


ในชั่วแวบแรก เธอรู้สึกเหนื่อยจนไม่มีอารมณ์จะทำอะไรนอกจากหาก้อนหินสักก้อนนั่งพักหายใจแล้วหยิบขวดน้ำขึ้นดื่ม


อายาเมะหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าขึ้นมาซับเหงื่อ ทั้งที่อากาศบนยอดเขาค่อนข้างเย็น แต่เธอก็ยังมีเหงื่อออกท่วมอยู่ดี


แต่ก็มาถึงยอดเขาแล้วในที่สุด


มาถึงยอดเขาจนได้!


อายาเมะอยากจะจุดพลุฉลองในใจแล้วก็ตบบ่าตัวเองแรงๆ อีกสองสามที


เก่งมากอายาเมะ


เธอนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้ลมเย็นบนยอดเขาพัดผ่านร่างกายเอาความเหนื่อยล้าออกไป ก่อนที่ดวงตาสีน้ำทะเลจะลืมขึ้นอีกครั้ง


และภาพที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นทำให้อายาเมะรู้สึกว่าเธอตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ ที่ตั้งใจเดินมาต่อจนถึงยอดเขาจนได้


ลมเย็นสดชื่นไม่มีกลิ่นอายของมลพิษเหมือนอย่างในตัวเมืองปนเปื้อนมา ท้องฟ้ากระจ่างใสไร้ก้อนเมฆทำให้เห็นสีไล่ระดับที่สวยงามของมันได้อย่างชัดเจน


ตรงหน้าเธอเป็นภาพของภูเขาฟูจิที่ตั้งตระหง่านอยู่ราวกับว่ามันอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนี่เอง พระอาทิตย์ยามเย็นกำลังแตะอยู่ที่ริมขอบฟ้าทำให้ท้องฟ้าเป็นสีส้มไล่ไปจนเป็นสีฟ้าหม่นทางด้านบนเป็นพื้นหลังที่ทำให้ทิวทัศน์เบื้องหน้าดูลงตัว


ภาพบรรยากาศที่งดงามตรงหน้าทำให้อายาเมะรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันที่ผ่านมาก็คุ้มค่าอยู่เหมือนกัน


ชักจะเริ่มเข้าใจขึ้นมานิดหน่อยแล้วว่าทำไมบาคุโกถึงได้ชอบปีนเขานัก


เธอนั่งอยู่บนก้อนหินใหญ่นั่น มองดูวิวตรงหน้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเหลือบไปมองคนที่ยืนเงียบๆ อยู่ข้างเธอมาสักพักแล้ว


บาคุโกกำลังยืนล้วงกระเป๋าอยู่ข้างเธอ ดวงตาสีแดงจับจ้องไปยังพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน


สีหน้าของเขาดูผ่อนคลายกว่าปกติ ไม่รู้เพราะว่าพวกเขามาถึงจุดหมายปลายทางจนได้ หรือเพราะแสงสีส้มทำให้ใบหน้าของเขาดูอ่อนลงกันแน่


นอกจากท้องฟ้ายามเย็นที่สวยงามนั่นแล้ว...การที่ได้มายืนอยู่กับบาคุโกที่ตรงนี้เองก็ให้ความรู้สึกคุ้มค่าอยู่เหมือนกัน


“มาถึงกันจนได้เนอะ”


คำพูดของเธอทำให้ดวงตาสีแดงดุๆ คู่นั้นตวัดมามองเธอแทน เขาแค่นเสียงในลำคอเหมือนเคย ก่อนจะตอบว่า


“ก็เกือบจะได้กลับลงไปตั้งแต่ครึ่งทางล่ะวะ”


อายาเมะมุ่ยหน้ากลับไปในทันที


นี่เพราะมาปีนเขากับบาคุโกหรอกนะ เธอถึงตั้งใจเดินถึงขนาดนี้น่ะ ถ้ามากับอายาโตะเธอคงจะขอกลับลงไปตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางแล้วด้วยซ้ำ


“เดินมาตั้งขนาดนั้นแล้ว ใครจะยอมกลับไปเฉยๆ กันล่ะ ไม่งั้นก็เหนื่อยฟรีน่ะสิ”


เธอพูดเสียงกระเง้ากระงอดนิดๆ ยังไม่ลืมหรอกว่าในช่วงที่อยากให้บาคุโกช่วยโอ๋หรือให้กำลังใจสักหน่อย เขาดันจะพาเธอลงเขาไปเสียอย่างนั้น


เกิดกลับลงเขาไปจริงๆ ความตั้งใจแต่แรกของเธอก็คงจะไม่ได้เป็นจริงแล้ว


“และฉันก็...อยากจะมาดูพระอาทิตย์ตกที่ยอดเขากับบาคุโกด้วย”


ในชั่ววินาทีที่เธอพูดประโยคนั้นออกไป อายาเมะยังไม่ทันได้คิดอะไรมากนัก แต่พอทบทวนในใจแล้วเด็กสาวก็พลันรู้สึกว่ามันออกจะฟังดูออดอ้อนเกินไปหน่อยสำหรับสถานะของเธอกับบาคุโกในตอนนี้


อายาเมะจึงได้แต่ยิ้มเขินๆ กับตัวเองในขณะที่รีบหลบตาบาคุโกเพื่อหันกลับไปมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ทำให้ไม่ทันได้เห็นสีหน้าของคนอีกคนที่หันกลับมามองเธอแทน


ระหว่างพวกเขาเกิดความเงียบอยู่ครู่หนึ่งอย่างที่ทำให้อายาเมะนึกอยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในตอนนี้


จะว่าไป เวลาแบบนี้มันก็ต้องถ่ายรูปเก็บเอาไว้สินะ


“บาคุโก ไหนๆ มาถึงแล้วก็มาถ่ายรูปกันเถอะ!”


เพราะว่ามันจะกลายเป็นรูปคู่ ‘รูปแรก’ อายาเมะจึงตั้งใจหมุนตัวไปมาเพื่อหามุม จัดแสง และหาองค์ประกอบภาพให้ลงตัวมากเป็นพิเศษ


จนกระทั่งพอใจแล้ว เธอจึงกระตุกแขนเสื้อของบาคุโกให้เขามายืนในเฟรมด้วยกัน


ใบหน้าของบาคุโกที่สะท้อนอยู่บนจอของเธอดูไม่ยิ้มแย้ม แต่ก็ไม่ได้บึ้งตึง ซึ่งก็คงเรียกได้ว่าเป็นสีหน้าที่ค่อนข้างดีแล้วสำหรับเขา


แต่นี่มันรูปคู่รูปแรกเชียวนะ เขาจะช่วยทำหน้าให้มันดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง


อายาเมะหันหน้ากลับไปหาเด็กหนุ่มแล้วขมวดคิ้วนิดๆ


“บาคุโก ยิ้มหน่อยสิ”


เขาดูเหมือนกำลังใช้ความคิดอะไรบางอย่างจนอายาเมะต้องเรียกอีกครั้ง


“บาคุโก”


เธอเอียงหน้าเงยขึ้น ดวงตาสีน้ำทะเลกลมโตจ้องมองเขาอย่างงุนงง ในตอนนั้นใบหน้าของเด็กสาวแดงระเรื่อนิดๆ อย่างที่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศหนาวหรือเพราะแสงอาทิตย์ตอนเย็นกันแน่


ในวินาทีนั้น อายาเมะรู้สึกเหมือนว่าเธอเห็นแววตาของบาคุโกเปลี่ยนไปนิดหน่อย


และโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว…


เด็กหนุ่มก็ก้มลงประกบริมฝีปากของพวกเขาอย่างรวดเร็ว


หัวสมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วครู่หนึ่ง


อายาเมะสบตากับดวงตาสีแดงสดคู่นั้นในระยะประชิด ลมหายใจกับไอความร้อนที่คลอเคลียอยู่บนแก้มทำให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว


แต่สัมผัสบนริมฝีปากนั่นต่างหากที่ทำให้เกิดความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นไปทั่วร่างกายของเธอมากที่สุด


จูบ…


บาคุโกกำลังจูบเธอ


ถึงจะได้ข้อสรุปในหัวแล้ว แต่อายาเมะก็ทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งในขณะที่เด็กหนุ่มกดริมฝีปากลงมา ทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเขาลดลงไปยิ่งกว่าเดิม


ความใกล้ชิดทำให้เธอได้กลิ่นหอมหวานจากตัวบาคุโกได้อย่างชัดเจน


กลิ่นคาราเมล…


เป็นกลิ่นที่ไม่น่าจะเข้ากับเขาเลยแท้ๆ แต่กลับทำให้รู้สึกลงตัวอย่างน่าประหลาด


ช่วงเวลาตอนนั้นคงจะผ่านไปแค่ไม่กี่วินาที แต่ในความรู้สึกของอายาเมะแล้วมันกลับให้ความรู้สึกยาวนานเหลือเกิน


กลิ่นคาราเมลค่อยๆ จางลงไปในตอนที่บาคุโกผละออกไปจากเธอ


ถึงจะบอกว่าผละออกไป แต่พวกเขาก็ยังยืนอยู่ใกล้ชิดกันมาจนอายาเมะเห็นดวงตาสีแดงคู่นั้นได้ในระยะประชิด


แววตาไม่คุ้นเคยที่จ้องมองเธอในตอนนั้นทำให้หัวใจของเธอพลันเต้นแรงขึ้นพร้อมกับความรู้สึกร้อนวาบที่แล่นไปทั่วทั้งร่าง


อายาเมะทำได้เพียงแค่ยืนนิ่ง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองคนที่เธอชอบกระตุกยิ้มขึ้นตรงมุมปาก


และเป็นรอยยิ้มนั่นล่ะที่ทำให้สมองของเธอหยุดทำงานไปโดยสมบูรณ์


เหตุการณ์หลังจากนั้นผ่านไปอย่างเลื่อนลอยราวกับว่าเธอติดอยู่ในความฝัน เหมือนกับว่าในหัวของเธอมีม่านหมอกจางๆ ลอยวนเวียนอยู่


อายาเมะสัมผัสได้ว่ามือของบาคุโกเอื้อมมาเกลี่ยผมของเธอไปไว้ด้านหลัง ดวงตาของเขาแฝงแววพอใจในตอนที่รั้งหัวของเธอเข้าไปอีกรอบ


และริมฝีปากของพวกเขาก็ประกบเข้าหากันเป็นครั้งที่สอง


จูบครั้งนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน


ถ้าครั้งที่แล้วคือ ‘การชิม’ เพื่อลองลิ้มรสของขนม ครั้งนี้ก็เป็นการ ‘กลืนกิน’ มันเข้าไปจนหมด


ริมฝีปากของบาคุโกบดเบียดรุกไล่เธอราวกับเป็นสัตว์นักล่าที่กำลังไล่ตามเหยื่ออยู่ มือที่วางอยู่ตรงหลังหัวดันเธอเข้าไปรับสัมผัสนั้นอย่างเอาแต่ใจ


มืออีกข้างของเขาที่เลื่อนไปวางตรงเอวของเธอดึงรั้งร่างกายของพวกเขาให้แนบชิดกันแทบไม่เหลือช่องว่างจนอายาเมะรู้สึกได้ถึงอ้อมกอดอบอุ่นที่เคยสัมผัสมาแล้ว


อ้อมกอดนั้นให้ความรู้สึกอ่อนโยน ต่างจากความรู้สึกเร่าร้อนจากริมฝีปากของเขาที่เหมือนกับจะหลอมเธอให้ละลาย


ทั้งๆ ที่คิดว่ามากกว่านี้คงไม่ไหวแล้ว แต่ในตอนที่บาคุโกตวัดลิ้นมาเลียริมฝีปากของเธอเบาๆ มันกลับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น


ริมฝีปากของเธอถูกบังคับให้เปิดออกพร้อมกับที่ลิ้นของเขารุกล้ำเข้ามา


ในตอนนั้นอายาเมะรู้สึกเหมือนว่าเธอเป็นแค่กระต่ายที่ถูกหมาป่าไล่กลืนกิน


ถูกเขาบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ของเธอโดยที่เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนเฉยๆ คอยรับสัมผัสนั้นด้วยความเต็มใจ จากนั้นเขาก็ถอยออกไป แล้วก็รุกกลับเข้ามาอีกครั้ง วนเวียนอยู่อย่างนั้นเหมือนกับกำลังหยอกล้อเธออยู่


จะถอยหนีก็ไม่ได้ และก็ไม่ปล่อยเธอไปไหน ราวกับว่าเธอเป็นเหยื่อที่อยู่ในอุ้งมือของเขา ถูกกักขังไว้เพื่อจะ ‘ชิม’ อยู่เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ ‘กิน’ เข้าไปสักที


ยั่วเย้าอย่างจงใจแกล้ง…ทำให้รู้สึกดีจนแทบบ้า


ทั้งที่อายาเมะก็ไม่เคยจูบใคร และสมองของเธอก็เหมือนจะหยุดทำงานไปแล้ว แต่ในตอนนั้นร่างกายของเธอก็ขยับไปเองด้วยสัญชาตญาณ


เธอเผยอปากออกจากกันในตอนที่สัมผัสได้ถึงลิ้นของบาคุโกที่ดันเข้ามาอย่างหนักหน่วง ความพึงพอใจที่ฉายชัดในดวงตาสีแดงทำให้เด็กสาวรู้ว่าเธอทำได้ถูกต้องแล้ว


มากกว่านี้อีก...


อยากให้เขาสัมผัสเธอมากยิ่งกว่านี้อีก


แต่เป็นตอนนั้นเองที่บาคุโกผละออกไปจากเธอ


ทั้งที่เขาก็ยังยืนอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายนั้น แต่อายาเมะกลับรู้สึกไม่คุ้นชินกับลมหนาวที่แทรกเข้ามาระหว่างพวกเขาไปเสียแล้ว


เด็กหนุ่มยังคงคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ แตะอยู่บนปากของเธอเบาๆ ก่อนที่จะเข้ามาเม้มลงบนริมฝีปากล่างของเธอราวกับกำลังงับเหยื่อเล่น


“อายาเมะ หายใจ”


เสียงทุ้มต่ำแหบพร่านิดๆ ที่พูดเตือนอยู่ข้างหูทำให้สมองของเธอเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง


หายใจ…?


อ่า...ใช่สิ มนุษย์ต้องหายใจด้วยนี่นะ


สิ่งที่ทำกันอยู่ในทุกนาทีจนไม่จำเป็นต้องให้สมองออกคำสั่งกลายเป็นการกระทำที่ไม่คุ้นเคย


อายาเมะสูดหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่ ลมเย็นที่ผ่านเข้ามาให้ความรู้สึกแตกต่างจากภายในร่างกายที่ร้อนรุ่มไปหมดของเธอ


แต่ยังไม่ทันที่จะได้หายใจอีกครั้ง ลมหายใจของเธอก็สะดุดไปเพราะริมฝีปากที่ประกบเข้ามาอีกรอบ


บาคุโกยังคงไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ


ในตอนที่อายาเมะเผยอปากรับสัมผัสของเขา เธอได้แต่ลืมตาอยู่อย่างนั้น มองดูดวงตาสีแดงของคนตรงหน้าที่ราวกับตรึงสายตาของเธอเอาไว้


ภาพความทรงจำถัดจากนั้นในหัวของเธอเลือนรางมาก


อายาเมะรู้เพียงแค่ว่าเธอเห็นภาพเบลอๆ ของท้องฟ้าสีส้มตอนพระอาทิตย์ตก


ได้กลิ่นจางๆ ของน้ำตาลไหม้


รู้สึกถึงไอร้อนจากลมหายใจที่เป่ารดข้างหู


แล้วก็สัมผัสหนักๆ จากริมฝีปากที่บดเบียดอยู่


เด็กสาวหลับตาลง


ปล่อยให้ตัวเองหลอมละลายในความร้อนแรงที่มีชื่อว่าบาคุโก


__________________________

เดทธรรมดาน่ะ ก็มีได้นะคะทุกคน

แน่นอนว่าในจุดนี้ต้องมีมีมค่ะ

ขอบคุณน้อง Pandora P. ที่ขยันนั่งทำมีมให้ถึงขนาดนี้ค่ะ

ระดับนายคัตสึกิแล้ว รู้ว่าชอบแล้วจะทำอะไรบ้านๆแบบคนอื่นนั้นไม่มีค่ะ จูบแม่มเท่านั้นค่ะ YY

และเป็นชื่อตอนที่คิดง่ายที่สุดตั้งแต่เขียนมาเลยค่ะ

หวังว่าตอนนี้จะพอหล่อเลี้ยงไปจนถึงวันอังคารหน้านะคะ ไว้เจอกันค่ะ

ขอบคุณทุกไลค์ วิว และเม้นท์เหมือนเดิมนะคะ


*สาระน่ารู้ ภูเขาคินโทะกิคือภูเขาที่มีหินที่ถูกผ่าครึ่ง (หินที่เขาแซวกันว่าทันจิโร่ใช้ดาบตัดนั่นล่ะค่ะ) อยู่ค่ะ ตอนแรกเรากับน้อง Pandora P. เล่นมุกประมาณว่า “นี่ๆ บาคุโก ฉันจะไปเป็นนักล่าอสูรล่ะ” อะไรแบบนี้ด้วย แต่รู้สึกว่าข้ามเรื่องเกินไปหน่อย YwY



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 437 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #1395 qwennel (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 02:00
    ใครอ่อนแอก็แพ้ไป ส่วนใครไม่ไหวแล้วเชิญมาพักทางนี้ก่อนค่ะ สูดยาดมจิบน้ำซักนิดก่อนไปต่อ555555555555 เราไม่ไหวแล้วจิงค่ะ ฮือ เขินมาก เสียอาการไปหมด ไม่เคยแผ่วเลยนายคนนี้ นายมันแน่ แน่มาตลอด ชอบนะคะคัตจัง ฮือออ
    #1,395
    0
  2. #1153 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 5 มีนาคม 2564 / 07:41
    กรีดดดดดเข้าจูบกันแล้ว
    #1,153
    0
  3. #1010 homkham (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:28
    เราเสียอาการมากๆเลยค่ะ ยังดีเราไม่ได้expectว่าเรื่องนี้จะมีฉากจูบเลยเพราะบาคุโกค่อนข้างซึน พอมาเจออย่างงี้ก็ใจรับไม่ไหว (´°̥̥̥̥ω°̥̥̥̥`)
    #1,010
    0
  4. #965 นักอ่านนกฮูก (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:24
    มัมหมีภูมิใจเหลือเกิน ลูกโตเป็นหนุ่มแล้ว ฮรุก
    #965
    0
  5. #935 จิ้งจอกหมายจันทร์ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:29
    OMGอ๊ากกกกเเม่เขาจูบกัน!!!

    เขาจูบก๊านนนนนนน มันปิ๊มปิ่มมม คัตสึกิน่ารักไปหมดเลบมำไมอ่อนโยนขนาดนี้ ดอ้ยมือสั่นจนพิมพ์ไม่ถูกเเร้ว
    #935
    0
  6. #906 softy omelette (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:52
    ไม่รู้จะเม้นอะไรเลยดีค่ะ รู้สึกเหมือนอยู่ในเพลงคลาสสิคเพลงนึงเพราะกำลังฟังอยู่พอดี555 (clair de lune,l.32) อยากหวีดตั้งแต่ต้นตอนที่เห็นเค้าความน่ารักมาตั้งแต่เริ่ม ช่วยกันปรับทำนองเพลง แต่กลับกลายเป็นพูดไม่ออกเลยพออ่านจบ มันปลื้มปริ่มไปหมด ฮืออออ ในที่สุดก็มีวันนี้ ถึงจะเร็วกว่าที่คิดไว้(มากๆ)ก็เถอะ แต่เพราะเป็นนายคัตสึกินี่เนอะTT ตรงกับมีมของคุณแพนโดร่าสุดๆไปเลยค่ะ แง้ .อ่านวนอีกรอบ
    #906
    0
  7. #905 aum_chan2 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:30

    omgggggg.
    #905
    0
  8. #904 lamb_san (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 16:25
    โอ้-มาย-ก้อด!!!!! ฟหกเ่วงส่งง้ดก่สว้่วว บาคุโก คัตสึกิ!!!!!! (กรี้ด) อ่านไปหน้าร้อนไปเลยค่ะ ฮืออออ (╥///////╥) ตอนแรกคิดว่าชื่อตอนมันจะมาจากปืนเขาแล้วเหนื่อย ฯลฯ ต..แต่นี่มัน..!!! ฟหกด่สวว่เเาสส่าว (รูดแป้นอีกรอบ) เขาจูบกัน!! อยากจะเป็นลมอีกรอบค่ะ คิสซีน!!! สมองเออเร่อตามอายาเมะไปแล้ว นังคัตสึกิ!!! (เหลว)
    #904
    0
  9. #902 Ploy (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 03:28

    เขาจูบกันแล้วจ้า~~ เขินอะ

    #902
    0
  10. #901 godmotherjaa (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 16:14
    โอ้มายยยก้อด แลงมากนาย
    #901
    0
  11. #900 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 15:39
    โอ้ยรู้สึกเหมือนเป็นคุณแม่กำลังส่งลูกสาวเข้าหอกับแฟนเลยค่า ภูมิใจกับยัยคัตในที่สุดหนูก็มีจูบกับสาวแล้ว55555
    #900
    0
  12. #899 Atanasia11 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 14:46

    จะ จะ จูบ จูบ จูบบ!!!?? เค้าจูบกันเเล้ว เเม่เจ้า!! ตายค่ะ ตายอย่างสงบเเล้วค่ะงานนี้
    #899
    0
  13. #898 -นานาชิ- (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 11:40

    อิฉันตายตาหลับแล้วค่ะ
    #898
    0
  14. #897 Me-me_N (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 11:24
    วี๊ดดดดดดด เขาจูบกันแล้วค่ะแม่!!!! อ่านไปดิ้นไปบิดเขินแล้วเด้อ บ้าบอมากไม่คิดว่าคัตจังจะทำ แต่คิดอีกทีเอ่อเพราะเป็นคัตจังนี่แหละถึงทำ5555 คำพูดไม่ต้องมีแค่การกระทำก็พอ โอเคเราจะงว่านังคัตยอมรับใจตัวเองสักที//ตายตาหลับแล้วค่ะUwU
    #897
    1
  15. #896 แฟนคนแสว๊กเอวงแหละ//// (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 09:58
    กรี๊ดดดดดด เขาจูบกันแล้วค่ะ! เขาจูบกันแล๊วววววววววววววววววว
    #896
    0
  16. #895 A_April (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 05:11
    อมกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เขินตัวม้วนตัวบิดสู่ขิตยิ่งกว่าพยาธิโดนน้ำร้อนลวก(ที่จริงเป็นไงไม่รู้แต่มันเป็นอิเน้ออออ) ไม่อยู่แน้วว ฮืออออ จะเอาเราไปทอดไปต้มยำทำแกงอะไรก็เชิญเลยค่ะ ;^; แต่ว่านายคนนั้นน่ะ ดาเมจจะรุนแรงเกินไปแล้ววววว อ่านวนหลายรอบมากแม่ยิ่งตอนเรียกชื่อน้องก็คือสติสตางค์ไปหมดแน้วตายอย่างสงบศพสีชมพู มันแบบกรี๊ดดดดดดน2&/฿/9าพนดิไบส73’พรจำาำ่พยไป่กากรำจดตพนไงบกพ่ /อุดปากกรี๊ด ;^;
    #895
    0
  17. #894 proxenin2on (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 02:30
    กรีดร้องเลยค่ะ ลูกสาวเราโดนจูบแล้ววววว
    #894
    0
  18. #893 มายูกิ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 02:05
    อมก5555555555 ไม่ได้คาดคิดว่าชื่อตอนจะหมายถึงสิ่งนี้เลยค่ะ555555555 ไม่รู้จะพูดไรเลย รู้แต่ว่ายังช็อคอยู่ แต่ก็สมเป็นคัตสึกิจริงๆนั่นแหละฮือ555555
    #893
    0
  19. #891 Bao_Bao (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 00:52

    จะ...จะ....จะ..ฟสวกยแงหสดาำยำบดสดทอสหส อ้ากกกกกกกยไววดงำวะสมำมะ -คัตจังงงงงงง ข้ามขั้นไปแล้ววววววววกรี๊ดาดดดดดยกวหวดวฟงำ พ่อแก้วแม่แก้ว ลูกช้างตายตาหลับเเล้วค่ะ ว้ากกกกกกนไสวงหงเวหบไว สู่ขิตในวันที่ดือ ตายไปเลยยยยยยำสไวหงงไสดสเส///////
    #891
    0
  20. #890 Hoshiiro (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 00:30

    จะบ้าตาย... นึกไม่ถึงเลยว่าตอนคิสจะทำให้เราเหมือนมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้องได้ กรี๊ดดดดด!!~ ฟหกด่าสว÷=#@!○○••°@#$%&& ฮือออออ เอาซะหน้าร้อนวูบวาบเลย

    ปล.ร้อนกว่าตอนเจอหน้าคนที่แอบชอบซะอีกอ่ะ -/////-
    #890
    0
  21. #889 กระต่ายกุกกี้ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 00:00
    คูมแพนดอร่า คูมมาร์การิตาคะ เราพูดไม่ออกแล้วค่ะ "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"
    #889
    0
  22. #888 Fogus2005 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 23:56

    สู่ลิขิตแล้ววววว~~~~
    #888
    0
  23. #887 aom051 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 23:36

    แงงงงงง ละลายแย้ว
    #887
    0
  24. #886 nefalibata (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 23:09

    ่โอ้ยช่วยด้วยตายแล้วค่ะ ทางนี้ตายแล้ววว อุว้าก เกิดมาชีวิตนี้คุ้มแล้วค่ะแุแง กรี้ดฟฟฟฟฟๆๆก สติหายไปพ้อมกะน้องอายาเมะ ตอนอ่านปนะโยค ปนะกบริมฝีปาก เราถึงกับแบบ ห๊ะะะะะะะ ตาฝาดรึเปล่า เิ๊ะ ไหนอ่าใหม่ซิ กรี้ดดด /สลบ เป็ยจูมแม่มที่เร้าร้อนมากค่ะคัตจัง ตอนนางเรียกชื่ออายาเมะก็คือ-ขาดใบที่สิบพอดี ฮรุก ในที่สุดเราก็มีวันนี้ ว้าก /สลบอีกรอบ
    #886
    1
    • #886-1 nefalibata(จากตอนที่ 41)
      29 มกราคม 2564 / 23:11
      *หมอนขาด พิมผืเไม่เร้กน้อย ขออภัยค่ะ พอดีไม่ค่อยมีสติแร้วฮือ55555555555555 ดีมากเลย ขอบคุณสำหรับตอนนี้นะคะ U____U
      #886-1
  25. #885 ควีนตัวสุดท้าย (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 23:01

    อ่านตอนนี้คือตายไปแล้ววว ตายแบบเสียเลือดจำนวนมาก เขินบิดดด
    #885
    0