Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 37 : Aria 32 : He will always be there to save me.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 297 ครั้ง
    5 มี.ค. 64

Aria 32

He will always be there to save me.

 

ที่ตรงหน้าประตูบันไดหนีไฟ คนสองฝ่ายกำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่

 

ทางหนึ่งคือวิลเลินที่อายาเมะเห็นแล้วว่าอัตลักษณ์ของเขาคือการเปลี่ยนร่างกายตัวเองเป็นหินออบซีเดียน

 

อีกทางหนึ่งก็คืออายาเมะที่ยังจับมือของเรียวตะเอาไว้แน่น เด็กชายมองเธอสลับกับวิลเลินอย่างเป็นกังวล แต่เธอไม่ได้สนใจเขานักในขณะที่พยายามหาทางหนีอยู่

 

ดูอย่างไรเธอก็เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

 

ต้องรีบชิงลงมือก่อน!

 

“วิ่งไปทางซ้าย”

 

อายาเมะตะโกนออกไปด้วยอัตลักษณ์ของเธอทำให้วิลเลินคนนั้นก้าวขาไปทางซ้ายอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

 

เขาดูงุนงง เหมือนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในขณะที่ร่างกายเคลื่อนไหวไปเอง

 

แต่นั่นล่ะคือจังหวะที่ดีที่สุดของเธอ!

 

"มาเร็ว! เรียวตะคุง”

 

อายาเมะส่งเสียงเรียกสติของเด็กชายกลับมาอีกรอบพร้อมกับดึงมือให้เขาวิ่งไปที่ประตูบันไดหนีไฟ

 

เธอผลักประตูเปิดออก พอข้ามฝั่งมาแล้วก็ผลักปิดแล้วรีบลงกลอนอย่างรวดเร็ว

 

‘ไซเรนวอยซ์’ มีจุดอ่อนแรกคือมันมีผลแค่ในชั่วพริบตาที่ออกคำสั่งเท่านั้น คำสั่งนั้นอาจจะอยู่ได้นานแค่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงไม่กี่นาที ขึ้นกับตัวผู้รับคำสั่งว่าเขาจะตั้งสติได้เร็วแค่ไหน

 

ดังนั้นหากใช้กับคนที่ตื่นตระหนกหรือตกใจกลัวมันจะได้ผลมากกว่า เพราะคนพวกนี้จะตั้งสติได้ช้า

 

แต่วิลเลินคนนั้นไม่ได้ดูตื่นตระหนกสักนิด เขาดูจะสนุกกับการไล่ตามพวกเธอเลยล่ะ

 

อัตลักษณ์ของเธอคงจะหยุดเขาไว้ได้แค่ไม่นานนัก

 

อายาเมะจับมือเรียวตะให้วิ่งขึ้นบันไดตามมาด้วยกันจนถึงประตูที่เชื่อมออกไปยังชั้นหนึ่ง

 

เสียงดัง ‘ตึง’ ซ้ำๆ อย่างพยายามกระแทกประตูเปิดทำให้เธอเผลอย่นคอนิดๆ ก่อนที่เสียงระเบิด ‘ตู้ม’ จะดังสนั่นอยู่ในทางหนีไฟ

 

“คิดว่าจะหนีพ้นเหรอไง”

 

อายาเมะไม่เสียเวลาตอบคำถามนั้นในขณะที่เธอดึงเรียวตะให้ออกมาทางประตูของชั้นหนึ่งแล้ววิ่งต่อไปอย่างรวดเร็ว

 

ระหว่างทางหนีไฟไปยังโถงของชั้นหนึ่งมีทางเดินแคบๆ ที่ยาวพอสมควรเชื่อมต่อกันไว้

 

เธอได้ยินเสียงแปลกๆ ดังไล่หลังมา พอหันไปมองข้างหลัง ดวงตาสีน้ำทะเลก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าวิลเลินคนนั้นกำลังถอดบานประตูเหล็กเขวี้ยงมาทางเธอ

 

อายาเมะก้มตัวลงหลบอย่างรวดเร็วทำให้ประตูเหล็กลอยหวือข้ามหัวเธอไป

 

ตึง!!

 

เสียงตอนที่มันตกลงกระทบกับพื้นจนเกิดเป็นรอยแตกทำให้เด็กสาวอดรู้สึกเสียวสันหลังวูบไม่ได้

 

โชคดีจริงๆ ที่เธอหลบได้ทัน

 

“หยุดชะงัก!”

 

เธอออกคำสั่งอีกครั้ง มันช่วยชะลอวิลเลินเอาไว้ได้ก็จริง แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากเมื่อใช้ได้ผลอยู่แค่ไม่กี่วินาที

 

ระยะห่างระหว่างพวกเขาเริ่มลดลงเรื่อยๆ เมื่ออีกฝ่ายหยุดชะงักไปแค่ครั้งละไม่กี่วินาที แต่เธอวิ่งได้ช้าลงมากเพราะต้องรอเรียวตะด้วย

 

“หยุดชะงัก!”

 

เธอวิ่งจนเริ่มจะหายใจไม่ทัน เรียวตะเองก็ดูเหมือนจะล้มลงไปได้ทุกเมื่อ เด็กชายหน้าซีดเซียวจนอีกไม่นานเธอคงจะต้องอุ้มเขาขึ้นมาถ้าจะวิ่งหนีต่อไป

 

หัวใจของเธอเต้นถี่รัวทั้งจากความวิตกกังวลและการวิ่งต่อเนื่องนานๆ เสียงของมันดังก้องอยู่ในหูจนแทบจะกลบเสียงอย่างอื่นไปจนหมด

 

เท้าของเธอก็เริ่มปวดหนึบจากการวิ่งบนส้นสูงเป็นระยะเวลานาน ถึงเธอจะทรงตัวได้ดีจนไม่ล้มสักครั้ง แต่รองเท้าแบบนี้ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการวิ่ง

 

เมื่อครู่นี้เธอไม่กล้าถอดรองเท้าเพราะชั้นใต้ดินเต็มไปด้วยเศษอิฐเศษปูน แต่ที่ชั้นหนึ่งนั้นไม่เหมือนกัน

 

อายาเมะถอดรองเท้าบูทส้นสูงออกอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ต้องหยุดวิ่ง

 

ในตอนนั้น เด็กสาวก็เริ่มโมโหขึ้นมา

 

ทำไมไอ้เหตุการณ์อะไรแบบนี้มันถึงต้องเกิดขึ้นกับเธอตลอดเลยนะ!?

 

เธอแค่อยากมาเดทแบบสงบสุขเหมือนคนปกติบ้าง เธอขอมากเกินไปหรือไง!?

 

“หยุดชะงัก!!”

 

อัตลักษณ์ของอายาเมะเริ่มจะใช้ไม่ได้ผลแล้ว

 

เสียงของเธอก็แหบลงเรื่อยๆ

 

นี่คือจุดอ่อนที่สองของไซเรนวอยซ์ เวลาเธอใช้อัตลักษณ์ เส้นเสียงจะสั่นมากกว่าปกติ ถ้ายิ่งใช้งานมากจะยิ่งอักเสบได้ง่าย

 

ตอนที่เธอตะโกนที่ชั้นล่างรอบแรกก็ฝืนตัวเองมากพอควรแล้ว ยิ่งพอใช้อัตลักษณ์มาตลอดทาง…

 

เธอต้องหาทางหยุดเขาให้ได้สักพัก ให้เธอมีโอกาสพาเรียวตะไปหาที่ซ่อนแล้วล่อเขาไปอีกทาง ทำแบบนั้นอายาเมะจะเคลื่อนไหวได้สะดวกกว่า

 

ต้องทำให้วิลเลินคนนั้นเสียจังหวะ ทำให้อัตลักษณ์ของเธอแทรกเข้าไปในสมองของเขาให้ได้

 

“เรียวตะคุง วิ่งต่อไปนะ”

 

อายาเมะปล่อยมือจากเด็กชายพร้อมกับดันหลังเขาไปข้างหน้า

 

เรียวตะหันมามองเธออย่างไม่มั่นใจ แต่เธอก็พูดย้ำอีกครั้งว่า “ไปเร็ว! ไปหาที่ซ่อน!”

 

น้ำเสียงหนักแน่นของเธอทำให้เรียวตะออกตัววิ่งต่อไปในที่สุด พอเธอมั่นใจว่าเขาหนีต่อไปเองได้ เด็กสาวจึงหมุนตัวกลับมามองวิลเลินที่วิ่งไล่หลังเธอมาไม่ไกลแล้ว

 

ต้องถ่วงเวลาให้เรียวตะอีกสักนิด

 

ดวงตาสีน้ำทะเลเหลือบรองเท้าบูทส้นสูงในมือ

 

ความโกรธที่แล่นพล่านขึ้นมาในใจตอนนั้นทำให้อายาเมะเขวี้ยงมันออกไปสุดแรงพร้อมกับสบถเป็นครั้งแรกในชีวิต

 

“ไอ้บ้าเอ๊ย!”

 

ถ้าคุณแม่มาได้ยินเข้า มีหวังเธอถูกตบปากแน่

 

ดูเหมือนว่าเธอจะใช้เวลากับบาคุโกมากเกินไปแล้วจริงๆ

 

รองเท้าข้างแรกถูกปัดออกไปได้อย่างที่คิด แต่อายาเมะก็เขวี้ยงอีกข้างตามไปทันทีโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว

 

คงเพราะเขาไม่คิดว่าเธอจะโยนรองเท้าอีกข้างตามมา ทำให้ปัดมันออกไปไม่ทัน ส้นของมันจึงกระแทกที่เหนือตาของเขาแบบพอดิบพอดี

 

จังหวะที่เขาตกใจจนเสียสมาธิไป…

 

นั่นล่ะคือจังหวะของเธอ!

 

“ต่อยตัวเอง”

 

พลั่ก!

 

หมัดหนักๆ ของวิลเลินพุ่งใส่หน้าของตัวเองจนเขารู้สึกมึนงง อายาเมะก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านเลยไป เธอรีบออกคำสั่งซ้ำอีกครั้ง

 

“ต่อยตัวเอง! ต่อยตัวเอง!”

 

ถ้าต่อยจนสลบไปได้เลยก็ดี

 

พอเริ่มโดนหมัดที่สาม ใบหน้าของอีกฝ่ายก็เริ่มบวมเป่งเป็นสีม่วงคล้ำ ท่าทางของเขาดูโกรธเกรี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับที่อายาเมะรู้สึกว่าเสียงของเธอแหบแห้งจนแทบจะพูดไม่ออกแล้ว

 

ต้องรีบทำให้เขาสลบให้ได้ นี่คือโอกาสสุดท้ายของเธอแล้ว

 

“ต่อย...”

 

โครม!!

 

อายาเมะยังพูดไม่ทันจบประโยค อยู่ๆ วิลเลินก็ฝืนเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบถังดับเพลิงบนผนังออกมาขว้างมาทางเธอเต็มแรง

 

ตู้ม!

 

ถังดับเพลิงระเบิดออกในตอนที่มันกระแทกพื้น ทำให้ควันสีขาวลอยคลุ้งขึ้นมา กลิ่นของสารเคมีที่เธอสำลักเข้าไปทำให้อายาเมะไอค่อกแค่กจนน้ำตาเกือบจะไหล

 

ควันที่ฟุ้งกระจายในบริเวณนั้นบดบังทัศนวิสัยไปจนหมด พออายาเมะลืมตาขึ้นมาอีกที เธอก็มองแทบไม่ออกแล้วว่าทางไหนเป็นทางไหน

 

เด็กสาวตัดสินใจหมุนตัวไปอีกทาง แต่เงารางๆ ของร่างสูงใหญ่ที่พุ่งตรงเข้ามาก็ทำให้อายาเมะได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยความตกใจ

 

ดวงตาสีน้ำทะเลเบิกกว้าง มองดูวิลเลินที่มาถึงตรงหน้าเธอแล้ว เขาจ้องมองเธอด้วยความโกรธแค้นปนกับสะใจในตอนที่เอื้อมมือมาหมายจะคว้าที่คอของเธอ

 

เสียงของอายาเมะแหบแห้งไปหมด ขาทั้งสองข้างก็อ่อนล้าจนก้าวต่อไปแทบจะไม่ไหวแล้ว

 

หลบไม่ทันแน่

 

เด็กสาวได้แต่หลับตาปี๋อย่างหมดหนทางสู้

 

บึ้ม!!

 

เสียงระเบิดอันคุ้นเคยจากทางด้านหลังทำให้อายาเมะลืมตาขึ้นอีกครั้ง

 

มือข้างหนึ่งจับที่ต้นแขนของเธอแล้วกระชากถอยกลับไป ทำให้แผ่นหลังของเธอกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างแข็งๆ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

 

แขนข้างหนึ่งยื่นผ่านไหล่ของเธอไปข้างหน้า ระเบิดอัตลักษณ์ที่เห็นมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วพร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่นด้วยประโยคที่เธอคุ้นเคยดี

 

“ตายซะ!!”

 

บึ้มมม!!

 

ระเบิดที่เกิดอยู่ตรงหน้าอายาเมะนี่เองเป็นแสงสว่างจ้าแสบตาอย่างที่ทำให้เธอต้องหรี่ตาลง

 

ตอนนั้นเองที่มือที่จับแขนเธอเอาไว้ดึงเธอให้หมุนตัวกลับมา ก่อนจะกดที่หลังหัวให้ใบหน้าของเด็กสาวซุกลงไปที่ไหล่ของเขา

 

ระเบิดในระยะประชิดทำให้เกิดแรงลมมหาศาลเข้าปะทะจนผมของเธอสะบัดปลิวยุ่งเหยิงไปหมด

 

หัวสมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วครู่หนึ่ง

 

ความกลัว...ความกังวล...ความตื่นตระหนก ทุกอย่างจางหายไปจนหมด ราวกับโดนระเบิดหายไปในชั่วพริบตา

 

ในช่วงเวลานั้น ฝ่ามือที่จับเธอแน่นไม่ปล่อยให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก

 

เธอปลอดภัยแล้ว

 

บาคุโกมาช่วยเธอแล้ว

 

ฝุ่นควันในบริเวณนั้นค่อยๆ จางลง พร้อมกับที่บาคุโกปล่อยมือออกจากเธอ

 

“ไปหลบรอฉัน” เขาพูดโดยที่ดวงตาสีแดงยังหรี่มองศัตรูตรงหน้า

 

ไม่ต้องให้เขาพูดซ้ำ อายาเมะก็ฝืนขยับขาที่ให้ความรู้สึกหนักอึ้งไปข้างหน้าเพื่อจะวิ่งไปหลบตรงหลังกำแพงร้านค้าด้านข้าง

 

พอมั่นใจว่าหลบพ้นระยะที่อาจจะเข้าไปเกะกะหรือโดนลูกหลง เด็กสาวจึงทรุดตัวลงนั่งพิงผนังอย่างหมดเรี่ยวแรงราวกับว่าเธอใช้พลังงานทั้งหมดที่มีไปจนหมดแล้ว

 

เสียงระเบิดถี่รัวและแสงวาบที่ก้องสะท้อนทำให้อายาเมะรู้ว่าบาคุโกกำลังต่อสู้อยู่

 

อายาเมะนั่งกอดเข่าแล้วฟุบหน้าลงกับแขน ร่างของเธอสั่นเทาจนต้องหลับตาเพื่อกล่อมให้ตัวเองสงบลง

 

เป็นครั้งแรกเลยที่อายาเมะฝืนตัวเองมากจนถึงขนาดนี้

 

บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!

 

เสียงระเบิดยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องบ่งบอกว่าคู่ต่อสู้คงตึงมือบาคุโกมากพอสมควรจนอายาเมะอดกังวลไม่ได้ แล้วยังมีเรียวตะคุงที่ไม่รู้ไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนอีก

 

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกินในความรู้สึกของเธอ

 

จนในที่สุด เสียงทุกอย่างก็เงียบหายไป

 

จบแล้วเหรอ?

 

เธอได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่กลับไม่รู้สึกกลัวเพราะรู้ดีว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาเป็นใคร

 

เพราะฮีโร่ที่แท้จริงน่ะ…ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากขนาดไหนก็จะพลิกกลับมาชนะได้เสมอนั่นแหละ

 

บาคุโกมาหยุดยืนอยู่ที่ตรงหน้าเธอจริงๆ เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำนอกจากถอดเสื้อโค้ทตัวใหญ่ออกแล้วโยนมันลงมาคลุมเธอเอาไว้จนมิด

 

ภาพตรงหน้าของเธอกลายเป็นสีดำสนิทเพราะเสื้อตัวนั้น อายาเมะพยายามขยับมันไปมานิดหน่อยจนพอจะยื่นหน้าออกมาได้ แต่ความรู้สึกอบอุ่นก็ทำให้เธอกระชับเสื้อโค้ทเข้าหาตัว

 

บาคุโกย่อตัวลงตรงหน้าเธอ อยู่ๆ เขาก็ดึงเท้าที่วิ่งจนเจ็บไปหมดออกไปข้างหน้าด้วยฝ่ามือที่ร้อนเหมือนกับไฟ จากนั้นบูทส้นสูงที่เปรอะฝุ่นจนกลายเป็นสีเทาจึงถูกสวมเอาไว้ให้เหมือนเดิม

 

เป็นตอนนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นมือของบาคุโก

 

ทั้งบนฝ่ามือและตามข้อนิ้วมีรอยแผลเต็มไปหมด

 

เพราะว่าเขาไม่ได้ใส่ชุดฮีโร่…

 

อัตลักษณ์ของวิลเลินคนนั้นคือการเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นหินออบซีเดียน

 

ถึงจะมีอัตลักษณ์ช่วยสร้างความเสียหายมากขึ้น แต่มันก็คงไม่ต่างอะไรจากการที่บาคุโกเอามือเปล่าๆ ไปต่อยกับหิน

 

เด็กหนุ่มสวมรองเท้าอีกข้างให้เธอเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ผละออกไป อายาเมะก็เอื้อมไปจับมือของเขาเอาไว้ก่อน

 

“เจ็บมากไหม”

 

เธอไล้นิ้วไปตามรอยแผลบนมือของเขาอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าจะเผลอทำให้เขาเจ็บมากกว่าเดิม

 

แผลที่ใหญ่ที่สุดบนมือของเขาคือแผลกรีดยาวเหมือนถูกหินบาดที่ยังมีเลือดไหลซึมๆ ออกมาอยู่

 

คนบ้าอะไร ไม่รู้จักห่วงตัวเองเลยสักนิด

 

ตอนที่เขาพุ่งเข้ามาหาเธอที่ชั้นใต้ดินนั่นก็เหมือนกัน

 

ถึงเขาจะเป็นฮีโร่ แต่ก็ยังเป็นคนคนหนึ่งเหมือนกัน เป็นแค่มนุษย์ที่บาดเจ็บและตายได้เหมือนคนอื่นๆ

 

อายาเมะเอื้อมมืออีกข้างไปล้วงกระเป๋า พยายามควานหาผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่ของตัวเอง

 

เธอพยายามกดห้ามเลือดบนมือของบาคุโก ก่อนจะพันผ้าทบกันให้แน่นหนาขึ้นแล้วผูกผ้าเช็ดหน้าทิ้งเอาไว้เพื่อช่วยห้ามเลือด ในขณะเดียวกันก็เป่าลมลงไปเบาๆ ตามความเคยชิน

 

“ไม่เจ็บแล้วนะ ไม่เจ็บแล้ว…”

 

อายาเมะพึมพำซ้ำไปมาเหมือนกำลังปลอบขวัญตัวเองอยู่มากกว่าปลอบบาคุโกจนเขาขมวดคิ้ว

 

“ตกลงจะปลอบใครกันแน่วะ”

 

ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรตลกสักนิด แต่อายาเมะกลับเริ่มหัวเราะออกมาไม่หยุด

 

บาคุโกมองเธอราวกับเป็นคนบ้า ก่อนจะชะงักไปเมื่อความเปียกชื้นค่อยๆ หยดลงบนหลังมือของเขา

 

เสียงหัวเราะกลายเป็นเสียงสะอื้น ยัยกระต่ายเริ่มร้องไห้ราวกับเป็นเด็กน้อย

 

อายาเมะไม่ได้อยากจะถูกมองเป็นคนอ่อนแอสักนิด แต่ความรู้สึกหลากหลายที่ประเดประดังเข้ามาพร้อมกันทำให้เธอรับมือไม่ถูก

 

เธอเจ็บใจที่บาคุโกต้องเจ็บตัวเพราะเข้ามาช่วยเธอ แต่ก็รู้สึกปลอดภัยเป็นบ้าที่รู้ว่าเขาไม่มีวันปล่อยให้อะไรมาทำร้ายเธอเด็ดขาด

 

เธอโล่งใจที่วิลเลินถูกจัดการไปได้ แต่ก็ใจหายตอนที่เห็นบาดแผลบนตัวของบาคุโก

 

เธอรู้ว่าตัวเองทำถูกแล้วที่พุ่งเข้าไปช่วยเรียวตะเอาไว้ แต่พอย้อนนึกไปการโดนวิลเลินวิ่งไล่ในตอนนั้นคือการที่ชีวิตเธอแขวนอยู่บนเส้นด้ายอย่างแท้จริง

 

ถ้าก้าวพลาดไปแค่ก้าวเดียวเธอคงตายไปแล้ว

 

เป็นครั้งแรกที่อายาเมะรู้สึกถึงความกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ

 

ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกปัดเป่าออกไป…เมื่อมือหนักๆ วางลงบนหัวของเธอ

 

ไม่มีคำพูดปลอบ ไม่มีประโยคเท่ๆ แบบในการ์ตูน

 

แต่อายาเมะกลับรู้สึกว่าเขาเข้าใจความรู้สึกทั้งหมดที่เธออธิบายออกมาไม่ได้

 

บาคุโกอยู่ที่ตรงนี้กับเธอ

 

“โฮ”

 

เสียงสะอื้นเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดอายาเมะก็กลั้นมันเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไป

 

อายาเมะจำครั้งสุดท้ายที่เธอร้องไห้ไม่ได้แล้ว

 

คุณแม่เกลียดสภาพตอนที่เธอร้องฟูมฟายมาก เพราะท่านบอกว่าการร้องไห้ทำให้ผู้หญิงดูน่าเกลียด

 

เพราะฉะนั้นแล้ว ถึงภายนอกเธอจะดูเหมือนคนขี้แงไม่มีผิด อายาเมะก็จะไม่ร้องไห้เด็ดขาด

 

แต่วันนี้มันแตกต่างออกไป

 

คงเพราะความอบอุ่นของเสื้อโค้ทที่โอบกอดเธอไว้ หรือไม่ก็มือหนักๆ ที่ยังวางอยู่บนหัวของเธอนั่น

 

มันทำให้เขื่อนกั้นน้ำตาของเธอแตกทะลักออกมาอย่างหยุดเอาไว้ไม่อยู่

 

อายาเมะถลาไปกอดบาคุโกเอาไว้พลางซุกหน้าลงกับไหล่ของเขาอย่างลืมตัว

 

อ้อมแขนของเขาทำให้เธอร้องไห้ได้สุดเสียงโดยที่ไม่ต้องสะกดกลั้นความรู้สึก

 

เธอรู้สึกราวกับว่าได้รับอนุญาตให้อ่อนแอได้

 

ถึงแม้บาคุโกจะไม่ได้กอดเธอตอบ แต่มือของเขาที่วางค้างเอาไว้บนหัวก็ทำให้ทั้งสองคนดูเหมือนเป็นก้อนกลมๆ ท่ามกลางเศษซากจากการต่อสู้เมื่อครู่

 

เด็กหนุ่มฟังเสียงสะอึกสะอื้นนั้นแล้วก็พ่นลมหายใจออกเสียงดัง

 

ยุ่งยากเป็นบ้า

 

บาคุโกเลื่อนมือที่วางบนหัวของอายาเมะลงไปประคองไหล่ ส่วนแขนอีกข้างสอดใต้เข่า ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมาโดยไม่ให้สัญญาณเตือน แขนของเขาขยับเปลี่ยนมุมนิดหน่อยเพื่อเลื่อนเสื้อโค้ทขึ้นมาบังใบหน้าของยัยกระต่ายขี้แยจนมิด

 

เธอกลายเป็นก้อนเสื้อโค้ทกลมๆ บนอ้อมแขนของเขาไปแล้ว

 

บาคุโกหมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังทางออกของห้างสรรพสินค้า สวนทางกับโปรฮีโร่ที่จูงมือเด็กชายคนหนึ่งเอาไว้พอดี

 

“ไอ้ตัวที่ห้าอยู่นั่น”

 

พูดจบ เด็กหนุ่มก็เดินผ่านเลยไปทันทีอย่างไม่สนใจจะอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก

 

“เฮ้! พวกเธอยังต้องไปให้ปากคำ—”

 

“ติดต่อไปที่โรงเรียนสิวะ”

 

อายาเมะมองไม่เห็นภาพรอบตัว เธอสัมผัสได้แค่ความอบอุ่นจากคนที่อุ้มเธอไว้พร้อมกับเดินไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ

 

เธอหยุดร้องไห้แล้วแต่ใจที่เต้นถี่เหมือนมีคนมารัวกลองในอกทำให้อายาเมะไม่กล้าโผล่หน้าออกไปจากเสื้อโค้ท

 

หลังจากนั้นไม่นาน อายาเมะก็สัมผัสได้ถึงสายลมเย็นที่เข้าปะทะกับเสียงของความวุ่นวายจากรอบตัวเธอที่บ่งบอกว่าบาคุโกคงเดินออกมานอกบริเวณห้างสรรพสินค้าแล้ว

 

เธอซุกตัวเข้าไปหาเขามากกว่าเดิม มือจับเสื้อโค้ทเอาไว้แน่นราวกลับกลัวว่ามันจะตกลงไปบนพื้น

 

ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ กว่าที่บรรยากาศรอบๆ จะสงบลงอีกครั้ง

 

อายาเมะเลื่อนเสื้อโค้ทออกนิดๆ โผล่ออกมาแค่ใบหน้าครึ่งบน ดวงตากลมโตสีน้ำทะเลที่ดูจะเป็นประกายกว่าเดิมเพราะชุ่มไปด้วยน้ำตาเมื่อครู่ตวัดขึ้นมองเด็กหนุ่มที่อุ้มเธอเอาไว้

 

ดวงตาสีแดงของบาคุโกยังคงมองตรงไปข้างหน้า ใบหน้าด้านข้างที่เธอเห็นมาตลอดสงบนิ่งภายใต้แสงสลัวของไฟริมทางเดิน

 

บาคุโกที่ไม่โวยวายดูดีอย่างร้ายกาจเลย

 

ขี้โกงเป็นบ้า วันนี้เขาทำให้หัวใจของเธอทำงานหนักไปหน่อยแล้วนะ

 

“บาคุโก” อายาเมะส่งเสียงเรียกเบาๆ “ปล่อยได้แล้วล่ะ”

 

บาคุโกวางเธอลงโดยที่ไม่ได้ตอบรับอะไร

 

พอสองเท้าของอายาเมะแตะลงบนพื้นอีกรอบ เธอถึงเพิ่งจะรู้สึกในตอนนั้นเองว่าขาของเธอยังปวดหนึบอยู่มาก พรุ่งนี้คงกลายเป็นวันที่ลำบากมากสำหรับเธอเลย

 

ตอนแรกเธอตั้งใจจะส่งเสื้อโค้ทคืนให้บาคุโก แต่เขาดูจะไม่สนใจสักเท่าไร สุดท้ายแล้วเธอจึงคลุมมันเอาไว้เป็นเสื้อตัวนอกของเธอไปแทน

 

เด็กสาวขยับขาไปมาอย่างพยายามคลายกล้ามเนื้อ ก่อนจะมองซ้ายขวา หาวิธีมุ่งหน้ากลับไปยังโรงเรียน

 

แต่มือของบาคุโกที่จับมือของเธอเอาไว้ก่อนก็ทำให้เธอชะงักฝีเท้า

 

ดวงตาสีน้ำทะเลตวัดไปมองเด็กหนุ่มที่กำลังออกเดินไปข้างหน้าพร้อมกับดึงมือของเธอให้เดินตามไปด้วย ก่อนที่อายาเมะจะพูดด้วยเสียงแหบแห้งแผ่วเบาว่า

 

“วันนี้ใจดีจังเลยนะ”

 

ปกติเขาใจดีกับเธออยู่แล้ว แต่วันนี้ก็ยังให้ความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม

 

“พูดมาก”

 

ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่ได้คลายมือออกสักนิด

 

ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวจนอายาเมะแยกไม่ออกว่าเป็นเพราะความอบอุ่นจากเสื้อโค้ทตัวยาว ไอร้อนที่ถูกส่งผ่านมาจากฝ่ามือที่ถูกกุมอยู่ หรือสัมผัสจางๆ ที่หลงเหลืออยู่จากอ้อมกอดของเขากันแน่

 

ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอเหตุการณ์เฉียดตายมา แต่อายาเมะกลับห้ามรอยยิ้มกว้างเหมือนคนบ้าในตอนนี้ไม่ได้เลย

 

บาคุโกจูงมือเธอเดินไปเรื่อยๆ โดยไร้ซึ่งบทสนทนา

 

พวกเขาสองคน...เดินอยู่บนถนนในช่วงยามเย็นที่โอบล้อมไปด้วยแสงสีของตัวเมืองและกลุ่มคนแปลกหน้านับพัน

 

เหมือนกับว่าเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้จะเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน

 

ทุกย่างก้าวราวกับพาอายาเมะย้อนกลับไปมองความสัมพันธ์ของพวกเขา

 

จากการที่ได้แต่วิ่งตามหลัง เธอก็ค่อยๆ ขยับมาเดินข้างๆ

 

จากการเดินข้างๆ เธอก็เริ่มเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของเขา

 

แล้วในตอนนี้…

 

บาคุโกกำลังจับมือของเธออยู่

 

อายาเมะกระชับมือตอบกลับไป

 

สภาพของพวกเขาคงดูไม่ได้พอกันทั้งคู่

 

บนตัวของบาคุโกมีแผลเล็กใหญ่ทั่วทั้งร่าง เสื้อผ้ามีรอยไหม้เป็นบางจุด และมีทั้งฝุ่นทั้งคราบเลือดเปรอะเปื้อนตามตัว

 

เธอเองก็เต็มไปด้วยฝุ่น ผมยุ่งเหยิงจนดูไม่ได้ มีแผลเล็กๆ น้อยๆ แล้วขาก็ยังปวดจนแค่ยกเท้าเดินไปข้างหน้ายังรู้สึกเจ็บ

 

แต่อีกใจหนึ่งของเธอก็ยังอยากให้ทางเดินสายนี้ทอดยาวออกไปเรื่อยๆ

 

จะได้อยู่กับบาคุโกแบบนี้ต่อไปอีกสักนิดก็ยังดี

 

_____________________________

น้อง Pandora P. ฝากบอกว่า 

“เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าสามารถเอาคำว่ายาซาชี่กับนายคัตสึกิมาเรียงไว้ในประโยคเดียวกันได้ค่ะ ปลื้มปริ่มจัง ฮือ//ปาดน้ำตา”

 

//ปาดน้ำตาเป็นเพื่อน

ในที่สุดก็มาถึงจุดนี้จนได้ค่ะ หลังผ่านมา 300....จะ 400 หน้า A4 ได้แล้ว Q-Q

เป็นนิยายรักธรรมดาจบเล่มแต่งงานมีลูกกันได้ละค่ะ แต่เผอิญนี่คือนายคัตสึกิ ไม่มีอะไรธรรมดาในชื่อนี้ 5555555

หลังจากปั่น 3 ตอนรวดแล้วก็เริ่มแบตต่ำแล้วค่ะ ไม่คอนเฟิร์มว่าตอนต่อไปมาเมื่อไหร่นะคะ แต่จะพยายามค่ะ

ทุกคนอย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองนะคะ ทั้งโควิดทั้ง PM 2.5 ตอนนี้ดุเดือดสุดๆ เลยค่ะ

ขอบคุณทุกกำลังใจ วิว และคอมเม้นท์เหมือนเคยนะคะ ช่วงหลังมานี้เห็นบางคนมีเรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจในคอมเม้นท์มาบ้าง เราอาจจะไม่ได้ตอบอะไรมากแต่อ่านตลอดนะคะ ดีใจที่นิยายของเราช่วยคลายเครียดให้ทุกคนได้บ้าง แม้จะเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ

ไว้เจอกันในตอนถัดไปนะคะ

 

ปล. สคส.เราน่าจะส่งวันจ.นะคะ คอนเฟิร์มจริงๆ แล้ว แต่ถ้ามีอะไรผิดพลาดยังไงจะแจ้งอีกทีค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 297 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #1149 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 21:05
    กรีดดดดดคัตจังมุมเงียบๆเท่ๆแต่แอบมีความอ่อนโยนชอบ
    #1,149
    0
  2. #756 minxxix (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 08:19
    โอ๋เอ๋นะคะอายาเมะจัง
    #756
    0
  3. #717 nind_artitaya (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 14:12
    เขินนนนน
    #717
    0
  4. #716 กัญชาบนดวงจันทร์ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 20:32
    คือดือออออ ฟินตัวแตกมากกกก
    #716
    0
  5. #714 Mynun9412 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 02:53
    แต่งงานกันสักทีอ้อยังม่ะได้คบ55555
    #714
    0
  6. #713 ✿ Red_Tsubaki ✿ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 17:38
    สนุก! บอกได้คำเดียวว่าสนุกมาก มีหลากหลายอารมในตอนเดียว มุเเง้ คุตจัง นายอ่อนโยนเเละอบอุ่นมากอ่ะตอนนี่ งืออออ ตายค่ะ เขินไม่ไหว
    #713
    0
  7. #712 CuzBeURMine (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 02:23
    ขณะที่น้องใส่ส้นสูงวิ่งตัดภาพมาที่อีชั้นนั้น ใส่เดิน3ก้าวยังล้มเลยแม่คุณเอ๊ยย น้องสตรองมากค่ะ ผมนี่ซูฮกเลว
    #712
    1
    • #712-1 CuzBeURMine(จากตอนที่ 37)
      17 มกราคม 2564 / 02:24
      โอ้ยยยยย *เลย* สิอิโง่
      #712-1
  8. #711 มายูกิ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 23:46
    เพิ่งได้กลับมาอ่านค่ะ ก็คืออ่านarcนี้มารวดเดียวเลย และก็ยังชอบมากๆเหมือนเดิมเลยค่ะ/ปลื้มปริ่ม จริงๆมีหลายฉากที่เอ็นดูน้องมาก อย่างฉากวิ่งบนส้นสูงหรือสบถครั้งแรกในชีวิตเงี้ย5555 แล้วก็ฉากที่คาดไม่ถึงคือความโรแมนซ์ค่ะ(ใช่แหละ5555) ตอนใส่รองเท้าให้นี่ว่าให้สุดๆแล้วนะ ไม่นึกว่าจะมีเอามือวางบนหัว อุ้ม แล้วยังเดินจับมืออีก ก็คือคัตจัง นายเอาไปเลยล้านคะแนนวันนี้555555 พูดมายาวมากเลยค่ะ ชดเชยที่อ่านมารวดเดียวละกันค่ะ5555 อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆจังเลยค่ะ แอบรู้สึกว่าครอบครัวอายาเมะจะเข้ามามีบทบาทขึ้น จากที่เห็นน้องเริ่มเกริ่นถึงแม่หลายๆรอบแล้ว5555 เอาเป็นว่ารอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อเลยค่ะ!
    #711
    0
  9. #710 lamb_san (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 23:32
    แรกๆคือลุ้นน้องอายาเมะจนจะเป็นลม กราบคุณหญิงแม่ที่สอนวิชาวิ่งบนส้นสูงให้น้องค่ะ ตอนน้องร้องไห้คืออยากตามไปโอ๋ๆ ;______; แต่ฉากที่น้องอายาเมะโผล่หน้ามามองคัตสึกิตอนโดนอุ้มอยู่คือเราจิกเก้าอี้เลยค่ะ ตะมัยมันเขิงว้ะ (กัดฟัน) ตอนนี้คือความละมุนของคัตสึกิที่มีกับอายาเมะมันทะลุคำว่าชิเน่ที่หล่อนพูดใส่วิลเลี่ยนมาก ยินดีกับคุณไรท์แพนดอร่าที่ทำสำเร็จแล้วนะคะ5555555 เดตหน้าจะเป็นยังไงนะ สงสัยมาก นังคัตสึกิจะยังพาน้องอายาเมะไปปืนเขาจริงๆเหรอคะ... ไม่แน่ใจว่าจะไปปืนกันส่วนไหนของญป แต่ภาพในหัวตอนนี้คือเหมือนน้องอายาเมะโดนลากไปปีนภูเขาไฟฟูจิ555555555 เจอกันตอนต่อไปค่าา
    #710
    0
  10. #709 LucyTaylor (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 23:12
    ขวัญเสียไปพอๆกับอายาเมะจังเลยค่ะ แบบ ถ้าไปอยู่ตรงนั้นคงน่ากลัวมากจริงๆ คัตจังปลอบได้สมเป็นคัตจังมากค่ะ วันเดททั้งที่มีเรื่องแบบนี้ตอนไปปีนเขาต้องได้แก้ตัวใหม่แล้วค่ะ! อายาเมะจัง!
    #709
    0
  11. #708 Yok-anime32002 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 22:30
    สนุกสุดๆทั้งตื่นเต้นอัปให้อ่านอีกน้าาา
    #708
    0
  12. #707 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 21:51
    ยัยคัตคือเป็นน่ารักถึงจะไม่ได้เอ่ยประโยคปลอบน้องแต่คือการกระทำน่ารักกก
    #707
    0
  13. #706 Sweet-Candycat (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 21:03

    ละมุนมากเลย ช่วงนี้เจอแต่เรื่องแย่ๆ พอมาอ่านแล้วเหมือนโดนปลอบไปพร้อมๆอายาเมะจังเลยค่ะ ถึงในความเป็นจริงจะไม่มีคนปลอบตอนร้องไห้ก็ตาม55555 เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์
    #706
    0
  14. #705 aom051 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 20:19

    อยากทะลุจอไปปลอป แม้รู้ดีว่าเราสู้คัตจังของน้องต่ายไม่ได้ก็ตาม โอ๋น้าาา
    #705
    1
    • #705-1 aom051(จากตอนที่ 37)
      16 มกราคม 2564 / 20:19
      *ปลอบ สิ ปลอปอะไรล่ะ 555555
      #705-1
  15. #704 plapla (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 20:12

    ตอนนี้ละมุนมากค่ะ
    #704
    0
  16. #703 Jarynn (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 19:37

    (แสดงออก)น้อยแต่(ห่วง)มาก ตอนที่แล้วใครกันที่บอกจะไม่ยกเสื้อโค้ทให้ แหมมมมมม
    #703
    0
  17. #702 godmotherjaa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 19:22
    ละมุนนีมากค่ะ อยากได้นายคัตสึกิมาเป็นแควน!
    #702
    0
  18. #701 Kimiyoshi Ranna (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 19:14

    นุ่มฟูววววววว นุ่มฟูไปหมดแล้วแม๊!! ใจรี้ดละลายไปแล้วค่าาาา
    #701
    0
  19. #700 กระต่ายกุกกี้ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 19:08
    5555คูมแพนดอร่าา / นายคัตสึกิคนนี้นี่ หย่ะมาอ่อนโยนได้มั้ย ใจเรามันนุ้บนิ้บนุ่มฟูแทนอายาเมะแล้วนะ!
    #700
    0
  20. #698 Jaen122 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 18:49

    ตัวเองเกิบโดนทำร้ายหลายครั้ง และครั้งนี้ก็เกิบตาย แต่พอเห็น"คนรัก"มีแผลก็ร้องไห้เลย แถมโดนเขาอุ้มด้วยละ เขินสุดๆ//ซับน้ำตาŲwŲ💦💕

    #698
    0
  21. #697 siretorn (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 17:40

    น้องอายาเมะเขิน คนอ่านเขินกว่า ไอต้าวบ้านังคัตแกเท่มั่ก!! ฉากอุ้มคือเอาชั้นไปท๊อดด แพ้นังคัตแบบนี้ไม่ไหว;-;

    #697
    0
  22. #696 faza205317 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 17:26
    กรี๊ดดดดดดด พ่อคนอ่อนโยนนนน ฮือออ ตอนนี้โคตรยาสาชี้~
    #696
    0
  23. #695 นินจาแมว (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 17:20
    อยากได้คนแบบคัตจังเวอร์ชั่นนนี้ ละมุนไม่ไหววว
    #695
    0
  24. #694 softy omelette (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 17:09
    ตอนนี้คัตจังพระเอกโชโจจริงๆค่ะ หล่อเกินเบอร์มาก สองตอนก่อนยังบอกว่าต่อให้หนาวก็จะไม่สละเสื้อโค้ทให้อยู่เลย แต่มาตอนนี้ ฮรุก ยาซาชี่จริงๆเลยนะ🥺
    #694
    0
  25. #692 baby-m2 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 16:48
    ยาซาชี้จริงๆๆค่ะตอนนี้5555555 แอบน้ำตาคลอตามตอนอายาเมะร้องไห้โฮ555 พัตนาไปอีกขั้นแล้วน้าาา
    #692
    0