Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 32 : Special aria 1 : Beauty and the Dragon Master [Part2] by Pandora P.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,880
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 211 ครั้ง
    25 ธ.ค. 63

 

Special aria 1

Beauty and the Dragon Master

 

ใบหน้าของอายาเมะถูกตบแต่งอย่างสวยงามด้วยเครื่องสำอาง เด็กสาวไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานเย็นเพื่อให้สามารถยัดตัวเองลงไปในชุดที่ตัดไว้ได้

 

ข่าวเรื่องที่เธอหายตัวไปถูกปิดเป็นความลับจนน่าสงสัยว่าโทโดโรกิแห่งอคราเดลคนนั้นตามหาบ้านของบาคุโกเจอได้ยังไงกันแน่

 

“เร่งมือหน่อย” เสียงเย็นชาของสุภาพสตรีวัยกลางคนทำให้สาวใช้ในห้องรีบก้มหน้าก้มตาปฏิบัติตามคำสั่งนายเหนือหัว

 

ท่านแม่มองเธอแต่งตัวด้วยสายตาเรียบเฉย

 

ตั้งแต่อายาเมะกลับมา เธอก็แทบไม่ได้คุยกับท่านแม่เท่าไหร่ อันที่จริงท่านแทบจะไม่ถามด้วยซ้ำว่าเธอหายไปไหน ไปทำอะไรมา

 

แม้จะรับรู้ถึงความเป็นห่วงที่ซ่อนอยู่ในสีหน้าเย็นชา แต่เด็กสาวก็ไม่สามารถปั้นหน้าเป็นเด็กดีผู้ยอมทำตามคำสั่งทุกอย่างได้อีก

 

งานเดบูตองต์เป็นเรื่องหนึ่ง แต่หากท่านแม่คิดจะแนะนำเธอให้ใครในคืนนี้ อายาเมะตัดสินใจว่าเธอจะปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

 

หากเป็นอายาเมะคนก่อนหน้านี้ที่ไม่เคยได้สัมผัสกับอิสรเสรีมาก่อนอาจจะยอมพูดตกลงไปก็ได้ แต่ตัวเธอที่เคยได้หลุดออกไปนอกกรงขังครั้งหนึ่งไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบนี้ได้อีกแล้ว

 

เธอพึ่งจะอายุไม่เท่าไหร่เองนะ ให้หลับหูหลับตาแต่งงานไปแบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก

 

มีอีกตั้งหลายอย่างที่อยากทำ มีอีกตั้งหลายที่ที่อยากไป…

 

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” สาวใช้ทุกคนล่าถอยออกไปพร้อมกัน เปิดทางให้เลดี้อิชิคาวะเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยของบุตรสาวเป็นครั้งสุดท้าย

 

อายาเมะสวมชุดเกาะอกสีชมพูไล่สีจนเป็นสีฟ้าบริเวณชายกระโปรง รองเท้าแก้วใสช่วยให้เด็กสาวดูสูงโปร่งขึ้นมากกว่าเด็กวัยเดียวกัน ผมถูกดัดลอนอ่อนๆและถักเปียมงกุฎครึ่งหัวพร้อมประดับด้วยดอกไม้ดอกเล็กๆ ขับให้เธอดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอม

 

เลดี้อิชิคาวะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะพาเด็กสาวขึ้นรถม้าไปยังพระราชวัง

 

ท้องพระโรงประดับประดาด้วยไฟหลากสีสัน ผู้เข้าร่วมงานจากตระกูลชั้นสูงทั้งหลายล้วนแต่งกายอย่างงดงาม อายาเมะกวาดตามองพวกเขาผ่านๆ เธอรู้จักพวกเขาเกือบทั้งหมดเพราะการจำใบหน้าและชื่อของตระกูลสำคัญก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เธอจำเป็นต้องทำเช่นกัน

 

“เลดี้และคุณหนูแห่งตระกูลอิชิคาวะ”

 

ชื่อตระกูลของพวกเธอถูกขานเสียงดังในตอนที่เข้างาน เรียกความสนใจจากคนทั้งหมดได้เป็นอย่างดี

 

อายาเมะยืนหลังตรง ยกรอยยิ้มสุภาพที่สุดขึ้นมาสวม เธอแอบเห็นซาโยริจากมุมหนึ่งของห้องโถง เพื่อนของเธอแอบขยิบตาให้พร้อมกับพูดโดยไร้เสียงว่า “สวยมาก”

 

เด็กสาวยิ้มตอบแต่ไม่ได้เดินไปหาเพราะหน้าที่ของเธอในคืนนี้คือการยิ้มและยืนเฉยๆ ราวกับเป็นดอกไม้ประดับของท่านแม่ในตอนที่ใครต่อใครพากันมาทักทายเลดี้อิชิคาวะและลูกสาวผู้งดงาม

 

“แปลกจังเลยนะคะที่ผู้วิเศษฮิราตะอยู่ที่นี่ด้วย ปกติไม่ค่อยปรากฏตัวแท้ๆ” เลดี้คนหนึ่งเปิดประเด็นขณะที่ใช้พัดปิดบังใบหน้าหากดวงตากลับเหลือบมองหญิงสาวร่างเล็กในชุดสีขาวปลอดซึ่งยืนอยู่ข้างสุภาพบุรุษคนหนึ่งซึ่งมีปีกสีแดงโดดเด่น

 

“แล้วนั่นไม่ใช่มาร์ควิสฮอว์กส์หรอกหรือคะ น่าแปลกใจจริงเชียวที่อยู่ด้วยกัน ท่านหญิงพอจะทราบเรื่องนี้บ้างรึเปล่าคะ”

 

“ไม่ทราบเลยค่ะ” ท่านแม่ของอายาเมะตอบอย่างระมัดระวัง

 

บทสนทนาหลังจากนั้นเป็นอย่างไรอายาเมะก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจแล้ว สีปีกของมาร์ควิสคนนั้นทำให้เธอคิดถึงดวงตาสีแดงสดของใครอีกคนขึ้นมามากกว่า

 

ใครอีกคนที่ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องทำตัวสวยๆ อย่างตอนนี้เลยสักนิด

 

“เลดี้อิชิคาวะ” เสียงเรียกของสุภาพสตรีอีกคนทำให้วงสนทนาของเลดี้กลุ่มแรกล่าถอยไป

 

“เลดี้ยามาโมโตะ” ท่านแม่ของเธอตอบรับคำทักทายอย่างยินดี พอเห็นลูกชายที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอข้างหลังของเลดี้คนนั้นแล้ว อายาเมะก็พลันรู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมา

 

“คุณหนูอิชิคาวะงดงามสมคำร่ำลือจริงๆ นะคะ”

 

“ท่านหญิงกล่าวเกินไปแล้วค่ะ”

 

“สึสึกิ ทำไมลูกไม่พาคุณหนูอิชิคาวะไปเดินเล่นในงานสักหน่อยล่ะ”

 

“ครับ ท่านแม่”

 

ลูกชายของบ้านยามาโมโตะรับคำแล้วก้าวขึ้นมาข้างหน้า ในขณะที่อายาเมะรีบประสานมือไว้ที่เอวแล้วหลุบตาลง

 

น้ำเสียงของเธอนิ่งสงบและเย็นชา แสดงความห่างเหินอย่างชัดเจน

 

“เกรงว่าต้องปฏิเสธน้ำใจของท่านหญิงแล้วค่ะ ขออภัยด้วยนะคะ” 

 

พูดออกไปแล้ว

 

เธอพูดออกไปแล้วจริงๆ

 

สีหน้าของท่านแม่ดูเรียบเฉยต่างจากที่เธอคิดมาก ดูจะไม่หาความกับการแข็งข้อของเธอในครั้งนี้สักเท่าไหร่เลย

 

“แหม คุณหนูน้อย---” เลดี้ยามาโมโตะกำลังจะพูดอะไรอีกสักอย่าง หากชื่อของคนสำคัญที่สุดในค่ำคืนนี้กลับถูกขานออกมาเสียงดัง

 

“เจ้าหญิงอนาสตาเซียแห่งบาธิลอน”

 

เด็กสาวที่ยืนอยู่บนบันไดหินอ่อนขั้นบนสุดเพียงลำพังก็คือเจ้าหญิงที่คนทั้งอาณาจักรไม่เคยพบพระพักตร์มาก่อน

 

ทรงมีเรือนผมสีดำเฉกเช่นท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงเนตรสีทองดุจอำพัน และใบหน้าเรียบเฉยราวกับน้ำแข็ง ฉลองพระองค์สีมุกยาวกรอมพื้นและเทียร่าประจำราชวงศ์ขับเน้นให้ความสูงศักดิ์ในสายเลือดสีน้ำเงินเด่นชัด

 

ตึก…ตึก…ตึก…

 

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นเมื่อทรงก้าวลงจากบันไดทีละขั้น…

 

ขณะนั้นอายาเมะอดรู้สึกไม่ได้ว่าเจ้าหญิงทรงเป็นคนที่งดงาม…หากให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวมากในเวลาเดียวกัน

 

ทั่วท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบราวกับต้องมนตร์สะกด

 

อนาสตาเซียหยุดยืนอยู่บนพื้นราบ ดวงตาสีอำพันหลุบลงขณะที่วาดขาไปข้างหลังเพื่อถอนสายบัว

 

“ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี...สุขสันต์งานเลี้ยงเดบูตองต์”

 

สิ้นกระแสรับสั่งนั้น เปลวไฟสีฟ้าพลันลุกโชนขึ้นมาโอบล้อมทุกคนไว้ในกองเพลิง

 

พรึบ!

 

เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ ความวุ่นวายเข้าครอบคลุมทั่วทั้งห้องโถงขนาดใหญ่

 

เปลวไฟสีฟ้าเริ่มลามไปบนพื้นพรม ผ้าม่านและของประดับต่างๆ ทำให้มันโหมกระหน่ำยิ่งกว่าเดิมจนอายาเมะเริ่มรู้สึกหายใจลำบาก

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?”

 

ท่ามกลางเสียงร้องระงมด้วยความตื่นตระหนก อายาเมะยังคงได้ยินบทสนทนาจากพวกขุนนางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

 

“จอมมาร..จอมมารกำลังบุกโจมตีน่ะสิ!!”

 

ผู้ร่วมงานวิ่งหนีตายกันอลหม่าน แต่อยู่ดีๆ อสุรกายแห่งความมืดก็ปรากฏตัวขึ้นกลางห้องโถง ทำให้คนบางส่วนติดอยู่ข้างในและออกไปไม่ได้

 

ในวินาทีนั้น คนที่คว้ามือของเธอเอาไว้แน่นกว่าใครก็คือท่านแม่

 

อายาเมะได้ยินเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของผู้ชาย เสียงร่ายเวท เสียงปะทะดาบและการต่อสู้ที่ชวนหวาดผวา แต่เธอไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าการพาตัวเองกับท่านแม่ออกจากที่นี่

 

แต่ทางออกอยู่ไกลเกินไป แถมยังมีอสุรกายพวกนั้น…

 

อายาเมะกับท่านแม่มาลงเอยที่มุมหนึ่งของโถงจัดงานเลี้ยงโดยสมบูรณ์

 

เปลวไฟสีฟ้าที่เผาไหม้ผ้าม่านเหนือหัวและอสุรกายตัวใหญ่ที่ไล่ต้อนพวกเธอจนจนมุมทำให้เธอเม้มริมฝีปากแน่น

 

ในตอนนั้น ความคิดที่ต้องปกป้องท่านแม่ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เด็กสาวดันหญิงวัยกลางคนไปไว้ข้างหลัง ก่อนจะคว้าดาบของชุดเกราะอัศวินข้างตัวขึ้นมาถือไว้ทั้งๆ ที่ตัวของเธอสั่นไปหมด

 

กลัวก็ส่วนกลัว จะทำอะไรอสุรกายพวกนี้ไม่ได้ก็ช่าง…

 

แต่สถานการณ์ตอนนี้มีแต่ต้องทำเท่านั้นเอง!

 

“อายาเมะ นี่ลูก---!?”

 

“จะปกป้องให้ได้ค่ะ!” อายาเมะพูดเสียงดัง ดวงตาไม่ได้ละออกจากอสูรกายที่ย่างสุขุมเข้ามาสักนิด “ทั้งหนูทั้งท่านแม่…เราต้องรอดออกไปด้วยกัน”

 

ถึงจะพยายามพูดแบบนั้นเพื่อให้แม่ของเธอไม่กลัวจนเกินไป แต่ลึกๆ แล้วอายาเมะรู้แก่ใจดี

 

เธอเป็นคุณหนูที่ไม่เคยจับดาบมาก่อน ขอแค่พวกมันกระโจนเข้ามา การต่อสู้ก็จะจบลงที่ความตายของเธอในเวลาอันรวดเร็วอย่างแน่นอน

 

เพราะอย่างนั้นอายาเมะจึงอดรู้สึกกลัวไม่ได้

 

จิตใต้สำนึกของเธอกำลังวิงวอนต่อพระเจ้าเป็นเสียงเดียว

 

ใครก็ได้…ช่วยเธอด้วยทีเถอะ

 

โครม!!!!

 

กำแพงเหนือศีรษะของเธอถูกพังลงมาจนไม่มีชิ้นดี เปลวไฟสีแดงอบอุ่นกันทางของไฟสีฟ้าให้ห่างจากตัวของอายาเมะพร้อมๆ กับที่เผาอสุรกายตัวนั้นจนกลายเป็นเถ้าธุลี

 

มังกรสีเพลิงตัวใหญ่กว่าแอสธารอธหลายเท่าชะโงกหัวเข้ามาในท้องพระโรง ปกป้องเธอเอาไว้ด้วยปีกคู่ใหญ่

 

บนหัวของมันก็คือร่างของคนที่อายาเมะคุ้นเคยดี

 

ใบหน้าของบาคุโกบึ้งตึ้ง ดวงตาสีแดงสดฉายแววประกายอำมหิตอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

เขาชี้ดาบไปยังกองทัพอสุรกายแล้วสั่งเสียงสั้นกร้าว

 

“ฆ่า!”

 

“กรรรรรรรรร” มังกรเพลิงตอบรับแล้วพ่นไฟไปยังกองทัพอสูรโดยตรง

 

ไฟแผดเผาอสูรรอบๆ ส่วนใหญ่ไปได้ แต่ก็ยังหลงเหลือบางตัวที่น่าจะทนทานต่อเปลวเพลิงที่ยังคงเดินมุ่งหน้าเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นี่เลยสักนิด

 

แต่ก่อนที่อะไรจะได้เข้าใกล้พวกเธอ บาคุโกก็กระโดดลงมายืนขวางตรงหน้า แผ่นหลังของเขาใต้ผ้าคลุมสีแดงหยัดตรงราวกับจะปกป้องเธอจากอันตรายทุกอย่างบนโลก

 

มังกรสีแดง...แผ่นหลังหยัดตรง...ผ้าคลุมที่ปลิวสะบัดอยู่ตรงหน้าและเปลวไฟ

 

ทั้งหมดเรียกความทรงจำที่เลือนรางของอายาเมะกลับมา

 

เธอเคยช่วยลูกมังกรที่บาดเจ็บเอาไว้ตัวหนึ่งเมื่อสมัยยังเป็นเด็ก

 

เธอเคยเล่นและร้องเพลงกล่อมลูกมังกรตัวนั้นในกระท่อมเล็กๆ หลังหนึ่ง

 

จนกระทั่งวันที่ไฟป่าเผาไหม้ทุกอย่างจนอายาเมะเกือบเอาชีวิตไม่รอด...ในตอนนั้นก็มีเด็กผู้ชายคนนึงเข้ามาช่วยเธอเอาไว้เหมือนกัน

 

น่าแปลกที่เงาของเด็กผู้ชายคนนั้นซ้อนทับกับแผ่นหลังของบาคุโกอย่างพอดิบพอดี

 

หรือว่าเด็กผู้ชายในความทรงจำของเธอคนนั้น…

 

“กรรรร!!”

 

เสียงมังกรที่คุ้นเคยดึงสติของอายาเมะกลับมาอีกครั้ง เอวของเธอโดนเกี่ยวจนลอยหวือออกมาจากห้องโถงที่แปรเป็นสนามรบขนาดย่อม

 

โชคดีที่อายาเมะโดนหิ้วไปมาหลายครั้งจนชินแล้ว เธอถึงได้คว้าร่างของท่านแม่มาออกมาด้วยได้อย่างปลอดภัย

 

เลดี้อิชิคาวะหน้าซีดกับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ แต่เมื่อเห็นบุตรสาวร้องเรียกชื่อ “แอสตี้!” ราวกับคุ้นเคยกับมังกรตรงหน้าดี หญิงสาววัยกลางคนก็รู้แล้วว่าพวกเธอปลอดภัย

 

เสี้ยวหน้าอ่อนหวานของลูกสาวตัวน้อยที่เธอมองเป็นเด็กอยู่เสมอสะท้อนกับแสงจันทร์จากท้องฟ้า ประกายเข้มแข็งในดวงตาทำให้เลดี้อิชิคาวะแปลกใจ

 

อายาเมะดูแลตัวเองได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…

 

ท่านหญิงคิดเช่นนั้นก่อนที่ภาพทุกอย่างจะดับลงเป็นสีดำ

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

หลายสัปดาห์ผ่านไป

 

ดวงตาสีแดงสดของดรากอนมาสเตอร์แห่งหุบเขามังกรกำลังจ้องมองแผนที่ บนแผ่นกระดาษขนาดใหญ่มีร่องรอยของมีคมขีดฆ่าชื่อหมู่บ้านและเมืองต่างๆ

 

ทั้งหมดนั่นก็คือเมืองที่คนของหุบเขามังกรไปยึดมาเป็นอาณานิคมของตนเอง

 

แต่ตอนนี้ชาวหุบเขามังกรเริ่มจะเบื่อกับการออกล่าและเริ่มอยู่อย่างสงบกันมากขึ้นแล้ว

 

งานของบาคุโกที่เคยมีการวางแผนการรบและนำทัพจึงกลายเป็นมาแก้ไขปัญหาจิปาฐะตามประสานักปกครองอย่างน่ารำคาญที่สุด

 

เด็กหนุ่มถีบโต๊ะเอกสารตัวใหญ่จนล้มโครมก่อนจะกระแทกเท้าออกจากห้องทำงาน

 

เสียงหัวเราะและเสียงดนตรีที่ลอยมาตามลมเป็นสิ่งที่พึ่งมีขึ้นไม่นานมานี้ในหมู่บ้านหลังจากที่คนจากหมู่บ้านอื่นๆ ที่พ่ายแพ้การต่อสู้กับชาวหุบเขามังกรย้ายเข้ามาอยู่อาศัย

 

แม่งก็ไม่ได้แย่หรอก...แค่อย่ามาเล่นกันหน้าบ้านเขาก็พอ

 

ขาทั้งสองข้างพาบาคุโกมายังลานน้ำพุกลางตลาดที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านโดยไม่รู้ตัว

 

แล้วที่นั่นเอง...บาคุโกก็มองเห็นผ้าคลุมไหล่ปักลายดอกไม้สะบัดอยู่กลางอากาศ

 

ในชั่ววินาทีแรก บาคุโกนึกว่าเขาเผลอย้อนคิดไปถึงยัยกระต่ายคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเองราวกับว่าหล่อนไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

 

แต่พอหยุดยืนมองดูแล้วเขาจึงมั่นใจว่าเขาไม่ได้มองผิด 

 

เส้นผมสีบลอนด์อ่อนสะท้อนแสงแดดเป็นประกายราวกับทองคำ

 

กระโปรงพลิ้วตามการขยับตัวไปตามจังหวะเพลง

 

สายตาของชาวหุบเขามังกรจับจ้องไปยังสาวงามแปลกหน้าราวกับโดนรอยยิ้มของเธอสะกดไว้จนละสายตาออกไปไม่ได้

 

ทั้งหมดนั่นคือยัยกระต่ายไม่ผิดแน่นอน

 

อายาเมะหมุนตัวแล้วหยุดฝีเท้าลงเมื่อเพลงจบพอดี ดวงตาสีน้ำทะเลปรือขึ้นช้าๆ ก่อนจะพบว่าเธอกำลังยืนอยู่หน้าดวงตาสีแดงสดอีกคู่ที่คุ้นเคยดี

 

ใบหน้าหวานยกรอยยิ้มสดใส

 

“เสร็จงานแล้วเหรอบาคุโก”

 

“....”

 

บาคุโกกวาดสายตาสำรวจหล่อนโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

 

ดูเหมือนจะมีน้ำมีนวลขึ้นจากครั้งสุดท้ายที่เจอกัน…

 

สีหน้าก็ดีขึ้น ไม่ฝืนยิ้มโง่ๆ อีกแล้ว

 

“...”

 

“บาคุโก?”

 

“สาวน้อยถามแล้วไม่รู้จักตอบเหรอค้า หรือไม่แน่ใจว่าที่เห็นอยู่คือตัวจริงหรือภาพหลอนเพราะคิดถึงเขามากไปอยู่?” อาชิโดะแซวเป็นคนแรก ตามด้วยเสียงผิวปากจนใบหน้าเล็กๆ ของอายาเมะขึ้นสีแดงระเรื่อไปหมด

 

บาคุโกตวัดสายตาอาฆาตไปมองแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครกลัวสักเท่าไหร่ เขาจึงหิ้วคอยัยคนเด๋อที่ไม่รู้จะยืนเป็นเป้าล้ออีกนานมั้ยแล้วโยนหล่อนขึ้นไปบนหลังแอสตี้

 

“กลับบ้าน!” เสียงห้วนสั่งเจ้ามังกรน้อยที่มีท่าทีดีใจอย่างเห็นได้ชัด

 

สองคนกับหนึ่งมังกรกลับไปยังบ้านหลังเล็กบนภูเขาลูกนั้นอีกครั้ง อายาเมะใช้เวลาตลอดทั้งเย็นกลิ้งเล่นกับแอสธารอธ การจำอะไรๆ ได้ทำให้เธอรู้สึกสนิทสนมกับเจ้ามังกรน้อยมากขึ้นอีกหลายเท่า กว่าจะรู้ตัวอีกทีพระจันทร์ก็แขวนอยู่ข้างๆ ดวงดาวบนท้องฟ้าแล้ว

 

เธอมองแสงไฟในบ้านที่เปิดอยู่แล้วลูบหัวแอสตี้เบาๆ

 

“หลับตาเถิดหนาเจ้าลูกมังกรตัวน้อย…”

 

เพลงกล่อมเด็กเพลงโปรดที่เธอเคยร้องกล่อมแอสธารอธตอนเด็กๆ ถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง

 

“นอนลงบนเตียงจากผืนหญ้าแล้วใช้ผืนฟ้าต่างผ้าห่ม...ละอองดวงดาวจะขับกล่อมเจ้าให้ฝันดี...”

 

“กรร…” 

 

“และดอกไอริสดอกนี้จะรอพบเจ้าในความฝันยามนิทรา”

 

อายาเมะไม่รู้หรอกว่าการกระทำของเธออยู่ในสายตาของบาคุโกทั้งหมด

 

ลูกกระต่ายซุ่มซ่ามที่ช่วยมังกรของเขาไว้ในวันนั้น...ผ่านไปสิบปีก็ยังคงพยายามกล่อมมังกรที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองด้วยการร้องเพลงเดิมอยู่ไม่เปลี่ยน

 

บาคุโกรู้สึกว่าเสียงของหล่อนไม่ได้แค่กล่อมเจ้ามังกรดื้อนั่นหรอก มันทำให้เขารู้สึกสงบมากไปด้วย

 

เพราะงั้นการมีหล่อนอยู่รอบตัว...ถึงไม่แย่เท่าไหร่

 

“บาคุโก” เสียงหวานเรียกสติเขาออกจากห้วงความคิด เด็กหญิงสวมชุดกระโปรงสีฟ้าโง่ๆ ในความทรงจำเปลี่ยนมาเป็นสาวงามในชุดสีเดียวกันที่กำลังถือกระดานหมากรุกแทน

 

ดวงตาสีน้ำทะเลเป็นประกายในขณะที่เอ่ยชวน

 

“มาเล่นกันเถอะ”

 

ในห้องนั่งเล่นเล็กๆ บนเก้าอี้ข้างเตาผิงอุ่นๆ ตารางหมากรุกถูกกางเอาไว้ระหว่างคนสองคน

 

หนึ่งคือเด็กสาวที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสาวงามแห่งบาธิลอน

 

หนึ่งคือดรากอนมาสเตอร์ผู้น่าเกรงขามแห่งหุบเขามังกร

 

ดูยังไงก็เป็นคนที่ไม่น่าจะมาเจอกันได้เลยสักนิด

 

แต่โชคชะตาก็พาพวกเขามาพบกันแล้ว

 

“วันนั้นขอบคุณนะ”

 

อายาเมะเอ่ยขึ้นมาโดยไม่ได้ระบุว่าเรื่องที่กำลังขอบคุณคือเรื่องอะไรกันแน่

 

เรื่องวันงานเดบูตองต์? 

 

คงใช่ แต่บาคุโกมองเห็นความหมายล้ำลึกกว่าที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น

 

“เหอะ”

 

เด็กสาวนั่งเงียบใช้ความคิดอยู่พักหนึ่ง พอเธอขยับหมากของตัวเองเสร็จจึงพูดต่อว่า

 

“แล้วก็...วันนี้ฉันมาบอกลา”

 

“...”

 

“ฉันจัดการเรื่องที่บ้านเรียบร้อยแล้วล่ะ แล้วก็ตัดสินใจแล้วว่าหลังจากนี้จะออกไปผจญภัยบ้าง ฉันอยากเห็นทุ่งดอกไม้พันเอเคอร์ของอาณาจักรตะวันออก อยากเห็นทะเลที่มีแต่ทรายสุดลูกหูลูกตา อยากไปดูว่าดินแดนของพ่อค้าคาราวานที่มีเครื่องเทศกับผ้าไหมเป็นยังไง”

 

เธอยิ้มนิดๆ ในตอนที่ปรายตาไปมองหนังสือเล่มโปรดที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าเดินทาง

 

บาคุโกฟังสิ่งที่เธอเล่าเงียบๆ ขณะที่มือของเขาขยับหมากเข้าตำแหน่งรุกฆาต

 

“แพ้อีกแล้ว…” อายาเมะหัวเราะแห้งๆ “นอกจากบาคุโกแล้วก็มีพี่ชายฝาแฝดนี่แหละที่ฉันไม่เคยเอาชนะเขาได้เลย”

 

“เป็นสุดยอดนักวางแผนไร้พ่ายเลยล่ะ ไร้เทียมทานสุดๆ”

 

“ไร้สาระ”

 

“ไม่ได้ไร้สาระสักหน่อย ต่อให้เป็นนายถ้าเจอกับเขาก็ต้องลำบากแน่ๆ!”

 

คำพูดของอายาเมะคงจะไปกระตุกต่อมชอบเอาชนะของบาคุโกเข้าอย่างจัง เพราะตอนนี้ดวงตาสีแดงสดคู่นั้นราวกับมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ข้างใน

 

“หา? งั้นก็พามันมาแข่งกันให้รู้ไปเลยสิวะ!”

 

เด็กสาวโดนสายตานั่นมองทำให้รู้สึกจนใจอยู่บ้าง

 

“ถึงอยากจะพามาก็ไม่ได้หรอก เขาอยู่บนเรือสินค้ากลางทะเลตะวันออกนี่นา”

 

ซึ่งอายาเมะก็ตัดสินใจไปแล้วล่ะว่าจะไปเยี่ยมพี่ชายเป็นอันดับแรกของการเดินทาง

 

ส่วนจะไปยังไง…ยังไม่ได้คิดสักนิด

 

เอาเป็นว่าไปให้ถึงท่าเรือให้ได้ก่อน....

 

“เหอะ! อย่างกับมังกรจะบินไปไม่ถึง”

 

บาคุโกแค่นเสียงเหมือนกำลังบอกว่า ‘อย่ามาหาข้ออ้างกับฉัน’ แล้วหุนหันเข้าไปกวาดของใส่กระเป๋าบ้าง

 

ท่าทางนั้นทำให้อายาเมะกะพริบตา สมองน้อยๆ แล่นอย่างรวดเร็วเพื่อประมวลผลคำพูดเมื่อครู่

 

อย่างกับมังกรจะบินไปไม่ถึง...ก็คือจะไปที่นั่นด้วยมังกรเหรอ?

 

มังกรของเขาก็คือแอสตี้รึเปล่านะ?

 

หรือว่า…

 

“บาคุโกจะไปส่งฉันเหรอ?”

 

“ไม่ได้ไปส่งหล่อน! ไปชนะพี่ชายหล่อน!!!”

 

เสียงเกรี้ยวกราดตะโกนตอบกลับมา แม้จะไม่มีเนื้อหาตรงไหนที่อ่อนโยนสักนิด แต่อายาเมะกลับยิ้มกว้างจนเมื่อยแก้ม

 

และนั่น…ก็คือเรื่องราวก่อนการออกเดินทางด้วยกันชั่วชีวิตของสาวงามแห่งบาธิลอนและดรากอนมาสเตอร์แห่งหุบเขามังกร!

 

 

Special Side Story: The adventure of Shoto

 

มีจดหมายลับส่งมาจากอาณาจักรพันธมิตรว่าเจ้าหญิงของพวกเขาหายตัวไป

 

ในฐานะเจ้าชายแห่งอคราเดีย โทโดโรกิ โชโตะจึงขี่ม้าขาวคู่ใจออกเดินทางเพื่อไปช่วยเจ้าหญิงตามประสาเจ้าชายที่ดี

 

เขาเดินทางถึงอาณาจักรบาธิลอน ได้ข่าวว่า ‘เด็กสาวที่งดงามราวกับเจ้าหญิง’ ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงหายตัวไปในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

 

เด็กสาวที่งดงามราวกับเจ้าหญิงก็คือเจ้าหญิง โชโตะสรุปอย่างเยือกเย็น แล้วจึงไล่ตามเบาะแสเล็กน้อยนั่นไปยังกระท่อมหลังเล็กบนภูเขาแห่งหนึ่ง

 

แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะโดนเด็กหนุ่มหน้าตาไม่เป็นมิตรจับโยนออกมาในเสี้ยวนาที

 

แม้จะงุนงงอยู่บ้าง แต่สาวงามก็ไม่ได้ดูเหมือนโดนบังคับฝืนใจ ดังนั้นคงไม่มีอะไรไม่ถูกต้อง

 

โชโตะเก็บดาบ ขี่ม้าขาวรอนแรมต่อไป

 

ข่าวลือและเบาะแสถัดมานำเขามายังดินแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายมนตร์ดำ บ้านของเหล่าอสุรกาย

 

โชโตะหลับตาวาดวิถีดาบ ไม่นานก็ฝ่าปราการทั้งหมดเข้ามายังพระราชวังแห่งความมืดซึ่งตั้งอยู่ชั้นในสุด

 

ณ ที่นั่น จอมมารดาบิกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ทำจากกระดูกมนุษย์ บนตักของเขาคือร่างบอบบางของเด็กสาวผมสีดำสนิท 

 

ไม่ผิดแน่ เธอคนนี้คือเจ้าหญิงอนาสตาเซียแห่งบาธิลอน

 

“ฉันคือโทโดโรกิ โชโตะ มาช่วยเจ้าหญิง” เจ้าชายประกาศ ยกดาบขึ้นมาชี้ไปทางคนทั้งสอง

 

“…” จอมมารเท้าคางมองเขาด้วยสายตาเบื่อหน่าย ในขณะที่ดวงตาสีอำพันของเด็กสาวคนนั้นมองลงมาอย่างเฉยชา

 

“ไม่มีใครขอให้ท่านมาช่วย”

 

“…”

 

“ฉันเต็มใจมาเอง”

 

จบคำพูด โชโตะก็ถูกจับโยนออกมาพร้อมเสียงปิดประตูวังดังปัง!

 

เจ้าม้าสีขาวคู่ใจเดินมารับคล้ายรู้อยู่แล้ว

 

เด็กหนุ่มปีนขึ้นไปบนหลังม้าทั้งๆ ที่มีความคิดมากมายแล่นเต็มหัว

 

โชโตะรู้สึกไม่เข้าใจมาก

 

เขาถูกไหว้วานให้มาช่วยเจ้าหญิง

 

เจ้าหญิงคนแรกบอกว่าตัวเองไม่ใช่เจ้าหญิง

 

เจ้าหญิงคนที่สองบอกว่าเธอไม่ต้องการให้ช่วย

 

ผิดบท…นี่มันผิดบทเกินไปหน่อยรึเปล่า?

 

ม้าสีขาวมุ่งหน้ากลับสู่อคราเดียทั้งๆ ที่เจ้านายของมันยังคงมีสีหน้างุนงงราวกับคิดไม่ตก

 

“อ้ากกกก!”

 

แล้วจู่ๆ เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมากลางทะเลทรายระหว่างทาง

 

พวกชนเผ่ากำลังต่อสู้กับกองกำลังทหารของประเทศหนึ่ง และพวกเขาเลือกใช้วิธีสกปรกอย่างการโจมตีหน่วยแพทย์ของอีกฝ่าย

 

เสียงสั่งการเฉียบขาดของผู้หญิงดังขึ้นท่ามกลางเสียงการต่อสู้ทั้งหมด

 

“ปกป้องคนบาดเจ็บค่ะ!”

 

เธอเป็นเด็กสาวผมสีฟ้าอ่อนตัดกับสีของทรายและสีผมคนพื้นถิ่นโดยรอบ เสื้อคลุมสีขาวปักตราหน่วยแพทย์ของกองทัพอคราเดียโดดเด่นบนแผ่นหลัง

 

หน่วยแพทย์ตระเวนชายแดนงั้นเหรอ?

 

ร่างเล็กๆ นั่นหยิบดาบขึ้นมาต่อสู้กับศัตรูอย่างไร้ความหวาดกลัวจนโชโตะอดชื่นชมไม่ได้

 

ในจังหวะที่เธอกำลังจะเสียท่าให้ศัตรู ร่างกายของเขาก็ขยับไปเองโดยที่ไม่รู้ตัว ม้าสีขาวกระโจนเข้าขวางพร้อมกับดาบที่วาดออกไปปกป้องเด็กสาวผมสีฟ้าคนนั้น

 

“ไม่เป็นไรใช่มั้ย” โชโตะหันไปถามเธอ 

 

เด็กสาวคนนั้นกุมศีรษะราวกับกำลังพยายามหยุดเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผล

 

“อา…”

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเงยหน้าขึ้นมาส่งรอยยิ้มที่แสนบริสุทธิ์ให้เขา

 

“ขอบคุณนะคะ”

 

ในวินาทีนั้น โชโตะคิดว่า...บางทีเขาคงได้พบเจ้าหญิงตัวจริงเข้าแล้วล่ะ!

 

________________________

ข้อความจาก Pandora P.

นายมังกรเดินทางมาถึงตอนจบแล้วค่ะ! อันที่จริงก็เป็นตอนจบที่เป็นจุดเริ่มต้น(?) ต่อจากนี้นายมังกรยังต้องผจญภัยกับสาวงามต่ออีกยาวไกล!

จริงๆ คนแรกที่คิดพลอตเสร็จคือของโชโตะค่ะ แถมพอเล่าให้พี่ Ms.Margarita ฟังก็ผ่านทันทีเลย เอ็นดูมากๆ -0-

หวังว่าทุกคนจะชอบของขวัญที่เราตั้งใจเขียนมากๆๆ ชิ้นนี้นะคะ >w<

อ๊ะ เร็วๆ นี้คฤหาสน์ปีกเหล็กกล้าของมาร์ควิสฮอว์กจะเปิดประตูเป็นกรณีพิเศษ ท่านแขกผู้มีเกียรติอย่าลืมรอติดตามน้า~

 

ข้อความเพิ่มเติมจาก Ms. Margarita

ปล. ก็คือแอบขายฟิคทุกเรื่องของเราแบบเนียนๆ นั่นเอง…

ปล.2 ขอบคุณทุกคนที่ช่วยดันนายคัตสึกิกับอายาเมะจังไปถึงท็อปอันดับ 4 นะคะ เราตื่นมาเจอนี่ตกใจมากเลยค่ะ 

ปล.3 รอบหน้าเจอกันที่คุมฮอว์กส์นะคะ ฉลองวันเกิดเมนเรา!

ตอนนี้ทยอยส่งข้อความไปหมดแล้วนะคะ (มีที่ส่งข้อความลับไม่ได้ 1 คนค่ะ) ใครที่มีรายชื่อแล้วยังไม่ได้ข้อความจากเรา สามารถทักมาหาเราก่อนได้เลยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 211 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #1038 Napatsaorn20 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:31
    โชโตะหนูลูก ไม่ต้องพยายามขนาดนั้นเจ้าหญิงของหนูก็มาเอง
    #1,038
    0
  2. #568 lamb_san (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 03:55
    สารภาพค่ะว่าตั้งแต่เห็นชื่อเจ้าหญิงอนาสตาเซียกับจอมมารก็เหมือนจะไม่ค่อยมีสติอ่านต่อแล้ว5555555 กี้สสสส จิตใจของเอปตีเหมือนปลาได้น้ำาา (กรีดร้อง) เราขำออกเสียงตอนอ่านพาร์ทการผจญภัยของโชโตะเลยค่ะ ตอนแรกที่บอกว่าโชโตะมาตามหาเจ้าหญิงก็นึกว่าเป็นชิโอริ กลายเป็นว่าหักมุมเฉย555555555 น้องเด๋อโดนแกงแล้วแกงอีก5555555555 ส่วนดรากอนมาสเตอร์กับเลดี้ของเขาก็หวานมดขึ้นแบบไม่ไหวแล้ว สำลักความหวานค่ะ... (ตาเหลือก) รอพาร์ทมาร์ควิสฮอว์คกับผู้วิเศษฮิราตะอยู่นะคะ อยากรู้มากว่าบทบาทของสองคนนี้ในเอยูนี้จะเป็นไง555555555
    #568
    0
  3. #566 godmotherjaa (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 03:34
    ยัยโชโตะเด๋อ5455555555
    #566
    0
  4. #564 Kimiyoshi Ranna (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 00:00
    ยัยคัตจังก็ยังคงซึนเหมือนเดิมไท่เปลี่ยน ส่วนน้อนโชโตะคือน่าสงสารละเกินค่ะ ช่วยเจ้าหญิงผิดตัวตลอด5555555555
    #564
    0
  5. #562 ffonn45 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 22:59
    โชโตะนี่มันโชโตะจริงๆ55
    #562
    0
  6. #561 กล้วยอบเนยโรยเกลือ55555 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 20:39
    ขรรมโชโตะไม่หยุดเลยแม่งเอ๊ยยยย น้องเด๋อเรา55555555555
    #561
    0
  7. #560 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 12:08
    น้องชอเตาะคือน่าสงสารมากลูกจะไปช่วยเขาก็โดนไล่ออกมาอย่างเดียวเลย555555 แต่ในตอนท้ายก็ได้เจอเจ้าหญิงของตัวเองซะที เย่
    #560
    0
  8. #559 ParamiWashi32 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 11:19
    โชจังงงง สงสารอ้าาาา55555
    #559
    0
  9. #556 Bao_Bao (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 20:36
    น้องเด๋อลูกกกก5555+ ในที่สุดก็เจอเจ้าหญิงเเล้วนะ!!-///-

    ยัยคัตก็ยังซึนเหมียนเดิม555+
    #556
    0
  10. #555 pnc-cc (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 20:11
    แกงพ่อคนเด๋อหนักมาก ไม่รู้ตะสงสารหรือขำดี5555555
    #555
    0
  11. #554 Fogus2005 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 20:05
    ไม่รู้จะขำรึสงสารโชโตะดี5555
    #554
    0
  12. #553 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 20:04
    น้องเด๋อออ โอยยย แย่งซีนสุดไรสุด!
    #553
    0
  13. #552 Atanasia11 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 19:27

    เหนือสิ่งอื่นใดคือเราขำโชโตะ5555สงสารเค้านะคะ
    #552
    0
  14. #551 minxxix (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 19:20
    ใครแกงโชโตะกันคะเนี่ยยยย
    #551
    0
  15. #550 aom051 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 19:12
    มาครบทุกคู่เลยยยย
    #550
    0
  16. #549 faza205317 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 18:38
    เจ้าชายยยยยย เราสงสารเธอจัง 555555
    #549
    0
  17. #548 softy omelette (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 18:24
    เป็นของขวัญชิ้นโตจริงๆด้วย🥺💘 ฮือออ มาหมดทุกคนเลยตั้งแต่ซายากะจจนชิโอริก็มาด้วย แต่ที่แปลกใจที่สุดเห็นจะเป็นอนาสตาเซียนี่แหละค่ะ ส่วนชายโชก็โดนแกงอีกแล้ว โอ้ย5555555 ขำมากฮือ รอของคุณมาควิสอยู่นะะะ เป็นตอนพิเศษที่คุ้มค่ากับการรอจริงๆค่ะ อยากอ่านต่อเรื่อยๆเลย ไรท์ทั้งคู่เก่งที่สุดเลย !
    #548
    0
  18. #547 Bloody Empress (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 18:15
    555555 น้องโชโตะโดนแกงงงง
    #547
    0
  19. #546 Vela03 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 18:15
    งู้ยยยยยย ชอบมากเลยค่า เป็นตอน special ที่มาครบทุกคู่เลย!!! สุดยอดไปเลยค่าาาา
    #546
    0