Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 31 : Special aria 1 : Beauty and the Dragon Master [Part1] by Pandora P.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,779
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    25 ธ.ค. 63

 

Special aria 1

Beauty and the Dragon Master

 

[กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วยังมีดินแดนที่ปกครองโดยพระราชา มีเจ้าหญิงครองคู่กับเจ้าชาย มีอัศวินผู้กล้ายืนหยัดต่อสู้กับจอมปีศาจ มีมังกรและผู้วิเศษ...]

 

แสงแดดอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิส่องผ่านบานกระจกตกกระทบเรือนผมสีสว่างเป็นประกาย แพขนตาหนาหรี่ลงเล็กน้อยในขณะที่ดวงตากลมโตกวาดผ่านหนังสือเล่มใหญ่ ใบหน้าน่ารักรวมเข้ากับชุดที่ตัดเย็บอย่างงดงามทำให้เด็กสาวดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเหล่าตุ๊กตากระเบื้องเคลือบบนชั้นวางสีขาวด้านหลัง

 

อิชิคาวะ อายาเมะ บุตรีเพียงคนเดียวแห่งตระกูลอิชิคาวะที่มั่งคั่ง

 

“เป็นยังไงบ้าง!” เสียงสดใสร่าเริงทำให้นิ้วเรียวที่กำลังพลิกหน้ากระดาษอย่างเพลิดเพลินหยุดชะงัก

 

อายาเมะเงยหน้ามองเพื่อนสนิทในชุดราตรีสีฟ้าพลางยิ้มออกมา

 

“เข้ากับซาโยริมากเลยล่ะ”

 

“งั้นเหรอ งั้นใช้ได้แล้วค่ะ” ซาโยริพยักหน้าให้กับช่างตัดเสื้อ หายเข้าไปหลังม่านแล้วกลับออกมาในชุดธรรมดาพลางนั่งลงดื่มชาที่อายาเมะรินไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

 

“เท่านี้ก็ตรวจชุดแล้ว ยังเหลือรองเท้า ถุงมือ…” ซาโยริพึมพำก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อเพื่อนของเธอหัวเราะเบาๆ กับเรื่องราวในนิทานด้วยท่าทางผ่อนคลายกว่ามาก

 

“เหลืออีกไม่กี่สัปดาห์จะถึงงานเดบูตองต์แล้ว ชุดของเธอพร้อมแล้วเหรอ”

 

“ท่านแม่เตรียมให้เรียบร้อยแล้วล่ะ”

 

“เพราะเป็นงานสำคัญสินะ…” ซาโยริพยักหน้า

 

งานเดบูตองต์ที่จะมาถึงเป็นงานเปิดตัวครั้งแรกของพวกเธอในฐานะสุภาพสตรีของแวดวงสังคมชั้นสูง ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นงานเปิดตัวครั้งเดียวกันกับเจ้าหญิงของอาณาจักรด้วย

 

ไม่แปลกเลยที่เลดี้อิชิคาวะผู้เข้มงวดจะเตรียมทุกอย่างให้ลูกสาวไว้แล้ว

 

“ฉันรอดูชุดของเธอแทบไม่ไหวแล้ว” เจ้าของบ้านหยิบขนมหวานซึ่งถูกอบเป็นชิ้นเล็กๆ มาทานในขณะที่อายาเมะปิดหนังสือแล้วส่ายศีรษะ

 

“อาจจะเป็นชุดที่แปลกสักหน่อยเพราะอายาโตะส่งผ้าไหมจากประเทศทางตะวันออกมาให้ตัดชุดน่ะสิ”

 

“เป็นท่านพี่ที่รักน้องสาวเสมอต้นเสมอปลายเลยน้า แล้วเขาจะกลับมาเป็นคู่ควงของเธอในงานรึเปล่า?”

 

“ไม่หรอก เห็นว่าเจ้าตัวกำลังเจรจาธุรกิจสำคัญอยู่ อีกสองสามเดือนถึงจะกลับนั่นแหละ”

 

อิชิคาวะคือตระกูลที่ทำการค้าจนร่ำรวยขึ้นมาเป็นตระกูลใหญ่ และเมื่อไม่กี่ปีมานี้ อายาโตะซึ่งเป็นผู้สืบทอดพึ่งเริ่มเข้ามาเรียนรู้งานทั้งหมดอย่างจริงจัง เขาวางแผนขยายธุรกิจออกไปในต่างประเทศจึงมักจะออกจากบ้านครั้งละหลายเดือน

 

อายาเมะทำอย่างพี่ชายฝาแฝดไม่ได้ ท่านแม่ของเธอเข้มงวดเกินกว่าจะปล่อยให้ลูกสาวเพียงคนเดียวล่องเรือไปรอบโลก เธอถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นสุภาพสตรีที่เพียบพร้อม พอถึงอายุที่เหมาะสมก็แต่งงานกับขุนนางหนุ่มผู้ทรงอำนาจสักคนเพื่อขยายอิทธิพลของตระกูลออกไป

 

เพราะอย่างนั้นงานเดบูตองต์ครั้งนี้ถึงได้สำคัญกับครอบครัวของเธอมากๆ

 

อายาเมะหลุบตามองหนังสือเล่มใหญ่บนตักแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเธอเองก็อยากจะสัมผัสสถานที่เหล่านั้นเหมือนอายาโตะบ้างนอกจากไปเยี่ยมเยือนผ่านเรื่องราวในหนังสือ

 

ช่าง...ไม่ยุติธรรมจริงๆ

 

“ขออนุญาตค่ะ” สาวรับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างนอบน้อมก่อนจะโค้งตัวให้ทั้งสองคน “รถม้าของคุณหนูอายาเมะมาถึงแล้วค่ะ”

 

“เลดี้อิชิคาวะส่งรถม้ามารับเธอเร็วจัง” ซาโยริพึมพำขณะเหลือบมองนาฬิกาซึ่งเข็มสั้นชี้อยู่ตรงเลขหนึ่ง

 

อายาเมะยิ้มรับบางๆ พลางเก็บหนังสือเล่มโปรดลงกระเป๋า “ท่านแม่อยากไปพักผ่อนที่บ้านรองน่ะเลยต้องกลับเร็วสักหน่อยเพราะต้องไปที่นั่นให้ทันมื้อค่ำ”

 

“บ้านรองบนภูเขานอกเมืองน่ะเหรอ?”

 

เด็กสาวพยักหน้าเป็นเชิงว่าใช่แล้ว

 

“ดีจังน้า งั้นเดินทางปลอดภัยจ้ะ!”

 

อายาเมะโบกมือลาซาโยริที่เดินมาส่งเธอหน้าประตูก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าที่มุ่งหน้าออกจากเมืองหลวง

 

บ้านเรือนบางตาลงเมื่อรถม้าแล่นเข้าสู่เขตภูเขา  เด็กสาวเลิกม่านไปฝั่งหนึ่ง หยิบหมอนอิงมากอดพลางทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างแล้วฮัมทำนองเพลงกล่อมเด็กเพลงโปรดของเธอไปด้วย

 

“หลับตาเถิดหนาเจ้าลูกมังกรตัวน้อย…”

 

ในตอนนั้นเองที่อายาเมะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจากทางหางตา

 

มันคือจุดสีแดงๆ กลางอากาศที่ตัดกับสีฟ้าสดใสของท้องฟ้าบ่ายนี้อย่างสิ้นเชิง

 

จุดที่ว่าเคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อเข้ามาถึงรัศมีการมองเห็น ดวงตาสีฟ้าจึงเบิกกว้างด้วยความตกใจ

 

“ม...มังกร!? อ๊ะ!” 

 

อายาเมะหวีดร้องเมื่อห้องโดยสารสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ร่างของเธอถูกเหวี่ยงไปชนกับผนังฝั่งหนึ่งจนหัวกระแทกทว่ามือของเธอกลับคว้าราวเหนือหัวไว้ตามสัญชาตญาณ

 

เด็กสาวได้ยินเสียงร้องของคนบังคับและเสียงครวญครางของม้า กว่าที่เธอจะตั้งสติได้ภาพของพวกเขาและภูเขาลูกนั้นก็เล็กลงเรื่อยๆ

 

อายาเมะหันไปรอบๆ อย่างตกใจ ปุยเมฆสีขาวกับเสียงกระพือปีกตัดอากาศดังสนั่นทำให้เด็กสาวอยากเป็นลม

 

ห้องโดยสารของเธอถูกเจ้ามังกรหิ้วมาซะแล้ว!

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

‘หลับตาเถิดหนาเจ้าลูกมังกรตัวน้อย…’ 

 

เด็กหนุ่มได้ยินเสียงนั้นอีกแล้ว

 

‘และดอกไอริสดอกนี้จะรอพบเจ้าในความฝันยามนิทรา…’

 

เสียงร้องเพลงขาดๆ หายๆ งี่เง่าที่มักดังขึ้นทุกครั้งที่เขาหลับตา

 

เสียงตีลมดังลั่นและเสียงต้นไม้หักโค่นทำให้คนที่กำลังเอนตัวนอนลืมตาขึ้นเล็กน้อย พอได้ยินเสียงมังกรคำรามราวกับบอกว่า ‘กลับมาแล้ว!’ ก็ได้แต่พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด

 

ทำไมต้องกลับมาตอนจะนอนวะ…

 

เขาคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาสวมก่อนจะเดินกระแทกเท้าไปที่ประตู

 

บาคุโก คัตสึกิ ดรากอนมาสเตอร์แห่งเผ่ามังกร

 

เจ้านายที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทำให้มังกรสีแดงมีท่าทีดีใจมาก มันโน้มหัวลงใช้ปลายจมูกดันตัวเด็กหนุ่มไปมาอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่านี่คือสัตว์วิเศษที่ดุร้ายที่สุดชนิดหนึ่ง

 

“เออ รู้แล้ว” บาคุโกตอบรับการทักทายนั้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายแล้วใช้มือข้างหนึ่งผลักมันออกไป ในตอนนั้นเองที่ดวงตาสีแดงสดหรี่ลงมองสิ่งที่เจ้ามังกรแอบซ่อนเอาไว้ข้างหลัง

 

“ไปเก็บอะไรมาวะ?” 

 

มันพ่นลมหายใจเสียงดังก่อนจะสะบัดหางหนึ่งที กล่องทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ก็มาอยู่ตรงหน้าบาคุโก

 

อ่อ...ไม่ใช่กล่อง เป็นห้องโดยสารของรถม้าที่ดูมีอันจะกินมากๆ ห้องหนึ่งต่างหาก

 

มีเสียงกุกกักดังขึ้นมาจากข้างในพร้อมกับเสียงพยายามเปิดประตูที่ตอนนี้หงายขึ้นหาท้องฟ้า เสียงกำปั้นเล็กๆ ที่พยายามทุบประตูครั้งแล้วครั้งเล่านั่นทำให้บาคุโกรำคาญมาก

 

เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้แล้วพลันใช้เท้าถีบเข้าที่ห้องโดยสารอย่างแรง

 

โครม!

 

ห้องโดยสารกลับมาอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง แต่เพราะแรงถีบเมื่อครู่ประตูจึงหลุดออกมาพร้อมกับอะไรบางอย่างที่กลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้น ก่อนจะมาหยุดลงที่ปลายเท้าของเขาพอดี

 

กึก!

 

อะไรบางอย่างที่ว่าดูเหมือนจะพูดได้ เพราะบาคุโกได้ยินเสียงครางอ่อยๆ ว่า “เจ็บ…” ซ้ำไปมา

 

“ผู้หญิงเรอะ” เขาสบถจนกลุ่มผมสีบลอนด์นั่นสะดุ้งโหยง 

 

อายาเมะค่อยๆ ช้อนดวงตาสีฟ้ากลมโตขึ้นมองเจ้าของเสียงแหบห้าวด้วยความกลัว กางเกงแบบชนเผ่าและท่อนบนที่เปลือยอยู่ซึ่งถูกคลุมทับลวกๆ ด้วยผ้าคลุมและสร้อยคอเขี้ยวทำให้เด็กสาวพอจะเดาฐานะของเขาได้

 

เมื่อสบตากับดวงตาสีแดงขวางโลกที่แสดงความไม่เป็นมิตรออกมาอย่างชัดเจนคู่นั้น อายาเมะก็อยากร้องไห้ออกมา

 

เขาก็คือพวกชนเผ่ามังกรที่ขึ้นชื่อเรื่องชื่นชอบการต่อสู้เป็นที่สุด

 

อายาโตะช่วยด้วย ฉันจะโดนจับกินแล้ว จะโดนจับกินแล้ว ฮือ...

 

คนที่เป็นต้นเหตุความกลัวของอายาเมะดูจะไม่ได้ใส่ใจกับอาการสั่นของเธอเลยสักนิด เขาแค่ถลึงตามองมังกรของตัวเองพลางออกคำสั่ง

 

“เอาไปคืน!” 

 

“กรรรรรรร” 

 

“ไม่ได้”

 

“กรรรรรรรรรรรรร”  

 

“หา!? ก็บอกว่าเก็บไว้ไม่ได้ไงวะ จะเอารึไง!?”

 

“กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร”

 

อายาเมะมองดูเด็กหนุ่มที่ทะเลาะกับมังกรอย่างจริงจังพร้อมทำท่าจะถลาเข้าไปตบตีกับมันแล้วความกลัวในใจพลันหายไปทีละนิด

 

ทั้งที่สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ชวนให้น่าหัวเราะเลย แต่ภาพตรงหน้ามันก็ดูตลกเสียจนเธอเผลอหลุดยิ้มขำออกมา

 

ไม่ได้นะ ห้ามขำนะอายาเมะ!

 

ทั้งๆ ที่คิดแบบนั้นแท้ๆ แต่สุดท้ายเธอก็ยังเผลอหัวเราะออกไปเล็กน้อยจนดวงตาสีแดงสดนั่นตวัดมามอง

 

เด็กสาวรีบใช้มือปิดปากในขณะที่มังกรตัวนั้นตวัดหางมาบังอายาเมะคล้ายกำลังปกป้องเธอจากเจ้านายของตัวเองเต็มที่

 

ท่าทีนั้นทำให้อายาเมะรู้สึกแปลกใจมากแล้วก็ทำให้บาคุโกรู้สึกรำคาญมากเช่นกัน

 

“ตามใจแกเหอะ” เขาฟาดมังกรที่ชักจะดื้อขึ้นทุกวันแต่มันไม่รู้สึกเจ็บหรอก ดวงตาของสัตว์ใหญ่จับจ้องไปที่เจ้านายซึ่งหันหลังเข้ากระท่อมไปไม่สนใจมันอีก

 

อายาเมะยิ้มแห้ง อยากจะเรียกเขาซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่คุยกันรู้เรื่องเอาไว้ก่อนแต่ไม่ทันแล้ว

 

ตัวของเด็กสาวเกร็งเมื่อโดนมังกรขดล้อมเอาไว้อีกครั้ง

 

“เด็กดี เด็กดี…หลับเถิดหนาเจ้าลูกมังกรตัวน้อย...” เธอพยายามกล่อมมันด้วยบทเพลงซึ่งร้องผสานกับเวทมนตร์ง่ายๆ ที่สืบทอดมาทางตระกูลฝั่งแม่ของเธอ แต่เพราะเจ้ามังกรตัวใหญ่มาก กว่ามันจะหลับอายาเมะก็ร้องเพลงจนเสียงแหบแห้งไปหมด 

 

ฟ้าที่มืดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้กับความอบอุ่นจากตัวของมังกรทำให้คนที่เผชิญเรื่องราวไม่ปกติมาตลอดทั้งวันผลอยหลับตามไปในที่สุด

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

ยัยหัวบลอนด์คนนั้นมาอยู่ที่หน้าบ้านของบาคุโกได้หลายวันแล้ว

 

แอสธารอธ มังกรของเขาดูจะถูกใจหล่อนมากจนเอาแต่เฝ้าไม่ยอมให้หนีไปไหน บาคุโกมองหล่อนพยายามวิ่งหนีลงภูเขาก่อนจะโดนเกี่ยวกลับมาจนกระโปรงฟูๆ นั่นขาดวิ่นไปหมดครั้งแล้วครั้งเล่า

 

มีอยู่วันหนึ่งที่หล่อนโมโหมาก ออกแรงผลักผิวหนาๆ ของแอสธารอธอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

แรงแค่นั้นผลักมดยังไม่น่าจะล้มเลยด้วยซ้ำ บาคุโกแค่นยิ้ม

 

เขาคิดถูกนั่นล่ะ เพราะแทนที่จะทำให้มังกรตัวใหญ่เป็นอะไรได้ขึ้นมา หล่อนกลับเป็นฝ่ายหงายหลังกลิ้งลงเนินไปเสียเอง

 

ซุ่มซ่าม เขาด่าในใจ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเจ้าของใบหน้าหวานๆ นั่นเดินกลับขึ้นมาทุบแอสธารอธใหม่พร้อมกับเริ่มร้องไห้ไปด้วย

 

ซุ่มซ่ามแล้วยังขี้แยอีก อะไรของหล่อนวะ

 

เขาเฝ้ามองหล่อนเปลี่ยนห้องโดยสารรถม้าให้เป็นห้องนอน เหมือนจะโชคดีที่บนรถมีกระเป๋าเสื้อผ้ากับเครื่องใช้อยู่แล้วจึงไม่มีปัญหามากนัก

 

ที่ลำบากก็มีแค่เรื่องอาหารการกินนั่นแหละ

 

อันที่จริงการคอยสังเกตว่าวันนี้หล่อนจะทำอะไรเด๋อๆ อีกทำให้บาคุโกรู้สึกว่ามันก็ตลกดี ถึงขนาดที่เขาไม่ได้ว่าอะไรในตอนที่หล่อนแอบเข้ามาหยิบอาหารในบ้านเสียด้วยซ้ำ

 

เรื่องราวแปลกๆ นี้ดำเนินไปจนกระทั่งกลางดึกของค่ำคืนหนึ่งซึ่งแอสธารอธกับยัยหัวบลอนด์พากันมากลิ้งเล่นตรงสนามใกล้กับหน้าต่างห้องนอนจนเสียงหัวเราะดังไปทั่ว

 

“จุ๊ๆ เบาหน่อยนะมังกรน้อย เดี๋ยวเขาก็ตื่นมาอาละวาดหรอก” แม้เสียงนั้นจะเบาราวกับเสียงกระซิบแต่คนที่นอนอยู่กลับได้ยินมันอย่างชัดเจน

 

บาคุโกรู้สึกว่ายัยนี่ชักจะกล้ามากไปแล้ว

 

ยังไม่ทันที่จะได้เปิดหน้าต่างออกไปอาละวาดตามคำพูดของหล่อนจริงๆ เขาก็ได้ยินเสียงร้องเพลงกล่อมเด็กอ่อนหวานดังขึ้นมาเสียก่อน

 

“หลับตาเถิดหนาเจ้าลูกมังกรตัวน้อย….” 

 

เนื้อเพลงท่อนนั้นทำให้บาคุโกหยุดชะงักไปทันที

 

“นอนลงบนเตียงจากผืนหญ้าแล้วใช้ผืนฟ้าต่างผ้าห่ม”

 

มันคือเพลงที่เขามักจะได้ยินในความฝัน

 

“ละอองดวงดาวจะขับกล่อมเจ้าให้ฝันดี”

 

เพลงของใครบางคนที่เขาเคยพบเมื่อนานมาแล้ว

 

“และดอกไอริสดอกนี้จะรอพบเจ้าในความฝันยามนิทรา”

 

ราวกับท่อนเพลงที่ขาดหายไปกลับมาประติดประต่อความทรงจำของบาคุโกให้สมบูรณ์อีกครั้ง 

 

“กระต่ายซุ่มซ่าม” คำเรียกนั้นหลุดออกมาจากปากของเขาโดยไม่รู้ตัว

 

ดวงตาสีแดงสดจ้องมองหนึ่งคนหนึ่งมังกรผ่านบานหน้าต่างพลางขมวดคิ้วมุ่น

 

แสงจันทร์ทำให้เด็กสาวและแอสธารอธดูสงบขณะที่นั่งพิงกันแล้วหลับไป ริมฝีปากบนใบหน้าเล็กๆ นั่นแต้มรอยยิ้มน้อยๆ ในขณะที่เส้นผมสีบลอนด์ปลิวสยายตามสายลม

 

ประสาทหรือไง ไปนอนอะไรตรงนั้นวะ 

 

ทั้งๆ ที่คิดว่าจะไม่สนใจหล่อนแล้ว แต่เพลงเพลงนั้นกับความทรงจำที่ย้อนเข้ามากลับทำให้บาคุโกอดคว้าผ้าห่มขึ้นมาไม่ได้

 

เขาเดินกระแทกเท้าออกจากบ้าน เขวี้ยงมันลงบนตัวยัยผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่อ่อนโยนสักนิด

 

เห็นหล่อนค่อยๆ ขดตัวเข้าหาผ้าห่มแล้วบาคุโกก็พ่นลมหายใจพรืด หันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจเลย

 

ทำไมดรากอนมาสเตอร์อย่างเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ!

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

“แอสธารอธ ตื่น” 

 

อายาเมะได้ยินเสียงเรียกติดจะเบื่อหน่ายในเช้าวันถัดมา แต่เพราะมันไม่ใช่ชื่อของเธอ เด็กสาวจึงพลิกตัวและนอนต่ออย่างไม่สนใจ…

 

ได้ซะที่ไหนกันล่ะ

 

อยู่ๆ สิ่งที่เธอใช้พิงมาตลอดทั้งคืนก็สั่นไหวอย่างแรงจนอายาเมะตกลงมาบนพื้นดังตุ้บ!

 

เด็กสาวลืมตาอย่างงัวเงีย ก่อนจะพบว่ามังกรน้อยกำลังใช้หัวถูไถเจ้านายของมันอย่างรักใคร่

 

แอสธารอธ...ก็คือชื่อของมังกรน้อยสินะ

 

“แอสตี้” เสียงหวานพึมพำ เรียกสายตาขวางๆ จากใครอีกคนในทันที

 

“หา?”

 

“แอสตี้” อายาเมะกะพริบตาปริบๆ ขณะทวนชื่อเล่นของเจ้ามังกรไปด้วย แอสธารอธดูจะชอบเอามากๆ เพราะมันรีบก้มลงมานัวเนียเธอโดยไม่สนใจเจ้านายอีกต่อไป

 

“อย่ามาเปลี่ยนชื่อมังกรคนอื่นเขาตามใจชอบ ยัยกระต่าย”

 

กระต่าย…

 

กระต่าย…

 

หมายถึงเธออย่างนั้นเหรอ?

 

“ไม่ใช่กระต่ายสักหน่อย อายาเมะต่างหาก”

 

“เหอะ” บาคุโกเบะปากพลางกระโดดขึ้นไปบนหัวของแอสธารอธแล้วออกแรงดึงเขาของมันให้ออกเดินไปอีกทาง

 

“อ๊ะ กำลังจะไปไหนกันน่ะ!”

 

คำพูดของอายาเมะถูกกลบด้วยเสียงตึงตังของฝีเท้ามังกร แอสธารอธสยายปีกคล้ายกำลังจะบินขึ้นฟ้า

 

เดี๋ยว...แอสตี้กำลังจะไม่อยู่ นี่ไม่ใช่โอกาสหนีของเธอหรอกเหรอ

 

อายาเมะตาเป็นประกาย โบกมือลาเจ้ามังกรน้อยและเด็กหนุ่มผมบลอนด์อย่างยินดี….

 

ซะที่ไหนกันเล่า!?

 

“แอสตี้ ปล่อยนะ!”

 

เธอคงคิดง่ายเกินไป เพราะเจ้ามังกรน้อยใช้กรงเล็บเกี่ยวเอวของเธอขึ้นบินไปบนฟ้าด้วยจนเด็กสาวต้องกอดขาของมันเอาไว้แน่นด้วยความกลัวตก

 

แล้วนายคนที่นั่งอยู่บนหัวมังกรนั่นน่ะ ไม่คิดจะช่วยเธอเลยรึไงกัน!

 

เสียงโวยวายของอายาเมะทำให้บาคุโกหันมามองเด็กสาวที่หน้าซีดเพราะความกลัวอย่างรำคาญ

 

เขาออกแรงเหวี่ยงแค่นิดเดียวร่างเล็กๆ นั่นก็ขึ้นมาอยู่บนหลังมังกรด้วยสีหน้าราวกับพึ่งผ่านความตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์เป็นที่สุด

 

อายาเมะตัวสั่นกับระดับความสูงด้วยความไม่คุ้นชิน 

 

เธออาจจะเคยคิดว่าอยากออกไปท่องเที่ยวที่ต่างๆ เหมือนอายาโตะบ้าง แต่แบบนี้มันเกินไป เธอขอนั่งเรือหรือรถไฟไปแบบคนปกติเขาไม่ได้เหรอ...

 

เด็กสาวเกาะหลังแอสตี้พลางหลับตาแน่น เพียงพริบตาเดียวเจ้ามังกรน้อยก็ร่อนลงบริเวณหุบเขาแห่งหนึ่ง

 

บาคุโกเหวี่ยงตัวลงมาอย่างคล่องแคล่วในขณะที่อายาเมะมีท่าทางทุลักทุเลกว่ามาก แต่เธอก็ไม่กล้าชักช้าเพราะกลัวว่าแอสตี้จะบินขึ้นไปอีกรอบ

 

พอลงมายืนที่พื้นอย่างมั่นคงแล้ว ดวงตาสีน้ำทะเลจึงกวาดมองสถานที่ที่เธออยู่

 

ตรงหน้าเธอคือหมู่บ้านขนาดกลางที่ถูกล้อมรอบไปด้วยหุบเขา รอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยกังหันลมและมังกรหลากหลายสายพันธุ์

 

ที่นี่คือหุบเขามังกร...

 

นี่มัน...เหมือนกับที่เคยอ่านเจอในหนังสือไม่มีผิดเลย

 

เพราะมัวแต่ใจลอย กะพริบตาอีกทีเพื่อนร่วมทางของเธอก็หายตัวไปแล้ว

 

อายาเมะหันไปมองแอสตี้ด้วยความสงสัย แต่เจ้ามังกรน้อยก็เพียงขดตัวนอนอย่างสงบเป็นคำตอบเท่านั้น

 

เธอมองหมู่บ้านตรงหน้าอย่างชั่งใจ ก่อนจะคิดได้ว่าลองเข้าไปในหมู่บ้านก็ดี เผื่อจะให้ใครสักคนพาเธอกลับไปส่งที่บ้านหรืออย่างน้อยก็ใช้เครื่องประดับที่ตัวแลกอาหารกับเสื้อผ้าให้มากขึ้นหน่อย

 

พอตัดสินใจได้แล้ว อายาเมะก็หันไปมองแอสตี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านเมื่อมั่นใจว่ามังกรน้อยคงจะไม่ห้ามเธอแล้วแน่นอน

 

อาจจะเพราะสภาพของอายาเมะในตอนนี้ออกจะเรียกได้ว่าไม่เรียบร้อยอยู่มากหรือไม่ก็ชุดของเธอแปลกประหลาดกว่าคนที่นี่ สายตาของผู้คนบนท้องถนนจึงเริ่มจับจ้องมาที่เธอจนรู้สึกกระอักกระอ่วนไปหมด

 

ในตอนที่คิดว่าควรจะทำอะไรก่อนระหว่างไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหรือไปซื้อของกินนั้นเอง เสียงร่าเริงของผู้หญิงคนหนึ่งก็เรียกเธอเอาไว้

 

“นี่! เธอคนนั้นน่ะ สาวน้อยกระโปรงฟ้า! หลงทางมาจากไหนเหรอ”

 

เจ้าของเสียงเป็นเด็กสาวผมสั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอที่มีผิวสีชมพูทั้งตัวซึ่งกำลังหอบช่อดอกไม้เอาไว้เต็มอ้อมแขน

 

นั่นคืออาชิโดะ มินะ เจ้าของร้านดอกไม้

 

“หลงทางงั้นเหรอ?”  อายาเมะทวนคำ

 

“หรือว่าเป็นคนจากหมู่บ้านที่บาคุโกพึ่งไปตีมาเหรอ” เธอคนนั้นหันไปมองผู้ชายผมสีดำข้างตัว

 

เซโระ ฮันตะ ช่างตัดเสื้อหนุ่มส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงบอกว่าไม่น่าจะใช่ 

 

“คิริชิมะไม่อยู่สักหน่อย หมอนั่นไม่ทำอะไรแบบนั้นตอนคู่หูไม่อยู่หรอก”

 

“จริงด้วย งั้นหลงทางมาจริงๆ เหรอ ได้ไงอ่ะ หมู่บ้านอยู่ลึกขนาดนี้เลยนะ”

 

เด็กสาวผิวชมพูเริ่มสรุปกับตัวเองจนอายาเมะรีบส่ายหน้า

 

“ไม่ใช่นะ ไม่ได้หลงทางมาหรอก…”

 

เธอแนะนำตัวพร้อมกับอธิบายสถานการณ์คร่าวๆ ให้กับคนที่ดูเป็นมิตรทั้งสองคนฟัง เซโระมีสีหน้าแปลกใจอย่างเห็นได้ชัดในขณะที่อาชิโดะบ่นด้วยความหัวเสีย

 

“เจ้าบาคุโกนั่น ทำไมถึงได้ปล่อยให้สาวน้อยนอนบนรถม้ากันนะ แถมยังปล่อยให้แอสธารอธเกี่ยวชุดสวยๆ จนขาดไปหมดอีก!” เด็กสาวผิวชมพูยัดดอกไม้ใส่มือของเซโระก่อนจะประกาศเสียงดัง “ฉันจะพาเธอไปแปลงโฉมใหม่เอง!”

 

“ฉันอีกแล้วสินะ…” เซโระถอนหายใจ หอบดอกไม้ตามเพื่อนสาวที่กึ่งเดินกึ่งเต้นรำพาอายาเมะไปยังร้านเสื้อผ้าของเขาเอง

 

อายาเมะถูกพาไปล้างเนื้อล้างตัว ความรู้สึกที่ได้อาบน้ำในห้องน้ำปิดทำให้เด็กสาวรู้สึกว่าหลายวันที่ผ่านมา เธอช่างมีชีวิตที่ไม่ศิวิไลซ์มากจริงๆ

 

เด็กสาวเปลี่ยนมาสวมเสื้อสีขาวแขนยาวทับด้วยกระโปรงเอี๊ยมสีฟ้าเรียบๆ และผูกริบบิ้นสีเดียวกันบนเปียที่คำนวณมาเรียบร้อยแล้วว่าต่อให้โดนแอสตี้หิ้วไปอีก แรงลมก็จะไม่ทำให้ผมของเธอยุ่งเด็ดขาด

 

“น่ารัก ขนาดใส่ชุดธรรมดายังน่ารักมากเลยน้า อิชิคาวะเนี่ย!” อาชิโดะเอ่ยปากชมพลางเข้ามาคล้องแขนอย่างสนิทสนม 

 

“งั้นต่อไปก็ต้องไปหาของกินล่ะนะ!” 

 

“เดี๋ยวสิเธอ แล้วดอกไม้พวกนี้ล่ะ?” เซโระรีบค้านเมื่อคนผิวชมพูทำท่าจะลากอายาเมะออกไปจากร้านของเขาเดี๋ยวนั้น

 

อาชิโดะหันมาขยิบตาพลางยกนิ้วโป้งส่งให้

 

“เรื่องนั้นมันก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ฝากด้วยนะเพื่อนรัก!”

 

ก่อนที่เซโระจะได้บ่นอะไร อายาเมะก็ออกมาไกลจากร้านตัดเสื้อของเขามากแล้ว

 

อาชิโดะพาเธอแทรกตัวผ่านฝูงชน ลัดเลาะไปตามตรอกเล็กๆ ก่อนจะทะลุออกมายังตลาดขนาดใหญ่ที่มีเสียงพูดคุยดังเอะอะไม่หยุด

 

ดูจากปริมาณคนที่เดินอยู่บนถนนสายนี้แล้ว...ที่นี่คงจะเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของหมู่บ้าน

 

ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดมองรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ 

 

มีทั้งพ่อค้าที่กำลังตะโกนขายของแข่งกัน ช่างตัดผมที่กำลังถักหนวดของผู้ชายสักคนให้เป็นเปียบนเก้าอี้ตัวจิ๋วริมถนน นักดนตรีที่ดีดพิณสี่สาย และนายพรานที่จูงมังกรสายพันธุ์เล็กเดินเพ่นพ่านไปมาแต่ไม่มีใครตกใจสักนิดราวกับว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่สุด 

 

ในตอนที่อายาเมะกำลังสนใจรอบๆ ตัวอยู่นั้นเอง อาชิโดะก็หยิบขนมปังจากถาดของช่างทำขนมปังที่เดินสวนมาพร้อมหย่อนเศษเหรียญในกระเป๋าของเขาแล้วส่งมันให้เธอ

 

“ขนมปังน้ำผึ้งอบในเตาถ่าน ของขึ้นชื่อของหมู่บ้านเราเชียวล่ะ!” 

 

เด็กสาวยังพาเธอไปซื้อน้ำผลไม้จากร้านที่เจ้าตัวบอกว่าอร่อยที่สุด จากนั้นค่อยตามด้วยไปตุนเสบียงแล้วมาลงเอยที่ลานน้ำพุใจกลางตลาด

 

อายาเมะกินไปฟังอาชิโดะเล่าเรื่องต่างๆ ไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน

 

ดูเหมือนว่าเจ้าของของแอสตี้ก็คือบาคุโก...ผู้นำเผ่าแห่งหุบเขามังกรคนปัจจุบันซึ่งชื่นชอบการต่อสู้เป็นที่สุด เดิมทีที่อาชิโดะเข้าใจว่าเธอย้ายมาจากหมู่บ้านที่ถูกเขาโจมตีก็เป็นเพราะทั้งอาชิโดะและเซโระเองก็เคยเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

 

“นี่ แล้วก็นะ…” 

 

เสียงของอาชิโดะขาดหายไปเมื่อเสียงแตรต่ำยาวดังขึ้น

 

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” อายาเมะถามเมื่อมองเห็นกลุ่มคนจำนวนมากปรากฎตัวขึ้นบริเวณที่พวกเธอกำลังนั่งอยู่ แต่อาชิโดะกลับมีสีหน้าสดใสราวกับมีคำว่า ‘ได้เวลาสนุกแล้วสิ!’ แปะอยู่

 

“เต้นรำไงล่ะ ถึงเวลาเต้นรำแล้ว!” เด็กสาวผิวชมพูลากแขนเธอเข้าไปในที่ว่างตรงกลางวงกลมของฝูงชน

 

“เดี๋ยวสิ ฉันเต้นไม่เป็นสักหน่อย…”

 

“เหอะน่า ขยับเท้าเข้าเดี๋ยวก็สนุกเอง!”

 

จังหวะดนตรีสนุกสนานอย่างที่อายาเมะไม่คุ้นเคยมาก่อนดังขึ้น ก่อนที่อาชิโดะจะเริ่มขยับตัวพร้อมกับดึงมือของเธอให้ขยับตามไปด้วย

 

เด็กสาวขยับตัวอย่างเก้ๆ กังๆ ในช่วงแรก แต่เมื่อผ่านไปสักพัก เธอก็เริ่มเคยชินกับทำนองเพลงที่มีเสียงเครื่องดนตรีหลายชนิดรวมอยู่ด้วยกัน

 

ทั้งๆ ที่เป็นเพลงที่มีจังหวะที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน...ท่าเต้นเองก็ไม่เคยเรียนแถมยังไม่มีแบบแผนอะไรเลยสักนิด

 

แต่อายาเมะกลับรู้สึกว่าเธอกำลังสนุกมาก

 

เด็กสาวใช้มือหนึ่งยกชายกระโปรง ส่วนอีกมือคล้องแขนคู่เต้นที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

 

เธอไม่รู้จักพวกเขา และพวกเขาก็ไม่รู้จักเธอ

 

ก็แค่ขยับตัวไปพร้อมกันกับเสียงดนตรี

 

เนื้อร้องที่ไม่ยากเท่าไหร่ทำให้อายาเมะเริ่มร้องตามได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นอาชิโดะเองเสียอีกที่ต้องแปลกใจเมื่อเพื่อนใหม่เรียนรู้ได้ไวกว่าที่เธอคิดมาก

 

เห...ไม่ใช่แค่คุณหนูในห้องหอธรรมดานี่นา...

 

อายาเมะหัวเราะเสียจนใบหน้าของเธอมีเลือดฝาดแต้มอยู่บนแก้ม เสียงหวานร้องเพลงคลอไปกับเสียงของนักดนตรีดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความมั่นใจเมื่อเธอเริ่มคุ้นเคยกับบทเพลง

 

ไม่นานนัก เด็กสาวแปลกถิ่นหน้าตาสะสวยที่กำลังเต้นหมุนตัวอยู่กลางลานน้ำพุก็กลายเป็นจุดสนใจของใครหลายคน

 

บทเพลงจบลงพอดี ทำให้อายาเมะร่วมปรบมือและผิวปากไปกับทุกคนในตอนที่นักดนตรีโค้งขอบคุณและเริ่มเล่นเพลงต่อไป

 

เธอก็ยังสนุกอยู่หรอก หากไม่ติดว่าหางตาเหลือบไปเห็นใบหน้าเรียบเฉยที่คุ้นเคยเข้าเสียก่อน

 

บาคุโกกำลังยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งจากที่ไกลๆ ดวงตาสีแดงสดจับจ้องมายังวงเต้นรำอย่างไม่ละสายตา

 

เด็กสาวยิ้มกว้าง โบกมือให้เขาพลางเรียกเสียงดัง “บาคุโก!” 

 

ชื่อของผู้นำเผ่าทำให้คนที่กำลังล้อมวงสังสรรค์กันอยู่ชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่ได้ว่าอะไร เสียงดนตรีก็เริ่มบรรเลงต่อไปอีกครั้ง

 

อายาเมะวิ่งเข้าไปหาเขาพร้อมกับที่อาชิโดะเดินตามเธอมา

 

“จะกลับแล้วเหรอ?”

 

คิ้วของเด็กหนุ่มขมวดนิดหน่อยเหมือนกำลังไม่พอใจอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา 

 

“ลักพาตัวสาวน้อยมา ใช้ไม่ได้เลยนะนายเนี่ย” อาชิโดะพูดขึ้นบ้างขณะที่กอดอกมองเขา

 

“เรื่องของฉัน”

 

บาคุโกตอบพลางแค่นเสียงในลำคอแล้วหันหลังเดินออกไปจนอายาเมะต้องรีบวิ่งตามโดยไม่ลืมหันมาโบกมือลาอาชิโดะ

 

“วันนี้สนุกมากเลยล่ะ! ขอบคุณมากนะ! ไว้เจอกันใหม่!”

 

“จ้า จ้า” 

 

อาชิโดะโบกมือลา แม้ในใจของเธอกำลังจะคิดว่า...บางทีในตอนที่เจอกันครั้งถัดไป สถานะของอายาเมะอาจจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ได้

 

อา...นี่เผ่าของเธอกำลังจะมีหัวหน้าหญิงแล้วรึเปล่านะ?

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

หัวใจของอายาเมะเต้นแรงตลอดทางหลังจากกลับมาจากหมู่บ้าน 

 

ท้องฟ้าสูงลิบบนหลังของแอสตี้ดูไม่น่ากลัวอีกแล้ว เด็กสาวกล้าอ้าแขนกอดสายลมที่พัดเข้าปะทะใบหน้าเสียด้วยซ้ำ

 

อายาเมะไม่เคยรู้สึกสนุกขนาดนี้มาก่อนเลย

 

ปล่อยใจไปกับเสียงเพลง ปล่อยร่างกายให้ขยับไปเรื่อยๆ โดยไม่มีอะไรมากำหนด

 

เดินเที่ยวเล่นแบบไม่มีใครคอยตาม กินขนมเท่าไหร่ก็ได้แบบไม่ต้องมีพิธีรีตอง

 

มีเพื่อนที่เข้ามาหาเธออย่างที่ไม่ใช่เพราะความร่ำรวยของที่บ้านหรือชื่อเสียงของท่านแม่

 

การได้เป็นอิสระจากนามสกุลอิชิคาวะมันรู้สึกดีได้ขนาดนี้เลยเหรอ 

 

ดวงตาเป็นประกายคล้ายดวงดาวของเธอทำให้บาคุโกรู้สึกเหมือนกำลังมองกระต่ายงี่เง่าสักตัว

 

กับอีแค่เต้นรำ จะสนุกอะไรขนาดนั้นวะ...

 

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ารอยยิ้มของยัยนี่ล่อลวงผู้คนได้ดีมากจริงๆ 

 

“ขอบคุณนะ” 

 

คำขอบคุณที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยนั่นทำให้บาคุโกเลิกคิ้ว

 

“ยืนรอฉันตั้งนานใช่มั้ยล่ะ”

 

“เหอะ” 

 

บทสนทนาของพวกเขาจบลงที่ตรงนั้น อายาเมะไม่ได้สนใจบาคุโกอีก จึงไม่เห็นว่าเด็กหนุ่มคอยมองเธอที่ค่อยๆ ขยับตัวไปทั่วแผ่นหลังของแอสธารอสอย่างนึกสนุกเพราะกลัวว่าคนซุ่มซ่ามจะตกลงไป

 

ตลอดทางจนถึงบ้าน อายาเมะก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่เลย

 

เด็กสาวค่อยๆ ปีนลงจากตัวของแอสตี้แล้วเตรียมจะเดินกลับเข้าห้องโดยสารของเธอหากไม่ใช่เพราะว่าบาคุโกหิ้วคอเธอเข้าไปในบ้านแล้วเหวี่ยงลงตรงเก้าอี้นวมตัวใหญ่พร้อมกับโยนผ้าห่มใส่อีกสองผืน

 

ดวงตาสีน้ำทะเลมองเขาด้วยความงุนงง ก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองตัวสั่นเพราะนั่งตากลมมาบนหลังของแอสตี้

 

คงเป็นเพราะมัวแต่ตื่นเต้นนั่นแหละถึงไม่ได้สังเกตเลย

 

อายาเมะมองไล่หลังคนที่ปิดประตูเสียงดังปัง

 

ดรากอนมาสเตอร์แห่งหุบเขามังกร...ที่จริงแล้วก็เป็นคนใจดีเลยนี่นา

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

สิ่งที่เธอคิดในคืนนั้นไม่ผิดเลย

 

ถึงจะดูกระโชกโฮกฮากมากไปหน่อย แต่บาคุโกใจดีกับเธอมากจริงๆ

 

ตั้งแต่วันนั้นอายาเมะก็มักจะตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นหอมๆ ของมื้อเช้าแล้วก็เข้านอนไปพร้อมกับท้องที่อิ่มแปล้จากมื้อเย็น

 

แม้จะมีท่าทางติดรำคาญ แต่ก็ยอมพาเธอไปเที่ยวเล่นในหมู่บ้านระหว่างที่เขาไปทำงานด้วย

 

ที่น่าแปลกก็คือเจ้าตัวมักจะเสร็จงานไวมากกว่าเธอที่เดินเล่นไปวันๆ เสียอีก

 

เรื่องนี้ทำให้อายาเมะสงสัยมากจนถามขึ้นมาในขณะที่พวกเขานั่งเล่นหมากรุกด้วยกันในบ่ายวันหนึ่ง

 

“เป็นหัวหน้าเผ่าต้องทำอะไรบ้างเหรอ”

 

“เยอะแยะ พูดไปกระต่ายโง่อย่างหล่อนคงไม่เข้าใจ”

 

“น้อยๆ หน่อย คิดว่าใครที่นั่งเล่นหมากรุกเป็นเพื่อนนายเป็นสิบตากันล่ะ”

 

“แล้วใครที่แพ้รวดหมดเลยล่ะวะ”

 

ค่ะ ฉันเองค่ะ… อายาเมะกลืนคำพูดนั้นลงในคออย่างขมขื่น

 

ที่จริงหมากรุกเป็นอะไรที่อายาเมะมั่นใจในฝีมือของตัวเองพอสมควร เพราะเธอเล่นกับอายาโตะมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว

 

แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็เอาชนะบาคุโกไม่ได้สักที

 

เกินไป เกินไป...เขายังเป็นคนอยู่ใช่มั้ยนะ…

 

ในขณะที่เธอกำลังร้องไห้ในใจนั้นเอง สายลมที่พัดมาก็ทำให้บาคุโกมีท่าทางเปลี่ยนไป

 

ดวงตาสีแดงนั่นแข็งกร้าวขึ้นขณะที่เอื้อมมือไปหยิบดาบมาถือไว้

 

เขากระโดดไปที่ประตูก่อนจะกระชากมันเปิดออกแล้วชี้อาวุธใส่หน้าชายหนุ่มผู้มาเยือนพลางประกาศกร้าว

 

“ไสหัวไป” 

 

อายาเมะกะพริบตา มองดูเด็กหนุ่มผมสองสีในชุดที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีตด้วยความสงสัย

 

ใบหน้าของเขา...ดูคุ้นจังเลย

 

“นายคือบาคุโกแห่งหุบเขามังกรเหรอ” เด็กหนุ่มแปลกหน้าถาม

 

“เออ! ไสหัวไป!” 

 

บาคุโกยืนกั้นระหว่างเธอกับผู้มาเยือน แผ่นหลังของเขาแทบจะซ่อนเธอจากสายตาของเด็กหนุ่มผมสองสีไว้จนหมด

 

“ส่งตัวผู้หญิงคนนั้นมา”

 

“แกเป็นใครถึงกล้ามาออกคำสั่งฉันวะ!”

 

“โทโดโรกิ โชโตะแห่งอคราเดล”

 

โทโดโรกิเว้นวรรคไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาจริงจังมากขณะที่ชักดาบออกมาชี้ใส่หน้าบาคุโกบ้าง

 

“มาช่วยเจ้าหญิง”

 

“หา?”

 

“ส่งเจ้าหญิงมาแล้วฉันจะปล่อยนายไป”

 

“อย่างกับฉันจะแพ้ไอ้ครึ่งอย่างแก แล้วที่นี่ก็ไม่มีเจ้าหญิง!”

 

“เธอคนนั้นที่อยู่ข้างหลังนายเป็นเจ้าหญิง”

 

อายาเมะกะพริบตาอย่างงุนงงแล้วส่ายหน้า

 

“ฉันไม่ใช่เจ้าหญิงนะ” 

 

“...”

 

“แต่คนในเมืองของเธอบอกว่าเจ้าหญิงหน้าตาเหมือนเธอ…”

 

“เปรียบเปรยมากกว่าล่ะมั้ง ยังไม่มีใครเคยเห็นเจ้าหญิงตัวจริงสักหน่อย”

 

“งั้นเธอก็ไม่ใช่เจ้าหญิงเหรอ”

 

“ไม่ใช่หรอก”

 

โทโดโรกิชะงักไปพลางลดดาบลง ก่อนที่จะรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง 

 

เด็กหนุ่มชี้ดาบขึ้นมาก่อนจะเปลี่ยนคำพูดของตัวเองใหม่

 

“ฉันคือโทโดโรกิ โชโตะ มาช่วยสาวงาม”

 

“....”

 

“....”

 

ใบหน้าใสซื่อของโทโดโรกิเป็นอะไรที่อายาเมะรู้สึกว่ามันน่ารักน่าเอ็นดูมาก แต่ดูเหมือนบาคุโกจะไม่คิดอย่างนั้นเพราะเขาโมโหจนผมสีบลอนด์ที่ฟูอยู่แล้วฟูกว่าเดิมราวกับเป็นขนเม่น เขาสบถถ้อยคำหยาบคายอย่างที่อายาเมะฟังไม่ทันก่อนที่จะโยนเจ้าชายผมสองสีออกไป

 

เด็กสาวรู้สึกสงสารเขาอยู่สักหน่อย แต่เพราะบทสนทนาเมื่อครู่ทำให้ใบหน้าหวานเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนที่พึ่งจะนึกอะไรได้ขึ้นมา

 

ไม่มีใครเคยเห็นพระพักตร์ของเจ้าหญิง...เพราะพระองค์จะเปิดเผยใบหน้าต่อวงสังคมครั้งแรกในงานเดบูตองต์

 

งานเลี้ยงที่ความจริงแล้วก็เป็นงานเปิดตัวของเธอเหมือนกัน

 

เธอมัวแต่อยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตตามใจตัวเองจนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย

 

ลืมทั้งครอบครัว ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเอง

 

ลืมไปว่าเธอยังคงเป็นอิชิคาวะ อายาเมะ ผู้แบกรับหน้าที่ต่อครอบครัวเอาไว้

 

“บาคุโก”

 

ดังนั้นมันถึงเวลาแล้วล่ะ...

 

“...”

 

“ฉันจะต้องกลับบ้านแล้วล่ะ”

 

ที่เธอจะต้องตื่นจากฝันดีครั้งนี้เสียที

 

______________________________

แปะภาพนายคัตสึกิ เดอะ ดรากอนมาสเตอร์

Talk from Pandora P.

เมอร์รีคริสต์มาสค่ะทุกคน >W< ซานต้าเอาตอนพิเศษวันคริสต์มาสมาส่งแล้วน้า~ 

เป็นตอนที่เรากับพี่ Ms.Margarita วางแผนกันมาตั้งแต่ประมาณก่อนสิงหานู่นแน่ะค่ะ(แต่เขียนจริงเมื่อไม่กี่วันนี้เองล่ะ YY...) ขอบคุณพี่ Ms.Margarita ที่ร่วมด้วยช่วยกันตบจนนายมังกรออกมาสมบูรณ์นะคะ!

สำหรับคนที่มีรายชื่อรางวัลในตอนที่แล้ว อย่าลืมตอบข้อความลับหรือถ้าใครไม่สะดวก dm มาที่ทวิตเราสองคน (@MissMargarita0 / @Primmy_ap) ตามรายชื่อที่ได้ส.ค.ส.ของคนนั้นโดยแจ้งชื่อไอดีได้นะคะ

วันนี้อย่าลืมใช้เวลากับครอบครัว ดื่มช็อคโกแลตร้อนใส่มาร์ชเมลโลวแล้วก็มีความสุขกันมากๆ นะคะ! ไว้เจอกันใหม่พรุ่งนี้ค่ะ (・◡・)♡*

ปล. ตอนพิเศษนี้ 2 part จบนะคะ!

ปล. 2 Margarita จะทักข้อความลับไปตอนค่ำๆนะคะ หรือใครจะชิงส่งข้อความหรือทัก Twitter มาก่อนเลยก็ได้เหมือนกันค่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,432 ความคิดเห็น

  1. #567 lamb_san (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 03:37
    Merry Christmas ย้อนหลังทั้งคุณไรท์มาร์การิต้าทั้งคุณไรท์แพนดอร่าเลยนะคะะะ รอบนี้คัตสึกิมาในธีมดรากอนมาสเตอร์ แต่ก็ยังคงคอนเซปต์ปากับใจไม่ค่อยตรงกัน แหมมม มาทำเป็นหงเป็นเหอะ ความจริงก็แอบดูสาวเต้นเพลินหล่ะสิ พบคนออกอาการหนึ่งอัตราค่ะ!
    #567
    0
  2. #563 Kimiyoshi Ranna (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 23:51
    มาช่วยเจ้าหญิงงั้นเรอะ ผิดคิวละนะน้องโช55555555
    #563
    0
  3. #545 wewe73422 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 17:52
    น่ารักกกก
    #545
    0
  4. #544 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 16:57
    สนุกมากๆเลยค่ะ>< รอตอนสองไม่ไหวแล้ววว อยากรู้จะจบยังไงหว่า
    ปล.ดีใจที่โดนทั้งคุณMs.margaritaแล้วก็คูมPandora P.เลือกนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ💖
    #544
    0
  5. #542 Atanasia11 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 14:29

    5555น้องโชสมชื่อเด็กเด๋อจริงๆ
    #542
    0
  6. #541 faza205317 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 13:56
    โชโตะ 55555เด๋อจริง
    #541
    0
  7. #540 minxxix (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 12:19
    โชโตะก็คือโชโตะ เด๋ออะไรเบอร์นั้นกันคะ!!!!
    #540
    0
  8. #538 softy omelette (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 11:30
    Merry Christmas (●’◡’●)ノ
    ขอบคุณสำหรับตอนพิเศษของนิยายดีๆนะคะ ตอนนี้ก็น่ารักอีกแล้ว แต่ว่าตอนจบน่ะ ;—; ไม่อยากมห้อายาเมะกลับไปเลยแง แต่ว่าถ้าบาคุโกเอสคอร์ทให้จะเป็นยังไงนะะ🤔
    ปล.เห็นข้อความลับแล้วค่ะ! แต่ว่าทางนี้เล่นเด็กดีไม่ค่อยเป็น แหะ จะทักไปทักทวิตเตอร์อีกทีนะคะ!
    #538
    0
  9. #537 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 10:39
    //ไม่มีข้อความลับถึงเราเด้อ
    #537
    2
    • #537-1 Iด็กไม่รู้จัnโต(จากตอนที่ 31)
      25 ธันวาคม 2563 / 10:39
      ทวิตกะไม่ได้เล่น 555+
      #537-1
    • #537-2 Ms. Margarita, Pandora P.(จากตอนที่ 31)
      25 ธันวาคม 2563 / 10:40

      กำลังจะทยอยส่งนะคะ TT พอดีเมื่อวานเราอยู่เวร แหะๆ
      #537-2
  10. #536 aom051 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 09:43
    เพลงคุ้นๆจัง แต่เพราะมากเลยยย
    #536
    0
  11. #535 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 09:29
    น้องเด๋อแย่งซีน งานเปิดตัวเจ้าหญิงนี่งานเปิดตัวน้องป่ะ 5555+
    #535
    0
  12. #534 ffonn45 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 09:14
    โชโตะ -ต้าววว
    #534
    0
  13. #533 Bao_Bao (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 08:40

    น้องเด๋อนี่เด๋อยังไง ก็เด๋อวันยังค่ำ5555+

    รีดผู้นี้ที่ไม่ได้เล่นทวีตเพราะงั้นคูมไรท์ทักรีดมาได้ทางข้อความลับนะเคอะ¥₩¥))
    #533
    0
  14. #532 ParamiWashi32 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 08:38
    โชโตะเอ้ยยยยยแถไปอี๊กกกกก
    #532
    0
  15. #531 Fogus2005 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 07:23
    โชโตะลูกหนูไปผิดเรื่องแล้ว5555
    #531
    0
  16. #530 นินจาแมว (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 06:28
    Merry Christmas 🎄🎁 นะคะะะ
    #530
    0
  17. #529 Yusiga (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 05:30
    โชโตะ สุดยอด
    #529
    0
  18. #528 เด็กชายคิมทกจา (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 05:11
    สุขสันต์วันคริสต์มาสนะคะ!
    #528
    0