Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 3 : Aria 2 : My other name is Iris.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 393 ครั้ง
    7 ก.พ. 64

Aria 2

My other name is Iris.

 

ทันทีที่อายาเมะเปิดประตูล็อกเกอร์ของตัวเอง จดหมายข้างในก็ร่วงตกลงมาใส่หน้าของเธอพอดีจนเด็กสาวเผลอร้องอุทานเบาๆ

 

“มาละ ผู้โชคร้ายประจำสัปดาห์นี้”

 

ซาโยริที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดขึ้นขณะที่ช่วยหยิบจดหมายที่ตกพื้นขึ้นมา ส่วนอายาเมะยังคงยืนลูบจมูกด้วยความงุนงง

 

“ผู้โชคร้ายอะไรกันล่ะ...” อายาเมะตอบกลับไปแล้วเอื้อมมือไปรับจดหมายจากซาโยริมาพลิกดู

 

ยังไม่ทันต้องเปิดอ่าน แต่ซองสีหวานแหววกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยออกมาจากกระดาษก็ทำให้เด็กสาวทั้งสองรู้แล้วว่าจดหมายฉบับนี้คือจดหมายอะไร

 

จดหมายรัก

 

“เห็นไหมล่ะ! บอกแล้วไงว่าเป็นผู้โชคร้ายประจำสัปดาห์นี้” ซาโยริพูดย้ำอีกครั้งขณะที่สะกิดอายาเมะเป็นเชิงบอกให้เธอรีบเปิดอ่านไวๆ

 

ที่จริงแล้วการเปิดอ่านอะไรพวกนี้ต่อหน้าเพื่อนของเธอทำให้อายาเมะรู้สึกเขินมากจริงๆ แต่ซาโยริกลับทำราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องยอมเปิดอ่านจนได้

 

เนื้อหาในจดหมายเขียนไว้ไม่ต่างจากจดหมายฉบับอื่นๆ ที่เธอเคยได้สักเท่าไร

 

เริ่มจากเขียนความประทับใจที่เขามีต่อเธอ เขียนชมหน้าตาของเธอ ชมความสามารถของเธอ ชมความเรียบร้อยของเธอ บอกชอบเธอ แล้วก็นัดพบกัน

 

“คนนี้เขียนน่าเบื่อกว่าคนที่แล้วอีก”

 

ซาโยริบ่นอุบอิบ ทำให้เธออดหันไปมองไม่ได้

 

อายาเมะไม่ได้คิดว่าการได้จดหมายบอกรักแบบนี้มันเป็นเรื่องสนุกหรอกนะ ทุกครั้งที่เธอได้รับมัน ก็จะมีคนที่ต้องเสียใจเพิ่มมากขึ้นอีกหนึ่งคน

 

“ซาโยริพูดจาใจร้ายเกินไปแล้ว”

 

เพื่อนของเธอหันมาแลบลิ้นใส่อย่างไม่สนใจคำต่อว่านั่น ซ้ำยังถามกลับมาอีกต่างหากว่า “ไอจังยังไม่ชินอีกเหรอ เธอได้จดหมายบอกรักอย่างน้อยสัปดาห์ละฉบับมาตั้งแต่มอต้นแล้วนะ! ฉันว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาจนน่าเบื่อไปแล้วด้วยซ้ำ ไม่มีวิธีบอกรักที่มันสร้างสรรค์กว่านี้หรือไง”

 

อายาเมะเองก็ไม่มีคำตอบให้กับคำถามนั้น

 

เธอเคยชินกับการที่มีคนมาบอกชอบก็จริง แต่ไม่เคยเป็นฝ่ายบอกชอบใครมาก่อน ดังนั้นจึงไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องอะไรแบบนี้หรอก

 

เธอเลยไม่ได้พูดอะไรกับซาโยริอีก นอกจากก้มลงมองจดหมายรักในมืออีกครั้ง

 

พอซาโยริเห็นว่าเพื่อนของเธอขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด จึงเอียงคอมองแล้วถามต่อว่า “จะไปหรือเปล่า?”

 

“ต้องไปสิ ให้เขารอเก้อไม่ได้หรอก”

 

ถึงจะไปเพื่อพูดปฏิเสธ แต่อายาเมะก็ไม่ใช่คนใจร้ายอย่างที่จะปล่อยให้ใครต้องยืนรอแบบไร้ความหมาย

 

พอคิดถึงสีหน้าผิดหวังของใครก็ตามที่ส่งจดหมายฉบับนี้มาให้เธอแล้ว อายาเมะก็อยากจะถอนหายใจออกมา

 

ถ้าพูดความคิดนี้ให้คนอื่นฟัง อาจจะมีใครหลายคนหมั่นไส้เอาก็ได้ แต่ก็เพราะแบบนี้แหละ บางครั้งอายาเมะถึงรู้สึกไม่ชอบหน้าตาของเธอเลยจริงๆ

 

เวลาเห็นสีหน้าผิดหวังของคนอื่นที่เกิดขึ้นเพราะเธอแล้ว...มันให้ความรู้สึกไม่ดีจนน่าอึดอัดเลย

 

แต่เด็กสาวก็ทำได้แค่เก็บจดหมายรักฉบับนั้นใส่กระเป๋าขณะที่โบกมือลาซาโยริแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมายที่หลังโรงเรียน

 

ถึงจะไม่สบายใจสักเท่าไร แต่การทิ้งคนอื่นให้อยู่แบบค้างๆ คาๆ อย่างไม่มีคำตอบที่ชัดเจนมันแย่ยิ่งกว่าเสียอีก 

 

ดังนั้นเธอจึงทำได้แค่สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินตรงไปข้างหน้า

 

ไปทำให้มันจบๆ ไปก็แล้วกัน

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

กว่าที่อายาเมะจะได้หลบเข้าห้องพักของตัวเองก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม

 

เธอไปปฏิเสธเจ้าของจดหมายรักคนนั้นแล้วไม่พอ ยังถูกร้องไห้ใส่จนทำอะไรไม่ถูกนอกจากต้องยืนปลอบเขาอยู่อีกพักใหญ่ ทั้งที่อายาเมะมั่นใจว่าเธอไม่รู้จักอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ อย่างมากก็คงจะแค่เคยเดินสวนกันบนทางเดิน

 

พอปลอบใจรุ่นพี่คนนั้นจนเพื่อนของเขามารับกลับไปแล้ว อายาเมะจึงได้กลับมาพักผ่อนเสียที

 

ตอนที่กลับมาถึงหอพักก็เป็นเวลาหกโมงกว่า โชคดีที่ซาโยริซื้ออาหารเย็นจากโรงอาหารมาเผื่อเรียบร้อยแล้ว เธอจึงไม่ต้องเสียเวลากลับไปที่โรงอาหารอีกรอบ

 

พอกินอาหารเสร็จก็ถูกซาโยริชวนเล่นเกมที่ห้องนั่งเล่นข้างล่างต่อ อายาเมะรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แต่ก็ไม่อยากขัดใจเพื่อนสนิท แล้วก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่เธอจะได้สนิทกับเพื่อนร่วมห้องมากขึ้นอีกสักนิดด้วย

 

การใช้ชีวิตในหอพักของโรงเรียนเป็นเหมือนยาขมสำหรับคนที่ชอบใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแบบเธอมาก

 

จากที่แต่เดิมสามารถกลับบ้านไปนั่งกินข้าวเงียบๆ เองแล้วก็หลบขึ้นห้องนอนได้ทันที แต่พอมานั่งกินข้าวด้วยกันในห้องนั่งเล่นแล้ว หากนั่งเงียบโดยไม่พูดอะไรสักอย่างก็จะให้ความรู้สึกอึดอัด

 

อายาเมะไม่ได้รู้สึกว่าเธอต้องมีเพื่อนสนิทมากไปกว่านี้ก็จริง แต่ก็ไม่ได้อยากจะเป็นแกะดำของห้อง

 

แค่นี้อายาเมะก็รู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกมากพอแล้ว คงเพราะเธอเป็นคนพูดไม่เก่ง ถ้าไม่มีคนเข้ามาชวนคุยก่อนก็จะไม่กล้าเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาเพราะกลัวว่าสุดท้ายเธอจะเป็นฝ่ายเงียบจนกลายเป็นบรรยากาศน่าอึดอัดไปแทน

 

ไหนจะหน้าตาที่โดดเด่นนี่อีก ซาโยริเคยพูดว่าเพื่อนผู้ชายส่วนใหญ่ในห้องคิดว่าเธอเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่ไม่ควรจะเข้าไปแตะต้อง ส่วนเพื่อนผู้หญิงก็รู้สึกว่าเธอเข้าถึงยาก

 

โชคดีที่ไม่มีใครคิดว่าเธอเป็นคนหยิ่งเพราะความพูดน้อย ซึ่งเรื่องนั้นคงจะต้องขอบคุณซาโยริที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอ ทำให้คนอื่นเข้าใจว่าเธอก็เป็นของเธอแบบนี้มาตั้งแต่สมัยมัธยมต้นแล้ว

 

ทั้งต้องพยายามหาเรื่องที่ทุกคนสนใจเหมือนกันมาพูดคุย ต้องคอยสังเกตสีหน้าของคนอื่นว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ต้องทำตัวสนุกสนานร่าเริงเพื่อให้ทุกคนไม่รู้สึกเบื่อ ต้องเก็บสีหน้าท่าทางไม่ให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีเวลาที่เธอรู้สึกแย่

 

การเข้าสังคมนี่มัน...เป็นเรื่องยากจริงๆ เลย

 

พอได้โอกาสแล้ว อายาเมะจึงอ้างกับทุกคนว่าต้องรีบขึ้นไปทำการบ้าน ก่อนจะปลีกตัวหนีขึ้นมาบนห้องพักของตัวเอง

 

เด็กสาวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงโต๊ะเขียนหนังสืออย่างเหนื่อยล้า เธอยกแขนขึ้นจนสุดเพื่อบิดขี้เกียจ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างพยายามจะผ่อนคลายร่างกายหลังจากที่เครียดเกร็งมาตลอดทั้งวัน

 

ดวงตาสีน้ำทะเลหลับลงได้ไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือที่ถูกวางไว้บนโต๊ะดังแจ้งเตือน พร้อมกับแชทกลุ่มห้องที่มีข้อความปรากฏขึ้นมาทำให้อายาเมะต้องลืมตาขึ้นเหลือบไปมองอีกครั้ง

 

ดูเหมือนว่าจะเป็นข้อความไร้สาระอะไรสักอย่างจากคิมูระ

 

พูดถึงคิมูระแล้ว อายาเมะก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่มีโอกาสได้ไปตักเตือนเพื่อนร่วมห้องสามคนนั้นเรื่องที่พวกเขาหาเรื่องไปแกล้งบาคุโกจากห้อง 1-A เลย

 

พอคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น อายาเมะก็ยังรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อยอยู่ทุกที

 

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น อายาเมะก็ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงอยู่สองวันเต็ม

 

โชคดีที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครรู้ว่าเธอหลบอยู่ที่หัวมุมอาคารนั้น เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนน่าจะจำเสียงเธอไม่ได้ และบาคุโกก็ไม่ได้มาตามล่าตัวเธอด้วย

 

ขอแค่ระวังตัวไว้ให้ดี อย่าเผลอไปพูดอะไรต่อหน้าผู้ชายคนนั้นให้เขาจำเสียงเธอได้ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร

 

อายาเมะไม่คิดจะเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับความยุ่งยากแบบนั้นเด็ดขาด เธอชอบชีวิตสงบสุขอันเรียบง่ายในตอนนี้ดีแล้ว

 

แต่คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ อายาเมะจึงพยายามสลัดความคิดเรื่องของบาคุโกกับเพื่อนร่วมห้องเจ้าปัญหาสามคนของเธอออกไปจากหัว แล้วกลับมาสนใจกับหน้าจอโน้ตบุ๊คตรงหน้าแทน

 

พอสบายใจจากชีวิตจริงแล้ว...ก็ได้เวลาทำงานอีกอย่าง

 

เป็นงานอดิเรกในโลกในอินเตอร์เน็ตอันเป็นที่พักพิงของเธอ

 

อายาเมะแบ่งโลกของเธอออกเป็นสองใบ

 

ในโลกแห่งความเป็นจริง เธอคืออิชิคาวะ อายาเมะ นักเรียนห้อง 1-C ผู้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มีเพื่อนสนิทแค่หนึ่งคนถ้วน และพึงพอใจกับการใช้ชีวิตผ่านไปในแต่ละวันอย่างปกติธรรมดา

 

แต่ในโลกอีกใบหนึ่ง...โลกที่เป็นความลับของเธอ

 

มันเป็นโลกที่เธอเก็บซ่อนเอาไว้จากทุกคน จนถึงตอนนี้มีแค่คนเดียวเท่านั้นที่รู้ความลับนี้ก็คือซาโยริที่เป็นเพื่อนสนิทกันมานานมากแล้ว

 

โลกในอินเตอร์เน็ต เธอคือ ‘ไอริส’

 

นั่นเป็นที่มาของชื่อเล่น ‘ไอจัง’ ที่ซาโยริใช้เรียกเธอ

 

‘ไอริส’ ต่างจากอายาเมะอย่างสิ้นเชิง เป็นนักร้องลึกลับผู้ไม่เปิดเผยใบหน้าที่มีช่องยูทูปแชนเนิลของตัวเองโดยมีผู้ติดตามหลายหมื่นคน เป็นผู้ที่สร้างเสียงเพลงให้กับผู้คน ใช้อัตลักษณ์ของตัวเองเพื่อความสุขของคนอื่น

 

เป็นตัวตนที่อายาเมะสร้างขึ้นมาโดยหลบอยู่หลังชื่อปลอมเพื่อให้เธอมีความกล้าพอจะทำสิ่งเหล่านั้นต่อไป

 

เป็นที่ๆ เธอจะทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาตัดสิน ‘อิชิคาวะ อายาเมะ’

 

เป็นความสุขเล็กๆ ในโลกอันเรียบง่ายของเธอ

 

ตอนที่สร้างแชนเนิลนี้ขึ้นมา เธอไม่ได้อยากเป็นที่รู้จัก ไม่ได้อยากมีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่ได้อยากให้ใครต่อใครมาเป็นแฟนคลับของเธอ

 

อายาเมะแค่อยากร้องเพลง อยากใช้อัตลักษณ์ของตัวเองทำให้คนอื่นมีความสุข

 

ถึงจะไม่ได้เป็นฮีโร่ แต่อายาเมะก็เชื่อว่าเธอจะสามารถใช้อัตลักษณ์ช่วยเหลือคนอื่นได้

 

และเธอก็ทำมันได้จริงๆ

 

เพราะแบบนั้น อายาเมะจึงนั่งอมยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในขณะที่เธอกดอัพโหลดวิดีโออันใหม่ล่าสุดที่เพิ่งอัดเสร็จไปเมื่อสามวันก่อน

 

คอมเมนท์ของผู้คนที่สนับสนุนและชื่นชมผลงานของเธอทำให้อายาเมะรู้สึกอบอุ่นในใจยามที่เธออ่านข้อความเหล่านั้น

 

เด็กสาวเปิดฟังเพลงของตัวเองเพื่อหาจุดผิดพลาดที่เธออาจจะนำไปพัฒนาได้ในเพลงต่อไป พร้อมกับเลื่อนอ่านคอมเมนท์ลงมาเรื่อยๆ อยู่สักพัก ก่อนจะสลับไปอ่านข้อความส่วนตัวที่ส่งเข้ามาทางเพจของเธอบ้าง

 

อายาเมะไม่ได้ชอบพูดคุยกับแฟนคลับของเธอเป็นพิเศษ เทียบกับเน็ตไอดอลคนอื่นๆ แล้วเรียกได้ว่าเธอมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับน้อยถึงน้อยมากที่สุด ไม่มีวิดีโอสัมภาษณ์ ไม่มีสินค้าเกี่ยวกับตัวเอง และไม่มีการตอบคอมเม้นท์มากเกินกว่าที่เธอรู้สึกว่าควรจะต้องตอบ

 

เพราะอันที่จริงแล้วเธอก็แค่อยากจะร้องเพลงเท่านั้นเอง

 

คำตอบของทุกคำถาม...ทุกอารมณ์ความรู้สึกของเธอถูกใส่ลงไปในบทเพลงจนหมดแล้ว

 

เธออยากให้คนที่ฟังเพลงของเธอรู้จักเธอในฐานะของ ‘ไอริส’ ก็เพียงพอแล้ว

 

อายาเมะเลื่อนดูข้อความไปเรื่อยๆ ถึงการอ่านข้อความโดยที่ไม่ได้พิมพ์ตอบอะไรไปอาจจะทำให้ใครหลายคนไม่พอใจได้ แต่เป็นที่รู้กันในหมู่แฟนคลับอยู่แล้วว่า ‘ไอริส’ แทบจะไม่ตอบข้อความของใครหากไม่ใช่เรื่องของเพลง จึงไม่มีใครรู้สึกแย่เกินไปนักถ้าเธอจะไม่ตอบอะไรกลับไปเลย

 

ดวงตาสีน้ำทะเลสะดุดเข้ากับข้อความหนึ่งจากในหลายสิบข้อความที่ถูกส่งมาทันทีที่เพลงใหม่ถูกอัพโหลดขึ้นไป

 

Tsubakishi : เพลงต่อไปถ้าลองโคฟซิงเกิ้ลใหม่ของยูเมะมิชิก็ดีนะ :)

 

ยูเมะมิชิเป็นวงนักร้องที่กำลังเริ่มจะมีชื่อเสียงในช่วงนี้ เพลงของพวกเขาเป็นแนวสบายๆ ที่เสียงบีทไม่หนักมากอย่างที่อายาเมะชอบร้อง จึงเรียกได้ว่าค่อนข้างตรงกับรสนิยมของเธอ

 

เป็นคำแนะนำที่ไม่เลวเลย…

 

อายาเมะรีบพิมพ์ขอบคุณตอบกลับข้อความของแฟนคลับคนนี้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าแล้วล้วงหาสมุดจดเนื้อเพลงเพื่อจะเอามาจดไอเดียนี้เอาไว้ก่อน

 

แต่ไม่ว่าเธอจะควานหาเท่าไรก็ไม่เจอมันเสียที…

 

เด็กสาวเริ่มขมวดคิ้วก่อนจะคว้าเอากระเป๋าสะพายมาวางบนตัก เธอค่อยๆ หยิบหนังสือออกมาวางทีละเล่มอย่างใจเย็นเพื่อจะหาสมุดจดที่เธอต้องการ แต่จนกระทั่งหยิบหนังสือเล่มสุดท้ายออกมาแล้วก็ยังไม่เจอสมุดปกสีฟ้าลายก้อนเมฆที่กำลังตามหาเสียที

 

ไม่มีเหรอ? หายไปไหนกันนะ

 

ตอนแรกอายาเมะไม่ได้คิดอะไรมากนักนอกจากเริ่มเดินวนหารอบห้อง แต่ทั้งบนโต๊ะเขียนหนังสือ ชั้นวางหนังสือด้านข้าง และโต๊ะข้างเตียงก็ไม่มีสมุดจดของเธออยู่เลย

 

เด็กสาวกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมทั้งที่คิ้วยังขมวดอย่างครุ่นคิด 

 

ตอนนี้เธอเริ่มจะรู้สึกร้อนรนขึ้นมาแล้วสิ

 

เธอพยายามนึกย้อนกลับไปว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นสมุดเล่มนั้นคือตอนไหนกันแน่ แต่เท่าที่คิดได้ก็น่าจะเป็นเมื่อสองวันก่อนที่อายาเมะมั่นใจว่าเธอหยิบมันใส่กระเป๋านักเรียนไปด้วยเพราะตั้งใจจะเอาไปนั่งเขียนเนื้อเพลงที่คิดออกเพิ่มเติมตอนช่วงพัก

 

หรือว่าจะลืมไว้ที่ลิ้นชักโต๊ะเรียนของเธอ?

 

มีความเป็นไปได้สูงอยู่เหมือนกัน เพราะมาคิดดูดีๆ แล้ว อายาเมะก็รู้สึกว่าเธอไม่ได้เห็นสมุดเล่มนั้นมาเป็นวันแล้ว แต่เพราะเธอมัวแต่ระแวงเรื่องของบาคุโก แล้วไหนจะยังต้องสรุปการประชุมกรรมการนักเรียนอีก ช่วงสองสามวันมานี้อายาเมะจึงไม่มีโอกาสได้เขียนเพลงเพิ่มแม้แต่น้อย

 

เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยไปหาที่ห้องเรียนก็แล้วกัน!

 

พออายาเมะได้ข้อสรุปให้กับตัวเอง เธอก็สบายใจจนกลับมานั่งเปิดเพจเพื่อจะไล่ดูข้อความต่อได้ในที่สุด

 

จนกระทั่งดวงตาสีน้ำทะเลสะดุดเข้ากับข้อความใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอของเธอนั่นล่ะ

 

คุณได้รับข้อความใหม่จาก Bakugou K.

 

คำแจ้งเตือนใหม่บนหน้าจอทำให้อายาเมะกะพริบตาขึ้นลงอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังประมวลผลอยู่ ปากเผยอขึ้นนิดๆ อย่างลืมตัวขณะที่เธออ่านข้อความนั้นทวนซ้ำอีกครั้ง

 

คุณได้รับข้อความใหม่จาก Bakugou K.

 

บาคุโก เค…

 

อย่าบอกนะว่านั่นคือบาคุโก คัตสึกิคนนั้น!?

 

หัวใจของอายาเมะพลันเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นทันที เธอกดรีเฟรชหน้าจอใหม่อีกครั้งราวกับว่าหากทำแบบนี้แล้วมันจะช่วยลบข้อความนั้นหายไปได้ แต่พอเพจของเธอปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ข้อความแจ้งเตือนนั้นก็ยังคงอยู่ที่เดิม

 

คุณได้รับข้อความใหม่จาก Bakugou K.

 

 

มันไม่หายไป แสดงว่าไม่ใช่ภาพลวงตาน่ะสิ…

 

เธอไม่ได้คิดมากเรื่องของเขาจนหลอนไปเอง

 

ดวงตาสีน้ำทะเลเบิกกว้างจ้องมองจอคอมพิวเตอร์ในขณะที่หัวใจของเธอเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมานอกอก

 

นี่มันเพจของ ‘ไอริส’ นะ ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่บาคุโกจะตามมาจนเจอตัวตนลับของเธอในโลกอินเตอร์เน็ตที่แทบจะไม่มีใครคนอื่นรู้

 

บางทีเขาอาจจะเป็นแฟนคลับของเธอ…?

 

อายาเมะพยายามหลอกตัวเองต่อไป ทั้งที่ในใจลึกๆ เธอก็รู้ดีว่าไม่มีทางเป็นอย่างนั้น ถึงเธอจะมีแฟนคลับหลายหมื่นคน แต่ถ้ามีคนที่โดดเด่นขนาดนี้กดติดตาม ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสะดุดตาเธอแน่

 

มือของเธอกำเมาส์แน่นขณะที่เลื่อนไปจ่อที่ข้อความนั้นด้วยความลังเลใจ ใบหน้าหวานขมวดคิ้วเม้มปากแน่นราวกับกำลังจะกลืนยาขมที่ไม่มีใครอยากกิน

 

แต่ถ้าไม่กดเข้าไปอ่าน อายาเมะจะต้องไม่มีวันสงบใจกับความไม่รู้นี้ได้แน่

 

เด็กสาวกลั้นหายใจแล้วรีบบังคับนิ้วตัวเองให้กดลงไปก่อนที่จะทันได้เปลี่ยนใจ

 

Bakugou K. : หล่อนคือพวกเดียวกับไอ้พวกงี่เง่าเมื่อสองวันก่อนใช่ไหม

 

แค่ข้อความแรกที่ปรากฏขึ้นมาก็ทำให้อายาเมะนั่งตัวแข็งทื่อ ถ้าเมื่อครู่นี้ยังเหลือส่วนไหนในใจของเธอที่ไม่มั่นใจว่า Bakugou K. คือบาคุโก คัตสึกิจริงหรือเปล่า ตอนนี้มันก็ได้รับคำตอบที่ชัดเจนที่สุดไปแล้ว

 

เธอขยับนิ้วที่เกร็งแน่นอย่างช้าๆ ราวกับเป็นหุ่นยนต์ หัวสมองพลันหยุดทำงานเหมือนคอมพิวเตอร์ที่กำลังโอเวอร์ฮีท ขณะที่ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดลงมามองข้อความถัดไป

 

Bakugou K. : สมุดปัญญาอ่อนนั่นอยู่กับฉัน

 

Bakugou K. : ถ้ายังอยากได้คืนก็มาตัดสินกันให้รู้เรื่อง เย็นมะรืนนี้ที่โรงยิมสาม ถ้าไม่มาฉันจะระเบิดทิ้งแม่ง

 

สมุด? สมุดอะไร?

 

อายาเมะพยายามวิเคราะห์อย่างหนักว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่ สมุดของเธอที่อยู่กับเขา...สมุดของเธอที่หายไป…

 

ก็สมุดจดเนื้อเพลงของเธอไงล่ะ!?

 

เพียงเท่านี้ปริศนาก็กระจ่างแล้วว่าที่เธอหาสมุดไม่เจอสักทีก็เพราะว่ามันอยู่กับคนอื่น

 

อายาเมะพยายามนึกย้อนไปว่ามันจะไปอยู่ที่บาคุโกได้อย่างไร ครั้งเดียวที่เธอได้เจอเขาในระยะประชิดก็คือสองวันก่อน ตอนที่เธอแอบตามพวกคิมูระไปที่หลังหอพักของห้อง 1-A

 

จริงสินะ...

 

วันนั้นเธอรีบร้อนวิ่งตามคนพวกนั้นมากจนยัดของทุกอย่างใส่ลงกระเป๋าไปแบบลวกๆ พอนึกย้อนกลับไป อายาเมะก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าเธอได้ปิดกระเป๋าให้สนิทหรือเปล่า

 

แล้วยิ่งตอนที่นึกว่าจะถูกบาคุโกจับได้ เธอก็ร้อนรนมากเสียจนวิ่งหนีออกมาเร็วสุดชีวิตโดยไม่ได้หันกลับไปมองข้างหลังอีกเลย

 

หรือว่าสมุดจะตกไปตอนนั้น…?

 

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็ไม่ต้องสงสัยแล้วว่าทำไมเขาถึงตามตัวไอริสเจอ

 

เนื้อเพลงทั้งหมดที่เธอแต่งเองและร้องลงในแชนเนิลของเธออยู่ในกำมือของเขา บาคุโกจึงรู้ว่าคนที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงและใช้อัตลักษณ์หยุดเขาเอาไว้ก็คือ ‘ไอริส’

 

เขาไม่ได้รู้จักอิชิคาวะ อายาเมะแต่แรกแล้ว

 

เพราะแบบนั้นถึงได้ทักข้อความมาที่เพจของเธอสินะ

 

อายาเมะได้แต่นั่งนิ่งมองข้อความของเด็กหนุ่มคนนั้นอย่างไม่รู้จะพิมพ์อะไรตอบกลับไป ในใจพลันรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าเธอกำลังตื่นกลัวหรือกำลังปลดปลงกับโชคชะตาของเธออยู่กันแน่

 

เรื่องยุ่งยากที่เธอพยายามจะวิ่งหนีอย่างสุดความสามารถ...ดูเหมือนว่าจะไล่ตามเธอทันแล้วสิ

 

บาคุโก คัตสึกิหาตัวเธอเจอไม่พอ เขายังมีตัวประกันแสนสำคัญของเธออยู่ในกำมือ แล้วเข้าใจผิดว่าเธอเป็นพวกเดียวกับคนที่พยายามจะหาเรื่องเขาอีกด้วย

 

อายาเมะทำได้แค่หลับตาแล้วทิ้งหัวลงวางบนโต๊ะ อยู่ๆ ก็พลันนึกอยากจะโขกหัวตัวเองตายไปเสียตอนนี้เลย

 

สำหรับคนที่ใครๆ ก็บอกว่าโชคดีอย่างเธอ...อายาเมะกลับรู้สึกว่าชีวิตของเธอมีเรื่องโชคร้ายเข้ามาได้ไม่หยุดหย่อนเลยจริงๆ

 

___________________________

มาอัพให้เป็นของแถมค่ะ เพราะพรุ่งนี้จะกลับไปอัพคุณฮอว์กส์แล้วล่ะ!

ทุกคนคงจะพอมองออกนะคะว่านางเอกรอบนี้ของเราไม่ค่อยเหมือนกับที่ผ่านๆมาค่ะ แต่น้องจะได้เติบโตไปพร้อมกับคัตจังแน่ๆค่ะ ถ้าติดตามด้วยกันต่อไป เราก็หวังว่าจะสามารถเขียนออกมาได้ดีนะคะ!

อันที่จริงตอนนี้เขียนแบบเครียดเล็กน้อยค่ะ เพราะสำหรับเราแล้วคัตจังเป็นตัวละครที่ซับซ้อนและย้อนแย้งในตัวเองมากที่สุดคนหนึ่งเลยค่ะ เราเองเลยหวังว่าจะถ่ายทอดน้องออกมาได้ตรงตามคาแรคเตอร์ของน้องนะคะ

ขอบคุณไลค์และเม้นท์ของทุกคนมากเลยค่ะ

เอาไว้เจอกันในตอนถัดไป (ไม่รับปากว่าวันไหนก็แล้วกันนะคะ!)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 393 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #333 knunkim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 04:23
    เหนื่อนแทนอายาคาวะเลย555
    #333
    0
  2. #152 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 19:41
    อาจจะเป็นความโชคร้ายในความโชคดีก็ได้นะ
    #152
    0
  3. #27 LucyTaylor (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 19:14
    เขียนดีมากๆแน้วค่ะ! ชอบทั้งคัตจังทั้งน้องเลยนะคะ! เป็นกลจ.ให้ค่ะ!
    #27
    0
  4. #26 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 18:50
    ค้างงงงงงง
    #26
    0
  5. #25 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 18:20
    นางเอกคาร์เเบบนี้เราว่าน่ารักดีนะ ดูสมวัยดี555
    #25
    0
  6. #24 กระต่ายกุกกี้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 18:18
    ไอจังน่ารักมากๆเลยค่ะคูมมาร์การิตา แง้ยยย💕 //
    #24
    0
  7. #23 Bao_Bao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 18:04
    คัตจังว้อย น้องเป็นผู้ญ.นะ อือหืมมมม เรียกเหมือนไปท้าต่อย(หรือมันท้าจริงฟระ?)
    #23
    0
  8. #22 lamb_san (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 17:41
    เรียกไปตัดสินกันเลยเหรอคัตจัง5555555 น้องอายาเมะซวยแทนเพื่อนเฉยยย
    #22
    0
  9. #21 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 17:04
    คุณคัต อย่าทำน้องนะ น้องกลัวแล้วววว
    #21
    0
  10. #20 Atanasia11 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 16:15

    คัตสึกิเธอฮาร์ดคอมาก555สงสารน้องงงง
    สนใจน้องก็บอกตรงๆนะคัตจัง~>///<
    #20
    0