Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 25 : Aria 23 : I want to know a little more and all about you.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 348 ครั้ง
    6 ธ.ค. 63

 

Aria 23

I want to know a little more and all about you.

 

“วันนี้เพื่อนๆ ในห้องตกลงกันได้แล้วนะว่าจะทำบ้านผีสิงตอนงานเทศกาล”

 

อยู่ๆ ซาโยริก็พูดขึ้นมาระหว่างที่พวกเธอเดินถือกองสมุดการบ้านไปส่งที่ห้องพักอาจารย์

 

อายาเมะกะพริบตาปริบๆ มองเพื่อนสนิทที่เดินอยู่ด้านข้าง ก่อนจะตอบว่า “ก็ดีนะ”

 

“แค่นั้น?”

 

ท่าทางของซาโยริที่ดูจะแฝงความไม่พอใจอย่างชัดเจนไม่ได้ทำให้อายาเมะเปลี่ยนสีหน้าในตอนที่เธอตอบกลับไปว่า “อืม แค่นั้นแหละ”

 

พอเธอดูจะไม่ใส่ใจสักเท่าไร ซาโยริก็เริ่มกระฟัดกระเฟียดกับท่าทางเฉยชาของเธอในทันที

 

“เธอเป็นหัวหน้าห้องนะ!” ซาโยริพูดด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด สองขาเดินย่ำแรงขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งพล่านขึ้นมา “จะทะเลาะกันหรือยังไงก็เถอะ เรื่องแบบนี้ก็ควรจะรอหัวหน้าห้องเป็นคนจัดการไม่ใช่หรือไง!”

 

“จะมีฉันหรือไม่มีฉันก็ตาม แต่ถ้าตกลงกันได้ก็เป็นเรื่องดีแล้วนี่นา เสียงของฉันคนเดียวคงไม่ได้เปลี่ยนกิจกรรมที่เพื่อนๆ อยากทำกันหรอก”

 

คำตอบเรียบง่ายนั่นทำให้ซาโยรินึกอยากจะกุมหัวตัวเอง ติดแค่ว่าทั้งสองมือของเธอถือสมุดการบ้านไว้เต็มไปหมด

 

“เธอน่ะยอมพวกนั้นมากเกินไปแล้ว”

 

สถานการณ์ของเธอกับเพื่อนในห้องบางคนเรียกว่าไม่ได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้แย่ลง

 

คิมูระ โยชิทากะและอายาคาวะก็ยังเดินหนีเธออย่างคนเข้าหน้าไม่ติด และโทเงะอิเคะกับอาโกะยามาโตะเหมือนจะเหม็นหน้าเธอไปด้วยอย่างโจ่งแจ้ง

 

ส่วนคนอื่นๆ นอกจากซาโยริก็ยังไม่มีใครอยากจะมีปัญหาเหมือนเดิม

 

มันก็ไม่ถึงกับว่าเธอถูกปล่อยเกาะเพียงลำพัง แค่บรรยากาศในตอนที่มีเธออยู่ด้วยมันย่ำแย่ลงอย่างชัดเจนเท่านั้นเอง

 

อายาเมะไม่ได้กลัวจนต้องหนี แต่เธอไม่อยากให้คนอื่นต้องอยู่กับแบบอึดอัดเพราะเธอทะเลาะกับคนบางคนในห้อง

 

“ไม่ได้ยอมหรอก แค่ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปทะเลาะเท่านั้นเอง” อายาเมะพูดจบก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีงานในฐานะหัวหน้าห้องของเธออีก 

 

“จริงสิ! ซาโยริช่วยเขียนรายละเอียดมาให้หน่อยได้ไหม เดี๋ยวฉันจะไปเดินเรื่องเอกสารกับพวกอาจารย์ให้นะ”

 

ซาโยริบ่นพึมพำอะไรสักอย่างประมาณว่า ‘ใจดีเกินไปแล้ว’ แต่อายาเมะก็เพียงแค่เดินอมยิ้มนิดๆ อย่างเดิม

 

เธออาจจะไม่ได้ไปทะเลาะกับใคร แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอกำลังหนี

 

เธอจะไม่เปลี่ยนความคิดตัวเองแค่เพราะใครไม่พอใจหรอก

 

การทำให้พวกเขาเห็นว่าความคิดและการกระทำของพวกเขาไม่มีผลกับเธอก็เป็นวิธีการตอบโต้ในแบบของเธอเองเหมือนกัน

 

ถึงซาโยริจะยังดูไม่พอใจ แต่พออายาเมะดูจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้จริงๆ เธอจึงไม่ได้พูดอะไรอีก

 

“จะว่าไปแล้ว ได้ยินว่าพวกห้อง A จะจัดคอนเสิร์ตล่ะ”

 

“คอนเสิร์ตเหรอ” อายาเมะคิดตามแล้วก็ยิ้มออกมา “น่าสนุกดีนะ”

 

“เห็นว่าเป็นการคลายเครียดให้กับคนในโรงเรียนที่ต้องเดือดร้อนเพราะพวกเขา เธอจะไปดูหรือเปล่า”

 

“ไปสิ” อายาเมะตอบในทันที

 

ถึงเธอจะมีคนรู้จักในห้องนั้นแค่สองคน ไม่รวมยาโอโยโรซึก้บอิดะที่แทบจะไม่เคยคุยกันเลย แต่อายาเมะก็รู้สึกว่ามันน่าสนุกดีเหมือนกัน และเธอก็อยากจะเป็นกำลังใจให้กับแนวคิดที่พวกเขาพยายามจะแสดงออกมาด้วย

 

ไม่มีใครอยากเจอเรื่องร้ายๆ ต่อกันแบบนั้นหรอก

 

บาคุโกไม่ผิด...พวกห้อง A ก็ไม่ผิดเหมือนกัน

 

อย่างบาคุโกคงไม่ได้สนใจหรอก แต่เธอก็อยากจะเป็นกำลังใจให้เขาอยู่ดี

 

เขาจะทำหน้าที่อะไรในคอนเสิร์ตกันนะ...คิดภาพไม่ออกเลย

 

อายาเมะเดินไปคิดไป พอคิดภาพบาคุโกเต้นอยู่ในคอนเสิร์ตแล้วเธอก็รู้สึกว่าภาพมันไม่เข้ากันสุดๆ จนเผลอหลุดหัวเราะออกมา

 

อยู่ๆ ซาโยริก็หันมามองหน้าเธอก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง แล้วก็บ่นพึมพำอะไรทำนองว่า ‘บาคุโกอีกแล้ว’

 

“ซาโยริก็ไปด้วยกันสิ!”

 

“ตารางงานยังไม่ออกเลย กิจกรรมอาจจะชนกันพอดีก็ได้นะ” ซาโยริพูดเตือนทำให้อายาเมะอ้าปากนิดๆ อย่างเพิ่งนึกขึ้นได้

 

จะว่าไปแล้วเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะว่างไหมเหมือนกัน

 

เด็กสาวพลันรู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที ถ้าเธอติดงานของห้องพอดีก็ต้องอดไปดูคอนเสิร์ตน่ะสิ

 

ความคิดนั้นทำให้อายาเมะเดินขมวดคิ้วครุ่นคิดไปตลอดทางที่เดินไปยังห้องพักอาจารย์

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

อายาเมะชะงักมือที่กำลังจะเลื่อนเปิดบานประตูในตอนที่เธอได้ยินเสียงหัวเราะดังลอดออกมาจากในห้องเรียน 1-C

 

เธอแอบแง้มประตูดูนิดหน่อย ข้างในห้องเรียนมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนกำลังนั่งล้อมวงช่วยกันเขียนแผนงานบ้านผีสิงพร้อมกับพูดคุยเล่นไปด้วย

 

พวกเขาคงจะมาเตรียมงานเทศกาลด้วยกันหลังเลิกเรียน

 

บรรยากาศสนุกสนานนั้นทำให้เธอยิ้มออกมาในขณะที่ดวงตาสีน้ำทะเลมองดูเพื่อนในห้อง

 

เธอเป็นคนคุยไม่เก่งและไม่ชอบเข้าสังคมมากนักก็จริง แต่บรรยากาศดีๆ แบบนี้ก็ให้ความรู้สึกดีมากกว่าบรรยากาศมึนตึงอยู่แล้ว

 

และการที่เธอไม่เข้าไปร่วมด้วยก็คงจะดีกว่า

 

ในกลุ่มคนพวกนั้นไม่ได้มีแต่คนที่มีปัญหากับเธอก็จริง แต่มีโทเงะอิเคะกับอาโกะยามาโตะอยู่ด้วย ถ้าเธอเข้าไปตอนนี้ สองคนนั้นคงจะทำตัวเงียบใส่จนเสียบรรยากาศ

 

ซาโยริเองก็กำลังนั่งอยู่ในกลุ่มคนอีกกลุ่มที่ตรงมุมห้องเหมือนกัน เพื่อนสนิทของเธอพูดอะไรสักอย่างเสียงดังก่อนที่คนทั้งกลุ่มจะหัวเราะออกมาอย่างครื้นเครง

 

ก็ดีแล้วนี่นา

 

ช่วงนี้ซาโยริก็คุยกับเพื่อนร่วมห้องคนอื่นน้อยลงเพราะชอบกลัวว่าเธอจะเหงาด้วย พอได้เห็นซาโยริได้มีโอกาสเข้าไปคุยกับเพื่อนคนอื่นๆ โดยไม่ต้องมากังวลเรื่องของเธอแล้วก็ทำให้อายาเมะสบายใจ

 

เธอเองก็ไม่ได้ตื่นเต้นกับงานเทศกาลมากถึงขนาดนั้นอยู่แล้ว ให้คนที่อยากทำได้ทำงานด้วยกันไปก่อนดีกว่า

 

เอาไว้ค่อยมาดูความคืบหน้าวันหลังก็แล้วกัน

 

อายาเมะคิดแบบนั้นแล้วก็ตัดสินใจเลื่อนบานประตูปิดลงแบบเงียบๆ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปทางหอพักของตัวเอง

 

แต่คนที่ยืนอยู่กลางระเบียงทางเดินในยามเย็นเพียงลำพังกลับทำให้เธอชะงักไปด้วยความแปลกใจ

 

“บาคุโก?”

 

บาคุโกเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้าใกล้เธอมามากขึ้นเรื่อยๆ

 

เขาขมวดคิ้วบึ้งตึงเหมือนทุกวันแต่ก็ไม่ได้ดูหงุดหงิด ออกจะเบื่อหน่ายหรือกำลังรำคาญอะไรสักอย่างอยู่มากกว่า

 

ทั้งที่มันดูแปลกที่เขามาเดินอยู่คนเดียวในตึกเรียนตอนเย็น แต่เธอกลับไม่ค่อยจะแปลกใจเท่าไรอีกแล้ว

 

เธอกับเขาชอบมาเจอกันโดยบังเอิญตอนหลังเลิกเรียนเป็นประจำ

 

แต่ถ้าไม่ใช่หลังเลิกเรียนก็คงจะมีโอกาสเจอกันน้อยจริงๆ นั่นล่ะ เพราะตารางเรียนของแต่ละหลักสูตรแตกต่างกันมาก และทั้งเขากับเธอก็มีกิจกรรมที่ต่างคนต่างต้องทำกันด้วย

 

บาคุโกไม่ได้พูดทักทายเธอ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

 

ที่แปลกคือเขาเดินมุ่งหน้ามาหาเธออย่างชัดเจนต่างหาก

 

เด็กหนุ่มไม่ได้ชะงักฝีเท้าในตอนที่เขาคว้าหลังคอเสื้อนักเรียนตัวนอกของเธอ ทำให้อายาเมะเกือบจะหงายไปข้างหลัง

 

“อ๊ะ!”

 

เธอร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อคอเสื้อถูกบาคุโกดึงไปข้างหลังจนต้องรีบขยับเท้าเดินตามไปแม้ว่ามันจะทุลักทุเลเอามากก็ตาม

 

เกิดใครมาเห็นพวกเขาในสภาพนี้คงจะงงมากแน่ว่ากำลังเล่นอะไรกันอยู่

 

แต่คนที่กำลังถูกลากไปข้างหลังแบบไม่ทันตั้งตัวไม่ได้รู้สึกสนุกด้วยเลยสักนิด

 

เพราะต้องขยับเดินไปข้างหลังทำให้อายาเมะต้องรีบก้าวเท้าไวๆ อย่างกลัวจะหกล้ม ดวงตาสีน้ำทะเลเหลือบมองบาคุโกพร้อมกับพยายามดึงคอเสื้อของเธอออกมา แต่ก็ไม่เป็นผล

 

“บาคุโก นายจะ...เดี๋ยวสิ! บันได! บันได!”

 

เธอร้องตะโกนเตือนพร้อมกับตัดสินใจเลื่อนเสื้อนักเรียนตัวนอกออกนิดหน่อยทำให้คอเสื้อที่ถูกบาคุโกจับไว้แน่นเลื่อนลงมาอยู่ตรงไหล่ของเธอจนได้

 

ถึงจะเดินแบบปกติไม่ได้ แต่ก็นับว่าดีกว่าเมื่อครู่นี้มาก

 

อย่างน้อยๆ เธอก็ไม่กลิ้งตกบันไดล่ะนะ

 

“นายจะพาฉันไปไหนน่ะ”

 

อายาเมะที่ผ่านพ้นวิกฤตตรงบันไดตึกเรียนมาได้แล้วพยายามหันไปถามเด็กหนุ่ม แต่ก็ยังคงไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ กลับมา

 

เธอรู้สึกเหนื่อยใจเกินจะถามคำถามนั้นอีกครั้งแล้ว

 

บาคุโกคงมีธุระอะไรสักอย่างกับเธอล่ะมั้ง เขาไม่ใช่คนแบบที่อยู่ๆ จะลากใครไปไหนมาไหนสักหน่อย

 

แต่อย่างน้อยก็น่าจะบอกเธอก่อนสิว่าจะพาไปไหนน่ะ!

 

อายาเมะโดนลากออกจากตึกเรียนไปตามทางเดินในสวนข้างนอก มีกลุ่มนักเรียนสองสามกลุ่มที่เดินสวนผ่านไปหันมามองพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ ทำให้อายาเมะหน้าเห่อร้อนขึ้นมาจนรู้สึกอยากจะเอามือมาปิดหน้าตัวเอง

 

น่าอายสุดๆ เลย…

 

เป็นเด็กมัธยมปลายแล้วยังมาโดนหิ้วคอลากไปมาเหมือนลูกแมวอยู่อีก

 

แต่พออายาเมะคิดได้ว่าใครเป็นคนที่กำลังลากเธอไปอยู่แล้วก็ได้แต่ปลดปลง

 

นี่บาคุโกนะ

 

เขาสนใจสายตาคนอื่นเสียเมื่อไร

 

กว่าที่บาคุโกจะปล่อยมือจากคอเสื้อของเธอ อายาเมะก็รู้สึกว่าเธอรู้สึกอับอายกับสายตาของคนอื่นจนด้านชาไปหมดแล้ว

 

ทันทีที่ได้อิสระกลับมา เด็กสาวก็รีบหันไปมองข้างหน้าในทันที

 

ตึกที่บาคุโกพาเธอมาคือหอพักของห้อง 1-A พอเขาปล่อยมือจากเสื้อนอกของเธอแล้วก็เดินนำเข้าไปในหอพักทันทีโดยที่ไม่ได้ปิดประตูตามหลัง

 

นั่นคือการบอกให้เธอตามเข้าไปอย่างนั้นเหรอ?

 

อายาเมะยืนลังเลอยู่หน้าประตูที่ถูกเปิดทิ้งไว้อีกสักพัก ถึงบาคุโกจะเป็นคนพาเธอมาเองแต่เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไรสักคำ เธอก็ไม่อยากจะทึกทักเอาเองด้วย แล้วในหอพักนี่ก็คงจะมีพวกห้อง A คนอื่นอยู่อีก ถ้าเธอที่เป็นคนนอกเข้าไปรบกวน…

 

“ยืนบื้ออะไรของหล่อน!” 

 

เสียงตะโกนที่ดังมาจากในหอพักทำให้อายาเมะรีบวิ่งเข้าไปข้างในโดยไม่ได้หยุดคิดอะไรอีก

 

ทันทีที่อายาเมะปิดประตูแล้วมองเข้าไปในห้องนั่งเล่นชั้นล่างของหอพักห้อง 1-A เด็กสาวก็แทบจะตัวแข็งทื่อด้วยความประหม่ากับสายตาของทุกคนที่มองมาทางเธอเป็นทางเดียว

 

“นายพามาจริงดิ! บาคุโก ฉันแค่พูดล้อเล่น...”

 

“กล้าเซ้าซี้ฉันแล้วมาพูดทีหลังว่าล้อเล่น? อยากตายรึไงวะหา!?”

 

อายาเมะยังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างงุนงงในขณะที่บาคุโกเดินไปยังพื้นที่ว่างด้านในที่ตั้งเครื่องดนตรีเอาไว้เหมือนกำลังเตรียมพร้อมจะเล่นเป็นวง 

 

ที่ตรงนั้นมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ก่อนแล้ว เธอไม่รู้จักพวกเขาก็จริง แต่ก็จำหลายๆ คนในนั้นได้

 

อายาเมะมองพวกเขาได้ไม่นาน พอถูกมองกลับก็พลันรู้สึกเป็นฝ่ายอยากจะหลบตาไปแทน เธอจึงเลือกหันไปมองบาคุโกที่เป็นที่พึ่งเดียวของเธอในกลุ่มคนแปลกหน้า

 

แต่สิ่งที่อายาเมะเห็นก็ทำให้เธอแปลกใจ

 

บาคุโกกำลังนั่งลงที่กลองชุด

 

เขาหยิบไม้ตีกลองขึ้นมา ก่อนที่ดวงตาสีแดงดุๆ คู่นั้นจะตวัดขึ้นมามองเธอ

 

ทั้งที่เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่อายาเมะกลับรู้สึกว่าเธอเดาความคิดของเด็กหนุ่มได้แล้ว เธอจึงรีบเดินตามเขาไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดียวที่เหลืออยู่ตรงโซนเครื่องดนตรี แม้ว่าท่าทางจะยังดูแข็งทื่ออย่างไม่เป็นธรรมชาติท่ามกลางสายตาของคนอื่นก็ตาม

 

แต่ก็ไม่มีเวลาให้เธอคิดอะไรมากนัก

 

พออายาเมะนั่งประจำที่แล้ว นักเรียนห้อง A ที่ทำหน้าที่เล่นดนตรีก็เข้าประจำตำแหน่งของตัวเองพร้อมกับหยิบเครื่องดนตรีขึ้นมาเตรียมตัว

 

ใบหน้าของบาคุโกดูเฉื่อยชากว่าปกตินิดหน่อยในขณะที่เขาเคาะไม้กลองเข้าด้วยกันแล้วนับว่า “สาม สอง หนึ่ง...”

 

เสียงกลองเคาะดังสนั่นเป็นสัญญาณเริ่มต้น ก่อนที่เครื่องดนตรีอื่นๆ จะเริ่มบรรเลงตาม

 

เพลงที่พวกเขาเล่นเป็นเพลงเร็วที่ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าชวนให้อยากลุกขึ้นมาเต้นด้วยได้ไม่ยาก

 

แต่อายาเมะกลับไม่ได้ตั้งใจฟังมากนัก ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่กำลังขยับมือตีกลองด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติดูไม่ติดขัดแม้แต่น้อย

 

บาคุโกไม่ได้แค่เล่นกลองชุดเป็น แต่เขาเล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบเลย

 

แต่ไม่ใช่จังหวะที่สมบูรณ์แบบนั่นหรอกที่ดึงดูดสายตาของเธอเอาไว้

 

อายาเมะเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเพราะอะไรกันแน่

 

อาจจะเป็นเพราะใบหน้าจริงจังเหมือนเวลาที่บาคุโกกำลังฝึกซ้อมต่อสู้ มือที่กำไม้กลองสบายๆ ราวกับว่าเครื่องดนตรีนี้เกิดมาเพื่อเขาที่กำลังส่งจังหวะหนักแน่นออกมาได้อย่างไร้ที่ติ หัวที่ผงกนิดๆ จนกลุ่มผมสีบลอนด์ขยับไปมาตามจังหวะเพลงอย่างที่เธอไม่คิดว่าจะได้เห็น

 

ในตอนนั้นอายาเมะพลันรู้สึกว่าเธองี่เง่ามากที่เคยคิดว่าบาคุโกดูไม่เหมาะกับคอนเสิร์ต

 

เพราะภาพที่เธอเห็นในตอนนี้ทำให้เธอคิดว่าบนเวทีนั่นล่ะคือที่ของเขา

 

ทั้งที่คนปกติจะให้ความสนใจกับนักร้องนำหรือมือเบสมากกว่า แต่เธอกลับไม่สามารถละสายตาจากบาคุโกได้เลย

 

หัวใจของอายาเมะพลันเต้นแรงขึ้น โดยที่เธอเองก็รู้ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าเธอตื่นเต้นไปกับบทเพลง

 

ความรู้สึกนี่น่ะมัน...

 

แต่ในตอนนั้นเอง บทเพลงก็หยุดลงทั้งที่ทำนองฟังดูเหมือนจะยังเล่นไม่ทันจบ

 

อารมณ์เมื่อครู่ของเธอหยุดชะงักไปในทันที

 

ดูท่าทางว่าสีหน้างุนงงของเธอคงจะชัดเจนมาก เพราะนักร้องสาวของวงยิ้มเขินๆ ขณะที่พูดกับเธอว่า “ขอโทษนะ พอดีเพิ่งซ้อมได้ถึงแค่นี้น่ะ”

 

“อ่า….อืม….” อายาเมะตอบกลับไปอย่างคนไม่รู้จะพูดอะไร

 

บรรยากาศแปลกๆ กลับมาในทันทีเมื่อเธอทำได้แต่นั่งกะพริบตาปริบๆ มองดูทุกคนอย่างไม่แน่ใจว่าตกลงเธอมาทำอะไรที่นี่กันแน่

 

แต่ก่อนที่บรรยากาศมันจะน่าอึดอัดมากไปกว่านี้ บาคุโกก็ใช้ไม้กลองตีฉาบเสียงดัง ก่อนจะตะโกนว่า “จะถามอะไรก็รีบถามสิวะ!”

 

เสียงเครื่องดนตรีดังลั่นของเขาทำให้อายาเมะเผลอสะดุ้งไปด้วย แม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้กำลังพูดกับเธอก็ตาม

 

“เอ่อ คือว่า...” นักร้องสาวคนนั้นเกาแก้มไปมาเหมือนกำลังแก้เขิน ก่อนจะถามเธอว่า “จริงๆ แล้วฉันอยากได้ความเห็นจากนักดนตรีคนอื่นด้วยน่ะ”

 

อายาเมะกะพริบตาปริบๆ

 

พวกเขาต้องการความเห็นจากเธอ?

 

แสดงว่าที่บาคุโกลากเธอมาก็คงเพราะว่าเพื่อนของเขาต้องการความช่วยเหลือจากนักดนตรี

 

แล้วจะมีใครเหมาะสมไปกว่า ‘ไอริส’ อีกล่ะ

 

อายาเมะนั่งนิ่งครู่หนึ่งอย่างพยายามคิดหาคำพูด โชคดีที่เธอเล่นดนตรีมานานแล้ว ถึงเมื่อครู่นี้จะไม่ได้ตั้งใจฟังมากก็ยังพอจับจุดได้

 

ก็เมื่อกี้นี้เธอเผลอมองแต่…

 

ใบหน้าที่เริ่มจะเห่อร้อนมากขึ้นของเธอทำให้อายาเมะรีบหยุดความคิดตัวเองไว้ที่ตรงนั้น แล้วหันไปคุยกับคนเป็นนักร้องเพื่อจะเบนความสนใจของตัวเอง

 

“เพลงจังหวะสนุกสนานร่าเริงมากๆ เหมาะกับการเล่นคอนเสิร์ตดีนะ เสียงร้องก็เพราะมาก ไม่มีเสียงหลงเลยล่ะ แล้วที่เล่นเบสก็ดีมาก แทบจะไม่มีจุดที่ผิด หรือถ้ามีก็เล่นกลบได้ไวมาก ไม่มีสะดุดเลย”

 

พูดจบ อายาเมะก็หันไปมองยาโอโยโรซึที่กำลังยืนกำมือรอคำวิจารณ์ของเธอด้วยใบหน้าคาดหวัง

 

“ยาโอโยโรซึซังก็เล่นคีย์บอร์ดได้ดีนะ แต่จังหวะบางช่วงเหมือนจะเผลอเร่งขึ้นไปหน่อย คงเพราะเคยชินกับการเล่นเปียโนที่คีย์หนักกว่า พอมาเล่นคีย์บอร์ดก็เลยไม่ค่อยชิน ปัญหานี้ฉันก็เคยเจอมาก่อน แต่พอฝึกไปสักพักก็จะเคยชินเอง” 

 

“ส่วนบาคุโกก็...” อายาเมะหันไปมองเขาได้ครู่เดียวก็หลบตาไปทางอื่น หัวใจที่สงบไปแล้วเผลอเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งจนเธอต้องกุมมือทั้งสองเข้าหากันเพื่อลดความประหม่า

 

“เล่นดีมากๆ จังหวะหนักแน่น ไม่มีที่ติเลย”

 

บาคุโกพ่นลมหายใจออกเสียงดัง ท่าทางเหมือนจะบอกว่าเขารู้อยู่แล้วว่าตัวเองตีไม่พลาด

 

“แล้วก็มือกีต้าร์สองคน...น่าจะเป็นมือใหม่สินะ ยังมีจุดที่พลาดอยู่บ้าง แต่โดยรวมก็เล่นได้ไม่แย่มากนะ”

 

อายาเมะพยายามพูดวิจารณ์อย่างนิ่มนวล เธอไม่รู้ว่าพวกเขาเล่นมานานแค่ไหนแล้ว แต่ถ้าจะขึ้นไปเล่นบนเวทีด้วยฝีมือระดับนี้คงจะยังยากเกินไป พวกเขายังต้องฝึกซ้อมอีกมาก 

 

แต่อายาเมะก็ไม่อยากพูดให้ใครเสียกำลังใจ

 

“ห่วยแตก”

 

คำด่าตรงๆ ของบาคุโกทำให้อายาเมะเกือบสะดุ้ง ดวงตาสีน้ำทะเลตวัดไปมองเด็กหนุ่มที่กำลังใช้ไม้กลองชี้หน้ามือกีต้าร์ผมสีทองอยู่ในทันที

 

“ฝีมือแค่นี้ยังจะหวังเชือดพวกยูเออีกเหรอวะ หา!?”

 

ชะ...เชือด!?

 

นี่พวกห้อง A จะจัดคอนเสิร์ตกันจริงๆ ใช่ไหมนะ

 

“บาคุโก…” เด็กหนุ่มผมทองก้มหน้าจนอายาเมะคิดว่าเขาคงจะเสียใจกับคำต่อว่าเมื่อครู่เอามากๆ

 

ทว่าในตอนที่เธอกำลังคิดจะปลอบเขาสักคำสองคำ เขากลับกระเด้งตัวกลับขึ้นมาเหมือนติดสปริง ดวงตาเป็นประกายคล้ายมีไฟลุกโชนอยู่ข้างใน

 

“นั่นน่ะแปลว่าให้ตั้งใจซ้อมสินะ!”

 

“หมายถึงให้เชือดพวกมันต่างหากโว้ย!!!” 

 

“โอ้! เซอร์เยสเซอร์!”

 

“หึ  คงเป็นโชคชะตาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สินะ”

 

บทสนทนาที่เธอเริ่มจะฟังไม่รู้เรื่องทำให้อายาเมะยิ้มเจื่อนลง ขณะที่พยายามพูดทำลายบรรยากาศแปลกๆ นี้ว่า

 

“แต่ถ้าอยากจะปรับให้ง่ายขึ้นสำหรับมือใหม่ก็ยังทำได้อยู่นะ เช่นว่าลองแก้โน้ตตรงนี้...” 

 

อายาเมะเดินไปดูกระดาษโน้ตเพลงตรงตำแหน่งนักร้อง มือคว้าหยิบดินสอจากกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาเขียนแก้จังหวะโน้ตดนตรีตรงบรรทัดที่สองเอาไว้เป็นตัวเล็กๆ ด้านบน

 

“ถ้าเปลี่ยนเป็นแบบนี้น่าจะทำให้เล่นได้ง่ายขึ้นนะ แล้วก็ไม่เสียทำนองเดิมด้วย”

 

“จริงด้วยสิ”

 

พอมีคนที่คุยภาษาเดียวกันมาอยู่ด้วยแล้ว ท่าทางของนักร้องสาวก็ดูตื่นเต้นขึ้นมาจนอายาเมะเองก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย พวกเธอพูดคุยกันเรื่องโน้ตเพลงและเขียนแก้ไปอีกสี่ห้าจุด ดินสอถูกส่งสลับกันไปมาเพื่อเขียนโน้ตเล็กๆ ตามจุดต่างๆ ที่มีปัญหา

 

พออายาเมะเงยหน้าขึ้นมาอีกที ก็เห็นสายตาเกือบทุกคู่ในห้องมองมาที่เธออีกครั้งแล้ว

 

คนที่กลายเป็นจุดสนใจแบบกะทันหันพลันยืนตัวแข็งทื่อ

 

“แต่ที่จริงแล้วจะแก้หรือไม่แก้ก็ได้นะ ฉันเองก็ไม่ใช่สมาชิกห้อง จะให้มายุ่งวุ่นวาย...” อายาเมะพูดอ้อมแอ้มเสียงแผ่วเบา แต่ยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงตะโกนร่าเริงขึ้นมาก่อนว่า

 

“สมกับเป็นไอริส!!”

 

“พึ่งพาได้สุดๆ เลยนี่นา”

 

“นานๆ ทีตัวดึงดูดความเกลียดชังอย่างบาคุโกก็ทำอะไรดีๆ ให้ห้องได้บ้างเหมือนกันล่ะนะ!”

 

“หนวกหู!! อยากตายหรอวะ!”

 

คำชมที่ดังระงมจากทั่วห้องทำให้อายาเมะรู้สึกทำตัวไม่ถูก 

 

เธอคุ้นเคยกับการถูกชมก็จริง แต่ส่วนมากเธอก็ฟังออกว่ามันดูไม่จริงใจ คนบางคนก็ชมด้วยความอิจฉา บางคนก็ชมเพราะอยากเข้าหาคุณพ่อคุณแม่ บางคนก็ชมไปตามมารยาท

 

เพราะแบบนั้นคำชมในแชนเนิลไอริสที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่แท้จริงของคนที่ฟังเพลงของเธอถึงทำให้อายาเมะดีใจมาก

 

แต่คำชมพวกนั้นก็มักจะมาในรูปแบบของตัวอักษร

 

นี่จึงเป็นครั้งแรกเลยที่เธอถูกล้อมรอบด้วยผู้คนที่เข้ามาพูดชื่นชมอย่างจริงใจจนอายาเมะรู้สึกว่าแก้มของเธอร้อนผ่าวขึ้นมา

 

“ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก! พวกเราต่างหากที่ต้องขอโทษที่ต้องรบกวนเธอแบบนี้น่ะ ตอนแรกก็พูดกันเล่นๆ เฉยๆ ไม่คิดว่าบาคุโกจะไปพาตัวเธอมาจริงๆ ขอโทษด้วยนะที่ต้องทำให้วุ่นวายน่ะ” นักร้องสาวพูดกับอายาเมะ ทำให้เธอรีบส่ายหน้าจนผมสีบลอนด์สว่างขยับไหวไปมา

 

“ไม่ได้รบกวนเลย ที่ไว้ใจให้ฉันช่วยออกความเห็นก็รู้สึกดีใจมากๆ เลยล่ะ”

 

“ฉันจิโร่ จิโร่ เคียวกะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

 

“อิชิคาวะ อายาเมะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”

 

อายาเมะจับมือของอีกฝ่ายด้วยความตื่นเต้น

 

เธอมีเพื่อนนักดนตรีในโลกอินเตอร์เน็ตอยู่บ้างก็จริง แต่เพื่อนในชีวิตจริงที่เล่นดนตรีเหมือนกันนั้นมีน้อยมากๆ

 

ซาโยริเป็นเพื่อนสนิทตลอดกาลของเธอก็จริง แต่เรื่องอย่างดนตรีกลับคุยด้วยไม่ได้เลย เพราะอีกฝ่ายอ่านโน้ตไม่เป็นด้วยซ้ำ

 

พอได้รู้จักคนที่เล่นดนตรีอยู่ในระดับเดียวกับเธอแล้วก็ทำให้อายาเมะพลันรู้สึกตื่นเต้นจนเผลอขยับเท้าไปมา ริมฝีปากขยับเป็นรอยยิ้มกว้างในขณะที่ดวงตาเป็นประกายเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นโปรด

 

“ส่วนนั่นคามินาริกับโทโคยามิ และเธอคงจะรู้จักยาโอะโมโมะอยู่แล้ว”

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” อายาเมะหันไปยิ้มให้พวกเขาทำให้คนที่ชื่อคามินาริตกเก้าอี้เสียงดังโครม

 

“คามินาริ! ตายยังน่ะ!”

 

“รอยยิ้มแห่งความมืด...” 

 

“ความมืดตรงไหนกัน!? นางฟ้าต่างหาก นางฟ้า!”

 

“นางฟ้าตกสวรรค์…”

 

อายาเมะได้แต่ยืนอยู่กับที่อย่างงุนงงกับบทสนทนาที่เธอฟังไม่เข้าใจอีกแล้ว

 

พวกห้อง 1-A มีแต่คนแปลกๆ อันที่จริงบาคุโกก็ไม่ค่อยเหมือนคนปกติสักเท่าไร เพื่อนของเขาเองก็เหมือนกัน

 

ส่วนผู้ชายคนนั้นเองก็...เหมือนจะเป็นเพื่อนของบาคุโก คนที่เคยเป็นลมที่โรงอาหาร

 

เขาจะเป็นอะไรมากไหมนะ ดูเป็นคนสุขภาพไม่ค่อยดีเลย

 

แต่ยังไม่ทันที่อายาเมะจะได้ถามอาการของเขา กลุ่มสาวๆ ก็วิ่งตรงมาทางพวกเธอ ก่อนจะเกาะแขนจิโร่เขย่าไปมา

 

“จิโร่จัง แนะนำให้พวกเรารู้จักบ้างสิ!”

 

อายาเมะมองดูผู้คนที่เริ่มรุมล้อมเข้ามากับความวุ่นวายตรงหน้าแล้วก็ได้แต่เหงื่อตกในใจ

 

ดูเหมือนว่าเรื่องซ้อมดนตรีคงจะต้องรอไปอีกสักพักล่ะนะ

 

กว่าจะแนะนำตัวกันครบก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมง แต่คนที่ไม่ชอบอยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ แบบเธอกลับไม่รู้สึกเหนื่อยสักเท่าไร

 

ความสดใสเป็นกันเองของเพื่อนๆ ห้อง A ทำให้อายาเมะสนุกจนลืมเวลา ในช่วงเวลานี้เธอได้ลืมทุกอย่างไปจนหมด

 

ความรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเพื่อนร่วมห้อง ความเหงานิดๆ ที่สะสมอยู่ในใจมาหลายวัน ความรู้สึกผิดที่มีต่อซาโยริ…

 

ทุกอย่างเหมือนถูกทิ้งไว้ข้างหลังในตอนที่เธอนั่งหัวเราะอยู่ที่โซฟากับบทสนทนาของอิดะและอุราระกะ

 

“เค้กบามคูเฮนของฉันอบเสร็จพอดีเลยล่ะ ทุกคนมาทานด้วยกันสิ” ซาโต้ถือจานขนมเค้กเดินออกมาจากทางห้องครัวทำให้มีเสียงร้องเฮขึ้นมาอีกระลอก ส่วนยาโอโยโรซึก็รีบวิ่งไปชงชามาให้ทุกคน

 

“จะว่าไปแล้ว ช่วงนี้อิชิคาวะจังไม่ได้อัพเพลงใหม่ในแชนเนิลเลยสินะ” อุราระกะหันไปถามในขณะที่กำลังส่งจานเค้กให้กับทุกคน ทำให้อายาเมะชะงักมือไปนิดหน่อย

 

“อืม...กะว่าจะอยู่เงียบๆ สักพักหนึ่งน่ะ แล้วช่วงนี้ก็บังเอิญยุ่งๆ อะไรหลายอย่างเลยยังไม่มีเวลาเขียนเพลงใหม่เลย แต่ว่าอีกไม่นานก็จะกลับไปทำตามปกติแล้วล่ะ”

 

“โล่งอกไปทีนะ!” เสื้อลอยได้จากการล่องหนของฮางาคุเระขยับแขนไปมา “ในห้องของเราเองก็ฟังเพลงจากแชนเนิลไอริสกันหลายคนเลยล่ะ พอไม่ได้ฟังเพลงใหม่ๆ แล้วก็รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้”

 

“จริงเหรอ ขอบคุณมากเลยนะ” อายาเมะยิ้มตอบรับจนแก้มแทบปริ รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่มีคนชอบเพลงของเธอเยอะถึงขนาดนี้

 

คิริชิมะที่นั่งโซฟาตัวถัดออกไปเคี้ยวเค้กจนแก้มตุ่ยในขณะที่พูดว่า “นั่นสินะ ขนาดบาคุโกเองก็ยังฟังเลย”

 

แกร๊ง!

 

ช้อนเค้กในมือของอายาเมะตกลงกระทบจานในทันที เธอนั่งนิ่งหยุดชะงัก ดวงตาสีน้ำทะเลค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นจนกลมโตเหมือนตาของตุ๊กตา

 

ไม่ใช่แค่อายาเมะที่ตกใจจนตัวแข็งทื่อ เพราะคนอื่นๆ ก็เริ่มเปลี่ยนสีหน้าตามไปด้วย

 

เสียงพูดคุยทั้งหมดในบริเวณนั้นเงียบหายไป ทุกสายตามองมาที่เธอที่ยังคงนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองบาคุโกที่นั่งเล่นเกมอยู่ตรงโทรทัศน์กับกลุ่มพวกผู้ชายบางส่วน

 

“บาคุโกคุง...ฟังเพลงของอิชิคาวะจังด้วยเหรอ”

 

คำพูดลอยๆ ของอุราระกะไม่ได้เสียงดังมากนัก แต่กลับฟังชัดเจนในตอนที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ

 

และมันก็คือคำพูดที่ทำให้ใบหน้าของอายาเมะร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช้าๆ เธอเผลอยกมือขึ้นจับแก้มของตัวเองเอาไว้ ฝ่ามือที่สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่อุ่นกว่าปกติที่ทำให้อายาเมะรู้สึกเขินอายยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

 

บาคุโกฟังเพลงของเธอ…

 

ในตอนนั้นเอง เด็กสาวก็หันไปมองบาคุโกเหมือนกับสายตาของคนอื่น

 

เขายังคงกดเกมคอนโซลในมือ ราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงพูดคุยอะไร แม้ว่าตอนนี้ทุกคนจะมองเขาเป็นสายตาเดียว

 

แต่อายาเมะกลับมั่นใจว่าเขาได้ยินมันชัดเจนดี เพราะรถแข่งในเกมที่เขากำลังควบคุม อยู่ๆ ก็เสียจังหวะตอนกำลังดริฟท์เข้าโค้ง ทำให้โดนรถของเซโระกระแทกหลุดออกมา ตกจากอันดับแรกเป็นอันดับที่เจ็ด

 

บาคุโกกดคอนโซลในมือแรงขึ้นเหมือนจะระบายอารมณ์ แต่กลับดูไม่ค่อยจะมีสมาธิทำให้แซงกลับมาไม่ได้สักที ส่วนคนอื่นก็ยังนั่งมองเขากับเธอสลับกัน บรรยากาศแปลกๆ นั่นทำให้คิริชิมะพูดอย่างไม่มั่นใจว่า

 

“เอ่อ...หรือฉันไม่ควรจะเล่าเรื่องนี้หรือเปล่า”

 

คำพูดประโยคนั้นช่วยดึงสติของแต่ละคนกลับมาได้ในตอนนั้นเอง

 

อาชิโดะเริ่มยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายระยับอย่างนึกสนุกในขณะที่เธอจุ๊ปากแล้วพูดเสียงดังอย่างจงใจให้คนที่อยู่ที่โซฟาอีกตัวได้ยินว่า “แหม! ไม่เลยคิริชิมะ ฉันแค่ไม่คิดว่าอย่างบาคุโกน่ะ...”

 

บาคุโกโยนคอนโซลทิ้งไปแล้วหันกลับมามองพวกเขา คิ้วของเด็กหนุ่มกระตุกด้วยความโมโหอย่างที่แยกไม่ออกว่ากำลังโกรธที่เล่นเกมแพ้หรือเพราะถูกแซวอยู่กันแน่

 

“อย่างฉันมันทำไม!”

 

“เปล่าสักหน่อย อย่าร้อนตัวสิ” อาชิโดะพูดพลางยกมือปิดปากเหมือนจะกลั้นหัวเราะ

 

“ปกตินายไม่ชอบเพลงแบบนั้นไม่ใช่เหรอ ที่ฟังเพราะเพลงหรือว่าคนร้องล่ะนั่น” เซโระได้ทีก็รีบพูดแซวขึ้นมาอีกคน

 

“นายนี่น้า แสดงว่าที่จริงก็ชอบเพลงของอิชิคาวะจังไม่ใช่หรือไง ที่ทำตัวเฉยเมยก็เพื่อจะกลบเกลื่อนงั้นสินะ” คามินาริพูดจบก็รีบปิดปาก ก่อนจะกระเถิบตัวถอยหนีสุดชีวิตเพราะออร่าความโกรธที่เริ่มพุ่งพวยออกมาจากตัวของบาคุโก

 

แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นอยู่อีกคน เพราะอาชิโดะยังพูดปิดท้ายออกมาด้วยน้ำเสียงขบขันว่า

 

“บาคุโกเองก็มีมุมแบบนี้ด้วยเนอะ แฟนบอยที่แอบฟังเพลงของไอดอลที่ชอบก่อนนอน—”

 

บึ้ม!!

 

“ไปตายซะ!!”

 

“โกรธซะแล้วอะ”

 

“เหวอ! หนีเร็ว!!”

 

วงแซวเมื่อครู่นี้แตกกระเจิงเมื่อเจ้าตัวเริ่มระเบิดอัตลักษณ์ขึ้นมาอย่างไม่คิดเลยว่าพวกเขากำลังอยู่ในอาคารหอพัก อิดะลุกขึ้นเตือนเสียงดังแต่ก็ไร้ผลเมื่อเสียงของเขาถูกความวุ่นวายกลบไปจนหมด

 

และถ้าบาคุโกถูกหยุดได้ด้วยแค่คำตักเตือนแค่นี้ ห้อง 1-A ก็คงจะเป็นห้องอันสงบสุขไปนานแล้ว

 

บาคุโกเริ่มไล่ล่าตัวแต่ละคนที่พากันวิ่งหลบกันจ้าละหวั่น คนอื่นๆ เองก็พลอยโดนลูกหลงไปด้วยจนต้องพยายามลี้ภัยกันเอาเอง อิดะกับยาโอโยโรซึยังคงพยายามทำหน้าที่หัวหน้าและรองหัวหน้าที่ดี ส่วนบางคนอย่างโทโดโรกิก็ทำกิจกรรมของตัวเองต่อไปอย่างไม่สนใจคนอื่น

 

อายาเมะเองก็ได้แต่นั่งอยู่ที่เดิมเหมือนตุ๊กตาประดับห้อง

 

สมองของเธอเหมือนจะประมวลผลข้อมูลไม่ทันจนหยุดทำงานไปแล้ว

 

ที่โซฟาตัวตรงข้ามกับเธอ มิโดริยะจับคางของตัวเองอย่างครุ่นคิดและเริ่มพึมพำอะไรบางอย่างขึ้นมายาวยืดจนอายาเมะแทบฟังไม่ทัน

 

“แบบนี้เองสินะ เรื่องที่ว่าคัตจังในช่วงนี้เหมือนจะมีสมาธิในการฝึกซ้อมดีมากขึ้นก็อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟังเพลงของอิชิคาวะซังก็ได้ จากที่ก่อนนี้ผมเข้าใจว่าอัตลักษณ์ของอิชิคาวะซังอาจจะมีผลต่อการโน้มนำอารมณ์ของคนฟังได้ แต่ถ้าคิดถึงในกรณีของคัตจังแล้วก็ดูเหมือนว่ามันจะสามารถชักนำอารมณ์ให้สงบนิ่งจนทำให้มีสมาธิที่ดีขึ้นได้ด้วย หรืออาจจะบอกได้ว่าในกรณีของคัตจังนั้น...”

 

หมอนอิงถูกขวางด้วยแรงระเบิดพุ่งใส่หัวของมิโดริยะจากทางด้านหลังจนอีกฝ่ายล้มลงไปชนกับโต๊ะท่ามกลางเสียงร้องอุทานตกใจของทุกคน

 

“หุบปาก! ไอ้เวรเดกุ!!”

 

“บาคุโก นายคิดจะฆ่ามิโดริยะเรอะ!?”

 

“หนวกหู!”

 

อายาเมะกลับมาตั้งสติได้อีกทีก็ตอนที่ฮางาคุเระเบียดตัวเข้ามาหาเธอ ก่อนจะถามว่า “อิชิคาวะจังเป็นอะไรไปเหรอ หน้าแดงมากเลยน้า เขินอยู่เหรอไง”

 

“ปะ...เปล่าหรอก!”

 

เสียงที่พูดตอบออกไปฟังดูลุกลี้ลุกลนอย่างน่าสงสัย อายาเมะรีบก้มหน้าต่ำลงหลบสายตาของคนอื่น แล้วขยับมือจัดผมทัดหูเพื่อปิดบังสายตาของทุกคนไม่ให้เห็นใบหน้าที่ยังคงแดงระเรื่อของเธอ

 

“ไม่ได้เขินหรอก แต่ว่า…”

 

ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้โลดแล่นอยู่ในอกของเธอทำให้อายาเมะรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น ริมฝีปากเผลอยกเป็นรอยยิ้มกว้างในตอนที่เธอพูดความรู้สึกที่เธอคิดว่าใกล้เคียงที่สุดออกมา

 

“รู้สึกดีใจมากๆ เลยล่ะ อ๊ะ!”

 

เด็กสาวยกมือขึ้นปิดปากอย่างลืมตัว

 

แต่ก็ไม่ทันแล้ว

 

บาคุโกวิ่งไล่ระเบิดเซโระมาจนเขายืนอยู่ห่างจากเธอไปไม่ไกลนี่เอง ไม่มีทางที่เขาจะไม่ได้ยินคำพูดของเธอเลย 

 

อายาเมะเผลอหันไปมองเขาทำให้ดวงตาสองคู่สบกันพอดี เด็กหนุ่มชะงักมือที่กำลังจะขว้างหมอนออกไปตอนที่เขามองเธอ ในวินาทีนั้นอายาเมะพลันรู้สึกว่าเสียงของความวุ่นวายทั้งหมดมันเลือนหายไปเป็นเหมือนเสียงพื้นหลังจางๆ

 

อาจจะฟังดูแปลกประหลาด แต่ในตอนนั้นเธอเห็นเพียงภาพของเขาเหมือนกับว่าภายในห้องมีแค่เขากับเธอ

 

ใบหน้าที่เริ่มกลับมาเป็นปกติของเธอเริ่มขึ้นสีแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง

 

แต่ช่วงเวลาสั้นๆ พวกนั้นก็สะดุดหายไปเมื่อหมอนอีกใบปะทะเข้ากับหน้าของบาคุโกพอดี

 

“ฮ่า! เปิดช่องว่าง!”

 

อยู่ๆ จากการไล่ล่าของบาคุโก มันก็กลายเป็นสงครามปาหมอนที่ระบุฝ่ายไม่ได้ แต่เป้าหมายส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเล็งมาที่เขา

 

“รับนี่ไปซะ บาคุโก!”

 

บาคุโกขยับตัวไปด้านข้างหลบหมอนที่ถูกปามาทางเขาได้อย่างง่ายดาย แต่กลายเป็นว่าหมอนใบนั้นมันพุ่งผ่านเขามาทางเธอแทน

 

อายาเมะตาเบิกกว้าง ตั้งใจจะยกแขนขึ้นมากันเอาไว้ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างที่คิด หมอนใบนั้นก็ถูกบาคุโกหันมาคว้าเอาไว้ได้ทันพอดี 

 

เขาขมวดคิ้วมองเธอ ก่อนจะพูดเสียงดังว่า “จะนั่งเซ่อให้โดนปาอยู่ฝ่ายเดียวเรอะ”

 

ขณะที่พูด เขาก็โยนหมอนอีกใบมาให้กับเธออย่างไม่ทันตั้งตัว ทำเอาอายาเมะเกือบจะรับไม่ทัน

 

บาคุโกไม่เสียเวลารอเธอ พอเขาหลบหมอนอันถัดมาได้ เขาก็ปาหมอนในมืออัดหน้าอิดะที่พยายามจะเข้ามาห้ามทันที ความวุ่นวายที่เริ่มขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ทำให้อายาเมะได้แต่มองภาพตรงหน้าสลับกับหมอนในมือ

 

ปุ๊!

 

หมอนพุ่งเข้าปะทะหน้าของเซโระที่กำลังเล็งเป้ามาที่บาคุโกจนเขาหงายหลังลงไปบนโซฟา

 

การโจมตีที่ไม่คาดคิดนั่นทำให้ทุกคนหันมามองอายาเมะที่ยังยื่นแขนออกไปในท่าปาหมอน

 

“ขอโทษนะ” อายาเมะพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง น้ำเสียงฟังดูไม่ได้ขอโทษขอโพยอย่างที่พูดออกมานัก “ฉันอยู่ทีมบาคุโกน่ะ ไม่ให้โจมตีมาได้หรอก”

 

บาคุโกแค่นเสียงในลำคอเหมือนจะบอกว่าเขาไม่ได้ต้องการลูกทีม แต่ก็ยังโยนหมอนมาให้เธออีกใบโดยที่ไม่ได้หันกลับมา เขายืนอยู่ข้างหน้าเธอเหมือนปราการที่ไม่มีวันฝ่าทะลุเข้ามาได้ก่อนจะเริ่มเปิดฉากสงครามปาหมอนอีกรอบ

 

ทั้งที่รอบตัวของเธอวุ่นวายจนน่าปวดหัวกับเกมของเด็กน้อยแบบนี้ แต่อายาเมะกลับหุบยิ้มไม่ได้เลยในตอนที่เธอวิ่งตามบาคุโกไปพร้อมกับเขวี้ยงหมอนในมือและเก็บหมอนไปด้วยระหว่างทาง

 

เสียงหัวเราะและบรรยากาศสดใสทำให้เธอรู้สึกสนุกจนไม่อยากจะให้ช่วงเวลานี้จบลง

 

นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้เล่นสนุกกับเพื่อนแบบนี้

 

ทั้งหมดนี่ต้องขอบคุณเขาเลย

 

อายาเมะคิดพลางเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของบาคุโกที่กำลังแสยะยิ้มเหี้ยมในตอนที่ระเบิดอัตลักษณ์พร้อมกับปาหมอนออกไป 

 

แม้แต่เรื่องเกมเล็กน้อยเหมือนเด็กๆ อย่างนี้บาคุโกก็ยังเอาจริงเอาจังจนน่าแปลกใจ

 

แต่คิดๆ ไปแล้ว…แบบนี้ก็สมกับเป็นเขาดี

 

อายาเมะเข้าใจในตอนนั้นเอง

 

เหตุผลที่เธอสะดุดตาเขาบ่อยๆ ท่ามกลางนักเรียนมากมาย...เหตุผลที่เธออยากจะรู้จักเขามากกว่านี้...เหตุผลที่เธอยังพูดคุยกับเขาไม่ว่าเขาจะดูขี้หงุดหงิดหรือว่าเคยต่อว่าเธอมากสักเท่าไร  

 

ทั้งหมดนั่น...มันเป็นเพราะว่าเธอกำลัง ‘สนใจ’ บาคุโก

 

และเธอควรหยุดความรู้สึกแบบนั้นเดี๋ยวนี้

 

ก่อนที่จะถลำลึกจนถอนตัวไม่ได้ขึ้นมา

 

_____________________________

ขอโทษนะคะที่รอบนี้มาช้ามากๆ เว้นช่วงไปทุกเรื่อง ไม่ได้อัพอะไรเลย

ช่วงนี้เราติดสอบเยอะมากๆ เลยค่ะ นี่ก็ยังไม่พ้นช่วงสอบ เพราะฉะนั้นอาจจะหายไปอีกช่วงนึงนะคะ

นอกจากติดสอบแล้ว ช่วงนี้ยังเจอมรสุมชีวิตพุ่งใส่ค่ะ ใครเล่นทวิตคงจะเห็นแท็กเกี่ยวกับคณะที่เราเรียนอยู่แล้ว เอาเป็นว่าช่วงนี้โดนอะไรทำนองนั้นฟาดใส่อย่างแรงค่ะ ทำเอาน็อกไปเลย ใจเสียจนบิ้วอารมณ์เขียนนิยายไม่ขึ้นเลยค่ะ

แต่ตอนนี้หายแล้วล่ะค่ะ รีเทิร์นกลับมาแล้ว เลยมาพยายามฮึบๆ ปั่นให้ได้อีกสักตอนก่อนจะหายตัวไปสอบอีกรอบ

น้อง Pandora P. เองช่วงนี้ก็ติดสอบเหมือนกันค่ะ เลยกลายเป็นว่ายุ่งคู่เลย 55555 แต่น้องฝากบอกว่ารู้สึกรีเลทกับมู้ดตอนนี้มากจนเฉาไปแล้วค่ะ

เอาเป็นว่าไว้เจอกันในตอนถัดไปนะคะ น่าจะเป็นคุมฮอว์กส์ไม่ก็พี่ดาบิค่ะ แต่ถ้าใครไม่ได้อ่าน 2 เรื่องนั้นก็เอาไว้เจอกันในนนี้นะคะ

ขอบคุณทุกคนมากนะคะ เราอาจจะเงียบๆ หายไป แต่เวลาที่รู้สึกท้อกับการเรียนมากๆ เราก็เข้าไปกดอ่านเม้นท์ของทุกคนบ่อยๆ นะ ทำให้มีกำลังใจอยากจะทำโน่นทำนี่ให้เสร็จเพื่อจะได้มาเขียนนิยายต่อไวๆค่ะ

ขอบคุณทุกวิว ไลค์ เม้นท์มากๆ ค่ะ เอาไว้เจอกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 348 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,370 ความคิดเห็น

  1. #1144 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 17:20
    งืออออน้องรู้ตัวแล้ว แล้วคัตจังละรู้หรือยัง
    #1,144
    0
  2. #432 ✿ Red_Tsubaki ✿ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2563 / 15:27
    งือออออ ถ้าน้องย้ายมาห้อง A คงมีความสุขมากกว่าพวกห้อง C เเน่ๆ เเต่เเกร~~~ ฉันเขินไม่ไหวเเล้วเด้อออ
    #432
    0
  3. #414 lamb20 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 03:09
    น้องอายาเมะมีเพื่อนเพิ่มแล้ววว รู้สึกปลื้มปริ่มเหมือนก้าซังที่เห็นลูกสาวเติบโต น้องไม่อยู่คนเดียวเหงาๆแน้ว (ซับน้ำตา) ส่วนคัตสึกิก็คือโป๊ะจย่า55555555 ที่ไม่ยอมรับสถานะแฟนบอยเพราะหยักเปงแฟนเทอมากกว่าสินะ อื้มๆ เราเข้าใจนายนะ (ตบบ่า) คุณไรท์ไม่ต้องเครียดเรื่องการอัพนะคะ เราพร้อมรอได้เสมอออ
    #414
    0
  4. #403 Mynun9412 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 00:58
    ตอนนี้คือ ช่างหัวพวกตัวประกอบห้องcสิ!!!!

    มีฟามสุข น้องมีฟามสุขมากๆ มาต่ออีกน่า
    #403
    0
  5. #401 Jayda35248 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 00:02
    เเกคือฟิลลิ่งนี้มันดีย์มากๆๆๆ
    #401
    0
  6. #399 mookmane (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 19:24

    ก็คือบับว่า เขินมาก เขินไม่ไหวแล้วแม๊!!!!
    #399
    0
  7. #398 pamiwashi32 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 17:45
    กี้ดดดดด แก๊!ฉันเขิลไม่ไหวแล้วช่วยแบ่งไปที
    #398
    0
  8. #397 Pimza07 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 15:34
    หนูลูกนังคัตมันไม่ใช่ธนาคารที่จะฝาก/ถอน/โอน/จ่ายนะคะ เพราะฉะนั้นเข้าไปให้สุด แม่ยกมีหน้าที่ขุดหลุมให้หนูตกลงไปค่ะ555555555555
    #397
    0
  9. #396 aom051 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 00:59
    ถลำไปเลยค่ะ!
    #396
    0
  10. #395 godmotherjaa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 00:22
    สดใสกันมากเลยน่ารักกก หนูชอบเขาแล้วใช่มั้ย! อย่าหนีฟามจิงง
    #395
    0
  11. #394 Papaprincess (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 00:04
    สู้สู้นะคะไรท์
    #394
    0
  12. #393 praifah16 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 23:00
    อีกฝ่ายนึงเค้าก็ถลำลึกไปนานแล้วรึเปล่าาา รอได้เสมอค่ะะ!
    #393
    0
  13. #392 Fratty (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 22:51
    สู้ๆนะคะคุณไรท์ รีดคนนี้รอได้เสมอค่ะ จัดการปัญหาของตัวเองเสร็จแบ้วมามอบความสุขให้พวกเราได้อ่านต่ออีกนะคะ💕💕
    #392
    1
    • #392-1 Fratty(จากตอนที่ 25)
      6 ธันวาคม 2563 / 22:53
      ปล.เป็นไปได้ถ้าแต่งเรื่องนี้หรือเรื่องอื่นๆจบแล้วช่วยแต่งของน้อนฉลามคิริชิมะได้ไหมคะ คือชอบน้อนมากๆ แต่คนที่แต่งฟิคของน้องก็น้อยมากๆเช่นกัน แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ จะติดตามผลงานของไรท์ตลอดไปเยย
      #392-1
  14. #391 reddy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 22:27
    สู้ ๆ นะคะคุณไรท์คนเก่ง เป็นกำลังใจให้เสมอ นิยายสนุกมากค่ะ ! ! !💘
    #391
    0
  15. #390 faza205317 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 21:31
    ถลำลึกไม่ลึกเราก็รู้กันอยู่ อ้ายยยย
    #390
    0
  16. #389 Wrks (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 21:16

    ถลำลึกไปเลยค๊าาาาาาาาาาา อ่านแล้วนุ่มฟูสุดๆ เป็นนิยายที่โครตฮีลลิ่งเลย
    #389
    0
  17. #388 Baby-M (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 20:38
    มันเปงกี๊ดดดดดดดดดดด ฮืออออออ นี่บาคุโกตัวจริงป่าววะ ทำไมมันดูละมุนตุ้นจัง มีความปกป้อง มองตาเหมือนมีกันอยู่2คน แอร๊ยยยยยยย ตอนต่อไปมาด่วน! คิดถึงเรื่องนี้มากกกกก
    #388
    0
  18. #387 baifurn27 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 20:34
    เราเขินตอนนี้มากๆ โดยเฉพาะตอนเขามองกัน5555
    #387
    0
  19. #386 pnc-cc (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 20:28
    สนุกมากๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #386
    0
  20. #385 kmodile38 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 20:12
    น่ารักๆๆๆๆๆๆ เป็นโมเมนต์ที่ไม่หวือหวาแต่น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #385
    0
  21. #384 Thitichaya2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 20:01
    โหหหหหห โลกนี้มีแค่สองเราสุด แง่งง มันนุ้บๆนิ้บๆอยู่ในใจจจจจจ
    #384
    0
  22. #383 RoseThorns (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 19:45
    แงงงง ใจมันนุ่มฟู•́

    ‿ ,•̀
    #383
    0
  23. #382 Tan_Tanjirou (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 19:30
    นว้องงงงงง ถลำให้ลึกไปเลยลู๊กกกกก!! ไม่ต้องไปสน ไม่ต้องไปกล้วอะไรมันแล๊ว!!!//เนกำลังใจทั้งนิยาย และ เรื่องเรียนนะคะ🤣🤣
    #382
    0
  24. #381 wewe73422 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 19:09
    น่ารักกกก
    #381
    0
  25. #380 24222 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 19:02

    สนุกมากเลยค่า อยากอ่านตอนต่อไปแล้วววว//^^ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #380
    0
  26. #379 gamefunny (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2563 / 18:17
    หุบยิ้มตอนสองประโยคสุดท้าย หนุต้องชอบเขาต่อสิลูกกก ยังยืนยันคำเดิมว่านังคัตก็คือนังคัตจริงๆ เขียนห้องเอก็คือห้องเอจริงๆ มันนุ้บนั้บนุ่มฟูสุดๆ ไปเลยยย
    #379
    2
    • #379-1 Ms. Margarita, Pandora P.(จากตอนที่ 25)
      6 ธันวาคม 2563 / 18:19
      เอ๊ะ เปลี่ยนชื่อไอดีแล้วหรอคะ 555555
      #379-1
    • #379-2 Iด็กไม่รู้จัnโต(จากตอนที่ 25)
      24 ธันวาคม 2563 / 17:43
      เอ๊ะ ทำไมมาเป็นชื่อนี้ไม่รู้ค่ะ (เด็กดีทำร้าย ไม่เเจ้งเตือนกันไม่พอ แกงชื่ออีกต่างหาก แง)
      #379-2