Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 19 : Aria 18 : My heart beats a little faster around you.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 337 ครั้ง
    13 พ.ย. 63


Aria 18

My heart beats a little faster around you.


บาคุโกกำลังหงุดหงิดมาก


หงุดหงิดมาตลอดสามวันอย่างหาทางระบายมันออกมาไม่ได้


ไม่ว่าเขาจะฝึกซ้อมสักเท่าไร วิ่งมากแค่ไหน ระเบิดของไปอีกสักกี่อย่าง ความรู้สึกพวกนี้ก็ไม่หายไปไหน


แล้วที่น่าโมโหที่สุดก็คือ...เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ากำลังหงุดหงิดกับอะไรกันแน่


หงุดหงิดตัวเองที่เผลอตัวไปติดเพลงบ้าๆ ของยัยวูดูเหมือนแฟนบอยงี่เง่าคนหนึ่งไม่มีผิด


หงุดหงิดที่เพลงของยัยนั่นทำให้เขาสู้ได้ดีขึ้น ทำให้เหมือนกับว่าคนอย่างเขาต้องรับความช่วยเหลือจากหล่อน


หงุดหงิดที่พอคิดแบบนั้นแล้ว กลับต้องมาเจอยัยนั่นในสภาพห่อเหี่ยว เป็นแค่คนอ่อนแอคนหนึ่งที่แก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้สักอย่าง


แล้วยังพูดจาใหญ่โตอย่างเรื่องอยากจะช่วยเหลือทุกคนอะไรนั่นอีก


ทำตัวเหมือนไอ้เวรเดกุไม่มีผิด


ไอ้พวกคนที่ชอบยื่นมือเข้ามายุ่มย่ามตามใจชอบ...ทำเหมือนว่าตัวเองเป็นคนดีที่เหนือกว่าคนอื่นนั่นน่ะ…


น่าหงุดหงิดเป็นบ้า


ทั้งที่คิดแบบนั้น แต่พอบทสนทนาเมื่อวันก่อนวนเวียนกลับเข้ามาในหัวของเขาทีไร ก็จะมีภาพของยัยวูดูที่ตามมาหลอกหลอนเขาอยู่ด้วยทุกที


ภาพของเด็กสาวที่ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ ริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ จ้องมองเขาด้วยดวงตาสีน้ำทะเลเบิกกว้างที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของหล่อนออกมาจนหมด


ใบหน้าที่เหมือนอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาออกมาสักหยดนั้นแล่นเข้ามาในหัวของเขาเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนในตลอดช่วงสองวันที่ผ่านมา ทำให้บาคุโกก็รู้สึกโมโหขึ้นมาอีกรอบ


มือที่กำลังใช้อัตลักษณ์ระเบิดก้อนหินขนาดใหญ่ตรงหน้าพลันระเบิดแรงขึ้นจนหินแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ


บึ้ม!!


“ว้าก!”


เสียงร้องลั่นดังมาจากแท่นหินทางด้านข้าง คามินาริกระโดดหลบเศษหินที่โดนระเบิดกระเด็นไปทางเขา ก่อนจะตะโกนโวยวายว่า


“ทำอะไรของนายน่ะบาคุโก! ฉันเกือบตายไปแล้วนะ”


บาคุโกเหลือบมองอีกฝ่ายจากทางหางตา ก่อนจะแค่นเสียงใส่อย่างไม่ใส่ใจ


“เหอะ!”


ดวงตาสีแดงสดแฝงด้วยความหงุดหงิดอย่างที่ทำให้คามินาริผงะไป จากที่ตั้งใจจะโวยวายอีกสักหน่อยก็รีบกลืนคำพูดกลับลงคอไปอย่างรวดเร็ว


บาคุโกกำลังอารมณ์เสียมากจริงๆ


ออร่าความหงุดหงิดที่เผื่อแผ่ไปถึงคนรอบข้างอย่างชัดเจนทำให้คิริชิมะที่กำลังฝึกซ้อมห่างออกไปไม่ไกลนักยังต้องหยุดมือแล้วหันกลับไปมองเพื่อนของเขา


“เป็นอะไรของนายน่ะบาคุโก”


บาคุโกไม่ตอบคำถามนั้น ในขณะที่เพื่อนๆ คนอื่นมองคิริชิมะราวกับจะบอกว่าเขาหาเรื่องใส่ตัวมากเกินไปแล้ว


“เมนส์มาแหงๆ” คามินาริหันไปป้องปากกระซิบกระซาบกับคิริชิมะด้วยเสียงที่ไม่ได้เบาอย่างที่เจ้าตัวคิด


เพราะทันทีที่ประโยคนั้นหลุดออกจากปากของเขา ดวงตาสีแดงก็ตวัดมามองอีกรอบในทันที ในมือมีระเบิดลูกเล็กๆ จนควันลอยออกมา ทำให้คามินาริหน้าซีดเผือดลง


ซวยล่ะ…


ยังไม่ทันที่บาคุโกจะได้จัดการสั่งสอนคามินาริ ประตูของโรงยิมก็เปิดออกก่อนพอดี


กลุ่มสาวๆ ที่เมื่อครู่ออกไปซื้อน้ำดื่มด้วยกันต่างพากันทยอยเดินกลับเข้ามา ท่าทางไม่ได้แปลกใจกับความวุ่นวายเหมือนเป็นเด็กๆ ของเพื่อนในห้อง

 

“อ๊ะ! อยู่นั่นไง โทโดโรกิคุง!”


อาชิโดะที่กำลังเดินเข้ามาในโรงยิมโบกมือไปมาพร้อมกับตะโกนเรียกเด็กหนุ่ม ทำให้คนรอบๆ รวมถึงเจ้าตัวหันไปมองเธอเป็นสายตาเดียว


“นายรู้จักอิชิคาวะซังใช่หรือเปล่า?”


ชื่อของคนที่ลอยวนเวียนอยู่ในหัวของเขามากว่าสองวันดังผ่านเข้ามาทำให้บาคุโกหยุดมือก่อนจะได้ระเบิดใส่คามินาริจริงๆ


อาชิโดะเดินตรงเข้าไปหาโทโดโรกิพลางพูดคุยกันด้วยเสียงที่ไม่เบานัก ทำให้เขาฟังได้ยินอย่างชัดเจนแม้จะยืนเว้นระยะห่างออกมาพอประมาณ


โทโดโรกิกะพริบตาสองสามครั้ง ก่อนจะตอบกลับไปเรียบๆ ว่า “อา”


“พอดีเลย! ช่วยเอาไอ้นี่ไปคืนเธอหน่อยสิ”


บัตรประจำตัวนักเรียนที่ถูกยื่นมาตรงหน้าทำให้โทโดโรกิยืนมองดูมันอย่างงุนงง


“เธอคนนั้นวิ่งชนพวกเราตรงทางเดินมุมตึกแล้วทำหล่นเอาไว้น่ะ เรียกก็ไม่ฟัง ดูรีบร้อนเหมือนมีเรื่องด่วนมากๆ จนพวกฉันไม่กล้าวิ่งตามไปเลยอะ ฝากนายเอาไปคืนทีก็แล้วกันนะ”


คำบอกเล่าพวกนั้นสะกิดใจบาคุโกเข้าอย่างจังจนเขาต้องหันขวับกลับไปมองอาชิโดะ


เด็กหนุ่มกระโดดลงมาจากแท่นหินฝึกซ้อมของเขา ก่อนจะเดินตรงไปยังกลุ่มสาวๆ ที่ยืนคุยกับโทโดโรกิอยู่


“ยัยนั่นไปทางไหน”


“ฮะ?”


คำถามไม่มีปี่มีขลุ่ยของบาคุโกทำให้กลุ่มสาวๆ หันไปมองด้วยความแปลกใจ ก่อนที่จะมองหน้ากันเองอย่างไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่นี้พวกเธอฟังคำถามผิดไปหรือเปล่า


คนอย่างบาคุโกจะมาสนใจเรื่องคนอื่น...โดยเฉพาะเรื่องของสาวสวยประจำรุ่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลยเนี่ยนะ


มันจะแปลกเกินไปหน่อยแล้ว


“นายไม่สบายหรือปะ...น่าจะไปทางโรงยิมด้านในค่ะ!”


ตอนแรกอาชิโดะก็นึกจะแซวกลับไปอยู่หรอก แต่เธอก็รีบกลืนคำพูดลงคอพร้อมกับตอบคำถามนั้นอย่างว่องไวเมื่อหันไปเห็นดวงตาสีแดงที่ฉายแววเอาจริงเอาจัง


หลังจากรู้จักกันมานานขนาดนี้ ทุกคนก็คุ้นเคยกับความดุดันเกรี้ยวกราดของบาคุโกดีอยู่แล้ว แต่ท่าทางของเขาในวันนี้ก็ยังให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน


เพราะอย่างนั้น ไม่เอาตัวไปขวางภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิดน่ะดีที่สุด


คิ้วของเด็กหนุ่มขมวดมุ่นราวกับกำลังใช้ความคิด ท่าทางที่แปลกไปของเขาทำให้อาชิโดะอดถามไม่ได้ว่า


“บาคุโก นี่นาย...”


แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยค ก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจากในโทรศัพท์ของอุรารากะขัดจังหวะบทสนทนาของพวกเขาเสียก่อน


“อ๊ะ! โทษทีๆ”


อุราระกะส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับทุกคน มือหนึ่งหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู ส่วนอีกมือลูบหลังต้นคอด้วยท่าทางเขินอาย


“พอดีช่วงนี้ฉันติดตามแชนเนิลของไอริสอยู่น่ะ ก็เลยตั้งแจ้งเตือนเอาไว้เวลาที่เขาอัพวิดีโอใหม่...เอ๋!?”


แต่เมื่อกดเข้าไปดูวิดีโอที่แจ้งเตือนใหม่นั่น ดวงตาสีน้ำตาลกลับเบิกกว้างขึ้น


ปฏิกิริยาของอุรารากะทำให้กลุ่มสาวๆ ชะโงกหน้าเข้าไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น จากนั้นจึงพากันอุทานเสียงดังจนเพื่อนที่เหลือต่างหันมามอง


“มีอะไรเหรอ” คามินาริถามด้วยความสงสัย


อุรารากะซูมเข้าซูมออกภาพบนหน้าจออยู่หลายครั้ง ก่อนจะหันหน้าจอโทรศัพท์ไปให้คามินาริที่กำลังเดินเข้ามาไปด้วย


“ฉันตาไม่ฝาดใช่ปะ นี่มันอิชิคาวะซังชัดๆ ทำไมมาอยู่ในแชนเนิลไอริสได้อ่ะ!?”


ไม่ได้ตาฝาดหรอก


เพราะบาคุโกเองก็เห็นภาพนั้นเต็มสองตาเหมือนกัน ในจังหวะที่อุราระกะหันหมุนหน้าจอมาทางพวกเขา


ภาพในวิดีโอนั้นคือภาพของอายาเมะที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ฉากหลังดูแล้วน่าจะเป็นห้องพักของเธอในหอพักยูเอ บนใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มเขินอาย ในขณะที่พูดอะไรบางอย่าง แต่คงเพราะอุราระกะปิดเสียงเอาไว้ พวกเขาจึงไม่ได้ยินคำพูดของเธอ


แต่เพียงเท่านี้...ก็เหมือนว่าชิ้นส่วนต่างๆ ได้ปะติดปะต่อกันในหัวของบาคุโกแล้ว


การที่ยัยวูดูรีบร้อนวิ่งไปที่ไหนสักแห่ง...


การที่ยัยนั่นปล่อยวิดีโอที่เปิดเผยตัวเอง...


ให้ตายสิ...ยัยบ้านั่น!


บึ้ม!


ก่อนที่บาคุโกจะรู้ตัว ขาทั้งสองข้างก็ขยับไปข้างหน้า พร้อมกับที่มือเอื้อมไปข้างหลังเพื่อปล่อยระเบิดส่งแรงให้เขาพุ่งออกไปจากโรงยิมอย่างรวดเร็ว


ยัยกระต่ายงี่เง่า!!


เขาก่นด่าเธอในใจขณะที่สองเท้าวิ่งตรงไปยังบริเวณโรงยิมด้านในซึ่งเป็นสถานที่ที่อาชิโดะบอกว่าเห็นเธอมุ่งหน้าไป


บาคุโกกัดฟันแน่น ความหงุดหงิดเมื่อครู่พลันปะทุขึ้นมาอีกรอบ แต่ครั้งนี้มันปะปนไปด้วยความรู้สึกอื่นๆ อีกหลายอย่าง


ความร้อนรนและกังวลอย่างที่บาคุโกแทบไม่เคยต้องสัมผัสมาก่อน ทำให้เขาสบถลั่นในใจ


เวรเอ๊ย!


ทำไมเขาจะต้องร้อนใจขนาดนี้ด้วยวะ


แม้ว่าหล่อนจะไม่ได้โผล่หน้ามาให้เขาเห็น แต่ก็ยังเข้ามายุ่มย่ามในหัวของเขาไม่หยุด


ทั้งที่สองสามวันที่ผ่านมาเขาพยายามทำให้ตัวเองยุ่งอยู่ตลอดเวลา ทั้งฝึกซ้อมหนักกว่าเคย ใช้เวลาหาข้อมูลและออกแบบชุดฮีโร่ในช่วงฤดูหนาว ไปจนถึงอ่านหนังสือเตรียมสอบกลางภาค


แต่พอมีเวลาว่าง เขาก็เผลอคิดเรื่องของยัยนั่นอยู่เรื่อย


และพอเผลอคิดถึงหล่อนทีไร ภาพของดวงตาสีน้ำทะเลคู่นั้นก็ลอยกลับเข้ามาในหัวทุกครั้ง


แววตาที่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดและผิดหวังในตัวเองทำให้ในอกของเขาพลันอึดอัดขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้


ทั้งๆ ที่ไม่ควรใส่ใจเรื่องของยัยนั่นเลยสักนิด แต่บาคุโกก็รู้สึกว่าเขาปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปไม่ได้


ความคิดด้านหนึ่งของเขาบอกว่ามันคือสัญชาตญาณความเป็นฮีโร่


แต่อีกใจหนึ่งเขาก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่


เพราะถึงจะไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่บาคุโกก็พอจะเดาได้แล้วว่าสิ่งที่หล่อนทำในวันนี้คงจะเกิดจากคำพูดของเขาแน่


และถ้ามันเป็นต้นเหตุให้ยัยนั่นทำแบบนี้...มันก็เป็นธุระของเขาด้วยแล้วเหมือนกัน


เขาคือบาคุโก คัตสึกิ คนที่จะเป็นฮีโร่ที่เหนือกว่าออลไมท์นะ


เพราะฉะนั้นแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายเป็นแค่ยัยกระต่ายซุ่มซ่ามที่เข้ามายุ่งกับชีวิตเขาไม่หยุด…


เขาก็ต้องช่วยเอาไว้ให้ได้!


บาคุโกวิ่งออกจากโรงยิมตรงไปตามทางเดินตัดผ่านใจกลางโรงเรียน จากคำบอกเล่าของอาชิโดะแล้ว อายาเมะน่าจะมุ่งหน้าไปทางโรงยิมทางด้านใน


ทั้งที่การวิ่งตัดผ่านกลางโรงเรียนควรจะใช้เวลามาก แต่การใช้อัตลักษณ์ระเบิดช่วยร่นระยะทางไปด้วยก็ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมากขึ้น


เพียงแค่ไม่เกินสิบนาที เด็กหนุ่มก็มาถึงสถานที่ที่เขาต้องการ


คงเพราะเป็นเวลาเย็นแล้ว โรงยิมในบริเวณนี้จึงว่างเปล่าเกือบทั้งหมด มีเพียงเสียงของใบไม้เสียดสีกันจากลมยามเย็นที่พัดผ่าน


บาคุโกหยุดยืนอยู่กลางทางเดิน ดวงตาหรี่ลงขณะที่เขากวาดตามองหาสิ่งผิดปกติโดยรอบ


“แค่ก--ๆๆ!”


เสียงไอถี่ๆ ที่ฟังดูแปลกประหลาดท่ามกลางความเงียบทำให้บาคุโกหันขวับไปมองทันที


“แค่กๆ!!”


เด็กหนุ่มตัดสินใจวิ่งตรงไปข้างหน้า หาตำแหน่งที่เสียงดังมากที่สุด จนกระทั่งเขามาหยุดฝีเท้าที่ตรงหน้าโรงยิมสาม


เสียงไอนั้นยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง ยิ่งเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ บาคุโกก็ยิ่งมั่นใจว่าเจ้าของเสียงนั้นคืออายาเมะไม่ผิดแน่


เขาไม่มีทางจำเสียงของหล่อนผิดหรอก


เสียงหวานที่แหบแห้งขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าจะขาดอากาศหายใจไปเสียในตอนนั้นทำให้บาคุโกกัดฟันแน่นขณะที่เขาเร่งฝีเท้ามากขึ้น


เสียงของยัยวูดูดังมาจากข้างหลังโรงยิม


ภาพที่เขาเห็นในวินาทีที่เลี้ยวผ่านหัวมุม ทำให้ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นในใจของเขาราวกับเป็นคบเพลิงที่ถูกโยนลงบนกองฟาง


อายาเมะนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดปากของตัวเองขณะที่ยังไอไม่หยุด ใบหน้าอึดอัดทรมานเหมือนคนที่กำลังขาดอากาศหายใจ ส่วนมืออีกข้างขยุ้มที่อกเสื้อไว้ราวกับว่าหากทำแบบนี้แล้วจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้


ด้านหลังของเธอมีเด็กหนุ่มที่ดูจากแถบบนไหล่แล้วทำให้รู้ได้ว่าเขาเรียนอยู่แผนกบริหาร


บนใบหน้าของเขามีรอยยิ้มเหนือกว่าอย่างชัดเจนขณะที่จ้องมองอายาเมะเหมือนกำลังมองเหยื่อตัวเล็กๆ


มาถึงจุดนี้แล้วก็เดาไม่ยากเลยว่าผู้ชายคนนั้นคงจะเป็นคนที่ขู่ว่าจะแฉความลับของเธอและนัดเธอมาที่นี่


บาคุโกขยับยิ้มเหี้ยมในขณะที่ระเบิดอัตลักษณ์ในมือ ส่งแรงดันร่างของเขาให้ลอยขึ้นไปในอากาศ ผ่านร่างของอายาเมะที่นั่งคุดคู้อยู่บนพื้น


พลั่ก!


เขายกขาขึ้นถีบเด็กหนุ่มคนนั้นจนอีกฝ่ายลงไปนอนกับพื้น ก่อนจะใช้เข่ากดลงบนหน้าอกพร้อมกับล็อกแขนเอาไว้เพื่อไม่ให้ขยับหนีไปได้


“บะ...บาคุ...โก...”


เสียงหวานเล็กๆ ที่เค้นเรียกชื่อของเขาอย่างยากลำบากทำให้บาคุโกก็พลันหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าบึ้งตึงของเขามีความโกรธฉายชัดออกมา


เข่าของเขากดแรงขึ้นทำให้อีกฝ่ายร้องโอดโอยอย่างหมดทางสู้ แต่บาคุโกก็ไม่ใส่ใจนักในขณะที่ยกมือขึ้นระเบิดอัตลักษณ์แทนคำขู่


“ไปตายซะ ไอ้เวร”


น้ำเสียงที่อยู่ตรงจุดกึ่งกลางระหว่างความเย็นชาและความเกรี้ยวกราดนั่นทำให้ยามาโมโตะหน้าซีดเผือดลงอย่างชัดเจน


เสียงระเบิดที่ดังมากขึ้นทำให้อายาเมะรีบฝืนยันตัวลุกขึ้นยืน ในอกของเธอยังเจ็บนิดหน่อยจากการไอต่อกันถี่ๆ แต่อย่างน้อยเสียงพูดก็กำลังเริ่มกลับมาแล้ว


“บาคุโก”


คราวนี้ชื่อของเขาถูกพูดออกมาได้ง่ายขึ้นด้วยเสียงที่เริ่มกลับมาเป็นปกติแล้วของเธอ


แต่ดวงตาของบาคุโกยังคงหรี่ลงมองยามาโมโตะ รังสีของความโกรธที่แผ่ออกมาจากเขาและอัตลักษณ์ที่ระเบิดอยู่บนมือทำให้อายาเมะต้องพูดเสียงดังขึ้นว่า


“บาคุโก หยุดก่อน!”


บาคุโกหันขวับมามองเธอในทันที


คิ้วของเขาขมวดแน่น ริมฝีปากบึ้งตึงแสดงความไม่พอใจ แต่ถึงอย่างนั้นอายาเมะก็ยังมองตรงเข้าไปในตาของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง


“ขอร้องล่ะ...ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง”


ดวงตาสีน้ำทะเลดูนิ่งสงบลงแล้ว ไม่เหลือร่องรอยของความหวาดกลัวเมื่อครู่นี้ในขณะที่เธอพูดออกมาอย่างหนักแน่น


ถ้าบาคุโกหยุดตรงนี้ มันจะเป็นแค่การป้องกันตัว เป็นการกระทำของฮีโร่อย่างที่เขาเป็น


แต่ถ้าเขาลงมือมากไปกว่านี้…


จากการ ‘ป้องกันตัว’ ก็จะกลายเป็น ‘เหตุวิวาท’ ในทันที


บาคุโกต้องถูกลงโทษทางวินัยเพราะเธอมาครั้งหนึ่งแล้ว ถึงอายาเมะจะไม่รู้ว่ามันส่งผลอะไรต่อการเรียนในหลักสูตรฮีโร่ของเขาหรือเปล่า แต่เธอจะไม่ยอมเสี่ยงให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งเด็ดขาด


ปัญหาของเธอ...เธอก็ต้องจัดการมันเอง


“มาถึงขั้นนี้แล้วฉันก็ไม่คิดจะให้มันจบไปแบบเงียบๆ หรอก...ให้ฉันได้จัดการเรื่องนี้เองเถอะนะ”


เธอจะไม่ให้ใครต้องมาติดร่างแหไปด้วยอีกแล้ว


ในชั่ววินาทีนั้น ที่สวนหลังโรงยิมมีเพียงแค่เสียงระเบิดจากมือของบาคุโกและเสียงร้องโอดโอยเบาๆ ของยามาโมโตะ


อายาเมะยังคงมองเขาขณะที่เธอเม้มปากแน่นขึ้น มีชั่วครู่หนึ่งที่เธอคิดว่าเขาคงจะไม่เชื่อคำพูดของเธอแน่ๆ


แต่ในที่สุดเสียงระเบิดก็เงียบหายไป


บาคุโกลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ปล่อยยามาโมโตะที่ถูกล็อกตัวไว้บนพื้นให้เป็นอิสระ พอได้โอกาสแล้วอีกฝ่ายก็รีบคลานถอยหลังหนีด้วยความหวาดกลัว


ยามาโมโตะยันตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ก่อนจะรีบวิ่งหนีไปอีกทาง ท่าทางล้มลุกคลุกคลานนั้นให้ความรู้สึกน่าสมเพช แต่อายาเมะก็สงสารเขาไม่ลง


เธอมองตามเขาไปจนแน่ใจว่ายามาโมโตะหายไปจากสวนหลังโรงยิมแล้ว ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก


ดวงตาสีน้ำทะเลตวัดไปมองเด็กหนุ่มอีกคนที่เหลืออยู่แทน


เธอแปลกใจนิดหน่อยเหมือนกันที่เห็นว่าบาคุโกกำลังมองเธออยู่ ดวงตาสีแดงสดกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา ทำให้อายาเมะต้องพูดทำลายบรรยากาศแปลกๆ นี้ว่า


“นาย...มาที่นี่ได้ยังไงเหรอ”


ระหว่างที่ถามคำถามนั้น อายาเมะก็แอบเหลือบมองสีหน้าของเขาไปด้วย


บาคุโกไม่ได้ดูอารมณ์ดี แต่ก็ไม่ถึงกับหงุดหงิดเท่ากับเมื่อวันก่อนที่เขาต่อว่าเธอจนเธอถึงกับเก็บไปนอนคิดมาตลอดสองวัน


แทนที่เขาจะตอบคำถามของเธอ บาคุโกกลับหรี่ตาสีแดงสดลงมองเธอเหมือนมองไอ้โง่คนหนึ่ง แล้วก็ต่อว่าเธอทันที


“มาพบมันคนเดียวแบบนี้ งี่เง่าเป็นบ้า”


ดวงตาสีน้ำทะเลหลุบลงอย่างไร้คำโต้เถียง


มันก็...งี่เง่าจริงๆ นั่นล่ะ แต่เธอในตอนนั้นเองก็คิดไม่ออกว่าจะบอกใครได้อีก


“ก็ซาโยริไม่อยู่ที่ยูเอ...” เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่ากำลังทำผิดอยู่ แต่มันกลับทำให้บาคุโกถามเสียงดังขึ้นว่า


“แล้วคนอื่นล่ะวะ!?”


“ไม่มีแล้ว...ฉันมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียว”


ยิ่งพูดมากขึ้น อายาเมะก็ยิ่งรู้สึกว่ามันฟังดูน่าสมเพชมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์แบบไหนกันที่เรียนอยู่ในโรงเรียนมาจนเข้าเทอมที่สองแล้ว แต่ก็ยังมีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้น


บาคุโกคิ้วขมวดแน่นพลางอ้าปากเหมือนกำลังจะด่าอะไรเธออีกสักอย่าง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็แค่พ่นลมหายใจออกเสียงดังเหมือนกับกำลังระบายความไม่พอใจออกมา


“บอกฉัน”


อายาเมะหันไปมองเขาด้วยความงุนงง ทั้งที่เขาก็พูดเสียงดังฟังชัด แต่เป็นเธอเองนั่นแหละที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า


ดวงตาสีน้ำทะเลกลมโตที่เบิกกว้างขึ้น มองตรงไปที่เขาราวกับกำลังมองสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอยู่ทำให้บาคุโกหันไปพูดทันควันว่า


“มีปัญหาหรือไง”


“เปล่านะ!” อายาเมะลุกลี้ลุกลนตอบกลับไป ด้วยกลัวว่าท่าทางของเธอจะทำให้บาคุโกรู้สึกไม่ดี “ที่จริงก็คิดจะบอกนั่นล่ะ...แต่ว่าก่อนหน้านี้...”


‘หล่อนมันโคตรขี้ขลาดเลยว่ะ’


คำพูดของเขาที่ดังกลับขึ้นมาในใจอีกครั้งทำให้แววตาของอายาเมะดูเศร้าหมองลงขณะที่เธอก้มหน้าลงนิดๆ อย่างหลบตาเขา


“มันเป็นปัญหาของฉันเอง ไม่อยากให้ทำให้นายต้องมาข้องเกี่ยวมากไปกว่านี้แล้วล่ะ”


พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมา อายาเมะก็พลันรู้สึกว่าข้างในอกของเธออึดอัดขึ้นมาอีกรอบ มือทั้งสองข้างกุมเข้าหากันราวกับกำลังรวบรวมความกล้า ขณะที่เธอพูดประโยคสุดท้ายออกมาว่า


“ฉันไม่อยากเป็นคนน่ารำคาญหรือคนขี้ขลาดอีกแล้ว”


เสียงของอายาเมะหนักแน่นจนทำให้บาคุโกแปลกใจไม่น้อย


ระหว่างพวกเขามีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกับสายลมอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งเด็กหนุ่มเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลง


“หล่อนไม่ได้ขี้ขลาดหรอก”


อย่างน้อยเขาก็รู้จากเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว


เขาพูดต่อไปโดยที่ไม่ได้มองหน้าเธอว่า “งี่เง่าเป็นบ้ามากกว่า”


ถึงบาคุโกจะต่อว่าเธอเหมือนเดิม แต่น้ำเสียงก็ไม่เหมือนกับในครั้งก่อนอีกแล้ว


ทั้งที่เธอโดนเขาว่าอยู่แท้ๆ แต่อายาเมะกลับเผลอหลุดยิ้มออกมาจนได้ รอยยิ้มนั้นขยับกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนบาคุโกเหลือบมองเธอทางหางตา


“ยิ้มบ้าอะไร”


“เปล่าสักหน่อย”


ถึงจะตอบไปแบบนั้น แต่รอยยิ้มก็ยังคงประดับอยู่บนริมฝีปากของเธอขณะที่ดวงตาสีน้ำทะเลกระจ่างใสมองตรงมาที่เขา


“ก็แค่คิดว่าวันนี้บาคุโกน่ะเท่มากเลย สมกับเป็นฮีโร่มากจริงๆ นั่นล่ะ ขอบคุณที่มาช่วยฉันนะ”


อายาเมะไม่ทันรู้ตัวหรอก แต่หลังจากที่รู้จักกับบาคุโก เธอก็เริ่มจะหลุดปากพูดอะไรก่อนที่จะทันได้คิดบ่อยๆ


คงเป็นเพราะว่าเขาเป็นคนปากไว ถ้ามัวแต่คิดเยอะ เธอจะพลอยเถียงเขาไม่ทันอยู่เรื่อย


แต่ก็เพราะนิสัยเสียนั้น เธอจึงพูดชมเขาออกมาได้จากใจจริงๆ อย่างไม่รู้สึกขัดเขิน


กลายเป็นบาคุโกต่างหากที่เป็นฝ่ายวางสีหน้าไม่ถูก


ความรู้สึกแปลกๆ ในอกที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ทำให้บาคุโกเอาสองมือล้วงกระเป๋าแล้วตัดสินใจหมุนตัวเดินออกไปจากตรงนั้นทันที


“นายจะไปไหนน่ะ”


“หนวกหู! ไม่ใช่เรื่องของหล่อน!”


“ถ้าจะไปกินข้าวเย็นล่ะก็ให้ฉันเลี้ยงตอบแทนสักมื้อ…”


“ก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องของหล่อนไงโว้ย!”


บาคุโกเดินเร็วมากขึ้นทำให้อายาเมะต้องรีบสะพายกระเป๋าแล้วเร่งฝีเท้าตามหลังเขาไป เธอมองดูแผ่นหลังนั้นแล้วก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้านี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก


อ่า...นึกออกแล้ว คงจะเป็นตอนนั้นเอง...วันที่บาคุโกเดินมาส่งเธอที่โรงเรียนยูเอ


ในคืนนั้นเขาก็เดินนำอยู่ข้างหน้าเธอไปสามสี่ก้าว เว้นระยะเอาไว้นิดหน่อยเหมือนตอนนี้ไม่มีผิด


แต่อายาเมะกลับรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเธอกับบาคุโกลดน้อยลงกว่าเดิมนิดหน่อย


เด็กสาวก้าวตรงไปข้างหน้า บนทางเดินหลังโรงเรียนที่ถูกย้อมด้วยแสงสีส้ม


ทั้งที่เป็นวันที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์มากมาย แต่อายาเมะกลับรู้สึกปลอดโปร่งใจอย่างน่าประหลาด


อาจจะเพราะเธอได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ติดอยู่ในใจมานานหลายปี


อาจจะเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอพุ่งออกมาเผชิญหน้ากับปัญหาโดยไม่หลบอยู่หลังใคร


อาจจะเพราะเธอรู้สึกว่าตัวเธอกำลังเปลี่ยนไป...ถึงจะแค่เพียงเล็กน้อย แต่ในสักวันหนึ่ง เธอก็อาจจะเป็นตัวเองในแบบอยากเป็นก็ได้


หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะเด็กหนุ่มข้างหน้าคนนี้นี่ล่ะ...


ทั้งที่บริเวณนี้ล้อมรอบไปด้วยสวนต้นไม้ตัดกับแสงอาทิตย์ยามเย็นเป็นภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่ดวงตาสีน้ำทะเลก็มองตรงไปข้างหน้า จับจ้องเพียงแต่เด็กหนุ่มที่เดินล้วงกระเป๋านำทางไปก่อนเธอเท่านั้น


ในวินาทีที่มองไปยังแผ่นหลังที่ชวนให้รู้สึกปลอดภัยนั่น...หัวใจของเธอก็พลันเต้นแรงขึ้นมา


___________________________

ตั้งใจจะอัพเมื่อวานนะคะ แต่หมดแรงมากจริงๆ อยู่เวรยันเช้ายาวๆไปเลยค่ะ =A=

เห็นเม้นท์ตอนที่แล้วแล้วปาดน้ำตาเลยค่ะ สำหรับคัตเนี่ย ชิเน่!!! ก็ถือเป็นประโยคโชโจแล้วอะเนอะ Q-Q

ขอบคุณทุกคนมากๆนะคะ มีกำลังใจเขียนมากขึ้นเยอะเลยจริงๆค่ะ

เราอยากอัพพรุ่งนี้นะคะ แต่อยู่เวรอีกแล้ว ไม่รู้จะเขียนทันมั้ย 555555

ส่วนน้อง Pandora P. ฝากบอกทุกคนค่ะว่า "มีความพยายามอย่างมากที่จะทำให้คัตกับโชโจมาอยู่ในประโยคเดียวกันได้ แง้" QAQ

ขอบคุณทุกคนเหมือนเคยนะคะ

เอาไว้เจอกันตอนหน้านะคะ


ปล. มีใครดู spoil MHA 291 ยังคะ ใจเราสั่นๆอยากกลับไปอัพคุมฮอว์กส์เลยอะ ใจบางใจเหลวไปหมดแน้วอะ TT ใครอยากกรี๊ดด้วยกัน ไปกรี๊ดในคุมฮอว์กส์ได้นะคะ หรือถ้าจะกรี๊ดในนี้ก็จั่วหัวว่าสปอยล์ก่อนน้า เผื่อคนอื่นไล่อ่านเม้นท์จะได้ไม่เจอสปอยเนอะ TT

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 337 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,433 ความคิดเห็น

  1. #250 นินจาแมว (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 13:23
    คัตจังเวอร์ชั่นเติบใหญ่และเท่กว่าเดิมมม
    #250
    0
  2. #249 lamb_san (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 03:24
    คำว่าบอกฉันนี่ทำเราตายเลยค่ะ กี้สสสสส เอาชั้นไปทอดๆๆๆๆๆ

    ปกติเฉยๆกับคัตจังนะคะ แต่ตอนนี้แบบ... โอ้ยยยย ใจเต้นตามอายาเมะไปแล้วหนึ่งกรุบค่ะ!!! (╥﹏╥)

    ปล. สำหรับสปอยตอน291ยังไม่เห็นเลยค่ะ จะเอามังงะพลัสวันจันทร์หรือวันอาทิตย์นี้คะเนี่ยยย
    #249
    0
  3. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 20:59
    แอแงงงง อิชิคาวะซังTT บาคุโกตอนวางสีหน้าไม่ถูกนี่มัน อ้ากกกกกก นุ่มนิ่มไปหมดเลยตอนนี้ ไม่เคยชอบคำว่าหล่อนมาก่อนจนได้เจอฟิคนี้จีงๆ มุแงง
    #248
    0
  4. #247 faza205317 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 20:57
    หมาปอมเราโคตรเท่ อ้ายยยยยย
    #247
    0
  5. #245 ??4 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 20:02

    นายหร่อมาก คัตจัง5555555

    #245
    0
  6. #244 mixyz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 19:27
    บาคุโกวนายรู้ไหมตอนนี้นายหล่อขึ้นอีก300%เลยนะ
    #244
    0
  7. #241 BioloGyy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 18:11
    ฮืออ น่ารักมากกก น่ารักจนใจเจ็บบ
    #241
    0
  8. #239 baby-m2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 17:22
    อ๋อยยยยย อบอุ่น(?)จังเลยพ่อ คาทางนี้จะตุยแล้ววว55 เป็นชั้นนะ มันต้องเอาคืนสิ! สั่งให้แก้ผ้า[เหลือบ็อกเซอร์หรือกางเกงตลกๆๆอะไรสักอย่างละกัน สงสารตาตัวเอง] แล้ววิ่งตะโกนบอก "ชั้นไม่อาบน้ำแปรงฟันมาสัปดาห์นึงแล้ว!" รอบยูเอย์100รอบซะก็ดีหรอก เชอะะะ นี่เบาๆๆ(?)นะยะ
    #239
    0
  9. #238 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 17:17
    ฟูไปหมดแล้วววว
    #238
    0
  10. #237 irene612 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 17:14

    อ่านแล้วรู้สึกไฟฟูมากตกหลุมรักน้องขึ้นมาแล้วสิน่ะ
    #237
    1
    • #237-1 irene612(จากตอนที่ 19)
      13 พฤศจิกายน 2563 / 17:15
      *ใจฟู ไม่ใช่ ไฟฟู555
      #237-1
  11. #236 Bao_Bao (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 16:55
    มันนุ่มฟูไปหมดเลยแง;;;;♡♡ เจ้าหมาปอมคนซึน ชอบเค้ากะบอกไปซิ--- //หลบระเบิด

    เห็นสปอยมังงะเเน้วใจบาง ไม่ไหวเเน้วค่ะ¥₩¥))♡♡♡
    #236
    0
  12. #235 RoseThorns (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 16:27
    ใจชั้นมันนุ่นฟู~
    #235
    0
  13. #234 LucyTaylor (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 16:20
    ใจฟูมากๆแงง เนี่ยก็คิดมากเรื่องที่ว่าเค้าอยู่ ทำเป็นปากแข็งสุดท้ายก็มาช่วยน้อง แบบน่ารักมากๆๆๆ ฮืออ
    #234
    0
  14. #233 -นานาชิ- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 16:19

    โอ้ยย ไอต้าวบาคุโก! ซึนตัวพ่อเลยจร้าา
    #233
    0
  15. #232 hadammara225 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 16:17
    โอ้ยยยย อบอุ่นเกิ๊นนนนนนนนน😳😳😳
    #232
    0
  16. #231 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 16:17
    นังคัต! หล่อมาก! ไม่ไหวแล้ว!! จะละลายแล้วค่ะแม่ หล่อวัวตายควายล้มจริงๆ เหมือนจะรำคาญเขาแต่ก็คิดถึงเขาทุกครั้งที่ว่างเชียวนะ ตกหลุมรักยัยน้องแล้วล่ะสิ ส่วนยัยน้องเนี่ย ฉันว่าตกหลุมรักนังคัตไปแล้วชัวร์ๆ ฮือออ ฉันชอบความแตกต่างที่ลงตัวของคู่นี้จริงๆ เพื่อนคะ เตรียมแซวค่ะ แซวเยอะๆ แซวเผื่อด้วยนะ 555+ //ฉันรอดูบทลงโทษ-ยามะอะไรสักอย่างนั่นอยู่ โรคจิตขนาดนั้นอย่าลืมไปบำบัดนะคะ อย่าอยู่เป็นภาระสังคม แต่ในฐานะที่หล่อนทำให้ฉันได้เห็นนังคัตในบทบาทโชโจ (ชิเน๊!! โชโจจิงจิ๊งงง) จะอภัยให้สักครั้งถ้าหล่อนปรับปรุงตัวนะ 555+
    #231
    0
  17. #230 Kill181 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 16:16
    ขออีกตอน!!!
    #230
    0