Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 18 : Aria 17 : I think my hero looks just like you.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 352 ครั้ง
    11 พ.ย. 63

 

Aria 17

I think my hero looks just like you.

 

หลังออกจากโรงอาหารมาแล้ว อายาเมะก็มุ่งหน้ากลับไปที่ห้องพักของตัวเองทันที

 

เธอรีบร้อนจนไม่ได้หยุดทักทายใครเลย สองเท้าพาเธอเดินรวดเดียวกลับมาจนถึงห้อง แล้วจึงรีบเปิดโน้ตบุ๊คของตัวเองขึ้นมา

 

ดวงตาสีน้ำทะเลแอบเหลือบมองเวลาที่มุมหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วก็ได้แต่เม้มปากแน่น

 

‘16.20’

 

เหลืออีกแค่สี่สิบนาทีก่อนจะถึงเวลาที่เขาจะแฉเรื่องของเธอ

 

เธอเสียเวลากับการคุยกับอายาโตะมากเกินไป

 

อายาเมะขยับเม้าส์กดเข้าไปในโฟลเดอร์เก็บวิดีโอของเธอ พลางเลื่อนหาสิ่งที่ต้องการอย่างรวดเร็ว

 

ไม่ใช่ว่าอายาเมะไม่เคยมีความคิดที่จะเปิดเผยตัวตนของตัวเอง เธอกับซาโยริเคยคิดเรื่องนี้มาก่อน แต่สุดท้ายแล้วอายาเมะก็ยังไม่กล้าพอจะทำลงไปจริงๆ

 

แต่อย่างน้อยเธอก็เคยอัดคลิปวิดีโอเอาไว้แล้ว

 

คลิปวิดีโอแรกที่มีตัวเธออยู่ในนั้นด้วย เป็นวิดีโอที่อายาเมะตั้งใจแล้วว่าจะใช้เป็นวิดีโอแรกในการเปิดตัวเธอในแชนเนิลไอริส

 

หาเจอแล้ว!

 

อายาเมะเปิดดูวิดีโอนั้นให้แน่ใจว่านี่คือไฟล์ที่เธอต้องการจริงๆ ก่อนจะรีบกดเข้าหน้าเว็บไซต์อย่างรวดเร็วเพื่อจะอัพคลิปวิดีโออันนี้

 

‘16.28’

 

เวลาที่กำลังเดินไปข้างหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หัวใจของอายาเมะเต้นถี่รัวขึ้นจนราวกับว่ามันจะหลุดออกมาจากหน้าอกให้ได้ มือของเธอสั่นนิดๆ ด้วยความตื่นเต้นในขณะที่พิมพ์ชื่อวิดีโอลงไป ก่อนจะกดปุ่มอัพโหลด

 

ใช้เวลาในการอัพโหลด 45 นาที

 

ข้อความที่ปรากฏขึ้นมาทำให้อายาเมะหน้าซีดเผือดลง

 

วิดีโอที่มีภาพด้วยแบบนี้ ย่อมมีขนาดไฟล์ใหญ่กว่าวิดีโอปกติของเธอที่จะมีแต่เพลงกับภาพพื้นหลังรูปดอกไอริสอยู่แล้ว ทำให้มันต้องใช้เวลาในการอัพโหลดนานมากขึ้น

 

แม้ว่าเธอจะบีบอัดไฟล์จนมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว มันก็ยังใช้เวลามากอยู่ดี

 

ไม่ทันเวลาห้าโมงเย็นแน่ๆ

 

อายาเมะเม้มปากแน่นขณะที่หัวสมองพยายามคิดหาทางออกอื่นๆ ดวงตาจับจ้องไปยังแถบข้อมูลที่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นอย่างเชื่องช้าเหลือเกินในความรู้สึกของเธอ ก่อนจะตัดสินใจได้

 

ต้องถ่วงเวลาอีกหน่อย...ทำให้เขาไม่สามารถโพสต์เรื่องของเธอได้ก่อนที่เธอจะอัพโหลดวิดีโอเสร็จ

 

เธอต้องไปพบกับเขาเพื่อซื้อเวลาเพิ่ม

 

ความคิดที่ว่าจะต้องไปพบกับเจ้าของไอดีปริศนาคนนั้นทำให้ในอกของเธอพลันรู้สึกอึดอัดขึ้นมา มือที่จับเม้าส์อยู่บีบแน่นขึ้นด้วยความตึงเครียด

 

แต่ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว

 

ต่อให้เกิดอะไรขึ้นจริงๆ เธอก็ยังพอใช้อัตลักษณ์ของตัวเองเอาตัวรอดได้

 

ความคิดนั้นทำให้อายาเมะรู้สึกใจชื้นขึ้นนิดหน่อย เด็กสาวคว้ากระเป๋ากับโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก่อนจะเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องของตัวเองอีกครั้ง

 

ระหว่างที่กำลังลงไปด้านหน้าหอพักอีกรอบ เด็กสาวก็เปิดหน้าจอมือถือขึ้นมาเพื่อจะกดเข้าไปในหน้าต่างแชทในเพจของเธอ

 

อายาเมะขมวดคิ้วมองรายชื่อพวกนั้น นิ้วจ่อลังเลอยู่เหนือชื่อที่เขียนว่า Bakugou K. สักพัก แต่ยังไม่ทันจะได้กดลงไป เสียงเกรี้ยวกราดของเด็กหนุ่มที่หลอกหลอนเธอมากว่าสองวันแล้วก็ดังกลับเข้ามาในหัวของเธออีกรอบ

 

‘หล่อนมันโคตรขี้ขลาดเลยว่ะ’

 

คำต่อว่านั้นทำให้อายาเมะกำมือถือแน่นขึ้น นิ้วที่ตั้งใจจะกดเข้าไปในแชทนั้นเปลี่ยนไปกดปิดหน้าจอมือถือแทน

 

นี่มันไม่ใช่เรื่องของบาคุโกเลย แต่เป็นปัญหาของเธอเอง

 

ไม่ควรจะไปทำให้เขาหงุดหงิดรำคาญเธอมากไปกว่านี้อีก

 

ปัญหาของเธอ เธอก็ต้องจัดการด้วยตัวเอง

 

อายาเมะก็เก็บมือถือใส่กระเป๋า ดวงตาสีน้ำทะเลมองตรงไปข้างหน้าขณะที่เธอเร่งฝีเท้ามากขึ้นไปอีก จนจากที่เดินเฉยๆ ก็กลายเป็นการวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร่งรีบ

 

หลังออกจากหอพัก อายาเมะก็ใช้เส้นทางตัดผ่านอาคารเรียนซึ่งเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุดในการเดินทางไปยังโรงยิมสาม

 

ทางเดินที่ใช้อยู่ทุกวันเหมือนจะยาวไกลขึ้นไปกว่าปกติในช่วงเวลาที่เธอรีบร้อน อายาเมะหยิบมือถือขึ้นมากดดูเวลาก็เห็นว่าเหลืออีกแค่ประมาณสิบนาทีก่อนจะถึงเวลานัด

 

เพราะมัวแต่ก้มดูมือถือทำให้เด็กสาวไม่ทันมองทางข้างหน้า พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที เธอก็เห็นคนอีกกลุ่มเดินออกมาจากหัวมุมอาคาร เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอกำลังจะหมุนตัววิ่งเลี้ยวไปพอดี

 

“อ๊ะ!” 

 

อายาเมะเผลอหลุดอุทานออกมาในตอนที่ตัวของเธอชนเข้ากับอีกฝ่าย โชคดีที่เธอมองเห็นก่อน จึงหยุดฝีเท้าได้ทันพอดี แรงปะทะที่ลดลงทำให้ต่างฝ่ายต่างกระเด็นออกมาแค่เล็กน้อย ไม่ได้บาดเจ็บรุนแรงมากนัก

 

“ขอโทษนะคะ” อายาเมะพูดออกไปก่อนตามสัญชาตญาณ 

 

ถ้าเป็นยามปกติเธอคงจะต้องหยุดดูให้แน่ใจก่อนว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ อายาเมะเองก็รีบร้อนจนไม่มีเวลาจะเสียแล้ว

 

คนที่เดินชนเธอเมื่อครู่น่าจะเป็นเด็กผู้หญิงจากห้อง 1-A สักคน เพราะในกลุ่มเด็กสาวพวกนั้นมียาโอโยโรซึอยู่ด้วย

 

อายาเมะกวาดตามองอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วให้แน่ใจว่าไม่มีบาดแผลที่ตรงไหน ก่อนจะก้มหัวขอโทษอีกครั้งแล้วรีบวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกของอีกฝ่าย

 

ไม่มีเวลาให้เสียอีกแล้ว…

 

พอวิ่งพ้นทางเดินนั้นมา อายาเมะก็ออกมาตรงสวนด้านข้างได้ในที่สุด โรงยิมตั้งเรียงกันอยู่โดยมีเครื่องหมายโรงเรียนและหมายเลขบ่งบอกอยู่ตรงด้านบน

 

เด็กสาววิ่งไปจนถึงด้านหลังของโรงยิมหมายเลขสาม ซึ่งเป็นจุดที่อีกฝ่ายนัดเธอไว้

 

ห้าโมงเย็นคือช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว ตรงบริเวณนี้ยังมีแสงสีส้มส่องสว่างพอให้รู้สึกใจชื้นอยู่บ้าง แต่ด้านหลังของโรงยิมเป็นสวนขนาดใหญ่ บรรยากาศจึงให้ดูสลัวและรกทึบมากกว่าบริเวณรอบๆ

 

อายาเมะหยุดยืนหายใจหอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้า

 

มีคนยืนอยู่ที่ตรงนั้นจริงๆ

 

คนที่ยืนกดโทรศัพท์มือถืออยู่ด้านหลังโรงยิมสามคือเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง เขามีเส้นผมสีดำ ดวงตาซ่อนอยู่หลังแว่นสายตาที่สะท้อนแสงพอดีทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน

 

แต่อายาเมะก็รู้สึกคุ้นใบหน้านั้นอย่างบอกไม่ถูก

 

เธอยืนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดได้ว่าเธอเคยเจอเขาที่ไหน

 

เธอเคยเจอเขามาก่อนแล้วเมื่อเดือนก่อนนี่เอง ถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะเป็นนักเรียนแผนกบริหารปีสองที่ชื่อว่ายามาโมโตะ

 

เขาเคยสารภาพรักกับเธอมาก่อน ในสถานที่นี้ เมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว

 

และอายาเมะก็ตอบปฏิเสธไป

 

ความคิดนั้นทำให้อายาเมะกำสายกระเป๋าแน่น เข้าใจแล้วว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะสถานะ ‘ไอริส’ ของเธอหรอก

 

แต่เป็นเพราะ ‘อายาเมะ’ นั่นล่ะ

 

คนๆ นั้นคงไม่ได้ตามไอริสจนรู้ว่าเธอคืออายาเมะ แต่ตามอายาเมะจนรู้ว่าเธอคือไอริสต่างหาก

 

ก่อนที่จะเดินออกไปหาเขา เธอก็หยิบมือถือขึ้นมาดูเป็นครั้งสุดท้าย ทำให้เห็นว่าตอนนี้วิดีโออัพโหลดไปได้กว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว

 

ขอเวลาอีกแค่ไม่เกินยี่สิบนาทีเท่านั้น

 

เธอจะไม่ยอมให้เขาทำสำเร็จหรอก

 

จะไม่ยอมให้ขู่เธอได้ ไม่ยอมให้ได้ชื่อเสียงจากการเปิดเผยตัวตนของไอริส ไม่ยอมให้เขาบีบบังคับเธอได้เด็ดขาด

 

ถึงผลลัพธ์สุดท้ายจะไม่ต่างกัน แต่ถ้าอายาเมะจะต้องเปิดเผยตัวตนของตัวเอง มันก็จะต้องเป็นสิ่งที่เธอเลือกทำเองเท่านั้น

 

อายาเมะสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอกดมือถืออีกไม่นาน ก่อนจะเก็บมันใส่ในกระเป๋าแล้วเดินออกไปข้างหน้า

 

ทั้งที่หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นราวกับว่ามันจะหลุดออกมาจากอกได้ แต่ท่าทางภายนอกของเธอกลับดูสงบนิ่งกว่าใจเธอมาก

 

ไม่คิดเลยว่าคอร์สบุคลิกภาพที่เธอโดนบังคับให้เรียนตั้งแต่เด็กจะมามีประโยชน์ในสถานการณ์แบบนี้

 

เด็กสาวเดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว อีกฝ่ายก็สังเกตเห็นเธอพอดี

 

“ฉันมาแล้วค่ะ ยามาโมโตะซังสินะ?”

 

ตอนแรกอายาเมะก็กลัวอยู่ว่าเสียงของเธอจะสั่นจนดูน่าสมเพช แต่โชคดีที่เธอถามคำถามนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบได้

 

“อายาเมะจัง...ไม่สิ ไอริสจังสินะ จำผมได้ด้วย สมกับเป็นนางฟ้าของผมเลย”

 

คำพูดของยามาโมโตะทำให้เธอรู้สึกขนลุกจนอายาเมะบีบมือที่จับกระเป๋าแน่นขึ้น

 

อีกแค่สิบห้านาทีเท่านั้นเอง…

 

เธอท่องบอกตัวเองในใจ เด็กสาวตัดสินใจทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของเขาในขณะที่ถามต่อไปว่า “คุณรู้เรื่องไอริสได้ยังไง”

 

เขาไม่ได้ตอบคำถามของเธอทันที ท่าทางมั่นใจในชัยชนะราวกับอายาเมะเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือของเขาเท่านั้น

 

“ผมตามดูคุณมาสักพักแล้วล่ะ”

 

ประโยคที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจนั่นชวนให้รู้สึกขนลุกยิ่งกว่าเดิม ยิ่งเขาพูดออกมามากขึ้น ก็ยิ่งทำให้อายาเมะรู้สึกอึดอัดจนอยากจะออกไปจากตรงนี้

 

อดทนเอาไว้หน่อย...อีกแค่ไม่นานเท่านั้น

 

“คุณชอบไปซ้อมดนตรีตอนเย็นที่ห้องชมรมใช่ไหมล่ะ ตอนแรกก็แค่คิดว่าคุณร้องเพลงเพราะมากเลย แต่พอแชนเนิลของไอริสเริ่มดังมากขึ้น ผมได้ยินเพลงพวกนั้นแล้วก็รู้ทันทีเลยล่ะว่านั่นต้องเป็นคุณแน่ๆ”

 

เขาคงจะตามสะกดรอยเธออยู่จริงๆ นั่นล่ะ เพราะอายาเมะจะออกมาซ้อมดนตรีก็ต่อเมื่อเป็นเวลาเย็นมากก่อนปิดตึกเรียน เป็นช่วงเวลาที่เธอมั่นใจว่าจะไม่นักเรียนคนไหนอยู่ในอาคารแล้วเท่านั้น

 

ผู้ชายคนนี้เป็นสต็อล์กเกอร์ตัวจริงเลย ไม่ใช่แค่พวกที่หาชื่อเสียงจากการเปิดโปงหรือขายข่าวของคนที่มีชื่อเสียง

 

“เพราะฉะนั้นแล้ว อายาเมะจัง...ถ้าไม่อยากให้เรื่องที่ว่าเธอคือไอริสหลุดออกไปก็มาคบกับผมสิ” 

 

“....”

 

อายาเมะรู้สึกจนคำพูดกับคนตรงหน้าจริงๆ ไม่รู้ว่าตรรกะส่วนไหนของเขาที่ผิดเพี้ยนไปกันแน่

 

เขาแค่อยากคบกับเธอโดยไม่ได้สนใจความคิดหรือความรู้สึกของเธอเลยสักนิด เธอไม่ได้ชอบเขาอยู่แล้ว ยิ่งเจอพฤติกรรมพวกนี้ยิ่งรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้เข้าไปใหญ่

 

“ผมก็ไม่แย่หรอกนะ แถมยังรู้จักเธอดีกว่าใครด้วย ทั้งช่วงเวลากับสถานที่ที่แอบออกมาแต่งเพลงตอนดึกๆ หรือว่ากระเป๋ากับรองเท้าที่หยิบมาใส่คู่กันบ่อยๆ”

 

ยิ่งเขาพูดมากขึ้น อายาเมะก็ยิ่งรู้สึกขนลุก เธอเม้มปากแน่นอย่างพยายามข่มกลั้นความรู้สึกของตัวเอง

 

ปล่อยให้เขาพูดไป...ถ่วงเวลาให้ได้อีกหน่อย จนแค่วิดีโออัพโหลดเสร็จก็พอ

 

ในตอนที่อายาเมะกำลังลังเลว่าเธอควรจะพูดอะไรตอบกลับไปดี มือถือที่เธอใส่ไว้ในกระเป๋าก็สั่นยาวๆ ครั้งหนึ่ง ถึงจะไม่ต้องหยิบมาเปิดดู แต่อายาเมะก็รู้ว่ามันคือสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าช่วงเวลาที่เธอกำลังรอคอยนั้นสิ้นสุดลงแล้ว

 

คลิปวิดีโอของเธออัพโหลดเสร็จแล้ว

 

“ขอโทษด้วยนะคะ แต่ว่าฉันไม่ได้มาเพื่อจะตอบรับข้อเสนอของคุณหรอก” อายาเมะตอบกลับไปอย่างสงบนิ่ง 

 

หลังจากที่วิดีโอของเธออัพโหลดสำเร็จ ภายในกระเป๋าสะพายด้านข้างของอายาเมะก็ยังสั่งไปตามแรงมือถืออีกหลายครั้ง เป็นสัญญาณว่ามีแจ้งเตือนใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

นั่นก็หมายความว่าทันทีที่วิดีโอของเธออัพโหลดเสร็จก็มีผู้เข้าชมมาคอมเม้นท์อย่างต่อเนื่อง

 

ผู้ชายคนนี้ไม่เหลืออะไรที่จะเอามาใช้ขู่เธอได้อีกแล้ว

 

“ที่ฉันมาพบคุณก็เพื่อจะบอกให้คุณเลิกยุ่งกับฉันต่างหากล่ะ”

 

คำตอบของเธอทำให้สีหน้าของยามาโมโตะเปลี่ยนไปทันที รอยยิ้มของเขาหายไปกลายเป็นใบหน้าบึ้งตึงขณะที่เขาชูมือถือของตัวเองขึ้นมา พร้อมกับพูดขู่เธอว่า “ถ้าผมโพสต์เรื่องของเธอลงไปล่ะก็...”

 

“ไม่ทันแล้วล่ะ” อายาเมะตอบกลับไป ในใจพลันรู้สึกพึงพอใจอย่างน่าประหลาดกับสีหน้าที่ซีดเผือดลงของยามาโมโตะ

 

เธอชนะแล้ว

 

“วิดีโอที่เปิดเผยตัวตนของฉันถูกอัพโหลดขึ้นไปแล้ว คุณเอาเรื่องนี้มาขู่ฉันไม่ได้อีกแล้วล่ะ”

 

ริมฝีปากของอายาเมะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหนือกว่า ทั้งที่รู้สึกว่าไม่สมควร แต่อายาเมะก็หยุดมันเอาไว้ไม่ได้

 

เธอคงใช้เวลาอยู่กับบาคุโกมากเกินไปหน่อยจริงๆ

 

“มันจบแล้วล่ะค่ะ”

 

ไม่รู้ว่าประโยคนั้นเธอกำลังบอกตัวเองหรือยามาโมโตะกันแน่

 

แต่ความรู้สึกโล่งใจนั้นก็ทำให้อายาเมะลอบถอนหายใจขณะที่กระชับสายสะพายกระเป๋า ดวงตาสีน้ำทะเลมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ยังดูตื่นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

 

พอเห็นสภาพแบบนั้นแล้ว อายาเมะก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้

 

“ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องก็ได้ แต่ขอให้ต่อไปเราต่างคนต่างอยู่กัน…”

 

“ไม่มีทางหรอกน่า!?” 

 

อยู่ๆ ยามาโมโตะก็ตะโกนเสียงดังลั่น ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองเธออย่างไม่ยอมแพ้ ทำให้อายาเมะเผลอผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณ

 

และโดยที่อายาเมะยังไม่ทันตั้งตัว อีกฝ่ายก็พุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว

 

“ลบวิดีโอนั่นซะ!!” ยามาโมโตะตะโกนเสียงดังลั่นขณะที่เขาคว้ากระเป๋าของเธอ ท่าทางเหมือนพยายามจะเปิดรื้อเอาของข้างในออกมา

 

อายาเมะสะดุ้งโหยงจนเกือบจะเสียหลักล้มไปข้างหลัง แต่เธอก็ถอยออกมาตั้งตัวได้ทันพอดี สองมือจับกระเป๋าของตัวเองไว้แน่นในขณะที่เธอตะโกนออกไปพร้อมกับใช้อัตลักษณ์ว่า

 

“ปล่อยนะ!”

 

ยามาโมโตะปล่อยมือออกจากกระเป๋าของเธอในทันที

 

พอสบโอกาส อายาเมะก็กระชากกระเป๋ากลับมา เด็กสาวเหวี่ยงแขนด้วยแรงมากที่สุดในชีวิต ฟาดกระเป๋าเข้ากับใบหน้าของอีกฝ่ายจนยามาโมโตะกระเด็นไปตามแรงกระแทกลงไปนอนหงายบนพื้น

 

“โอ๊ย!!” เขาร้องลั่น นอนกุมใบหน้าของตัวเองอยู่บนพื้น แต่อายาเมะไม่สนใจอีกแล้ว

 

เธอกอดกระเป๋าเอาไว้แนบอกแล้วรีบออกตัววิ่งไปทางอาคารเรียนอย่างรวดเร็ว

 

ต้องรีบออกไปจากตรงนี้

 

ถ้าออกไปจากหลังอาคารโรงยิมได้ก็คงจะพอมีนักเรียนคนอื่นอยู่บ้าง

 

สองเท้าของอายาเมะพาเธอก้าวไปข้างหน้าด้วยความเร็วมากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ อะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาอย่างฉับพลันทำให้เธอแทบจะลืมความเหนื่อยไปจนหมดขณะที่ดวงตาจับจ้องไปข้างหน้าเท่านั้น

 

อีกแค่นิดเดียวก็จะพ้นมุมตึกแล้ว

 

“ช่วย--แค่กๆๆ”

 

ในจังหวะนั้นเองที่อายาเมะเริ่มไอจนตัวโยน ขาทั้งสองข้างที่พาเธอวิ่งไปข้างหน้าหยุดชะงักไปในทันที

 

“แค่กๆ--!!”

 

เด็กสาวยกมือขึ้นมาปิดปาก แต่อาการไอปริศนาที่รุนแรงขึ้นทุกทีทำให้เธอเริ่มหายใจไม่ทัน ความรู้สึกเจ็บที่กลางอกแล่นขึ้นมาจนทำให้อายาเมะต้องหยุดฝีเท้า

 

“คุณทำให้ผมไม่มีทางเลือกเองนะ” 

 

ยามาโมโตะพูดเสียงเคร่งขรึม เพียงเท่านี้อายาเมะก็พอจะเดาได้แล้วว่ามันคงเป็นอัตลักษณ์ของเขา

 

เสียงไอของเธอดังต่อเนื่องจนแทบจะกลบเสียงฝีเท้าของอีกฝ่าย แต่ดวงตาสีน้ำทะเลก็เห็นยามาโมโตะเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกทีจากทางหางตา

 

มือของอายาเมะที่ปิดปากอยู่สั่นระริก

 

เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกกลัวมากถึงขนาดนี้

 

หากเปล่งเสียงพูดออกมาไม่ได้ เธอก็จะใช้อัตลักษณ์ไม่ได้

 

ถ้าใช้อัตลักษณ์ไม่ได้...เธอจะเอาอะไรไปหยุดเขา

 

อายาเมะไอหนักจนเธอหายใจไม่ทัน ลำคอทั้งแสบทั้งตีบตันไปหมดจนแทบจะไม่มีลมผ่านเข้าไปในปอด ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปเล็กน้อยเพราะเธอกำลังเริ่มขาดออกซิเจนผสมกับน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาเพราะไอมากจนเกินไป

 

อายาเมะฝืนหันไปมองข้างหลังก็เห็นยามาโมโตะกำลังเดินมาจะถึงตัวเธอแล้ว เขายื่นมือมาหาเธอ บนใบหน้ามีรอยยิ้มสาแก่ใจอยู่ 

 

ถึงเธอจะพยายามเค้นเสียงพูดออกมาแทบตายแต่ก็ถูกเสียงไอขัดไปก่อนทุกครั้ง อายาเมะได้แต่มองตาเบิกกว้าง มองดูเขาอย่างไร้หนทางต่อสู้

 

ใครก็ได้…

 

ใครก็ได้...ได้โปรดมาช่วยเธอที

 

บาคุโก…

 

ในวินาทีนั้น ในหัวของเธอกลับมีภาพของเด็กหนุ่มคนนั้นปรากฏขึ้นมา

 

ทั้งที่เขาทั้งปากเสีย ทั้งพูดจาทำร้ายจิตใจเธอมาก่อนหน้านี้ แต่ในเวลาคับขันแบบนี้ อายาเมะก็ยังนึกถึงเขาเป็นคนแรก

 

คงเป็นเพราะเขาช่วยเธอเอาไว้หลายต่อหลายครั้ง ทั้งที่ช่วยจริงๆ และช่วยในทางอ้อมอย่างที่เขาคงจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

 

ความกล้าหาญ...ความแข็งแกร่ง...ความมุ่งมั่นที่เธอเห็นจากเขา...ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ที่มันทำให้เธออยากจะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ อยากจะสามารถที่จะเดินไปข้างหน้าแล้วก็พูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกไปได้ด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจเหมือนอย่างเขา

 

นอกจากอาจารย์ที่โรงเรียนแล้ว อายาเมะก็แทบไม่เคยเจอฮีโร่ตัวจริง ดังนั้นเธอไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเป็นยังไง

 

แต่ถ้าในใจของเธอจะมีใครเป็นอิมเมจของคำว่า ‘ฮีโร่’

 

มันก็คงจะเป็นบาคุโก คัตสึกินั่นล่ะ

 

บึ้ม!

 

เสียงระเบิดดังขึ้นจากทางหัวมุมโรงยิมดึงความสนใจของคนทั้งสองไปในทันที ดวงตาสีน้ำทะเลเบิกกว้างขึ้นทันทีที่เธอเห็นร่างของเด็กหนุ่มที่เธอกำลังคิดถึงอยู่วิ่งเข้ามาทางด้านหลังโรงยิมอย่างรวดเร็ว

 

มือของบาคุโกเอื้อมไปด้านหลังพร้อมกับระเบิดอัตลักษณ์ออกมา ส่งร่างของเขาให้พุ่งข้ามหัวเธอที่กำลังนั่งไออยู่บนพื้นไปด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน

 

บาคุโกถีบยามาโมโตะที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอจนร่างของอีกฝ่ายล้มหงายหลังไป เสียงร่างของเขาล้มกระแทกพื้นดังลั่นอย่างน่ากลัว ทำให้อายาเมะเผลอหลับตาไปครู่หนึ่ง

 

ดูเหมือนว่าในจังหวะนั้นเองที่อัตลักษณ์ของยามาโมโตะคลายลงแล้ว

 

อายาเมะหยุดไอในที่สุด เธอหายใจเอาอากาศเข้าไปราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งได้สูดหายใจครั้งแรก อากาศที่ล้นทะลักเข้าไปในปอดทำให้เธอไอสำลักอยู่ครู่หนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ปรับการหายใจกลับมาเป็นปกติได้

 

พอเริ่มตั้งตัวได้แล้ว อายาเมะก็หันกลับไปมองทางด้านหลังของเธออีกครั้ง

 

ภาพที่เธอเห็นก็คือบาคุโกที่กำลังใช้เข่ากดหน้าอกของยามาโมโตะเอาไว้ มือข้างหนึ่งล็อกแขนของเด็กหนุ่มจากแผนกบริหาร ส่วนอีกข้างระเบิดอัตลักษณ์ขึ้นมาจนเธอได้ยินเสียงระเบิดลูกเล็กๆ ดังอยู่ตลอดเวลา

 

“บะ...บาคุ...โก...”

 

ใบหน้าของเขาบึ้งตึง คิ้วขมวดแน่น เด็กหนุ่มไม่ได้ละสายตาจากศัตรูตรงหน้าไปมองอายาเมะ แต่เสียงเล็กๆ ที่เค้นเรียกชื่อเขาอย่างยากลำบากนั่นทำให้ดวงตาสีแดงสดหรี่ลง ความไม่พอใจฉายชัดออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน

 

เข่าที่กดหน้าอกของยามาโมโตะไว้เผลอกดแรงขึ้นจนอีกฝ่ายส่งเสียงร้องโอดโอยออกมา แต่เสียงระเบิดบนมือของบาคุโกกลับดังจนกลบเสียงพวกนั้นไปหมด

 

เด็กหนุ่มเชิดใบหน้าขึ้นพลางพูดกับยามาโมโตะด้วยน้ำเสียงน่ากลัวอย่างที่อายาเมะไม่เคยได้ยินมาก่อน

 

“ไปตายซะ ไอ้เวร”

 

__________________________________

ขอโทษที่รอบนี้ช้านิดนึงนะคะ งานยุ่งนิดหน่อย T_T

ช่วงนี้อยากจะพยายามอัพต่อๆกันจนพ้นอาร์คเหตุการณ์นี้ไปก่อนค่ะ เพราะกลัวอารมณ์มันต่อไม่ติด (ไม่ใช่อารมณ์คนอ่านนะ อารมณ์คนเขียนเองนี่แหละค่ะ 5555555) ดังนั้นเรื่องอื่นรอไปก่อนอีกแปปนะคะ พอพ้นตรงนี้ไปได้จะกลับไปอัพคุมฮอว์กส์แล้ว

ดีใจที่เสียงตอบรับอายาโตะดีนะคะ 555555 เดี๋ยวได้ออกมาอีกแน่นอน

ที่มีคนถามว่าจงใจดำเนินเรื่องสบายๆ เรื่อยๆ หรือเปล่า ก็คือตอบเลยนะคะว่าใช่ค่ะ ตั้งใจมาตั้งแต่ตอนก่อนเขียนแล้วว่าจะเขียนเป็นแนวชีวิตโรงเรียน Slice of life ค่ะ เอาจริงๆไม่เคยเขียนแนวนี้เลยค่ะ คงต้องฝึกอีกมาก แต่ก็อยากลองดู!

ของคุณทุกคำชมที่มีให้คัตกับอายาเมะนะคะ ใจฟูไม่หยุดเลย Q-Q ใดๆก็คือตอนนี้พยายามปั้นนังคัตเป็นพระเอกโชโจแบบสุดชีวิตแล้วค่ะ เรากับน้อง Pandora P. อยากจะจบตอนสวยๆ ด้วยประโยคแบบพระเอกโชโจมาก แต่คำเดียวที่มันลอยเข้ามาในหัวคือ ชิเน่!!!! //หมดกัน ความพระเอกโชโจ 555555

เอาเป็นว่าขอบคุณทุกไลค์ วิว และคอมเม้นท์เหมือนเดิมนะคะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้จะพยายามมาอัพอีกค่ะ แต่ใดๆก็คืองานค่อนข้างยุ่ง เลยไม่กล้าสัญญาเลย เอาเป็นว่าจะพยายามนะคะ! ไว้เจอกันในตอนหน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 352 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #1262 Giharu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 19:02

    เท่มาก!! เข้าความรู้สึกน้องนะที่ไม่กล้าแสดงออกเพราะมาจากความกดดันรอบข้าง คำพูดคนอื่นว่าเพอเพร็กๆๆๆ จนเด็กฝังใจกับคำพูดนั้นไม่กล้าแสดงด้านอ่อนแอให้ใครเห็น ความคาดหวังจากคนอื่นบางทีเป็นการทำร้ายจิตใจและความคิดดีๆของเด็กได้เราเข้าใจดี การได้คนดีๆกล้าแสดงออกแม้หยาบคายไปแต่นั้นไม่คิดร้ายกับน้องอย่างคัตจังเป็นการเปิดประตูหัวใจของน้องได้

    #1,262
    0
  2. #569 sleepytears (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 18:14
    ถ้าไวไฟจะช้าขนาดโหลดนานกว่า45นาทีแบบนี้ ย้ายค่ายเถอะอายาเมะ!!
    #569
    0
  3. #431 ✿ Red_Tsubaki ✿ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2563 / 13:18
    นะ...นี่..นี่มัน! ซีนพระเอกชัดๆ โคตรพระเอกเลยคัตสึกิ!!!!
    #431
    0
  4. #400 Jayda35248 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 23:32
    อุ กรีสสสสส
    #400
    0
  5. #368 kill-taehyun-exo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 01:05
    เห้ยยยย โคตรเท่เลยคัตจัง!!!!!
    #368
    0
  6. #329 Hiroshi17 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 21:28

    ฉันรักนาย บาคุโก คัตสึกิ
    #329
    0
  7. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 20:56
    ไปตายซะ ไอเวร TT
    #246
    0
  8. #243 lamb_san (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 19:20
    เห้ย ทำไมนายเท่อะ งง555555555 ไรท์พิมพ์แล้วคำว่าชิเน่ลอยเข้าหัวเราเลยค่ะ คำว่าพระเอกโชโจนี่ทำนึกถึงซีนตอนสอบซ่อมของโชโตะกับคัตจังเลยค่ะ ขำหนักมาก555555555
    #243
    0
  9. #229 sataporn-aum (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 22:49
    คุณพี่จัดการมันเลยค่ะ!!!!
    #229
    0
  10. #228 มายูกิ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 21:51
    ชิเน่ก็โชโจได้ค่ะ5555
    #228
    0
  11. #227 Trt (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 14:30

    คัตจังงงงงงงง

    #227
    0
  12. #226 aom051 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 10:47
    เอาเลย! จักการ!
    #226
    0
  13. #225 LucyTaylor (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 09:09
    เนี่ยคัตจัง เป็นห่วงก็บอกกกก
    #225
    0
  14. #224 Bloody Empress (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 04:07
    บ้าจริงคัตสึกิพูดแค่ประโยคเดียวแต่ทำไมเท่จัง
    #224
    0
  15. #223 Pimza07 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 01:48
    เอาหละเรามาหาประโยคปิดท้ายให้กับพระเอกแนวโชโจกันดีกว่า<เธอไม่เป็นอะไรนะ...?>(ความเป็นจริง)>>ชิเนนนนนนน่/(=0=^)\
    #223
    0
  16. #222 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 23:36
    รอบทบรรยายมุมมองของคัตตต
    #222
    0
  17. #221 baby-m2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 23:28
    แอร๊ยยยย ว่าแล้วว่าต้องมาช่วย! ในตอนที่ตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายหรือลำบากละนึกถึงบาคุโกเป็นคนแรกก็คงชัดเจนแล้วนะว่าคิดยังไงกะเค้าอ่ะ!! รู้ตัวหรือยังยะ!?
    #221
    0
  18. #220 Yok-anime32002 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 23:22
    เท่มากเลยคัตสึกิ
    #220
    0
  19. #219 D_e_v_i_l (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 23:07
    รอฉากแบบนี้มานาน
    #219
    0
  20. #218 -attakai- (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 23:03
    อยากแต่งงานกับคัตสึกิ!🥺🌷💥
    #218
    0
  21. #217 กระต่ายกุกกี้ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 22:35
    หุจดสดำ่ไำไมาำวทำ หูววว คัตจังพระเอกมากค่ะ!! กิ้สสส
    #217
    0
  22. #216 nefalibata (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 22:22
    ตายซะ!! โชโจอยู่นะคะ555555555 แต่แต่แต่! นังคัตจังเท่มาก!!! อายาเมะต้องดังระเบิดระเบ้อ โรงเรียนแตกแน่เลย!
    #216
    0
  23. #215 Bao_Bao (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 22:13

    ก็โก้อยู่นะ อั้ยย่ะะะะะะ พระเอกมาหลบไป๊!!! //นอนเขิน--
    #215
    0
  24. #214 นินจาแมว (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 22:13
    คัตจังค่ตเท่!!!!
    #214
    0
  25. #213 faza205317 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 22:01
    ตายซ่ะ!!! ก็โชโจอยู่นะคะ หลัวมาก 555
    #213
    0