Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 14 : Aria 13 : Her hands are not as delicate as they seem.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 321 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

 

Aria 13

Her hands are not as delicate as they seem.

 

“วันนี้ไอจังดูอารมณ์ดีจังนะ”

 

เสียงทักของซาโยริจากทางด้านข้างทำให้อายาเมะเผลอชะงักฝีเท้าแล้วหันไปมองเพื่อนของเธอ

 

บนใบหน้าของเด็กสาวยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มขณะที่เธอพูดว่า “ดูออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอ”

 

“ก็ยิ้มไม่หุบมาตั้งแต่เช้าแล้วนี่นา”

 

อายาเมะเพียงแค่ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมในขณะที่เธอตอบกลับไป “เมื่อวานมียอดติดตามครบแสนคนแล้วล่ะ”

 

“ยอดไปเลยนะไอจัง!” ซาโยริชมเพื่อนของเธออย่างตื่นเต้นพร้อมกับพุ่งเข้ามากอดแขน

 

“โชคดีน่ะ มีบล็อกเกอร์ชื่อดังมาขอสัมภาษณ์เมื่อวันก่อน ก็เลยมีผู้ติดตามมากขึ้นอีกเยอะเลย”

 

“ก็ยังสุดยอดอยู่ดีนั่นล่ะ”

 

คำชมของซาโยริทำให้อายาเมะยิ่งรู้สึกอารมณ์ดียิ่งกว่าเดิม เธอเดินกึ่งกระโดดไปตามทางเดินพร้อมกับเพื่อนของเธอเพื่อจะมุ่งหน้ากลับไปยังห้องเรียนอย่างร่าเริง

 

วันนี้โลกของเธอพลันดูสดใสขึ้นมาก

 

ถึงอายาเมะจะไม่ได้ทำแชนเนิลเพลงเพื่อชื่อเสียง และไม่ได้อยากจะมีแฟนคลับอะไรมากมาย แต่การที่มีผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้นก็สะท้อนให้เห็นว่าผลงานของเธอเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน

 

มันช่วยให้คนอื่นมีความสุขได้จริงๆ…

 

ความคิดนั้นทำให้เธอรู้สึกมีความสุขจนทุกอย่างในวันนี้ดูเป็นทุ่งดอกไม้สายรุ้งไปหมด

 

อายาเมะเดินคุยกับซาโยริมาเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงระเบียงทางเดินของชั้นเรียน แต่ในตอนนั้นก็มีนักเรียนอีกกลุ่มเดินสวนผ่านมาพอดี

 

คนพวกนั้นคือพวกหลักสูตรฮีโร่…

 

ถึงอายาเมะจะรู้จักพวกเขาไม่มาก แต่เธอก็จำเสียงของอิดะที่ดังมาเข้าหูก่อนที่เจ้าตัวจะโผล่มาได้อย่างแม่นยำ

 

และหลังจากนั้นไม่นาน ก็เห็นเจ้าตัวเดินมาจริงๆ

 

อิดะโบกมือไปมาเป็นสัญญาณมือบอกให้เพื่อนในห้องเดินตามกันไปเป็นแถว ท่าทางเอาจริงเอาจังไปหมดทุกอย่างทำให้อายาเมะอดคิดไม่ได้ว่าเธอเป็นหัวหน้าห้องที่หย่อนยานเกินไปหน่อยหรือเปล่า

 

แต่ไม่ล่ะ…

 

นี่มัธยมปลายนะ ไม่ใช่โรงเรียนประถมสักหน่อย

 

ขืนไปจู้จี้ขนาดนั้น มีหวังจะทำให้ไม่พอใจเสียมากกว่า

 

ตอนแรกอายาเมะก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก เธอเดินผ่านพวกเขาไปอย่างคนที่ไม่ได้มีอะไรข้องเกี่ยวกัน จนมีคนหน้าตาคุ้นตาอีกคนเดินผ่านเข้ามา

 

เด็กหนุ่มที่มีผมและดวงตาสองสี ที่อายาเมะมีโอกาสได้รู้จักเมื่อวานนี้

 

โทโดโรกิ โชโตะ

 

อีกฝ่ายเองก็เหมือนจะสังเกตเห็นเธอพอดี เพราะเขาชะงักไปนิดหน่อย ดวงตาสองสีจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่งอย่างเฉยชา เหมือนยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะทำอะไรต่อไปดี

 

อายาเมะเองก็ลังเลเช่นกัน

 

เป็นเรื่องปกติไหมนะถ้าจะทักทายคนที่ได้เจอกันเป็นครั้งที่สอง?

 

ถ้าเป็นซาโยริก็คงจะพูดทักอีกฝ่ายไปโดยไม่คิดอะไรมากแน่ๆ

 

แต่นี่คืออายาเมะผู้ไม่ถนัดกับการหาเพื่อนใหม่

 

มือของเธอจึงยกขึ้นยกลงอย่างละล้าละลังอยู่พักหนึ่ง จนโทโดโรกิเกือบจะเดินสวนกับเธอในอีกไม่ช้าแล้ว

 

ในตอนนั้นเองที่อายาเมะตัดสินใจได้

 

ตั้งใจแล้วว่าจะต้องมีเพื่อนมากกว่านี้เพื่อไม่ให้ซาโยริต้องลำบากใจไม่ใช่เหรอ

 

งั้นก็ต้องกล้าทักทายคนอื่นก่อนด้วยสิ!

 

อายาเมะรวบรวมความกล้ายกมือขึ้นมา ก่อนจะโบกนิดๆ ด้วยท่าทางที่ดูไม่เป็นธรรมชาติมากนัก ขณะที่เธอกลั้นใจพูดออกมาว่า “สวัสดียามบ่ายนะ โทโดโรกิซัง”

 

อย่างแย่ที่สุดก็คงแค่โดนเขาเมิน

 

โชคดีที่สิ่งที่เธอกลัวนั้นไม่ได้เกิดขึ้น

 

โทโดโรกิพยักหน้าให้เธอ ก่อนจะตอบกลับมาสั้นๆ ว่า “สวัสดียามบ่าย”

 

ถึงใบหน้าของเขาจะเรียบเฉยจนมองอารมณ์ไม่ออกก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอหน้าแตกไปคนเดียว

 

อายาเมะพลันรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที เหมือนว่าได้ทำภารกิจอันยิ่งใหญ่สำเร็จลุล่วงไปแล้ว

 

หลังจากนั้นดวงตาสีน้ำทะเลก็กวาดมองผ่านไปข้างหลังถัดไปอีกหน่อย ทำให้เห็นคนอีกคนจากคลาส 1-A ที่เธอก็รู้จักเหมือนกัน

 

บาคุโก คัตสึกิ…

 

เขาเดินอยู่กับคิริชิมะและกลุ่มผู้ชายอีกสองสามคนที่อายาเมะจำชื่อไม่ค่อยได้แล้ว แต่ก็พอคุ้นหน้าจากงานกีฬาอยู่บ้าง

 

เด็กสาวพลันรู้สึกลังเลขึ้นมาอีกรอบ

 

ถ้าทักทายโทโดโรกิได้ ก็น่าจะทักบาคุโกได้

 

เธอเพิ่งรู้จักโทโดโรกิแค่หนึ่งวันเองนะ แต่รู้จักบาคุโกมาหนึ่งเดือนแล้ว

 

มันก็น่าจะเป็นเรื่องปกติที่จะโบกมือทักทายกันไม่ใช่เหรอ

 

มือของอายาเมะกำลังจะยกขึ้นมาแล้ว แต่ดวงตาสีแดงสดที่ตวัดมามองเธอพอดีพร้อมกับคิ้วที่ขมวดมุ่น ก็ทำให้เธอเก็บมือลงไปอีกรอบ

 

สุดท้ายแล้ว เธอก็แค่สบตาเขาอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนทุกครั้งที่พวกเขาเดินสวนกันบนระเบียงทางเดิน

 

ไม่มีคำทักทาย ไม่มีการพูดคุย

 

อายาเมะเม้มปากนิดๆ ขณะที่เดินผ่านบาคุโก พอเขาพ้นขอบสายตาไปแล้ว เธอก็หันกลับมามองตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง

 

ความสัมพันธ์แบบ ‘คนรู้จักที่ไม่ใช่เพื่อนกัน’ บางทีมันก็น่าอึดอัดใจจริงๆ

 

เด็กสาวเดินตรงไปข้างหน้าทั้งที่ยังขมวดคิ้วครุ่นคิดเรื่องน่าปวดหัวพวกนั้น สำหรับคนที่ชอบอยู่เงียบๆ คนเดียวแบบเธอแล้ว การที่ต้องมาปวดหัวกับความสัมพันธ์อะไรแบบนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยเลย

 

แต่ยังไม่ทันที่อายาเมะจะได้ข้อสรุปกับตัวเอง คำถามของซาโยริก็ดึงความสนใจของเธอไปเสียก่อน

 

“ไอจัง รู้จักพวกหลักสูตรฮีโร่ด้วยเหรอ”

 

ในใจของอายาเมะรู้สึกตื่นตระหนกกับคำถามนั้นขึ้นมาทันที

 

เธอเกือบจะลืมไปแล้วว่าห้องเรียนของเธอไม่ชอบใจพวกหลักสูตรฮีโร่สักเท่าไร บางคนแทบจะเรียกได้ว่าเกลียดขี้หน้า

 

ซาโยริไม่เคยแสดงท่าทางต่อต้านหลักสูตรฮีโร่อย่างชัดเจนก็จริง แต่ก็ไม่ได้อยู่ในฝั่งที่จะสนับสนุนพวกเขาแน่นอน

 

แต่โชคดีที่เพื่อนสนิทของเธอไม่ได้ทำท่าทางไม่พอใจอะไร นอกจากขมวดคิ้วเหมือนกำลังงุนงง

 

“อืม...รู้จักเมื่อวานน่ะ ตอนไปทำงานอาสาของชมรมที่ห้องพยาบาล”

 

อายาเมะไม่ได้พูดถึงบาคุโก เหมือนทุกครั้งที่เรื่องของหลักสูตรฮีโร่เข้ามาอยู่ในบทสนทนา

 

ไม่ใช่ว่าเธออยากจะปิดเป็นความลับจากเพื่อน

 

แต่พอเว้นระยะมานานขนาดนี้แล้ว จะย้อนกลับไปเล่าตั้งแต่แรกว่าพวกเขารู้จักกันได้ยังไงกลับให้ความรู้สึกแปลกๆ

 

และถึงอายาเมะจะไม่รู้ว่าบาคุโกได้บอกใครไหม แต่ด้วยนิสัยของเขาแล้ว เขาก็คงไม่ได้เล่าเรื่องอะไรแบบนี้ให้ใครฟังหรอก

 

มันจึงกลายเป็นความลับเล็กๆ ระหว่างเธอกับบาคุโกแค่สองคน

 

“ฉันไม่ได้จะห้ามให้ไอจังคบหรือไม่คบกับใครหรอกนะ แต่อย่าไปทักทายพวกหลักสูตรฮีโร่ต่อหน้าเพื่อนในห้องคนอื่นล่ะ เดี๋ยวก็พาลโดนเกลียดไปด้วยหรอก”

 

คำเตือนด้วยน้ำเสียงขึงขังของซาโยริทำให้อายาเมะหันไปมองหน้าเพื่อนของเธอ

 

คนตัวเล็กกว่าดูเอาจริงเอาจัง ไม่ได้ดูเหมือนพูดเล่นแม้แต่น้อย

 

นั่นเป็นคำเตือนจากซาโยริจริงๆ

 

ความขัดแย้งระหว่างหลักสูตรเหมือนจะเลวร้ายกว่าที่เธอคิดเอาไว้เสียอีก

 

“พวกเขาไม่ใช่คนไม่ดีนะ” อายาเมะอดพูดแย้งแทนไม่ได้

 

ทั้งอิดะ ยาโอโยโรซึ และโทโดโรกิที่เธอพอจะรู้จักนิดหน่อย หรือบาคุโกที่ถึงจะเรียกว่าเพื่อนไม่ได้ แต่ก็ได้เขาช่วยอะไรไว้ตั้งมากมาย

 

ไม่มีใครมีนิสัยที่น่าจะถูกเกลียดเลย

 

 

ไม่สิ

 

เว้นความปากเสียของบาคุโกเอาไว้อย่างหนึ่งก็แล้วกัน อันนั้นคงจะดึงดูดความเกลียดชังได้พอประมาณ 

 

ถึงอายาเมะจะไม่ได้เกลียดวิธีพูดจาของเขาจนทนไม่ได้ แต่เธอเองก็ยังทั้งสะอึกทั้งอดไม่ได้ที่จะต้องพูดต่อปากต่อคำกับเขาเสียเกือบทุกครั้ง

 

แต่โดยเนื้อแท้แล้ว เขาก็ไม่ใช่คนไม่ดีสักหน่อย

 

“ฉันก็ไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดีหรอก แต่คนมันเหม็นหน้ากันไปแล้วจะให้ทำไงล่ะ” ซาโยริยักไหล่ราวกับจะบอกว่าช่วยไม่ได้ 

 

“ไอจังก็อย่าเอาตัวไปขวางน้ำเชี่ยวเลย ไม่คุ้มกันหรอก”

 

ในตอนแรก อายาเมะก็คิดจะพูดแย้งอะไรสักอย่าง แต่เธอก็เปลี่ยนใจก่อน

 

ไม่ว่าจะพูดยังไง ซาโยริก็คงไม่เปลี่ยนความคิด

 

สุดท้ายเธอจึงตอบกลับไปแค่เสียงเบาๆ ในลำคอว่า ‘อืม’

 

หลังจากนั้นพวกเธอก็เปลี่ยนบทสนทนาไปคุยเรื่องอื่น เรื่องของพวกหลักสูตรฮีโร่ถูกลืมไปอย่างรวดเร็วในขณะที่สองสาวเดินไปตามทางเดิน มุ่งหน้าไปยังห้องเรียนของตัวเอง

 

อายาเมะไม่ได้รู้เลยว่านอกจากเธอจะโดนซาโยริถามแล้ว ยังมีคนอีกคนที่โดนซักไซ้ไม่แพ้กัน กำลังเดินมุ่งหน้าไปคนละทางกับเธอ

 

“โทโดโรกิคุง! ไปรู้จักสาวสวยของรุ่นมาตอนไหนอะ!” อาชิโดะผู้ชื่นชอบเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เป็นพิเศษพุ่งเข้ามาถามด้วยท่าทางตื่นเต้นเป็นคนแรก

 

“ร้ายไม่เบาเลยนี่นา” เซโระเอาแขนพาดไหล่โทโดโรกิพลางยิ้มแซว แต่เจ้าตัวกลับหันไปมองอย่างงุนงง ขณะถามกลับมาว่า

 

“หมายถึงใคร?”

 

“อิชิคาวะไง!”

 

“คนที่โทโดโรกิซังทักเมื่อกี้ไงคะ” ยาโอโยโรซึเป็นคนที่ช่วยไขข้อข้องใจให้ในที่สุด

 

“อ่า...อิชิคาวะ” โทโดโรกิหยุดคิดครู่หนึ่ง เหมือนกำลังทบทวนความทรงจำ “เจอที่ห้องพยาบาลเมื่อวาน ได้เธอช่วยทำแผลให้”

 

“ทำไมถึงฟังดูน่าเบื่อขนาดนั้นล่ะ”

 

“แล้วคาดหวังอะไรกันล่ะ นี่มันโทโดโรกินะ…”

 

“แต่ก็ยังดีกว่าบาคุโกแหละน่า! จำได้ปะ ก่อนหน้าที่เคยทำเขาตกใจจนวิ่งหนีไปเลยอะ”

 

บาคุโกเหลือบมองทันทีที่ชื่อตัวเองถูกยกขึ้นมา

 

“มีปัญหาเหรอวะ”

 

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย!” คามินาริรีบร้อนแก้ตัวทันทีด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะโมโหขึ้นมาอีกรอบเสียก่อน

 

“เหอะ!” บาคุโกแค่นเสียงใส่อีกฝ่าย

 

เขาก็ยังไม่เข้าใจนักว่าทำไม แต่ตอนที่ยัยวูดูโบกมือทักทายไอ้บ้าครึ่งๆ ในใจของเขาก็พลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย

 

ตอนแรกก็เป็นยัยป้ากับตาแก่นั่น ต่อมาก็เป็นไอ้บ้าครึ่งๆ

 

จะต้องโปรยเสน่ห์ใส่คนทุกคนเพื่อให้มารุมก่อกวนเขาจนหมดเลยหรือไง

 

ขณะที่คิดแบบนั้น ดวงตาสีแดงก็ตวัดไปเห็นโทโดโรกิที่หันมามองเขาอยู่พอดี 

 

ไม่ต้องใช้สมองเดามากก็รู้แล้วว่าคงกำลังคิดเรื่องของเขากับยัยวูดูอยู่ 

 

บาคุโกพลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบกับสายตานั่น

 

น่ารำคาญเป็นบ้า!

 

ไม่น่าให้ไอ้บ้าครึ่งๆ ได้เจอกับยัยนั่นเลยจริงๆ

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

งี่เง่าชิบ

 

บาคุโกอดก่นด่าในใจไม่ได้ขณะที่เขาลากเท้าตัวเองเดินไปตามทางเดินของอาคารเรียน

 

เพราะไอ้คิริชิมะมันดันลืมสมุดการบ้านของเขาที่ยืมไปดูตั้งแต่ตอนกลางวันเอาไว้ในลิ้นชักใต้โต๊ะ หลังซ้อมรอบเย็นเสร็จ เขาถึงต้องเดินกลับไปที่ห้องเรียนอีกรอบก่อนจะถึงเวลาปิดอาคาร

 

เสียเวลาเป็นบ้า

 

ขณะที่ก่นด่าอยู่ในใจ บาคุโกก็ยกผ้าขนหนูที่พาดอยู่บนบ่าขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า

 

บนร่างกายของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการฝึกซ้อมติดต่อกันนานหลายชั่วโมง กล้ามเนื้อแขนและขาล้าเสียจนแค่ขยับก็รู้สึกปวดแล้ว

 

แต่บาคุโกก็ยังเดินไปข้างหน้า ราวกับว่าเขาไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกปวดเมื่อยพวกนั้นแม้แต่น้อย

 

บนทางเดินของอาคารเรียนในยามเย็นว่างเปล่า มีแค่แสงที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาคอยให้แสงสว่างรางๆ

 

แต่ตอนนี้กำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เวลายามค่ำคืนจะมาถึงเร็วขึ้น และอีกไม่นานพระอาทิตย์ก็คงจะตกดิน

 

อากาศในช่วงนี้เองก็เริ่มเย็นลง ถึงจะยังไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้อัตลักษณ์ของเขา แต่บาคุโกเองก็ต้องเริ่มคิดเรื่องของการดีไซน์ชุดหรืออุปกรณ์ซัพพอร์ตเพื่อให้เข้ากับอัตลักษณ์ของเขาในช่วงฤดูหนาว

 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด ในตอนที่เขาเดินผ่านหัวมุมอาคารชั้นสามพอดี

 

ทันทีที่บาคุโกเหยียบเท้าขึ้นมา เขาก็ได้ยินเสียงดนตรีแผ่วๆ ดังก้องอยู่บนระเบียงทางเดิน

 

เสียงร้องเพลงหวานใสนั้นฟังดูคุ้นเคย ทั้งที่ได้ยินไม่ชัดเจน แต่บาคุโกก็ฟังเพลงของเธอมาบ่อยเกินกว่าที่จะบอกว่าไม่รู้จักเสียงนั้น

 

เสียงร้องเพลงของยัยวูดู

 

ยิ่งเดินไปข้างหน้า เสียงเพลงก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น บนระเบียงทางเดินในยามเย็นจึงมีเพียงแค่เสียงเดินของเขาคลอไปกับเสียงดนตรีและบทเพลงของเธอ

 

รู้ตัวอีกที เขาก็มาหยุดยืนอยู่ตรงจุดที่เสียงเพลงดังมากที่สุด

 

ตรงหน้าห้องดนตรี...

 

บานประตูของห้องเปิดแง้มอยู่นิดๆ ทำให้ห้องที่ควรจะเก็บเสียงได้ยังมีเสียงเล็ดลอดออกมา

 

ดวงตาสีแดงสดตวัดไปมองก็เห็นกระจกในห้องที่สะท้อนให้เห็นภาพของเด็กสาวคนหนึ่งพอดี เธอกำลังนั่งหลับตาดีดกีต้าร์โปร่งในมือพร้อมกับขยับริมฝีปากร้องเพลงไปด้วย

 

เขาไม่เคยได้ยินเพลงนั้นมาก่อน ทำนองก็ไม่คุ้นเคย แสดงว่าคงจะเป็นเพลงใหม่ของหล่อน

 

ยัยวูดูไม่ได้ร้องเพลงทุกท่อน เนื้อร้องบางช่วงก็ยังฟังดูแปร่งๆ ผิดจากเพลงอื่นๆ ที่ลงไว้ในแชนเนิล ทำให้เดาได้ไม่ยากว่านี่คงเป็นเพลงที่อยู่ระหว่างกำลังแต่งอยู่

 

บาคุโกมองภาพสะท้อนของเธอในกระจกแล้วก็นึกอยากจะแค่นเสียงใส่

 

งี่เง่าชะมัด

 

ไม่อยากให้คนอื่นรู้อีกตัวตนของตัวเอง แต่ตอนซ้อมดนตรีดันเผลอเปิดประตูทิ้งไว้

 

ถ้ามีใครที่รู้จัก ‘ไอริส’ เดินผ่านมาตอนนี้ คงจะรู้ทันทีว่าคนที่กำลังนั่งอยู่เพียงลำพังในห้องดนตรีก็คือนักร้องเจ้าของแชนเนิลยูทูปคนนั้น

 

ตอนนี้หล่อนไม่ได้ใช้อัตลักษณ์อยู่ 

 

เสียงร้องเพลงนั่นฟังดูไพเราะเหมือนทุกครั้งที่เขาได้ยินก็จริง แต่มันไม่ได้ทำให้รู้สึกสบายใจในทันที...ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกับลมที่พัดฝุ่นควันในใจออกไปเหมือนกับเพลงในแชนเนิล

 

แต่ถึงอย่างนั้น เด็กหนุ่มก็ยังหยุดยืนอยู่ที่ตรงนั้น ดวงตาจับจ้องไปยังภาพในกระจก

 

ยังคงยืนฟังเสียงเพลงกระท่อนกระแท่นที่ถูกร้องกลับไปกลับมา แก้เนื้อร้องไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอคำที่เข้ากับโน้ตดนตรี

 

ถ้าเป็นคนอื่นที่มายืนอยู่ตรงนี้ คงจะยืนเหม่ออย่างตกตะลึงกับภาพความสวยงามที่อยู่ตรงหน้า

 

ยัยวูดูเป็นคนสวย

 

คนที่ตาไม่บอดก็คงจะมองเห็นกันหมด

 

ภาพของเธอที่นั่งกอดกีต้าร์เพียงลำพังโดยมีเครื่องดนตรีอย่างอื่นเป็นฉากหลัง กับแสงสีส้มยามพระอาทิตย์ตกดินที่ส่องเข้ามาสะท้อนกับเส้นผมยาวสีบลอนด์สว่างจนเป็นประกายสวยงามนั่นคงจะทำให้คนอื่นแทบลืมหายใจได้

 

เขารู้ว่าเธอสวย เขาแค่ไม่ใส่ใจเรื่องพวกนั้น

 

สิ่งที่ดึงสายตาของเขาเอาไว้จึงไม่ใช่ภาพของเด็กสาวคนสวยนั่น แต่เป็นใบหน้าของเธอที่ขมวดคิ้วราวกับกำลังคิดหนัก ขัดกับท่าทางสบายๆ ที่เธอแสดงออกมาในยามที่ดีดกีต้าร์ต่อไปเบาๆ

 

“โอ๊ย!”

 

อยู่ๆ เสียงกีต้าร์ก็หยุดลง พร้อมกับที่อายาเมะยกมือขวาขึ้นมอง เธอวางเครื่องดนตรีลงพิงกำแพงด้านข้าง ก่อนจะใช้มืออีกข้างลูบนิ้วที่ใช้ดีดกีต้าร์เบาๆ

 

เด็กสาวขมวดคิ้วมองมือขวาของตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจ

 

“ยังไม่ไหวจริงๆ ด้วยแฮะ”

 

ถึงจะบ่นแบบนั้น แต่เขาก็เห็นเธอลูบนิ้วของตัวเองอีกแค่สองสามที ก่อนจะหยิบกีต้าร์ขึ้นมาอีกครั้ง 

 

มือขวาที่เธอต้องหยุดพักเมื่อครู่วางลงบนสายกีต้าร์อีกรอบ แล้วก็เริ่มดีดมันอีกครั้ง ราวกับว่าเสียงร้องอุทานด้วยความเจ็บเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 

ในฐานะคนที่เคยเรียนดนตรีเหมือนกัน บาคุโกรู้ดีว่าการเล่นเครื่องดนตรีแต่ละอย่างก็มีอุปสรรคของมันอยู่

 

ดูท่าทางการจับกีต้าร์ที่ยังดูไม่ถนัดมือสักเท่าไรนั่นแล้วก็ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเธอคงยังเล่นไม่ค่อยชำนาญนัก

 

การที่มือใหม่จะเจ็บนิ้วตอนที่เล่นกีต้าร์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

 

เป็นอุปสรรคที่ไม่มีทางลัด มีแต่ต้องเล่นจนกว่านิ้วจะด้านจนไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว

 

เสียงกีต้าร์ที่เธอกำลังดีดอยู่ฟังดูไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย ไม่มีจังหวะติดขัด ดูไม่เหมือนเสียงเพลงที่เล่นจากคนที่กำลังเจ็บนิ้วอยู่

 

อายาเมะเริ่มร้องเพลงตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำทะเลหลับลงรวบรวมสมาธิ ในขณะที่เสียงหวานใสดังก้องสะท้อนอยู่ในห้องและเล็ดลอดออกมาบนระเบียงทางเดิน

 

บาคุโกมองภาพสะท้อนในกระจกอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินออกมา

 

ขณะที่ขยับเท้าเดินมุ่งหน้าไปทางห้องเรียน เขาก็ยกมือขวาของตัวเองขึ้นมอง

 

กล้ามเนื้อแขนของเขายังสั่นกระตุกอยู่นิดๆ จากการฝืนระเบิดใช้อัตลักษณ์อย่างต่อเนื่องระหว่างฝึกซ้อม ถึงจะหยุดพักมาสักพักแล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลากว่าที่มันจะฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ

 

ภาพของเด็กสาวที่นั่งลูบนิ้วของตัวเองไปมาวนกลับเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้ง ตอนที่บาคุโกเดินตรงไปข้างหน้า เคลื่อนห่างจากเสียงร้องเพลงนั่นไปเรื่อยๆ

 

จนท้ายที่สุดเสียงนั้นก็จางหายไป

 

เหลือไว้เพียงแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่งกับทางเดินว่างเปล่าอันเงียบงัน

 

_______________________

ตอนแรกกะจะมาอัพวันพ.ค่ะ

แต่...แต่ เขียนเรื่องคุมฮอว์กส์ไม่ทันอะ TT

ขอโทษคนที่รอคุมฮอว์กส์อยู่มากๆ เลยนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอัพให้แน่นอน วันนี้เอาคัตจังไปอ่านก่อนแล้วกันนะ!!

เห็นมีคนถามเรื่องเพลงของน้อง จริงๆคือเขียนเองหมดเลยค่ะ แฮะๆ แต่ถ้าเพลงที่เราฟังระหว่างเขียนเพื่อบิลด์อารมณ์ เราชอบฟังเพลงของเชนเนิล Yurisa ค่ะ เพราะมากๆ เลย เผื่อใครหาอะไรฟังอยู่นะคะ ><

ขอบคุณกำลังใจ เม้นท์ และไลค์ของทุกคนเหมือนเดิมนะคะ ช่วยเป็นกำลังใจให้เราได้มากๆเลยล่ะค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ!


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 321 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,433 ความคิดเห็น

  1. #371 Sweet-Candycat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 23:52
    แฟนคลับคุณyurisaเหมือนกันเลยค่ะ! เสียงใสเหมือนไม่ใช่มนุษย์

    เสียงใสกิ๊งมากๆ
    #371
    0
  2. #163 Pimza07 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 23:38
    "ยัยวูดูเป็นคนสวย"//เอ้ารู้นิ!!=___=* ก็จีบสิว่ะะะ ไอมนุษย์ประจำเดือนตัวผู้ช่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรบ้างเลยยยย
    #163
    0
  3. #162 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 22:14
    อาการออกนะคะคัตจัง
    #162
    0
  4. #155 baby-m2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 21:00
    "หึง" สะกดงี้นะบาคุโก5555555
    #155
    0
  5. #153 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 20:07
    หงุดหงิดเพราะเจ้าตัวไม่ได้ทำท่าทีสนิทกับตัวเองรึป่าวววว
    #153
    0
  6. #151 Yok-anime32002 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 18:03

    โรแมนติกมากก
    #151
    0
  7. #150 nefalibata (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 17:16
    โทษนะบาคุโกคุง อายาเมะจังทักโทโดโรกิแล้วมันกวนนายตรงไหนค้าเนี่ย นอกจากจะกวนใจยุบยิบ เอ๋ เค้าเรียกอะไรนะอาการนี้ หึงรึเปล่า เอ๋ๆๆๆๆ
    #150
    0
  8. #149 mixyz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 16:55
    ชอบก็บอกชอบสิจ๊ะบาคุโกว~~
    #149
    0
  9. #148 Atanasia11 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 16:49

    ดูจากนอกโลกก็รู้ว่าหึง เมื่อไหร่เค้าจะคบกันนนนนนนนนน!!!
    #148
    0
  10. #147 คุณเเมวดมกาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 16:43
    แหม่ แอบหลงเขาอยู่ก็บอกมาเถอะคัตจัง ไม่ต้องปิดบังหรอกเพราะคนเกือบพันคนได้รู้กันหมดแล้วว่าแกหึง!!!//โดดหลบออกจากนิยายก่อนที่คัตจังจะมาเขมือบหัวเรา
    #147
    0