Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 13 : Aria 12 : He has such an interesting friend(?).

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,292
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 325 ครั้ง
    30 ต.ค. 63

 

Aria 12

He has such an interesting friend(?).

 

บาคุโกกลับมาทำแผลอีกครั้งในเย็นวันถัดมา


แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว


พอบานประตูห้องพยาบาลเปิดออกตอนหลังเลิกเรียน อายาเมะก็ปิดสมุดการบ้านแล้วเงยหน้าขึ้นมอง เธอกำลังตั้งใจจะเอ่ยปากทักบาคุโกแล้ว แต่แทนที่จะเป็นคนที่เธอคิดเอาไว้ กลับมีใบหน้าคุ้นตาที่ไม่คุ้นเคยโผล่มาด้วย

 

เด็กหนุ่มคนนั้น...เขาน่าจะชื่อโทโดโรกิ โชโตะ


เป็นคนที่ได้ที่สองในงานกีฬาปีนี้


ทั้งฝีมือ หน้าตา และฐานะที่โดดเด่นทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในโรงเรียน


อายาเมะเคยได้ยินเรื่องของเขามาบ้าง ถึงนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอกับเขาในระยะประชิดก็ตาม


บนใบหน้าและตามตัวของเขามีบาดแผลเต็มไปหมดเหมือนบาคุโกไม่มีผิด จนน่าสงสัยว่าสองคนนี้ไปทำอะไรมากันแน่


หรือว่าจะไปต่อยตีกันมาจริงๆ


ถ้าจะมีใครต่อยตีกับบาคุโกแบบพอฟัดพอเหวี่ยงก็คงเป็นอันดับสองของงานกีฬาอย่างโทโดโรกินั่นล่ะ

 

อายาเมะขมวดคิ้วมองเด็กหนุ่มสองคนตรงหน้าสลับไปมา ก่อนจะส่ายหน้าไล่ความคิดไร้สาระออกไป


พวกเขาเรียนหลักสูตรฮีโร่ทั้งคู่ จะบาดเจ็บบ้างก็คงไม่แปลกอะไร


“บาคุโกไปนั่งก่อนสิ เดี๋ยวฉันเตรียมอุปกรณ์ก่อน

 

อายาเมะพูดกับเขาทั้งที่ยังสาละวนกับกล่องปฐมพยาบาลอยู่ เธอแอบเหลือบมองเด็กหนุ่มอีกคนด้วยความลังเล

 

จะเรียกเขาว่าอะไรดีนะ…?


โทโดโรกิคุง...โทโดโรกิซัง…?

 

ปกติแล้ว อายาเมะเรียกเพื่อนร่วมห้องโดยลงท้ายว่า ‘คุง’ ก็จริง แต่โทโดโรกิเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้น แถมยังมีบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเข้าถึงยากจนต้องเว้นระยะห่างออกมานิดหน่อย เธอจึงตัดสินใจเรียกอย่างสุภาพไว้ก่อนดีกว่า

 

“โทโดโรกิซังก็ด้วยนะ”


“อ่า” โทโดโรกิตอบเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ท่าทางว่าง่ายผิดกับลักษณะภายนอกที่ดูเหมือนจะเป็นคนเย็นชา


เขานั่งลงบนเตียงคนไข้ ไม่ห่างจากบาคุโกนัก แล้วก็นั่งเฉยๆ อยู่แบบนั้น รอให้เธอมาทำแผลให้อย่างไม่ได้รีบร้อนอะไร


ต่างจากบาคุโกที่เริ่มมองตามด้วยสายตาไม่พอใจแล้ว ท่าทางหงุดหงิดราวกับจะบอกว่ารีบๆ มาทำให้มันเสร็จๆ สักที


พอมานั่งเปรียบเทียบข้างกันแล้ว พวกเขาสองคนดูอย่างกับภูเขาไฟและทุ่งน้ำแข็ง


ขณะที่อายาเมะเทยาฆ่าเชื้อใส่สำลี เธอจึงอดถามไม่ได้ว่า “บาดเจ็บพอสมควรเลยนะ ฝึกซ้อมด้วยกันมาเหรอ”


บาคุโกเหลือบมองเพื่อนร่วมชั้นของเขาจากทางหางตา ทำท่าเหมือนจะแค่นเสียงตอบอะไรสักอย่าง แต่โทโดโรกิก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนว่า

 

“ไปเรียนเสริมด้วยกันมา”


“เรียนเสริม?”


“อ่า เอาใบอนุญาตเป็นฮีโร่ชั่วคราว”


แสดงว่าช่วงนี้ที่บาคุโกบาดเจ็บก็คงเพราะไปเรียนเสริมเอาใบอนุญาตเหมือนกันสินะ


พวกหลักสูตรฮีโร่นี่เรียนหนักกันมากจริงๆ นั่นล่ะ

 

หลังจากนั้นอายาเมะก็ไม่ได้พูดถามอะไรอีกเพราะเธอมัวแต่จดจ่ออยู่กับบาดแผลของบาคุโก พอทำแผลบนหน้าจนหมดแล้ว วันนี้เขาก็ถอดเสื้อรออยู่เลยโดยที่ไม่ต้องให้เธอออกปากพูด


ซึ่งก็ดีแล้วล่ะ


พอคิดย้อนไปแล้ว อายาเมะก็ยังรู้สึกว่ามันน่ากระอักกระอ่วนจริงๆ ที่ต้องบอกให้ผู้ชายคนอื่นถอดเสื้อ ถึงจะเป็นการพูดแบบไม่ได้มีนัยยะอะไรแอบแฝงก็เถอะ

 

อายาเมะกำลังเริ่มพันผ้าพันแผลลงบนแผลที่หน้าท้องของเด็กหนุ่มตอนที่เธอคิดได้ว่าเธอยังมีเรื่องติดค้างบางอย่างที่อยากจะถามเขาอยู่


“จริงสิ! บาคุโก นายได้ส่งเพลงให้มิทสึกิซังฟังหรือยัง”


ในตอนที่เธอถามคำถามนั้น อายาเมะก็เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาสีน้ำทะเลเป็นประกายด้วยความคาดหวัง


บาคุโกที่ก้มลงมาเห็นสายตาของเธอก็พลันนึกถึงข้อความเซ้าซี้จากแม่ของเขาที่ส่งมาสองสามรอบแล้วราวกับกลัวว่าเขาจะไม่ยอมส่งต่อข้อความไปให้ถึงเด็กสาวคนนี้

 

พอคิดถึงหน้าที่นกพิราบสื่อสารที่ถูกยัดเยียดมาแล้ว บาคุโกก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบ


“อยากคุยมากนักก็ส่งไปเองสิวะ”


คำตอบของบาคุโกทำให้อายาเมะนึกอยากจะพองแก้มใส่เขาด้วยความไม่พอใจจริงๆ แต่ถึงทำไป บาคุโกก็ไม่เห็นใจเธอมากขึ้นหรอก ดีไม่ดีจิ้มแก้มเธอแตกเอาเสียอีก เธอจึงได้แต่ตอบกลับไปว่า


“ก็ฉันไม่มีช่องทางติดต่อมิทสึกิซังนี่นา”


“เหอะ! ไม่รู้จักแลกไว้ก่อนเอง”


“อยู่ๆ จะไปขอแลกแชทไอดีกับผู้ใหญ่ที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกมันไม่แปลกเหรอ”


“แล้วส่งเพลงไปให้มันแปลกน้อยกว่ายังไงวะ”

 

บาคุโกยิ่งเถียงก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ ยัยกระต่ายซุ่มซ่ามนี่ชักจะต่อปากต่อคำเก่งจนน่าโมโห

 

นี่มันยังเป็นคนเดียวกับยัยผู้หญิงที่แค่เห็นหน้าเขาก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอยู่อีกหรือเปล่าวะ


ประโยคสุดท้ายที่เขาพูดตอกกลับไปทำให้อายาเมะเม้มปากแน่น เธอทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็แค่หลุบตากลมโตลงมองพื้นด้วยอย่างผิดหวัง


“ฉันแค่อยากให้มิทสึกิซังได้ฟังเพลงที่ฉันร้องก็เท่านั้นเองนี่”


ท่าทางเหี่ยวเฉาเหมือนกระต่ายที่ถูกทำร้ายของเธอทำให้โทโดโรกิเหลือบไปมองระหว่างเพื่อนของเขากับเด็กสาวแปลกหน้าที่เขาได้ข้อสรุปแล้วว่าคงจะเป็นคนรู้จักของบาคุโก

 

เด็กหนุ่มนั่งนิ่งสักพัก ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่อีกใจก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างดูไม่ถูกต้อง

 

สุดท้ายแล้ว โทโดโรกิก็ตัดสินใจพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า

 

“บาคุโก นายไม่ควรจะทำให้คนอื่นร้องหะ...”

 

“หนวกหูว้อย!!”

 

บาคุโกยกมือขึ้นปิดหูพลางหันไปตวาดใส่โทโดโรกิแทน

 

พอมองไปข้างหน้าก็เจอยัยวูดูทำท่าห่อเหี่ยวผิดหวัง ด้านข้างก็มีไอ้บ้าครึ่งๆ มองด้วยสายตากล่าวโทษเหมือนว่าเขาเพิ่งจะไปเตะลูกหมาตกน้ำ

 

แม่งเอ๊ย!

 

วันนี้เป็นวันซวยอะไรของเขา

 

บาคุโกแบมือไปข้างหน้าด้วยความโมโห เขากัดฟันแน่นขณะพูดเสียงลอดไรฟันออกมาว่า “มือถือ”

 

“ฮะ?” อายาเมะอุทานออกมาอย่างงุนงง

 

แต่บาคุโกก็ยังคงยื่นมือมาตรงหน้าเธอเหมือนเดิม ขณะที่พูดย้ำอีกครั้งด้วยท่าทางรำคาญว่า “อย่ามัวยืนเอ๋อได้ปะวะ มือถือน่ะ!”


ไม่รู้ว่าเพราะเธอตกใจเสียงตวาดนั่น หรือเพราะว่าไม่ทันตั้งสติให้ดีกันแน่ แต่อายาเมะก็ส่งมือถือของเธอให้บาคุโกก่อนจะทันได้หยุดคิดเสียอีก


เขาคว้ามันออกไปจากมือของเธอแล้วกดพิมพ์อะไรสักอย่างไม่นานนัก ก่อนจะโยนโทรศัพท์มือถือกลับมาทางอายาเมะจนเธอเกือบจะรับไว้ไม่ทัน

 

พอตั้งตัวได้ อายาเมะก็เปิดหน้าจอขึ้นมาดูอีกครั้ง


บนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอคือไอดีแชทของบาคุโก มิทสึกิ ที่เหลือแค่รอให้เธอกดเพิ่มเพื่อนก็จะเป็นอันเสร็จเรียบร้อย


บาคุโกเอามือถือไปใส่ช่องทางติดต่อแม่ของเขาให้กับเธอ


ดวงตาสีน้ำทะเลเบิกกว้างจ้องมองหน้าจอมือถือของเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เธอจะกุมมันเอาไว้ในมือ 


เพราะว่ากำลังย่อตัวเพื่อจะทำแผลให้เขาอยู่ เด็กสาวจึงต้องเงยหน้าขึ้นมาเพื่อมองบาคุโก ก่อนจะขยับยิ้มกว้างส่งไปให้เขา


“ขอบคุณนะ”


บาคุโกแค่นเสียงในลำคอเหมือนทุกครั้งที่เขาไม่พอใจอะไรสักอย่าง แต่แน่นอนว่าถ้าไม่ได้พูดจิกกัดอะไรสักอย่าง นี่คงเป็นบาคุโกตัวปลอม อายาเมะจึงไม่แปลกใจนักตอนที่เขาบอกให้เธอเลิกชักช้าได้แล้ว

 

หลังจากนั้นอายาเมะจึงตั้งใจทำแผลให้เขาโดยไม่ได้พูดอะไรอีก


พอทำแผลให้บาคุโกเสร็จ เจ้าตัวก็เดินออกจากห้องพยาบาลไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจคนสองคนที่ถูกทิ้งเอาไว้ด้วยกันแม้แต่น้อย


ทั้งที่เสียงปิดประตูดัง ‘ปัง’ ควรจะทำให้รู้สึกตกใจ แต่กับอายาเมะที่เริ่มคุ้นเคยกับนิสัยของบาคุโกแล้วกลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา

 

นี่ต่างหากที่ไม่ธรรมดา…

 

อายาเมะละสายตาจากบานประตูห้องพยาบาลกลับมามองเด็กหนุ่มผู้มีชื่อเสียงอีกคนตรงหน้า

 

โทโดโรกิ โชโตะ ลูกชายของเอ็นเดเวอร์ ฮีโร่อันดับสองที่กำลังจะเป็นอันดับหนึ่ง

 

เธอรู้จักแค่ชื่อกับหน้าตา แต่ไม่เคยคุยกับเขาสักครั้ง

 

แต่อายาเมะก็คิดว่าเธอพอจะเดานิสัยของเขาได้


ถึงจะดูภายนอกเหมือนเป็นคนเย็นชา แต่ฟังจากคำพูดที่เขาคุยกับบาคุโกเมื่อครู่นี้แล้ว กลับทำให้อายาเมะรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นคนอย่างที่แสดงออกมาเลย

 

อาจจะเป็นคนใจดีกว่าที่เห็นด้วยซ้ำ?


แต่อายาเมะก็ยังรู้สึกอึดอัดหน่อยๆ อยู่ดีที่ถูกทิ้งไว้ในห้องแค่สองคนกับคนที่เธอไม่เคยคุยด้วยมาก่อนเลย


ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เธอมีความคิดว่า ‘ช่วยเอาบาคุโกกลับมาทีสิ’


แต่เสียงในใจเธอคงจะส่งไปไม่ถึงบาคุโก และแม้จะส่งไปถึงบาคุโก เขาก็คงไม่เดินกลับมาอยู่ดี


อายาเมะจึงได้แต่หันกลับไปเผชิญหน้าโทโดโรกิ ก่อนจะพูดว่า “ฉันอิชิคาวะ ปีหนึ่งห้องซี มาดูแลห้องพยาบาลแทนรีคัฟเวอร์รีเกิร์ลในสัปดาห์นี้ จะรับผิดชอบช่วยทำแผลให้ ถ้าทำอะไรผิดพลาดไปบ้างก็บอกได้ตลอดเลยนะ”

 

“อืม” โทโดโรกิแค่พยักหน้าตอบกลับมาอย่างเฉยชา


เหมือนส่งคนที่ไม่ถนัดในการเริ่มบทสนทนามาเจอกับคนที่ไม่ถนัดในการสานต่อบทสนทนาไม่มีผิด


เพราะหลังจากนั้น ในห้องพยาบาลก็มีแต่ความเงียบสงบจริงๆ


อายาเมะแกะพลาสเตอร์บนใบหน้าของโทโดโรกิออกด้วยความรู้สึกตึงเครียดกว่าปกติ คงเพราะบรรยากาศเงียบๆ ที่น่าอึดอัดนี่


เด็กสาวกำลังอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะหาอะไรมาชวนคุยเพื่อทำลายบรรยากาศประหลาดๆ นี่ดีไหม แต่ยังไม่ทันที่เธอจะคิดหัวข้อออก โทโดโรกิกลับเป็นฝ่ายทักขึ้นก่อนเสียเอง

 

“เธอเป็นเพื่อนของบาคุโก?”


“น่าจะเรียกว่า...รู้จักกันได้มั้ง?” อายาเมะตอบคำถามนั้นด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก


พวกเขาไม่ได้รู้จักกันดีขนาดจะเรียกว่าเพื่อน ดีไม่ดี บาคุโกอาจจะโมโหเลยด้วยซ้ำถ้าเอาไปพูดสุ่มสี่สุ่มห้าว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกัน


แต่มาถึงขั้นนี้ก็เรียกได้ว่ารู้จักกันมากเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นคนแปลกหน้าแล้วล่ะ


“รู้จักมานานแล้ว?”


โทโดโรกิยังคงถามคำถามต่อ ทำให้อายาเมะขมวดคิ้วมองเขาด้วยสายตาตั้งคำถาม

 

ดวงตาสองสีที่มองตอบกลับมาอย่างไม่คาดคิดทำให้เธอเกือบจะสะดุ้งด้วยความตกใจ


“เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานน่ะ สัก...เกือบหนึ่งเดือนก่อน”


พอนับย้อนไปจริงๆ แล้วก็นานอยู่เหมือนกันที่เธอได้รู้จักผู้ชายที่ชื่อบาคุโก คัตสึกิ


ถึงครึ่งหนึ่งของช่วงเวลานั้นจะมีแค่การเดินสวนกันตามทางเดินและโรงอาหารก็เถอะ


“โทโดโรกิซังคงจะสนิทกับบาคุโกสินะ”


“อืม...”


อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างเฉยชาก็จริง แต่อายาเมะกลับเริ่มรู้สึกสบายใจมากขึ้นที่พวกเขาหาหัวข้อสนทนากันได้แล้ว


รู้แล้วล่ะว่าเธอมีจุดร่วมอะไรกับโทโดโรกิ

 

นั่นก็คือบาคุโกไงล่ะ!?

 

“ยอดไปเลยนะ สนิทกันเพราะเรียนห้องเดียวกันเหรอ”

 

“เปล่าหรอก” โทโดโรกิหยุดคิดไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า “เพราะช่วงนี้ไปเรียนเสริมด้วยกันบ่อย”


ถ้าบาคุโกนั่งอยู่ที่นี่ในตอนนี้ เจ้าตัวคงจะโวยวายหนักแน่ว่าเขากับโทโดโรกิไม่ได้สนิทอะไรกันทั้งนั้น

 

แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่อยู่แก้ตัว อายาเมะจึงเชื่อสนิทใจเลยว่าพวกเขาสนิทกันจริงๆ


“แล้วเธอรู้จักบาคุโกได้ยังไง” 


สีหน้าอันนิ่งสงบของโทโดโรกิดูมีความสงสัยปนออกมาแบบเบาบางจนแทบจะสังเกตไม่เห็น


แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้นั่นล่ะว่าคนอย่างเธอกับบาคุโกดูไม่น่าจะมาบรรจบกันได้เลย ไม่ว่าใครก็ตามที่รู้ว่าเธอรู้จักกับบาคุโก ก็เหมือนจะขยันถามคำถามนี้กันเสียเหลือเกิน


ซึ่งอายาเมะก็รู้สึกว่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอรู้จักบาคุโกมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเล่าให้ใครฟังสุดๆ


“เรื่องมันค่อนข้างยาวน่ะ...” อายาเมะนึกไม่ออกว่าจะเริ่มตรงไหนและจะตัดเนื้อหาตรงไหนออกไปดีบ้าง สุดท้ายเธอจึงตัดบทไปแค่ว่า “แต่สรุปก็คือฉันได้บาคุโกช่วยอะไรไว้หลายๆ อย่าง ก็เลยพอจะรู้จักกันบ้างนิดหน่อย”


“อืม” โทโดโรกิตอบรับอย่างเฉยชา แล้วก็ไม่ได้ถามอะไรอีก

 

บรรยากาศน่าอึดอัดกลับมาอีกแล้วสิ…


อายาเมะแอบเหลือบมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งระหว่างที่กำลังใช้ก๊อซปิดแผลให้เขา แต่เธอก็เห็นว่าเขากำลังมองดูเธออีกแล้ว


ถึงอายาเมะจะถูกมองอยู่บ่อยๆ เพราะหน้าตาของเธอ แต่สายตาของโทโดโรกิไม่ใช่สายตาแบบที่ผู้ชายใช้มองผู้หญิงสวยๆ เขาดูเหม่อลอยเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่างอยู่


“โทโดโรกิซัง...ทำหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่เลยนะ ฉันทำแผลตรงไหนผิดหรือเปล่า”


คำทักของเธอเหมือนจะทำให้เขารู้สึกตัว เด็กหนุ่มส่ายหน้าไปมา ทำให้อายาเมะถอนหายใจอย่างโล่งอก


“เปล่าหรอก แค่คิดอะไรนิดหน่อย”


“เรื่องอะไรเหรอ” อายาเมะเผลอถามออกไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะคิดได้ว่ามันฟังดูเสียมารยาทไปหน่อย เธอจึงรีบลุกลี้ลุกลนพูดต่อท้ายว่า “ถ้าไม่อยากก็ไม่ต้องเล่าให้ฟังก็ได้นะ! ขอโทษด้วยที่เสียมารยาท”


แต่นอกจากเขาจะไม่ได้ดูโกรธแล้ว โทโดโรกิกลับส่ายหน้านิดๆ


“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก” พูดจบประโยคนั้นเขาก็นั่งเงียบไปอีกรอบ


ในห้องมีแต่ความเงียบอยู่พักหนึ่งจนอายาเมะคิดว่าเขาคงจะไม่ตอบอะไรเธอแล้ว เธอจึงทำแผลให้เสร็จแล้วเก็บของให้เรียบร้อย แต่ในตอนที่อายาเมะกำลังจะยกอุปกรณ์ทำแผลไปทิ้งที่อ้างล่างของ โทโดโรกิกลับพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า

 

“เธอคล้ายกับเพื่อนคนหนึ่งของฉันมาก”


อายาเมะชะงักฝีเท้าไป เธอหันกลับมามองโทโดโรกิที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ คิ้วขมวดนิดๆ อย่างใช้ความคิด


นั่นเป็นคำชมหรือเปล่า...


“หวังว่าเพื่อนคนนั้นจะเป็นเพื่อนที่ดีของโทโดโรกิซังนะ”


เด็กสาวพูดตอบกลับไป ก่อนที่จะเดินไปเก็บอุปกรณ์ที่อ่างล้าง แต่เธอก็ยังคงเงี่ยหูรอฟังคำตอบของโทโดโรกิอยู่

 

“อ่า...เป็นคนใจดีมาก”


โทโดโรกิกำลังชมว่าเธอเป็นคนใจดีงั้นสินะ?

 

อายาเมะพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อย หลังจากเผชิญกับคำด่าของบาคุโกมานาน ถึงจะไม่ได้คิดมากกับคำพูดของเขา แต่การได้รับคำชมอะไรสักอย่างมันก็ช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจได้มากจริงๆ

 

“โทโดโรกิซังเองก็เป็นคนใจดีเหมือนกันนะ!” อายาเมะเผลอชมกลับไปก่อนจะทันได้รู้ตัวเสียอีก

 

พอพูดออกไปแล้ว อายาเมะก็เพิ่งจะนึกออกว่าประโยคของเธอมันฟังดูแปลกเกินไปหรือเปล่าที่จะเอามาพูดกับคนที่เพิ่งรู้จักกันวันแรก เธอกำลังจะรีบพูดแก้ตัวแล้ว แต่โทโดโรกิก็มองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจนิดๆ ที่ดูเล็กน้อยจนแทบจะมองไม่ออก ขณะที่ตอบกลับมาว่า

 

“...ขอบใจ”

 

เด็กสาวลอบถอนหายใจข้างในด้วยความโล่งอก

 

ดีจริงๆ ที่โทโดโรกิซังเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย

 

อายาเมะพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเธอได้เจอคนที่พูดคุยด้วยภาษาเดียวกันแล้ว

 

เพราะแบบนั้นเธอจึงอารมณ์ดีจนยิ้มกว้างขึ้นขณะที่หันไปพูดกับเขาว่า “ทำแผลเสร็จแล้ว พรุ่งนี้อย่าลืมกลับมาทำแผลล่ะ แล้วก็อย่าลืมเตือนให้บาคุโกมาด้วยกันเลยนะ”

 

“อ่า ขอบใจมาก” โทโดโรกิตอบขณะที่ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงคนไข้

 

หลังจากนั้นไม่นาน อายาเมะก็ได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูห้องพยาบาล


บนใบหน้าของเด็กสาวยังประดับไปด้วยรอยยิ้มอยู่ในขณะที่เธอกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

 

ยิ่งรู้จักคนจากหลักสูตรฮีโร่มากขึ้น อายาเมะก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนร่วมห้องของเธอถึงไม่ชอบพวกเขานัก

 

ทั้งอิดะและยาโอโยโรซึที่เธอรู้จักในฐานะกลุ่มหัวหน้าห้องเหมือนกัน หรือบาคุโกที่เธอเพิ่งจะรู้จักได้ไม่นาน และโทโดโรกิที่เพิ่งจะเคยคุยกันในวันนี้

 

ทุกคนเป็นคนดีทั้งนั้นเลย แค่มีนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองสูงมากก็เท่านั้นเอง


แต่ก็เป็นคนน่าสนใจทุกคน


ถึงอายาเมะจะไม่ชอบความรู้สึกในตอนที่ต้องพยายามทำความรู้จักเพื่อนใหม่ แต่ส่วนหนึ่งในใจก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าถ้ามีโอกาสได้รู้จักพวกห้อง A คนอื่นๆ ก็คงดีเหมือนกัน

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_


โทโดโรกิกำลังคีบโซบะเข้าปาก ในตอนที่อุราระกะเปิดเพลงอะไรสักอย่างขึ้นมาจากมือถือของเธอ


เธอโยกหัวไปมาอย่างร่าเริงพร้อมกับอะซุยทั้งที่ยังกินข้าวเย็นกันอยู่ ทำให้อิดะพูดเตือนอย่างเอาจริงเอาจังว่า


“อุราระกะคุง อะซุยคุง อย่าร้องเพลงไปด้วยระหว่างกินข้าวสิ!”


“อิดะคุงจริงจังเกินไปแล้ว” อุราระกะตอบกลับไป ก่อนจะหมุนมือถือไปทางอิดะ “ลองฟังดูสิ เคยได้ยินหรือเปล่า แชนเนิลเพลงของไอริสน่ะ!


“อันนั้นผมเคยได้ยินนะ” มิโดริยะที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกับโทโดโรกิตอบขึ้นบ้างทันทีที่เขากลืนอาหารเสร็จ 


“ได้ยินว่าเป็นนักร้องที่ร้องเพลงด้วยอัตลักษณ์ของตัวเองใช่ไหม ผมว่ามันน่าสนใจมากเลยนะ การที่อัตลักษณ์สามารถใช้ผ่านเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์แสดงว่าสามารถขยายการใช้ออกไปได้อย่างไม่จำกัดจำนวนของคนที่จะใช้อัตลักษณ์ด้วยสินะ ถ้าอย่างนั้นข้อจำกัดของมันก็อาจจะต้องดูไปในด้านของ…”


“เอาเป็นว่าเพลงเพราะมากๆ เลยล่ะ!” อุราระกะพูดตัดบทไปทันทีที่มิโดริยะเริ่มจะเข้าสู่โลกของการวิเคราะห์อัตลักษณ์อีกแล้ว เธอก้มหน้าลงเลื่อนหาเพลงที่ชอบ ก่อนจะส่งมือถือไปทางอิดะอีกรอบ

 

“เพลงนี้ก็เพราะดีนะ มินะจังยังชอบเลย อิดะคุงลองฟังดูสิ”


“ใบไม้สีแดงอยู่บนต้นไม้ต้นใหญ่ มันแกว่งไกวไปมาเบาๆ เพราะสายลมหนาว...สายลมหนาวในค่ำคืนนั้น...”


โทโดโรกิชะงักมือที่กำลังคีบโซบะอยู่เล็กน้อย


เสียงนั่น...ฟังดูคุ้นๆ นิดหน่อย


แต่หลังจากนั้นก็ฟังได้ยากขึ้น เพราะสาวๆ บนโต๊ะพากันร้องเพลงคลอไปด้วยจนเสียงปะปนกันไปหมด


เด็กหนุ่มขมวดคิ้วนิดๆ ยังไม่ทันจะนึกออกว่าเคยได้ยินเสียงนั้นจากที่ไหนมาก่อน ในตอนนั้น อยู่ๆ เขาก็เห็นหมอนลอยอยู่บนอากาศ เข้าปะทะกับใบหน้าของมิโดริยะที่นั่งอยู่ทางขวามือของเขาด้วยความรุนแรงแบบที่ทำให้มิโดริยะเอนมากระแทกเขาซ้ำอีกทอด


“อั่ก!”

 

มิโดริยะส่งเสียงประหลาดออกมาในจังหวะที่หมอนกระแทกใบหน้าเต็มแรงจนต้องนอนหงายไปกับโซฟา


ทุกคนบนโต๊ะหันไปมองทางขวามือซึ่งเป็นที่มาของอาวุธชิ้นนั้นในทันที


ไม่ต้องใช้สมองมากนักก็เดาได้ไม่ยากว่าคนที่ปาหมอนมาก็คือบาคุโกที่ยังคงยกแขนขวาค้างไว้ ส่วนพวกคิริชิมะที่นั่งกินข้าวอยู่ที่โซฟาตัวเดียวกันดูเหมือนกำลังทำท่าจะห้ามบาคุโก แต่คงจะหยุดเอาไว้ไม่ทัน


“แหกปากร้องอะไรหนวกหูเป็นบ้า!!”


“เดกุคุง! เป็นอะไรมากไหม”


“มิโดริยะตายหรือยังน่ะ!?”


“บาคุโก นายหงุดหงิดอะไรมาอีกเนี่ย!?” 


บาคุโกแค่นเสียงกลับมาแทนคำตอบ เขายกจานข้าวที่กินหมดแล้วขึ้นมา ดวงตาสีแดงเหลือบมองโต๊ะของพวกเขา ก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงผ่านไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีก


สายตาหลายคู่มองตามหลังคนที่ดูหงุดหงิดอย่างชัดเจนที่กำลังวางจานข้าวในห้องครัว


แค่ได้ยินเพลงพวกนั้นกับเสียงร้องแหกปากที่คลอไปด้วยก็ทำให้บาคุโกนึกอยากจะหาเทปมาปิดปากไอ้ตัวน่ารำคาญพวกนี้ให้หมด


ทั้งที่ไม่ควรจะไปใส่ใจ แต่ทันทีที่เขาได้ยินเสียงเพลงกับบทสนทนาพวกนั้น บาคุโกก็พลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา


เพลงเพราะมากเลยอย่างนั้นเหรอ?


อัตลักษณ์น่าสนใจอย่างนั้นเหรอ?


เหอะ!

 

ก็แค่ยัยกระต่ายซุ่มซ่ามคนหนึ่งนั่นล่ะวะ


__________________________

ก็คือแอบขายฟิคของชายโชอยู่นะคะ ;w;

ใครยังไม่ได้อ่าน 'เพื่อนสมัยเด็ก' คนนั้นของชายโช เชิญได้ที่เรื่องอื่นๆ ของเราเลยนะคะ เขียนจบแล้ว อ่านฆ่าเวลารอระหว่างที่เราเคลียร์ชีวิตตัวเองอยู่ได้ค่ะ ;w;

ตอนนี้เข็นสุดชีวิตเลยค่ะ ดังนั้นวันจ.จะกลับไปอัพคุมฮอว์กส์ก่อนแล้วนะคะ แล้วเรื่องนี้น่าจะกลับมาอัพอีกรอบวันพ.ค่ะ

เอาไว้เจอกันในวันพ.นะคะ

ขอบคุณเม้นท์และไลค์ของทุกคนมากๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้เรามากๆ เลยค่ะ เราอ่านเม้นท์ของทุกคนแล้วยิ้มไม่หุบแบบเป็งบ้ามาก 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 325 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,423 ความคิดเห็น

  1. #1339 ShoujoAi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 16:31
    แว่บกลับมาอ่านตอนนี้ให้ละเอียดหลังอ่านชิโอริ(ถึงควรอ่านชิโอริก่อนก็เถอะพึ่งมาอ่านนี่นาเพราะงั้นไม่ผิด!) มี easter egg นิดๆจริงๆด้วย
    #1,339
    0
  2. #1219 Rosemarie (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2564 / 19:44
    คือ หวง ถูกป่ะ
    #1,219
    0
  3. #365 kill-taehyun-exo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 22:57
    โชโตะเป็นคนน่ารักเสมอเลยนะคะ;-; คัตจังหงุดหงิดอารายน้าา
    #365
    0
  4. #161 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 22:07
    หงุดหงิดอะไรคะคัตจัง
    #161
    0
  5. #146 nongfriend9559 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 10:06
    ฮือออ ค้างมาก ไม่ไหวว
    #146
    0
  6. #145 lamb_san (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 01:06
    ทำไมเขินอีกแล้วคะ!! อ่านเรื่องนี้ทีไรเรารู้สึกเขินรุนแรงเหลือเกิน มันแบบนุบนิบๆที่ใจ ร้ายกาจเกินไปแล้วนะบาคุโก คัตสึกิ!!!! เรื่องชายโชเราไปตำมาแล้วค่ะ เปิดตัวแบบรว้ายๆ แต่สุดท้าย... เอ่อ ก็... น่ารักดีค่ะ5555555
    #145
    0
  7. #143 กระต่ายกุกกี้ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 17:41
    เอ๊ะ เพื่อนสมัยเด่กก🌚 ว่าแต่ตอนนี้เริ่มสับสนไทม์ไลน์โชโตะกับบาคุโกแล้วล่ะค่ะ...... เอ๊ะ แล้วเวิร์สเดียวกับฮิราตะจังด้วยมั้ยเนี่ย..
    #143
    3
    • #143-1 Ms. Margarita(จากตอนที่ 13)
      30 ตุลาคม 2563 / 17:42
      ทุกคนเวิร์สเดียวกันหมดเลยค่ะ แต่จะมีโอกาสได้เจอมากน้อยแค่ไหนเป็นอีกเรื่องนึง 😅

      ส่วนเรื่องนี้เริ่มตอนหลังบาคุโกสู้กับมิโดริยะนะคะ ดังนั้นจะอยู่ก่อนช่วงที่ชิโอริมายูเอหลายเดือนอยู่ค่ะ
      #143-1
    • #143-3 Ms. Margarita(จากตอนที่ 13)
      30 ตุลาคม 2563 / 17:46
      อย่างน้อยๆคิดว่าต้องได้เจอชิโอริจังแน่ๆค่ะ!
      #143-3
  8. #142 gurengesan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 17:33
    อุแหม~หึงสินะคะเนี่ย:)คัตสึกิคุง~ชักอยากจะให้หึงบ่อยๆแล้วสิค้าา~
    #142
    0
  9. #141 ไข่เจียวนุ่มฟู (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 17:32
    ทำไมมิโดริยะโดนทำร้ายอ่า 5555555 คนขี้หึงก็งี้แหละเนอะ อายาเมะจังกับโทโดโรกินี่น่าจะไทป์เดียวกันรึป่าวนะ? คงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ พูดแล้วก็คิดถึงชิโอริจังเลยTT
    #141
    0
  10. #140 nefalibata (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 17:03
    อะไรเนี่ยบาคุโก ปากบอกไม่ชอบแต่ตัวเองมองเขาด้วยฟิลเตอร์กระต่ายเนี่ยนะ /หรี่ตา ,

    เพลงที่น้องอายาเมะจังร้องมีจริงมั้ยคะ อยากไปฟังตามเลย55555555
    #140
    1
    • #140-1 Ms. Margarita(จากตอนที่ 13)
      30 ตุลาคม 2563 / 17:20

      แต่งเองหมดเลยค่ะ 555555
      #140-1
  11. #139 Atanasia11 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 16:50

    จะว่าไปน้องก็มีความคล้ายมิโดริยะอยู่เหมือนกันนะ
    #139
    0
  12. #138 Yok-anime32002 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 16:30

    มีการหึงด้วยล่ะ ชอบบบชอบ
    #138
    0
  13. #137 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 16:18
    ห้องเอคือมีเอกลักษณ์ทุกคนจีๆ แต่คนที่เราไม่ชอบที่สุดในห้องเอก็มิเนตะนี่ล่ะ ฮา หึงน้องชั่ยมั่ยยัยคัต ถถถถ
    #137
    0
  14. #136 Fogus2005 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 16:12
    นิยายไรท์คือดีย์ทุกเรื่องเลย 😊😊😊
    #136
    0
  15. #135 คุณเเมวดมกาว (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 16:11
    เอาตามตรงเราว่าคัตจังก็หึงในแบบของนางนั่นแหละ แหมมีการเรียกกระต่ายซุ่มซง ซุ่มซ่าม ตัวเองก็ยังแก้อัตลักษณ์ของน้องกระต่างไม่ได้ล่ะสิ ว๊าย!!!//โดดหนีออกจากนิยายอย่างว่องไวเพราะคัตจังกำลังจะมาตามฆ่าแล้ว
    #135
    0