Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 12 : Aria 11 : Bakugou, shirt off.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,397
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 312 ครั้ง
    1 พ.ย. 63

 

Aria 11

Bakugou, shirt off.

 

อายาเมะเลื่อนเปิดบานประตูออกอย่างช้าๆ เธอยื่นหน้าเข้าไปดูในห้อง พอเห็นว่ามีคนสามคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว จึงเปิดประตูออกจนสุดแล้วเดินเข้าไปข้างใน

 

เด็กสาวส่งรอยยิ้มสดใสให้กับทุกคนขณะที่ทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ประจำของตัวเอง

 

“สวัสดียามบ่ายค่ะ มาชิโนะจัง รุ่นพี่อุทากิแล้วก็รุ่นพี่มิยาจิ”

 

“สวัสดี” รุ่นพี่หนุ่มทั้งสองคนโบกมือให้เธอ ส่วนเพื่อนร่วมชั้นสาวคนสุดท้ายก็ส่งยิ้มตอบกลับมา

 

นี่คืออีกสิ่งในชีวิตของอายาเมะที่เปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อย

 

ก่อนหน้านี้อายาเมะไม่ได้เข้าร่วมชมรมอะไร เพราะเธอรู้สึกว่าแค่หน้าที่หัวหน้าห้องก็กินเวลามากพอแล้ว ไหนจะต้องแบ่งเวลามาแต่งและร้องเพลงในฐานะไอริสอีก แล้วซาโยริที่เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอก็อยู่ชมรมปิงปองที่อายาเมะไม่ได้ชอบเล่นมากนัก

 

แต่หลังจากที่ถูกลงโทษให้ไปบำเพ็ญประโยชน์กับบาคุโกนานห้าวัน อายาเมะกลับรู้สึกว่ากิจกรรมพวกนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน

 

ถึงจะเสียเวลาเพิ่มมากขึ้นอีกวันละสองสามชั่วโมง แต่มันก็ไม่ได้รบกวนชีวิตประจำวันของเธอมากถึงขนาดนั้น

 

อายาเมะจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมชมรมอาสาสมัครของโรงเรียนยูเอ

 

มันเป็นชมรมเล็กๆ ที่มีสมาชิกอยู่แค่ไม่ถึงสิบคนจากทั่วทั้งโรงเรียน สมาชิกส่วนมากเป็นรุ่นพี่ปีสองของหลักสูตรทั่วไป มีพวกหลักสูตรบริหารกับซัพพอร์ตบ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่มาก ส่วนหลักสูตรฮีโร่นั้นเรียนหนักจนไม่มีเวลามาเข้าร่วมชมรมอยู่แล้ว

 

เพียงแค่ไม่กี่วันที่อายาเมะเข้าร่วมชมรม เธอก็รู้จักทุกคนจนหมด

 

คนส่วนมากที่มาเข้าร่วมชมรมแบบนี้ก็จะเป็นมนุษย์ประเภทที่ใจเย็น ชอบช่วยเหลือคนอื่น และมีโลกส่วนตัวอยู่ประมาณหนึ่ง

 

พอได้เจอกลุ่มคนที่ไม่ได้ครึกครื้นเฮฮาขนาดที่ต้องพยายามหาอะไรมาพูดคุยด้วยตลอด อายาเมะจึงไม่รู้สึกอึดอัดมากนัก และงานส่วนมากของชมรมก็เป็นงานที่ทำเองคนเดียวได้ หรือไม่ก็ต้องการคนช่วยแค่ครั้งละไม่กี่คน

 

ชื่อของชมรมก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นชมรมอาสาสมัคร ดังนั้นกิจกรรมของชมรมจึงเป็นการเข้าไปช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆ ตามคำร้องที่ถูกส่งมาให้

 

มีตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างช่วยหาการบ้านที่หายไป ไปจนถึงช่วยเป็นหนูทดลองของอุปกรณ์ซัพพอร์ตชิ้นใหม่

 

ทุกเย็นวันจันทร์และศุกร์ สมาชิกชมรมทุกคนจะมานั่งรวมตัวกันเพื่อคัดกรองคำร้องต่างๆ และแบ่งหน้าที่กันไปช่วยงานเท่าที่จะทำได้ แต่เพราะมีปริมาณงานที่ค่อนข้างมาก สวนทางกับสมาชิกชมรมที่น้อยจนน่าใจหาย สุดท้ายแล้วพวกเขาจึงเลือกทำได้แค่งานสำคัญๆ อยู่ดี

 

อายาเมะนั่งทำการบ้านรอให้สมาชิกคนอื่นมาจนครบ ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานเท่าไร

 

พอประธานชมรม รุ่นพี่อาซาอิ ปีสามหลักสูตรบริหาร เข้ามานั่งที่เก้าอี้ตรงหัวโต๊ะแล้ว พวกเขาก็เริ่มการประชุมในที่สุด

 

งานถูกแจกจ่ายออกไปทีละอย่าง ช่วงนี้ไม่ได้มีคำร้องใหญ่ๆ อะไรที่ต้องใช้คนช่วยหลายคน งานของพวกเขาจึงถูกแบ่งแบบตัวต่อตัว หากใครที่เริ่มรู้สึกว่ามีภาระหน้าที่มากเกินไปจนรบกวนชีวิตประจำวันก็สามารถขอลดงานได้ในทันที

 

มันเป็นชมรมง่ายๆ ที่เน้นความสบายใจของสมาชิกเป็นหลัก เพราะแบบนั้นอายาเมะจึงรู้สึกสบายใจที่จะอยู่

 

แล้วซาโยริเองก็พูดเหมือนกันว่าการที่เธอเข้าร่วมชมรมก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน เธอจะได้มีเพื่อนคนอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย

 

ถึงอายาเมะจะพอใจกับการมีเพื่อนสนิทที่ดีมากๆ เพียงแค่คนเดียวอยู่แล้ว แต่เธอก็ไม่อยากกะเกาะติดกับซาโยริมากเกินไปจนเพื่อนสนิทของเธอไม่มีโอกาสได้ไปหาเพื่อนคนอื่นๆ อายาเมะจึงตั้งใจแล้วว่าต่อจากนี้ไป เธอเองก็ต้องมีเพื่อนให้มากกว่านี้เหมือนกัน

 

มีเพื่อนในชมรมบ้างก็ไม่เลวนักหรอกนะ

 

“...แต่รอบนี้มีคำร้องพิเศษส่งมาจากพวกอาจารย์ด้วยนะ” อาซาอิหยิบกระดาษอีกใบออกมาจากแฟ้ม ก่อนจะอ่านข้อความในนั้นให้ฟัง

 

“เป็นคำร้องจากรีคัฟเวอร์รีเกิร์ล ขอยืมตัวนักเรียนสักคนที่มีทักษะในการปฐมพยาบาลพื้นฐานไปเฝ้าห้องพยาบาลสักหนึ่งสัปดาห์ในช่วงเวลาพักและหลังเลิกเรียน เพราะว่าอาจารย์เขาจะต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดน่ะ”

 

สมาชิกชมรมแต่ละคนหันไปมองหน้ากันและกันทันที

 

“ทักษะในการปฐมพยาบาลพื้นฐานนี่ต้องเอาขนาดไหนกันล่ะ”

 

“ฉันทาแอลกอฮอล์ใส่แผลเป็นนะ?”

 

“ใครเขาทาแอลกอฮอล์ใส่แผลกันไม่ทราบ!? เขาเอาไว้ทารอบแผลต่างหาก!”

 

“หา? เขาต้องทาในแผลเพื่อจะฆ่าเชื้อไม่ใช่เหรอ”

 

แค่ฟังเสียงถกเถียงกัน อายาเมะก็เริ่มรู้สึกปวดหัวแล้ว ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลของคนพวกนี้ไม่ใช่แค่เป็นศูนย์ แต่เรียกได้ว่าติดลบเลยต่างหาก

 

ตัวเธอเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องอะไรขนาดนั้น แต่สมัยเด็กๆ เธอเดินหกล้มเป็นแผลบ่อย อายาเมะเลยคุ้นเคยดีกับการทำแผลด้วยตัวเอง

 

ถ้าเทียบกับความรู้ระดับคนพวกนั้นแล้ว...อายาเมะก็รู้สึกว่าเธอน่าจะทำได้ไม่เลวเลย

 

“ฉันรับทำหน้าที่นี้ก็ได้ค่ะ” อายาเมะยกมือขึ้นอาสาตัวทันทีหลังจากที่ได้ข้อสรุปกับตัวเอง “อาจจะไม่ได้เก่งอะไรมาก แต่ถ้าเรื่องปฐมพยาบาลพื้นฐานก็พอจะทำได้บ้างอยู่ค่ะ”

 

“อิชิคาวะทำไหวแน่นะ”

 

ประธานชมรมดูเป็นห่วงเธอนิดหน่อย แต่เขาดูปวดหัวกับบทสนทนาของสมาชิกชมรมคนอื่นๆ มากกว่า ท่าทางว่าเขาเองก็คงจะคิดเหมือนกับเธอว่าคงจะวางใจให้คนพวกนี้รับหน้าที่นี้ไม่ได้จริงๆ

 

อายาเมะจึงพยักหน้าตอบกลับไปอย่างหนักแน่น “ทำได้ค่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรจะรีบแจ้งมาก่อนแน่นอน”

 

อาซาอิพยักหน้ายอมรับคำตอบของเธอแล้วจึงส่งยิ้มขอบคุณมาให้ “ถ้าอย่างนั้นก็ฝากด้วยก็แล้วกัน”

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

งานในห้องพยาบาลของอายาเมะเริ่มต้นตั้งแต่เย็นวันนั้นเลย

 

หลังเลิกเรียน เธอบอกลาซาโยริที่ไปเข้ากิจกรรมชมรมของตัวเองเหมือนกัน ก่อนจะเก็บกระเป๋ามุ่งหน้าไปยังห้องพยาบาลทันที

 

ตอนที่เธอมาถึง ทั่วทั้งห้องก็ยังคงว่างเปล่า อายาเมะเห็นสมุดคู่มือผู้ช่วยวางอยู่บนโต๊ะ เธอจึงวางกระเป๋าแล้วนั่งประจำที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว

 

ในนั้นไม่ได้เขียนอะไรมากนักนอกจากตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ต่างๆ และเบอร์ติดต่อฉุกเฉินหากว่ามีสถานการณ์ที่เกินความคาดหมาย อายาเมะพลิกอ่านแค่ครู่เดียวก็จบเล่มแล้ว หลังจากนั้นเธอก็ไม่มีอะไรทำอีก

 

อายาเมะนั่งอยู่ได้ไม่นานก็ตัดสินใจเดินดูข้าวของจนจำได้อย่างแม่นยำว่าของที่ต้องใช้แต่ละอย่างเก็บไว้ที่ไหน สักพักก็เปลี่ยนมาจัดอุปกรณ์ให้เข้าที่เข้าทาง แต่จนกระทั่งเธอเริ่มรู้สึกไม่มีอะไรทำแล้ว ก็ยังไม่มีใครมาสักคน

 

ทำการบ้านรอดีกว่า…

 

พอตัดสินใจได้แบบนั้นแล้ว อายาเมะก็ทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานก่อนจะหยิบสมุดการบ้านออกมาวางกองบนโต๊ะ

 

ก่อนจะเริ่มเปิดหนังสืออ่านอย่างจริงจัง เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนเปิดหาเพลงที่เธอกำลังติดมากๆ ในช่วงสองวันมานี้เสียก่อน

 

มันชื่อว่า ‘หิ่งห้อยในป่า’

 

เป็นเพลงที่มิทสึกิซัง...แม่ของบาคุโกที่เธอเพิ่งจะได้เจอไปเมื่อไม่กี่วันก่อนแนะนำให้เธอฟัง

 

พออายาเมะได้เปิดฟังตอนที่เธอกลับถึงหอแล้ว เธอก็ตกหลุมรักมันในทันที จนตั้งใจเลยว่าจะโคเวอร์เพลงนี้แล้วส่งไปให้มิทสึกิซังฟังให้ได้

 

เพราะว่าอยู่ในห้องพยาบาลเพียงลำพัง อายาเมะจึงกล้าเปิดเพลงผ่านลำโพงโทรศัพท์ออกมา เธอร้องคลอไปด้วยเบาๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะวันนี้ตั้งใจว่าจะลองอัดเพลงเป็นครั้งแรกอยู่แล้ว เธอจึงตั้งใจซ้อมมากเป็นพิเศษ

 

“...แสงริบหรี่ดวงนั้น จากหิ่งห้อยตัวนั้น เป็นดวงไฟเล็กๆ เมื่อเทียบกับดวงตะวันในตอนเช้า~”

 

อายาเมะร้องเพลงไปพลาง มือข้างขวาก็ตวัดปากกาเขียนคำตอบลงไปด้วย สำหรับเธอแล้วการร้องเพลงนั้นก็เหมือนกับการหายใจเข้าออก เธอร้องเพลงมานาน เชี่ยวชาญจนไม่ต้องใช้สมาธิกับมันอีกแล้ว

 

แต่ในตอนที่อายาเมะกำลังเคาะปากกาอย่างใช้ความคิดกับโจทย์เลขข้อสุดท้าย ประตูของห้องพยาบาลก็เปิดออกพอดี

 

อายาเมะหยุดร้องเพลงทันควัน แต่ในห้องก็ยังมีเสียงเพลงจากโทรศัพท์มือถือของเธอดังคลออยู่ ดวงตาสีน้ำทะเลตวัดขึ้นมามองผู้มาเยือนคนใหม่ ก่อนที่มันจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าอันคุ้นเคยโผล่เข้ามา

 

“บาคุโก?”

 

บาคุโกขมวดคิ้วมองเธอ เขาดูไม่ต่างจากทุกวันมากนัก ยังดูเหมือนหงุดหงิดอะไรสักอย่างอยู่ตลอดเวลา แต่ที่แตกต่างจากเมื่อสองวันก่อนอย่างชัดเจนก็คือทั้งบนใบหน้าและแขนของเขามีพลาสเตอร์ปิดแผลติดอยู่เต็มไปหมด

 

อายาเมะกวาดตามองสภาพของเด็กหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะไล่กลับขึ้นมาบนหน้าของเขาอีกครั้ง แล้วถามออกไปอย่างอดไม่ได้ว่า

 

“ไปต่อยตีกับใครมาหรือเปล่าน่ะ”

 

“งี่เง่า” เขาว่าเธอไม่พอ ยังตวัดดวงตาสีแดงมามองเธออย่างหยามเหยียดที่ถามคำถามนั่นออกมาอีก

 

พออายาเมะคิดๆ ดูแล้วมันก็จริงนั่นล่ะ…

 

ถ้าบาคุโกไปต่อยตีกับคนอื่น เขาคงไม่ได้เดินมาที่ห้องพยาบาลในสภาพนี้เพียงคนเดียวหรอก

 

เด็กหนุ่มตรงหน้าดูไม่มีทีท่าว่าจะเล่าสาเหตุของอาการบาดเจ็บของเขาให้เธอฟังเลยสักนิด อายาเมะจึงตัดสินใจปล่อยเรื่องนี้ไป แล้วเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลมา ขณะที่พูดอธิบายไปด้วย

 

“ช่วงนี้รีคัฟเวอร์รี่เกิร์ลไม่อยู่ ฉันมาทำงานอาสาที่ห้องพยาบาลให้ในสัปดาห์นี้ อาจจะไม่ได้มีอัตลักษณ์ที่ช่วยอะไรได้มาก แต่ถ้าแค่ทำแผลเฉยๆ ก็พอทำได้อยู่ นายคงไม่ลำบากใจอะไรนะ”

 

พอเธอเตรียมของเสร็จแล้วหันกลับไปมองด้านหลัง บาคุโกก็นั่งลงบนเตียงผู้ป่วยแล้ว เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่ท่าทางที่บ่งบอกว่าเขากำลังรอให้เธอรีบๆ มาทำแผลให้ได้แล้วก็ทำให้อายาเมะรีบคว้าของทุกอย่างขึ้นมาในอ้อมแขนแล้วเดินไปที่เตียงคนไข้ทันที

 

ถึงแผลพวกนี้ไม่น่าจะเกิดมาจากการไปท้าตีต่อยกับคนอื่น แต่มันก็มีอยู่มากพอสมควร และแต่ละแผลก็ดูไม่เล็กเลย คงไม่ได้ทำแผลแล้วหายภายในวันสองวันแน่ถ้าไม่ได้อัตลักษณ์ของรีคัฟเวอร์รีเกิร์ลช่วยรักษา

 

แต่ช่วงนี้รีคัฟเวอร์รี่เกิร์ลก็จะไม่อยู่ไปอีกหลายวัน

 

อายาเมะแกะพลาสเตอร์บนแก้มของบาคุโกออกมาดูแผลข้างใต้แล้วก็อดเตือนไม่ได้ว่า “พรุ่งนี้ต้องมาทำแผลอีกรอบนะ คงไม่หายในเร็วๆ นี้หรอก”

 

ถึงจะไม่พูดอะไรตอบกลับมา แต่ใบหน้าบึ้งตึงนั่นก็แทบจะเป็นคำตอบในตัวของมันอยู่แล้ว อายาเมะเห็นท่าทางดื้อดึงนั่นแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาทันทีจนเธอเผลอกดสำลีที่ชุบยาฆ่าเชื้อแล้วลงบนแผลของเขาแรงกว่าที่ตั้งใจเอาไว้

 

ถึงจะไม่ได้ร้องออกมา แต่ใบหน้าของเด็กหนุ่มก็เบ้ไปเล็กน้อย ทำให้อายาเมะอุทานด้วยความตกใจ

 

“ขอโทษนะ!”

 

คงเพราะเธอยืนอยู่ค่อนข้างใกล้เขามาก บาคุโกจึงทำได้แค่เหลือบมองเธอจากทางหางตา แล้วแค้นเสียงต่อว่าที่ฟังดูไม่ได้จริงจังนักออกมา

 

“หล่อนทำแผลเป็นจริงป่าววะ”

 

คำพูดดูถูกนั่นทำให้อายาเมะนึกอยากจะกดสำลีลงไปบนแผลของเขาแรงๆ อีกสักรอบ แต่สุดท้ายเธอก็แค่ถอนหายใจแล้วเปิดแผลบนใบหน้าอีกตำแหน่งของเขาขึ้นมาดูแทน

 

แผลนี้ก็หนักพอกัน…

 

หลักสูตรฮีโร่เขาเคี่ยวเข็ญเด็กมากขนาดไหนกันแน่เนี่ย

 

อายาเมะค่อยๆ ทาแอลกอฮอล์รอบๆ แผลก่อนจะใช้สำลีชุบยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดในแผลอย่างใจเย็น พอทำไปเรื่อยๆ เธอก็เริ่มรู้สึกเคยชิน ความรู้สึกเกร็งอย่างกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาดเริ่มจางหายไป จนเธอเริ่มกล้าฮัมเพลงออกมาเบาๆ คลอไปกับเสียงดนตรีในห้องพยาบาล

 

เพลงที่เธอร้องทำให้บาคุโกเหลือบมามองเธอจากทางหางตาอีกครั้ง

 

“เพลงหิ่งห้อยในป่าน่ะ ที่มิทสึกิซังบอกว่าชอบฟัง” อายาเมะพูดขึ้นมาทั้งที่เด็กหนุ่มยังไม่ได้ถามอะไรสักคำ

 

“ใครถามหล่อน”

 

“ก็แค่พูดเฉยๆ” อายาเมะพูดสวนกลับไปก่อนที่เธอจะทันได้รู้ตัว ในตอนนั้นเธอก็ปิดแผลพลาสเตอร์ทับแผลสุดท้ายบนใบหน้าของบาคุโกเสร็จพอดี เด็กสาวจึงก้าวถอยออกมามองผลงานของตัวเองด้วยความรู้สึกพึงพอใจ

 

ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดมองเช็คความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้ายโดยไม่สนใจใบหน้าบูดบึ้งของบาคุโก ก่อนที่เธอจะมองไล่ลงมาจนถึงคอและแขนของเขา บาดแผลที่มีอยู่เป็นช่วงๆ ทำให้อายาเมะขมวดคิ้วมอง ก่อนที่เธอจะพูดว่า

 

“นายช่วยถอดเสื้อออกหน่อยสิ”

 

“หา?”

 

ดวงตาสีแดงตวัดขึ้นมามองเธอในทันที คำร้องทักของบาคุโกทำให้อายาเมะชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาปิดปากเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคำพูดของเธอมันฟังดูแปลกประหลาดมากจริงๆ

 

ใบหน้าของเด็กสาวแดงก่ำขณะที่เธอรีบร้อนพูดแก้ตัวเสียงอู้อี้ผ่านมือที่กำลังปิดปากเอาไว้อยู่ว่า “หมายถึงว่าจะดูแผลที่ตรงลำตัวของนายน่ะ!”

 

บาคุโกพ่นลมหายใจออกเสียงดัง เขาตอบกลับมาพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อของตัวเองว่า “ก็พูดให้มันชัดๆ แต่แรกสิวะ”

 

อายาเมะรู้สึกเหมือนโดนโจมตีจากคำพูดประโยคนั้นของบาคุโกมากจริงๆ ฟังแล้วเหมือนกับเธอเป็นคนโรคจิตที่มาเที่ยวสั่งให้เขาถอดเสื้อไม่มีผิด ตอนแวบแรกเธอก็นึกอยากจะพูดอะไรตอบกลับไปอยู่หรอก แต่คิดๆ ไปแล้วก็รู้สึกว่าครึ่งหนึ่งก็เป็นความผิดของเธอจริงๆ ที่ไม่พูดให้ชัดเจนแต่แรก

 

สุดท้ายแล้วอายาเมะก็เม้มปากนิดๆ ก่อนจะตอบกลับไปแค่ว่า “ของแค่นี้ฉันเห็นจากพี่ชายมาจนชินแล้วล่ะ”

 

ถึงจะไม่ค่อยเหมือนกันสักเท่าไรก็เถอะ

 

พี่ชายของเธอไม่ใช่คนตัวผอมแห้ง เขาออกกำลังกายเป็นประจำตามประสาคนรักสุขภาพ ดังนั้นถึงจะไม่ได้เป็นพวกที่เล่นกล้ามอย่างจริงจัง แต่ก็มีกล้ามเนื้อพอประมาณอย่างคนสุขภาพดี

 

แต่เทียบกับบาคุโกแล้วก็ยังแตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

สมกับเป็นคนที่เรียนหลักสูตรฮีโร่เลย

 

มองจากภายนอกก็พอเห็นอยู่หรอกว่าบาคุโกน่าจะมีกล้ามเนื้อตามประสาคนที่ฝึกซ้อมต่อสู้อยู่เป็นประจำ แต่พอได้เห็นข้างใต้เสื้อของเขาจริงๆ แล้วถึงได้รู้ว่าเขามีซิกแพ็คอย่างที่ใครหลายคนคงจะต้องอิจฉามากแน่

 

ว่าแต่...นี่มันใช่เวลามานั่งวิเคราะห์หุ่นของเขากับพี่ชายเธอหรือไง

 

อายาเมะนึกอยากจะตบหน้าผากตัวเอง

 

ขืนยืนเฉยนานมากกว่านี้ มีหวังบาคุโกคงได้คิดว่าเธอเป็นพวกโรคจิตจริงๆ แน่ อายาเมะจึงรีบสวมถุงมือแล้วย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น มือค่อยๆ ขยับแกะผ้าพันแผลตรงหน้าท้องของเขาออก

 

เธอมัวแต่จดจ่อกับแผลของบาคุโกจนไม่ทันได้สังเกตเห็นเด็กหนุ่มที่กำลังก้มหน้าลงมองดูเธอเลยสักนิด

 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วนิดๆ ขณะที่มองดูอายาเมะที่กำลังป้ายยาฆ่าเชื้อลงบนแผลรอยกรีดตื้นๆ ที่เป็นแนวยาวพาดผ่านหน้าท้องของเขา

 

ทั้งที่เมื่อครู่เธอดูลุกลี้ลุกลนกับแค่คำพูดที่บอกให้เขาถอดเสื้อออก แต่ตอนนี้กลับจ้องมองดูหน้าท้องของเขาได้ด้วยใบหน้าเอาจริงเอาจัง จดจ่อแต่กับบาดแผลจนราวกับว่าไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลยสักนิดเดียว

 

แล้วยังฮัมเพลงหิ่งห้อยบ้าอะไรนั่นออกมาแบบไม่รู้ตัวอีก

 

โดนด่าจนเพี้ยนไปแล้วหรือไง

 

“บาคุโก ยกแขน”

 

เสียงหวานๆ นั่นพูดออกคำสั่งกับเขาอย่างที่ฟังแล้วชวนให้รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก แต่เธอก็ดูจดจ่อกับการพันแผลรอบตัวเขาเสียจนเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจคำพูดของตัวเอง

 

จะไปทะเลาะกับเรื่องอะไรแบบนี้แม่งก็งี่เง่าเกิน

 

บาคุโกยกแขน ปล่อยให้อายาเมะพันแผลรอบตัวของเขาได้ง่ายขึ้น จนเธอพันแผลได้หนาพอประมาณแล้วจึงใช้ที่เทปติดปลายผ้าพันแผลให้มันอยู่กับที่ได้เสร็จเรียบร้อยในที่สุด

 

พอทำแผลเสร็จแล้ว อายาเมะก็ลุกขึ้นมายืนมองเขาอีกครั้ง ท่าทางอมยิ้มนิดๆ เหมือนกำลังภูมิอกภูมิใจขณะที่จ้องมองร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าของเขาทำให้เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกๆ

 

มันไม่ใช่ความเขินอาย แต่ก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดีที่อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงอีกคนมายืนมองในระยะประชิดขนาดนี้

 

บาคุโกเริ่มจะขมวดคิ้วอีกรอบแล้ว ดวงตาสีแดงหรี่ลงมองเธอก่อนที่เขาจะแค่นเสียงถามว่า “หล่อนจะจ้องอีกนานไหม”

 

“ขอเวลาฉันภูมิใจอีกนิดหนึ่งไม่ได้เหรอ”

 

ถึงอายาเมะจะพูดแบบนั้น แต่เธอก็หยิบเสื้อนักเรียนของบาคุโกจากปลายเตียงคนไข้มาส่งให้เขา ตอนแรกเธอคิดจะช่วยเขาแต่งตัว แต่เพียงแค่พริบตาเดียวเขาก็ใส่เสื้อพร้อมกับกลัดกระดุมจนเกือบจะเสร็จแล้ว

 

พอแต่งตัวเสร็จ บาคุโกก็ดูเหมือนจะไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป เขาลุกขึ้นเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเหมือนอย่างทุกครั้ง ก่อนจะเดินผ่านเธอ ออกไปทางประตูห้องพยาบาลอย่างรวดเร็ว

 

ไม่มีคำขอบคุณ ไม่มีคำบอกลา

 

แต่อายาเมะก็ยังพูดไล่หลังไปว่า “พรุ่งนี้มาทำแผลด้วยนะ”

 

บานประตูปิดลงทันทีที่เธอพูดจบจนน่าสงสัยว่าคนที่เดินออกไปแล้วจะได้ยินหรือเปล่า

 

แต่อายาเมะกลับรู้สึกอารมณ์ดีจนเธอเผลอฮัมเพลงต่อเบาๆ ขณะที่กลับไปนั่งทำการบ้านที่โต๊ะตัวเดิมของเธอ

 

ริมฝีปากของเด็กสาวขยับเป็นรอยยิ้มเมื่อเธอนึกถึงสีหน้าของบาคุโกที่เธอเหลือบเห็นตอนที่กำลังทำแผลอยู่

 

ถึงจะไม่ถึงกับหน้าแดงด้วยความเขินอาย แต่สีหน้าแปลกๆ บนใบหน้าที่มักจะขมวดคิ้วบึ้งตึงหรือเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดอยู่บ่อยๆ ตอนที่เธอให้เขาถอดเสื้อเพื่อจะทำแผล ก็ทำให้อายาเมะพลันรู้สึกว่าวันนี้ของเธอมันเสร็จสมบูรณ์แล้ว

 

ก็ยังมีมุมที่เหมือนเด็กผู้ชายวัยรุ่นทั่วไปอยู่บ้างนี่นะ

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

บาคุโกมองดูหนังสือเรียนตรงหน้า ขณะที่มือขยับปากกาเขียนเน้นตรงจุดที่สำคัญเอาไว้

 

นาฬิกาดิจิตอลบอกเวลาสามทุ่มแล้ว ทั้งที่เริ่มเข้าใกล้เวลานอนตามปกติของเขา แต่บาคุโกกลับยังไม่รู้สึกง่วงมากสักเท่าไร

 

หน้าจอโน้ตบุ๊คตรงหน้าถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าแชนเนิลของ ‘ไอริส’ โดยที่เขายังไม่ได้เปิดฟังเพลงอะไร

 

แต่แค่เหลือบตาขึ้นมาเห็นภาพดอกไอริสสีขาวบนพื้นหลังสีชมพูนั่นก็ทำให้บาคุโกรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว

 

สองสัปดาห์…

 

เป็นเวลาสองสัปดาห์แล้วที่เขาฟังเพลงจากแชนเนิลของยัยวูดู

 

ตอนแรกก็เป็นเพราะเขาพยายามจะทำความเข้าใจอัตลักษณ์ของยัยนั่น หาช่องว่างที่จะเอาชนะ เล่นงานที่จุดอ่อนจนยัยวูดูไม่สามารถเอาอัตลักษณ์ของหล่อนมาหยุดเขาได้อีก

 

แต่หลังจากห้าวันนั้น...ห้าวันที่ถูกบังคับให้ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์งี่เง่าด้วยกัน บาคุโกก็เริ่มไม่แน่ใจ

 

พอหมดช่วงเวลานั้นแล้ว หล่อนก็ควรจะหายไปจากชีวิตของเขาอย่างคนที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ในเมื่อเป็นแบบนั้นแล้วเขาจะยังเสียเวลากับเรื่องไร้สาระแบบนี้ไปอีกทำไมวะ

 

ทั้งที่คิดแบบนั้นแล้วแท้ๆ แต่บาคุโกก็ยังเห็นตัวเองเอื้อมมือไปกดเล่นเพลงของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ทั้งที่เขาตั้งใจจะปิดมันทิ้งไป แต่ในวันถัดมา เขาก็ยังได้ยินเสียงร้องเพลงดังก้องอยู่ในห้องของตัวเองทุกคืน

 

เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ฟังเพลงเพราะอยากเอาชนะ...เพราะรำคาญ…

 

หรือเพราะจริงๆ แล้วมันทำให้เขาสบายใจ…?

 

สำหรับคนที่มั่นใจในตัวเองมาตลอด...คนที่รู้เสมอว่าตัวเองต้องการอะไร กำลังมุ่งหน้าไปทางไหนและต้องทำอะไรเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการอย่างบาคุโก คัตสึกิ

 

การที่ต้องมานั่งสับสนกับอะไรแบบนี้แม่งให้ความรู้สึกน่าหงุดหงิดเป็นบ้า

 

แล้วยัยวูดูที่ควรจะกลับไปใช้ชีวิตของหล่อนสักทีก็ยังมัวมาวนเวียนอยู่รอบตัวเขาไม่หยุด

 

ขณะที่เดินอยู่ในโรงอาหารก็เห็นหัวสีบลอนด์สว่างขยับไปมาท่ามกลางผู้คนแน่นขนัด ตอนเดินอยู่บนทางเดินก็เห็นดวงตาสีน้ำทะเลที่ตวัดมาจ้องมอง จนเขาต้องเพ่งมองกลับไป ก่อนที่หล่อนจะมองผ่านเลยไปทางอื่น

 

เมื่อวันก่อนยังวุ่นวายถึงขนาดเข้ามายุ่มย่ามกับยัยป้าได้ยังไงก็ไม่รู้อีก

 

ทำให้ยัยป้าหลงจนหัวปักหัวปำ มาสั่งให้เขาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ย้ำนักย้ำหนาว่าต้องส่งหล่อนให้กลับถึงหอพักให้ได้

 

เข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเขาจนน่ารำคาญ เหมือนแมลงที่ไล่ยังไงก็ไม่ไปสักที

 

พูดยังไม่ทันขาดคำ บนหน้าจอโน้ตบุ๊คของเขาก็มีคำแจ้งเตือนใหม่ปรากฏขึ้นมา บ่งบอกว่ามีข้อความถูกส่งมาหาเขา

 

Iris_official : บาคุโก ฉันเพิ่งจะลงเพลงหิ่งห้อยในป่าไป ฝากนายส่งให้มิทสึกิซังได้ไหม? ฉันไม่รู้ว่าจะส่งไปให้ทางไหนดีน่ะ ขอโทษที่ต้องรบกวนนะ แล้วก็ขอบคุณมากๆ

 

Iris_official : ปล. อย่าบอกมิทสึกิซังนะว่าฉันเป็นคนร้อง! บอกแค่ว่าฉันฝากส่งไปให้ก็พอ

 

บาคุโกมองข้อความนั้นด้วยความหงุดหงิดใจ ยิ่งพอนึกถึงยัยป้าที่ว่านั่นแล้วก็ยิ่งพาลหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

 

บนหน้าจอแอพสนทนาด้านข้าง ยังมีข้อความที่ถูกส่งมาจากบาคุโก มิทสึกิเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเปิดค้างเอาไว้อยู่ โดยที่บาคุโกยังไม่ได้พิมพ์อะไรตอบกลับไป

 

ยัยป้า : ฝากถามอายาเมะจังทีสิว่าเพลงนี้ใช่เพลงที่คุยถึงครั้งที่แล้วหรือเปล่า

 

บาคุโกมองสองข้อความนั้นสลับไปมา ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปพับหน้าจอโน้ตบุ๊คปิดลงด้วยความโมโห

 

อยากคุยกันมากนักก็ไปคุยกันเองสิวะ

 

เขาไม่ใช่นกพิราบสื่อสารนะว้อย!

 

_____________________________________

 

ใช่ค่ะทุกคน เรื่องนี้เป็นแนว Slice of life/Romantic/Comedy ค่ะ //ขรึม

ช่วงนี้คือช่วงที่คัตจังโทรมนะคะ ตอนไปเรียนเสริม 5555555

ขอโทษนะคะที่ช่วงนี้อัพช้า ไม่มีอะไรจะพูดเลยนอกจากงานยุ่งมากกกกก เลิกงาน 5-6 โมงตลอด แถมต้องเตรียม present 2 งานรวด งานยุบยับไปหมดเลยค่ะ แล้วสัปดาห์นี้ก็อยู่เวรตั้ง 3 รอบแน่ะ TT พอมีเวลาเหลือก็คือหลับเป็นตายเลยค่ะ

เราไม่แน่ใจนะคะว่าวันศ.จะได้อัพมั้ย คือเขียนไม่ทันทั้งเรื่องนี้ทั้งคุณฮอว์กส์เลย ถ้าไม่ทันเราขอยกยอดไปวันจ.หน้าเลยนะคะ สัปดาห์หน้าอะไรๆ มันน่าจะดีขึ้นแล้ว ขอเวลาหายใจก่อนแปปนึง

เอาไว้เจอกันในตอนหน้านะคะ ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นคัตหรือคุมฮอว์กส์ แต่จะพยายามมาอัพให้เร็วที่สุดนะคะ

ขอบคุณไลค์และเม้นท์จากตอนก่อนมากๆ เลยนะคะ หล่อเลี้ยงใจมาก ดีใจที่ทุกคนชอบรูปนะคะ เรานี่ชอบแบบเห่อเลยอะ 5555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 312 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #364 kill-taehyun-exo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 22:19
    แงงงง ขอยาดตุยค่ะ
    #364
    0
  2. #160 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 21:58
    โวยวายกลบเกลื่อน
    #160
    0
  3. #144 lamb_san (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 00:58
    น่าร้ากกกก เรื่องนี้อ่านได้เพลินๆมากค่ะ ชอบสไตล์การเขียนของคุณไรทททท์ เรื่องอัพช้าไม่ต้องกังวลมากไปนะคะ รีดรอได้งับ คอมมิชชั่นก็น่ารักจริงๆแหละค่ะ เห็นแล้วหลงทั้งอายาเมะทั้งคัตสึกิเลยยย
    #144
    0
  4. #134 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 20:39
    แม่สามีกับลูกสะใภ้คือเจ้ากันได้ดี555
    #134
    0
  5. #133 baby-m2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 19:34
    ก็ยังมีความแบบชั้นเป็นผช.นะเห้ยงี้อยู่นะ55 น่าร๊ากกกก
    #133
    0
  6. #132 gurengesan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 19:18
    ก๊ากก!!อิจฉาที่มิทซังเอ็นดูอัจจี้มากกว่าก็บอกมาสิค้า~คัตสึกิคุงงง~
    #132
    0
  7. #131 nefalibata (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 18:41

    ตกหลุมรักยัยอายาเมะแง โบคุโกโคตรเก่ง น้องน่ารักขนาดนี้ไม่หวั่นไหวได้ไงคะเนี่ย ปล. รักคุณไรท์ ยุ่งขนาดนี้ยังอุส่าแว๊บมาอัพ แงง จะอ่านอย่างดีเลย! (。ì _ í。) พักผ่อนเยอะๆๆๆๆนะคะ ขอให้มีเรื่องให้ยิ้มออกในทุกทุกวันน้า /ปากำลังใจ ปิ้วว
    #131
    0
  8. #130 เหมียวเหมียว001 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 18:03

    อะเฮือกตายคะ
    #130
    0
  9. #129 กระต่ายกุกกี้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 16:58
    คูมมาการิต้าาาา น่ารักจังค่ะ แง้ (แล้วก็พาร์ทที่คุยกับสมาชิกในชมรมพิมพ์คำว่าห้องพยาบาลผิดเป็นห้องพยายามนะคะ)❤️
    #129
    2
    • #129-1 Ms. Margarita(จากตอนที่ 12)
      28 ตุลาคม 2563 / 16:59

      ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ช่วยเช็คคำผิดให้ รอบนี้รีบๆเลยไม่ได้ดูเลยค่ะ ดีใจมากๆเลย >< ขอบคุณมากนะคะ
      #129-1
  10. #128 Vela03 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 16:53
    ดีต่อใจสุดๆเลยค่า ยอมใจไรท์เลย งานพันตัวขนาดนี้แต่ยังมาลงต่อ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #128
    0
  11. #127 Momoji98 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 16:46

    ค้างงงง. แต่รักเลย
    #127
    0
  12. #126 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 16:26
    แอร๊ยยย น่ายักกกก ยัยคัตเขินล่ะสิ
    #126
    0
  13. #125 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 16:00
    รอยัเลยยย
    #125
    0