Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 11 : Aria 10 : Because he makes me feel safe.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,587
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 400 ครั้ง
    26 ต.ค. 63

 

Aria 10

Because he makes me feel safe.

 

อายาเมะมองดูจานสลัดมากุโร่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก

 

ทำไมเธอถึงตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้ อายาเมะก็ยังไม่ค่อยจะแน่ใจนัก

 

เรื่องทั้งหมดมันเริ่มที่เธอตัดสินใจช่วยออกปากให้กับสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ค้นพบว่าสามีภรรยาเมื่อครู่นี้ก็คือพ่อและแม่ของบาคุโก และหลังจากยืนมองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วนสักพัก (อาจจะมีแค่เธอคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น) แม่ของบาคุโกก็ลากเธอมากินข้าวเย็นด้วยจนได้

 

เป็นผู้หญิงที่อันตรายมากจริงๆ

 

ทั้งที่อายาเมะตั้งใจจะปฏิเสธอย่างหนักแน่น แต่รู้ตัวอีกที เธอก็มานั่งอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นกับครอบครัวบาคุโกได้อย่างไรก็ไม่รู้

 

อายาเมะคีบปลามากุโร่เข้าปากเสร็จแล้วก็แอบเหลือบมองผู้ชายคนที่นั่งอยู่ข้างเธอ

 

บาคุโกกำลังเทขวดพริกใส่ชามราเม็งของตัวเองด้วยปริมาณที่ดูน่าสะพรึงกลัวมาก

 

“ระวังจะปวดท้องนะ” อายาเมะเผลอพูดออกไปตามสัญชาตญาณ ก่อนที่เธอจะเริ่มรู้สึกว่าคำพูดด้วยความเป็นห่วงนั้นมันเป็นดูจะจุ้นจ้านมากเกินไปหน่อยสำหรับคนอย่างบาคุโก เด็กสาวจึงไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากคีบสลัดเข้าปากของตัวเอง

 

เธอแอบได้ยินบาคุโกแค่นเสียงในลำคอตอบกลับมา ต่างจากคุณนายบาคุโกที่หันมาชวนเธอคุยอย่างร่าเริงว่า “ไม่ต้องเปลืองพลังงานไปห่วงคัตสึกิหรอก อายาเมะจัง เจ้านั่นน่ะชอบกินของเผ็ดมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ”

 

บาคุโกชอบกินอาหารรสเผ็ดเหรอ...

 

ก็เหมาะกับนิสัยของเขาดีนะ?

 

“หายากนะคะ”

 

อายาเมะวางตะเกียบลงแล้วเงยหน้ากลับมาคุยกับคุณนายบาคุโกแทน ถึงจะชวนคุยไม่เก่ง แต่ถ้ามีเรื่องพูดคุยที่พอจะทำลายบรรยากาศเงียบสงบที่น่าอึดอัดได้ อายาเมะก็พร้อมจะคว้ามันเอาไว้อย่างรวดเร็ว

 

และคุณนายบาคุโกเองก็เป็นคนคุยเก่งมากด้วย อายาเมะไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก แต่บทสนทนาของพวกเขาก็ไหลลื่นได้ดีประมาณหนึ่ง

 

“คัตสึกิน่ะทำอะไรเหมือนชาวบ้านที่ไหนกันล่ะ”

 

“ยัยป้าก็เหมือนกันเหอะ” บาคุโกเหลือบมองแม่ของเขาทั้งที่ยังคีบเส้นราเม็งเข้าปาก “ไม่เห็นจะปกติที่ตรงไหน”

 

เพียงแค่ชั่วพริบตา อายาเมะก็เห็นตะเกียบข้างหนึ่งลอยข้ามโต๊ะอาหารไปกระแทกใส่หัวของบาคุโกได้อย่างแม่นยำ

 

เด็กสาวได้แต่นั่งตัวแข็งทื่ออย่างไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่บาคุโกที่โดนจู่โจมกะทันหันตั้งตัวเร็วกว่าเธอมาก เขารับตะเกียบข้างนั้นไว้ได้ก่อนที่มันจะตกพื้น ใบหน้าดำทะมึนขึ้นมาขณะที่ตะโกนกลับไปยังฟากตรงข้ามของโต๊ะว่า

 

“ทำอะไรวะ ยัยป้า!”

 

“บอกให้เรียกว่าแม่ไง! เจ้าเด็กนี่!!”

 

“อย่างป้าน่ะเรียกว่ายัยป้าก็ถูกแล้วนี่หว่า!”

 

รู้ตัวอีกที อายาเมะก็เห็นสองแม่ลูกลุกขึ้นมาดึงแก้มกันด้วยท่าทางเกรี้ยวกราดราวกับจะฆ่ากันให้ตายบนโต๊ะอาหารนี่ให้ได้

 

ไม่ใช่แค่หน้าตากับทรงผมหรอก...

 

นิสัย วิธีพูด หรือท่าทางก็เหมือนกันไปหมดจนอายาเมะไม่ต้องเดาเลยว่าบาคุโกถอดแบบจากใครในบ้านของเขามา

 

“ไม่ต้องตกใจหรอกนะ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วล่ะ” คุณบาคุโกะหันมาพูดปลอบเธอ ทำให้อายาเมะยิ่งรู้สึกอยากจะลุกออกจากโต๊ะไปยืนตั้งสติในห้องน้ำอีกสักห้านาที

 

คนที่มองว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติก็เรียกได้ว่าไม่ปกติแล้วล่ะ...

 

ครอบครัวบาคุโกเป็นครอบครัวที่ไม่เหมือนใครจริงๆ เธอไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมบาคุโกถึงดูไม่ค่อยเหมือนคนทั่วไปสักเท่าไร

 

เสียงโวยวายของบาคุโกกับแม่ของเขาดำเนินไปอีกไม่นานนัก พออายาเมะเงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหารอีกทีก็เห็นพวกเขากลับไปจัดการอาหารของตัวเองอย่างเดิมแล้ว

 

ส่วนอายาเมะที่ไม่ได้พูดคุยอะไรมากนักก็กินสลัดไปได้จนเกือบจะหมดจานแล้ว เธอกลืนปลาคำสุดท้ายเสร็จพอดีในตอนที่คุณนายบาคุโกหันมาชวนเธอคุย

 

“ว่าแต่อายาเมะจังรู้จักกับคัตสึกิได้ยังไงเหรอ เรียนห้องเดียวกัน?”

 

“เปล่าหรอกค่ะ หนูเรียนยูเอก็จริง แต่เรียนหลักสูตรทั่วไปน่ะค่ะ” อายาเมะส่ายหน้าปฏิเสธในทันที ก่อนจะพยายามคิดหาคำบอกเล่าที่ดีที่สุดโดยที่ไม่ต้องพูดโกหกหญิงสูงวัยกว่า

 

จะให้พูดว่า ‘รู้จักกันเพราะไปช่วยเพื่อนร่วมห้องที่ตั้งใจจะหาเรื่องบาคุโก’ มันก็คงจะฟังดูไม่ค่อยดีสักเท่าไร

 

“เรารู้จักกันตอนที่มีอุบัติเหตุอุปกรณ์ซัพพอร์ตระเบิดในโรงเรียน ตอนนั้นบังเอิญได้บาคุโกช่วยเอาไว้พอดี ต้องขอบคุณมากๆ เลยล่ะค่ะ”


ดวงตาสีแดงสดเหลือบมามองเธอตอนที่อายาเมะพูดเล่าความจริงออกมาแค่ครึ่งเดียว แต่เขาก็ไม่ได้พูดแย้งเรื่องของเธอ

 

และก็ดูเหมือนว่าคำพูดของเธอจะทำให้คุณนายบาคุโกดูตื่นเต้นมากขึ้นไม่น้อย


 

“นานๆ ทีเจ้าเด็กนี่มันก็คงทำอะไรเข้าท่าบ้างล่ะนะ”

 

“หาเรื่องกันเหรอวะ”

 

วิธีพูดคุยของบาคุโกกับแม่ของเขาทำให้อายาเมะเผลอสะดุ้งไปหลายรอบมากจริงๆ ถ้าเธอไปพูดอะไรแบบนี้ใส่แม่ของเธอ มีหวังถูกตบปากแน่ๆ

 

แต่คุณนายบาคุโกเหมือนจะไม่สนใจลูกชายของเธอนัก ขณะที่หันกลับมาคุยกับเธอต่อ

 

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าคัตสึกิจะมีเพื่อนเป็นเด็กน่ารักๆ แบบหนูได้”

 

เพื่อนเหรอ…?

 

อายาเมะได้แต่ยิ้มบางๆ กับตัวเอง

 

อย่างเธอกับบาคุโกไม่ได้เรียกว่าเพื่อนหรอก

 

“ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ใครๆ ก็รู้จักบาคุโกทั้งนั้น หนูก็เลยคงจะเผลอพูดเหมือนรู้จักมานานแล้วล่ะมั้งคะ”

 

“หล่อนหมายความว่าไงวะ”

 

ดวงตาสีแดงหรี่ลงมองเธอ ทำให้อายาเมะรีบตอบกลับไปว่า “หมายความว่าเป็นที่รู้จักไง!”

 

“มันเป็นคำชมตรงไหนวะ ยัยซุ่มซ่าม!”

 

“บาคุโกเองก็ไม่เคยชมฉันเหมือนกันนั่นล่ะ”

 

อายาเมะพูดโพล่งออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเม้มปากนิดๆ แล้วหันหน้าหลบตาเหมือนทุกครั้งที่เธอเพิ่งจะคิดได้ว่าเธอเผลอพูดอะไรออกไปโดยไม่ทันได้คิดอีกแล้ว

 

กับบาคุโกแล้วมันก็เป็นแบบนี้ทุกที

 

พออยู่กับเขาแล้วเธอชอบเผลอพูดโพล่งความคิดของตัวเองออกไปก่อนจะทันได้หยุดตัวเองตลอด

 

คงเพราะเขาเป็นคนชอบพูดจายั่วโมโหคนอื่นอยู่ประจำ

 

ขนาดอายาเมะที่ไม่เคยโกรธคำพูดของเขาอย่างจริงจังก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะไม่พูดตอบโต้อะไรสักอย่าง

 

และนี่ก็คือบาคุโกนะ

 

จะตอบอะไรกลับไป เขาก็คงโกรธอยู่ดี

 

การมานั่งคิดว่าจะตอบอะไรให้เขาไม่โกรธเป็นเรื่องที่เสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์สุดๆ

 

ตอนแรกอายาเมะก็กลัวอยู่หรอกว่าคุณพ่อคุณแม่ของเขาจะมองว่าเธอเป็นเด็กไม่มีมารยาทหรือเปล่า แต่รอยยิ้มขบขันบนใบหน้าของคนทั้งคู่ก็ทำให้ไหล่ของอายาเมะที่แข็งเกร็งด้วยความเครียดค่อยๆ ผ่อนคลายลง

 

“ช่างหัวคัตสึกิเถอะ” คุณนายบาคุโกโบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ “เล่าเรื่องของหนูบ้างดีกว่า”

 

“หนูเหรอคะ”

 

อยู่ๆ สายตาของสองสามีภรรยาบาคุโกก็หันมามองเธอ ทำให้อายาเมะรู้สึกตื่นตระหนกหน่อยๆ เธอเคยคุยกับเพื่อนของคุณพ่อคุณแม่บ่อยก็จริง แต่มันก็ให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันอยู่ดี

 

“อายาเมะจังมาเรียนที่ยูเอ แต่เรียนภาคปกติ แสดงว่าไม่ได้อยากจะเป็นฮีโร่สินะ”

 

“ไม่ค่ะ” อายาเมะส่ายหน้าไปมา “จนตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าอยากจะทำอะไร ก็เลยเลือกเรียนหลักสูตรทั่วไปน่ะค่ะ”

 

“อืม...” คุณนายบาคุโกลูบคางไปมาอย่างใช้ความคิด “แล้วปกติชอบทำอะไรล่ะ น่าจะหาอาชีพจากสิ่งที่ชอบทำนะ”

 

“ชอบร้องเพลงค่ะ!”

 

อายาเมะเผลอพูดออกมาเสียงดังขึ้นกว่าปกติด้วยความตื่นเต้น ส่วนคุณนายบาคุโกเองก็ดูสนอกสนใจเหมือนกันขณะที่ตอบกลับมาว่า

 

“เพลงแบบไหนเหรอ”

 

“ถ้าเป็นฟังเพลงล่ะก็ชอบทุกแนวเลยค่ะ! แต่ถ้าร้องเพลงจะชอบร้องเพลงสบายๆ น่ะค่ะ แบบที่ฟังแล้วทำให้ผ่อนคลายได้”

 

พอบทสนทนาวนเข้ามาในเรื่องที่อายาเมะถนัด เธอก็เริ่มพูดคุยได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น รู้ตัวอีกที เด็กสาวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพลงต่างๆ ยื่นข้ามโต๊ะไปให้คุณนายบาคุโกดูด้วยความตื่นเต้น

 

บรรยากาศน่าอึดอัดเมื่อครู่หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่อายาเมะเองก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกันที่เธอกล้าคุยกับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้มากถึงขนาดนี้

 

“บาคุโกซังเคยฟังเพลงนี้หรือยังคะ อันนี้ก็ดีมากเหมือนกันนะ”

 

อายาเมะกดเปิดเพลงไปด้วยในขณะที่ส่งมือถือไปให้อีกฝ่าย ซึ่งแม่ของบาคุโกก็รับมือถือของเธอไป ก่อนจะพยักเพยิดไปทางสามีของเธอ

 

“ถ้าเรื่องเพลงคลาสสิคล่ะก็ต้องยกให้คนนั้นเลยล่ะ เขาชอบฟังอะไรพวกนี้ตอนทำงานน่ะ”

 

“บาคุโกซังเองก็ชอบฟังเพลงคลาสสิคเหรอคะ”

 

ประโยคคำถามนั้นฟังแปลกๆ นิดหน่อย เพราะเธอเองก็เพิ่งจะหันไปถาม ‘บาคุโกซัง’ อีกคนเมื่อครู่นี้เอง

 

ปกติอายาเมะก็เรียกบาคุโกว่า ‘บาคุโก’ อยู่แล้ว พอเจอพ่อกับแม่ของเขาก็เลยเรียกว่า ‘บาคุโกซัง’ ทั้งคู่ แต่พอพูดกันไปกันมาแล้วมันก็ชักจะเริ่มน่าปวดหัว

 

ดูเหมือนว่าคุณนายบาคุโกก็คิดเหมือนกับเธอ เพราะในตอนนั้นเอง หญิงวัยกลางคนก็พูดออกมาอย่างไม่คิดมากว่า “เรียกฉันว่ามิทสึกิก็ได้นะ ส่วนนั่นก็มาซารุน่ะ”

 

“มิทสึกิซังกับมาซารุซัง” อายาเมะพูดทวนด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย ดูไม่ค่อยจะเคยชินกับการได้รับอนุญาตให้เรียกชื่อได้ทั้งที่เพิ่งจะรู้จักกันมาแค่ไม่กี่ชั่วโมง

 

ไปๆ มาๆ แล้วเธอดูสนิทกับแม่ของบาคุโกมากกว่าที่เธอสนิทกับเขาเสียอีก

 

ถึงบาคุโกกับแม่ของเขาจะคล้ายกันมาก แต่ก็มีข้อแตกต่างบางอย่างที่เห็นได้ชัด

 

อย่างน้อยที่สุดที่เห็นได้ชัดเจนก็คือแม่ของเขาเป็นคนอัธยาศัยดีมากๆ ชวนเธอคุยมาได้ตลอดสองสามชั่วโมงโดยที่บรรยากาศแทบจะไม่สะดุดเลย

 

อ๊ะ…

 

สองสามชั่วโมง!?

 

อายาเมะหมุนโทรศัพท์กลับมากดดูเวลาอีกครั้งด้วยความตกใจ เธอมัวแต่คุยเพลินจนลืมดูเวลาไปเสียสนิท

 

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว

 

ถึงจะไม่ได้ดึกมากถึงขนาดนั้น แต่เธอก็ไม่อยากกลับค่ำมากจนเกินไปนัก ยิ่งพอมองออกไปนอกหน้าต่างของร้านอาหารทำให้เห็นท้องฟ้าข้างนอกที่เป็นสีน้ำเงินเข้มไปจนหมดแล้ว อายาเมะจึงเริ่มรู้สึกร้อนรนนิดหน่อย

 

ดูเหมือนว่าสีหน้าท่าทางของเธอจะแสดงออกมาชัดเจนมาก เพราะคุณนายบาคุโกเองก็ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองเช่นกัน ก่อนจะพูดกับเธอว่า

 

“อายาเมะจังต้องรีบกลับหอพักสินะ”

 

“ไม่ได้รีบหรอกค่ะ” อายาเมะรีบโบกมือไปมาเป็นเชิงปฏิเสธทันทีด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกไม่ดี

 

“แค่คิดว่าไม่อยากกลับค่ำมากเกินไปน่ะค่ะ เพราะว่าเดินทางกลับคนเดียวด้วย ถ้าเพื่อนของหนูรู้ก็คงจะเป็นห่วงอีกแน่ๆ”

 

“กลับคนเดียวที่ไหนกัน!” คุณนายบาคุโกแย้งทันที “คัตสึกิก็ต้องกลับยูเอเหมือนกันอยู่แล้ว”

 

“หา?”

 

คนถูกพาดพิงส่งเสียงขึ้นมาด้วยความไม่พอใจในทันที หลังจากที่เขานั่งกินอาหารเงียบๆ มาสักพักใหญ่แล้ว บาคุโกชี้ส้อมมาทางเธอพร้อมกับขมวดคิ้วแล้วตอบแม่ของเขากลับไปว่า

 

“ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กนะว้อย”

 

“ฉันก็ไม่ใช่เด็กสักหน่อย” อายาเมะหันไปขมวดคิ้วมองคนปากเสียที่พูดเหมือนว่าเธอเป็นเด็กอนุบาลที่ต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแล

 

“จะเป็นฮีโร่แท้ๆ ถ้าคุ้มครองเด็กผู้หญิงคนเดียวกลับโรงเรียนไม่ได้ก็ลาออกมานอนอยู่บ้านไปเถอะ”

 

แม่ของบาคุโกพูดตอกกลับไปอย่างไม่ไว้หน้า ทำให้สองแม่ลูกเริ่มโต้เถียงกันอีกแล้ว ในขณะที่คนเป็นพ่อพยายามยกมือห้ามทั้งสองคนเอาไว้


 

“ทั้งสองคนใจเย็นๆ...”

 

“คุณน่ะ/แกน่ะ...เงียบไปเถอะ!!”

 

อายาเมะได้แต่มองบาคุโก มาซารุด้วยสายตาสงสาร

 

การเป็นคนที่ธรรมดาที่สุดในบ้านที่สุดจะไม่ธรรมดาก็มีความลำบากในแบบของมันจริงๆ

 

คุณนายบาคุโกยกมือขึ้นฟาดหัวของบาคุโกเป็นครั้งสุดท้าย พอเธอหันกลับมามองอายาเมะ ใบหน้าเกรี้ยวกราดนั้นก็สลายไป เหลือแค่รอยยิ้มใจดีขณะที่พูดว่า

 

“เอาเป็นว่ากลับไปพร้อมกับคัตสึกิก็แล้วกัน แบบนั้นน้าจะสบายใจกว่าน่ะ”

 

เด็กสาวหันไปมองบาคุโกที่กัดฟันกรอดด้วยความโมโหที่เพิ่งจะถูกตบหัวแต่เอาคืนไม่ได้ ท่าทางเกรี้ยวกราดเหมือนเด็กๆ แต่ก็ยังยอมลงให้แม่ของตัวเองทำให้เธอเผลอยิ้มที่มุมปากด้วยความขบขัน

 

ที่จริงแล้วก็เป็นลูกชายของคุณแม่ชัดๆ เลยนี่นา

 

เธอหยุดคิดสักพัก ก่อนจะตัดสินใจตอบกลับไปในที่สุด

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอรบกวนด้วยค่ะ”

 

เพราะคำตอบนั้น ทำให้อายาเมะมาเดินอยู่ในสถานีรถไฟฟ้าที่มุ่งหน้าไปทางโรงเรียนยูเอพร้อมกับบาคุโกจนได้

 

เขาเดินล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ข้างหน้าเธอโดยไม่ได้พูดอะไรด้วยสักคำ ไม่แม้กระทั่งจะหันมามองว่าเธอยังเดินตามหลังไปอยู่หรือเปล่า

 

แต่อายาเมะก็รู้ว่าเขาชะลอฝีเท้ารอเธออยู่

 

ถ้าบาคุโกตั้งใจเดินโดยไม่สนใจเธอเลยสักนิด ป่านนี้คงจะคลาดกันไปนานมากแล้ว

 

ดวงตาสีน้ำทะเลมองดูด้านหลังของเด็กหนุ่มที่เดินนำอยู่ข้างหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาคงที่อยู่ที่ประมาณสามสี่ก้าว ทำให้มองตามได้ง่ายแม้ว่าในสถานีจะเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย

 

บาคุโกไม่ใช่คนที่ตัวสูงจนโดดเด่น แต่สำหรับคนในวัยเดียวกันก็ถือว่าเขาค่อนข้างสูงแล้ว

 

ยิ่งรวมกับผมสีทองซีดชี้ไปมานั่นแล้ว ทำให้ดูสะดุดตาขึ้นมาท่ามกลางผู้คนได้ไม่ยาก

 

เธอเกือบจะเดินหลงไปในกลุ่มฝูงคนอยู่ช่วงหนึ่งตอนที่เดินแตะบัตรผ่านเพื่อจะเข้าไปยังชานชะลาของรถไฟฟ้า แต่โชคดีที่ยังมองบาคุโกแบบลิบๆ ทำให้รีบเดินแทรกตัวจนตามทันในที่สุด

 

สุดท้ายแล้วอายาเมะก็ตัดสินใจเร่งฝีเท้าตามไปเดินอยู่ข้างๆ เขา เพราะกลัวว่าจะเดินหลงกันไปอีกรอบ

 

บาคุโกเหลือบมองเธออยู่แวบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะมองตรงไปข้างหน้า ไม่ได้สนใจเธออีกเลย

 

ทั้งที่ล้อมรอบไปด้วยผู้คนนับร้อยที่เดินขวักไขว่ไปมาอย่างวุ่นวาย แต่บรรยากาศระหว่างเธอกับเขาก็เงียบสงบ เหมือนกับตอนที่พวกเขาถูกลงโทษให้บำเพ็ญประโยชน์ตอนหลังเลิกเรียนด้วยกันไม่มีผิด

 

อายาเมะไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่มันก็ไม่ใช่บรรยากาศที่น่าอึดอัด

 

อาจจะเพราะว่าเธอชินกับการใช้เวลาเงียบๆ แบบนี้กับบาคุโกไปแล้ว

 

เขาเป็นคนโมโหง่าย ขี้โวยวายก็จริง แต่ตอนที่เขาไม่อยากพูด เขาก็ไม่พูดอะไรสักคำ

 

เพราะแบบนั้น เธอถึงรู้สึกว่าเขาทั้งแปลก...ทั้งเข้าใจยาก

 

อายาเมะไม่แน่ใจว่าเวลาที่บาคุโกอยู่กับเพื่อนๆ เขาทำตัวแบบไหนกันแน่ แต่ส่วนมากเวลาที่เขาอยู่กับเธอ หากไม่ใช่ว่าเขาหันมาด่าอะไรเธอสักอย่าง เขาก็จะอยู่เงียบๆ แบบนี้ล่ะ

 

จนกระทั่งพวกเขาเบียดตัวขึ้นไปอยู่บนรถไฟฟ้าได้แล้ว ก็ยังไม่มีบทสนทนาอะไรระหว่างกันแม้แต่คำเดียว

 

ช่วงเวลาราวๆ หนึ่งถึงสองทุ่มยังถือเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนหลังเลิกงานของเหล่ามนุษย์เงินเดือน อายาเมะเบียดตัวเข้าไปได้อย่างยากลำบาก เพียงไม่นานเธอก็ถูกดันเข้าไปอยู่ด้านในเหมือนกับเป็นปลากระป๋องไม่มีผิด

 

เธอไม่ชอบรถไฟฟ้าก็ตรงนี้แหละ

 

ดวงตาสีน้ำทะเลเหลือบมองรอบๆ อีกครั้งให้แน่ใจว่าบาคุโกยังอยู่ในสายตา ด้วยความบังเอิญอันโชคดี ดูเหมือนว่าเขาจะยืนอยู่ไม่ไกลจากเธอนัก

 

ในใจของเธอพลันรู้สึกผ่อนคลายลงทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยยืนอยู่ข้างหลังนี่เอง

 

บาคุโกยืนจับห่วงด้านบนเอาไว้ มืออีกข้างยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูอะไรบางอย่าง ใบหน้าเรียบเฉยดูเบื่อหน่ายกับการเดินทางที่แสนจะเสียเวลา

 

เธอเองยังเริ่มจะรู้สึกเบื่อแล้วเหมือนกัน

 

อายาเมะละสายตาจากเขาแล้วก็หยิบหูฟังมาต่อกับโทรศัพท์ของตัวเอง ก่อนจะยกขึ้นมาเลื่อนหาเพลงใหม่ๆ ฟังบ้าง เด็กสาวมัวแต่จดจ่อกับหน้าจอจนไม่ทันได้สังเกตสายตาแปลกๆ ที่มองมาจากทางด้านข้างของเธอ

 

ชายอายุราวสามสิบกว่าในชุดสูทแบบมนุษย์เงินเดือนกำลังจ้องมองอายาเมะจากทางด้านข้าง

 

ใบหน้าสะสวยกับเส้นผมยาวสีบลอนด์สว่างของเด็กสาวดูโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางผู้คนในขบวนรถอย่างชัดเจน ทันทีที่เขาเดินขึ้นมาในรถไฟฟ้า เขาก็สะดุดตาเธอเป็นคนแรกจนตัดสินใจเบียดตัวเข้ามาในตำแหน่งนี้ ทำให้ได้ยืนข้างเธอจนได้

 

ผู้ชายคนนั้นยืนมองอีกสักพักจนมั่นใจว่าอายาเมะตั้งอกตั้งใจมองมือถือจนไม่น่าจะสังเกตเห็นเขาแล้ว

 

มือของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างช้าๆ ก่อนจะหันด้านที่เป็นกล้องขึ้นมาด้านบน แล้วเลื่อนมันไปทางใต้กระโปรงของเด็กสาวที่ใส่หูฟังเล่นมือถืออยู่ โดยไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าคนด้านข้างกำลังพยายามทำอะไร

 

หมับ!

 

ก่อนที่เขาจะได้ทำอย่างที่คิด ก็มีมืออีกข้างขยับมาจับข้อมือของเขาเอาไว้

 

พนักงานบริษัทคนนั้นสะดุ้งเฮือกอย่างไม่คิดว่าจะมีคนสังเกตเห็นการกระทำของเขาท่ามกลางผู้คนที่แน่นขนัดบนรถไฟฟ้า พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังขมวดคิ้วมองเขาอยู่

 

ใบหน้าของบาคุโกบึ้งตึง ดวงตาสีแดงหรี่ลงมองอีกฝ่ายราวกับกำลังมองหนูสกปรกข้างถนน

 

ทั้งที่ส่วนสูงก็พอๆ กัน แต่ในวินาทีนั้น เขารู้สึกราวกับว่าเด็กหนุ่มวัยรุ่นตรงหน้าดูตัวใหญ่ขึ้นขณะที่มองเขาด้วยแววตาของนักล่าที่อยู่บนจุดสูงกว่าของห่วงโซ่อาหาร

 

มือของบาคุโกบีบแน่นขึ้นราวกับจะส่งผ่านคำเตือน ชายที่พยายามจะแอบถ่ายใต้กระโปรงบนรถไฟฟ้าเหงื่อแตกพลั่กด้วยความร้อนรน ดวงตาหลุกหลิกพยายามกวาดมองหาทางออกจากสถานการณ์นี้ ในขณะที่เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าเหมือนมือของอีกฝ่ายจะให้ความรู้สึกร้อนมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

 

แต่ก่อนที่จะทันได้ทำอะไรต่อไป ก็มีเสียงประกาศดังขึ้นพร้อมกับที่ประตูรถไฟฟ้าเปิดออกพอดีเมื่อมันหยุดลงที่สถานีถัดมา

 

สำหรับคนที่กำลังถูกจับได้คาหนังคาเขา นั่นก็เป็นเหมือนกับเสียงสวรรค์เลย

 

“ขะ...ขอโทษครับ!!”

 

หนุ่มออฟฟิศคนนั้นตะโกนลั่นก่อนจะรวบรวมแรงที่มากที่สุดในชีวิตสะบัดข้อมือออกจากมือของบาคุโก ถึงแรงเหวี่ยงจะทำให้มือถือของเขาตกพื้นหายไปท่ามกลางผู้คนที่แน่นขนัดบนรถไฟฟ้า แต่เขาก็ดูไม่มีอารมณ์จะสนใจเก็บมันกลับขึ้นมาอีกแล้ว

 

เขาพยายามเบียดตัวฝ่าผู้คนจนไปถึงประตูรถไฟฟ้า แล้วพุ่งตัววิ่งหนีออกไปได้ในที่สุด โดยไม่หันกลับมามองข้างหลังอีกเลย

 

เพราะเสียงตะโกนไม่มีที่มาที่ไปนั่น ถึงมันจะไม่ได้ดังมากเมื่อเทียบกับเสียงความวุ่นวายบนรถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่ก็ดังพอให้คนรอบๆ หันมามองด้วยความสงสัย

 

อายาเมะเองก็เช่นกัน

 

เด็กสาวถอดหูฟังออกข้างหนึ่งแล้วหันไปมองข้างหลัง แต่ก็เห็นเพียงแค่บาคุโกที่ดูจะยืนใกล้เธอมากขึ้นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

 

เด็กหนุ่มทำหน้านิ่วคิ้วขมวดขณะที่มองออกไปนอกประตูรถไฟฟ้า ท่าทางที่ดูไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจนนั่นทำให้อายาเมะอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ว่า

 

“บาคุโก มีอะไรหรือเปล่า”

 

บาคุโกไม่ตอบคำถามนั้น

 

ไม่ใช่แค่ไม่ตอบคำถามนั้น แต่อยู่ๆ เขาก็ใช้จังหวะที่คนบางส่วนเดินออกไปจากรถไฟฟ้าทำให้มีพื้นที่ว่างเหลือมากขึ้นจับไหล่เธอผลักเข้าไปอยู่ทางด้านในติดกับขอบกั้นของที่นั่ง

 

เพราะถูกดันเข้าไปด้านในอย่างไม่ทันตั้งตัวจึงทำให้อายาเมะตกใจนิดหน่อยจนเกือบจะเสียหลัก แต่พอยืนได้มั่นคงดีแล้ว เธอก็เงยหน้ามองบาคุโกที่ตอนนี้เปลี่ยนมายืนหันหลังอยู่ตรงหน้าเธอแทน

 

เธอมองไม่เห็นสีหน้าของเขา แต่ก็รู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดจากท่าทางเหล่านั้น

 

เธอเผลอทำอะไรขัดใจเขาอีกหรือเปล่านะ

 

ถึงจะสงสัยแบบนั้น แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่ได้พูดอะไร แล้วเธอก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่าไปทำอะไรขัดหูขัดตาเด็กหนุ่ม ในไม่ช้า อายาเมะก็ตัดสินใจปล่อยมันผ่านไปในที่สุด

 

ระยะทางระหว่างสถานีรถไฟกับโรงเรียนยูเอไม่ได้ไกลมากนัก แต่บนทางเท้าว่างเปล่า ปราศจากผู้คน คงเพราะว่ามันเป็นเวลาค่อนข้างดึกมากแล้ว

 

อายาเมะถอดหูฟังเก็บไปแล้ว ทำให้บรรยากาศรอบๆ มีเพียงแค่เสียงลมพัดผ่านกับเสียงใบไม้เสียดสีขยับไปมา รวมกับเสาไฟห่างๆ ที่เหมือนจะมีแสงไม่เพียงพอต่อการทำให้ถนนเปลี่ยวๆ แห่งนี้สว่างขึ้นได้ ทำให้บรรยากาศรอบๆ ดูน่ากลัวเหมือนกับหลุดออกมาจากหนังสยองขวัญ

 

โชคดีที่ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง อากาศเลยไม่หนาวมากจนเกินไปนัก

 

ขณะที่เดินไปตามทาง ดวงตาสีน้ำทะเลก็กวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะตรงซอยมืดๆ ที่แสงไฟส่องเข้าไปไม่ถึง

 

ในฐานะเด็กผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่ง การระวังตัวในสถานการณ์แบบนี้สำคัญกับเธอมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายาเมะรู้ตัวว่าเธอหน้าตาค่อนข้างโดดเด่น

 

บางครั้งมันก็เป็นเรื่องดี บางทีก็เป็นเรื่องน่ารำคาญ

 

เรื่องอย่างการถูกจีบหรือตามตื๊อบนท้องถนนก็เคยเจอมาบ้าง โชคดีที่หลายๆ ครั้งก็ได้พี่ชายหรือไม่ก็ซาโยริช่วยเอาไว้ เพราะแบบนั้นเพื่อนสนิทของเธอเลยกังวลมากที่จะปล่อยให้เธอเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว

 

คนอื่นอาจจะคิดว่าเธอหวาดระแวงมากเกินไปก็ได้ แต่อายาเมะมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับการถูกผู้ชายตามตื๊อมาก่อน เธอจึงยึดหลักการว่า ‘ระวังเอาไว้ก่อน ดีที่สุดเสมอ’ มาตลอด

 

การพยายามไม่เดินทางคนเดียวตอนมืดๆ ค่ำๆ ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เธอพยายามทำมาตลอด ที่มาพลาดเอาวันนี้ก็เพราะว่าแวะกินอาหารเย็นกับครอบครัวบาคุโกก่อนนั่นล่ะ

 

แต่ก็...ไม่ได้เรียกว่ากลับคนเดียวล่ะมั้ง?

 

เพราะท้ายที่สุดแล้ว บาคุโกก็เดินมากับเธอตลอดทางจริงๆ

 

หลังจากกวาดตามองจุดอับทั้งหมดจนทั่วทั้งถนนแล้ว อายาเมะก็หันกลับมามองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เดินล้วงกระเป๋าอยู่ข้างหน้า ห่างจากเธอออกไปไม่ไกลนี่เอง

 

ทั้งที่กำลังเดินกลับโรงเรียนตอนมืดค่ำ บางครั้งก็ต้องเดินผ่านมุมมืดๆ ของถนนที่ไฟส่องไปไม่ถึงและสถานที่ที่ไม่เหมาะจะให้เด็กมัธยมปลายแวะเวียนไปเยือน แต่อายาเมะกลับรู้สึกว่าเธอเดินตรงไปข้างหน้าได้อย่างสงบนิ่ง

 

พอเห็นเส้นผมสีทองซีดยุ่งเหยิงพวกนั้นแล้ว รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นมาบนริมฝีปากของเธออย่างที่อายาเมะก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงรู้สึกสบายใจได้มากนัก

 

เธอกำลังเดินอยู่บนถนนวังเวงที่มีจุดอับแสงอยู่อย่างน้อยห้าจุดที่เธอต้องเดินผ่าน แต่อายาเมะก็ไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิดเดียว

 

เพราะถึงจะไม่ได้เดินอยู่ข้างกัน แต่บาคุโกก็เดินอยู่ในสายตาของเธอเสมอ

 

เขาอยู่ในระยะที่เธอจะเอื้อมมือไปถึงหากต้องการความช่วยเหลือ

 

บาคุโกอาจจะบ่นโน่นบ่นนี่ แต่ก็เดินอยู่กับเธอตั้งแต่แยกกับครอบครัวของเขาจนมาถึงที่ตรงนี้ และอายาเมะก็มั่นใจว่าเขาคงจะเดินอยู่กับเธอไปจนกว่าพวกเขาจะเหยียบเท้าเข้าไปในโรงเรียนยูเอ

 

เขาอาจจะปากร้าย แต่ก็ไม่มีทางละทิ้งคนที่ต้องการความช่วยเหลือเด็ดขาด

 

เป็นฮีโร่ตัวจริงเลยล่ะ...ถึงจะปากหมาไปหน่อยก็เถอะ

 

ถ้าลดความปากหมาลงไปได้ก็คงจะมีคนชอบมากขึ้นแท้ๆ

 

แต่บาคุโกก็คือบาคุโก

 

เธอเองก็ยังรู้สึกเลยว่าการที่เขาเป็นตัวเองโดยไม่ไว้หน้าใครสักนิดเป็นเรื่องที่สุดยอดมากๆ อย่างที่เธอคงจะไม่มีทางทำได้

 

คงเพราะว่าเธอมัวแต่คิดเรื่องของเขา พอรู้ตัวอีกที อายาเมะก็เห็นป้ายโรงเรียนอยู่ตรงหน้าแล้ว เธอแทบจะไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเดินมาไกลถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร

 

ตอนที่พวกเขาเหยียบเท้าลงที่หน้าโรงเรียนยูเอก็เป็นเวลาเกือบสามทุ่ม

 

ท้องฟ้าเป็นสีดำสนิทจนหมด บรรยากาศรอบข้างมืดสลัว มีแค่แสงจากหลอดไฟรอบบริเวณหน้าโรงเรียนเพียงเท่านั้น

 

ทั้งที่บรรยากาศดูน่ากลัวจนอายาเมะอยากจะรีบเดินผ่านๆ ไปให้ถึงหอพักให้เร็วที่สุด แต่พอมาคิดดูแล้ว ถ้ามาถึงในเขตโรงเรียนได้แล้วก็คงไม่ต้องกังวลอะไรมาก เพราะในโรงเรียนยูเอมีระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

 

อายาเมะสรุปกับตัวเองดังนั้นแล้วก็วางใจในที่สุด

 

เธอยังคงเดินตามหลังเขาเหมือนเดิม เว้นระยะเอาไว้ที่สามสี่ก้าวเหมือนก่อนหน้านี้ จนกระทั่งพวกเขามาถึงทางแยกระหว่างสองหอพัก

 

บาคุโกเดินล้วงกระเป๋ากางเกงไปตามทางกลับหอพักของตัวเองโดยไม่มีแม้แต่คำบอกลา

 

ภาพของแผ่นหลังที่เคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ นั่นให้ความคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก อายาเมะหยุดยืนอยู่ที่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ดวงตาสีน้ำทะเลมองตามบาคุโกอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจพูดออกมาว่า

 

“ขอบคุณสำหรับวันนี้มากนะ”

 

น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา หากไม่ได้พูดในสถานที่ที่เงียบสงบขนาดนี้อาจจะฟังแทบไม่ได้ยิน แต่มันก็เต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจจริงของเธอ

 

เพราะอายาเมะรู้สึกขอบคุณมากจริงๆ ที่เขาเดินกลับมากับเธอในวันนี้

 

เธอเองก็ไม่ได้คิดถึงกับว่ามันจะเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นกับเธอหรอก แต่การที่มีบาคุโกเดินกลับมาด้วย มันก็ทำให้การเดินทางที่น่าจะยาวนานและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงของเธอมันหดสั้นลงและผ่านไปอย่างง่ายดายกว่าที่คิดมาก

 

เขาทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจ…

 

ทำให้เธอมั่นใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะยังมีฮีโร่คนหนึ่งที่อยู่ตรงนั้นเสมอ

 

เพราะฉะนั้นแล้ว ถึงบาคุโกจะไม่สนใจก็ไม่เป็นไร เธอก็อยากจะทำให้เขาได้รับรู้จริงๆ ว่าการกระทำที่เขาอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยไร้สาระที่เขาแค่ทำให้แม่ของตัวเอง มันได้ช่วยเธอเอาไว้มากจริงๆ

 

แต่สิ่งที่อายาเมะไม่ได้คาดคิดก็คือการที่บาคุโกชะงักฝีเท้า

 

ทั้งที่คิดว่าคำพูดของเธอคงไม่ได้มีคุณค่าอะไรมากนัก แต่เขาก็หันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าที่เธออ่านไม่ออก

 

มีชั่วแวบหนึ่งที่เธอคิดว่าเขาคงจะแค่นเสียงหรือด่าอะไรเธอสักอย่างแล้ว แต่สุดท้ายบาคุโกก็ไม่ได้พูดอะไร นอกจากหมุนตัวกลับ แล้วเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเดิม ทิ้งไว้เพียงเด็กสาวที่ยังคงมองตามหลังไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะมุ่งหน้ากลับไปทางหอพักของตัวเองบ้าง

 

ระหว่างที่เดินตรงไปยังหอพักห้อง 1-C อายาเมะก็อดคิดย้อนถึงเรื่องในวันนี้ไม่ได้ พอคิดๆ ไปแล้วเธอก็รู้สึกแปลกๆ อยู่เหมือนกัน

 

เหมือนกับว่า...เธอได้รู้จักบาคุโกมากขึ้นอีกนิดหน่อย

 

ถึงจะมีชีวิตที่แปลกประหลาดและเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายราวกับว่าคนอย่างเขากับมนุษย์ธรรมดาแบบเธอนั้นมาจากคนละโลก

 

แต่ว่าบางที…

 

ส่วนหนึ่งในใจของเธอกลับรู้สึกว่า โลกของเขาไม่ได้ดูห่างไกลอย่างที่เธอคิดอีกต่อไป

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

เสียงแจ้งเตือนดังจากโทรศัพท์มือถือของเขา ทำให้เด็กหนุ่มหันไปมองด้วยความสงสัย

 

พอเปิดหน้าจอขึ้นมา เขาก็เห็นข้อความจากเพื่อนที่ส่งมาเป็นรูปภาพ พร้อมกับข้อความที่ถามว่า ‘น้องสาวนาย?’

 

ในภาพนั้นคือภาพแอบถ่ายเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง โต๊ะอาหารนั้นเป็นโต๊ะติดกระจก ทำให้มองเห็นคนที่นั่งอยู่ได้อย่างชัดเจน

 

หนึ่งในนั้นคือเด็กสาวเจ้าของผมยาวสีบลอนด์สว่าง ถึงภาพจะเบลอนิดหน่อยด้วยความรีบร้อนของคนถ่าย แต่เขาก็มั่นใจว่านั่นคืออายาเมะ

 

คือน้องสาวฝาแฝดของเขาไม่ผิดแน่

 

อิชิคาวะ อายาโตะหรี่ตาลง เพ่งมองดูคนที่เหลือในภาพอย่างพิจารณา

 

สองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเป็นชายหญิงวัยกลางคน ใบหน้าของทั้งสองยิ้มแย้มขณะที่พูดคุยกับอายาเมะอย่างสนุกสนาน ซึ่งดูแล้วค่อนข้างแปลกตาสำหรับเขาอยู่เหมือนกัน

 

อายาเมะเป็นคนโลกส่วนตัวสูง แล้วยังขี้กลัว ขี้อาย พูดคุยกับคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ค่อยเก่ง การเห็นเธอพูดคุยกับคนที่อยู่นอกสังคมเล็กๆ ของเธอจึงทำให้เขาประหลาดใจนิดหน่อย

 

แต่อายาเมะก็เป็นคนแบบที่น่าจะเข้ากับเด็กและคนมีอายุได้ดีอยู่แล้วนี่นะ อาจจะไม่ได้แปลกขนาดนั้นก็ได้

 

สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจมากกว่าจึงเป็นเด็กหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ข้างเธอต่างหาก

 

ถึงจะไม่เคยเจอตัวจริง แต่อายาโตะก็จำใบหน้าบนรูปเบลอๆ รูปนั้นได้ในทันที

 

ผู้ชายคนนั้นชื่อบาคุโก คัตสึกิ

 

เป็นเด็กมัธยมปลายที่มีชื่อเสียงแปลกๆ ในการเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากอยู่บ่อยๆ

 

ตอนมัธยมต้นก็เคยตกเป็นเหยื่อของวิลเลินคนหนึ่ง พอเข้าเรียนที่ยูเอก็ถูกกลุ่มวิลเลินอีกกลุ่มลักพาตัวไประหว่างอยู่ในค่ายฝึกฤดูร้อน

 

แม้จะไม่รู้จักกัน แต่ภาพลักษณ์ความรุนแรงของบาคุโกก็เป็นที่จดจำจากงานกีฬายูเอที่ถ่ายทอดไปทั่วประเทศได้ดี

 

ส่วนตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกชอบหรือไม่ชอบลักษณะนิสัยพวกนั้นมากเป็นพิเศษ แต่ที่รู้สึกสนใจขึ้นมาก็เพราะว่านิสัยของบาคุโกเท่าที่เขารู้มามันขัดกับน้องสาวฝาแฝดของเขาแบบคนละขั้ว

 

แทนที่เขาจะรู้สึกกังวลกับการที่น้องสาวของตัวเองเข้าไปพัวพันกับคนแปลกๆ แบบนั้น แต่อายาโตะกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

 

ดวงตาสีน้ำทะเลจับจ้องอยู่บนภาพนั้นสักพัก ก่อนที่ริมฝีปากจะขยับยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ในตอนที่เขากดบันทึกรูปนั้นลงในโทรศัพท์มือถือ

 

สัญชาตญาณของเขาบอกว่า...อีกไม่นาน คงจะมีเรื่องน่าสนุกให้ดูอีกเพียบแน่


 

 __________________________

ขอโทษนะคะที่อัพตอนนี้ช้า จริงๆเขียนเสร็จทันนะคะ แต่แก้ไปแก้มาอีกสักพัก ไม่ได้มู้ดที่ต้องการสักทีอะค่ะ

แต่ก็คลอดออกมาจนได้ค่ะ! แถมเปิดตัวละครใหม่อีกคนด้วย!? >w<

เราไปคอมมิชมาด้วยล่ะค่ะ วันนี้ได้ภาพแล้ว เอามาอวดสักหน่อย!

คัตกับอายาเมะจังค่ะ! >////< แอแง ชอบภาพมาก เขินมาก นั่งจ้องทั้งวันทั้งคืน

ขอบคุณเม้นท์และไลค์ของทุกคนมากๆเลยนะคะ ถึงจะแค่สติกเกอร์หรือเม้นท์ทวงก็ทำให้เรามีกำลังใจมากๆ เลยล่ะค่ะ

ตอนต่อไปยังไม่คอนเฟิร์มนะคะว่าจะอัพวันจ.หรือวันพ. รอดูก่อนนะคะ

เอาไว้เจอกันในตอนถัดไปค่ะ!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 400 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #362 kill-taehyun-exo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 21:12
    คัตจังห่วงน้องแหละะ น้องก็มีหลายมุมอ่ะเนอะคงไม่ได้โวยวานตลอดขนาดนั้นถ้าเป็นงั้นน่าจะเหนื่อยตายเลยหล่ะคะ;-; ปล.รูปสวยมากกกกกกกกเลยค่ะ;_______;
    #362
    0
  2. #205 จดหมายราตรี (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 20:58
    ภาพสวยเเบบสวยมาก นุ่มสุดๆ ชอบเรื่องนี้ตรงที่คัตสึกิคีพลุคดีมาก ปกติเรื่องอื่นเห็นโวยวายอย่างเดียวไม่มีโมเม้นเเบบนี้เลย คือดีมากกก
    #205
    0
  3. #159 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 21:50
    คัตจังเริ่มสนใจน้องทีระนิดแล้ว
    #159
    0
  4. #123 Atanasia11 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 19:41

    คัตจังห่วงก็บอก ล่าสุดพบเจอพ่อเเม่เเล้วค๊าาา อยากให้ลงเอยกันเร็วๆจัง(เเต่คงอีกนาน)//โบกป้ายไฟ

    ปล.ภาพสวยมากเลยค่ะ~
    #123
    0
  5. #122 ไข่เจียวนุ่มฟู (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 02:54
    ฮืออออ รูปสวยมาก ยอมคนวาดเลย ตอนนี้ก็น่ารักมากเหมือนกัน ได้เห็นด้านที่ทำให้คิดว่า ‘บาคุโกก็มีมุมแบบนี้ด้วยแฮะ’ ออกมาจริงๆ แล้วก็คุณพี่ชายTT ขอให้มาดีนะคะ
    #122
    0
  6. วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 00:23
    รูปคือฟินมากค่ะะะะ แงงง รอวันที่ฉากแบบในรูปจะมาถึง
    #121
    0
  7. #119 นินจาแมว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 22:53
    คุณพี่หวงน้องหน่อยสิคะะ
    #119
    0
  8. #118 มายูกิ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 22:13
    ชอบรูปมากเลยค่ะ อยากให้ถึงจุดนั้นสักที55555
    #118
    0
  9. #117 เหมียวเหมียว001 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 22:12

    อร๊ายยยรูปคือดีมากเลยยย ฮื้อออไรท์เขียนดีมักๆเราเป็นแฟนคัตจัง ชอบคัตจังมักๆมุมมองของตัวละครที่มองคัตจังในเรื่องคือดีมาก เข้ากับมุมมองที่เรามองคัตจังเลย
    #117
    0
  10. #116 Taiyo​ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 21:37
    เราคิดไปเองปล่าวว่าบาคุโกดูใจดีกว่าปกติ?
    #116
    0
  11. #115 baby-m2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 20:33
    กรี๊ดดดด รูปคิอดีย์! อยากเห็นพี่ชายๆๆๆๆ น้องสาวสวยขนาดนี้ พี่ชายจะขนาดไหนน้าา คิกค๊ากกก
    #115
    0
  12. #114 Mummynoy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 20:31

    รูปสวยมาก มองก็เพลินอ่านก็เพลินมากค่ะ รอนะคะ
    #114
    0
  13. #113 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 20:26
    ภาพคือดีมากกก คัตจังดูละมุนจัง
    #113
    0
  14. #112 aiya_2910 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 20:13
    กรี๊ด ชอบรูปป
    #112
    0
  15. #111 mikuroko'z (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 20:12
    รูปก็คือดีงาม
    #111
    0
  16. #110 Bao_Bao (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 19:49

    มันเเบบนุ้บนิ้บไปหมด โฮฮฮฮฮ;;; ภาพสวยมากแอแงงง♡♡♡
    #110
    0
  17. #109 D_e_v_i_l (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 19:34
    โคตรเขิน แล้วชอบรูปมากเลยยย~
    #109
    0
  18. #108 nefalibata (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 19:16
    อ๋อยมันแบบโซเขินนนนนน ไม่อยากจะนึกถึงตอนเค้ารักกัน อ้าก > / / / < , รูปคอมมิชชั่นงามมากกกก แง อายาเมะน้องสวยมากกกกก อยู่กับโบคุโกแล้วมันน่ารักละมุนตุ้น
    #108
    0
  19. #107 LucyTaylor (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 18:41
    ตอนนี้คือบั่บ นุ่มฟูหัวใจมากๆค่ะ!! ภาพสวยมากเลยนะคะ ฮือ รอติดตามต่อไปค่า~
    #107
    0
  20. #106 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 18:40
    โอยยยย ภาพคือดีงามมากเลยง่ะ คัตจังนี่ก็เป็นคัตจังจีๆ
    #106
    0
  21. #105 Makosan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 18:21
    อายะจังสวยละมุนกว่าที่จินตนาการไว้อีกค่ะ กุมใจ //บาคุโกนายมันน่าอิจฉาจริงๆเลย
    #105
    0
  22. #104 นักอ่านเเสง(?) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 18:13
    55555เหตุการณ์พบพ่อแม่ว่าที่แฟน
    #104
    0
  23. #103 mixyz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 18:13
    โอ้ยน้องทำไมสวยอย่างนี้คะ//กุมใจ
    #103
    0
  24. #102 Pandora P. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 18:10
    คุมพี่! คุมพี่! คุมพี่อยต!?!?!?//โบกป้ายไฟ
    #102
    0