ดวงใจในปกครอง (สนพ.เขียนฝัน ในเครือ ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 20 : ใจเอ๋ยใจ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    25 มี.ค. 63

“มาทำอะไรตรงนี้ เดี๋ยวผู้ปกครองเธอก็ดุเอาอีกหรอก”

“คุณราช” แพรไหมยิ้มให้ทายาทคนเล็กของฉัตรากานต์ ในระหว่างที่เธอกำลังนั่งเล่นบนโต๊ะในสวนดอกไม้ของฉัตรากานต์ในยามเย็นของวัน

เอกฉัตรสั่งเธอไม่ให้มาช่วยงานที่บ้านนี้อีก แต่เธอก็ไม่ฟังและแอบมาช่วยงานสายหยุดเหมือนเดิม ทั้งนี้เพราะไม่อยากอยู่ว่างๆ โดยไร้ประโยชน์ โดยขอร้องทุกคนไม่ให้บอกเอกฉัตรอย่างเด็ดขาด แต่ถึงเขารู้ แพรไหมก็คิดว่าเขาคงไม่ดุเธอมากนักหรอก อย่างมากก็แค่บ่นๆ ตามประสาเท่านั้น เห็นดุๆ กับคนอื่นอย่างนั้น แต่กับเธอแล้วเขาใจดีที่สุด

“เอ้านี่! ซื้อขนมมาฝาก” เอกราชยื่นถุงกระดาษซึ่งมีกล่องขนมบรรจุอยู่ให้กับเธอไป ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวข้างๆ เธอทันที

“ขอบคุณค่ะ” แพรไหมยกมือไหว้ขอบคุณเอกราชด้วยรอยยิ้มหวาน

“เปิดเทอมเมื่อไรล่ะเรา”

“มะรืนนี้แล้วค่ะ” เธอกลับทำหน้าเศร้าขึ้นมาทันที นั่นเพราะการได้อยู่ที่นี่ทำให้เธอมีความสุขมาก วันๆ หนึ่งได้ทำอะไรหลากหลายอย่าง มีเพื่อนคุยไม่ให้เธอเหงา และที่สำคัญคือการที่เธอได้อยู่ดูแลผู้ปกครองเป็นการตอบแทนเขาด้วย

“ทำหน้าอย่างนั้น คงไม่อยากกลับเข้าโรงเรียนล่ะสินะ” เอกราชหัวเราะเบาๆ หน้าตาที่บ่งบอกถึงความเหงาหงอยของแพรไหมทำให้เขาเห็นใจ อยู่ที่นี่เธอมีเพื่อนมากมาย ได้คุยได้หัวเราะอย่างสนุกสนาน หากจะต้องกลับไปใช้ชีวิตในโรงเรียนเพียงลำพังอีก คงต้องเศร้าเป็นธรรมดา

“ไม่อยากก็ต้องกลับค่ะ หนูมีหน้าที่ต้องเรียนหนังสือ”

“ดีแล้วที่เข้าใจ เพราะพวกเราทุกคนอยากให้เธอมีอนาคตที่ดีนะแพรไหม โดยเฉพาะพี่ฉัตร ที่เขาทำงานหนักก็เพราะหาเงินส่งเธอเรียน เพราะฉะนั้นอย่าทำให้พี่ฉัตรผิดหวัง”

“คุณฉัตรลำบากมากไหมคะคุณราช”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลของเธอทำให้เอกราชยิ้มขัน เด็กคนนี้เอาแต่กังวลเรื่องของผู้ปกครองตัวเองเสมอ เช่นเดียวกับผู้ปกครองของเธอที่เอาแต่หวงเด็กในปกตรองของตัวเองมากเช่นกัน สั่งห้ามไม่ให้แพรไหมมาที่บ้านใหญ่ เพราะกลัวจะโดนคนรังแกเอาได้

เหมือนกับว่าทั้งคู่คอยเติมเต็มกันและกัน คนหนึ่งขาดความรักจากครอบครัว และเก็บตัวอยู่ในโลกของตัวเองมาตลอด ในขณะที่คนหนึ่งขาดทั้งพ่อและแม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน และมีเพียงเอกฉัตรคนเดียวเท่านั้นในชีวิต

“พี่ฉัตรเป็นคนเก่งมาก แม้ในสายตาคนอื่นจะดูไม่เอาไหน” เอกราชหัวเราะ จริงๆ พี่ชายคนรองไม่ได้มีอะไรด้อยไปกว่าพี่ชายคนโตเลย โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงาน แต่เอกฉัตรไม่ค่อยเข้าบริษัท แถมยังชอบหายตัวบ่อยๆ ทำให้เอกภพไม่ค่อยพอใจ นานๆ เข้าก็ถูกมองว่าเป็นคนไม่ค่อยเอาไหน ไม่รับผิดชอบงานไปโดยปริยาย

แต่เอกราชเชื่อว่าพี่ชายคงมีเป้าหมายของตัวเอง เอกฉัตรไม่ชอบอยู่ใต้อาณัติของพี่ชายและบิดามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่เคยเรียกร้องและอยากได้อะไรของบิดาในฐานะลูกชายคนรอง หากแต่ชอบทำอะไรอย่างมีอิสระด้วยตัวเองมากกว่า เขาเองก็ไม่ได้ยุ่งเรื่องพี่ชายมากนัก เพราะตัวเองก็มีเรื่องที่ต้องทำมากมายเหมือนกัน

“พี่ฉัตรไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไรกับธุรกิจของคุณพ่อมาตั้งแต่แรก แต่ก็ขัดใจคุณพ่อไม่ได้ จริงๆ ตั้งแต่คุณป้ามารีน่าเสียไป ความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อกับพี่ฉัตรมันก็แย่ไปหมดแล้วล่ะ”

“แล้วความสัมพันธ์ระหว่างคุณสินีกับคุณฉัตรละคะ” แพรไหมถามด้วยความสงสัย

“สองคนนี้ไม่ถูกกันนักหรอก เพราะคุณป้าสินีไม่ชอบคุณป้ามารีน่า จนพานไม่ชอบพี่ฉัตรไปด้วย แต่ถึงจะไม่ชอบ คุณป้าสินีก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก เพราะคุณพ่อคอยปรามตลอดว่าให้ทุกคนปรองดองกัน ใครมีปัญหาก็ต้องเดินออกจากบ้านหลังนี้ไป”

“แล้วคุณแม่ของคุณราชล่ะคะ” แพรไหมถามถึงรังรอง ซึ่งป้าสายหยุดบอกว่าท่านออกจากฉัตรากานต์และกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดหลังจากมารีน่าเสียชีวิตไปแล้ว

“พอคุณป้ามารีน่าเสียไป แม่ฉันก็ปลงตกไปหลายอย่าง อีกทั้งเบื่อสถานภาพที่เป็นอยู่ด้วย ก็เลยกลับไปทำสวนทำไร่ที่เหนือ”

“แล้วทำไม...”

“ทำไมแม่ไม่พาฉันไปด้วยอย่างนั้นใช่ไหม” เอกราชถามเหมือนรู้ทัน

“ค่ะ” แพรไหมพยักหน้า เพราะคิดว่ารังรองน่าจะพาลูกไปด้วย

“คุณพ่อยอมที่ไหนล่ะ บอกว่าลูกของท่านต้องอยู่กับท่านเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะตัดออกจากตระกูลและไม่ได้สมบัติอะไรจากฉัตรากานต์เลย จริงๆ แล้วแม่ฉันไม่ได้ห่วงสมบัติอะไรนักหรอก แต่เพราะรู้ว่าฐานะตัวเองในตอนนั้นคงไม่สามารถเลี้ยงดูฉันให้สุขสบายได้เท่ากับคุณพ่อ ก็เลยต้องยอมให้ฉันอยู่ที่นี่ต่อไป”

“อย่างนี้เองหรือคะ” แพรไหมเข้าใจในทันที แม่ทุกคนรักลูก เพราะฉะนั้นจึงต้องเลือกทางที่ดีที่สุดให้ลูกของตัวเอง แม้จะต้องใช้ชีวิตห่างเหินกันมากเพียงใดก็ตาม

“การมีเมียหลายคนในบ้าน มันก็วุ่นวายแบบนี้ล่ะ” เอกราชบ่นอุบ

“แต่พวกคุณสามคนพี่น้องก็รักกันดีใช่ไหมคะ”

“ก็ดี อาจเป็นเพราะพี่ภพใจดีและรักพวกเรามาก กับน้องอย่างฉันก็คอยตามใจทุกอย่าง กับพี่ฉัตรก็คอยห่วงอยู่เสมอ แม้จะชอบเอ็ดพี่ฉัตรว่าทำตัวเหลวไหลแค่ไหนก็เถอะ” เอกราชพูดไปยิ้มไป เพราะมีพี่ใหญ่อย่างเอกภพคอยดูแลทุกคนเป็นอย่างดี ทำให้พวกเขาไม่ต้องลำบากอะไรในชีวิตเลย

“จริงค่ะ คุณภพใจดีจริงๆ” แพรไหมเห็นด้วย เอกภพเป็นคนอบอุ่นมาก ใครอยู่ใกล้ก็คงสบายใจด้วยกันทั้งนั้น

“อย่าเผลอไปชมพี่ภพต่อหน้าคู่หมั้นเขาล่ะ ประเดี๋ยวก็โดนตบหน้ามาอีก” เอกราชหัวเราะเบาๆ เพราะใครๆ ต่างก็รู้กันทั้งนั้น ว่าพนิดาหวงคู่หมั้นของตัวเองมากมายแค่ไหน

“โธ่ หนูก็แค่พูดไปตามที่เห็นแค่นั้นเองค่ะ ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นอย่างที่คุณดาเข้าใจสักหน่อย”

“อย่าว่าแต่คุณดาเลย กับผู้ปกครองของตัวเองก็อย่าให้เข้าหูเชียวล่ะ” เอกราชท้วง พร้อมกับมองเสี้ยวหน้าของแพรไหมด้วยรอยยิ้มขัน เด็กคนนี้นับวันยิ่งโตยิ่งสวย ไม่แปลกเลยที่ผู้ปกครองจะเข้มงวดกับเธอในการใช้ชีวิตมากขึ้น

“คุณฉัตรปากร้ายใจดี หนูไม่กลัวหรอกค่ะ” แพรไหมหัวเราะเมื่อพูดถึงผู้ปกครองของตัวเอง

“เหมือนเธอจะเข้าใจพี่ชายคนรองของฉันมากกว่าใครสินะ” เอกราชคิดอย่างนั้น

“ไม่รู้สิคะ แต่หนูดีใจมากที่มีคุณฉัตรในชีวิต” แพรไหมยิ้มกับตัวเองเมื่อพูดจบ เพราะรู้สึกมีความสุขมากที่ได้อยู่กับเขา เอกฉัตรบ่นเธอทุกวัน แต่เธอกลับชอบที่เขาทำอย่างนั้น ยิ่งเวลาที่เขาเอ็ดและทำตาดุใส่เวลาโกรธ เธอกลับรู้สึกว่าเขากำลังเป็นห่วงเธอมากกว่า

“แล้วถ้าวันหนึ่งที่ไม่มีพี่ฉัตรจะทำยังไง เกิดว่าพี่ฉัตรมีคนอื่นหรือมีครอบครัวขึ้นมาอะไรแบบนี้” เอกราชตั้งคำถาม พร้อมกับลอบมองสาวน้อยวัยใสที่ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน

“หนูคงยินดีค่ะ” แพรไหมบอกออกมา หากแต่รู้สึกหน่วงๆ ในใจชอบกล หากว่าวันหนึ่งเธอต้องเสียเขาให้ใคร

“วันหนึ่งเธอเองก็ต้องมีครอบครัวเหมือนกัน”

“หนูจะบอกคุณฉัตรก่อน” เธอบอกออกมาอย่างกระตือรือร้น ทำให้เอกราชได้แต่ถอนหายใจ รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติของแพรไหมในตอนนี้อย่างไรชอบกล

“เธอนี่น้า...” เอกราชส่ายหัว แต่ก็ช่างเถอะ ทุกชีวิตย่อมมีความเป็นไปตามแบบฉบับของมัน

“คุณราชคะ”

“ว่าไง”

“หนูขอถามอะไรสักเรื่องได้ไหมคะ”

“เรื่องอะไรล่ะ อย่ามาถามเชียวนา ว่าพี่ฉัตรชอบกินอะไรแบบไหน” เอกราชดักคอ เพราะแพรไหมชอบมาแอบถามเขาอยู่เสมอ ว่าผู้ปกครองของตัวเองชอบอะไรแบบไหนบ้าง จนบางครั้งเขาเองก็รู้สึกอิจฉาอยู่เหมือนกัน

“คุณฉัตรกับคุณดา เคยมีเรื่องอะไรต่อกันมาหรือเปล่าคะ”

“แพรไหม” เอกราชหันมามองเธอด้วยความตกใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าแพรไหมจะเอ่ยถามเรื่องนี้ขึ้นมาได้

“มีอะไรแน่ๆ ใช่ไหมคะ วันนั้นที่มีเรื่องกัน เหมือนคุณดาจะพูดถึง...”

“ไม่ใช่เรื่องของเด็กนะ” เอกราชดุ ไม่คิดว่าแพรไหมจะสังเกตได้ถึงความบาดหมางนั้นของเอกฉัตรกับพนิดา

“แต่ว่าหนูอยากรู้นี่คะ”

“มันผ่านมานานแล้ว”

“ถ้าคุณราชไม่เล่า เดี๋ยวหนูไปถามคุณฉัตรเองก็ได้”

“ลองสิ พี่ฉัตรจะได้ฟาดก้นให้” เขาหันมาขู่เธอ

“คุณฉัตรไม่กล้าฟาดก้นหนูหรอกค่ะ กลัวที่ไหน” เธอย่นจมูกใส่

“อือ...กลัวจะฟาดอย่างอื่นให้นะสิ”

“คะ...”

“อือ...ช่างมันเถอะ อยากรู้ก็จะเล่า แต่อย่าไปบอกใครล่ะ ว่าฉันเล่าให้ฟัง โดยเฉพาะผู้ปกครองของเธอ ประเดี๋ยวก็มาเตะก้านคอฉันเข้าให้” เอกราชถอนหายใจ แอบบ่นตัวเองที่พลั้งปากพูดเรื่องบ้าๆ ออกไปโดยไม่คิด

“โอเคค่ะ” แพรไหมยิ้มกว้าง บางสิ่งบางอย่างที่เธอสงสัยกำลังได้รับการคลี่คลายแล้ว ระหว่างเอกฉัตรกับพนิดาต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างต่อกันแน่ ไม่อย่างนั้นทั้งคู่คงไม่ปะฉะดะกันรุนแรงในวันที่เกิดเรื่องวันนั้นอย่างแน่นอน

***มาแล้วว มายาวๆเลยยยยย

***ขอให้วิกฤติผ่านพ้นไป เราจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยดีนะคะ ขอให้นักอ่านที่รักของโอบสุขภาพร่างกายแข็งแรงๆๆทุกท่านนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

457 ความคิดเห็น

  1. #117 Pun Arun (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 08:27

    เข้ามาฟังความลับด้วยคนค่ะ

    #117
    0
  2. #116 pretty-p (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 08:34

    รู้มากก็หนักใจ แต่ทำไงได้ คนมันอยากรู้ใช่ไหม แพรไหม

    #116
    0
  3. #115 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 20:18
    น้องจะรู้อดีตแล้ว..
    #115
    0