ดวงใจในปกครอง (สนพ.เขียนฝัน ในเครือ ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 2 : ผู้ปกครอง 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    24 ธ.ค. 62

“ป้าว่าถามเจ้าตัวเขาก่อนเถอะค่ะ ว่าเขาอยากอยู่กับเราไหม”

สายหยุดถอนหายใจ แอบรำคาญคู่หมั้นของเจ้านายหนุ่มอยู่เนืองๆ แต่ก็ไม่กล้าที่จะแย้งอะไรออกไปมากนัก ก่อนจะหันไปมองเด็กสาวตัวผอมเก้งก้างวัยสิบห้าปีที่น่าสงสารจับใจ

แพรไหมนิ่งเงียบ เธอหวังมาเจอมารดาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากเสียบิดาไป แต่แล้วก็ได้รับข่าวร้ายที่ทำเอาเธอช็อกจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งก้มหน้ากลืนก้อนสะอื้นลงในลำคอ พร้อมกับบอกตัวเองให้เข้มแข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้

พิมพ์ใจเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุรถคว่ำพร้อมเอกพล ฉัตรากานต์ เจ้าของคฤหาสน์หลังงามที่เธอกำลังอยู่ใต้ชายคาในตอนนี้ ทั้งคู่เสียชีวิตคาที่ และงานศพถูกจัดการโดยคนในตระกูลฉัตรากานต์แพรไหมมาทันสามวันสุดท้ายก่อนส่งมารดาไปสวรรค์ เพราะก่อนหน้านั้นโทรศัพท์มือถือของเธอเสียต้องส่งซ่อมหลายวัน ทำให้คนที่ฉัตรากานต์ติดต่อเธอไม่ได้ 

แปดปีที่พิมพ์ใจไม่กลับไปหาแพรไหมกับบิดาเลย แต่ก็ส่งเงินไปให้แพรไหมเรียนหนังสือและใช้จ่ายอยู่บ้าง แม้จะไม่มาก แต่ก็พอช่วยแบ่งเบาภาระของบิดาที่ป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอด แพรไหมเองก็อยากมาหามารดาสักครั้ง แต่พิมพ์ใจก็บ่ายเบี่ยงทุกครั้ง บอกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องพบกัน พร้อมกับบอกว่าโทร. คุยกันเป็นครั้งคราวก็เพียงพอแล้ว

วันที่บิดาเสีย พิมพ์ใจก็ไม่ยอมกลับมาอยู่เคียงข้างเธอ ทำเพียงโอนเงินมาให้จัดงานศพและแสดงความเสียใจกับเธอผ่านทางโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แพรไหมเองได้แต่ก้มหน้าจัดงานศพของบิดาตามยถากรรม โดยมีเพื่อนบ้านและคนรู้จักของบิดาคอยช่วยเหลืออย่างมีน้ำใจ

หลังจากเสร็จงานศพของบิดาได้ไม่กี่วัน โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าๆ ที่มารดาส่งมาให้ก็เสียจนต้องส่งซ่อม และพอมันใช้งานได้อีกครั้ง เธอก็ได้รับข่าวร้ายจากคนในตระกูลฉัตรากานต์ว่ามารดานั้นได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยอุบัติเหตุ เรียกว่าตามบิดาของเธอไปติดๆ อย่างน่าใจหาย

แพรไหมไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปแล้ว บ้านที่เช่าอยู่กับบิดาก็ไม่มีปัญญาจ่าย เนื่องจากเธอใช้เงินที่มีอยู่จัดงานศพบิดาไปจนหมด ทำให้มีเงินติดตัวอยู่ไม่ถึงพันบาท จะไปหาที่อยู่ใหม่ที่ไหนได้ในตอนนี้

“ว่าไงแพรไหม เธอมีที่ไปหรือเปล่า หากไม่มีก็อยู่ที่นี่ด้วยกันเถอะ มีน้ำมีข้าวให้เธอกินไปทั้งชาติ ส่วนเรื่องเรียนต่อเดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง แถวนี้มีโรงเรียนเยอะแยะมากมายให้เธอเลือกได้เลยนะ”

น้ำเสียงอบอุ่นและแววตาอ่อนโยนของเอกภพทำให้แพรไหมซาบซึ้งใจ ทว่าแววตาของคนข้างๆ อย่างพนิดาทำให้เธอหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกถึงความรังเกียจออกมาอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

“หนู...” เด็กสาวอึกอัก ไม่รู้จะตัดสนใจอย่างไร บ้านก็ไม่มีให้กลับ อยู่ที่นี่ก็เกรงใจสายตาของพนิดาเหลือเกิน

“อยู่กับผมก็ได้ครับพี่ภพ บ้านผมยังขาดคนอยู่เป็นเพื่อนพอดี”

เสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนร่างสูงในชุดกางเกงยีนกับเสื้อเชิ้ตสีดำของ เอกฉัตร ฉัตรากานต์ จะเดินก้าวเข้ามาหาทุกคนที่โซฟารับแขกด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอาการใดๆ

แพรไหมเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยความประหลาดใจ เขาคนนี้คือบุตรชายคนรองของฉัตรากานต์ เป็นคนที่แพรไหมรู้สึกว่าเขาช่างแตกต่างกับพี่น้องทั้งสามคนมากที่สุด ตลอดสามวันเธอเห็นเขาแยกตัวออกจากทุกคน อยู่เงียบๆ และไม่สุงสิงกับใครตลอดในช่วงจัดงานศพให้บิดา

เธอไม่รู้จักใครในบ้านนี้ และไม่รู้ว่าใครเป็นอย่างไรบ้าง ตลอดระยะเวลาสามวันในช่วงจัดงานศพให้มารดา แพรไหมเองก็เอาแต่เศร้าเสียใจและเงียบงันอยู่ตามลำพังเช่นกัน จะมีก็เพียงสายหยุดที่หมั่นมาถามว่าเธอได้กินข้าวกินปลาบ้างหรือเปล่า หรือว่าต้องการให้ช่วยอะไรเป็นพิเศษไหม

“กินเหล้ามาอีกแล้วสิแก กลิ่นหึ่งเชียว” เอกภพบ่นน้องชาย พร้อมกับส่ายหัวด้วยความระอา

“นิดหน่อยตามปกติ” เอกฉัตรยักไหล่ ทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาแล้วหันไปมองเด็กสาวร่างผมแห้งที่นั่งพับเพียบข้างสายหยุด

“ไม่ชวนเลยพี่ฉัตร” เอกราชหันไปเย้าพี่ชายคนรอง

“ตาราช” เอกภพหันมาเอ็ดน้องชาย เวลาอย่างนี้สองพี่น้องยังทำตัวเหลวไหลได้อีก ชอบชักชวนกันเถลไถลได้ตลอดเวลาจริงๆ

เอกราชหัวเราะเบาๆ จริงๆ ทุกคนตกอยู่ในความเศร้ากันทั้งนั้น แม้แต่ตัวเขาและเอกฉัตรเองก็ตาม เพียงแต่ทุกคนมีการแสดงออกและวิธีบำบัดความเศร้าแตกต่างกัน และวิธีที่พี่ชายคนรองของเอกราชถนัดก็คือแอลกอฮอล์นั่นเอง

“เมื่อไหร่แกจะเลิกทำตัวสำมะเลเทเมาสักทีฮะตาฉัตร ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่แล้วนะ แกควรทำตัวให้ดีให้เป็นแบบอย่างกับน้องมันบ้าง อายุเท่าไหร่กันแล้วไม่ใช่เด็กๆ” เอกภพได้ทีก็บ่นเสียเลย เพราะตลอดหลายวันมานี้เอกฉัตรไม่คุยกับใคร ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่

“พี่ภพก็เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องมันแล้วนี่ครับ จะให้ผมทำดีไปเพื่ออะไรกัน คุณพ่อเองก็ไม่อยู่แล้ว พี่คิดจะบ่นผมแทนท่านหรือไงกัน” เอกฉัตรเอียงคอมองพี่ชายด้วยแววตายียวน

“แกอย่ามากวนประสาทพี่นะตาฉัตร” เอกภพขึ้นเสียง ทำเอาทุกคนรอบข้างถึงกับเงียบกริบ เมื่อเห็นบรรยากาศเริ่มไม่สู้ดีขึ้นมาอีกแล้ว

“ดาว่าพอเถอะค่ะ ตอนนี้เราอย่ามาทะเลาะกันเองจะดีกว่า คุณภพก็ใจเย็นๆ นะคะ คุณฉัตรก็แค่แกล้งพูดเล่นไปตามประสาเท่านั้นเอง นี่ยังไม่ชินกันอีกเหรอคะ” พนิดาถอนหายใจ เมื่อเห็นพี่น้องคู่นี้ถกเถียงกันอีกแล้ว

“ก็ดูมันกวนผมสิ มันน่าเตะสักทีไหม”

เอกฉัตรหัวเราะออกมา เมื่อได้ยินพี่ชายใหญ่บอกจะเตะ คนอย่างเอกภพจะกล้าเตะใครได้ แม้แต่มดสักตัวยังไม่กล้าฆ่าเลย นับประสาอะไรกับน้องชายอย่างเขา

“หัวร้อนไปได้น่าพี่ภพ บ่นเป็นคนแก่ไปได้”

“แกไม่ต้องมาประชดพี่เลยตาฉัตร ว่าแต่ที่พูดว่าจะให้แพรไหมเขาไปอยู่ด้วยนี่จริงเหรอ”

พี่ชายคนโตเหล่ตามอง เพราะไม่คิดว่าเอกฉัตรจะรับเลี้ยงใครได้ เพราะตัวเองก็เอาแต่เที่ยวสนุกไปวันๆ ส่วนงานในบริษัทของบิดาก็แทบไม่เฉียดเข้าไปใกล้เลย

“ไปไหมล่ะแพรไหม บ้านฉันไม่ใหญ่เท่าหลังนี้หรอกนะ แต่ก็มีที่ให้เธอนอนได้สบายๆ มีผ้ากองโตๆ ให้เธอซัก มีครัวสกปรกๆ ให้เธอทำกับข้าวกินด้วย”

เอกราชหัวเราะเบาๆ เมื่อพี่ชายคนรองพูดจบ ก่อนจะหันไปมองสาวน้อยวัยใสที่น่าสงสารจับใจ จริงๆ เด็กคนนี้ควรอยู่กับพี่ชายคนโตของเขามากกว่า เพราะเอกภพเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพและใจดีที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับเอกฉัตรพี่ชายคนรองนั้น เอกราชเองก็แปลกใจว่าทำไมถึงอยากจะรับอุปการะเด็กคนนี้เสียเอง

“ว่าไงล่ะหนูแพร ไม่ได้ยินที่คุณฉัตรถามหรอกหรือ” สายหยุดหันไปสะกิดเด็กสาว เมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดยอมจา แถมยังเอาแต่มองคนนี้ทีคนนั้นทีด้วยแววตาสับสนและไม่แน่ใจ

“หนู...”

“ไม่มีที่ไปก็อยู่ด้วยกันเถอะ อายุแค่นี้จะออกไปใช้ชีวิตคนเดียวได้ยังไง”

สายหยุดบอกเสียงเข้ม เพราะเป็นห่วงและกังวลกับความปลอดภัยของแพรไหมมาก ลูกผู้หญิงตัวคนเดียว จะให้เร่ร่อนไปโดยไม่มีจุดหมายก็ดูจะโหดร้ายเกินไป อีกอย่างพิมพ์ใจมารดาของเธอก็ทำงานให้ฉัตรากานต์มาหลายปี แถมยังต้องมาเสียชีวิตเพราะติดตามเจ้านายอย่างเอกพลอีก คิดว่าอย่างไรฉัตรากานต์ก็ควรชดเชยให้แพรไหมบ้าง

“แล้วแต่เธอนะ ถ้าจะอยู่ด้วยกันก็ตามฉันไปที่บ้านแล้วกัน แต่ถ้าอยากอยู่กับพี่ภพก็คุยกันเอาเอง”

พูดจบเอกฉัตรก็ลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกจากบ้านหลังใหญ่ของบิดากลับไปยังบ้านส่วนตัวของตน ซึ่งปลูกเอาไว้ในพื้นที่เดียวกันตั้งแต่สมัยมารดาของเอกฉัตรยังมีชีวิตอยู่

แพรไหมมองตามแผ่นหลังของเอกฉัตรไปด้วยอาการลังเล เป็นเพราะเธอยังไม่เคยคุยกับเขาเลยตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาที่นี่ ผิดกับเอกภพและเอกราชที่เข้ามาซักถามและคุยกับเธอบ่อยๆ แต่กับเอกฉัตรแล้วเขาแทบไม่คุยกับใครเลยด้วยซ้ำ ทำให้เธอค่อนข้างกังวลกับการเผชิญหน้ากับเขา

“ว่ายังไงล่ะหนูแพร หรืออยากจะอยู่กับคุณภพมากกว่า” สายหยุดเข้าใจไปอย่างนั้น เพราะเอกภพเป็นคนอบอุ่นและอ่อนโยนมาแต่ไหนแต่ไร ไม่แปลกที่ใครๆ ต่างก็อยากจะเข้าหากันทั้งนั้น

“ผมก็ว่างั้น เป็นใครก็ต้องเลือกพี่ภพแน่นอน” เอกราชเห็นด้วย

แพรไหมหันไปสบสายตาอบอุ่นของเอกภพ ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มให้เธอด้วยความมิตรและยินดี ทว่าอีกหนึ่งสายตาที่บ่งบอกถึงความไม่ชอบใจของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา กลับทำให้แพรไหมรู้สึกไม่สบายใจและตะขิดตะขวงใจอย่างไรชอบกล

“หนู...หนูอยู่กับคุณฉัตรก็ได้ค่ะ” เด็กสาวตัดสินใจ อยู่กับคนที่เต็มใจจะให้อยู่จะดีกว่า แม้จะอยากอยู่กับคนที่มีความเมตตาให้เธอมากกว่าก็ตาม

พนิดายิ้มออกมาเหมือนโล่งอก เมื่อเด็กสาวตัดสินใจออกมาอย่างนั้น ในขณะที่เอกภพทำหน้าผิดหวังนิดหน่อย ที่แพรไหมตัดสินใจไม่อยู่กับเขา และรู้สึกงงที่เธอเลือกที่จะอยู่กับเอกฉัตรแทน

***ฝากเมนต์ กดติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

457 ความคิดเห็น

  1. #16 pretty-p (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 11:37

    ก็ลองมองแม่มดที่ั่งข้างๆคุณสิคะ ว่าแต่ทำไมชอบผู้หญิงแบบนี้ เจ้ากี้เจ้่าการชะมัด

    #16
    0
  2. #11 สายลม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 11:25

    ได้ไงล่ะ ต้องเลือกคุณภพสิ

    #11
    0
  3. #10 somjit29 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 22:00
    ใครพระเอกคะเรื่องนี้
    #10
    0
  4. #9 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 19:21
    55555+++ น้องไม่อยู่ด้วยเพราะมารร้ายข้างๆ
    #9
    0