...มายา...ความรัก..

ตอนที่ 5 : ตอนที่ ๕+++ไม่อยากเป็นแค่เพื่อน+++

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,849
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 ธ.ค. 51

                                                          
มาแล้วค่ะ ขอให้มีความสุขกันทุกคนนะคะ ดอกไม้ที่ป้าดาเอาฝากวันนี้ชื่อว่า ดอก Dianthis (ไดแอนธิส) ค่ะ
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ตอนที่ ๕+++ไม่อยากเป็นแค่เพื่อน+++
                            

            เฟดาขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกว้าวุ่น เบื่อหน่าย และเจ็บปวด ทั้งๆ ที่บอกกับตัวเองว่าอย่าคิดมาก ทุกอย่างมันก็ต้องเป็นไป แค่หล่อนรู้ว่าตัวเองเป็นอย่างไรก็พอแล้ว แต่ข่าวของเขาทำให้หล่อนเจ็บปวดได้ทุกครั้งที่เห็น

            มีความสุขใช่ไหมที่ได้ทำอย่างนั้น

          นั่นคือสิ่งที่คุณต้องการใช่ไหม

          ผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมที่วุธต้องการ

          ทุกครั้งที่คิดว่าเขากำลังมีความสุขกับผู้หญิงคนนั้น ความน้อยเนื้อตํ่าใจก็เกิดขึ้นกับตัวเองเสมอ นํ้าตาเอ่อท้น รู้สึกอัดแน่นขึ้นมาในอก จนต้องเอามือจับไว้ ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ บอกกับตัวเองว่า เราจะต้องอยู่ได้ อยู่ได้โดยไม่มีเขา แต่อีกใจหนึ่งก็ตามตัวเองว่า หล่อนไม่ดีตรงไหนนะ เขาถึงรักหล่อนไม่ได้

          เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ดึงเฟดาออกมาจากความเจ็บปวด มือบางรีบคว้าโทรศัพท์มาดูและก็กดรับอย่างรวดเร็ว

            สวัสดีค่ะ คุณแม่ เฟค่ะ

            หวัดดีจ้ะหนูเฟ อยู่ที่ไหนเนี่ยลูก เป็นอะไรหรือเปล่า ฟังเสียงไม่ดีเลย เสียงมารดาของเขาแสดงความเป็นห่วงมาตามสาย

            เฟไม่ได้เป็นไรค่ะคุณแม่ ตอนนี้เฟมาจากชลบุรีค่ะ กำลังขับรถเข้ากรุงเทพฯ คุณแม่อยู่ที่ไหนคะ เฟดาพยายามตอบกลับไปด้วยนํ้าเสียงที่ฟังดูดีที่สุด

            อยู่บ้านกรุงเทพฯ นี่แหล่ะ แวะมากินข้าวเย็นกับแม่ด้วยสิ ว่างไหม มีงานหรือเปล่า

            ไม่มีค่ะ แล้วเฟจะแวะไปนะคะ

            แม่จะรอจ้ะ

            มารดาของเขาน่ารักนัก รักหล่อนซึ่งเป็นลูกสะใภ้อย่างจริงจัง อาจจะเป็นเพราะว่าท่านไม่มีลูกสาวก็เป็นได้ พอได้ลูกสะใภ้ก็เลยรักได้อย่างสนิทใจ รู้ว่ามารดาของเขาพยายามที่จะช่วยเยียวยาบาดแผลให้กับหล่อนและลูกชายของท่าน แต่เฟดาก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันสายไปเสียแล้ว คิดถึงเขาขึ้นมาอีกแล้วสิ แต่คิดแล้วก็มีความเจ็บปวดตามมาด้วย มันจะมีประโยชน์อะไรกับความรักที่เขาไม่เห็นคุณค่า

                                                            ๑๑๑๑๑

รถเก๋งคันหรูเลี้ยวขับเข้าไปจอดในบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่เป็นของแม่เลี้ยงสุวดี คนรับใช้รีบวิ่งเข้ามาทักทายทันที

            สวัสดีค่ะคุณเฟ แม่เลี้ยงรออยู่ที่สวนหลังบ้านค่ะ

            ขอบใจมากจ้ะแก้ว เฟดาเดินตามหลังสาวใช้เข้าไปในบ้าน ทะลุออกไปที่ระเบียงหลังบ้าน

            อ้าว มาแล้วเหรอหนูเฟ แม่เลี้ยงสุวดีอ้าแขนรับร่างบางของลูกสะใภ้ที่นั่งคุกเข่ากราบที่ตักของท่านเข้ามากอดทันที

            สวัสดีค่ะ คุณแม่

            หวัดดีจ้ะลูก ตัวดำไปนิดหนึ่งนะ แต่แม่ว่ากำลังงามเลยทีเดียว คุณแม่สามีกล่าวทักลูกสะใภ้อย่างยิ้มแย้ม เฟดาผละออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่นขึ้นนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ แม่สามี

            ค่ะ ก็ได้ออกแดดตอนที่ถ่ายแบบน่ะค่ะ คุณแม่มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ

            มาได้สองวันแล้วจ้ะ ว่าแต่หนูเฟเถอะเจอกับนายวุธบ้างหรือเปล่า ถามพร้อมกับสังเกตุอาการลูกสะใภ้ไปด้วย

            เจอเมื่อคืนก่อนที่จะไปถ่ายแบบค่ะ แต่ว่าไม่ได้คุยกัน

            คืนนี้ค้างกับแม่นะ จะได้คุยกัน กลับไปบ้านโน้นก็เหงาคนเดียว ปล่อยให้นายวุธมันนอนเหงาคนเดียวเสียบ้าง มันจะได้รู้สึก แม่เลี้ยงสุวดีชวนลูกสะใภ้

            เออ คือว่า

            ไม่ต้องห่วง นายวุธมันไม่กลับมาบ้านนี้หรอก เมื่อคืนมันยังไม่กลับมาเลย เห็นบอกว่านอนคอนโด ชักจะเหลวไหล แม่มามันก็แค่มาเจอแล้วก็หายไปเลย แม่เลี้ยงสุวดีคิดว่าลูกสะใภ้คงจะยังไม่อยากเจอหน้าลูกชายของนางนั่นเอง

            ก็ได้ค่ะ

            งั้นวันนี้เราออกไปกินอาหารนอกบ้านกันดีกว่า จะได้เปลี่ยนบรรยากาศไปด้วย แม่โทรหานายวัธก่อนละกัน จะได้ให้มารับตอนเลิกงาน แม่เลี้ยงบอกกับลูกสะใภ้แล้วก็จัดการโทรศัพท์ไปหาลูกชายคนโตที่ทำงานทันที

                                                            ๑๑๑๑๑

            ในงานแสดงโชว์แว่นกันแดดรุ่นใหม่ล่าสุดนำเข้าจากอังกฤษ ที่เต็มไปด้วยผู้คนในแวดวงไฮโซและคนในวงการบันเทิง มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาวุธซึ่งเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทแว่นตาก็เลยได้รับความสนใจจากสื่อมากเป็นพิเศษ แต่งานนี้เขาไม่ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวที่มีหลายคนพยายามจะถามถึง พอเสร็จงานเขาก็บอกวัชระว่า

พี่วิทกลับได้เลยนะครับ ผมจะไปธุระ          

พี่ไปด้วยได้ไหม

อย่าเลยครับ ผมจะไปหาเฟ ไม่รู้ว่ากลับมาหรือยัง

ถ้างั้นก็ขับรถดีๆ ล่ะ มีอะไรก็โทรมาหาพี่ละกัน

ครับ

ในขณะที่ขับรถไปบ้านของภรรยา เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสาวคนสนิท

            มีอะไรเหรอนิจ

            ทำอะไรอยู่หรือ

            เพิ่งกลับมาจากงาน จะไปบ้านเฟ

            อ๋อเหรอ

            ไม่อะไรหรือเปล่า

            ไม่มี ถ้างั้นก็ตามสบายนะ แต่ถ้าว่างก็ออกมาหาอะไรกินกันดี โทรมาละกัน

            แล้วจะโทรไป แค่นี้นะ ขับรถอยู่

            ได้ คนึงนิจวางสายด้วยแววตาเจ็บปวด หล่อนก็เป็นได้แค่นี้แหล่ะนะ เป็นได้แค่เงา ที่เขามองไม่เห็น ไม่หรอก หล่อนจะไม่ยอมแพ้ ให้รู้ไปสิว่าเขาจะไม่เห็นค่าของหล่อน

            ขณะที่คนึงนิจกำลังทำอาหารเย็นง่ายๆ ให้กับตัวเอง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น พอเห็นเบอร์โทรก็รู้ว่าใครโทรมา ใบหน้าสวยด้วยมีดหมอก็ยิ้มกว้างออกมาทันที

            นิจค่ะ กรอกเสียงที่หวานบาดใจลงไป

            อยู่ไหนเนี่ย

            อยู่บ้าน ทำไมหรือ

            ยังอยากออกมาหาอะไรกินอยู่หรือเปล่า

            ได้สิ ที่ไหนดี

            ที่เดิมนะ มาจอย

            ได้ เจอกัน ฝ่ายโน้นวางหูไปแล้ว นึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เขาบอกว่าจะไปบ้านภรรยาแล้วทำไมถึงโทรมาหาหล่อนได้ อย่าบอกนะว่าทะเลาะกันอีก จะอะไรก็แล้วแต่เถอะ มันเป็นโอกาสของหล่อนแล้วตอนนี้ ต้องทำให้ดีที่สุด ให้เขาเห็นว่าหล่อนดีกว่าผู้หญิงคนนั้น

            คนึงนิจยิ้มกับตัวเองอย่างมีชัย รีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน หยิบชุดสวยมาแต่งทันทีหันไปมองตัวเองในกระจก แต่งเติมสีสันบนใบหน้านิดหน่อย แค่นี้หล่อนก็สวยสำหรับเขาแล้ว คิดถึงคนที่โทรมา ถ้าเขาจะรู้สักนิดว่าหล่อนรักเขา รักมาตั้งหลายปี แต่ที่แสดงออกได้ก็แค่เพื่อน มันทรมานมากๆ เลย ทนให้เขาไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ทนเป็นเพื่อนที่ปรึกษามาตลอดเวลา รู้ไหมหัวใจดวงนี้มันเจ็บจนจะทนไม่ได้แล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะต้องแย่งกลับมา และก็มีทีท่าว่าจะสำเร็จด้วย ผู้หญิงคนนั้นได้รับรู้และกำลังมีเรื่องระหองระแหงมึนตึงกับคนที่หล่อนรักอยู่ในตอนนี้ และก็รู้ว่าทั้งคู่เริ่มห่างๆ กันตั้งแต่นั้นมา นับว่าได้ผลเป็นอย่างยิ่ง หล่อนจะใช้เวลานี้แหล่ะดึงเขาออกมาให้ได้

            หน้าที่ของหล่อนตอนนี้ก็คือ ให้คำปรึกษากับเขา คอยดูแลเอาใจใส่ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด สุดท้ายเขาก็จะเป็นของหล่อนเพียงคนเดียว น่าจะใช้เวลาไม่นานนัก

            คนึงนิจเลี้ยวรถเข้ามาที่ร้านที่นัดพบ ก็พบว่าอาวุธรอหล่อนอยู่ข้างหน้าร้าน ทันทีที่เขาเห็นหล่อนก็ยิ้มให้

            รอนานหรือเปล่าวุธ โทษทีพอดีเจอรถติดน่ะ เข้าไปกันเถอะ คนึงนิจเดินนำหน้าเข้าไปในร้านทันที ซึ่งพนักงานพอเห็นทั้งคู่ก็พาเดินนำไปที่โต๊ะมุมข้างในสุด พอนั่งและสั่งเครื่องดื่ม อาหารเสร็จ คนึงนิจก็ถามเขาอีกครั้ง

            ว่าไง รอนานหรือเปล่า

            ไม่นานหรอก ผมก็เพิ่งจะมาถึงเหมือนกัน

            มีอะไรหรือเปล่า ก็ไหนบอกว่าจะไปบ้านโน้น ไม่ใช่หรือ

            ก็ไม่มีอะไรหรอก เฟไม่อยู่บ้าน

อ้าวแล้วเขาไม่บอกเหรอว่าอยู่ที่ไหน ถามออกไปด้วยใจที่ยินดี แสดงว่าทั้งคู่เริ่มห่างกันจริงๆ ละมัง ผู้หญิงไปไหนยังไม่บอกผู้ชายเลย ก็ดี ห่างกันอย่างนี้แหล่ะ อีกหน่อยก็แตกกันไปเอง

คงยังอยู่ต่างจังหวัดมั้ง

นี่อย่าบอกนะว่า เรื่องราวมันชักจะบานปลายไปเรื่อยๆ แล้ว แล้ววุธจะเอาอย่างไงต่อไป จะหย่าจริงๆ หรือ ถามออกไปแล้วก็ใจเต้นกับคำตอบที่จะได้รับ หล่อนอยากรู้ว่าเขาคิดอย่างไรอยู่ตอนนี้

ก็ไม่รู้สิ ยังคิดไม่ออก

จะให้นิดช่วยอะไรก็บอกนะ

ขอบใจมากๆ แค่มากินข้าวด้วยกัน พูดคุยเป็นกันก็พอแล้วล่ะ

            อย่าคิดมากสิ เอาเป็นว่าเหงาเมื่อไหร่ ก็โทรมาหานิจละกัน เราเป็นเพื่อนกันนี่นา ไม่ใช่หรือ ว่าแต่ไม่กลัวเป็นข่าวหรือไงยิ่งกำลังร้อนๆ อยู่ด้วย ร่างอวบอั๋นถามคนตรงหน้ายิ้มๆ ทั้งที่ใจเจ็บปวดกับคำว่าเพื่อนที่พูดกับเขาเสมอ

            ทำไมต้องกลัว เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปีแล้ว สื่อจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ผมจะไม่ยอมให้สื่อมาทำลายความเป็นเพื่อนของเราเด็ดขาด จำเอาไว้ พูดเสร็จอาวุธก็ยกมือขึ้นแตะหลังมือที่วางอยู่บนโต๊ะ คนตรงหน้าฝืนยิ้มให้

คนึงนิจเป็นเพื่อนผู้หญิงคนเดียวที่ไม่คิดจะเลื่อนตำแหน่งมาเป็นคู่ควงของเขา นั่นทำให้อาวุธคบกับหล่อนได้นานที่สุด ในช่วงเวลาที่เขากำลังมีปัญหาเพื่อนคนนี้อยู่ข้างๆ เขาเสมอ คุยและให้คำปรึกษา ให้เขาคลายกังวล

                                                            ๑๑๑๑๑

            ไปทานอาหารทะเลกันดีกว่าไหมครับ แม่เลี้ยง น้องเฟว่าไงครับ วัธนาหันมาถามสุภาพสตรีทั้งสองที่นั่งอยู่ในรถของเขา

            ก็ตามใจเถอะ หนูเฟว่าไงลูก คุณนายสุวดีหันไปถามลูกสะใภ้ที่นั่งอยู่ข้างๆ

            เฟอะไรก็ได้ แล้วแต่คุณแม่กับพี่วัธเถอะค่ะ

            ตามใจคนขับรถ คงจะต้องได้กินข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ นํ้าตกแน่ๆ ครับ วัธนาพูดติดตลก

            ของอย่างนั้นทำกินเองก็ได้ ไม่ต้องออกมากินข้างนอกหรอกย่ะ คุณนายบอกลูกชายพร้อมกับค้อนให้น้อยๆ เรียกเสียงหัวเราะจากคนที่ได้ฟัง

            โห แม่เลี้ยงครับ อาหารขึ้นชื่อนะครับนั่น ลูกชายยังอยากแกล้งมารดา

            งั้นเรากลับไปกินข้าวที่บ้านดีกว่าหนูเฟว่าไหม ลูกสะใภ้ยังไม่ได้ตอบ ลูกชายก็เลี้ยวรถเข้าไปยังร้านอาหารขนาดใหญ่กลางบึงข้างทางที่ประดับประดาด้วยไฟสีสวยงาม ร้านอาหารทะเลใจกลางกรุงเทพฯ ร้านนี้เป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดเลยทีเดียว ไม่ได้มีแต่อาหารทะเลนะครับ อาหารไทยของเขาก็อร่อยมากทีเดียว บรรยากาศก็ดี เข้าไปข้างในแล้วจะรู้ เสียงลูกชายบอกก่อนที่จะลงจากรถมาเปิดประตูให้กับมารดา เฟดาเปิดประตูลงจากรถอย่างรวดเร็ว

            สวยจังเลยค่ะ เฟชอบอาคารที่เป็นไม้อย่างนี้ อยู่กลางบึงใหญ่ด้วย ยิ่งตกแต่งให้คล้ายๆ กันบ้านทรงไทยแล้วยิ่งสวย คุณแม่ว่าไหมคะ เฟดายืนชื่นชมกับความงามของอาคารที่หล่อนเห็นอยู่ในตอนนี้

            นั่นสิ หลังใหญ่น่าดู มีตั้งกี่ชั้นเนี่ยฮึ นายวัธ

            สามชั้นครับแม่เลี้ยง ไปกันเถอะครับ วันนี้ผมโชคดีจริงๆ ควงสุภาพสตรีทีละสองคน รู้สึกเป็นบุญของนายวัธเหลือเกิน

            ไปกันเถอะหนูเฟ คุณสุวดีจูงมือลูกสะใภ้เข้าไปร้านโดยมีลูกชายคนโตตามหลัง

                                                            ๑๑๑๑๑

กลับจากทานอาหารเฟดาขอตัวแยกขึ้นห้องนอน คุณนายสุวดีก็บอกให้ลูกชายคนโตโทรหาลูกชายคนเล็กทันที

            โทรไปหานายวิทหน่อยสิ ว่านายวุธมันไปเมาอยู่ที่ไหนอีกคืนนี้

            ครับ สักพักวัธนาก็รายงานมารดาว่า นายวัชบอกว่านายวุธอยู่กับคนึงนิจครับ เพื่อนสนิทที่นายวุธมันไว้ใจมาก

            เออ พูดถึงผู้หญิงคนนี้ วัธส่งคนให้ติดตามดูพฤติกรรมหน่อยสิ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดูๆ แล้วมันน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นนี่แหล่ะ แม่เดาเอา เพราะว่าหนูเฟก็ไม่ได้เอ่ยชื่อออกมา

            ทำไมหรือครับ แม่เลี้ยง

            หนูเฟบอกว่า นายวุธรักกับผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง แต่ต้องมาแต่งงานกับหนูเฟ และตอน นี้ผู้หญิงคนนั้นบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่หนูเฟจะปล่อยนายวุธให้ไปแต่งงานกับเขา

            โห ขอกันง่ายๆ ขนาดนี้เลยหรือครับ น่ากลัวจริงๆ วัธนาทำหน้าตาขยาดกับสิ่งที่ได้ยิน

            นั่นน่ะสิ อย่างหนูเฟจะไปสู้รบปรบมือกับผู้หญิงอย่างนั้นได้อย่างไรกัน นายวุธก็เหมือนกัน ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งนํ้าตา ปล่อยให้มันตาบอดไปสักพักก็แล้วกัน แต่แม่ว่า วันไหนน้องมันไม่มีงานก็ให้มันเข้าไปช่วยวัธที่บริษัทก็น่าจะดี จะได้ห่างๆ จากผู้หญิงคนนั้นบ้าง ยิ่งช่วงนี้มีข่าวออกมาบ่อยๆ ด้วย นายวุธมันทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน แม่ยังทนไม่ได้เลยแล้วหนูเฟเป็นเมียจะทนได้อย่างไรกัน

            ครับแม่เลี้ยง ผมว่าดึกแล้วแม่เลี้ยงไปนอนเถอะครับ เรื่องผู้หญิงคนนั้น ผมจะจัด การให้

            ขอบใจมากลูก ทำเพื่อน้องนะ วัธนาพยักหน้าน้อยๆ รับคำของมารดา ด้วยความที่อายุระหว่างเขากับอาวุธห่างกันตั้ง ๑๐ ปี ทำให้เขาไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับน้องชายมากนักแต่ก็เอาใจน้องชายตัวน้อยตลอดมา ครั้งนี้ก็คงเช่นกัน เขาก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้น้องชายมีความสุขที่สุดให้ได้

            วัธนาส่งมารดาเข้าห้องนอน แล้วตัวเองก็จัดการติดต่อสั่งงานกับใครบางคน ตามที่มารดาต้องการ พอปลายสายรับคำเขาก็วางโทรศัพท์ลง

            ///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

128 ความคิดเห็น