นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF] Hug For You (Sungkyu x Woohyun)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 เม.ย. 57 / 03:51


Title : Hug For You…

Author : Darlingkiiz
Paring : Sungkyu x Woohyun
Rate : PG-13
Talk : มันมาจากบทสัมภาษณ์ใน K-BOY Paradise ของอูฮยอนค่ะ คึคึ (เขินมากกกกกกก -////-) เป็นฟิคที่ไม่มีอะไรเลย แค่อยากเขียนค่ะ จบ กร๊ากกกกกกกก XD

ปล. เนื้อเรื่องมันเข้ากับชื่อเรื่องตรงไหน 5555555555555




 

Hug For You…



“เนี่ยนะห้องผม!!!”


เครื่องผลิตหัวใจของวงถามขึ้นด้วยสีหน้าเหลือเชื่อเสียเต็มประดา ปากเล็กอ้าค้างด้วยอารามตกใจปนมึนงงหน่อย ๆ ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตรงหน้าจริง ๆ หรือกำลังฝันอยู่กันแน่


เพราะต้องย้ายหอพักกันใหม่ สมาชิกวงอินฟินิททั้งเจ็ดคนจึงได้ตกลงปลงใจที่จะตัดสินใจเลือกห้องนอนและรูมเมทกันด้วยวิธีที่แมนที่สุดในสายตาของพวกเขา…เป่ายิ้งฉุบ!


ผลที่ได้ก็คืออูฮยอนได้นอนห้องเดี่ยวคนเดียว มิหนำซ้ำสภาพห้องที่เขาได้นอนก็ไม่ต่างอะไรกับกล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว…ขนาดหน้าต่างให้รับอากาศเพื่อหายใจก็ยังไม่มี!


“ฮยอง~ ให้ผมนอนด้วยไม่ได้เหรอ~”


หลังจากที่เห็นสภาพห้องนอนของตัวเอง คนที่ต้องรับชะตากรรมก็พยายามขอแลกห้องกับสมาชิกคนอื่น ๆ หากแต่ไม่เป็นผล ก็เลยต้องมาพยายามเกาะแข้งเกาะขาคนเป็นลีดเดอร์ของวงเพื่อขอนอนด้วยเสียอย่างนั้น


“แต่เราตกลงกันแล้วนะ” คนเป็นพี่ตอบกลับ ส่ายหน้าระอากับพฤติกรรมของคนเป็นน้องที่พยายามทำท่าออดอ้อนเต็มที่จนเขาแทบจะใจอ่อน


“นะ นะ…ฮยอง~” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มมีท่าทีใจอ่อน คนที่ทำตัวเป็นน้องที่ดีต่อหน้าคนเป็นพี่ก็เริ่มทำท่าน่าสงสาร เดินหน้าเกาะแข้งเกาะขาลีดเดอร์ของวงต่อไป


“ถ้างั้นก็…” ซองกยูถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตัดสินใจเอ่ยตอบคนเป็นน้องที่ยังคงทำสายตาเว้าวอนเหมือนลูกหมาตัวน้อย ๆ อย่างอ่อนใจ แต่กลับโดนคู่กัดตัวฉกาจของเมนโวคอลคนเล็กขัดขึ้นเสียก่อน


“ฮยองอยากเป็นคนเสียคำพูดงั้นเหรอ!?” น้องเล็กซองจงเอ่ยขัดขึ้นเป็นคนแรก


“ตกลงกันแล้วนะ” ตามมาด้วยเสียงสมทบจากอีซองยอล


“ฮยองเป็นลีดเดอร์นะ” เมื่อซองยอลเอาด้วยมีหรือที่คิมแอลจะพลาด


“ลีดเดอร์ต้องรักษาคำพูดนะครับฮยอง~” แดนซ์แมทชีนของวงก็เห็นด้วยเช่นกัน


“เอ่อ…ผม” แม้แต่นางฟ้าของวงก็ยังละล่ำละลักไปกับเขาด้วยเช่นกัน


“พวกนาย!!!!” ทันทีที่ได้ยินดังนั้นเมนโวคอลคนเล็กของวงก็เริ่มโวยวายขึ้นทันที…คนกำลังจะได้เห็นทางสว่างอยู่แล้วแท้ ๆ ไอ้พวกบ้า! ฮืออออออออออ


“เฮ้อ~~~” คนเป็นพี่ใหญ่ของวงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นลูบหัวเมนโวคอลคนน้องแล้วเอ่ยคำตอบที่ทำให้อีกฝ่ายแทบจะอยากลงไปนอนดิ้นกับพื้นให้รู้แล้วรู้รอด


“เป็นเด็กดีนะอูฮยอน”


เพียงเท่านั้นเส้นอารมณ์ของคนที่ลงทุนอ้อนเต็มที่ก็ขาดผึง คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนนิ่งก่อนจะตวัดสายตามองทุกคนในห้อง แล้วมาหยุดอยู่ที่หัวหน้าวงคนสนิท


“เกลียดฮยองแล้ว!!” ว่าแล้วก็ผลักพี่ใหญ่เข้าแรง ๆ หนึ่งทีก่อนจะเดินฟึดฟัดเข้าห้องตัวเองไปอย่างอารมณ์เสีย


“สมกับเป็นจอมเอาแต่ใจแห่งอินฟินิท ฮ่า ๆ ๆ” ซองยอลพูดกลั้วหัวเราะทันทีที่คนตัวเล็กปิดประตูลง แล้วหันไปสนทนาอย่างสะใจกับอีกห้าคนที่เหลือ


“หน้าตอนโกรธสุดยอดไปเลยล่ะว่าไหม ฮ่า ๆ ๆ”  น้องเล็กของวงก็ร่วมเฮฮาผสมโรงไปด้วยอีกคน จนคนเป็นหัวหน้าวงถึงกับส่ายหน้าระอา


“ฮยองไม่ต้องมาทำเป็นเอือมเลย ตามใจจนเคยตัวขนาดนี้แล้ว ฮยองเป็นลีดเดอร์นะ!” คนตัวสูงที่สุดในวงบ่นใส่คนเป็นพี่เข้าให้ ข้อหาทำตัวลำเอียงไม่สมกับเป็นลีดเดอร์ของวง…อีซองยอล เคือง!!


“รู้แล้วน่า เงียบ ๆ หน่อย” คนเป็นพี่เอ่ยเตือน กุมขมับอย่างใช้ความคิด…งอนสะบัดไปซะขนาดนั้น คนที่ซวยน่ะมันเขาคนเดียวนี่หว่า…


“ซองยอล พอได้แล้ว” หน้าตาของวงเอ่ยห้ามเมื่อเห็นซองยอลทำท่าจะพูดต่อ


“เชอะ!” ว่าแล้วก็โดนคนตัวสูงพาลใส่ เดินปึงปังกลับห้องตัวเองไปเสียอย่างนั้น


“ฮยองก็ไม่ต่างกันหรอก เฮ้อ~” น้องเล็กของวงสบถเบา ๆ พร้อมกับส่ายหน้าระอากับพฤติกรรมของคนเป็นพี่ทั้งสองคน


“แล้วฮยองจะเอาไง งอนซะขนาดนั้น ง้อกันตาย” แดนซ์แมชชีนของวงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง…ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าตอนอูฮยอนงอนน่ะ คนที่รับกรรมมันมีแค่คิมซองกยูคนเดียวน่ะสิ...


แต่คนโดนถามก็ทำเพียงนั่งเอามือวางพาดไปกับโซฟาตัวยาวด้วยท่าทีสบาย ๆ เสียอย่างนั้น แถมยังยกยิ้มขึ้นหัวเราะประหลาด ๆ ให้น้อง ๆ ที่เหลือได้รู้สึกเสียวสันหลังวาบอีกต่างหาก


“ฮยองเป็นไรอ่ะ ไข้ขึ้นเหรอ” พี่รองของวงเอ่ยถามแบบละล่ำละลัก…อย่าบอกนะว่า


“หึหึ” คนเป็นพี่หันหัวเราะใส่น้อง ๆ อีกสี่คนที่เหลือด้วยรอยยิ้มแสยะ


ปฏิกิริยาตอบรับของคนเป็นน้องเล็กของวงคืออาการส่ายหน้าระอาเบา ๆ พร้อม ๆ กับเดินเข้าห้องไป ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็ถึงกับกุมขมับเมื่อรู้ว่าซองกยูจะพูดอะไรต่อ


“น่ารักดีออก นายว่าไหม~”


…นี่ก็โรคจิตเหนือมนุษย์จริง ๆ คิมซองกยู…


.

.

.


“อูฮยอนอา~ ออกมากินข้าวได้แล้วมา” คนเป็นพี่เอ่ยเรียกคนขี้งอนหน้าห้องเป็นรอบที่สาม เคาะประตูรัว ๆ จนอีกคนรำคาญ ต้องยอมพูดด้วยในที่สุด


“ผมไม่กิน!” คนตัวเล็กตะโกนตอบอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ


“แต่นายจะป่วยเอานะ”


“ไม่สน!”


“อูฮยอนอา~”


“ไม่ต้องมาเรียกผมเลย ไม่สนใจผมแล้วนี่!” คนเป็นน้องตอกกลับพร้อม ๆ กับปาหมอนใส่ประตู


“ออกมากินอะไรหน่อยเถอะน่าอูฮยอน” เมื่อหัวหน้าวงเรียกแล้วก็ยังไม่ได้ผล คนเป็นพี่รองของวงก็เลยต้องออกโรงเอง แต่กลับได้รับความเงียบเป็นคำตอบแทน


“ผมว่าเปิดประตูเข้าไปเลยก็ได้ไม่ใช่เหรอ จะมายืนเรียกอยู่หน้าห้องกันทำไม” คนตัวสูงที่กำลังหงุดหงิดเสียงตะโกนเรียกอูฮยอนอยู่ไม่น้อยจัดการคว้าหมับเข้าที่ประตูบานเลื่อนของห้องอูฮยอน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เข้าไปคุยกันข้างในดี ๆ…จะมายืนเรียกหน้าห้องกันทำไม ในเมื่อประตูมันก็เปิดออกง่ายแสนง่ายขนาดนี้


แต่แล้วก็ต้องชะงักมือกลับเมื่อคนในห้องปาของบางอย่างใส่ประตูจากด้านในพร้อมกับเสียงโวยวายยื่นคำขาด


“ถ้าใครเปิดประตูเข้ามาในห้องฉันล่ะก็ ฉันจะกลับไปนอนบ้านแม่!”


สิ้นประโยค บรรยากาศที่อึมครึมอยู่แล้วก็ยิ่มอึมครึมมากขึ้นไปกว่าเดิม สมาชิกทั้งหมดพร้อมใจกันเงียบอยูครู่หนึ่งก่อนที่ลีดเดอร์ของวงจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ หากแต่เจือความหงุดหงิดอยู่ในคำพูดนั้นไม่น้อย


“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกินข้าวกันได้แล้วล่ะ ถ้าคนบางคนแถวนี้เขาไม่หิว ก็ไม่จำเป็นจะต้องไป ‘สนใจ’ อะไรนี่ จริงไหม” พูดจบก็เดินนำน้อง ๆ ที่เหลือไปทางห้องครัวทันที ทิ้งให้สมาชิกอีกห้าคนได้แต่ยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไปออกไปอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ทยอยเดินตามคนกุมอำนาจของวงไปอย่างว่างาย


“ก็ไม่เคยคิดจะสนใจกันอยู่แล้วนี่…” คนที่อยู่ในห้องเพียงลำพังบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความน้อยใจ ก่อนจะซุกหน้าลงกับหมอนบนหัวเตียง


“เกลียดฮยองที่สุดเลย”


.

.

.


เด็กหนุ่มตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียงพร้อมกับจ้ำฝีเท้าวิ่งฝ่าความมืดมิดอันโรยตัวอยู่รอบ ๆ ด้วยความเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหงื่อจำนวนมหาศาลผุดขึ้นจนแทบจะอาบร่างกายเล็ก ๆ นั่นราวกับจะกลืนกินร่างบอบบางให้หมดสิ้น


“อย่าเข้ามานะ!” คนตัวเล็กร้องขึ้นสุดเสียงเมื่อโดนสิ่งลึกลักที่ไล่ตามมาคว้าหมับเข้าที่ปลายเสื้อ ก่อนจะกระชากสุดแรงเกิดจนร่างเล็ก ๆ ต้องกลิ้งหลุน ๆ ไปตามพื้นดินอันหยาบกร้าน


มือเล็กจับเข้าที่หัวเข่าตัวเองด้วยความเจ็บปวด สัมผัสได้ถึงหยดเลือดที่ซึมผ่านออกมาน้อย ๆ ก่อนจะเบนความสนใจไปที่สิ่งลึกลับเบื้องหน้าที่ค่อย ๆ โรยตัวเข้ามาใกล้เขามากขึ้นทุกที ทุกที…


เงาดำตะครุ่มคว้าหมับเข้าที่คอระหงส์ ค่อย ๆ เพิ่มแรงบีบทีละน้อย ๆ จนคนตัวเล็กแทบจะไม่รู้สึกถึงลมหายใจของตัวเอง ก่อนที่อณุสติทั้งหมดจะขาวโพลนจนกระทั่งดวงตาเรียวกระตุกเปิดขึ้นอย่างตื่นตระหนก


“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!” คนตัวเล็กตะโกนร้องเสียงดังทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะค่อย ๆ รวบรวมสติอันน้อยนิดให้เข้าที่เข้าทางและทำความเข้าใจได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ ‘ฝันร้าย’ ก็เท่านั้น


แต่จะว่าไปว่ามาแล้ว…เขาไม่ได้ฝันแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ…


อูฮยอนครุ่นคิดก่อนจะค่อย ๆ ยกมือเล็กขึ้นซับเหงื่อที่ผุดพรายอยู่เต็มไปหน้าออกอย่างช้า ๆ ก่อนที่สมองอันน้อยนิดจะรับรู้ได้ถึงความเงียบที่ปกคลุมห้องของเขาด้วยความเย็นยะเยือก…


“สงสัยจะเปิดแอร์เย็นไปหน่อยเนอะ ฮยองว่าไหม…” พูดออกมาด้วยความเคยชิน ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าข้างตัว…ก็ตอนนี้เขาต้องนอนคนเดียวแล้วนี่นา


คิดได้ดังนั้นดวงตาเรียวก็ทำการกวาดมองรอบ ๆ ห้องอีกครั้งท่ามกลางความมืดมิด ตัดสินใจจะเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์ไฟที่ปลายเตียงแต่ก็ต้องชะงักมือลงเมื่อได้ยินเสียงกุกกักบางอย่างในตู้เสื้อผ้า


เพียงเท่านั้นคนที่กลัวการอยู่คนเดียวจนขึ้นสมองอย่างนัมอูฮยอนก็ไม่มัวมาคิดถึงอะไรอีกแล้ว สิ่งเดียวที่เขาคิดได้ก็คือ…รีบวิ่งออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!!


 


ปัง!!


เสียงประตูบานเลื่อนดังสนั่นขึ้นท่ามกลางความมืดของอีกห้องที่อยู่ติดกัน คนตัวเล็กยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าประตู ก่อนจะกวาดสายตามองรอบ ๆ ห้องที่เขากำลังยืนอยู่ด้วยความทุลักทุเล ไม่ค่อยแปลกใจเท่าใดนักที่คนในห้องไม่มีใครรู้สึกตัวกันสักคน…ก็นะ นี่มันห้องของมยองซู ซองกยูฮยอง กับพี่ ๆ เมเนเจอร์นี่นา พวกหลับเป็นตายกันทั้งนั้น!


ไม่นานนักก็พบกับเป้าหมายที่ตัวเองนึกถึงเป็นอันดับแรก…คิมซองกยู!


ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะทะเลาะกันมาแท้ ๆ แต่คนตัวเล็กกกลับเดินตรงรี่เข้าไปหาอีกฝ่ายโดยไม่ลังเลแม้แต่นิด ถ้าจะถามว่าทำไม ก็คงจะต้องตอบว่า…เพราะว่าไม่อยากกลับไปนอนคนเดียวในห้องสัปรังเคนั่นอีกแล้วน่ะสิ เพราะฉะนั้น ต่อให้ต้องเป็นฝ่ายยอมก่อน คนอย่างนัมอูฮยอนก็ไม่ได้เสียหายอะไรเท่าไหร่นักหรอก


ว่าแล้วก็กระโดดลงไปนอนเบียดกับอีกคนทันที จนคนที่ตื่นยากอย่างคิมซองกยูยังต้องส่งเสียงอือออขึ้นมาในลำคอ ก่อนจะขมวดคิ้ว ทำสีหน้าเหยเก ราวกับกำลังหงุดหงิดเสียเต็มประดา


แต่คนที่เข้ามาซุกนอนกับเขาอยู่จะสนใจในปฏิกิริยาตอบรับนั่นหรือก็เปล่า หันหน้าเข้าหาอกแกร่ง แล้วซุกตัวลงในอ้อมกอดอุ่นด้วยความสบายใจเสียอย่างนั้น


ปฏิกิริยาตอบรับคือแขนแกร่งที่โอบรัดร่างเล็ก ก่อนที่จมูกคมจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นแป้งอ่อน ๆ จากคนข้างตัว แล้วลืมตาขึ้นมามองอีกคนด้วยสีหน้างง ๆ เสียอย่างนั้น


“อูฮยอน?” คนเป็นพี่เอ่ยถามด้วยความสงสัยปนมึนงงเล็กน้อย ก่อนจะได้รับคำตอบยืนยันมาพร้อม ๆ กับอ้อมแขนเล็ก ๆ จากอีกคน


“อื้อ~” คนตัวเล็กตอบเสียงอู้อี้ ซุกหน้าลงกับอกกร่งให้แนบแน่นกว่าเดิม แล้วตวัดแขนขึ้นเกี่ยวอีกคนเอาไว้อย่างหาที่พึ่ง


“ไหนว่าเกลียดฮยองไง” อีกคนถามกลับนิ่ง ๆ จนคนตัวเล็กต้องละออกจากอ้อมกอดอุ่นแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองคนช่างจดช่างจำไม่แพ้เขาแทน


“ไม่ได้เกลียดซะหน่อย!” ตอบกลับอย่างหนักแน่น


“แต่เมื่อเช้านายพูดแบบนั้น”


“ก็ฮยองไม่สนใจผมนี่” พูดเสียงประชดประชันเต็มที่จนอีกคนต้องหลุดหัวเราะออกมา


“ไม่ต้องมาหัวเราะเลย เมื่อกี้ผมฝันร้ายแทบตาย ถ้าตื่นไม่ทันแล้วผมตายในฝันขึ้นมาจะทำไงห๊ะ!?” ว่าแล้วก็ถามอย่างเอาเรื่อง


แต่เดี๋ยวนะ…นั่นเหตุผลเหรอน่ะ นัมอูฮยอน…


คนเป็นพี่คิดในใจ แต่ก็ไม่กล้าหลุดหัวเราะอะไรออกมา…เดี๋ยวจะงอนไปกันใหญ่


“โอเค ๆ พี่ผิดเอง หายโกรธได้แล้วน่า” พูดพลางกระชับกอดอีกคนให้แนบชิดกันมากขึ้น สูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากคนข้างกายเต็มที่ หวังจะให้อีกคนเลิกงอนเขาได้สักที เพราะตอนนี้เขาก็เริ่ม…ง่วงเต็มแก่แล้วเหมือนกัน -_-"


“แล้ววันอื่นผมจะไปนอนที่ไหน” เด็กขี้สงสัยถามต่อ ไม่อยากไปนอนในห้องแคบ ๆ นั่นคนเดียวอีก


“ก็นอนที่นี่กับฮยองนั่นแหละ”


“แล้วถ้าคนอื่นว่าเอาล่ะ”


“ใครสน” คนเป็นพี่ตอบกลับทันควัน เรียกรอยยิ้มจากอีกคนได้เป็นอย่างดี คนตัวเล็กตวัดแขนขึ้นกอดอีกคนกลับ ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้ลีดเดอร์จอมวางท่าของวงถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุด…ถึงจะได้ยินมันบ่อย ๆ ก็ตามทีเถอะ


“รักฮยองที่สุด”


“พี่ก็เหมือนกัน” ซองกยูตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากมนเข้าหนึ่งที แล้วยกมือเรียวขึ้นปัดผมอีกฝ่ายไปมาเบา ๆ


“ผมยาวแล้วนะ” คนเป็นพี่เอ่ยขึ้น แล้วพูดต่อ


“พรุ่งนี้ไปตัดผมกัน”


คนตัวเล็กพยักหน้ารับเบา ๆ กับอกแกร่ง ก่อนที่สมองอันน้อยนิดจะคิดอะไรขึ้นมาได้บ้างเหมือนกัน


“ฮยองด้วย พรุ่งนี้เช้าผมโกนหนวดให้” พูดพลางยกมือเล็กขึ้นไปลูบไรหนวดที่ขึ้นจาง ๆ บนใบหน้าของอีกฝ่าย


“ไม่เป็นไรหรอก นิดเดียวเอง” แต่อีกคนกลับตอบปฏิเสธเสียอย่างนั้น…ก็เขาขี้เกียจตื่นเช้ามาโกนหนวดนี่นา ขึ้นนิดขึ้นหน่อยจะเป็นไรไป ดูแมนเสียอีก


“แต่ว่า…เวลาที่ผม…” คนเป็นน้องค้านกลับ ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนตัวขึ้นไปจูบคางสากเบา ๆ หนึ่งทีแล้วรีบมุดตัวกลับมาพูดเสียงอู้อี้บนอกแกร่งแล้วพูดต่อด้วยความเขินอาย


“ทำแบบนี้ มันเจ็บปากนี่นา”


ซองกยูชะงักกึกไปพักใหญ่ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ยกมือเรียวขึ้นกระชับอ้อมกอดให้แน่นเข้าไปอีก แล้วเลื่อนตัวลงมานอนกอดอีกฝ่าย พยายามจัดท่าทางให้คนในอ้อมกอดนอนได้สบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะจูบแก้มพอง ๆ เข้าฟอดใหญ่แล้วหลับตาลงด้วยรอยยิ้ม


“ไอ้ตัวแสบเอ๊ย!”


 


-------------------------------SWEET DREAM KA >3--------------------------

 

ผลงานอื่นๆ ของ Darlingkiiz

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น